Buver's Guide Review HD Contents HD Accessories HD Event Promotions
ฟันธงจอ LED Monitor สุดคุ้ม 3 ช่วงราคา ตามงบเป๊ะๆ
ใครทำกำลังมองหาจอมอนิเตอร์ตัวใหม่มาเปลี่ยน เจ้าแก่ตัวเดิมที่บ้าน ที่สีสันเพิ้ยน จอเหลือง หรือกระทั่งเจ้าจอตู้แบบ CRT ล่ะก็ Commart นี้ก็น่าจะเป็นโอกาสอันดีแล้วล่ะครับ ที่จะได้เปลี่ยนจอใหม่ให้ชีวิตสดใสกันสักที ใครที่มองหาว่าจะซื้อตัวไหนดี งบมีแค่นี้ไม่รู้จะเอาตัวไหน เราจัดมาให้แล้วครับ กับ 3 ช่วงราคาที่ตรงงบประมาณที่ถามไถ่กันมาเยอะที่สุด อ่านดูเก็บไว้เป็นตัวเลือกแนวทางได้เลย หรือใครจะซื้อตามเลยก็ฟันธงครับว่าคุ้มสุด เป๊ะๆราคาต่ำกว่า 5,000 บาท เด่นๆเลยนี่ต้องยกให้ acer เลยครับกับรุ่น S221HQLbd จะได้เป็นจอ LED เลย เป็นจอแบบ LED ด้วยในราคาที่ต่ำกว่า 5,000 บาท ขนาดจะเป็น 21.5 นิ้ว ความละเอียด Full HD 1920 x 1080 อัตราค่าคอนทราสท์สูงถึง 12,000,000:1 พอร์ตเชื่อมต่อมาตรฐานครบๆ VGA/DVI โดยราคาอยู่ที่ 4,590 บาท คุ้มสุดๆจริงๆมาต่กอกันที่งบต่ำกว่า 7,000 บาทกันบ้าง รุ่นสุดคุ้มในงบระดับนี้ตกเป็นของ Samsung ครับ แบรนด์อันดับ 1 เรื่องจอของเมืองไทยเลย รุ่นที่คุ้มสุดในราคานี้คือ BX2331 จอ LED ขนาด 23 นิ้ว ที่มีความบางเพียง 30 mm. เท่านั้น พอร์ตมาตรฐาน VGA และ DVI ก็มีมาให้ และนอกเหนือไปจากนั้นก็มี HDMI มาให้ด้วยอีก 2 ช่อง ราคาค่าตัว 7,000 บาทพอดิบพอดีเป๊ะช่วงราคาสุดท้ายคือ 10,000 บาท แต่ตัวที่เลือกมานี้เกินไปนิดนึงครับคือ 10,500 บาท กับจอของ Samsung อีกตัวเช่นกัน คือรุ่น PX2370 สิ่งที่จะได้จากจอราคาระดับนี้แล้วนอกจากประสิทธิภาพที่ดีแล้ว มันก็จะมาพร้อมกับดีไซน์การออกแบบที่ดูหรูหราด้วย ตัวนี้สเป็กจะคล้ายกับ BX2331 ที่แนะนำไปด้านบน แต่ตัวเครื่องจะสวยกว่า และบางกว่าเพียง 16.5 mm. เท่านั้น และการประหยัดพลังงานที่ดีเยี่ยม
Review: Sanyo VIZON LCE-24C100F – LED TV 24″ ความระเอียดระดับ Full HD ราคาชิลๆ
ในวันนี้ทาง LCDSpec.com ได้มีโอกาสสัมผัสกับ LED TV ของทาง Sanyo ในซีรี่ย์ VIZON รุ่น?LCE-24C100F ซึ่งเป็น LED TV ขนาดหน้าจอ 24 นิ้ว รุ่นใหม่ล่าสุดจากทาง Sanyo?ที่อัดแน่นด้วยจุดภาพมากกว่า 2 ล้านจุด (1920?1080 พิกเซล) ที่สำคัญยังมาพร้อมด้วยความสามารถที่จะนำ LED TV รุ่นนี้มาเปลี่ยนเป็น LED Monitor เพื่อใช้กับคอมพิวเตอร์ได้อีกด้วย ซึ่งนั่นก็เลยทำให้หลายๆ ท่าน ได้มีทีวีและมอนิเตอร์คุณภาพระดับ Full HD ในราคาไม่ถึงหมื่นได้อย่างไม่ต้องคิดมากกันเลย โดยราคานั้นอยู่ที่ 8,490 บาทเท่านั้นเอง ซึ่งถ้าหากว่าใครช่วงนี้คิดว่ากำลังจะถอยทีวีใหม่ มาไว้ในห้องที่ไม่ใหญ่มาก ก็ไม่น่าพลาดที่จะชมรีวิวของ?Sanyo?LCE-24C100F ที่เป็น LED TV ? ซึ่งถูกออกแบบให้ประหยัดพลังงาน (Eco Mode) ถึง 50 % เมื่อเทียบกับโทรทัศน์ CRT ขนาด 29 นิ้วทั่วไปในตลาดLED TV จาก Sanyo?LCE-24C100F มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 24 นิ้ว กับความละเอียดระดับ Full HD (1920 x 1080 พิกเซล) อีกทั้งยังมีคอนทราสต์หรืออัตราความคมชัดที่สูงถึง 2,500,000 : 1 เลยที่เดียว ส่งผลให้เมื่อเรานำไปใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการชมภาพยนตร์ หรือใช้งานอื่นๆ ก็เต็มอรรถรส นอกเหนือจากนั้นความสว่างของจอภาพยังสูงถึง 300 CD/M2 และอัตราความเร็วในการตอบสนองภาพอยู่ที่ 6.5 ms อีกทั้งยังมีการเชื่อมต่อที่ครบครันทั้ง HDMI / Component / AV/ D-Sub ทำให้รองรับในหลากหลายอุปกรณ์การเชื่อมต่อสำหรับระบบเสียงเป็นระบบสเตริโอ พร้อมด้วยการประหยัดพลังงานที่ทำให้ LED TV ตัวนี้กินไฟต่ำอีกด้วยครับทางการออกแบบของ Sanyo?LCE-24C100F อาจจะไม่ดูหวือหวามากนักวัสดุหลักเป็นพลาสติก โดยตัวเครื่องจะเป็นกรอบดำ Glossy มัมวาวทั้งตัว ที่ดูๆ แล้วก็เรียบหรูไปอีกแบบฐานจอมีลักษณะเป็นสีเหลี่ยมโค้งมนสีดำเข้ากับจอดีครับ ขนาดใหญ่พอที่จะวางจอได้อย่างมั้นคงดีทีเดียวเลยตรงกลางขอบจอด้านล่างจะมีโลโก้ Sanyo อยู่ โดยถัดลงมาหน่อยจะเป็นไฟสถานะของเครื่อง รวมไปถึงช่องรัยสัญญาณรีโมทและเซ็นเซอร์ตรวงจับแสงอีกด้วยบริเวณขอบจอได้ออกแบบไว้อย่างโค้งมนสวยงามไม่น้อยเลยทีเดียวนอกเหนือจากนั้น เครื่องเราได้มาทดสอบยังมีสติ๊กเกอร์ ที่บอกถึงคุณสมบัติต่างๆ ที่มีมาใน?Sanyo?LCE-24C100F อีกด้วยมาดูที่ด้านข้างของตัวจอ เพื่อมาดูความบางกันดีกว่า ที่จะเห็นกันได้ว่ามีความบางพอสมควรเลยทีเดียว สมกับเป็น LED TV จริงๆเผื่อใครนึกไม่ออก เราเลยนำ iPhone 4 มาถือเทียบกันให้ดูครับนอกเหนือจากนี้ด้านข้างของตัวเครื่องยังมีปุ่มควบคุมเมนูต่างๆ อาทิ ปุ่มเปิด – ปิด / Menu / Input / OK / ปรับระดับเสียง / เปลื่ยนช่องมาชมกันในส่วนของด้านหลังจอกันบ้าง ที่เราจะเห็นได้ว่าเป็นการออกแบบดีไซน์ที่เรียบๆ โดยเป็นพลาสติกสีดำด้านด้านบนของด้านหลังจะเป็นช่องระบายความร้อนของจอ ซึ่งทำมห้เราได้เห็นถึงงานประกอบที่เรียบร้อยอีกด้วยตรงกลางจอด้านหลังจะมีรายละเอียดต่างๆ ของ?Sanyo?LCE-24C100F แจ้งเอาไว้ถัดมาเป็นส่วนของฐานจอที่ยึดกับจอด้วยน็อตจำนวน 2 ตัว ที่ทำให้เราทราบได้ว่า LED TV รุ่นนี้ ไม่สามารถหมุนซ้าย – ขวาได้ คือถ้าจะหมุน ต้องหมุนทั้งตัวเครื่องเลยบริเวณด้านขวาหลังนั้นจะเป็นช่องต่อสัญญาณต่างๆ โดยมีรูปแบบที่ฝังไปกับหลังจอแบบตั้งฉากทำให้การต่อสายทำได้ง่ายไม่ต้องก้มหาว่าช่องไหนจะต่ออะไร แต่อาจจะไม่สะดวกถ้าจอวางชิดผนัง หรือแขวนผนังตัวรีโมทถือได้กระชับมือดีครับ ไม่ใหญ่ไม่เล็กเกินไป ปุ่มใช้งานแยกเป็นหมวดอย่างชัดเจน มีมาให้อย่างครบครันแบตเตอรีที่ใช้เป็นขนาด AA จำนวน 2 ก้อนด้วยกันครับ
LG Cinema 3D TV กับความสามารถที่เหนือกว่าคู่แข่งกับการชมภาพ 3 มิติ แบบเดิมๆ
จะไปแล้วนั้นในตลาดของทีวีตอนนี้ มีทีวีที่เป็น 3 มิติ ให้เลือกซื้อกันมากมายหลายรุ่นหลายยี่ห้อด้วยกัน รวมไปถึงยังมีราคาที่ถูกลงกว่าสมัยที่เปิดตัวทีวี 3 มิติใหม่แรกๆ พอสมควร ซึ่งโดยส่วนมากทั้งหมดจะมาพร้อมกับเทคโนโลยี 3 มิติ ที่ต้องอาศัยแว่นเป็นตัวตัวกลางในการรับชม หลายยี่ห้อผู้ผลิตทีวีเลือกที่จะใช้เป็นแบบ Active Shutter Glasses ที่นับได้ว่าจากทดลองใช้งาน มันก็ได้ผลลัพธ์ทีน่าประทับใจอยู่พอสมควร?แต่หากจะพูดกันตามจริงก็คือ ยังมีข้อจำกัดอยู่หลายๆ อย่างด้วยกัน อาทิ น้ำหนักที่ค่อนข้างมาก, ต้องอาศัยพลังงานจากแบตเตอรี่, ราคาสูง, มุมมองการรับชมไม่มาก รวมไปถึงยังมีอาการภาพกระพริบให้เห็น ส่งผลโดยตรงให้สายตาไม่เกิดอาการเมื่อยล้าเมื่อรับชมเป็นเวลานานๆแต่ในตอนนี้ทาง LG ได้ทำการส่ง?LG Cinema 3D TV ที่ใช้เทคโนโลยีในการชมภาพ 3 มิติ อีกประเภทหนึ่งก็คือ?Polarized ที่ปกติแล้วนั้น เราจะได้เห็นเฉพาะในโรงภาพยนตร์้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น โดยอาศัยเทคโนโลยีการสร้างภาพสามมิติที่ใช้พาเนลชนิดพิเศษ Film Patterned Retarder (FPR) ในการรวมสัญญาณภาพสำหรับตาซ้ายและขวาซึ่งจะถูกแยกออกจากกันอีกครั้งเมื่อผ่านฟิลเตอร์ Polarized?ของแว่น 3 มิติ ช่วยให้ผู้รับชมมองเห็นเอฟเฟ็กต์สามมิติที่ดีขึ้น โดยปราศจากปัญหาภาพเหลื่อมซ้อน ภาพกระพริบและลดปัญหาความเมื่อยล้าของสายตานอกจากนี้ LG?ยังได้พัฒนาฟีเจอร์ 3D Light Boost แผ่นฟิล์มชนิดบางพิเศษซึ่งวางบนหน้าจอ แก้ไขปัญหาเรื่องความสว่างของภาพที่ลดลงในระบบสามมิติทั่วไป โดยการปรับระดับความสว่างของภาพสามมิติให้ถึงขีดสุด และเพิ่มความคมชัดของภาพเพื่อประสบการณ์ในการรับชมภาพยนตร์สามมิติที่ยอดเยี่ยม ที่สำคัญแว่นตาของ LG นั้นยังมีราคาที่ไม่สูงมากนัก รวมไปถึงไม่ต้องใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ ส่งผลให้เมื่อเทียบกับคู่แข่งก็ถือได้ว่า?LG Cinema 3D TV มีคุณสมบัติด้าน 3 มิติที่เหนือกว่า พร้อมราคาที่ถูกกว่าอีกด้วยพูดไปอาจจะมองไม่เห็นภาพ ยังไงลองดูวีดีโอด้านล่างกันนะครับ ที่จะบอกถึง LG Cinema 3D TV ว่าเหนือกว่าทีวี 3 มิติ ของคู่แข่งอย่างไรกันบ้าง1. มีนำ้หนักที่น้อยกว่า ทำให้สวมใส่ได้สบายกว่า2. ราคาที่ไม่สูงมากนัก ทำให้ตัดสินใจในการซื้อหาเพิ่มได้ไม่ยาก3. ไม่ต้องใช้พลังงาน จึงไม่จำเป็นที่ต้องชาร์จไฟให้แบตเตอรี่4. ไม่จำเป็นต้องดูในที่ที่มีแสงน้อย เหมือนกับแว่น 3 มิติแบบเดิมๆ5. มีองศาในการรับชมที่ยืดหยุ่น ทำให้ไม่เสียอรรถรสในการรับชม6. มีมุมมองในการรับชมที่กว้าง ไม่อึดอัดเวลาดูด้วยกันหลายๆ คน7. แว่นตา LG Cinema 3D TV ไม่กระพริบ ทำให้ไม่เมื่อยล้าสายตา
Mobile High Definition Link ผู้ช่วยส่งหนัง HD จากมือถือสู่ LCD TV ตัวโปรด !!!
ปัจจุบันโทรศัพท์มือถือที่มีพอร์ต HDMI ก็มีออกมามากมายหลากหลายรุ่นพอสมควร แต่ถ้าจะรับชมภาพยนตร์จากโทรศัพท์ของเราโดยให้ภาพไปออกทางทีวีผ่านการเชื่อมต่อของ HDMI ละก็ จะต้องใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ของตัวโทรศัพท์เอง ทำให้ต้องแก้ปัญหาด้วยการเสียบชาร์จไปดูไป แถมบางครั้งถ้าเราอยากจะ pause หรือควบคุมการเล่นไฟล์ เราก็ต้องเดินไปที่โทรศัพท์ของเราเพื่อจัดการมันซะ ทำให้ไม่สะดวกกับการรับชมเป็นอย่างยิ่ง จึงได้มีการพูดถึงมาตรฐานแบบใหม่ขึ้นมา นั่นคือ?Mobile High-Definition Link (MHL) ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกกับผู้ใช้งานได้ดีเลยครับการเชื่อมต่อของ MHL ก็ยังคงเป็น HDMI อยู่ โดยรองรับไฟล์วิดีโอได้ถึงขนาด 1080p ระบบเสียง 7.1 รอบทิศทางเหมือนปกติ แต่ส่วนที่เป็นจุดเด่นก็คือ ในการเล่นไฟล์นั้น โทรศัพท์จะใช้พลังงานจากทีวีมาแทนที่จะใช้แบตในตัวเครื่อง ทำให้ไม่ต้องเสียบสายพะรุงพะรังอีกแล้วนั่นเอง ใช้แค่สาย HDMI เส้นเดียวจบส่วนอีกข้อก็คือเราจะสามารถใช้รีโมทของทีวีที่รองรับ MHL ในการควบคุมการเล่นไฟล์ของโทรศัพท์ได้ด้วย คราวนี้ก็จะได้นอนดูหนังได้อย่างสบายใจแล้วละครับในขณะนี้ก็มีบริษัทรายใหญ่หลายรายให้การสนับสนุนในการค้นคว้าวิจัยอยู่หลายบริษัทเลย ไม่ว่าจะเป้น Nokia, Samsung, Toshiba และ Sony ซึ่งเมื่อพิจารณาไปแล้ว ดูมีโอกาสแจ้งเกิดที่ดีเลยละครับสำหรับ MHL นี้ที่มา : Pocketnow 
รวมโปรโมชั่นที่น่าสนใจของ LED, LCD Monitor ในงาน COMMART CEMART ’11
สวัสดีครับ วันนี้ทางทีมงานขอนำโปรโมชั่นที่น่าสนใจของ LCD Monitor, LED Monitor ภายในงาน COMMART CEMART ’11 มาฝากกันนะครับ เรียดได้ว่างานนี้ก็ลดราคากันสะใจเช่นเดิม ใครที่สนใจจะซื้อ Monitor แล้วมาเดินในงานรับรองว่าได้หิ้วกลับไปแน่นอนครับ เรามาเริ่มชมในส่วนของ Plenary Hall กันก่อน ที่เด่นเลยก็จะมีบูธของ Benq กับ Acer ที่เอา Monitor มาขายแบบจริงๆ จังๆ อยู่ราคาก็จัดได้ว่าหลากหลาย ตามขนาดหน้าจอเลยครับAcer ก็มาบูธใหญ่ใช่ย่อย ราคาดูแล้วก็น่าสอยกันเช่นเดิม ที่น่าสังเกตคือมีแต่จอ LED Monitor มาขายทั้งนั้นเลยLED Monitor แบบ 3D ก็มีมานะครับแถมยังมีเครื่อง HD Media Player มาขายในงานด้วย ราคาก็จัดได้ว่าไม่แพงครับ ดีไซน์ก็ดูหรูดีมาต่อกันที่โซน C บ้างครับ ที่ส่วนมากจะเป็นตามร้าน JIB, Banana IT, Jet มาเปิดขายในส่วนของคอมพิวเตอร์ แล้วพ่วง Monitor มาขายด้วยเลย แน่นอนว่ามีให้เลือกมากมาย โดยแต่ละยี่ห้อก็วางข้างกันเลย ซึ่งทำมห้เราเปรียบเทียบในการซื้อได้ง่าย เป็นอย่างดีชมกันได้เรื่อยๆ เลยนะครับแบบว่าแอบยี่ห้อ Viewsonic มาขายในงานด้วย ที่เรียกได้ว่าเป็นของหายากเลยทีเดียว สำหรับยี่ห้อนี้อีกทั้งนอกเหนือจากนี้ยังมี Monitor จาก Philips มาวางขายด้วยเช่นกัน ใครที่ชื่นชอบยี่ห้อนี้อยู่ ก็ต้องไม่พลาดเข้าไปชมนะครับเป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับโปรโมชั่นของ Monitor ภายในงาน COMMART CEMART ’11 เอาเป็นว่าใครว่างๆ เสาร์อาทิตย์นี้ ก็ไปเดินเล่นเดินชมกันได้นะครับ อาจจะมีอะไรติดไม้ติดมือกลับมาก็เป็นไปได้ ?^^
ผู้ใช้เครื่องเล่นสื่อตระกูล WD TV® Media Player คุณภาพสูงจาก Vimeo® และ PlayJam®
เวสเทิร์น ดิจิตอล คอร์ป (WD) ประกาศในวันนี้ว่า บริษัทได้เพิ่มการให้บริการวิดีโอความละเอียดสูงจาก  Vimeo ® และบริการพอร์ทัลเกมจาก PlayJam ® สำหรับผู้ที่ใช้เครื่องเล่นสื่อรุ่น  WD TV® Live™และ WD TV Live Hub™นอกเหนือจากบริการคอนเทนต์อื่นๆ ที่เครื่องเล่นสื่อตระกูล WD TV media player ได้นำเสนอสู่ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นบริการจาก Picassa® Web Albums, TuneIn Radio®, Dailymotion,  Deezer, Facebook ®, YouTube™ และอื่น ๆ อีกมากมายผู้ใช้เครื่องเล่นสื่อตระกูล WD TV media player จะได้รับอรรถรสพร้อมประสบการณ์ของวิดีโอ สตรีมมิ่งความละเอียดสูงเพิ่มขึ้นกว่าเดิมผ่านบริการของ  Vimeo ซึ่งผู้ใช้สามารถค้นหาวิดีโอและภาพยนตร์คุณภาพสูงที่มีอยู่ในแคตตาล็อกจากผู้สร้างสรรคอนเทนต์ และผู้สร้างหนังฝีมีเยี่ยมจำนวนมากกมายหลายพันเรื่อง พร้อมช่องบริการที่รวบรวมวิดีโอเฉพาะหัวเรื่อง อาทิ ตลกขบขัน การค้นคว้าทดลอง ภาพยนตร์ต่างๆ ดนตรี HD วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กีฬา และเวบ ซีรี่ส์ นอกจากนี้  ผู้ใช้เครื่องเล่นสื่อตระกูล WD TV media player ยังสามารถล็อคอินเข้าแอคเคาท์ของ Vimeo เพื่อเข้าถึงเนื้อหาวิดีโอส่วนตัวทั้งหมดที่มี ที่พวกเขาได้อัปโหลดโดยตรงจากบริการของ Vimeo นอกจากเกมที่มีอยู่ในปัจจุบันผ่านการให้บริการแอพพลิเคชั่นของ Funspot®  วันนี้ผู้ใช้เครื่องเล่นสื่อตระกูล WD TV media player สามารถเพลิดเพลินกับพอร์ทัลเกมของ PlayJam อาทิ เกมปาเป้า เกม Pick & Nickเกม Out Patients  เกม Blackjack รวมทั้งเกมวิดีโอโป้กเกอร์และอื่น ๆ โดยหัวเรื่องที่ผสมกันยังรวมถึงผู้พัฒนาเกมที่ทีชื่อเสียงอย่าง Slingo, Relentless และ PuzzlerWD มีความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอบริการอินเทอร์เน็ตที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า WD TV ซึ่งบริการของ  Vimeo และ PlayJam ช่วยต่อยอดการให้บริการที่ดีเยี่ยมสำหรับสายผลิตภัณฑ์ของ WD ที่ร่วมมือกับพันธมิตรผู้พัฒนาเนื้อหา รวมทั้งมอบความบันเทิงผ่านอินเทอร์เน็ต ที่ผู้ใช้เครื่องเล่นสื่อตระกูล WD TV media player สามารถเพลิดเพลินไปกับสื่อส่วนบุคคลต่างๆ  ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย วิดีโอ และเพลง ผ่านระบบความบันเทิงภายในบ้าน โดยสนับสนุนรูปแบบไฟล์ที่หลากหลายสำหรับการสตรีมเนื้อหาที่เชื่อมต่อจาก USB จากกล้องแคมคอร์ดเดอร์ หรือกล้องดิจิตอล รวมทั้งไดรฟ์เครือข่าย เช่น  My Book® Live™ สโตเรจสำหรับ จัดเก็บข้อมูลแบบกลุ่มส่วนบุคคล และเครื่องคอมพิวเตอร์ของเครือข่ายในบ้าน  ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์พีซีหรือเครื่อง Mac ® 
เลือกซื้อ LCD Monitor และ LED Monitor แบบของจริง
By: Aumper_Jai | Date: 15 March 2010 | | 117 ความเห็น

Capture01_copy

แทบทุกวันนี้คงไม่มีใครที่จะไม่มีคอมพิวเตอร์อยู่ที่บ้านกันแล้วนะครับ และเมื่อมีคอมพิวเตอร์แล้ว เราก็ต้องมีจอภาพเพื่อแสดงผลต่างๆ ด้วย ซึ่งถ้าเป็นเมื่อสมัยก่อนเราคงจะมีตัวเลือกในการซื้อ Monitor กันไม่มากเหมือนอย่างตอนนี้ ซึ่งถ้างบมากหน่อยเราก็คงจะเลือกเป็น LCD Monitor กันหมด จนทุกวันนี้ Monitor แบบ CRT แทบจะไม่มีให้เห็นกันในตลาดทีเดียว และอย่างที่ทราบกัน LCD Monitor ในปัจจุบันนี้มีราคาที่ถูกมากๆ เพียงเรามีเงิน 4,000 บาท ก็สามารถที่จะจับจอง LCD Monitor ขนาด 18.5 นิ้ว หรือ 19 นิ้ว คุณภาพดีมาใช้งานกันได้แล้ว หรือถ้ามีเงินอยู่ที่ 5,000 บาท ยังไงก็ได้ LCD Monitor ระดับ Full HD มาใช้อย่างแน่นอน

สำหรับท่านที่ไม่ค่อยได้ตามเรื่อง LCD Monitor เท่าไหร่นัก ไม่รู้ว่าในตลาดตอนนี้มีรุ่นไหนจำหน่ายอยู่บ้าง แนะนำให้ลองดู บทความ: LCDSPEC Buyer?s Guide แนะนำ LCD Monitor ที่น่าสนใจ ก่อนถึงงาน Commart Thailand Summer Sale 2010 กันก่อนได้นะครับ

?

crt_vs_lcd_b

เพียงรูปร่างหน้าตา LCD Monitor ก็ดูน่าใช้กว่า CRT Monitor แบบเก่า เห็นๆ

ในเมื่อ LCD Monitor ในตลาดตอนนี้มีมาให้เลือกมากมายหลายรุ่น หลายขนาด หลายราคาแล้ว ในการเลือกซื้อ LCD Monitor ดีๆ ซักเครื่องให้เหมาะสมกับการใช้งานของเรานั้นต้องดูที่อะไรบ้าง นี่ยังไม่รวมถึง Monitor แบบใหม่อย่าง LED Monitor ที่หลายยี่ห้อ เริ่มที่จะนำออกมาว่าจำหน่ายกัน ซึ่งหลายๆ ท่านอาจจะยังสับสนอยู่ว่า LCD Monitor แบบเดิม กับ LED Monitor ที่เป็นเทคโนโลยีใหม่นี้ มีความแตกต่างหรือเหมือนกันอย่างไร ความจริงแล้วทั้ง 2 แบบ มีข้อเด่นข้อด้อยอย่างไรบ้าง ซึ่งเราจะมาหาคำตอบที่แท้จริงรวมถึงวิธีการเลือกซื้อ Monitor ที่เหมาะสมกับเราอีกด้วยครับ

?

OLED เท่านั้น ที่เป็นจอภาพเทคโนโลยีแบบใหม่จริงๆ

บางท่านเข้าใจว่า LED Monitor ที่มีวางจำหน่ายตามห้างไอที ณ ตอนนี้เป็นจอภาพแบบใหม่ล่าสุด ใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด นั่นก็อาจจะเป็นเพราะส่วนหนึ่งทางผู้ผลิตจอได้โฆษณาไปในทิศทางนั้น (กรณีนี้รวมถึง LED TV ด้วย) ซึ่งแท้จริงแล้ว ถ้าจะนับกันว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่จริงๆ คงจะต้องเป็นจอภาพแบบ OLED เท่านั้น (OLED: Organic Light Emitting Devices) ซึ่งหลักการทำงานของมันคือการใช้หลอด LED มาวางเรียงไว้ตามพาเนลจนเต็มพิกเซล ส่วนหลอด LED ก็ทำหน้าที่เปล่งแสงออกมาเป็นสีต่างๆ ได้ตามสัญญาณการแสดงผล ให้เราได้เห็นเป็นภาพบนจอภาพกัน แต่ ณ ตอนนี้ยังมีราคาที่สูงมากๆ อยู่ ยกตัวอย่างก็จะเป็น OLED TV ของทาง LG ที่มีขนาด 15.6 นิ้ว ที่มาราคาเกือบแสนบาททีเดียว และด้วยต้นทุนที่สูงอยู่มาก จะผลิตออกมาเยอะๆ เพื่อจำหน่ายจริงก็คงยังไม่คุ้มค่าแน่นอน (ผมคนหนึ่งแหละครับ ที่ไม่ซื้อมาใช้ แบบว่าทำใจไม่ได้จริงๆ) ที่สำคัญยังไม่มีเทคโนโลยีที่จะสามารถผลิตจอ OLED ให้มีขนาดใหญ่ได้ รวมถึง LCD Monitor ในสมัยนี้ประสิทธิภาพการทำงานก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ดี อีกทั้งเมื่อเปรียบเทียบแล้วยังได้ขนาดหน้าจอที่ใหญ่ในราคาที่ถูกอีกด้วย ฉะนั้นจอภาพแบบ OLED นั้นแทบจะลืมไปได้เลย คงใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะมีใช้กันโดยทั่วไปหรือแม้แต่ในบ้านของผมก็ตาม (ฮา)

lg-oled

?OLED TV ตัวแรกจากทาง LG

?

ความจริง LED Monitor มันก็ยังเป็น LCD Monitor อยู่ดี

คราวนี้เรามาดูกันที่โลกปัจจุบันกันดีกว่า หลังจากที่ได้กล่าวถึงจอภาพในแบบอนาคตอย่าง OLED กันไปแล้ว มาเข้าถึง LCD Monitor และ LED Monitor ที่เป็นเรื่องหลักของเราในบทความนี้กันต่อ อย่างกล่าวไปในข้างต้นไปแล้วว่าช่วงนี้ผู้ผลิต Monitor หลายๆ ยี่ห้อ ได้เริ่มถยอยวางจำหน่าย LED Monitor ของตนอยู่ ซึ่งก็นับว่าเรียกความสนใจได้จากหลายๆ คน ทีเดียวที่คิดกำลังจะถอย Monitor ใหม่ในเร็วๆ นี้ ซึ่งแท้จริงแล้วตามเทคนิค LED Monitor ก็ยังถือว่าเป็น LCD Monitor อยู่ดี โดยเพียงแค่เปลี่ยนหลักการทำงานภายในเพียงเท่านั้นเอง ในเมื่อกล่าวถึงตรงนี้ ก็จะถือโอกาสหลักการทำงานทั้งจอ LCD Monitor และ LED Monitor ไปพร้อมกันเลยก็แล้วกันครับ

หลักการทำงานในการที่จะสร้างภาพขึ้นมาของ LCD Monitor ก็จะใช้การเปลี่ยนแปลงของผลึกเหลวที่บรรจุอยู่ในพาเนลของจอภาพ (LCD: Liquid Crystal Display) แล้วใช้แสงยิงผ่านทางด้านหลังของพาเนลหรือที่เรียกกันว่า Blacklit ซึ่งแสงนั้นจะเป็นแสงสีขาว แหล่งกำเนิดแสงที่ได้นั้นมาจากหลอดฟลูออเรสเซนแบบเย็น (CCFL: Cold Cathode) จากการทำงานทั้งหมดทำให้เราเห็นแบบภาพผ่านหน้าจอ LCD Monitor ขึ้นมา ซึ่งถ้าหากมาคิดกันแล้ว ก็เหมือนกับว่าเรากำลังดูเงาผ่านผลึกเหลวขณะที่มันกำลังทำงานอยู่ ด้วยที่จอภาพ LCD ไม่สามารถเปล่งแสงออกมาเองได้ จึงต้องอาศัยการฉายลำแสงมาจากด้านหลังนั่นเอง และในส่วนนี้แหละครับ ที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงใน LED Monitor โดยจากเดิมที่ใช้หลอดฟลูออเรสเซนแบบเย็น (CCFL: Cold Cathode) มาเป็นแหล่งกำเนิดแสง เปลี่ยนมาเป็นหลอดไดโอดเปล่งแสง หรือเรียกกันง่ายๆ ก็คือ LED มาเรียงตัวกันแทนนั่นเองครับ (LED: light-emitting diode)

?

?

1572_led_backlight_technology_resized

?

LED Monitor อาจดูคล้าย LCD Monitor แต่ก็เหนือกว่าELDSseries_1Custom

จากการที่เปลี่ยนการทำงานมาใช้หลอด LED เป็นไฟแบ็กไลท์แทนหลอด CCFL ทำให้ส่งผลดีต่างๆ ออกมาในหลายๆ ด้าน ทั้งในเรื่องของการดีไซน์ออกแบบ ที่ได้รับการออกแบบที่บางลงกว่าแต่ก่อนอย่างชัดเจน อีกทั้งความร้อนในขณะการทำงานลดลงและยังประหยัดพลังงานมากขึ้นกว่า LCD Monitor แบบเดิมอีกด้วย ยิ่งถ้ามาดูในส่วนของประสิทธิภาพของการแสดงภาพที่เพิ่มขึ้นมา ก็สามารถรับรู้ได้จากตาเราเองเลย อย่างเช่น Contrast ของภาพที่แสดงออกมา มีค่าที่สูงขึ้นทำให้ดึงละเอียดต่างๆ ออกมาได้ดีขึ้น ยิ่งในฉากมืดหรือภาพที่มีความสว่างอยู่หลายระดับ จะสามารถแสดงความลึกของสีและมิติของภาพได้มากยิ่งขึ้น ทำให้ภาพดูเป็นธรรมชาติเข้าไปได้อีก ซึ่งจากที่กล่าวมาล้วนเป็นข้อจำกัดต่างๆ ของ LCD Monitor ที่มีมาหลายปีดีดัก จนตอนนี้ก็ถือว่าเทคโนโลยีจอภาพแบบ LED สามารถแก้ไขตรงจุดนี้ได้ และมีความใกล้เคียงกับจอภาพแบบ Plasma ที่สามารถแสดงผลสีดำได้อย่างดำสนิทเข้าไปทุกที ด้วยข้อดีหลายๆ อย่าง ตามที่กล่าวทำให้ LED Monitor ดูน่าซื้อมาใช้งานอย่างที่สุด

image0011

LED Monitor รุ่นต่างๆ จากทาง Benq เริ่มทยอยออกมาวางจำหน่ายในตลาดแล้ว

?

แล้วถ้าจะซื้อ ควรเลือก LCD Monitor หรือ LED Monitor ดี?

ในการที่เราจะซื้อของสักชิ้นหนึ่งมาใช้งาน? แน่นอนว่าเราต้องดูทั้งประสิทธิภาพกับราคาควบคู่กันไปด้วย? เช่นเดียวกับการเลือกซื้อ Monitor? ดีๆ มาต่อใช้งานกับคอมพิวเตอร์ของเราเช่นกัน ซึ่งถ้าหากดูในตลาดตอนนี้ LED Monitor ก็มีราคาที่ไม่สูงมาก สนนราคาแล้วก็ไม่ต่างจาก LCD Monitor มากเท่าไหร่นัก จากการเดินสำรวจราคาตามห้างไอที ยิ่งเมื่อเทียบกับขนาดหน้าจอต่อขนาดหน้าจอแล้ว ก็ถือได้ว่าคุ้มค่าน่าลงทุนที่จะหาซื้อ LED Monitor มาใช้งานแทน LCD Monitor ตัวเดิมหรือ CRT Monitor ตัวเก่าที่มีอยู่ สำหรับขนาดหน้าจอ LED Monitor ก็มีให้เลือกกันตั้งแต่ 18.5 นิ้วไปจนถึง 24 นิ้ว กันเลย ในส่วนนี้คงต้องเลือกกันตามการใช้งานเช่นกันครับ แต่ในกรณีที่งบที่ตั้งไว้มีจำกัดจริงๆ รวมถึงต้องรีบซื้อมาใช้งานแล้ว จะเลือกเป็น LCD Monitor ก็ไม่เสียหายครับ

p2370

LED Monitor รุ่นๆ แรก จากทาง Samsung ผู้ที่เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี LED

และถ้าเราสังเกต จะเห็นว่าในโน้ตบุ๊กทุกรุ่นตอนนี้ ก็แทบจะเรียกได้ว่าเป็นหน้าจอแบบ LED กันหมดแล้ว ตั้งแต่รุ่นล่างที่มีราคาตั้งแต่หมื่นกว่าบาทจนไปถึงรุ่นบนที่ราคาหลายหมื่นบาท จากสเปกของโน้ตบุ๊กประกอบกับราคานั้น ถือว่าราคาไม่แพงเลย นับได้ว่าได้ทั้งเครื่องที่มีประสิทธิภาพเหมาะสมตามการใช้งานและได้เทคโนโลยีการแสดงผลจากหน้าจอแบบ LED ไปพร้อมๆ กันด้วย ซึ่งถือได้ว่าหน้าจอแบบ LED นั้นเหมาะสมกับโน้ตบุ๊กเป็นอย่างมาก ทั้งช่วยในเรื่องของการประหยัดพลังงานทำให้โน้ตบุ๊กใช้งานได้ยาวนานขึ้น รวมไปถึงหน้าจอที่บางลงทำให้ตัวเครื่องโดยรวมทั้งหมดบางลงอีกด้วย ฉะนั้นถ้าจะซื้อโน้ตบุ๊กซักเครื่องตอนนี้ก็ต้องเลือกที่เป็นแบบที่ใช้หน้า LED อย่างไม่ต้องลังเลเลยครับ

led-cinema-display

Apple ก็ได้ผลันไปใช้เทคโนโลยี LED กับผลิตภัณฑ์ของตนหมดแล้ว

ไหนๆ เราก็พูดถึง LED Monitor กันมาพอสมควรแล้ว ยังไงเราลองมาดูในส่วนของทีวีที่เป็น LED TV กันบ้างนะครับ ซึ่งจะเห็นได้ว่าเดี๋ยวนี่ก็เริ่มจะมี LED TV ออกมาให้เลือกหลายรุ่น ในเราได้ปวดหัวกันแล้วเช่นกัน แต่ถ้าเรามาดูกันให้ดีๆ เราจะเห็นเพียง LED TV ที่อยู่ในซีรี่ย์ระดับสูงๆ ทั้งนั้น ราคาก็ถือว่าแพงใช้ได้อยู่ ทั้งๆ ที่เทคโนโลยี LED ก็ไม่ได้มีต้นทุนอะไรสูงมากมาย ยิ่งถ้าหากเรากลับไปเทียบกับ LED Monitor และหน้าจอ LED ของโน้ตบุ๊กแล้วจะเห็นได้ว่าราคามันก็ไม่ได้ต่างจาก LCD เท่าไหร่เลย แต่พอมาเป็นทีวีที่ใช้เทคโนโลยี LED ทำไมราคามันถึงได้แพงนัก นั่นก็เป็นเพราะ LED จะใส่มาเฉพาะทีวีที่เป็นรุ่นระดับสูงเท่านั้น ซึ่งในทีวีในระดับสูงก็จะใส่เทคโนโลยีอื่นๆ เข้ามามากมาย อย่างพาเนลจอเกรดคุณภาพสูง ระบบเสียงระบบตัวประมวลผลต่างๆ ที่สุดยอด รวมไปถึงดีไซน์ที่ดูหราพร้อมความบางเฉียบอีกด้วย มาถึงตรงนี้แล้ว คงอยู่ที่งบประมาณที่แต่ละคนตั้งไว้ ว่ามีขนาดไหน ยิ่งถ้ามีงบไม่จำกัดดูภาพตัวไหนก็เลือกซื้อกันไปได้เลย

kdl-46nx700_op_f_ww_b_lv2-1200LED TV รุ่นท๊อปสุดจากทาง Sony ที่มีความสามารถรอบด้าน มาพร้อมกับดีไซนืสุดเฉียบ

?

LED Monitor สเปกต่างๆ ดูอย่างไร ต่างจาก LCD Monitor ไหม?monitor-dell-g2410-overview2

อย่างที่กล่าวถึงเทคโนโลยี LED ไปทั้งหมดนั้นล้วนมีแต่ข้อดี แต่อย่างไรก็ตาม LED Monitor ในตลาดขณะนี้ ก็มีให้เลือกหลายรุ่น หลายยี่ห้อ หลายราคาอยู่ ฉะนั้นนอกจากการเลือกด้วยตาตัวเองแล้ว สื่งที่ขาดไม่ได้เลยนั่นก็คือสเปกของ LED Monitor แต่ละตัวอีกด้วย ซึ่งการดูสเปกนั้น ก็ไม่ได้แตกต่าง จากการดูสเปกของ LCD Monitor เท่าไหร่เลยครับ ยังคงใช้พื้นฐานเดียวกับการดูสเปก LCD Monitor อย่างค่า Contrast Ratio, Respone Time, Brightness ยังคงเป็นสิ่งที่เราต้องให้ความสนใจในการตรวจสอบเช่นเดิมนะครับ ในส่วนนี้สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ บทความ: อ่านสเป็ก LCD Monitor ให้เป็นภายใน 10 นาที กับ LCDSPEC.com ที่จะบอกวิธีการพิจารณาสเปกต่างๆ ของจอ LED Monitor ให้สำหรับหลายๆ ท่าน พอดูสเปกแล้วจะทำให้เข้าใจได้โดยง่ายครับ แต่ถึงอย่างไรก็แล้วแต่สเปกต่างๆ ที่ผู้ผลิตเป็นตัวกำหนดมา มาตรฐานในการวัดค่าต่างๆ แหล่านี้ก็แตกต่างกันอยู่ดี ฉะนั้นจะเอาค่าสเปกที่ระบุมาของจอต่างละรุ่นมาเป็นตัวตัดสินทั้งหมดก็คงไม่ได้ แนะนำให้ใช้การดูด้วยตาของตัวเองประกอบกันไปด้วยก็จะดีที่สุด รับรองได้ว่าคุณจะได้จอภาพที่ถูกใจติดไม้ติดมือกลับมาจกาที่ร้านแน่นอนครับ

?

จะ LCD หรือ LED ก็เลือกเป็น Full HD ไว้ก่อน??????

jan07Full%20HD ในส่วนของความละเอียดของจอภาพที่มากขึ้นและขนาดภาพที่ได้ขนาดที่ใหญ่ในราคาถูกลง ยิ่งในยุคนี้ถือว่าได้ก้าวเข้าสู่ยุคของ Hi-Def อย่างเต็มตัวแล้ว นั่นหมายความว่าเราสามารถหาซื้อจอ LED Monitor ขนาด 21.5 นิ้ว ในความละเอียดระดับ Full HD หรือ 1920×1080 พิกเซล ได้ในราคาที่ไม่แพง ซึ่งจากแต่ก่อนนั้นหน้าจอต้องมีขนาด 24 นิ้วขึ้นไปจึงจะได้ความละเอียดระดับ Full HD มา ทำให้ในปัจจุบันความละเอียด Full HD กลายเป็นมาตรฐานของ Monitor มายิ่งขึ้นไปด้วย ซึ่งถือว่าส่วนดีที่ทำให้ผู้บริโภคอย่างเราๆ นั้น ได้ของดีมีคุณภาพในราคาที่เหมาะสมด้วย และขอแนะนำว่า ถ้างบประมาณที่ตั้งไว้ถึงจอภาพขนาด 20 นิ้ว ขึ้นไป และมีความละเอียด Full HD แล้ว แนะนำว่าให้เลือกเป็น Full HD ไปเลย รับรองได้ว่าคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปแน่นอนครับ

20jan10jubsdf3ro ไม่ว่าจะเป็น LCD หรือ LED Monitor รุ่นใหม่ๆ ที่ออกมา ล้วนเกือบจะเป็น Full HD แทบทั้งนั้น

?

พอร์ตการเชื่อมครบครัน ตามการใช้งาน

มาถึงในส่วนของพอร์ตการเชื่อมต่อต่างๆ แล้วนะครับ ในอดีตนั้นเรื่องการเชื่อมต่อของ Monitor ยังคงไม่มีความสำคัญเท่าไหร่นัก เนื่องมาจากเพราะยังไม่มีประเภทของพอร์ตการเชื่อมต่อมาให้เลือกมากมายนัก หลักๆ ก็คงจะเป็นพอร์ตอนาล๊อกอย่าง D-Sub เพียงอย่างเดียว แต่ในสมัยนี้โดยพื้นฐานแล้วเราก็ควรจะเลือก Monitor มีพอร์ตดิจิตอลอย่าง DVI ติดตั้งมาไว้ด้วย รับรองได้ว่าให้ภาพที่ดีกว่าพอร์ต D-Sub แบบเดิมอย่างตาเปล่าสัมผัสได้แน่นอนครับ สำหรับพอร์ตเชื่อมต่ออย่าง HDMI (High Definition Multimedia Interface) จะเลือกให้มีหรือไม่มีนั้น ก็คงต้องขึ้นอยู่กับการใช้งานของเรานะครับ ว่าจะได้ใช้หรือเปล่า ยกตัวอย่างเช่น เรามีคอมพิวเตอร์ PC ซึ่งการ์ดจอมีแค่พอร์ต D-Sub และ DVI ยังไงคิดว่าซื้อจอที่มี HDMI มา คงไม่ได้ใช้อยู่แล้ว ก็สามารถตัดสินใจเลือก Monitor ที่ไม่มี HDMI มาได้เลย แต่ในกรณีที่กลับกัน คิดเผื่อว่าอนาคตอันใกล้นี้เราจะต้องทำการอัพเกรดการ์ดจอของเราอย่างแน่นอน ซึ่งในส่วนของการ์ดจอรุ่นใหม่ๆ นั้นก็จะเป็นพอร์ต HDMI เสียเป็นส่วนมาก ฉะนั้นเวลาเลือกซื้อ Monitor อาจจำเป็นต้องเลือก Monitor ที่มีพอร์ต HDMI เผื่อไว้เข้าไปด้วย ในแง่ของราคา Monitor ที่มีพอร์ต HDMI จะมีราคาสูงกว่า Monitor ที่มีเพียง D-Sub และ DVI พอสมควร ฉะนั้นก่อนตัดสินใจซื้อ แนะนำว่าให้สำรวจตัวเองก่อนว่าจะได้ใช้งานส่วนของ HDMI จริงๆ หรือเปล่า

p6422120n1??????? 90127d957a67088feae34606fcf2b6d8

?????????????????? สายสัญญาณอนาล๊อก D-Sub??????????????????????????????????????????????????????? สายสัญญาณดิจิตอล DVI

จะขอเสริมในกรณีที่เราได้เลือก Monitor ที่มีพอร์ต HDMI ติดตั้งมาด้วย เราก็จะสามารถนำ Monitor นั้นมาต่อกับเครื่องเล่นเกมคอนโซลอย่าง Playstation 3 หรือ XBOX 360 ได้ทันที เพราะว่าเครื่องเล่นเกมคอนโซลเหล่านั้นจะติดตั้งมาเพียงพอร์ตดิจิตอลอย่าง HDMI มาให้ เนื่องด้วยเครื่องเกมคอนโซลเหล่านั้นให้ภาพระดับ Hi-Def ที่สมบูรณ์แบบผ่านทางพอร์ต HDMI เท่านั้นครับ สำหรับในตอนนี้ HDMI มาตรฐานเวอร์ชั่น ที่ใช้กันแพร่หลายขณะนี้ยังเป็น HDMI 1.3 ถึงแม้ว่าตอนนี้จะมีใหม่ล่าสุดอย่าง HDMI 1.4 มาแล้วก็ตามครับ

cab-hdmi

สายสัญญาณดิจิตอล HDMI ที่รองรับความบันเทิงได้เต็มรูปแบบ

?

ฟังก์ชั่นลูกเล่นมีไว้ไม่เสียหาย

จริงๆ แล้วหน้าที่หลักของ Monitor ก็คือการแสดงผลออกมา แต่ด้วยการแข่งขันที่สูงขึ้น ทางผู้ผลิต Monitor บางรายก็ได้ใส่ลูกเล่นต่างๆ ลงมาที่ Monitor เพื่อเพิ่มมูลค่าในการจำหน่ายและอรรถประโยชน์ในการใช้งาน ยกตัวอย่างเช่น USB Hub, กล้องเว็บแคม, ไมโครโฟน, ตัวอ่านการ์ดจากกล้องดิจิตอล หรือความสามารถในการเป็น Digital Photo Frame ก็ตาม คาดว่าในอนาคตอันใกล้นี้ก็ยังจะมีลูกเล่นอื่นๆ ตามมาให้ได้ใช้งานกันอีก ซึ่งหลายคนก็อาจจะมองข้ามในส่วนของฟังก์ชั่นเหล่านี้ได้เลย เพราะมันทำให้ Monitor มีราคาเพิ่มขึ้นทั้งสิ้น แต่สำหรับบางคนนั้น ก็เห็นเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจอยู่ ยกตัวอย่าง เช่น ถ้าเราเป็นคนที่ใช้งาน Video Call อยู่แล้ว การที่จะซื้อจอ Monitor ใหม่ซักตัว คงต้องมองตัวที่มีฟังก์ชั่นกล้องเว็บแคมและไมโครโฟนในตัวเหมือนกัน เพื่อการใช้งานที่สะดวกสบายไม่ต้องมีสายระโยงระยางที่ตัวจอ Monitor ให้รำคาญสายตา ถึงแม้ว่าจะต้องยอมจ่ายเงินเพิ่มขึ้นก็ตามที สรุปก็คือเลือก Monitor รุ่นที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่เห็นว่าเราได้ใช้งานจริงๆ มาก็ได้ หากเรื่องงบไม่ใช่ปัญหา

???????????????? h243hx-3??? 002

LCD Monitor: Acer H243H ที่มีเครื่องอ่านเมมโมรีการ์ด และฟังก์ชั่น Digital Photo Frame ในตัว

?

?เลือกรุ่นที่ถูกใจ แล้วไปที่ร้าน

เมื่อได้ Monitor รุ่นที่ถูกใจแล้ว ก็จะมาถึงขั้นตอนไปซื้อที่ร้านนะครับ ซึ่งร้านที่ขาย Monitor นี้ ส่วนมากก็จะมีอยู่ตามห้างไอที เรียกได้ว่ามีอยู่กันแบบให้เลือกกันตาลายเลยทีเดียว หรือจะเลือกซื้อตามร้านที่เป็นร้านใหญ่ๆ อย่าง Power Buy หรือ IT City ก็ได้นะครับ ซึ่งก็จะมีอยู่ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป แต่ในส่วนของราคาคงจะสู้ตามร้านที่อยู่ตามห้างไอทีไม่ได้ เพราะที่นั่นการแข่งขันย่อมสูงกว่าเพราะร้านค้าเยอะกว่า อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ ที่หลายๆ ท่านอาจจะยังไม่ทราบกัน คือ ราคาขายจริงของ Monitor นั้น ถูกกว่าราคาตามโบชัวร์อยู่พอสมควร จึงขอแนะนำว่าให้เข้าไปสอบถามที่ร้านเลยว่าราคาขายหน้าร้านตรงนั้น ราคาของ Monitor รุ่นที่เราดูมาว่าราคาอยู่เท่าไหร่ ซึ่งอาจจะลองเดินดูซัก 2-3 ร้าน ดูว่าร้านไหนให้ราคาดีที่สุด ก็ซื้อร้านนั้นก็ได้ครับ

IMG_1989

ห้างพันทิพย์พลาซ่าศูนยรวมคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอที เป็นตัวเลือกแรกๆ ในการมาหาซื้อ Monitor

ก่อนที่จะจ่ายเงิน ขาดเสียไม่ได้นั่นก็คือการตรวจสอบสินค้าก่อนออกจากร้าน อย่างเช่นอุปกรณ์ที่มีมาให้ในกล่องครบไหม นอกจากตัว Monitor แล้ว ยังต้องมีสายไฟ, สาย D-Sub หรือ DVI ให้มาหรือเปล่า ซึ่ง Monitor ในแต่ละรุ่นก็จะแถมสายเชื่อมต่อมาไม่เหมือนกัน ไม่จำเป็นว่ารุ่นนี้มีพอร์ต HDMI แล้วจะต้องแถมสาย HDMI มาให้ ฉะนั้นควรจะสอบถามกับผู้ขายซะก่อนนะครับ ไม่อย่างงั้นหากเราโวยขึ้นมาอาจจะหน้าแตกในฤดูร้อนกันได้ (ฮา) หรือถ้าให้ดีเราก็สามารถดูจากโบชัวร์ของ Monitor รุ่นนั้นๆ ประกอบกันไปด้วยก็ได้ครับ

IMG_1977

ภายในร้านจะมี Monitor วางเรียงกัน ในส่วนนี้ทำให้เราเปรียบเทียบพร้อมกันได้ในหลายๆ จ

และจากที่ทราบกันไปตั้งแต่ตอนต้นแล้วว่าไม่ว่าจะเป็น LCD Monitor หรือ LED Monitor ก็ยังคงมีหลักการทำงานเหมือนๆ กัน ฉะนั้นปัญหาที่จะเกิดจุด Dead Pixel หรือ Bright Pixel ก็ยังคงมีอยู่ ซึ่งคงเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องตรวจสอบให้ดีก่อนที่จะออกจากร้าน โดยปกติที่ร้านเกือบทุกร้านก็จะมีซอฟท์แวร์ที่ช่วยในการตรวจสอบอยู่แล้ว ส่วนตัวเราก็ต้องช่วยดูด้วยอีกแรง ถ้าพบเห็นว่ามีก็สามารถขอทางร้านเปลี่ยนตัวใหม่ได้ทันที ถึงแม้ว่าจะมีเพียง 1 จุดก็ตาม (อย่างกรณีของผมที่ผมไปซื้อ เปลี่ยนไปตั้ง 5 ตัว กว่าจะได้ตัวที่ไม่มี Dead Pixel หรือ Bright Pixel เลย) หรือถ้าเราซื้อ Monitor มาจากร้าน แล้วพบปัญหาอื่นๆ ภายใน 7 วันก็สามารถนำไปเปลี่ยนที่ร้านได้ทันที ซึ่งในส่วนนี้อยู่เราตกลงกับร้านนะครับ เพราะบางร้านก็ไม่ให้เปลี่ยนเหมือนกัน โยนไปศูนย์บริการอย่างเดียวก็มี สำหรับเรื่องของการรับประกันจากผู้ผลิต โดยทั้งหมดจะรับประกันเป็นเวลา 3 ปี นับจากวันที่ซื้อ เรียกได้ว่าใช้งานจนลืมกันไปเลยครับ

สุดท้ายนี้ทาง LCDSPEC ของเรา หวังว่าบทความนี้จะเป็นตัวช่วยในการทำความเข้าใจเกี่ยวกับ LCD Monitor และ LED Monitor รวมถึงเป็นแนวทางในการเลือกซื้อให้กับทุกๆ ท่านที่ได้อ่านไปไม่มากก็น้อย ส่วนการจะซื้อรุ่นไหนอย่างไร ก็คงไม่พ้นต้องตัดสินใจด้วยตนเองแล้วนะครับ LCDSPEC.

เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ

 
 
Tag: 3D 1080p Acer ASUS benq Blu-ray Blu-ray player Bravia ces CES 2011 commart DLNA DVI full hd Full HD 1080P hd HDMI HDTV iphone IPS lcd LCD monitor lcd tv LED LED Backlit LED Monitor LED TV LG monitor OLED OLED TV Panasonic Philips Plasma Plasma TV PS3 Samsung sharp Smart TV Sony Toshiba tv USB VGA wifi
COPYRIGHT@2010 LCDSPEC.COM ALL RIGHTS RESERVED.