Buver's Guide Review HD Contents HD Accessories HD Event Promotions
5 ทีวี 3D ตัวท็อป!!! ชนกันแบบจะๆ ยี่ห้อไหนเป๊ะ มาดูกัน
หลังจาก 1 ปีที่เราเริ่มได้ยินคำว่า 3DTV กันมา ก็กลายเป็นฟีเวอร์กระแสหลักของวงการจอภาพไปเลย LCDSpec เองก็ได้เห็น และทดสอบมาบ้างแล้ว ด้วยการที่ทีวีแบบ 2D หรือแบบ 2 มิติแบบเก่านั้นเรียกว่ามาถึงจุดที่ไม่สามารถพัฒนาอะไรออกมาให้ตื่นตาตื่นใจผู้บริโภคอย่างเราๆ ได้สักเท่าไหร่แล้ว การพัฒนาด้าน 3D จึงเป็นทางออกสำหรับผู้ผลิตที่จะมีลูกเล่นแปลกๆ ใหม่ๆมาขายได้ต่อไป และด้วยราคาที่ก็ไม่ได้แพงมากมาย พอๆกับราคาของ LCD ธรรมดาของปีที่แล้วซะด้วยซ้ำ ตอนนี้ก็มีหลายยี่ห้อที่โดดลงมาเล่นสงคราม 3DTV นี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นทั้ง Samsung, Sony, Panasonic, Mitsubishi และ LG ก็มาลงโรงกันถ้วนหน้า ก็เลยได้มีโอกาสจับที่ว่ามาทั้งหมดมาชนกัน มาดูกันว่าผลออกมาจะเป็นยังไงบรรดาแม่ทัพเริ่มกันจากผู้นำทัพจากแค่ละค่าย ที่เอามาประจันกันก่อนเลย มีทั้งหมด 5 เครื่องด้วยกัน เป็นพลาสม่าทีวี 2 เครื่อง ตัวแรกจาก Panasonic Viera TC-P50VT25 อีกตัวเป็นตัวใหม่ล่าสุดที่ได้รับการรับรอง THX 3D มาด้วย คือ LG INFINIA 50PX950 ต่อกันด้วยเทคโนโลยี LCD อีก 2 ตัวที่เป็นไฟหลังแบบ LED ทั้งคู่ คือ Samsung UN40C7000 และ LED แบบ local dimming จาก Sony Bravia XBR-46HX909 ตัวสุดท้ายจะไม่เป็นเทคโนโลยี DLP Projection จาก Mitsubishi WD7838 โดยเครื่องของโซนี่มาพร้อมแว่นแบบ active shutter 2 อัน ของ Panasonic มีมาให้อันเดียว ส่วน LG, Mitsubishi และ Samsung ขายแยกไม่ได้มาพร้อมกับตัวเครื่องแว่นตา อาวุธสำคัญที่ขาดไม่ได้ในโลก 3Dหากจะพูดกันตรงๆ ว่าการที่จะนั่งดูทีวีแล้วต้องเอาแว่นตามานั่งสวมทุกครั้ง มันก็คงฟังดูเป็นอะไรที่เกะกะ ทำไมถึงต้องใส่ด้วย แต่ในความเป็นจริงเทคโนโลยีที่จะทำให้เราดูภาพ 3 มิติได้อย่างเต็มอรรถรสแบบตื่นตาตื่นใจที่สุดก็คงจะจำเป็นต้องใช้แว่นตาแบบ active shutter นี้ และทุกยี่ห้อต่างก็เลือกใช้เทคโนโลยีกันทั้งนั้น เพราะว่ามันเป็นหนทางเดียวในตอนนี้ที่จะนำเสนอภาพ 3 มิติได้ดีที่สุด และด้วยการที่มันเป็นแบบ active shutter ก็จะต้องใช้พลังงานในการเปิดและปิด shutter ของแว่นด้วย มันก็เลยจะต้องใช้พลังงานจากถ่าน ซึ่งก็จะทำให้แว่นหนักขึ้นอีกนิดหน่อยจากทางซ้าย Samsung, LG, Sony, Panasonic และ Mitsubishiโดยแว่นทุกยี่ห้อจะมีระบบคล้ายกันหมด เปิด/ปิด อัตโนมัติโดยอาศัยเซ็นเซอร์จับสัญญาณอินฟาเรดระหว่างตัวแว่น และตัวทีวี แต่จะมีอยู่ 2 ยี่ห้อคือ Sony และ Mitsubishi ที่จะมีตัวส่งสัญญาณภายนอกที่ต้องเอาไปต่อเข้ากับ TV อีกทีนึง ในขณะที่ยี่ห้ออื่นๆ จะฝังมาด้านในตัวทีวีเลยช่องสำหรับเสียบสายชาร์จแบตเตอรี่ของแว่น LGแว่นของ LG จะมีความพิเศษ แตกต่างจากยี่ห้ออื่นๆอยู่สักหน่อย เพราะถ่านที่ใช้จะเป็นแบบชาร์จได้ในตัวเลย ไม่ต้องหาซื้อมาเปลี่ยนบ่อยๆ พร้อมทั้งมีช่องสำหรับสายชาร์จในตัวแว่น แต่ปุ่มปิด/เปิดอาจจะหายากกว่ายี่ห้ออื่นนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้เป็นอุุปสรรคอะไรในการที่จะกดโดยไม่ต้องมอง แว่นของ Sony จะมีขอบรอบเลนส์ให้แนบสนิทเข้ากับช่วงตาของเรา ช่วยป้องกันแสงจากภายนอกแยงตาได้ แต่ตัวแว่นก็มีหนักอยู่สักหน่อย และยังมีขาแว่นที่ปรับระดับได้ ซึ่งเหมาะกับเด็กๆที่ศรีษะจะเล็กจนทำให้แว่นหลวมเลื่อนหลุดลงมาเป็นอย่างดี ส่วนอีก 3 ยี่ห้อที่เหลือ Panasonic, Samsung และ Mitsubishi ก็ค่อนข้างจะเบาและบางเหมือนๆกัน รวมทั้งเปิดด้านข้างออกหมด ทำให้แสงเข้ามารบกวนสายตาได้ แว่นของ Panasonic จะมีความพิเศษอยู่นิดนึงตรงแป้นรองจมูกที่ปรับเปลี่ยนได้ สำหรับใครก็ตามที่อยากได้ความสบายจากการสวมใส่ แต่มันถอดได้ก็แปลว่าหล่นหายได้เหมือนกัน ของ Samsung กับ Mitsubishi เหมือนกันเด๊ะ ต่างก็แค่ชื่อยี่ห้อที่พิมพ์ติดไว้บนตัวแว่นเท่านั้น ต้องทิ้งแผ่น 2D สุดโปรดอย่างนั้นเหรอทีวีทั้งหมดที่ Engadget ได้ทดสอบ มีระบบแปลงภาพแบบ 2 มิติปกติ เป็น 3 มิติได้ ยกเว้น Panasonic เท่านั้นที่ไม่มี แต่ระบบนี้เอาเข้าจริงๆก็ไม่ได้เรื่องสักเท่าไหร่ ก็อย่างที่รู้ว่ามันเป็นระบบจำลองภาพให้เป็น ไม่ได้เป็นภาพ 3 มิติแท้ๆ แต่ Samsung ก็ให้ตัวเลือกในการปรับระดับความลึกของภาพมาให้ด้วยถึง 10? ระดับ แต่ก็ยังคงเป็นระบบจำลองอยู่ดีนั่นแหละ แต่อย่างน้อยมันก็พอจะมีลูกเล่นอะไรให้พวกแผ่นเก่าๆที่เก็บสะสมกันมานานได้ล่ะนะ แต่ยังไงผมก็ขอแนะนำให้หาแผ่น Blu-ray แบบ 3D แท้ๆมาดูดีกว่า ยังไงก็ดีกว่ากันเยอะแล้วจะเอาตัวไหนดีคงต้องให้ถามตัวเองกันก่อนว่าอะไรคือสิ่งที่เราอยากได้มาเป็นอันดับแรก หรือคือสิ่งที่เราชอบ และเหมาะกับเราที่สุด ยี่ห้อแต่ละยี่ห้อก็มาพร้อมจุดเด่นที่ไม่เหมือนกัน ถ้าหากว่าคุณเป็นคนที่เอาเรื่องภาพมาเป็นอันดับแรกล่ะก็ ตัวเลือกคงต้องเป็น Plasma TV จาก Panasonic เลย เปรียบเทียบจากในกลุ่มมันให้ภาพที่ดีที่สุด แต่เท่าที่รู้มันกลับไม่ใช่ที่ทีวีที่ขายดีที่สุด นั่นแปลว่าก็ยังมีเหตุผลอื่นๆอีกที่คนจะซื้อทีวีสักเครื่องใช้เป็นหลัก อย่างถ้าคุณเป็นคนชอบรูปลักษณ์ความสวยงาม แม้ว่ามันจะไม่ได้เปิดใช้ดูอยู่ก็เถอะ แนะนำว่า monolothic ดีไซน์จาก Sony เป็นอะไรที่สวยหยดจริงๆ สำหรับใครที่ต้องการแว่นที่ดีที่สุด เพื่อมาชม 3D แบบเต็มอารมณ์ แนะว่าไป LG ได้เลย แต่ถ้าขนาดหน้าจอคือสิ่งที่เหนืออื่นใด เทคโนโลยี DLP จาก Mitsubishi จะให้ขนาดได้ใหญ่มาก ส่วน Samsung เป็นอะไรที่ให้มาในราคาที่ถูกสุดๆ ใครเงินไม่เยอะ แต่อยากได้แจ่มเกินราคา ก็ต้อง Samsung นี่แหละ แต่ทั้งหมดนี้ก็เป็นความรู้สึกส่วนตัว แนะให้เป็นแนวทางสำหรับคนที่ต้องการรู้ถึงจุดเด่นของแต่ละยี่ห้อ ความเป็นจริงแล้วอาจขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลด้วย ว่ามีความชอบแบบไหน ซึ่งแน่นอนว่าอาจมีความแตกต่างกันเป็นธรรมดาCredit: Engadget
Review: Sanyo VIZON LCE-24C100F – LED TV 24″ ความระเอียดระดับ Full HD ราคาชิลๆ
ในวันนี้ทาง LCDSpec.com ได้มีโอกาสสัมผัสกับ LED TV ของทาง Sanyo ในซีรี่ย์ VIZON รุ่น?LCE-24C100F ซึ่งเป็น LED TV ขนาดหน้าจอ 24 นิ้ว รุ่นใหม่ล่าสุดจากทาง Sanyo?ที่อัดแน่นด้วยจุดภาพมากกว่า 2 ล้านจุด (1920?1080 พิกเซล) ที่สำคัญยังมาพร้อมด้วยความสามารถที่จะนำ LED TV รุ่นนี้มาเปลี่ยนเป็น LED Monitor เพื่อใช้กับคอมพิวเตอร์ได้อีกด้วย ซึ่งนั่นก็เลยทำให้หลายๆ ท่าน ได้มีทีวีและมอนิเตอร์คุณภาพระดับ Full HD ในราคาไม่ถึงหมื่นได้อย่างไม่ต้องคิดมากกันเลย โดยราคานั้นอยู่ที่ 8,490 บาทเท่านั้นเอง ซึ่งถ้าหากว่าใครช่วงนี้คิดว่ากำลังจะถอยทีวีใหม่ มาไว้ในห้องที่ไม่ใหญ่มาก ก็ไม่น่าพลาดที่จะชมรีวิวของ?Sanyo?LCE-24C100F ที่เป็น LED TV ? ซึ่งถูกออกแบบให้ประหยัดพลังงาน (Eco Mode) ถึง 50 % เมื่อเทียบกับโทรทัศน์ CRT ขนาด 29 นิ้วทั่วไปในตลาดLED TV จาก Sanyo?LCE-24C100F มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 24 นิ้ว กับความละเอียดระดับ Full HD (1920 x 1080 พิกเซล) อีกทั้งยังมีคอนทราสต์หรืออัตราความคมชัดที่สูงถึง 2,500,000 : 1 เลยที่เดียว ส่งผลให้เมื่อเรานำไปใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการชมภาพยนตร์ หรือใช้งานอื่นๆ ก็เต็มอรรถรส นอกเหนือจากนั้นความสว่างของจอภาพยังสูงถึง 300 CD/M2 และอัตราความเร็วในการตอบสนองภาพอยู่ที่ 6.5 ms อีกทั้งยังมีการเชื่อมต่อที่ครบครันทั้ง HDMI / Component / AV/ D-Sub ทำให้รองรับในหลากหลายอุปกรณ์การเชื่อมต่อสำหรับระบบเสียงเป็นระบบสเตริโอ พร้อมด้วยการประหยัดพลังงานที่ทำให้ LED TV ตัวนี้กินไฟต่ำอีกด้วยครับทางการออกแบบของ Sanyo?LCE-24C100F อาจจะไม่ดูหวือหวามากนักวัสดุหลักเป็นพลาสติก โดยตัวเครื่องจะเป็นกรอบดำ Glossy มัมวาวทั้งตัว ที่ดูๆ แล้วก็เรียบหรูไปอีกแบบฐานจอมีลักษณะเป็นสีเหลี่ยมโค้งมนสีดำเข้ากับจอดีครับ ขนาดใหญ่พอที่จะวางจอได้อย่างมั้นคงดีทีเดียวเลยตรงกลางขอบจอด้านล่างจะมีโลโก้ Sanyo อยู่ โดยถัดลงมาหน่อยจะเป็นไฟสถานะของเครื่อง รวมไปถึงช่องรัยสัญญาณรีโมทและเซ็นเซอร์ตรวงจับแสงอีกด้วยบริเวณขอบจอได้ออกแบบไว้อย่างโค้งมนสวยงามไม่น้อยเลยทีเดียวนอกเหนือจากนั้น เครื่องเราได้มาทดสอบยังมีสติ๊กเกอร์ ที่บอกถึงคุณสมบัติต่างๆ ที่มีมาใน?Sanyo?LCE-24C100F อีกด้วยมาดูที่ด้านข้างของตัวจอ เพื่อมาดูความบางกันดีกว่า ที่จะเห็นกันได้ว่ามีความบางพอสมควรเลยทีเดียว สมกับเป็น LED TV จริงๆเผื่อใครนึกไม่ออก เราเลยนำ iPhone 4 มาถือเทียบกันให้ดูครับนอกเหนือจากนี้ด้านข้างของตัวเครื่องยังมีปุ่มควบคุมเมนูต่างๆ อาทิ ปุ่มเปิด – ปิด / Menu / Input / OK / ปรับระดับเสียง / เปลื่ยนช่องมาชมกันในส่วนของด้านหลังจอกันบ้าง ที่เราจะเห็นได้ว่าเป็นการออกแบบดีไซน์ที่เรียบๆ โดยเป็นพลาสติกสีดำด้านด้านบนของด้านหลังจะเป็นช่องระบายความร้อนของจอ ซึ่งทำมห้เราได้เห็นถึงงานประกอบที่เรียบร้อยอีกด้วยตรงกลางจอด้านหลังจะมีรายละเอียดต่างๆ ของ?Sanyo?LCE-24C100F แจ้งเอาไว้ถัดมาเป็นส่วนของฐานจอที่ยึดกับจอด้วยน็อตจำนวน 2 ตัว ที่ทำให้เราทราบได้ว่า LED TV รุ่นนี้ ไม่สามารถหมุนซ้าย – ขวาได้ คือถ้าจะหมุน ต้องหมุนทั้งตัวเครื่องเลยบริเวณด้านขวาหลังนั้นจะเป็นช่องต่อสัญญาณต่างๆ โดยมีรูปแบบที่ฝังไปกับหลังจอแบบตั้งฉากทำให้การต่อสายทำได้ง่ายไม่ต้องก้มหาว่าช่องไหนจะต่ออะไร แต่อาจจะไม่สะดวกถ้าจอวางชิดผนัง หรือแขวนผนังตัวรีโมทถือได้กระชับมือดีครับ ไม่ใหญ่ไม่เล็กเกินไป ปุ่มใช้งานแยกเป็นหมวดอย่างชัดเจน มีมาให้อย่างครบครันแบตเตอรีที่ใช้เป็นขนาด AA จำนวน 2 ก้อนด้วยกันครับ
อ่านสเป็ก Monitor, HDTVหน้า ให้รู้จริง ง่ายๆ ภายใน 5 นาที กับ LCDSPEC.COM
คำกล่าวที่ว่า ?ควรเลือกจอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่งบประมาณจะหาซื้อได้? อาจใช้ไม่ได้กับทุกสถานการณ์เสมอไป หากคุณกำลังมองหา Monitor หรือ TV ที่ถูกใจ และตรงตามความต้องการสักเครื่อง ทางทีมงาน LCDSPEC.COM จึงมีเทคนิคง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณเลือกซื้อ HDTV, Monitor ที่ถูกใจได้ด้วยหลักการพิจารณาสเป็กสั้นๆ ซึ่งเราจะมาดูที่ Monitor กันก่อนนะครับอ่านสเป็ก LCD Monitor, LED Monitor ให้เป็นใน 9 ข้อ ขนาด: ขนาดหน้าจอของ Monitor คือความยาวของเส้นทแยงมุมของจอนั้นๆ มีหน่วยเป็นนิ้ว จอ LCD, LED ส่วนใหญ่ที่มีขายในตลาดจะมีขนาดตั้งแต่ 15 นิ้วไปจนถึง 30 นิ้ว และขนาดที่ได้รับความนิยมสูงสุดอยู่ในช่วง 19 ? 24 นิ้ว คุณควรเลือกขนาดที่เหมาะสมกับการใช้งาน ระยะการรับชม และพื้นที่ที่จะใช้วางจอ และพยายามเลือกจอที่มีฐานที่สามารถปรับระดับความสูงขึ้น/ลงได้ เพื่อความสะดวกในการจัดวาง และการปรับระดับความสูงของจอให้พอดีกับระดับความสูงของที่นั่งสัดส่วน (Aspect Ratio): สัดส่วนของ Monitor ในปัจจุบันมีให้เลือกทั้งแบบ 4:3, 5:4, 16:10 และ 16:9 คุณควรเลือกสัดส่วนจอโดยคำนึงถึงประเภทของงาน และ content ที่จะแสดงบนจอเป็นหลัก ปัจจุบันนี้จอ LCD สัดส่วนแบบ 16:9 กำลังเป็นที่นิยม เพราะมีสัดส่วนเดียวกับภาพยนตร์จอกว้าง ทำให้สามารถแสดงภาพยนตร์จอกว้างได้โดยไร้ขอบดำด้านบน-ล่าง ของจอ แต่ถ้าคุณคำนึงถึงพื้นที่ใช้สอยเป็นหลัก อาจพิจารณาจอแบบ 16:10 เพราะพื้นที่ในแนวตั้งที่มากขึ้นจะช่วยลดภาระในการลากเม้าส์เพื่ออ่านเอกสาร/เว็บเพจยาวๆ ได้ความละเอียด (Native Resolution): ความละเอียดที่ Monitor สามารถแสดงได้ มีหน่วยเป็นพิกเซล ซึ่งมีให้เลือกหลาย resolution ด้วยกัน เช่น 1,400 x 900, 1,600 x 900, 1,680 x 1,950, 1,920 x 1,080, 1,920 x 1,200 เป็นต้น สำหรับ resolution ที่ได้รับความนิยมกับจอ 21.5″-23″ แบบ 16:9 ได้แก่ขนาด 1,600 x 900 หรือ 1,920 x 1,080 (Full HD) จอ LED, LCD Monitor จะทำงานได้ดีที่สุดต่อเมื่อ คุณป้อนสัญญาณที่มีความละเอียดตรงกับ native resolution ของมันเท่านั้น ดังนั้นหากคุณต้องการเลือกจอไปใช้สำหรับการเล่นเกม ควรเลือกจอที่มี resolution ที่สัมพันธ์กับขีดความสามารถของการ์ดจอของคุณด้วยContrast Ratio: คืออัตราส่วนของสีขาวที่สว่างที่สุด กับสีดำที่มืดที่สุด ตัวเลขที่สูงกว่าแสดงถึงความสามารถในการไล่ความสว่างของเฉดสีต่างๆ ได้หลายระดับมากขึ้น ทำให้มองเห็นรายละเอียดต่างๆ ในภาพชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะรายละเอียดต่างๆ ของภาพในหนัง/เกมในฉากมืดๆ ปัจจุบัน Native contrast ratio ของ LED, LCD monitor อยู่ที่ประมาณ 600:1 ถึง 1,000:1 (ทางผู้ผลิตจะไม่นิยมบอกกัน)Dynamic Contrast Ratio: เนื่องจากหลอด backlight (หลอดไฟที่ช่วยทำให้เม็ดสีของจอ LED, LCD เรืองแสง) ของ LED, LCD monitor ในปัจจุบันสามารถปรับระดับความสว่างตามลักษณะของ content ที่แสดงอยู่บนจอ ณ ขณะนั้นได้ ทั้งนี้เพื่อให้นำมาซึ่ง Contrast Ratio ที่สูงขึ้น พูดง่ายๆ คือ Dynamic Contrast Ratio เป็น Contrast Ratio สูงสุดที่จอสามารถทำได้ โดยตั้งอยู่บนสมมติฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง ผู้ผลิตส่วนใหญ่ในปัจจุบันจึงมักทำตลาดจอของตนด้วยตัวเลข Dynamic Contrast Ratio แทนการใช้ Native Contrast Ratio ซึ่งปัจจุบันมีตั้งแต่ 10,000:1 ไปจนถึง 5,000,000:1, 12,000,000:1 เลยก็มีResponse Time: เป็นระยะเวลาที่เม็ดสีบนจอ LCD ใช้ในการเปลี่ยนสถานะจากสีหนึ่งไปยังอีกสีหนึ่ง ฉะนั้นยิ่งตัวเลข response time น้อย ยิ่งหมายถึงการแสดงภาพเคลื่อนไหวที่เป็นธรรมชาติ ไร้เงา (ghosting) มากขึ้นBrightness: ความสว่างของจอ LED, LCD ในปัจจุบันจะอยู่ที่ 250 ? 500 cd/m2 (candela per square meter ? แรงเทียนต่อตารางเมตร) หากคุณต้องการนำจอไปวางไว้ในห้องที่สว่างมากๆ อาจต้องพิจารณาจอที่มีความสว่างมากขึ้น หรืออาจเลือกจอที่สว่างมากๆ เอาไว้ก่อน แล้วค่อยปรับให้สว่างน้อยลงตามสภาพแสงในห้องของคุณก็ได้View Angle: มุมมองการรับชมของจอในแนวตั้งและแนวนอน ปัจจุบันจอส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 170/170 หรือมากกว่า (170 องศาในแนวตั้ง และ 170 องศาในแนวนอน) ซึ่งตัวเลขนี้เป็นตัวบอกจุดทำมุมสูงสุดที่คุณสามารถรับชมภาพจากจอได้โดยที่สีและความสว่างไม่เพี้ยน (เช่นมองจากด้านข้างทำมุมสูงสุดได้ 170 องศาโดยที่สีและความสว่างไม่เพี้ยน เป็นต้น) เนื่องจากLCD monitor ถูกออกแบบมาให้ใช้กับคอมพิวเตอร์ (ซึ่งต้องมองตรงๆ) เป็นหลัก คุณจึงไม่ควรกังวลกับตัวเลขนี้มากเกินไปนักConnectivity Interface: Monitor ในปัจจุบันส่วนใหญ่จะมาพร้อมกับพอร์ท VGA (หรือ D-Sub) และพอร์ท DVI ซึ่งพอร์ท DVI นั้นจะให้ภาพที่มีคุณภาพดีกว่า เนื่องจากเป็นการเชื่อมต่อแบบดิจิตอล ส่วน VGA เป็นพอร์ทอนาล็อกแบบเก่าซึ่งใช้กันอย่างกว้างขวางทั้งใน PC/Notebook คุณจึงควรเลือก Monitor ที่มีพอร์ททั้งสองประเภท เพื่อความยืดหยุ่นในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ หรืออาจเลือกจอที่มีพอร์ท HDMI ไปเลยก็ได้ หากคุณต้องการนำไปเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีพอร์ท HDMI อย่าง Playstation 3Special Feature: คุณสมบัติอื่นๆ ในปัจจุบันนี้ก็ทางผู้ผลิตก็ต่างใส่เข้ามาใน Monitor เพื่อทำการแข่งขันกันอย่าง USB Hub, Webcam, Touch Screen, TV Tuner, 3D เป็นต้น ซึ่งส่วนนี้ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่อำนวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของเราได้ ขอแนะนำว่า ควรเลือกในสิ่งที่เราต้องการใช้งานจริงๆ เพราะคุณสมบัติเหล่ามันทำให้ราคาของ Monitor เอง มีราคาที่สูงขึ้นตามไปด้วย<<< ในหน้าถัดไปทีมงาน LCDSPEC.COM จะมาว่ากันด้วยการอ่านสเปกของ HDTV ล้วนๆ ครับ >>>
Mobile High Definition Link ผู้ช่วยส่งหนัง HD จากมือถือสู่ LCD TV ตัวโปรด !!!
ปัจจุบันโทรศัพท์มือถือที่มีพอร์ต HDMI ก็มีออกมามากมายหลากหลายรุ่นพอสมควร แต่ถ้าจะรับชมภาพยนตร์จากโทรศัพท์ของเราโดยให้ภาพไปออกทางทีวีผ่านการเชื่อมต่อของ HDMI ละก็ จะต้องใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ของตัวโทรศัพท์เอง ทำให้ต้องแก้ปัญหาด้วยการเสียบชาร์จไปดูไป แถมบางครั้งถ้าเราอยากจะ pause หรือควบคุมการเล่นไฟล์ เราก็ต้องเดินไปที่โทรศัพท์ของเราเพื่อจัดการมันซะ ทำให้ไม่สะดวกกับการรับชมเป็นอย่างยิ่ง จึงได้มีการพูดถึงมาตรฐานแบบใหม่ขึ้นมา นั่นคือ?Mobile High-Definition Link (MHL) ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกกับผู้ใช้งานได้ดีเลยครับการเชื่อมต่อของ MHL ก็ยังคงเป็น HDMI อยู่ โดยรองรับไฟล์วิดีโอได้ถึงขนาด 1080p ระบบเสียง 7.1 รอบทิศทางเหมือนปกติ แต่ส่วนที่เป็นจุดเด่นก็คือ ในการเล่นไฟล์นั้น โทรศัพท์จะใช้พลังงานจากทีวีมาแทนที่จะใช้แบตในตัวเครื่อง ทำให้ไม่ต้องเสียบสายพะรุงพะรังอีกแล้วนั่นเอง ใช้แค่สาย HDMI เส้นเดียวจบส่วนอีกข้อก็คือเราจะสามารถใช้รีโมทของทีวีที่รองรับ MHL ในการควบคุมการเล่นไฟล์ของโทรศัพท์ได้ด้วย คราวนี้ก็จะได้นอนดูหนังได้อย่างสบายใจแล้วละครับในขณะนี้ก็มีบริษัทรายใหญ่หลายรายให้การสนับสนุนในการค้นคว้าวิจัยอยู่หลายบริษัทเลย ไม่ว่าจะเป้น Nokia, Samsung, Toshiba และ Sony ซึ่งเมื่อพิจารณาไปแล้ว ดูมีโอกาสแจ้งเกิดที่ดีเลยละครับสำหรับ MHL นี้ที่มา : Pocketnow 
Acer Slim LED S Series จอบางได้ใจ ดีไซน์เรียบหรู ให้ความคมชัดสูงสุดถึง 100ล้าน:1
ลงตัวกับทุกองศา ประหยัดพื้นที่กับความบางของหน้าจอไม่ถึง 15?มม. ตัวเครื่องสีดำมันวาว เรียบลื่นในทุกสัมผัส หน้าจอ widescreen 16:9?ความละเอียดสูงสุดระดับ?Full HD 1080P?ความเร็วตอบสนองสูงสุด?2?มิลลิวินาที ให้เฉดสีถึง?16.7?ล้านสี คมชัดทุกรายละเอียดด้วยค่าความคมชัดสูงสุดถึง100,000,000: 1?พร้อมด้วยเทคโนโลยี?white LED backlight?ที่ปราศจากสารปรอทช่วยลดมลพิษเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงานสูงสุดถึง68%?พร้อมฉลากรองรับการประหยัดไฟเบอร์?5?เชื่อมต่อความบันเทิงด้วยช่องเชื่อมต่อสัญญาณ?VGA,DVI?และHDMIในบางรุ่น มีให้เลือกถึง?5?ขนาด ได้แก่?S192HQL(18.5?), S202HL(20?), S220HQL?และ?S222HQL (21.5?), S230HLbd?และ?S232HLCbid (23?), S242HLCbid (24?) สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ในราคาเริ่มต้นเพียง?3,690?บาท (ราคารวม?VAT?แล้ว) สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เอเซอร์?คอลล์เซ็นเตอร์?ที่เบอร์โทรศัพท์?0 2685 4311 หรือคลิกไปที่?www.acer.co.th 
LCD TV จาก TCL มียอดขายสูงสุด ในตรุษจีน 2010 ที่ผ่านมา
By: Aumper_Jai | Date: 17 March 2010 | | 155 ความเห็น
LCD TV ยอดขายสูงสุด ตรุษจีน 2010

??????????TCL Blue Ray LCD TV รุ่น P10 V10 ขนาด 32 และ 26 นิ้ว ทีวียอดนิยมที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมาในประเทศจีน LCD TV รุ่น P10 V10 ให้ภาพและเสียงสมบูรณ์แบบเสมือนจริง แบบ Full HD มีเทคโนโลยี Natural Light ที่ช่วยถนอมสายตา ประหยัดพลังงานและค่าไฟ มีระบบ HDMI รองรับ SD Card และ USB สินค้ามีจำหน่ายตามร้านค้า และโมเดิร์นเทรดทั่วไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์ 0-2541-5627?

??????????สอบถามข้อมูลข่าวเพิ่มเติมได้ที่ บ. นิวส์ เพอร์เฟค คอมมิวนิเคชั่น จก. โทรศัพท์ 0 – 2 9 5 6 – 5 2 7 6 – 7

เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ

     
     
    Tag: 3D 1080p Acer ASUS benq Blu-ray Blu-ray player Bravia ces CES 2011 commart DLNA DVI full hd Full HD 1080P hd HDMI HDTV iphone IPS lcd LCD monitor lcd tv LED LED Backlit LED Monitor LED TV LG monitor OLED OLED TV Panasonic Philips Plasma Plasma TV PS3 Samsung sharp Smart TV Sony Toshiba tv USB VGA wifi
    COPYRIGHT@2010 LCDSPEC.COM ALL RIGHTS RESERVED.