Buver's Guide Review HD Contents HD Accessories HD Event Promotions
พาชมจอ LCD และ LED ในงาน Commart Comtech 2010
เริ่มกันที่บูธของ Samsung กันก่อนเลย ขนมาให้ดูกันชุดใหญ่เลยตัวแรกนี้เป็นรุ่น 2233RZ ครับ เป็นจอแบบ 3D ขนาด 22 นิ้ว แบบ 16:10 ต่อมานี่เป็นจอเกรดมืออาชีพครับ XL20 ราคาเอาเรื่องเลย ใครรู้ตัวว่าไม่ใช่มืออาชีพ ปล่อยมันผ่านๆไปครับBX2035 ครับ LED 20 นิ้ว ราคาไม่เกินเอื้อมPX2370HD ตัวนี้ดูทีวีได้ด้วยครับ ราคาก็ไม่แพงเกินไปP2770H ครับ 27 นิ้ว! ใหญ่เต็มอารมณ์ ใครชอบบ่นๆว่า 24 นิ้วไม่พอใช้ล่ะก็ ถอยไอนี่ไปได้เลย ราคาก็ตามความใหญ่ครับ หุหุตัวนี้คุณภาพคับแก้วแน่นอน PX2370 แถมยังบาง 16.5 mm. ด้วยที่เห็นด้านบนนี้คือ MD230x3 เป็นจอที่มี 3 จอเรียงติดกันมาเลยในชุดครับ สำหรับใครที่ wide ที่มีอยู่ยังรู้สึกว่ามันยัง wide ไม่พอ ต้องมาถอยไอนี่ไปใช้เลย ราคาก็ 55,000 เท่านั้นเอง และถ้าเห็นตัวนี้แล้วยังรู้สึกไม่เต็มตาพออีกล่ะก็ถอยตัวล่างเลยแล้วกันราคาที่เห็นในป้ายเล็กใต้จอคือ 99,500LED รุ่นล่าสุดจาก LG เลยครับ ดีไซน์ขาตั้งแบบใหม่ไม่เหมือนใครacer ก็มาพร้อมเพรียงตัวนี้เป็นจอสัมผัสจาก acer ราคาไม่เบาทีเดียว แต่มีโปร cash back 4,000 หรือ รับ external hdd แทนได้ด้วย โอ้ว แจ่มจริงใครที่ยังชอบจอแบบ 4:3 สี่เหลี่ยมๆแบบเก่า acer ก็ยังพอมีครับBenQ ก็มีตัวเล็กๆ ราคาเบาๆ มานำเสนอตัวตรงกลางนี่ถูกที่สุด แต่ก็เล็กสุดเช่นกัน 15.6 นิ้ว
Review: BENQ EW2420 – LED Monitor ขนาดหน้าจอ 24″ ใช้พาเนล VA รุ่นแรกของโลก !!!
ช่วงนี้หลายคนอาจจะกำลังหามอนิเตอร์ตัวใหม่ ที่ไว้ใช้งานทั่วไปอย่างงานเอกสารหรือท่องอินเตอร์เน็ต จนไปถึงรองรับความบันเทิงอย่างชมภาพยนต ร์หรือเล่นเกมสามมิติแล้วล่ะก็ คงจะเลือกเป็น LED Monitor ในขนาดหน้าจอประมาณ 21.5 นิ้วขึ้นไป และความละเอียดระดับ Full HD ซึ่งจะแบบจอด้านหรือจอกระจก ก็แล้วแต่ละบุคคลกันไปในวันนี้ทาง LCDSpec.com ได้มีโอกาสรีวิว LED Monitor รุ่นใหม่ล่าสุดจาก BENQ ในรุ่น EW2420 ที่มีขนาดหน้าจอ 24 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล หรือเรียกง่ายๆ ว่า Full HD อีกทั้งยังมากับสเปกที่น่าสนใจอย่างพาแนลแบบ VA ที่นำมาใช้งานร่วมกับเทคโนโลยี LED Backlit ที่ถือได้ว่ามอนิเตอร์รุ่นของโลกที่นำมาใช้แทนพาเนล TN แบบเก่า และคอนทราสต์ที่สูงถึง 20 ล้าน:1 ในแบบ DCR (Dynamic Contrast Ratio) แต่ถ้าเป็นแบบ Native จะอยู่ที่ 3,000:1 ซึ่งนับว่าเป็นค่าที่สูงมากๆ ทีเดียว รวมไปถึงคุณสมบัติอย่างมีลำโพงในตัว มีพอร์ต USB Hub ถึง 4 พอร์ตด้วยกัน และยังสนับสนุนการเชื่อมต่อ HDMI ถึง 2 พอร์ตด้วยกัน นอกเหนือจาก D-Sub กับ DVI แล้วลองไปชมวีดีโอเปิดตัวของเทคโนโลยี LED Monitor และพาเนล VA จาก BENQ กันก่อน :)สำหรับอุปกรณ์ที่ให้มาในกล่อง ก็มีมาเป็นมาตรฐานอย่าง คู่มือ / CD Guide / สายสัญญาณ D-sub / DVI / สายไฟ? อีกทั้งยังมีสายสัญญาณเสียงขนาด 3.5 ม.ม. และสาย USB ที่ไว้เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ ส่วนสายสัญญาณ HDMI นั้นไม่มีมาให้แต่อย่างใด (ถ้าแถมมาให้นี่ จะเยี่ยมมากๆ เลย ซึ่งหากใครจะใช้ HDMI คงจะต้องซื้อหากันเอา ที่เริ่มจากราคาไม่กี่ร้อย จนไปถึงหลักพันบาท)LED Monitor จากทาง BenQ EW2420 ขนาดหน้าจอ 24 นิ้ว Widescreen สัดส่วนเป็น 16:9 ความละเอียดสูงสุดที่ 1920?1080 พิกเซล (Full HD) พาเนลคุณภาพ VA มีค่า Contrast Ratio แบบ Native 3,000:1 หรือในแบบ Dynamic Contrast Ratio ที่สูงถึง 20 ล้าน:1 อัตราความเร็วตอบสนองที่ 8ms โดยพอร์ตการเชื่อมต่อสนับสนุนทั้งแบบอนาล๊อกในรูปแบบของ D-Sub และดิจิตอลที่เป็น DVI / HDMI แน่นอนว่าด้วยความที่มันเป็นจอ LED ดีไซน์ของจอเลยบางพิเศษกว่า LCD Monitor ธรรมดาทั่วไป แต่ก็ยังถือว่าหนา หากเทียบกับ LED Monitor ตัวอื่นๆ ที่นำอแดปเตอร์แปลงไฟไว้ภายนอก สำหรับราคาค่าตัวอยู่ที่ 9,490 บาทส่วนของการดีไซน์ออกแบบ จะเห็นว่าเป็นรูปลักษณ์ใหม่ของ BenQ ที่มีความหรูหรา ด้วยสีดำมันวาว Glossy ในแบบเรียบๆ แต่ก็ทำให้เป็นรอยนิ้วมือหรือรอยขนแมวได้ง่ายเช่นกัน ซึ่งจะว่าไปจริงๆ มอนิเตอร์ในยุคนี้ก็เป็นแนวนี้กันซะหมดอยู่แล้วมาชมที่ภาพด้านหน้าตรงกันก่อนดูในมุมเอียงขวากันหน่อยและเอียงซ้าย ซึ่งจัดได้ว่ารูปร่างหน้าตา น่าใช้งานใช้ได้เลยครับโดยฐานตั้งเป็นลักษณะกลมๆ มีขนาดที่ใหญ่ที่โล่งๆ เนียนๆ พอสมควร รองรับจอขนาด 24 นิ้ว ได้แข็งแรงมั่นคงอย่างสบายๆ? แถมยังมีสติ๊กเกอร์ Compatible with Windows 7 แปะไว้อีกด้วย เพื่อจะได้รู้ว่า LED Monitor รุ่นนี้ ใช้งานกับ Windows 7 ได้ด้วย :P และในส่วนของขอบของหน้าจอด้านล่างจะเป็นแท่งสีเทากลม ที่ช่วยเพิ่มความสวยงามและหรูหราเข้าไปอีกตรงกลางขอบจอด้านล่างจะเป็นโลโก้ยี่ห้อ BENQ โดยจะมีตัวหนังสือเป็นสีเงินนูนขึ้นมาเทคโนโลยี Senseye 3 ให้สีสันสดใสสมจริง เอกสิทธิ์เฉพาะ BenQ และคำว่า LED ที่เป็นการตอกย้ำว่าเป็น LED Monitor จริงๆ นะด้านบนมุมขวา จะมีการระบุชื่อรุ่นเอาไว้ โดยที่มีตัวหนังสือเป็นสีเทาปุ่ม Power จะอยู่ขอบด้านข้างทางมุมขวาล่างโดยที่เวลาอยู่ในสถานะ standby หรือไม่มีสัญญาณเข้า จะมีไฟเป็นสีส้ม และเมื่อมีพร้อมใช้งานจะเป็นไฟสีเขียวครับมาดูกันที่ปุ่มปรับตั้งค่าต่างๆ ของจอ จะเห็นได้ว่าจะเป็นตัวหนังสือสีขวา ทำให้มองเห็นได้ชัดเจน ส่วนปุ่มกดจะอยู่บริเวณขอบล่างของจอ นับจากทางซ้ายไปขวาจะเป็นปุ่ม Auto / Menu / ลูกศรขึ้น / ลูกศรลง และ Enterสำหรับในส่วนของขอบด้านซ้ายจะเป็นช่อง USB Hub จำนวน 2 พอร์ตด้วยกัน รวมไปถึงช่องเสียบหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 ม.ม.คราวนี้เรามาลองดูในมุมด้านข้างกันบ้าง ซึ่งดูจากภาพแล้วจะเห็นเลยว่าความบางของเครื่องจัดได้ว่าเป็น LED Monitor ที่ไม่ได้มีความบางจัดมากนัก แต่ถ้าเราซื้อมาใช้งานเป็นหลัก ส่วนนี้ก็ไม่ต้องไปสนใจมากเท่าใดนักลองมาดูการปรับก้ม – เงย ของหน้าจอกัน อย่างภาพด้านบนจะเป็นการปรับให้ก้มที่สุด (เหมือนไม่ได้ก้มเลย)ส่วนภาพนี้จะเป็นการปรับให้เงยสุด จะเห็นได้ว่าปรับได้พอสมควรเลยมาชมกันที่ด้านหลังกันบ้าง? จะเห็นว่าโลโก้ BENQ ในวงกลมอยู่ ดูแล้วโล่งๆ ว่างๆ แต่ก็จะมีมีลวดลายคล้ายๆ กับหนังอยู่ด้วย บริเวณนั้นด้านบนจะเป็บช่องแบบร่องลึกลงไป เพื่อระบายความร้อนออกจากตัวจอ เมื่อมีการเปิดใช้งานซึ่งด้านหลังนั้นรองรับการติดตั้งแบบ VESA Wall mouting ขนาด 100?100mm อยู่ด้วยด้านมุมขวาล่างจะเป็นตัวล๊อค Kensington ที่ไว้ใช้ยึดกับโต๊ะ เพื่อป้องกันการเคลื่อนย้ายที่พิเศษกว่ามอนิเตอร์รุ่นอื่นๆ คือ จะมีอุปกรณ์น่ารักๆ ที่ไว้จัดการในเรื่องสายสัญญาณให้เป็นระเบียบเรียบร้อยอีกด้วยนอกเหนือจากนี้อย่างที่ทราบกันคือ เป็น LED Monitor ที่มีลำโพงสเตอริโอในตัว โดยตัวลำโพงจะถูกติดตั้งบริเวณขอบจอด้านล่างทั้งขวาและซ้ายครับซึ่งถ้าเราไม่สังเกตดีๆ ก็อาจจะมองไม่เห็นได้ มาเสียงดังมาจากตำแหน่งไหนมาถึงในส่วนพอร์ตการเชื่อมต่อภายนอกที่รองรับรับทั้งดิจิตอลและอนาล็อก ที่จะอยู่บริเวณด้านล่างทางขวาของจอภาพ จากรูปภาพด้านบนไล่จากทางซ้ายไปทางขวาจะเป็น พอร์ต HDMI 1 / HDMI 2 / DVI / D-Sub / USB? เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ / USB Hub 2 พอร์ตที่เหลือ จากทั้งหมด 4 พอร์ตและสุดท้ายทางด้านซ้ายล่างของหน้าจอก็จะเป็นช่องเสียบสายไฟ เพื่อส่งพลังงานมายังจอมอนิเตอร์ โดยทางฝั่งขวาช่องหูฟังที่รับสัญญาณเสียงเข้า (สีฟ้า) และส่งสัญญาณเสียงออก (สีเขียว)
รู้ไว้ไม่เสียหลาย กับมาตราฐานต่างๆ ของจอภาพ Monitor และ Notebook ในปัจจุบัน
คงต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีในยุคนี้มันไปไว ไม่เว้นแม้แต่เทคโนโลยีการแสดงผล ก่อนหน้านี้หลายๆ คนคงมีคำถามมากมาย เกี่ยวกับมาตราฐานของจอภาพที่เรียกกัน WSXGA, Full HD, TN, IPS ที่มีให้เห็นอยู่อุปกรณ์แสดงผลทุกๆ ชนิด??วันนี้ทีมงาน LCDSPEC.COM เรามีคำตอบให้ซึ่ง?เหมาะสำหรับคนที่คิดจะซื้อ LCD Monitor, LED Monitor หรือแม้กระทั่ง Notebook, Tablet ให้รู้ลึกรู้จริง ก่อนตัดสินใจจ่ายเงินไป?สำหรับบทความนี้ใช้เวลาอ่านเพียงน้อยนิดก็น่าจะทำความเข้าใจกันได้ไม่ยากเย็นนัก เอาล่ะครับ เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า?ด้านล่างเป็นการอ่านค่ามาตราฐานความละเอียดของจอภาพต่างๆ??อย่างที่พอทราบกัน จอภาพ Notebook รุ่นใหม่ทั่วไปในตลาดจะเป็น WXGA 1388×768 หรือที่เรียกกันว่าเป็นแบบ HD (Hi-Definition) สามารถเล่นหนังแบบความละเอียดสูง (1280×720 และ 1920×1080) ได้เต็มจอ ไม่มีขอบสีดำด้านบนล่าง?ด้านล่างจะเป็นตารางบอกความละเอียดจอภาพตามชนิดต่างๆ?อ้างอิงมาจาก Database ของ www.notebookspec.com นะครับ?
Acer Slim LED S Series จอบางได้ใจ ดีไซน์เรียบหรู ให้ความคมชัดสูงสุดถึง 100ล้าน:1
ลงตัวกับทุกองศา ประหยัดพื้นที่กับความบางของหน้าจอไม่ถึง 15?มม. ตัวเครื่องสีดำมันวาว เรียบลื่นในทุกสัมผัส หน้าจอ widescreen 16:9?ความละเอียดสูงสุดระดับ?Full HD 1080P?ความเร็วตอบสนองสูงสุด?2?มิลลิวินาที ให้เฉดสีถึง?16.7?ล้านสี คมชัดทุกรายละเอียดด้วยค่าความคมชัดสูงสุดถึง100,000,000: 1?พร้อมด้วยเทคโนโลยี?white LED backlight?ที่ปราศจากสารปรอทช่วยลดมลพิษเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงานสูงสุดถึง68%?พร้อมฉลากรองรับการประหยัดไฟเบอร์?5?เชื่อมต่อความบันเทิงด้วยช่องเชื่อมต่อสัญญาณ?VGA,DVI?และHDMIในบางรุ่น มีให้เลือกถึง?5?ขนาด ได้แก่?S192HQL(18.5?), S202HL(20?), S220HQL?และ?S222HQL (21.5?), S230HLbd?และ?S232HLCbid (23?), S242HLCbid (24?) สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ในราคาเริ่มต้นเพียง?3,690?บาท (ราคารวม?VAT?แล้ว) สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เอเซอร์?คอลล์เซ็นเตอร์?ที่เบอร์โทรศัพท์?0 2685 4311 หรือคลิกไปที่?www.acer.co.th 
The Panel แนวคิดใหม่ที่ทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นด้วย LED Monitor พกพาแบบชาร์จไฟได้
By: Aumper_Jai | Date: 29 March 2010 | | 1 ความเห็น

MEDL Technology เปิดตัวจอภาพแบบพกพา The Panel?ซึ่งแนวคิดนี้เริ่มมาจาก การที่เรามักจะนำนำโน้ตบุ๊กไปทำงานตามร้านกาแฟด้วย? แต่ด้วยขนาดหน้าจอโน้ตบุ๊กที่มีอยู่อย่างจำกัด ทำให้บางครั้งการทำงานของเราก็ติดขัดอยู่บ้าง ครั้นจะเอาหน้าจอใหญ่ๆ อย่างขนาด 24 นิ้วที่ไว้ดูหนังที่บ้าน เอามาใช้งานที่ร้านกาแฟก็ใช่เรื่อง ฉะนั้นจะดีกว่าไหมที่จะมีจอ Monitor ที่สามารถนำไปใช้เป็นจอที่ 2 ของโน้ตบุ๊กได้ทุกที หรือแม้แต่เราจะนำ iPod, iPhone และครื่องเล่นเกม Wii XBOX360, PS3 หรืออุปกรณ์พกพาอื่นๆ มาเชื่อมต่อก็ยังได้ โดยมีขนาดหน้าที่ที่พอเหมาะขนาด 13.3 นิ้ว ความละเอียดของจอภาพอยู่ที่ 1280?800 พิกเซล เป็นจอภาพแบบ LED-backlit ที่มีรูปลักษณ์ที่ดูบางเฉียบ พร้อมติดตั้งการเชื่อมต่อภายนอกครบครันมาให้ทั้ง DVI, VGA, Component, S-Video, mini-HDMI?และ ?USB และที่สำคัญยังติดตั้งแบตเตอรี่ที่สามารถทำให้้ใช้งานจอได้ยาวนานถึง 5 ชั่วโมง ต่อการชาร์จไฟ 1 ครั้ง คาดว่าเราจะได้เห็นตัวเป็นๆ ของเจ้าจอนี่ก็ประมาณไตรมาสสุดท้ายของปี 2010 นี้ สำหรับราคาที่ตั้งไว้คือ 350 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 12,000 บาท) คิดๆ ดูแล้วมันคงจะเหมาะกับบรรยากาศในร้านกาแฟน่าดูเลยครับ

ที่มา : www.engadget.com

เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ

 
 
Tag: 3D 1080p Acer ASUS benq Blu-ray Blu-ray player Bravia ces CES 2011 commart DLNA DVI full hd Full HD 1080P hd HDMI HDTV iphone IPS lcd LCD monitor lcd tv LED LED Backlit LED Monitor LED TV LG monitor OLED OLED TV Panasonic Philips Plasma Plasma TV PS3 Samsung sharp Smart TV Sony Toshiba tv USB VGA wifi
COPYRIGHT@2010 LCDSPEC.COM ALL RIGHTS RESERVED.