Buver's Guide Review HD Contents HD Accessories HD Event Promotions
ฟันธงลงดาบกับจอ LED Monitor 5 รุ่นโดนใจขนาดใหญ่คุ้มค่า ในสิ้นปีนี้
สวัสดีครับ หลายๆ คนตอนนี้ก็อาจจะกำลังคิดที่จะซื้อของขวัญให้ตัวเองอยู่ในเทศกาลปีใหม่นี้ เชื่อได้อย่างหนึ่งว่าหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือ Monitor ก็เป็นของสิ่งหนึ่งเหมือนกันที่ทุกคนอยากจะเปลี่ยนให้มีขนาดใหญ่ขึ้น แสดงผลได้ดีขึ้นแต่ก็เข้าใจว่าทุกคนล้วนแล้วแต่อยากได้สิ่งที่ดีที่สุด โดยจ่ายเงินออกไปให้น้อยที่สุด วันนี้ทีมงาน LCDSPEC.COM ของเราจึงถือโอกาสมาแนะนำ LED Monitor ในตลาดที่น่าสนใจ จำนวน 5 รุ่น ใน 5 แบรนด์ชั้นนำ ของช่วงเวลานี้กันหน่อย1. Acer LED Monitor – S231HQLbd?ราคา 5,290 บาทสเปกโดยพอสังเขป :- ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว สัดส่วน 16:9- ความละเอียด Full HD 1920 x 1080 พิกเซล- ค่าความสว่าง 250 cm/m2- คอนทราสต์ 12,000,000:1 (ACM)- อัตราความเร็วตอบสนอง 5ms- การเชื่อมต่อ D-Sub / DVILCDSPEC.COM ฟันธง: เหมาะสำหรับคนงบจำกัด แล้วที่อยากได้หน้าจอใหญ่ความละเอียดสูง มาแทนที่หน้าจอแบบเดิมๆ ในราคาค่าตัวเพียง 5,290 บาท ก็ได้เทคโนโลยี LED ทีให้การแสดงภาพมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยคอนทราสต์ 12,000,000:1 (ACM) แถมด้วยการประหยัดพลังงานลงไปถึง 68% เมื่อเทียบกับ LCD Monitor แบบเดิมๆ แต่ก็ยังมีข้อสังเกตอยู่ก็คือ ช่องทางการเชื่อมต่อสัญญาณค่อนข้างจะมีข้อจำกัดไปซักหน่อย น่าจะติดตั้งพอร์ต HDMI มาให้ด้วยเลย เพราะสมัยนี้ถ้าเราจะทำการต่อจอเข้ากับโน้ตบุ๊กหรือคอมพิวเตอร์พีซี การ์ดจอใหม่ๆ ก็จะเป็น HDMI กันหมดแล้ว รวมไปถึงเครื่องเล่นเกมคอนโซลด้วยที่รองรับการเชื่อมต่อดิจิตอลที่เป็นเฉพาะ ?HDMI เท่านั้น ส่วนดีไซน์ก็ดูเรียบๆ ไปหน่อย แต่ก็ยังจัดได้ว่าสวยงามอยู่ อันนี้ก็คงขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนนะครับ2. AOC LED Monitor -?E2440V?ราคา 5,990 บาทสเปกโดยพอสังเขป :- ขนาดหน้าจอ 24 นิ้ว สัดส่วน 16:9- ความละเอียด Full HD 1920 x 1080 พิกเซล- ค่าความสว่าง 300 cm/m2- คอนทราสต์ 2,000,000:1 (DCR)- อัตราความเร็วตอบสนอง 5ms- การเชื่อมต่อ D-Sub / DVILCDSPEC.COM ฟันธง: เหมาะสำหรับคนงบน้อย อยากได้หน้าจอขนาดใหญ่สะใจถึง 24 นิ้ว แถมด้วยความละเอียดเยอะๆ อย่าง Full HD 1920 x 1080 พิกเซล เมื่อนำไปดูหนัง Blu-ray ก็เต็มตา ที่สำคัญคือได้ดีไซน์การออกแบบที่ไม่ซ้ำใคร ถ้าซื้อไปใช้งานรับรองว่าไม่มีใครเหมือนอย่างแน่นอน ลวดลายที่มีมาถือว่าสวยงาม ดูดีมีศิลปะ เล่นขอบจอเป็นลักษณะแก้วใสหรูหรา ในส่วนของสเปกก็จัดได้ว่าเป็นค่ามาตรฐานของหน้าจอแบบ LED Monitor แต่ก็ขาดพอร์ต HDMI ไปอีกนั่นแหละ สำหรับราคาค่าตัวนั้นก็ตกเพียง 5,990 บาท ซึ่งก็เดาว่าหลายท่านคงสงสัยว่าทำไมมันถูกเวอร์จัง ก็ขอบอกให้ทราบตรงนี้เลยว่า ไม่ใช่ว่าของไม่ดีนะครับ แต่แบรนด์นี้เค้าเน้นในการทำราคาอยู่แล้ว ก็เลยเป็นปกติไป3. Benq LED Monitor -?V2420?ราคา 8,290 บาทสเปกโดยพอสังเขป :- ขนาดหน้าจอ 24 นิ้ว สัดส่วน 16:9- ความละเอียด Full HD 1920 x 1080 พิกเซล- ค่าความสว่าง 300 cm/m2- คอนทราสต์ 10,000,000:1 (DCR)- อัตราความเร็วตอบสนอง 5ms- การเชื่อมต่อ D-Sub / DVILCDSPEC.COM?ฟันธง: หน้าจอขนาดใหญ่ขึ้นไปอีกกับขนาด 24 นิ้ว ความละเอียด Full HD ที่มีพื้นที่การทำงานที่กว้างขวาง จะเอาไปทำงานหรือเอ็นเตอร์เทนก็ไม่ต้องกังวล หน้าจอเป็นแบบจอด้านไม่ต้องห่วงเรื่องของการทำงานที่ต้องเพ่งไปที่หน้าจอนานๆ ส่วนในเรื่องของสีสันความถูกต้องของสี ด้วยความที่เป็น LED Monitor ของ Benq ก็ไม่ต้องเป็นห่วงเท่าใดนัก เพราะสามารถเชื่อใจได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็มีข้อน่าสังเกตอยู่เหมือนกันที่ว่าทำไมไม่ติดตั้งพอร์ต HDMI มาให้ด้วยซะเลย จะได้พร้อมเชื่อมต่อสัญญาณกับทุกๆ อุปกรณ์ ดีไซน์ก็ถือว่าจอมีลักษณะค่อนข้างบางและสวยงามทีเดียว ?พร้อมทั้งยังได้รางวัล Product Design Award 2010 อีกด้วย สนนราคาก็แพงกว่าตัว AOC ประมาณ 2,000 บาท ตรงนี้คงต้องตัดสินใจกันหน่อยว่าจะเลือกรุ่นนี้ด้วยความความใหญ่ขึ้นอีก 1 นิ้วหรือเปล่า4. LG LED Monitor – E2360V-PN ราคา 5,950 บาทสเปกโดยพอสังเขป :- ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว สัดส่วน 16:9- ความละเอียด Full HD 1920 x 1080 พิกเซล- ค่าความสว่าง 250 cm/m2- คอนทราสต์ 2,000,000:1 (DCR)- อัตราความเร็วตอบสนอง 5ms- การเชื่อมต่อ D-Sub / DVI / HDMILCDSPEC.COM?ฟันธง: นอกจากหน้าจอจะมีขนาดใหญ่คือ 23 นิ้ว สัดส่วนยอดนิยม 16:9 สนับสนุนทุกความบันเทิง และจุดที่น่าสนใจคือดีไซน์ ซึ่งถือว่าสวยงามโดดเด่น เพียวบาง ไม่ว่าจะนำไปจัดวางที่โต๊ะทำงานหรือห้องไหนๆ ก็จะกลายเป็นเฟอร์นิเจอร์สุดหรูอีกชิ้นหนึ่งได้ในทันที ส่วนในเรื่องของสเปกก็ไม่เป็นรองใคร ด้วยความละเอียดระดับ Full HD ที่เป็นมาตรฐานของจอคอมพิวเตอร์สมัยนี้ ?อีกอย่างที่เป็นจุดเด่นก็คือ การเชื่อมต่อที่ครบครันทั้ง D-Sub / DVI / HDMI คราวนี้ไม่ว่าเราจะเอาไปเชื่อมต่อสัญญาณกับช่องทางใดก็พร้อมไปหมด ไม่ต้องเสียเวลามาหาตัวแปลงกันให้ลำบาก ค่าตัวก็จัดได้ว่าคุ้มค่า ด้วยราคา 5,950 บาท ถือว่าไม่แพงเลยกับสิ่งที่ได้มา5. Samsung LED Monitor – BX2350 ราคา 9,900 บาท- ขนาดหน้าจอ 24 นิ้ว สัดส่วน 16:9- ความละเอียด Full HD 1920 x 1080 พิกเซล- ค่าความสว่าง ?250 cm/m2- คอนทราสต์ 5,000,000:1 (DCR)- อัตราความเร็วตอบสนอง 2ms- การเชื่อมต่อ D-Sub / HDMI x 2LCDSPEC.COM?ฟันธง: เพียงแรกเห็นก็ดูสวยโดดเด่นเหนือใครกันแล้วกับ LED Monitor รุ่นนี้จากทาง Samsung ด้วยการดีไซน์ที่ออกเป็นแนวสปอร์ต ฐานจอดูโฉบเฉี่ยวไม่ซ้ำใคร มีเอกลักษณ์ในตัวค่อนข้างสูง ขนาดการใช้งานหน้าจอก็รองรับทุกความบันเทิงด้วยขนาด 24 นิ้ว ความละเอียดที่ควรเป็นคือ 1920 x 1080 พิกเซล อีกทั้งด้วยอัตราความเร็วตอบสนอง 2ms จึงไม่ต้องเป็นห่วงเมื่อแสดงผลภาพที่เคลื่อนไหวเร็วๆ อีกจุดที่จะถือว่าเป็นจุดเด่นหรือเป็นข้อสังเกตก็ได้ นั่นก็คือได้ติดตั้งพอร์ต HDMI มาให้ถึง 2 พอร์ตด้วยกัน โดยที่ได้ตัดพอร์ต DVI ออกไปซะงั้น ข้อดีคือเมื่อเรามีอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อด้วย HDMI 2 เครื่อง เราก็สามารถเสียบ HDMI คาไว้ได้เลย โดยไม่ต้องถอดไปมา ส่วนถ้าเมื่อไหร่มีอุปกรณ์ที่เป็น DVI มา ก็คงต้องหาตัวแปลงกันหน่อย แต่ในส่วนนี้ถ้ารู้ตัวเองอยู่แล้วว่าที่บ้านเรามีอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็นโน้ตบุ๊กหรือการ์ดจออะไร ก็คงไม่ใช่ปัญหาเท่าไหร่ สนนราคา LED Monitor ตัวนี้ก็ 9,900 บาท ซึ่งหลายๆ คนอาจจะดูว่าราคาสูง แต่ก็นะเหมือนอารมณ์อยู่เหนือเหตุผล ใครจะว่าอะไรได้เป็นอย่างไรก้นบ้างครับ กับ LED Monitor ที่น่าสนใจ ทั้ง 5 รุ่น 5 แบรนด์ ที่แจ่มๆ ทั้งนั้น ชอบแบบไหนค่อยๆ เลือกนะครับ อย่ารีบร้อนจนเกินไป เดี๋ยวซื้อแล้วพอนำมาใช้งานจริงๆ จะไม่ถูกใจกันเปล่าๆ นอกจากนี้อย่าลืมอ่านบทความอื่นๆ?ที่เกี่ยวข้องกันด้วย ส่วนในเรื่องของคอนทราสต์ดูเหมือนบางตัวจะแตกต่างมากกว่าไปซะหน่อย แต่ขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่าให้ฟังหูไว้หู เพราะจริงๆ แล้วค่านี้มาตรฐานของแต่ละโรงงานวัดมาคนละอย่างกัน ก่อนซื้อไปดูด้วยตาของตัวเองจะดีที่สุดและอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ ราคา สำหรับราคาที่ได้ลงไว้ในบทความนี้จะเป็นราคาตามโบร์ชัว ซึ่งจริงๆ แล้วหน้าร้านจะมีราคาถูกลงไปกว่านี้อีก 300 – 500 บาท เชียวนะครับ?LCDSPEC.COM
Review: BENQ EW2420 – LED Monitor ขนาดหน้าจอ 24″ ใช้พาเนล VA รุ่นแรกของโลก !!!
ช่วงนี้หลายคนอาจจะกำลังหามอนิเตอร์ตัวใหม่ ที่ไว้ใช้งานทั่วไปอย่างงานเอกสารหรือท่องอินเตอร์เน็ต จนไปถึงรองรับความบันเทิงอย่างชมภาพยนต ร์หรือเล่นเกมสามมิติแล้วล่ะก็ คงจะเลือกเป็น LED Monitor ในขนาดหน้าจอประมาณ 21.5 นิ้วขึ้นไป และความละเอียดระดับ Full HD ซึ่งจะแบบจอด้านหรือจอกระจก ก็แล้วแต่ละบุคคลกันไปในวันนี้ทาง LCDSpec.com ได้มีโอกาสรีวิว LED Monitor รุ่นใหม่ล่าสุดจาก BENQ ในรุ่น EW2420 ที่มีขนาดหน้าจอ 24 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล หรือเรียกง่ายๆ ว่า Full HD อีกทั้งยังมากับสเปกที่น่าสนใจอย่างพาแนลแบบ VA ที่นำมาใช้งานร่วมกับเทคโนโลยี LED Backlit ที่ถือได้ว่ามอนิเตอร์รุ่นของโลกที่นำมาใช้แทนพาเนล TN แบบเก่า และคอนทราสต์ที่สูงถึง 20 ล้าน:1 ในแบบ DCR (Dynamic Contrast Ratio) แต่ถ้าเป็นแบบ Native จะอยู่ที่ 3,000:1 ซึ่งนับว่าเป็นค่าที่สูงมากๆ ทีเดียว รวมไปถึงคุณสมบัติอย่างมีลำโพงในตัว มีพอร์ต USB Hub ถึง 4 พอร์ตด้วยกัน และยังสนับสนุนการเชื่อมต่อ HDMI ถึง 2 พอร์ตด้วยกัน นอกเหนือจาก D-Sub กับ DVI แล้วลองไปชมวีดีโอเปิดตัวของเทคโนโลยี LED Monitor และพาเนล VA จาก BENQ กันก่อน :)สำหรับอุปกรณ์ที่ให้มาในกล่อง ก็มีมาเป็นมาตรฐานอย่าง คู่มือ / CD Guide / สายสัญญาณ D-sub / DVI / สายไฟ? อีกทั้งยังมีสายสัญญาณเสียงขนาด 3.5 ม.ม. และสาย USB ที่ไว้เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ ส่วนสายสัญญาณ HDMI นั้นไม่มีมาให้แต่อย่างใด (ถ้าแถมมาให้นี่ จะเยี่ยมมากๆ เลย ซึ่งหากใครจะใช้ HDMI คงจะต้องซื้อหากันเอา ที่เริ่มจากราคาไม่กี่ร้อย จนไปถึงหลักพันบาท)LED Monitor จากทาง BenQ EW2420 ขนาดหน้าจอ 24 นิ้ว Widescreen สัดส่วนเป็น 16:9 ความละเอียดสูงสุดที่ 1920?1080 พิกเซล (Full HD) พาเนลคุณภาพ VA มีค่า Contrast Ratio แบบ Native 3,000:1 หรือในแบบ Dynamic Contrast Ratio ที่สูงถึง 20 ล้าน:1 อัตราความเร็วตอบสนองที่ 8ms โดยพอร์ตการเชื่อมต่อสนับสนุนทั้งแบบอนาล๊อกในรูปแบบของ D-Sub และดิจิตอลที่เป็น DVI / HDMI แน่นอนว่าด้วยความที่มันเป็นจอ LED ดีไซน์ของจอเลยบางพิเศษกว่า LCD Monitor ธรรมดาทั่วไป แต่ก็ยังถือว่าหนา หากเทียบกับ LED Monitor ตัวอื่นๆ ที่นำอแดปเตอร์แปลงไฟไว้ภายนอก สำหรับราคาค่าตัวอยู่ที่ 9,490 บาทส่วนของการดีไซน์ออกแบบ จะเห็นว่าเป็นรูปลักษณ์ใหม่ของ BenQ ที่มีความหรูหรา ด้วยสีดำมันวาว Glossy ในแบบเรียบๆ แต่ก็ทำให้เป็นรอยนิ้วมือหรือรอยขนแมวได้ง่ายเช่นกัน ซึ่งจะว่าไปจริงๆ มอนิเตอร์ในยุคนี้ก็เป็นแนวนี้กันซะหมดอยู่แล้วมาชมที่ภาพด้านหน้าตรงกันก่อนดูในมุมเอียงขวากันหน่อยและเอียงซ้าย ซึ่งจัดได้ว่ารูปร่างหน้าตา น่าใช้งานใช้ได้เลยครับโดยฐานตั้งเป็นลักษณะกลมๆ มีขนาดที่ใหญ่ที่โล่งๆ เนียนๆ พอสมควร รองรับจอขนาด 24 นิ้ว ได้แข็งแรงมั่นคงอย่างสบายๆ? แถมยังมีสติ๊กเกอร์ Compatible with Windows 7 แปะไว้อีกด้วย เพื่อจะได้รู้ว่า LED Monitor รุ่นนี้ ใช้งานกับ Windows 7 ได้ด้วย :P และในส่วนของขอบของหน้าจอด้านล่างจะเป็นแท่งสีเทากลม ที่ช่วยเพิ่มความสวยงามและหรูหราเข้าไปอีกตรงกลางขอบจอด้านล่างจะเป็นโลโก้ยี่ห้อ BENQ โดยจะมีตัวหนังสือเป็นสีเงินนูนขึ้นมาเทคโนโลยี Senseye 3 ให้สีสันสดใสสมจริง เอกสิทธิ์เฉพาะ BenQ และคำว่า LED ที่เป็นการตอกย้ำว่าเป็น LED Monitor จริงๆ นะด้านบนมุมขวา จะมีการระบุชื่อรุ่นเอาไว้ โดยที่มีตัวหนังสือเป็นสีเทาปุ่ม Power จะอยู่ขอบด้านข้างทางมุมขวาล่างโดยที่เวลาอยู่ในสถานะ standby หรือไม่มีสัญญาณเข้า จะมีไฟเป็นสีส้ม และเมื่อมีพร้อมใช้งานจะเป็นไฟสีเขียวครับมาดูกันที่ปุ่มปรับตั้งค่าต่างๆ ของจอ จะเห็นได้ว่าจะเป็นตัวหนังสือสีขวา ทำให้มองเห็นได้ชัดเจน ส่วนปุ่มกดจะอยู่บริเวณขอบล่างของจอ นับจากทางซ้ายไปขวาจะเป็นปุ่ม Auto / Menu / ลูกศรขึ้น / ลูกศรลง และ Enterสำหรับในส่วนของขอบด้านซ้ายจะเป็นช่อง USB Hub จำนวน 2 พอร์ตด้วยกัน รวมไปถึงช่องเสียบหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 ม.ม.คราวนี้เรามาลองดูในมุมด้านข้างกันบ้าง ซึ่งดูจากภาพแล้วจะเห็นเลยว่าความบางของเครื่องจัดได้ว่าเป็น LED Monitor ที่ไม่ได้มีความบางจัดมากนัก แต่ถ้าเราซื้อมาใช้งานเป็นหลัก ส่วนนี้ก็ไม่ต้องไปสนใจมากเท่าใดนักลองมาดูการปรับก้ม – เงย ของหน้าจอกัน อย่างภาพด้านบนจะเป็นการปรับให้ก้มที่สุด (เหมือนไม่ได้ก้มเลย)ส่วนภาพนี้จะเป็นการปรับให้เงยสุด จะเห็นได้ว่าปรับได้พอสมควรเลยมาชมกันที่ด้านหลังกันบ้าง? จะเห็นว่าโลโก้ BENQ ในวงกลมอยู่ ดูแล้วโล่งๆ ว่างๆ แต่ก็จะมีมีลวดลายคล้ายๆ กับหนังอยู่ด้วย บริเวณนั้นด้านบนจะเป็บช่องแบบร่องลึกลงไป เพื่อระบายความร้อนออกจากตัวจอ เมื่อมีการเปิดใช้งานซึ่งด้านหลังนั้นรองรับการติดตั้งแบบ VESA Wall mouting ขนาด 100?100mm อยู่ด้วยด้านมุมขวาล่างจะเป็นตัวล๊อค Kensington ที่ไว้ใช้ยึดกับโต๊ะ เพื่อป้องกันการเคลื่อนย้ายที่พิเศษกว่ามอนิเตอร์รุ่นอื่นๆ คือ จะมีอุปกรณ์น่ารักๆ ที่ไว้จัดการในเรื่องสายสัญญาณให้เป็นระเบียบเรียบร้อยอีกด้วยนอกเหนือจากนี้อย่างที่ทราบกันคือ เป็น LED Monitor ที่มีลำโพงสเตอริโอในตัว โดยตัวลำโพงจะถูกติดตั้งบริเวณขอบจอด้านล่างทั้งขวาและซ้ายครับซึ่งถ้าเราไม่สังเกตดีๆ ก็อาจจะมองไม่เห็นได้ มาเสียงดังมาจากตำแหน่งไหนมาถึงในส่วนพอร์ตการเชื่อมต่อภายนอกที่รองรับรับทั้งดิจิตอลและอนาล็อก ที่จะอยู่บริเวณด้านล่างทางขวาของจอภาพ จากรูปภาพด้านบนไล่จากทางซ้ายไปทางขวาจะเป็น พอร์ต HDMI 1 / HDMI 2 / DVI / D-Sub / USB? เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ / USB Hub 2 พอร์ตที่เหลือ จากทั้งหมด 4 พอร์ตและสุดท้ายทางด้านซ้ายล่างของหน้าจอก็จะเป็นช่องเสียบสายไฟ เพื่อส่งพลังงานมายังจอมอนิเตอร์ โดยทางฝั่งขวาช่องหูฟังที่รับสัญญาณเสียงเข้า (สีฟ้า) และส่งสัญญาณเสียงออก (สีเขียว)
ที่สุดของที่สุด!!! LED TV, LCD TV, Plasma TV ที่น่าสนใจแห่งปี 2010
ในปีที่ผ่านมานั้นอาจจะกล่าวได้เลยว่า เป็นการพลิกโฉมประวัติศาสตร์ของวงการเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านอย่างทีวีในอีกครั้งหนึ่งที่สำคัญ ด้วยการที่ผู้ผลิตแต่ละค่ายที่ผ่านมา ก็ต่างงัดเอาเทคโนโลยีที่สุดล้ำเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่สมัยที่มีเพียง LCD TV จนมาเป็น LED TV และ Plasma TV ที่เคยกินไฟและร้อน ก็ให้ประสิทธิภาพที่ดีขึ้น นอกเหนือจากประสิทธิภาพในการแสดงผล ถ่ายทอดภาพออกมาดีขึ้นกว่าแต่ก่อนแล้วนั้น ยังมีการใส่ลูกเล่นต่างๆ อย่างฟีเจอร์ 100Hz / 120Hz ที่ทำให้ภาพเคลื่อนไหวเร็วๆ ไม่เบลอหรือสะดุด การเพิ่มช่องเสียบ USB ที่ทำให้คุณสามารถเล่นไฟล์ต่างๆ อย่าง รูป เพลง หนัง ได้โดยตรงจากทีวี แบบไม่ต้องง้อเครื่องเล่นภายนอกแต่อย่างไรก็แล้วแต่ มันก็ยังไม่ถึงกับให้ทุกๆ คนได้ตื่นเต้นมากนัก จนกระทั้งในปีนี้ที่ทางค่ายผู้ผลิตทุกๆ ค่าย ต่างเป็นตัว TV 3D ของตนขึ้นมา แน่นอนว่าซึ่งก่อนหน้่านั้น ใครจะคิดล่ะว่า เราเองจะได้ชมภาพยนตร์ 3 มิติ ภายนบ้านของเราได้เอง โดยไม่ต้องเดินทางไปถึงโรงภาพยนตร์เหมือนแต่ก่อน ซึ่งทีมงาน LCDSpec.com คาดว่าทางแต่ละค่ายคงหันมาเล่นในส่วนของฟีเจอร์ Internet TV มากขึ้นและในโอกาสนี้ทางทีมงาน LCDSpec.com ก็เลยขอจัดลำดับที่สุดของ LED TV, LCD TV, Plasma TV ที่น่าสนใจ 10 รุ่น ตลอดปีที่ผ่านมานี้กันนะครับอันดับที่ 1 Samsung C9000 ที่สุดของ LED TV 3D สมบูรณ์แบบแห่งปี 2010เรียกได้ว่าได้มาเป็นอันดับที่ 1 แบบไม่ต้องลุ้นให้เหนื่อยกันครับ กับ LED TV 3D มาสเตอร์พีซ ขนาดหน้าจอ 55″ จากทาง Samsung ผู้ที่เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีการแสดงภาพระดับโลก ด้วยความสมบูรณ์แบบอัดแน่นทั้งเทคโนโลยีที่ Samsung คิดค้นมาร่วม 4 ปี และยังมีในส่วนของการดีไซน์ออกแบบที่สวยหรูอย่างที่สุด บางเฉียบเพียง 7.9 มิลลิเมตร เอาว่าความบางนี้บางกว่า iPhone 4? ที่เป็น Smart Phone ที่บางที่สุดในโลกตอนนี้ซะอีก วัสดุเป็นแบบ Brushed Titanium ให้ความแข็งแรง และเปรียบเสมือนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเอกภายในบ้านในส่วนของการการแสดงภาพก็สุดยอดเช่นกัน ด้วยความที่เป็น LED TV จอ Ultra Clear Panel ทำให้สามารถดึงความคมชัดในทุกรายละเอียดของภาพได้อย่างดีที่สุด ทั้งดำสนิทและสดใสในภาพเดียวกัน อีกทั้งในเรื่องของภาพเคลื่อนไหวเร็วๆ ก็ตอบสนองได้เป็นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เมื่อเรารับชมภาพ 3 มิติ ก็ถ่ายทอดได้อย่างดูเป็นธรรมชาติและมีชีวิตชีวา ให้ความสมจริงอย่างไม่น่าเชื่อ หรือแม้จะทำภาพ 2 มิติ ให้กลายเป็นภาพ 3 มิติ ก็ทำได้ ด้านระบบเสียงก็ใช้แบบ Front Firing คือมีลำโพงอยู่ที่ฐาน และยิงตรงออกไปข้างหน้า จึงให้เสียงที่หนักแน่นและชัดเจนอย่างในที่คู่แข่งไม่มีนอกเหนือจากนี้ยังมีแว่นตา 3 มิติ “3D Active Glasses” ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดีไซน์สวยหรูเป็นพิเศษ น้ำหนักเบาเพียง 3o กรัม ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัด อีกทั้งยังสามารถสวมทับแว่นสายตาลงไปได้อย่างสบายๆ ทำให้ผู้ที่ใส่แว่นสายตาอยู่แล้วรับชมภาพได้ในทันที รวมไปถึงยังมี Touch Remote Control ที่เป็นรีโมทที่มีหน้าจอแบบสัมผ้สในตัว ที่ไม่เหมือนใคร แถมยังเป็นทีวีขนาดจิ๋วที่สามารถรับชมได้ได้จาก LED TV 3D – Samsung C9000 อีกด้วย ซึ่งสำหรับใครที่สนใจ LED TV 3D รุ่นนี้อยู่นอกจากจะต้องเงินถึง ด้วยพราะค่าตัวอยู่ที่ 279,000 บาท ยังจะต้องใจถึงพร้อมเปิดประสบการณ์ 3 มิติ แบบที่คุณไม่เคยสัมผัสอีกด้วยสเปกเต็มๆ Samsung C9000 <<<อันดับที่ 2 LG INFINIA LX9500 เหนือชั้นด้วย LED TV 3D แบบ Full LED Slimจะว่าไปแล้วนั้น LG INFINIA LX9500 ก็ถือว่าเป็นสุดยอด LED TV 3D ก่อนหน้าที่ทาง Samsung จะเปิดตัว C9000 ด้วยออกแบบที่เป็น Borderless Design ในรูปแบบกระจกแผ่นเดียวไปจนถึงสุดขอบของจอ ทำให้ไร้รอยต่อ เรียบหรู และแข็งแรง เรียกได้ว่าป้องกันแรงกระแทกจากภายนอกได้อย่าง 100% อีกทั้งยังทำความสะอาดง่าย ดูแลไม่ยากเหมือนกับทีวีค่ายอื่นๆ อีกทั้งยังได้รับรางวัลดีไซน์ผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยมระดับโลก และรางวัลดีไซน์ผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ยอดเยี่ยมอีกด้วยสำหรับประสิทธิภาพในการแสดงผลก็ไม่น้อยหน้าใคร ด้วยเทคโนโลยี Full LED Slim ที่มีความสามารถอย่าง Spot Control ที่ให้ทั้งความคมชัดของภาพ ความลึกของสีดำ ความอิ่มตัวของสีอื่นๆ และความบางของหน้าจอ คือ 1.6 มิลลิเมตร ซึ่งเปรียบได้กับเอาเทคโนโลยี Full LED และ EDGE LED มารวมกันอย่างลงตัวที่สุด แน่นอนว่าจะเป็น LED TV 3D ที่จะให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์ทะลุจอแล้ว ยังมีเทคโนโลยี TruMotion 480Hz/400Hz ช่วยในการขจัดความเบลอของภาพเหมือนมีการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว และ Respone Time เพียง 1ms ส่งผลให้วัตถุในภาพที่แสดงออกมา ไม่กระตุก ในส่วนของระบบเสียงก็เป็นแบบ Infinite Sound ที่สามารถจำลองระบบเสียงรอบทิศทางได้ โดยไม่ต้องอาศัยเครื่องเสียงภายนอกสำหรับแว่นตา 3 มิติ ก็ออกแบบให้มีน้ำหนักเบาและสามารถชาร์จไฟได้ในตัว ทำให้สะดวกต่อการใช้งาน อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ Smart TV ที่ทำให้ทีวีสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต และมีแอพพลิเคชั่นรองรับอย่าง Facebook, Twitter, Youtube, Picasa, Mthai VDO และ Nation Channel โดยไม่ต้องง้อคอมพิวเตอร์อีกต่อไป และที่ขาดไปได้เป็นเอกสิทธิ์ของ LG โดยเฉพาะนั่นก็คือ ฟีเจอร์ Bluetooth ที่สนับสนุนกันส่งภาพและเพลงจากอุปกรณ์ที่มี Bluetooth ด้วยกันอย่าง มือถือหรือโน้ตบุ๊ก ตลอดจนรองรับการใช้งานกับหูฟังไร้สาย Wireless Headset ได้อย่างลงตัว สำหรับ LG INFINIA LX9500 ขนาด 55″ ราคาอยู่ที่ 149,990 บาทสเปกเต็มๆ LG INFINIA LX9500 <<<อันดับที่ 3 Sony BRAVIA NX810 ดีไซน์ LED TV 3D ที่แตกต่างด้วย Monolithic Designสำหรับอันดับ 3 ก็ยังคงเป็น? LED TV 3D? อยู่เช่นกัน แต่คราวนี้เป็นทีของค่ายญี่ปุ่นกันบ้างกับ Sony BRAVIA NX810 ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร คงความเป็นเอกลักษณ์ของรุ่น NX800 เอาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยดีไซน์แบบ Monolithic Design (ปรับเอนหลังได้ 6 องศาด้วย Bar Stand ที่ติดตั้งลำโพงในมาตัว) ที่ลงตัวทั้งในเรื่องของความสวยงามและการใช้งาน ซึ่งไม่วางจะนำไปวางห้องใดๆ ก็จะกลายเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ไว้ตกแต่งบ้านชิ้นหนึ่งไปทันทีและจากการที่เป็น LED TV ที่ใช้ Backlight แบบ Dynamic Edge LED พร้อมความสามารถ Local Dimming อีกทั้งตัวจอยังเป็น OptiContrast Panel ส่งผลให้สีดำมีความดำสนิทมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงในเรื่องของการสะท้อนแสง ยังลดลงกว่ารุ่น NX800 ไปมากอย่างรู้สึกได้ ทั้งหมดทั้งมวลนี้จึงทำให้ Sony BRAVIA NX810 ให้ภาพที่สวยสดใสและสมจริง ยังไม่รวมถึง Motion Flow 200Hz ที่คอยทำหน้าที่สังเคราะห์เฟรมขึ้นมา ทำให้ภาพเคลื่อนไหวไหลลื่นอย่าง 100% ขณะที่การแสดงผลภาพ 3 มิติ ก็ไม่เป็นรองใครๆ มีมิติ ความชัดลึก ได้อย่างสมบูรณ์และสมกับเป็น Sony จริงๆ ซึ่งยิ่งมาเล่นเกม 3 มิติ กับเครื่องเล่นเกมคอนโซลคู่ขวัญอย่าง PlayStation 3 ด้วยแล้วยิ่งน่าหามาจับจองกันอย่างที่สุดอีกทั้งยังมีลูกเล่นอย่าง BRAVIA Internet Video ที่ทำให้คุณรับชมวีดีโอได้จากอินเตอร์เน็ตได้ โดยทันทีจากการเชื่อมต่อแบบไร้สาย ที่ไม่จำเป็นไม่ต้องพึ่งพา USB WiFi Dongle เหมือนกับในทีวีค่ายอื่นๆ เพราะทาง Sony ได้ติดตั้งมาอยู่ภายในตัวทีวีเรียบร้อยแล้ว ซึ่งหากใครเป็น Gamer ก็คงไม่พลาดที่จะจับจองมาไว้เล่นคู่กับ PlayStation 3 เพื่อที่จะเล่นเกม 3 มิติ ได้ภายในบ้านอย่างเป็นแน่แท้ครับ ในส่วนของราคา NX810 ขนาดหน้าจอ 55″ อยู่ที่ 134,990 บาทสเปกเต็มๆ <<<? Sony BRAVIA NX810 อันดับที่ 4 Samsung C8000 มาก่อนใครในตลาดกับ LED TV 3D ที่ทุกคนรอคอยSamsung รุ่น C8000 นับได้ว่าเป็น TV 3D รุ่นแรกที่เปิดตัวในเมืองไทย ที่ไม่ใช่แค่ว่านำมาโชว์เพียงอย่างเดียว แต่พร้อมจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการอีกด้วย ซึ่งก็ถือว่าผู้ที่สนใจล้วนให้การตอบรับดีมาก จนค่ายทีวีผู้ผลิตทุกๆ ค่ายจะต้องเร่งทำการบ้านในเรื่องของทีวี 3 มิติ กันยกใหญ่ รวมไปถึง ดีไซน์ที่สวยหรูด้วยฐานจอที่ไม่ซ้ำใครมาก่อน เรียกได้ว่าใครเห็นเป็นต้องเหลียวมองอีกรอบหนึ่ง ซึ่งก็ถือได้ว่าทาง Samsung เอง ก็ประสบความสำเร็จกับ Samsung C8000 – LED TV 3D พอสมควรเลยด้วยความที่เป็น LED TV จึงมีความบางของหน้าจออยู่แล้ว นอกเหนือจากนั้นยังมีเทคโนโลยี 3D ระดับคุณภาพที่น่าประทับใจ พร้อมมอบประสบการณ์ความบันเทิงในรูปแบบ 3 มิติ ที่คุณไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน จากการที่มีฟีเจอร์ RealD 3D ทำให้รายการทีวีหรือภาพยนตร์ 2 มิติ กลายเป็น 3 มิติ ได้อย่างใจนึก อีกทั้งในเรื่องของประสิทธิภาพในการแสดงผลด้วยหน้าจอแบบ Ultra Clear Panel ส่งผลให้ภาพที่ออกมานั้นมีมิติของภาพ และสีสันก็ถ่ายทอดได้อย่างดีเยี่ยม สมจริง อย่างน่าประทับใจ ในส่วนของภาพเคลื่อนที่เร็วๆ ก็หมดห่วงด้วย Clear Motion Rate ด้วยการแทรกเฟรมสอดประสานระหว่างเฟรมของทีวีและการแสดงผลจากเทคโนโลยี 200Hz ความเบลอของภาพเคลื่อนไหวจะหมดไป ความราบลื่นและเป็นธรรมชาติของการเคลื่อนไหวที่มีมากยิ่งขึ้นนั้นได้รับการปรับแต่งด้วยการคำนวณการเคลื่อนไหวอย่างชาญฉลาดจากตัวประมวลผลทีวีที่ไว้ใจได้รองรับมัลติมีเดียได้ครบวงจรและเต็มรูปแบบด้วยฟีเจอร์ Internet@TV ที่จะเชื่อมต่อทีวีของคุณไปสู่โลกกว้างผ่านทางทีวีภายในบ้าน ได้อย่างง่ายดาย และด้วยเทคโนโลยี DLNA ทำให้เพลิดเพลินไปกับมัลติมีเดียที่อยู่ในคอมพิวเตอร์หรือ DMS ใดๆ บนทีวีโดยไม่ต้องเชื่อมต่อสายเคเบิ้ล คุณสามารถเพลิดเพลินไปกับภาพยนตร์ เพลง และภาพถ่ายที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ของคุณบนจอทีวีได้อย่างไร้สาย สำหรับราคาของ 149,990 บาท ในขนาดหน้าจอ 55″สเปกเต็มๆ <<< Samsung C8000อันดับที่ 5? Panasonic VIERA VT20 ใหญ่สะใจ Plasma TV 3D กับขนาด 65″ สำหรับ Plasma TV 3D นั้นก็ไม่น่าพลาดให้ใครที่ไหนแล้วนอกจาก Panasonic ค่ายญี่ปุ่น ในรุ่น VIERA VT20 เหนือชั่นและโดดเด่นด้วยขนาดจอ 65? ที่นับได้ว่ามีความใหญ่สะใจ ที่จะทำให้ทุกคนที่รับชมได้ประสบการณ์แบบ 3D ที่ไม่เหมือนใครมาก่อน พร้อมความประสิทธิภาพของการแสดงภาพ 3D ได้อย่างมีดีเยี่ยม มีมิติซึ่งเป็นที่ทราบกันคือ ขนาดจอยิ่งใหญ่ มิติของภาพ 3 มิติ ก็จะสมจริงมากขึ้นไปอีก รวมไปถึงด้วยความที่เป็น Plasma TV และมีเทคโนโลยี 600Hz Sub-field Drive ปัญหาเรื่องภาพกระตุกหรือภาพเบลอก็แทบจะหมดไปในทันทีระดับของการให้สีสันจัดได้ว่าเป็นอะไรที่ไม่เกินจริง พร้อมที่การรับชมภาพ 3 มิติ เมื่อสวมแว่น 3?มิติที่ให้มา แล้วเรานับไม่ตรงตำแหน่งหรือเอียงคอดู ภาพก็ยังคงเป็น 3 มิติแบบสมบูรณ์ ก็ยังให้สีสันที่เป็นปกติไม่ลดลงมาก อีกทั้งภาพ 3 มิติ ยังไม่หลุดแบบค่ายอื่นๆ อีกด้วย นับได้ว่าง่ายและตรงกับการใช้งานจริงเป็นอย่างมาก แน่นอนว่าในเรื่องความดำของภาพ ด้วย Infinite Black Pro และการลดแสงสะท้อน ที่ Panosonic VIERA VT20 ทำได้เหนือกว่าค่ายอื่นๆ ซึ่งถ้าจะกล่าวว่า Plasma TV รุ่นนี้ดีที่สุดในปี 2010 ก็คงจะไม่เกินไปนัก ข้อสังเกตอีกอย่างก็คือ VIERA VT20 ทั้งที่เป็น Plasma TV หน้าจอกลับลดแสงสะท้อนได้ดีกว่า LED TV,? LCD TV ทั่วๆ ไปซะอีกส่วนฟีเจอร์อื่นๆ อย่างเช่น VIERA CAST ที่สนุกสนานไปกับเนื้อหาอินเตอร์เน็ตได้จากทีวีโดยตรง ที่สามารถเพลิดเพลินไปกับเนื้อหาบนอินเตอร์เน็ต ได้ทั้งวีดีโอและภาพนิ่ง รวมไปถึงสามารถติดตามข้อมูลพยากรณ์อากาศหรือข้อมูลหุ้น โดยใช้งานผ่าน Web Interface ที่ง่ายต่อการใช้งาน พร้อมบริการอื่นๆ อีกมากมาย เช่น การประชุมทางด้านภาพและเสียงภายในบ้านด้วย Skype และพร้อมรองรับอีกหลายบริการ นอกจากนี้ VIERA CAST ยังมีช่องต่อ USB สำหรับการเชื่อมต่อ keyboard แบบไร้สาย และ Wireless LAN Adaptor อีกด้วย ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ โดยราคาของ Panasonic VIERA VT20 ขนาดหน้าจอ 65″ อยู่ที่ 219,990 บาทสเปกเต็มๆ <<<Panasonic VIERA VT20อันดับที่ 6 Toshiba REGZA XL700T มาช้ายังดีกว่าไม่มากับ LED TV Full HDเป็นที่รอคอยมานานแสนนานกว่าที่ทาง Toshiba จะส่ง LED TV ออกมากับเค้าบ้างเสียที ซึ่งในวันนี้ก็พร้อมแล้วที่จะนำเสนอแก่ทุกๆ คน นั้นก็คือ Toshiba REGZA XL700T ที่มาพร้อมด้วยดีไซน์ที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้น สวยหรูและสวยลงตัวไปอีกแบบ ต่างจากทีวี Toshiba ในรูปแบบเดิมๆ ที่เคยมีมา ซึ่งไม่แค่นั้นยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีการแสดงภาพที่สมบูรณ์แบบ ที่ถ่ายทอดออกมาเป็นที่คมชัดยิ่งกว่าตามองเห็น พร้อมมีฟีเจอร์มากมายในการเพิ่มประสิทธิภาพในการแสดงผล ส่งผลให้เป็นการเพิ่มอรรถรสในการรับชมอย่างที่สุด คุณภาพจัดว่าคับจอประสิทธิภาพ Power Meta Brain / Video Processing 14 bit? ทำให้ถ่ายทอดภาพได้อย่างเต็มอารมณ์ พร้อมทั้งมีฟังก์ชั่นในการช่วยเพิ่มสัญญาณภาพ เมื่อสัญญาณที่รับมาอ่อนด้วยฟีเจอร์ Auto Signal Booster อีกทั้งยังเพิ่มความคมชัดรายละเอียดของภาพเมื่อภาพนั้นมีความละเอียดที่ต่ำด้วยฟีเจอร์ Resolution+ ยังไม่หมดแค่นั้นยังมีการเพิ่มอัตราการตอบสนองของภาพด้วยฟีเจอร์ ClearScan 100 Pro ทำให้ภาพไม่เบลอ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนจะช่วยให้เรารับชมภาพกันได้อย่างสบายตาอย่างที่สุด หา LED TV ในค่ายอื่นๆ มาเปรียบด้วยยากนอกเหนือจากนี้ยังมีพอร์ต USB และ SD Card Slot ให้มาเพื่อรองรับคอนเทนต์อื่นๆ ที่มาในรูปแบบไฟล์ในแฟลชไดร์ว ทั้งที่เป็นรูปภาพ เพลง และภาพยนตร์ ซึ่งก่อนหน้านี้ทาง Toshiba เอง ไม่เคยทำพอร์ต USB ให้เล่นไฟล์อื่นๆ นอกเหนือจากไฟล์รูปภาพมาก่อน ทำให้ Toshiba REGZA XL700T ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่ทาง Toshiba จะใส่ลูกเล่นเพิ่มเติมมาอีก สำหรับราคาค่าตัวของ Toshiba REGZA XL700T ขนาด 55″ ตกอยู่ที่ 79,990 บาท หากไม่สนใจ TV 3D จะบอกว่า LED TV จาก Toshiba รุ่นนี้เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดอย่างแน่นอนสเปกเต็มๆ <<<Toshiba REGZA XL700Tอันดับที่ 7 LG INFINIA LE8500 ไม่น้อยหน้าใครด้วย Full LED TV Slim LED TV จาก LG รุ่นนี้คือ LG INFINIA LE8500 ที่มีจุดเด่นคือ Full LED Slim ที่ถือว่าเป็นรุ่นแรกของโลก สำหรับปี 2010 ด้วยดีไซน์ที่ไร้ขอบจาก LG โดยยังอยู่ภายใต้แนวคิด LIVE) BORDERLESS เหมือนเมื่อปี 2009 ที่ผ่านมา? ที่ได้มีการเปิดตัวทีวีที่ดีไซน์ไร้กรอบ ไร้ขอบ ออกมา อีกทั้งในปีนี้ยังมีแนวคิด INFINIA ที่มีความหมายว่า ?ไม่มีที่สิ้นสุด? ออกมาย้ำถึงรูปร่างหน้าตาที่สวยเฉียบจากการที่ไร้ขอบ ด้วยดีไซน์โดยการใช้กระจกผ่านแผ่นเดียวไปจนถึงสุดขอบ อีกทั้งในแง่ของการทำความสะอาดยังทำได้ง่ายโดยง่าย พร้อมทั้งมีความแข็งแรงทนทานมากกว่าทีวีทั่วไปด้วยความสามารถในการแสดงผลไม่แตกต่างจากรุ่นพี่ LG INFINIA LX9500 ซึ่ง LG INFINIA 42LE8500 ได้ใช้ตัวประมวลผลภาพเป็นแบบ Dual XD-Engine เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นภาพที่ได้มา สีสันของจอและความคมชัดจากหน้าจอ Super IPS LCD Panel แถมยังช่วยในเรื่องของการถนอมสายตาอีกด้วย? เรื่องความไวในการแสดงผลคงไม่ต้องเป็นห่วง เพราะมี Trumotion 240Hz/200Hz มาช่วยสแกนภาพด้วยความเร็วสูง ส่วนค่า response time 2ms ก็จัดได้ว่าเป็นมาตรฐานที่ค่อนข้างดี ณ ตอนนี้แล้ว อีกทั้งยังมี contrast ratio ที่สูงถึง 9,000,000:1 เพราะฉะนั้นเรื่องของสีสันไม่ต้องกลัวเลยว่าจะไม่สมจริง รวมถึงได้มี Infinite Surround ที่ให้ระบบเสียงรอบทิศทางที่สมจริงยิ่งขึ้น และเทคโนโลยี clear voice II ที่ช่วยในการเพิ่มเสียงสนทนาต่างๆ ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นในส่วนของฟีเจอร์เสริมที่ขาดไม่ได้นั่นก็คือ Bluetooth ที่จะทำให้เราส่งรูปหรือเพลงจากมือถือไปยัง LG INFINIA 42LE8500 ก็ทำได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังรองรับ Wireless Headset Bluetooth เมื่อเราต้องการความเป็นส่วนตัว และยังมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกหนึ่งอย่างนั่นก็คือ Smart TV ที่มีมาให้ทั้งแอพพลิเคชั่น Facebook, Twitter, AccuWeather, YouTube, Picasa ที่สำคัญยังมีแอพพลิเคชั่นไทยอย่าง Mthai VDO และ Nation Channel ที่รองรับอีกด้วย เมื่อเราเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วยสาย LAN หรือ USB WiFi Dongle ที่จะเพิ่มความสะดวกในการเชื่อมต่อ สนนราคาค่าตัว LG INFINIA 42LE8500 หน้าจอ 55″ อยู่ที่ 129,990 บาทสเปกเต็มๆ <<<LG INFINIA LE8500อันดับที่ 7 Toshiba ZV600T ตัวเทพ LCD TV Full HD ไม่มีใครเกินถึงแม้ว่าดีไซน์ของ Toshiba ZV600T จะดูแล้วออกแนวเป็นทีวีที่ดูตกยุคตกสมัยไปหน่อย แต่ก็ถือว่าเป็นตัวท๊อปสุดจากทางค่ายญี่ปุ่นอย่าง Toshiba สำหรับการออกแบบดีไซน์ โดยรวมแล้วบอกได้เลยว่าค่อนข้างจะออกแนวอนุรักษ์นิยม โดยมีการเน้นเป็นสีดำเปียโนเป็นหลัก พร้อมกับมีเม็ดคริสตันสีเงินประดับตกแต่งอยู่รอบๆ ของขอบจอ เพิ่มความหรูหรา พร้อมกับความหนาของตัวเครื่องที่จัดได้ว่าอวบอั๋นใช้ได้ พร้อมกับหน้าจอที่สะท้อนแสงน่าดูในส่วนของการแสดงภาพ ก็มีตัวประมวลผลภาพสุดเจ๋งอย่าง Meta Brain Premium และ 14 Bits Processing โดดเด่นเรื่องความไวในการแสดงภาพที่เคลื่อนไหว โดยการมี Clear Scan 200 ซึ่ง เป็นเทคโนโลยี ?ลูกผสม? จาก 50 เฟรมต่อวินาที สังเคราะห์เพิ่มเป็น 100 เฟรมต่อวินาที เช่นเดียวกับเทคโนโลยี 100Hz ของแบรนด์ทีวีอื่นๆ รวมไปถึงยังใช้เทคโนโลยี Scanning Backlight เข้ามาช่วยแล้ว รับรองได้เลยว่า ไม่ต้องเป็นห่วง ผลที่ได้มาคือภาพที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วอย่างเป็นธรรมชาติ (แต่ก็อาจจะมีหลุดๆ บ้าง) ใช้จอแบบ Full Glare Panel หรือจอกระจกที่ทำให้การ ไล่สีดำ เทา ขาว ก็ได้ระดับที่แยกความแตกต่างได้อย่างชัดเจน เป็นธรรมชาติมาก จากการจัดการของ 3D Colour Management ก็จะเห็นได้ชัดว่า สีแดงค่อนข้างเข้ม สีดำก็ให้สีที่ดำสนิท ให้ความอิ่มตัวของสีได้อย่างดีเยี่ยม ถึงแม้ว่าจะเป็นจอแบบกระจกที่ให้สีสันที่สดใสแบบ Full Glare Panelถึงแม้จะเป็นเพียง LCD TV ที่อาจจะดูแล้วสู้ LED TV รุ่นใหม่ๆ ไม่ได้ แต่ก็อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพการแสดงผลภาพและเสียง ที่หาไม่ได้ใน LCD TV ทั่วไป ให้รายละเอียดที่คมชัดมากยิ่งขึ้นจากฟีเจอร์เพิ่มขอบวัตถุ (Sharpen) ด้วย Resolution + ซึ่งสามารถเพิ่มความคมชัดให้ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ สำหรับ Toshiba REGZA 42ZV600T เครื่องนี้ มีระบบเสียง Regza Woofer? ที่ทำให้พลังเสียงกระหึ่มแน่นกว่าทีวีทั่วไปทพร้อมด้วยระบบปรับเสียง Audyssey EQ โดยเสียงสามารถเปล่งออกมาได้ดี โดยมีราคาเปิดตัวอยู่ที่ 99,000 บาท สำหรับขนาด 55″สเปกเต็มๆ <<<Toshiba REGZA ZV600Tอันดับที่ 8 LG INFINIA LD650 ครบครันที่สุดของ LCD TV Full HDแน่นอนว่านอกเหนือไปจากการแสดงผลที่เยี่ยมยอดที่เราต้องการจาก LCD TV ของเราแล้ว คงต้องยอบรับว่าเรายังต้องการให้มีฟีเจอร์หรือลูกเล่นอื่นๆ เพิ่มเข้ามาด้วย เพราะไหนๆ จะซื้อทั้งทีแล้ว ก็เอาให้มันครบครันซะหน่อย LG INFINIA LD650 จริงเป็นคำตอบนี้ ด้วยดีไซน์การออกแบบที่จัดว่าสวยกว่า LCD TV ของค่ายอื่นๆ อีกทั้งยังมีความสามารถอย่าง Smart TV ที่หาไม่ได้ใน LCD TV ยี่ห้ออื่นๆ เช่นกันด้วยคุณภาพจอ S-IPS Hard Panel ที่ทั้งแข็งแรงทนทาน ไม่สะท้อนแสง รวมไปถึงมีเทคโนโลยีสังเคราะห์เฟรมภาพขึ้นมาอย่าง TruMotion 240Hz? ที่ให้มาแบบจัดเต็ม เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ให้เราเลือกเปิด, ปิด เมื่อต้องการช่วยให้ภาพเคลื่อนไหวลื่นไหลยิ่งขึ้น? สำหรับคุณภาพของภาพที่สีสันมาในแนวสีสันคมเข้ม และสามารถแสดงรายละเอียดได้อย่างไม่ตกหล่น อีกทั้งเมนูการใช้งานต่างๆ จัดได้ว่าเรียนรู้ได้ไม่ยาก พร้อมด้วยมี Intelligent Sensor ทำหน้าที่คอยปรับค่าคอนทราสต์, ความสว่าง และสีให้อย่างอัตโนมัติ สำหรับลำโพงเป็นแบบ Invisible Sound ดีไซน์แบบซ่อน แถมด้วยระบบเสียง Infinite Sound เสมือนเสียงรอบทิศทางได้อย่างสมจริงที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้ก็คือฟีเจอร์ Smart TV ที่รองรับแอพพลิเคชั่นต่างๆ อย่าง Facebook, Twitter, YouTube, Picasa, AccuWeather และ Mthai VDO กับ Nation Channel ที่เป็นแอพพลิเคชั่นสัญชาติไทยมาเสริมให้? LG INFINIA LD650 มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น จึงเรียกได้ว่าเป็น LCD TV นาทีนี้ ที่ดูแล้วมีฟีเจอร์ครบถ้วนที่สุดก็คงไม่เกินไปนัก (ที่จะขาดไปก็แต่เรื่อง 3 มิติเท่านั้นเอง) สำหรับราคา LG INFINIA LD650 ขนาด 85,990 บาทสเปกเต็มๆ <<<LG INFINIA LD650อันดับที่ 9 Samsung C750 อยากดู 3 มิติ LCD TV รุ่นนี้ก็เป็นตัวเลือกใครว่าการที่จะหาซื้อ TV 3D ซักเครื่องจะต้องเป็น LED TV หรือ Plasma TV เสมอไป โดยที่ทาง Samsung ผู้ที่เป็นผู้นำด้านทีวี ได้มีการรองรับตลาด 3 มิติ ไว้อย่างเต็มรูปแบบครบถ้วนและสมบูรณ์ ซึ่งทีวีที่รองรับภาพ 3 มิติ จาก Samsung มีทั้งแบบที่เป็น LED TV 3D, Plasma TV 3D และ LCD TV 3D ให้เลือกตามความพอใจในแต่ละคน โดย LCD TV ที่เป็น 3 มิติ นั้นมาในรุ่น Samsung C750 ที่มาพร้อมกับดีไซน์ที่สวยหรูไม่แพ้รุ่นพี่อย่าง LED TV 3D C9000 และ คล้ายกับ C8000 อย่างมาก หรือแม้แต่ฟังก์ชั่น ฟีเจอร์การใช้งานก็ไม่เป็นรอง เรียกได้ว่าจัดหนักเหมือนเคยคุณภาพของภาพที่น่าประทับใจ อันเป็นผลมาจาก 3D HyperReal engine ของ Samsung และ Super 3C Realization ซึ่งให้ภาพที่เหนือกว่าที่คาดไว้ ด้วยเหตุนี้จึงไม่ได้เพียงแค่ชมภาพยนตร์เท่านั้น หากแต่รู้สึกสัมผัสไปด้วยอย่างแท้จริง พร้อมเต็มเปี่ยมด้วยรายละเอียด และสีสันที่เสมือนจริง ด้วยการเพิ่มสีดำที่มีความสลัวต่ำ ด้วยการปรับช่วงแสงให้เหมาะสมที่สุดและเพิ่มความอัตราความโปร่งแสงในระบบ Ultra Clear Panel ทำให้สามารถลดการสะท้อนแสงของแสงภายนอกและเพิ่มความคมชัด และด้วยฟีเจอร์ 400 Clear Motion Rate ทำให้ฉากแอ็คชั่นจะดูเรียบลื่น คมชัด และสดใส เพราะเรารู้ว่าความเคลื่อนไหวที่ลื่นไหล ไม่มีสะดุด ประสิทธิภาพความเคลื่อนไหวที่ดีกว่า 8 เท่าเมื่อเทียบกับ LCD TV มาตรฐานที่มีอัตราความเคลื่อนไหว 400 เฟรมต่อวินาที ความสามารถทั้งหมดนี้ ส่งผลให้เมื่อรับชมภาพ 3 มิติ จะเป็นประสบการณ์ความบันเทิงในรูปแบบ 3 มิติ ที่คุณไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนและด้วยเทคโนโลยี Internet@TV ของ Samsung C750 เปิดโลกออนไลน์ โดยแสดงผลบนจอขนาดใหญ่ที่สว่างสดใส อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อเพลิดเพลินกับเนื้อหาที่น่าสนใจบนเว็บ ด้วยประสิทธิภาพ ความหลากหลาย และความสะดวกสบาย รวมไปถึงสามารถจัดระเบียบ เพิ่มเติม และลบเนื้อหาผ่านทางไลบรารี Samsung Applications ได้อย่างง่ายดาย และด้วยพอร์ต USB เพียงแค่เชื่อมต่อ ก็สามารถเล่นภาพยนตร์ได้ทันที โดยความเพลิดเพลินกับทางเลือกที่ไร้ขีดจำกัดแบบนี้ สนนราคาอยู่ 109,990 บาท สำหรับขนาดหน้าจอ 55″สเปกเต็มๆ <<<Samsung C750อันดับที่ 10 LG INFINIA PJ650 จอใหญุ่คุ้มค่ากับ Plasma TV ราคาโดนใจ เอาล่ะครับมาปิดท้ายทีวี ที่น่าสนใจในปี 2010 กันหน่อยกับ LG INFINIA PJ650 ซึ่งเป็น Plasma TV ที่จัดได้ว่าคุ้มค่าที่สุดในตัวนี้ อย่างแรกเลยที่เป็นจุดเด่นก็คือดีไซน์แบบ Borderless Design ที่เป็นยอดนิยมกันเหมือนทีวีตัวท๊อป เรียบหรูเกินราคามองผ่าน คิดว่าตัวเป็นแสน แถมยังจัดได้ว่าดูสวยแจ่มที่สุดของ Plasma TV จากค่ายอื่นๆ ต่อมาก็เป็นขนาดที่ใหญ่ถึง 50″ ที่วิเคราะห์กันแล้วจัดได้ว่าคุ้มค่าต่อราคา และถึงแม้ว่าความละเอียดของหน้าจอจะเป็นเพียงระดับ HD Ready (1366 x 768) แต่ก็ให้ผลของการแสดงภาพเป็นที่น่าพอใจเมื่อนำไปชมฟรีทีวี หรือหนัง DVD, HD 720p ด้วยคอนทราสต์ที่สูงถึง 3,000,000:1 จึงให้แนวภาพที่ดูสดแบบเป็นธรรมชาติ รวมไปถึงดูแล้วก็สบายตา เป็น Plasma TV ตัวหนึ่งที่มีความสะอาดของภาพอย่างเห็นได้ชัด ทั้งภาพระดับ SD (Standard Definition) และ HD (High Definition) และด้วยความที่เป็น Plasma TV ซึ่งมีเทคโนโลยี 600Hz Sub-field Drive ปัญหาอย่างเรื่องภาพกระตุก หรือภาพเบลอก็แทบจะหมดไปในทันที ข้อเด่นอีกอย่างก็คือหน้าจอลดแสงสะท้อนจากภายนอกได้เป็นที่น่าพอใจ ถ้าเทียบกับ Plasma TV ในระดับเดียวกัน คิดว่าใครที่กำลังหาทีวีจอใหญ่ มาไว้ดูฟรีทีวีโดยเฉพาะ หรือหนังระดับ HD LG INFINIA PJ650 รุ่นนี้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อย ด้วยราคาเพียง 35,990 บาท กับขนาด 50″สเปกเต็มๆ <<<LG INFINIA PJ650สุดท้ายนี้ หากมีข้อสงสัยหรือแนะนำใดๆ สามารถโพสไว้ได้เลย ทีมงาน LCDSpec.com จะรีบมาตอบในบัดดลครับ ^^
Mobile High Definition Link ผู้ช่วยส่งหนัง HD จากมือถือสู่ LCD TV ตัวโปรด !!!
ปัจจุบันโทรศัพท์มือถือที่มีพอร์ต HDMI ก็มีออกมามากมายหลากหลายรุ่นพอสมควร แต่ถ้าจะรับชมภาพยนตร์จากโทรศัพท์ของเราโดยให้ภาพไปออกทางทีวีผ่านการเชื่อมต่อของ HDMI ละก็ จะต้องใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ของตัวโทรศัพท์เอง ทำให้ต้องแก้ปัญหาด้วยการเสียบชาร์จไปดูไป แถมบางครั้งถ้าเราอยากจะ pause หรือควบคุมการเล่นไฟล์ เราก็ต้องเดินไปที่โทรศัพท์ของเราเพื่อจัดการมันซะ ทำให้ไม่สะดวกกับการรับชมเป็นอย่างยิ่ง จึงได้มีการพูดถึงมาตรฐานแบบใหม่ขึ้นมา นั่นคือ?Mobile High-Definition Link (MHL) ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกกับผู้ใช้งานได้ดีเลยครับการเชื่อมต่อของ MHL ก็ยังคงเป็น HDMI อยู่ โดยรองรับไฟล์วิดีโอได้ถึงขนาด 1080p ระบบเสียง 7.1 รอบทิศทางเหมือนปกติ แต่ส่วนที่เป็นจุดเด่นก็คือ ในการเล่นไฟล์นั้น โทรศัพท์จะใช้พลังงานจากทีวีมาแทนที่จะใช้แบตในตัวเครื่อง ทำให้ไม่ต้องเสียบสายพะรุงพะรังอีกแล้วนั่นเอง ใช้แค่สาย HDMI เส้นเดียวจบส่วนอีกข้อก็คือเราจะสามารถใช้รีโมทของทีวีที่รองรับ MHL ในการควบคุมการเล่นไฟล์ของโทรศัพท์ได้ด้วย คราวนี้ก็จะได้นอนดูหนังได้อย่างสบายใจแล้วละครับในขณะนี้ก็มีบริษัทรายใหญ่หลายรายให้การสนับสนุนในการค้นคว้าวิจัยอยู่หลายบริษัทเลย ไม่ว่าจะเป้น Nokia, Samsung, Toshiba และ Sony ซึ่งเมื่อพิจารณาไปแล้ว ดูมีโอกาสแจ้งเกิดที่ดีเลยละครับสำหรับ MHL นี้ที่มา : Pocketnow 
แอลจี จับมือ เอเชียซอฟท์ รุกตลาดเกม 3 มิติ ส่งจอมอนิเตอร์LG CINEMA 3D
บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดกลยุทธ์รุกตลาดเกมด้วยจอมอนิเตอร์ 3 มิติ LG CINEMA 3D ที่มาพร้อมเทคโนโลยี FPRรองรับการเล่นเกม 3 มิติได้อย่างเหนือชั้น ด้วยภาพที่คมชัด สว่างสดใส รับชมภาพได้อย่างสบายตา พร้อมผนึกความร่วมมือกับเอเชียซอฟท์ มอบประสบการณ์ 3 มิติรูปแบบใหม่สู่กลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบการเล่นเกม นายวิรัตน์ จังธวานนท์ ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์ไอที บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ?ผลิตภัณฑ์จอมอนิเตอร์ 3 มิติได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นจากกลุ่มผู้ใช้ชาวไทย และตลาดก็ยังคงขยายการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้เล่นเกมซึ่งเป็นฐานลูกค้าที่ค่อนข้างใหญ่ แอลจีพร้อมตอบโจทย์ความต้องการของตลาดดังกล่าวด้วยจอมอนิเตอร์ LG CINEMA 3D ซึ่งใช้เทคโนโลยี FPR ที่ แอลจีพัฒนาขึ้นเป็นรายแรกของโลก ซึ่งให้ภาพที่คมชัด สว่างสดใส และรับชมได้อย่างสบายตา รวมทั้งเหมาะสำหรับการเล่นเกม 3 มิติ นอกจากนี้แอลจียังร่วมกับเอเชียซอฟท์ในการนำเสนอประสบการณ์ 3 มิติรูปแบบใหม่ โดยให้ลูกค้าได้ทดลองจอมอนิเตอร์ LG CINEMA 3D ณ @Club ชั้น 3 ศูนย์การค้า เอสพลานาด รัชดาภิเษก ซึ่งเราเชื่อว่าจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของแอลจีในตลาดจอมอนิเตอร์และขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มผู้ชื่นชอบการเล่นเกมได้อย่างตรงจุด?จอมอนิเตอร์ LG CINEMA 3D รองรับการเล่นเกมได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยเทคโนโลยีการสร้างภาพ 3 มิติแบบ FPR (Film Patterned Retarder) ซึ่งเป็นพาแนลชนิดพิเศษที่ทำงานร่วมกับแว่นโพลาไรซ์ในการแยกสัญญาณภาพ และเป็นเทคโนโลยีเดียวกับโรงภาพยนตร์ 3 มิติ จึงให้ภาพที่คมชัดสว่างสดใส และลดการเกิดภาพซ้อนหรือ Crosstalk รวมทั้งปราศจากการกระพริบของภาพ ผู้ใช้จึงไม่เกิดอาการปวดตาหรือเวียนศีรษะจากการใช้งานเป็นเวลานาน นอกจากนี้ยังมาพร้อมแว่น CINEMA 3D ซึ่งทำงานได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ หรือเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ส่งสัญญาณภาพ จึงมีน้ำหนักเบา ไม่ก่อให้เกิดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และมีราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้นจอมอนิเตอร์ LG CINEMA 3D ยังรองรับระบบปฏิบัติการได้อย่างหลากหลาย และใช้งานร่วมกับคอมพิวเตอร์ปกติได้โดยไม่จำเป็นต้องอัพเกรดการ์ดจอที่มีอยู่เดิม นอกจากนี้ยังมาพร้อมพอร์ท HDMI 1.4 จึงสามารถเชื่อมต่อกับเครื่องเล่น 3 มิติอื่นๆ นอกเหนือจากคอมพิวเตอร์ เช่น เครื่องเล่นบลูเรย์ และเกมคอนโซลได้อย่างสะดวก และยังสามารถแปลงสัญญาณภาพ 2มิติเป็น 3 มิติได้ทันทีในระหว่างรับชมนายวิรัตน์ กล่าวถึงความร่วมมือกับบริษัท เอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในครั้งนี้ว่า ?แอลจีเล็งเห็นว่า เอเชียซอฟท์เป็นผู้นำด้านเกมออนไลน์ของทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีเกมที่ให้บริการหลากหลายมากที่สุด และมีจำนวนผู้เล่นสูงที่สุด ที่สำคัญ @Club ของ เอเชียซอฟท์ยังเป็นต้นแบบของร้านเกมแห่งอนาคต ซึ่งมีระบบจัดการที่ดีและทันสมัย เราจึงสนับสนุนจอมอนิเตอร์ LG CINEMA 3D ขนาด 23 นิ้ว จำนวน 26 จอ เพื่อให้ลูกค้าได้มีโอกาสทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวซึ่งรองรับเกม 3 มิติได้อย่างสมบูรณ์แบบ?นอกจากความร่วมมือกับเอเชียซอฟท์แล้ว แอลจียังจัดกิจกรรมการตลาดเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในตลาดเกมได้อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น รวมถึง? สนับสนุนจอมอนิเตอร์ LG CINEMA 3D ให้แก่ร้านเกมยอดนิยม ได้แก่ ร้าน Shooterสาขา ลำลูกกา และรังสิตคลอง 6 จำนวน 12 จอ และร้าน HOW สาขาซอยปรีดี 1และซอยปรีดี 27 จำนวน 12 จอ รวมทั้งมีแผนที่จะติดตั้งในร้าน E-Sport ย่านมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นร้านเกมต้นแบบแห่งอนาคตด้วยเช่นกัน? การจัดกิจกรรมโรดโชว์ในไอทีมอลล์ชั้นนำ ได้แก่ ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ประตูน้ำ และงามวงศ์วาน รวมทั้งศูนย์การค้าไอทีมอลล์ ฟอร์จูนทาวน์ เพื่อให้ลูกค้าทั่วไปได้ทดลองเล่นเกมและใช้งานจอ LG CINEMA 3D อย่างใกล้ชิด? การจัด Experience Zone สำหรับจอมอนิเตอร์ LG CINEMA 3D ในร้านค้าไอทีชั้นนำ 100 แห่งทั่วประเทศ?แอลจีถือเป็นแบรนด์แรกและแบรนด์เดียวในปัจจุบันที่คิดค้นและนำเสนอผลิตภัณฑ์ 3 มิติอย่างครบวงจร ได้แก่ LG CINEMA 3D ทีวี และสมาร์ทโฟน LG Optimus 3D รวมทั้งจอมอนิเตอร์LG CINEMA 3D แอลจีจึงนับเป็นผู้นำด้านโซลูชั่น 3 มิติอย่างแท้จริง และเราเชื่อว่าจอ LG CINEMA 3D ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยี 3 มิติที่ก้าวล้ำ และมีฟีเจอร์ที่ครบครัน จะได้การตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มผู้ใช้ในตลาดเกม? นายวิรัตน์ กล่าวทิ้งท้ายจอมอนิเตอร์ LG CINEMA 3D ขนาด 23 นิ้ว ราคา 9,800 บาท ผู้สนใจสามารถสัมผัสประสบการณ์ 3 มิติรูปแบบใหม่จากจอมอนิเตอร์ LG CINEMA 3D ได้แล้ววันนี้ที่ @Club ชั้น 3ศูนย์การค้าเอสพลานาด รัชดาภิเษก และ Experience Zone ในร้านค้าไอทีชั้นนำทั่วประเทศข้อมูลเพิ่มเติมเข้าชมได้ที่?www.lg.com/th หรือติดต่อศูนย์บริการแอลจี โทร 02-878-5757หรือหมายเลขโทรฟรี 1-800-545454 
Zalman ส่ง ZM-M215W จอ LCD Monitor ที่รองรับ 3 มิติ สุดแจ่ม
By: Aumper_Jai | Date: 30 March 2010 | | 17 ความเห็น

Zalman_ZM-M215W_LCD_01

ใครที่เป็นคอคอมพิวเตอร์คงรู้จักกันอยู่แล้วกับ Zalman ซึ่ง ณ ตอนนี้ Zalman เองก็หันมาทำเทคโนโลยีที่เป็ย 3 มิติ เหมือนกัน รวมถึงจอคอมพิวเตอร์ที่เป็น 3 มิติด้วย ZM-M215W ก็เลยเป็นหนึ่งในผลผลิตนั้นด้วย ZM-M215W เป็น LCD Monitor ที่รองรับ 3 มิติ ซึ่งมาพร้อมกับชุดแว่นตา 3 มิติ มีขนาดหน้าจอ 21.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD 1920×1080 พิกเซล พาเนลจอเป็นชนิด TN มีอัตราความเร็วตอบสนอง 5ms, อัตราความคมชัด 1000:1 และความสว่างสูงสุดทำได้ที่ 300 cd/m2 มีพอร์ตเชื่อมต่อทั้ง VGA และ DVI พร้อมกับมีลำโพงขนาด 2W 2 ตัวติดตั้งมาด้วย ที่สำคัญกว่านั้นยังมีปุ่มกดที่ไว้ใช้สลับ ภาพ 2มิติ ไปเป็น 3 มิติ ได้ทันที

Zalman_ZM-M215W_LCD_02

สำหรับแว่น 3 มิติ ที่ให้มาด้วยนั้น เป็นแว่นตาที่ใช้หลักการทำงานแบบ Polarize แถมยังมีแบบ Clip-on เอาใจคนที่สวมใส่แว่นสายตาให้ใช้ได้ด้วย ในส่วนของราคา Zalman ZM-M215W อยู่ที่ 256 ยูโร (ประมาณ11,300 บาท) พร้อมกับการับประกันอีก 2 ปี

Zalman-ZM-M215W-LCD-Glasses-560x183

ที่มา :? www.tcmagazine.info

เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ

 
 
Tag: 3D 1080p Acer ASUS benq Blu-ray Blu-ray player Bravia ces CES 2011 commart DLNA DVI full hd Full HD 1080P hd HDMI HDTV iphone IPS lcd LCD monitor lcd tv LED LED Backlit LED Monitor LED TV LG monitor OLED OLED TV Panasonic Philips Plasma Plasma TV PS3 Samsung sharp Smart TV Sony Toshiba tv USB VGA wifi
COPYRIGHT@2010 LCDSPEC.COM ALL RIGHTS RESERVED.