Buver's Guide Review HD Contents HD Accessories HD Event Promotions
5 ทีวี 3D ตัวท็อป!!! ชนกันแบบจะๆ ยี่ห้อไหนเป๊ะ มาดูกัน
หลังจาก 1 ปีที่เราเริ่มได้ยินคำว่า 3DTV กันมา ก็กลายเป็นฟีเวอร์กระแสหลักของวงการจอภาพไปเลย LCDSpec เองก็ได้เห็น และทดสอบมาบ้างแล้ว ด้วยการที่ทีวีแบบ 2D หรือแบบ 2 มิติแบบเก่านั้นเรียกว่ามาถึงจุดที่ไม่สามารถพัฒนาอะไรออกมาให้ตื่นตาตื่นใจผู้บริโภคอย่างเราๆ ได้สักเท่าไหร่แล้ว การพัฒนาด้าน 3D จึงเป็นทางออกสำหรับผู้ผลิตที่จะมีลูกเล่นแปลกๆ ใหม่ๆมาขายได้ต่อไป และด้วยราคาที่ก็ไม่ได้แพงมากมาย พอๆกับราคาของ LCD ธรรมดาของปีที่แล้วซะด้วยซ้ำ ตอนนี้ก็มีหลายยี่ห้อที่โดดลงมาเล่นสงคราม 3DTV นี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นทั้ง Samsung, Sony, Panasonic, Mitsubishi และ LG ก็มาลงโรงกันถ้วนหน้า ก็เลยได้มีโอกาสจับที่ว่ามาทั้งหมดมาชนกัน มาดูกันว่าผลออกมาจะเป็นยังไงบรรดาแม่ทัพเริ่มกันจากผู้นำทัพจากแค่ละค่าย ที่เอามาประจันกันก่อนเลย มีทั้งหมด 5 เครื่องด้วยกัน เป็นพลาสม่าทีวี 2 เครื่อง ตัวแรกจาก Panasonic Viera TC-P50VT25 อีกตัวเป็นตัวใหม่ล่าสุดที่ได้รับการรับรอง THX 3D มาด้วย คือ LG INFINIA 50PX950 ต่อกันด้วยเทคโนโลยี LCD อีก 2 ตัวที่เป็นไฟหลังแบบ LED ทั้งคู่ คือ Samsung UN40C7000 และ LED แบบ local dimming จาก Sony Bravia XBR-46HX909 ตัวสุดท้ายจะไม่เป็นเทคโนโลยี DLP Projection จาก Mitsubishi WD7838 โดยเครื่องของโซนี่มาพร้อมแว่นแบบ active shutter 2 อัน ของ Panasonic มีมาให้อันเดียว ส่วน LG, Mitsubishi และ Samsung ขายแยกไม่ได้มาพร้อมกับตัวเครื่องแว่นตา อาวุธสำคัญที่ขาดไม่ได้ในโลก 3Dหากจะพูดกันตรงๆ ว่าการที่จะนั่งดูทีวีแล้วต้องเอาแว่นตามานั่งสวมทุกครั้ง มันก็คงฟังดูเป็นอะไรที่เกะกะ ทำไมถึงต้องใส่ด้วย แต่ในความเป็นจริงเทคโนโลยีที่จะทำให้เราดูภาพ 3 มิติได้อย่างเต็มอรรถรสแบบตื่นตาตื่นใจที่สุดก็คงจะจำเป็นต้องใช้แว่นตาแบบ active shutter นี้ และทุกยี่ห้อต่างก็เลือกใช้เทคโนโลยีกันทั้งนั้น เพราะว่ามันเป็นหนทางเดียวในตอนนี้ที่จะนำเสนอภาพ 3 มิติได้ดีที่สุด และด้วยการที่มันเป็นแบบ active shutter ก็จะต้องใช้พลังงานในการเปิดและปิด shutter ของแว่นด้วย มันก็เลยจะต้องใช้พลังงานจากถ่าน ซึ่งก็จะทำให้แว่นหนักขึ้นอีกนิดหน่อยจากทางซ้าย Samsung, LG, Sony, Panasonic และ Mitsubishiโดยแว่นทุกยี่ห้อจะมีระบบคล้ายกันหมด เปิด/ปิด อัตโนมัติโดยอาศัยเซ็นเซอร์จับสัญญาณอินฟาเรดระหว่างตัวแว่น และตัวทีวี แต่จะมีอยู่ 2 ยี่ห้อคือ Sony และ Mitsubishi ที่จะมีตัวส่งสัญญาณภายนอกที่ต้องเอาไปต่อเข้ากับ TV อีกทีนึง ในขณะที่ยี่ห้ออื่นๆ จะฝังมาด้านในตัวทีวีเลยช่องสำหรับเสียบสายชาร์จแบตเตอรี่ของแว่น LGแว่นของ LG จะมีความพิเศษ แตกต่างจากยี่ห้ออื่นๆอยู่สักหน่อย เพราะถ่านที่ใช้จะเป็นแบบชาร์จได้ในตัวเลย ไม่ต้องหาซื้อมาเปลี่ยนบ่อยๆ พร้อมทั้งมีช่องสำหรับสายชาร์จในตัวแว่น แต่ปุ่มปิด/เปิดอาจจะหายากกว่ายี่ห้ออื่นนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้เป็นอุุปสรรคอะไรในการที่จะกดโดยไม่ต้องมอง แว่นของ Sony จะมีขอบรอบเลนส์ให้แนบสนิทเข้ากับช่วงตาของเรา ช่วยป้องกันแสงจากภายนอกแยงตาได้ แต่ตัวแว่นก็มีหนักอยู่สักหน่อย และยังมีขาแว่นที่ปรับระดับได้ ซึ่งเหมาะกับเด็กๆที่ศรีษะจะเล็กจนทำให้แว่นหลวมเลื่อนหลุดลงมาเป็นอย่างดี ส่วนอีก 3 ยี่ห้อที่เหลือ Panasonic, Samsung และ Mitsubishi ก็ค่อนข้างจะเบาและบางเหมือนๆกัน รวมทั้งเปิดด้านข้างออกหมด ทำให้แสงเข้ามารบกวนสายตาได้ แว่นของ Panasonic จะมีความพิเศษอยู่นิดนึงตรงแป้นรองจมูกที่ปรับเปลี่ยนได้ สำหรับใครก็ตามที่อยากได้ความสบายจากการสวมใส่ แต่มันถอดได้ก็แปลว่าหล่นหายได้เหมือนกัน ของ Samsung กับ Mitsubishi เหมือนกันเด๊ะ ต่างก็แค่ชื่อยี่ห้อที่พิมพ์ติดไว้บนตัวแว่นเท่านั้น ต้องทิ้งแผ่น 2D สุดโปรดอย่างนั้นเหรอทีวีทั้งหมดที่ Engadget ได้ทดสอบ มีระบบแปลงภาพแบบ 2 มิติปกติ เป็น 3 มิติได้ ยกเว้น Panasonic เท่านั้นที่ไม่มี แต่ระบบนี้เอาเข้าจริงๆก็ไม่ได้เรื่องสักเท่าไหร่ ก็อย่างที่รู้ว่ามันเป็นระบบจำลองภาพให้เป็น ไม่ได้เป็นภาพ 3 มิติแท้ๆ แต่ Samsung ก็ให้ตัวเลือกในการปรับระดับความลึกของภาพมาให้ด้วยถึง 10? ระดับ แต่ก็ยังคงเป็นระบบจำลองอยู่ดีนั่นแหละ แต่อย่างน้อยมันก็พอจะมีลูกเล่นอะไรให้พวกแผ่นเก่าๆที่เก็บสะสมกันมานานได้ล่ะนะ แต่ยังไงผมก็ขอแนะนำให้หาแผ่น Blu-ray แบบ 3D แท้ๆมาดูดีกว่า ยังไงก็ดีกว่ากันเยอะแล้วจะเอาตัวไหนดีคงต้องให้ถามตัวเองกันก่อนว่าอะไรคือสิ่งที่เราอยากได้มาเป็นอันดับแรก หรือคือสิ่งที่เราชอบ และเหมาะกับเราที่สุด ยี่ห้อแต่ละยี่ห้อก็มาพร้อมจุดเด่นที่ไม่เหมือนกัน ถ้าหากว่าคุณเป็นคนที่เอาเรื่องภาพมาเป็นอันดับแรกล่ะก็ ตัวเลือกคงต้องเป็น Plasma TV จาก Panasonic เลย เปรียบเทียบจากในกลุ่มมันให้ภาพที่ดีที่สุด แต่เท่าที่รู้มันกลับไม่ใช่ที่ทีวีที่ขายดีที่สุด นั่นแปลว่าก็ยังมีเหตุผลอื่นๆอีกที่คนจะซื้อทีวีสักเครื่องใช้เป็นหลัก อย่างถ้าคุณเป็นคนชอบรูปลักษณ์ความสวยงาม แม้ว่ามันจะไม่ได้เปิดใช้ดูอยู่ก็เถอะ แนะนำว่า monolothic ดีไซน์จาก Sony เป็นอะไรที่สวยหยดจริงๆ สำหรับใครที่ต้องการแว่นที่ดีที่สุด เพื่อมาชม 3D แบบเต็มอารมณ์ แนะว่าไป LG ได้เลย แต่ถ้าขนาดหน้าจอคือสิ่งที่เหนืออื่นใด เทคโนโลยี DLP จาก Mitsubishi จะให้ขนาดได้ใหญ่มาก ส่วน Samsung เป็นอะไรที่ให้มาในราคาที่ถูกสุดๆ ใครเงินไม่เยอะ แต่อยากได้แจ่มเกินราคา ก็ต้อง Samsung นี่แหละ แต่ทั้งหมดนี้ก็เป็นความรู้สึกส่วนตัว แนะให้เป็นแนวทางสำหรับคนที่ต้องการรู้ถึงจุดเด่นของแต่ละยี่ห้อ ความเป็นจริงแล้วอาจขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลด้วย ว่ามีความชอบแบบไหน ซึ่งแน่นอนว่าอาจมีความแตกต่างกันเป็นธรรมดาCredit: Engadget
Review Samung S23A950D มอนิเตอร์ 3D มิติ ที่สมบูรณ์แบบทั้งภาพและดีไซน์
 เปิดมิติการใช้งานจอภาพ LED ที่สมจริงในรูปแบบ 3 มิติตัวใหม่ล่าสุดจาก Samsung กับ Samung 3D Monitor จอ LED ขนาด 23 นิ้ว รุ่น S23A950D รองรับความละเอียดระดับ Full HD (1920×1080) รายละเอียดเป็นอย่างไรเรามาชมกันกับการ Review แบบย่อม ๆ ในบทความนี้เมื่อพูดถึงการออกแบบ Samsung ถือว่าเป็นผู้ผลิตจอที่เน้นการออกแบบและความสวยงามเป็นหลัก สำหรับจอ LED 3D ขนาด 23 นิ้วตัวนี้ ถือได้ว่าเป็น LED ที่มีกรออกแบบมาให้เพื่อรองรัการใช้งานในการแสดงผลแบบ Full HD พร้อมระบบ 3 มิติที่สมจริง ตัวเครื่องที่ดูดี ตัวจอบาง ฐานของจออกแบบมาได้อย่างสวยงาม โดยงานนี้มาพร้อมกับแว่นแบบ 3 มิติหน้าจอขนาด 32 นิ้วมาพร้อมแว่นระบบ 3 มิติตัวจอทำออกมาได้บางมาก (บางจริง ๆ )ด้านข้างอีกมุมนึง บางเหลือเกินมองหน้าจอขนาด 23 นิ้วแยยเต็ม ๆ ตัวจอ ดูสวยงามตามแบบฉบับของ Samsungด้านหลังของตัวจอ ดูเรียบง่ายมาพร้อม Port การใช้งานปุุ่มเปิดหน้าจอเป็นแบบสัมผัสตามแบบฉบับของ Samsung  แว่นระบบ 3 มิติ ที่จะทำให้การชมภาพยนต์และการเล่นเกมได้สมจริงปุ่มสำหรับเปิดสัญญาณแว่น 3 มิติ
ฟิลิปส์เปิดตัวชุดโฮมเธียเตอร์ใหม่ Philips HTS7140
บริษัท ฟิลิปส์อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ขอแนะนำชุดโฮมเธียเตอร์รุ่นใหม่ล่าสุด Philips HTS7140 มาพร้อมกับเทคโนโลยี Ambisound? เติมเต็มความสมบูรณ์ภาพยนตร์จากแผ่น Blu-ray เพิ่มพลังเสียงเซอร์ราวด์รอบทิศทางด้วยลำโพงแบบ Soundbar และลงตัวด้วยดีไซน์ที่จัดวางเข้ากับแอลซีดี/แอลอีดี ทีวีฟิลิปส์ขนาด 40 นิ้วขึ้นไปได้อย่าง สมบูรณ์แบบ สร้างสรรค์คุณภาพเสียงที่ดีที่สุดในการฟังดนตรี พร้อมให้คุณได้เพลิดเพลินกับภาพยนตร์เรื่องโปรดคุณภาพระดับโรงภาพยนตร์พรีเมี่ยมได้ที่บ้านคุณPhilips Soundbar HTS7140 มาพร้อมกับเทคโนโลยี Ambisound ที่ให้พลังเสียง 5.1 เซอร์ราวด์รอบทิศทางทั่วทั้งห้อง ด้วยเทคนิคการจัดวางลำโพงใน Soundbar อย่างเหมาะสม พร้อมซับวูฟเฟอร์เพียง 1 ตัว ก็ทำให้ได้เสียงที่กว้างอย่างลงตัว? นอกจากนี้ Dolby Digital, DTS, Dolby Prologic II และ DolbyTrueHD ยังยกระดับเสียงให้ทรงพลังก้องกระหึ่ม? กำลังขับรวม RMS ทั้งหมด 500 วัตต์นอกจากนี้ เครื่องเล่น Blu-ray Philips BDP7500? ยังมาพร้อมกับฟังก์ชั่นพิเศษ BD-Live (Profile 2.0) เพื่อให้คุณสนุกกับข้อมูลโบนัส Blu-ray ออนไลน์ได้ โดย BD-Live เปิดโอกาสให้คุณได้เข้าสู่โลกกว้างของความละเอียดสูงอย่างไม่มีที่สิ้นสุดPhilips HTS7140 รุ่นนี้สามารถเล่นได้กับทุกแผ่น ไม่ว่าจะเป็นแผ่นหนัง?? Blu-ray DVD, DVD+R/RW, DVD-R/RW, (S)VCD, DivX, DivX Ultra (เพื่อการเล่นมีเดียไฟล์ชนิด DivX ที่มีคุณภาพยิ่งขึ้น) แผ่นเพลง CD, MP3-CD, CD-R/RW และ CD รูป JPEG filePhilips HTS7140 ราคา 21,990? บาท? สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลผู้บริโภคฟิลิปส์? 02-6528652
โปรโมชั่นโดนๆ ราคาเด็ดๆ ภายในงานคอมมาร์ต 2011 มาแล้วครับ!!!
สวัสดีครับ ไม่ทรบว่ามีใครไปเดินงานคอมมาร์ตมาแล้วกันบ้าง ซึ่งทาง LCDSpec ก็ขอถึงโอกาสพาทุกท่านไปชมโปรโมชั่นโดนในงานคอมาร์ตครั้งนี้กัน โดยในส่วนของทีวีมากันเกือบทุกแบรนด์เลยมาเริ่มกันที่บูธของ Sony กันก่อนเลย!!!มาต่อกันที่ Samsungถัดมาเป็น LG ครับพวกสาย HDMI / ปลั๊กไฟ ก็มีมาลดราคากันเช่นเดิมบูธ Provision กับทีวีสเปกสูงราคาถูกต่อมาเป็น Panasonicถัดมาเป็น Toshibaและ SharpLED Monitor ขนาดใหญ่รุ่นใหม่ล่าสุดจาก SamsungLED Monitor 3D รุ่นล่าสุดของ Samsung ที่มีทีวีจูนเนอร์ในตัวอีกด้วย พร้อมราคาเปิดที่ 29,990 บาทและปิดท้ายกับ Philips ครับมีอุปกรณ์ที่จะเปลี่ยน iPhone เป็นรีโมได้ด้วย ราคาอยู่ที่ 4,590 บาทครับ
เอซุส ส่ง จอแอลอีดี ซีรีย์ ?ดีไซน์โน? ตัวเครื่องบางเฉียบ มุมมองกว้างถึง 178 องศา
เอซุส เปิดตัว จอแอลอีดี ซีรีย์ Designo ML 229/239/249 ด้วยดีไซน์บางเฉียบ ที่มากับ พาเนลแบบ IPS (In-Plane Switching) และ VA (Vertical Alignment) ออกแบบขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้สัมผัสได้ถึงประสบการณ์ใหม่แห่งการรับชม ไม่ว่าจะเป็นมุมมองกว้างเป็นพิเศษถึง 178 องศาการันตีความสวยงามด้วยรางวัล Good Design Award จากประเทศญี่ปุ่น จอแอลอีดี ซีรีย์ ?ดีไซน์โน?(Designo) มีให้เลือก 3 ขนาด รุ่น ML229H ขนาด 21.5 นิ้ว รุ่น ML239H ขนาด 23 นิ้ว และรุ่น ML249H ขนาด 24 นิ้ว ทั้งสามรุ่นให้มุมมองกว้างถึง 178 องศา สามารถรับชมภาพที่เหมือนกันได้จากทุกมุม มอง ไม่ว่าจะวางในแนวนอนหรือแนวตั้ง?ด้วยเทคโนโลยี Smart Contrast ที่ให้ค่า Contrast Ratio สูงเป็นพิเศษถึง 50,000,000:1 สามารถแสดงทั้งภาพมืดและสว่างได้อย่างมีมิติสมจริง อีกทั้งสามารถปรับปริมาณแสงสว่างจากด้านหลัง (Backlight Luminance) นอกจากนี้ยังมีพอร์ต HDMI เพื่อการรับชมภาพระดับ HD Full 1080p (ความละเอียด 1920×1080) ทั้งจากคอมพิวเตอร์ เครื่องเล่นบลูเรย์ และเครื่องเล่นเกมได้อีกด้วย จอแอลอีดี ซีรีย์ ?ดีไซน์โน?(Designo) โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่บางหรูเป็นพิเศษ และปุ่มกด LED แบบไร้รอยต่อ พร้อมขาตั้งแบบสองห่วง เพื่อการปรับแบบเอียงและหมุน ได้อย่างง่ายดาย ผสมผสานระหว่าง?ความมีสไตล์และคุณสมบัติเพื่อการใช้งานที่ลงตัว การันตีด้วยรางวัล Good Design Award จากประเทศญี่ปุ่น ด้านความสวยงาม รวมทั้งยังคงมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์อื่นๆของเอซุส ไม่ว่าจะเป็นแผง LED-backlit ชนิดไร้สารปรอท และกล่องบรรจุภัณฑ์ที่ใช้วัสดุรีไซเคิลในการผลิต เป็นต้นพบกับ จอแอลอีดี ซีรีย์ Designo ML 229/239/249 ได้แล้ววันนี้ ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายเอซุสทั่วประเทศ หรือ สอบถามรายละเอียดได้ที่ ASUS Call Center 02-401-1717 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.asus.co.th 
Review: Acer G235H bd – LCD Monitor 23" Full HD ขวัญใจเกมเมอร์ งบน้อย
By: Aumper_Jai | Date: 21 April 2010 | | 26 ความเห็น

คาดว่าทุกท่านคงกลับมาจากสงกรานต์กันหมดแล้วนะครับ สำหรับคนที่มีบ้านอยู่ต่างจังหวัด ซึ่งนั่นก็หมายถึงคนรีวิวด้วย ก็เพิ่งกลับมาจากบ้านที่ต่างจังหวัดเช่นกัน ในครั้งทาง LCDSPEC ได้มีโอกาสรีวิว LCD Monitor จาก ACER อีกเช่นเคย ในรุ่น G235H bd ซึ่งเป็น LCD Monitor ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว ความละเอียดของหน้าจอ Full HD อยู่ที่ 1920×1080 พิกเซล สัดส่วนเป็น Widescreen 16:9 ยอดนิยม ลักษณะจอเป็นแบบจอกระจกมันวาว สะท้อนทุกสิ่งสรรพ แต่ก็ให้สีสันที่สดใสสมจริง ส่วนในเรื่องของดีไซน์ก็จัดได้ว่าโฉบเฉี่ยว ถูกใจคอเกมเป็นแน่แท้ (รวมถึงตัวของผมด้วย)

312fbo571LL

สำหรับความสามารถอื่นๆ LCD Monitor รุ่น G235H bd จาก ACER นี่ พูดกันตามความเป็นจริงก็บอกได้เลยครับว่าไม่มี ก็แน่ล่ะราคาแค่หกพันบาทต้นๆ จะใส่อะไรมากมายได้อย่าง ทำให้การรีวิวครั้งนี้เราก็จะมาเน้นในส่วนของเวลานำไปใช้งานจริงกันนะครับ ว่าสามารถตอบโจทย์การใช้งานแต่ละประเภทว่าได้ดีเพียงใด

IMG_9442

เรามาเริ่มกันตั้งแต่กล่องกันเลยดีกว่า จะเห็นได้ว่าเป็นกล่องสีขาวเรียบๆ ตามสไตล์ของ ACER พร้อมสัญลักษณ์ Compatible with Windows7

IMG_9443

ส่วนด้านข้างของกล่องนั่นก็จะมีสติ๊กเกอร์ที่บอกถึงสเปกของตัวจออย่างคร่าวๆ

IMG_9441

พอแกะกล่องออกมาก็จะพบกับสายสัญญาณต่างๆ และนั่นก็หมายรวมถึงสายไฟและคู่มือ+ซีดีด้วย ด้วย ซึ่งสายสัญญาณที่ให้มามีทั้ง VGA และ DVI

IMG_9429

อีกอย่างหนึ่งนอกเหนือจากจอแล้ว ก็ยังมีในส่วนของฐานจอหรือจะเรียกอีกอย่างว่าขาตั้งก็ได้ ที่มีดีไซน์ที่ดูสวยงามที่มีความแข็งแรงอยู่ในตัว

image5

?

?

IMG_9401

จากสเปกพูดกันได้เลยว่าก็เป็น LCD Monitor ที่มีความละเอียด Full HD ตัวหนึ่ง ไม่ได้มีความโดดเด่นอะไร แต่เราก็อย่าเพิ่งตัดสินอะไรจากสเปกตัวหนังสือเพียงเดียว และยิ่งถ้าเรามาดูในส่วนของราคาจะเห็นว่าราคาก็จัดได้ว่าสมเหตุสมผลอยู่ แต่ยังไงก็ยังน่าเสียดายที่น่าจะติดตั้งพอร์ต HDMI มาให้ด้วยเลย เผื่อว่าใครอย่างเอาไปต่อกับเครื่องเล่นเกมคอนโซล หรือแม้แต่การ์ดจอพีซีรุ่นใหม่ๆ ที่สมัยนี้นิยมเป็น HDMI กันหมดแล้ว

คุณสมบัติทางเทคนิคของ Acer G235H bd:

spec

design

?

?

IMG_9436

มาดูในเรื่องของการออกแบบดีไซน์กันต่อนะครับ จากการมองด้วยตาจะเห็นว่า LCD Monitor รุ่นนี้มีความโดดเด่นพอสมควรเลยทีเดียว จากการที่เน้นสีดำทั้งหมด อีกทั้งยังมีส่วนที่เป็น Glossy เพื่อเพิ่มความหรูด้วย (จะว่าไปอารมณ์เหมือน LCD Monitor 3D รุ่นใหม่จาก ACER เหมือนกันนะครับ)

IMG_9434

ชื่อรุ่นอยู่ในตำแหน่งที่ชัดเจนเช่นเดิมที่ขอบบนขวาของจอภาพ ถ้าสังเกตจะเห็นว่าขอบจอด้านในและด้านนอกจะไม่เหมือนกัน ซึ่งขอบด้านนอกจะเป็นแบบด้านๆ ผิวหยาบ ส่วนขอบด้านในจะเป็นแบบ Glossy? ดูเงาๆ ซะหน่อย

IMG_9409

สำหรับฐานจะมีลักษณะเป็นแบบตัว X พร้อมกับมีการเล่นลวดลายเล็กน้อย และมีรูปร่างที่เหมือนจะหมุนหัยซ้าย-หันขวาได้ แต่จริงๆ แล้วหมุนไม่ได้เลยนะครับ

IMG_9411

ดูกันใกล้ๆ จะเห็นว่าปลายของฐานหรือปลายของขาตั้งจะเป็นลักษณะ Glossy สีดำ ซึ่งเพิ่มความหรูหราและสวยงามได้ไงระดับหนึ่ง

IMG_9435

ในส่วนของปุ่มคำสั่งเมนูต่างๆ ลักษณะจะดูต่างออกไปจากรุ่นก่อนๆ ซึ่งตอนแรกดูแล้วเหมือนจะเป็นระบบสัมผัส อย่างทางด้านซ้ายสุดก็จะเป็นปุ่ม Power ไว้เปิด-ปิด

IMG_9428

แต่ความจริงแล้ว ปุ่มคำสั่งต่างๆ ได้ถูกซ่อนไว้ด้านล่างขอบจอต่างหาก อีกทั้งในส่วนนี้ยังหาตัวหนังสือเพื่อที่จะกำกับว่าปุ่มไหนเป็นปุ่มอะไรไม่ได้เลย

IMG_9431

มาชมกันในมุมด้านข้างกันบ้าง จะว่าไปแล้วก็ดูหนา ไม่น้อยเลยทีเดียว อีกทั้งรุ่นนี้ยังเป็นแบบอแดปเตอร์ไฟอยู่ภายในจอด้วย แต่ก็นั่นแหละครับ LCD Monitor นี่นา และก็คิดว่าคนส่วนมากก็คงไมซีเรียสเท่าไหร่นัก

IMG_9425

ส่วนนี้จะเป็นข้อต่อไว้ปรับก้มเงยของจอ จากการลองใช้งาน ก็ถือว่าไม่ฝืดหรือหลวมจนเกินไป

IMG_9407

ด้านหลังจอก็เรียบๆ มีการเล่นเหลี่ยมเล่นมุมเล็กน้อย ส่วนขาจอนั้นจะเห็นว่ามีปุ่มปลดล๊อคระหว่างขาจอกับฐานของจอ

IMG_9420

ซึ่งถือว่าสะดวกมากในการติดตั้ง ไม่ต้องใช้แบบน็อตยึดเหมือนในรุ่นก่อนๆ เพียงแค่กดลงไปตรงปุ่มนั้น ก็ถอดฐานออกมาได้อย่างง่ายดาย

IMG_9418

ด้านหลังบนของจอก็จะช่องระบายความร้อนอยู่

IMG_9422

ล่างซ้ายก็จะเป็นรายละเอียดเล็กน้อยของรุ่นจอ

IMG_9424

ส่วนด้านขวาก็จะเป็นตัวล๊อค Kensington ที่ไว้ใช้ยึดกับโต๊ะเพื่อไม่ให้เคลื่อนย้ายไปไหนได้

IMG_9426

คราวนี้ ลองมาดูในส่วนของพอร์ตการเชื่อมต่อเพื่อแสดงผลกันบ้างที่อยู่ฝั่งขวาใต้จอ นับจากทางซ้ายมือจะเป็น? พอร์ต DVI ที่เราคุ้นเคย พร้อมรองรับ HDCP และสุดท้ายก็คือ พอร์ต D-Sub ซึ่งก็นับว่าน่าเสียดายอยู่ที่ไม่พอร์ต HDMI มาให้ เผื่อว่าจะเอาไปเชื่อมต่อกับโน้ตบู๊กซึ่งสมัยนี้ก็เป็นแต่ HDMI ทั้งนั้น

IMG_9427

ส่วนของฝั่งซ้ายใต้จอจะมีเพียงช่องเสียบสายไฟและในรุ่นนี้จะเป็นอแดปเตอร์ไฟ แบบติดตั้งอยู่ภายในจออย่างที่บอกไป ในหน้าต่อไปเดี๋ยวเราจะไปดูกันต่อของในส่วนของเมนูการใช้งานต่างๆ ภายในจอ

«»

เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ

 
 
Tag: 3D 1080p Acer ASUS benq Blu-ray Blu-ray player Bravia ces CES 2011 commart DLNA DVI full hd Full HD 1080P hd HDMI HDTV iphone IPS lcd LCD monitor lcd tv LED LED Backlit LED Monitor LED TV LG monitor OLED OLED TV Panasonic Philips Plasma Plasma TV PS3 Samsung sharp Smart TV Sony Toshiba tv USB VGA wifi
COPYRIGHT@2010 LCDSPEC.COM ALL RIGHTS RESERVED.