คาดว่าทุกท่านคงกลับมาจากสงกรานต์กันหมดแล้วนะครับ สำหรับคนที่มีบ้านอยู่ต่างจังหวัด ซึ่งนั่นก็หมายถึงคนรีวิวด้วย ก็เพิ่งกลับมาจากบ้านที่ต่างจังหวัดเช่นกัน ในครั้งทาง LCDSPEC ได้มีโอกาสรีวิว LCD Monitor จาก ACER อีกเช่นเคย ในรุ่น G235H bd ซึ่งเป็น LCD Monitor ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว ความละเอียดของหน้าจอ Full HD อยู่ที่ 1920×1080 พิกเซล สัดส่วนเป็น Widescreen 16:9 ยอดนิยม ลักษณะจอเป็นแบบจอกระจกมันวาว สะท้อนทุกสิ่งสรรพ แต่ก็ให้สีสันที่สดใสสมจริง ส่วนในเรื่องของดีไซน์ก็จัดได้ว่าโฉบเฉี่ยว ถูกใจคอเกมเป็นแน่แท้ (รวมถึงตัวของผมด้วย)

สำหรับความสามารถอื่นๆ LCD Monitor รุ่น G235H bd จาก ACER นี่ พูดกันตามความเป็นจริงก็บอกได้เลยครับว่าไม่มี ก็แน่ล่ะราคาแค่หกพันบาทต้นๆ จะใส่อะไรมากมายได้อย่าง ทำให้การรีวิวครั้งนี้เราก็จะมาเน้นในส่วนของเวลานำไปใช้งานจริงกันนะครับ ว่าสามารถตอบโจทย์การใช้งานแต่ละประเภทว่าได้ดีเพียงใด

เรามาเริ่มกันตั้งแต่กล่องกันเลยดีกว่า จะเห็นได้ว่าเป็นกล่องสีขาวเรียบๆ ตามสไตล์ของ ACER พร้อมสัญลักษณ์ Compatible with Windows7

ส่วนด้านข้างของกล่องนั่นก็จะมีสติ๊กเกอร์ที่บอกถึงสเปกของตัวจออย่างคร่าวๆ

พอแกะกล่องออกมาก็จะพบกับสายสัญญาณต่างๆ และนั่นก็หมายรวมถึงสายไฟและคู่มือ+ซีดีด้วย ด้วย ซึ่งสายสัญญาณที่ให้มามีทั้ง VGA และ DVI

อีกอย่างหนึ่งนอกเหนือจากจอแล้ว ก็ยังมีในส่วนของฐานจอหรือจะเรียกอีกอย่างว่าขาตั้งก็ได้ ที่มีดีไซน์ที่ดูสวยงามที่มีความแข็งแรงอยู่ในตัว

?
?

จากสเปกพูดกันได้เลยว่าก็เป็น LCD Monitor ที่มีความละเอียด Full HD ตัวหนึ่ง ไม่ได้มีความโดดเด่นอะไร แต่เราก็อย่าเพิ่งตัดสินอะไรจากสเปกตัวหนังสือเพียงเดียว และยิ่งถ้าเรามาดูในส่วนของราคาจะเห็นว่าราคาก็จัดได้ว่าสมเหตุสมผลอยู่ แต่ยังไงก็ยังน่าเสียดายที่น่าจะติดตั้งพอร์ต HDMI มาให้ด้วยเลย เผื่อว่าใครอย่างเอาไปต่อกับเครื่องเล่นเกมคอนโซล หรือแม้แต่การ์ดจอพีซีรุ่นใหม่ๆ ที่สมัยนี้นิยมเป็น HDMI กันหมดแล้ว
คุณสมบัติทางเทคนิคของ Acer G235H bd:


?
?

มาดูในเรื่องของการออกแบบดีไซน์กันต่อนะครับ จากการมองด้วยตาจะเห็นว่า LCD Monitor รุ่นนี้มีความโดดเด่นพอสมควรเลยทีเดียว จากการที่เน้นสีดำทั้งหมด อีกทั้งยังมีส่วนที่เป็น Glossy เพื่อเพิ่มความหรูด้วย (จะว่าไปอารมณ์เหมือน LCD Monitor 3D รุ่นใหม่จาก ACER เหมือนกันนะครับ)

ชื่อรุ่นอยู่ในตำแหน่งที่ชัดเจนเช่นเดิมที่ขอบบนขวาของจอภาพ ถ้าสังเกตจะเห็นว่าขอบจอด้านในและด้านนอกจะไม่เหมือนกัน ซึ่งขอบด้านนอกจะเป็นแบบด้านๆ ผิวหยาบ ส่วนขอบด้านในจะเป็นแบบ Glossy? ดูเงาๆ ซะหน่อย

สำหรับฐานจะมีลักษณะเป็นแบบตัว X พร้อมกับมีการเล่นลวดลายเล็กน้อย และมีรูปร่างที่เหมือนจะหมุนหัยซ้าย-หันขวาได้ แต่จริงๆ แล้วหมุนไม่ได้เลยนะครับ

ดูกันใกล้ๆ จะเห็นว่าปลายของฐานหรือปลายของขาตั้งจะเป็นลักษณะ Glossy สีดำ ซึ่งเพิ่มความหรูหราและสวยงามได้ไงระดับหนึ่ง

ในส่วนของปุ่มคำสั่งเมนูต่างๆ ลักษณะจะดูต่างออกไปจากรุ่นก่อนๆ ซึ่งตอนแรกดูแล้วเหมือนจะเป็นระบบสัมผัส อย่างทางด้านซ้ายสุดก็จะเป็นปุ่ม Power ไว้เปิด-ปิด

แต่ความจริงแล้ว ปุ่มคำสั่งต่างๆ ได้ถูกซ่อนไว้ด้านล่างขอบจอต่างหาก อีกทั้งในส่วนนี้ยังหาตัวหนังสือเพื่อที่จะกำกับว่าปุ่มไหนเป็นปุ่มอะไรไม่ได้เลย

มาชมกันในมุมด้านข้างกันบ้าง จะว่าไปแล้วก็ดูหนา ไม่น้อยเลยทีเดียว อีกทั้งรุ่นนี้ยังเป็นแบบอแดปเตอร์ไฟอยู่ภายในจอด้วย แต่ก็นั่นแหละครับ LCD Monitor นี่นา และก็คิดว่าคนส่วนมากก็คงไมซีเรียสเท่าไหร่นัก

ส่วนนี้จะเป็นข้อต่อไว้ปรับก้มเงยของจอ จากการลองใช้งาน ก็ถือว่าไม่ฝืดหรือหลวมจนเกินไป

ด้านหลังจอก็เรียบๆ มีการเล่นเหลี่ยมเล่นมุมเล็กน้อย ส่วนขาจอนั้นจะเห็นว่ามีปุ่มปลดล๊อคระหว่างขาจอกับฐานของจอ

ซึ่งถือว่าสะดวกมากในการติดตั้ง ไม่ต้องใช้แบบน็อตยึดเหมือนในรุ่นก่อนๆ เพียงแค่กดลงไปตรงปุ่มนั้น ก็ถอดฐานออกมาได้อย่างง่ายดาย

ด้านหลังบนของจอก็จะช่องระบายความร้อนอยู่

ล่างซ้ายก็จะเป็นรายละเอียดเล็กน้อยของรุ่นจอ

ส่วนด้านขวาก็จะเป็นตัวล๊อค Kensington ที่ไว้ใช้ยึดกับโต๊ะเพื่อไม่ให้เคลื่อนย้ายไปไหนได้

คราวนี้ ลองมาดูในส่วนของพอร์ตการเชื่อมต่อเพื่อแสดงผลกันบ้างที่อยู่ฝั่งขวาใต้จอ นับจากทางซ้ายมือจะเป็น? พอร์ต DVI ที่เราคุ้นเคย พร้อมรองรับ HDCP และสุดท้ายก็คือ พอร์ต D-Sub ซึ่งก็นับว่าน่าเสียดายอยู่ที่ไม่พอร์ต HDMI มาให้ เผื่อว่าจะเอาไปเชื่อมต่อกับโน้ตบู๊กซึ่งสมัยนี้ก็เป็นแต่ HDMI ทั้งนั้น

ส่วนของฝั่งซ้ายใต้จอจะมีเพียงช่องเสียบสายไฟและในรุ่นนี้จะเป็นอแดปเตอร์ไฟ แบบติดตั้งอยู่ภายในจออย่างที่บอกไป ในหน้าต่อไปเดี๋ยวเราจะไปดูกันต่อของในส่วนของเมนูการใช้งานต่างๆ ภายในจอ