Buver's Guide Review HD Contents HD Accessories HD Event Promotions
ฟันธงลงดาบกับจอ LED Monitor 5 รุ่นโดนใจขนาดใหญ่คุ้มค่า ในสิ้นปีนี้
สวัสดีครับ หลายๆ คนตอนนี้ก็อาจจะกำลังคิดที่จะซื้อของขวัญให้ตัวเองอยู่ในเทศกาลปีใหม่นี้ เชื่อได้อย่างหนึ่งว่าหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือ Monitor ก็เป็นของสิ่งหนึ่งเหมือนกันที่ทุกคนอยากจะเปลี่ยนให้มีขนาดใหญ่ขึ้น แสดงผลได้ดีขึ้นแต่ก็เข้าใจว่าทุกคนล้วนแล้วแต่อยากได้สิ่งที่ดีที่สุด โดยจ่ายเงินออกไปให้น้อยที่สุด วันนี้ทีมงาน LCDSPEC.COM ของเราจึงถือโอกาสมาแนะนำ LED Monitor ในตลาดที่น่าสนใจ จำนวน 5 รุ่น ใน 5 แบรนด์ชั้นนำ ของช่วงเวลานี้กันหน่อย1. Acer LED Monitor – S231HQLbd?ราคา 5,290 บาทสเปกโดยพอสังเขป :- ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว สัดส่วน 16:9- ความละเอียด Full HD 1920 x 1080 พิกเซล- ค่าความสว่าง 250 cm/m2- คอนทราสต์ 12,000,000:1 (ACM)- อัตราความเร็วตอบสนอง 5ms- การเชื่อมต่อ D-Sub / DVILCDSPEC.COM ฟันธง: เหมาะสำหรับคนงบจำกัด แล้วที่อยากได้หน้าจอใหญ่ความละเอียดสูง มาแทนที่หน้าจอแบบเดิมๆ ในราคาค่าตัวเพียง 5,290 บาท ก็ได้เทคโนโลยี LED ทีให้การแสดงภาพมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยคอนทราสต์ 12,000,000:1 (ACM) แถมด้วยการประหยัดพลังงานลงไปถึง 68% เมื่อเทียบกับ LCD Monitor แบบเดิมๆ แต่ก็ยังมีข้อสังเกตอยู่ก็คือ ช่องทางการเชื่อมต่อสัญญาณค่อนข้างจะมีข้อจำกัดไปซักหน่อย น่าจะติดตั้งพอร์ต HDMI มาให้ด้วยเลย เพราะสมัยนี้ถ้าเราจะทำการต่อจอเข้ากับโน้ตบุ๊กหรือคอมพิวเตอร์พีซี การ์ดจอใหม่ๆ ก็จะเป็น HDMI กันหมดแล้ว รวมไปถึงเครื่องเล่นเกมคอนโซลด้วยที่รองรับการเชื่อมต่อดิจิตอลที่เป็นเฉพาะ ?HDMI เท่านั้น ส่วนดีไซน์ก็ดูเรียบๆ ไปหน่อย แต่ก็ยังจัดได้ว่าสวยงามอยู่ อันนี้ก็คงขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนนะครับ2. AOC LED Monitor -?E2440V?ราคา 5,990 บาทสเปกโดยพอสังเขป :- ขนาดหน้าจอ 24 นิ้ว สัดส่วน 16:9- ความละเอียด Full HD 1920 x 1080 พิกเซล- ค่าความสว่าง 300 cm/m2- คอนทราสต์ 2,000,000:1 (DCR)- อัตราความเร็วตอบสนอง 5ms- การเชื่อมต่อ D-Sub / DVILCDSPEC.COM ฟันธง: เหมาะสำหรับคนงบน้อย อยากได้หน้าจอขนาดใหญ่สะใจถึง 24 นิ้ว แถมด้วยความละเอียดเยอะๆ อย่าง Full HD 1920 x 1080 พิกเซล เมื่อนำไปดูหนัง Blu-ray ก็เต็มตา ที่สำคัญคือได้ดีไซน์การออกแบบที่ไม่ซ้ำใคร ถ้าซื้อไปใช้งานรับรองว่าไม่มีใครเหมือนอย่างแน่นอน ลวดลายที่มีมาถือว่าสวยงาม ดูดีมีศิลปะ เล่นขอบจอเป็นลักษณะแก้วใสหรูหรา ในส่วนของสเปกก็จัดได้ว่าเป็นค่ามาตรฐานของหน้าจอแบบ LED Monitor แต่ก็ขาดพอร์ต HDMI ไปอีกนั่นแหละ สำหรับราคาค่าตัวนั้นก็ตกเพียง 5,990 บาท ซึ่งก็เดาว่าหลายท่านคงสงสัยว่าทำไมมันถูกเวอร์จัง ก็ขอบอกให้ทราบตรงนี้เลยว่า ไม่ใช่ว่าของไม่ดีนะครับ แต่แบรนด์นี้เค้าเน้นในการทำราคาอยู่แล้ว ก็เลยเป็นปกติไป3. Benq LED Monitor -?V2420?ราคา 8,290 บาทสเปกโดยพอสังเขป :- ขนาดหน้าจอ 24 นิ้ว สัดส่วน 16:9- ความละเอียด Full HD 1920 x 1080 พิกเซล- ค่าความสว่าง 300 cm/m2- คอนทราสต์ 10,000,000:1 (DCR)- อัตราความเร็วตอบสนอง 5ms- การเชื่อมต่อ D-Sub / DVILCDSPEC.COM?ฟันธง: หน้าจอขนาดใหญ่ขึ้นไปอีกกับขนาด 24 นิ้ว ความละเอียด Full HD ที่มีพื้นที่การทำงานที่กว้างขวาง จะเอาไปทำงานหรือเอ็นเตอร์เทนก็ไม่ต้องกังวล หน้าจอเป็นแบบจอด้านไม่ต้องห่วงเรื่องของการทำงานที่ต้องเพ่งไปที่หน้าจอนานๆ ส่วนในเรื่องของสีสันความถูกต้องของสี ด้วยความที่เป็น LED Monitor ของ Benq ก็ไม่ต้องเป็นห่วงเท่าใดนัก เพราะสามารถเชื่อใจได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็มีข้อน่าสังเกตอยู่เหมือนกันที่ว่าทำไมไม่ติดตั้งพอร์ต HDMI มาให้ด้วยซะเลย จะได้พร้อมเชื่อมต่อสัญญาณกับทุกๆ อุปกรณ์ ดีไซน์ก็ถือว่าจอมีลักษณะค่อนข้างบางและสวยงามทีเดียว ?พร้อมทั้งยังได้รางวัล Product Design Award 2010 อีกด้วย สนนราคาก็แพงกว่าตัว AOC ประมาณ 2,000 บาท ตรงนี้คงต้องตัดสินใจกันหน่อยว่าจะเลือกรุ่นนี้ด้วยความความใหญ่ขึ้นอีก 1 นิ้วหรือเปล่า4. LG LED Monitor – E2360V-PN ราคา 5,950 บาทสเปกโดยพอสังเขป :- ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว สัดส่วน 16:9- ความละเอียด Full HD 1920 x 1080 พิกเซล- ค่าความสว่าง 250 cm/m2- คอนทราสต์ 2,000,000:1 (DCR)- อัตราความเร็วตอบสนอง 5ms- การเชื่อมต่อ D-Sub / DVI / HDMILCDSPEC.COM?ฟันธง: นอกจากหน้าจอจะมีขนาดใหญ่คือ 23 นิ้ว สัดส่วนยอดนิยม 16:9 สนับสนุนทุกความบันเทิง และจุดที่น่าสนใจคือดีไซน์ ซึ่งถือว่าสวยงามโดดเด่น เพียวบาง ไม่ว่าจะนำไปจัดวางที่โต๊ะทำงานหรือห้องไหนๆ ก็จะกลายเป็นเฟอร์นิเจอร์สุดหรูอีกชิ้นหนึ่งได้ในทันที ส่วนในเรื่องของสเปกก็ไม่เป็นรองใคร ด้วยความละเอียดระดับ Full HD ที่เป็นมาตรฐานของจอคอมพิวเตอร์สมัยนี้ ?อีกอย่างที่เป็นจุดเด่นก็คือ การเชื่อมต่อที่ครบครันทั้ง D-Sub / DVI / HDMI คราวนี้ไม่ว่าเราจะเอาไปเชื่อมต่อสัญญาณกับช่องทางใดก็พร้อมไปหมด ไม่ต้องเสียเวลามาหาตัวแปลงกันให้ลำบาก ค่าตัวก็จัดได้ว่าคุ้มค่า ด้วยราคา 5,950 บาท ถือว่าไม่แพงเลยกับสิ่งที่ได้มา5. Samsung LED Monitor – BX2350 ราคา 9,900 บาท- ขนาดหน้าจอ 24 นิ้ว สัดส่วน 16:9- ความละเอียด Full HD 1920 x 1080 พิกเซล- ค่าความสว่าง ?250 cm/m2- คอนทราสต์ 5,000,000:1 (DCR)- อัตราความเร็วตอบสนอง 2ms- การเชื่อมต่อ D-Sub / HDMI x 2LCDSPEC.COM?ฟันธง: เพียงแรกเห็นก็ดูสวยโดดเด่นเหนือใครกันแล้วกับ LED Monitor รุ่นนี้จากทาง Samsung ด้วยการดีไซน์ที่ออกเป็นแนวสปอร์ต ฐานจอดูโฉบเฉี่ยวไม่ซ้ำใคร มีเอกลักษณ์ในตัวค่อนข้างสูง ขนาดการใช้งานหน้าจอก็รองรับทุกความบันเทิงด้วยขนาด 24 นิ้ว ความละเอียดที่ควรเป็นคือ 1920 x 1080 พิกเซล อีกทั้งด้วยอัตราความเร็วตอบสนอง 2ms จึงไม่ต้องเป็นห่วงเมื่อแสดงผลภาพที่เคลื่อนไหวเร็วๆ อีกจุดที่จะถือว่าเป็นจุดเด่นหรือเป็นข้อสังเกตก็ได้ นั่นก็คือได้ติดตั้งพอร์ต HDMI มาให้ถึง 2 พอร์ตด้วยกัน โดยที่ได้ตัดพอร์ต DVI ออกไปซะงั้น ข้อดีคือเมื่อเรามีอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อด้วย HDMI 2 เครื่อง เราก็สามารถเสียบ HDMI คาไว้ได้เลย โดยไม่ต้องถอดไปมา ส่วนถ้าเมื่อไหร่มีอุปกรณ์ที่เป็น DVI มา ก็คงต้องหาตัวแปลงกันหน่อย แต่ในส่วนนี้ถ้ารู้ตัวเองอยู่แล้วว่าที่บ้านเรามีอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็นโน้ตบุ๊กหรือการ์ดจออะไร ก็คงไม่ใช่ปัญหาเท่าไหร่ สนนราคา LED Monitor ตัวนี้ก็ 9,900 บาท ซึ่งหลายๆ คนอาจจะดูว่าราคาสูง แต่ก็นะเหมือนอารมณ์อยู่เหนือเหตุผล ใครจะว่าอะไรได้เป็นอย่างไรก้นบ้างครับ กับ LED Monitor ที่น่าสนใจ ทั้ง 5 รุ่น 5 แบรนด์ ที่แจ่มๆ ทั้งนั้น ชอบแบบไหนค่อยๆ เลือกนะครับ อย่ารีบร้อนจนเกินไป เดี๋ยวซื้อแล้วพอนำมาใช้งานจริงๆ จะไม่ถูกใจกันเปล่าๆ นอกจากนี้อย่าลืมอ่านบทความอื่นๆ?ที่เกี่ยวข้องกันด้วย ส่วนในเรื่องของคอนทราสต์ดูเหมือนบางตัวจะแตกต่างมากกว่าไปซะหน่อย แต่ขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่าให้ฟังหูไว้หู เพราะจริงๆ แล้วค่านี้มาตรฐานของแต่ละโรงงานวัดมาคนละอย่างกัน ก่อนซื้อไปดูด้วยตาของตัวเองจะดีที่สุดและอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ ราคา สำหรับราคาที่ได้ลงไว้ในบทความนี้จะเป็นราคาตามโบร์ชัว ซึ่งจริงๆ แล้วหน้าร้านจะมีราคาถูกลงไปกว่านี้อีก 300 – 500 บาท เชียวนะครับ?LCDSPEC.COM
Review: BENQ EW2420 – LED Monitor ขนาดหน้าจอ 24″ ใช้พาเนล VA รุ่นแรกของโลก !!!
ช่วงนี้หลายคนอาจจะกำลังหามอนิเตอร์ตัวใหม่ ที่ไว้ใช้งานทั่วไปอย่างงานเอกสารหรือท่องอินเตอร์เน็ต จนไปถึงรองรับความบันเทิงอย่างชมภาพยนต ร์หรือเล่นเกมสามมิติแล้วล่ะก็ คงจะเลือกเป็น LED Monitor ในขนาดหน้าจอประมาณ 21.5 นิ้วขึ้นไป และความละเอียดระดับ Full HD ซึ่งจะแบบจอด้านหรือจอกระจก ก็แล้วแต่ละบุคคลกันไปในวันนี้ทาง LCDSpec.com ได้มีโอกาสรีวิว LED Monitor รุ่นใหม่ล่าสุดจาก BENQ ในรุ่น EW2420 ที่มีขนาดหน้าจอ 24 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล หรือเรียกง่ายๆ ว่า Full HD อีกทั้งยังมากับสเปกที่น่าสนใจอย่างพาแนลแบบ VA ที่นำมาใช้งานร่วมกับเทคโนโลยี LED Backlit ที่ถือได้ว่ามอนิเตอร์รุ่นของโลกที่นำมาใช้แทนพาเนล TN แบบเก่า และคอนทราสต์ที่สูงถึง 20 ล้าน:1 ในแบบ DCR (Dynamic Contrast Ratio) แต่ถ้าเป็นแบบ Native จะอยู่ที่ 3,000:1 ซึ่งนับว่าเป็นค่าที่สูงมากๆ ทีเดียว รวมไปถึงคุณสมบัติอย่างมีลำโพงในตัว มีพอร์ต USB Hub ถึง 4 พอร์ตด้วยกัน และยังสนับสนุนการเชื่อมต่อ HDMI ถึง 2 พอร์ตด้วยกัน นอกเหนือจาก D-Sub กับ DVI แล้วลองไปชมวีดีโอเปิดตัวของเทคโนโลยี LED Monitor และพาเนล VA จาก BENQ กันก่อน :)สำหรับอุปกรณ์ที่ให้มาในกล่อง ก็มีมาเป็นมาตรฐานอย่าง คู่มือ / CD Guide / สายสัญญาณ D-sub / DVI / สายไฟ? อีกทั้งยังมีสายสัญญาณเสียงขนาด 3.5 ม.ม. และสาย USB ที่ไว้เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ ส่วนสายสัญญาณ HDMI นั้นไม่มีมาให้แต่อย่างใด (ถ้าแถมมาให้นี่ จะเยี่ยมมากๆ เลย ซึ่งหากใครจะใช้ HDMI คงจะต้องซื้อหากันเอา ที่เริ่มจากราคาไม่กี่ร้อย จนไปถึงหลักพันบาท)LED Monitor จากทาง BenQ EW2420 ขนาดหน้าจอ 24 นิ้ว Widescreen สัดส่วนเป็น 16:9 ความละเอียดสูงสุดที่ 1920?1080 พิกเซล (Full HD) พาเนลคุณภาพ VA มีค่า Contrast Ratio แบบ Native 3,000:1 หรือในแบบ Dynamic Contrast Ratio ที่สูงถึง 20 ล้าน:1 อัตราความเร็วตอบสนองที่ 8ms โดยพอร์ตการเชื่อมต่อสนับสนุนทั้งแบบอนาล๊อกในรูปแบบของ D-Sub และดิจิตอลที่เป็น DVI / HDMI แน่นอนว่าด้วยความที่มันเป็นจอ LED ดีไซน์ของจอเลยบางพิเศษกว่า LCD Monitor ธรรมดาทั่วไป แต่ก็ยังถือว่าหนา หากเทียบกับ LED Monitor ตัวอื่นๆ ที่นำอแดปเตอร์แปลงไฟไว้ภายนอก สำหรับราคาค่าตัวอยู่ที่ 9,490 บาทส่วนของการดีไซน์ออกแบบ จะเห็นว่าเป็นรูปลักษณ์ใหม่ของ BenQ ที่มีความหรูหรา ด้วยสีดำมันวาว Glossy ในแบบเรียบๆ แต่ก็ทำให้เป็นรอยนิ้วมือหรือรอยขนแมวได้ง่ายเช่นกัน ซึ่งจะว่าไปจริงๆ มอนิเตอร์ในยุคนี้ก็เป็นแนวนี้กันซะหมดอยู่แล้วมาชมที่ภาพด้านหน้าตรงกันก่อนดูในมุมเอียงขวากันหน่อยและเอียงซ้าย ซึ่งจัดได้ว่ารูปร่างหน้าตา น่าใช้งานใช้ได้เลยครับโดยฐานตั้งเป็นลักษณะกลมๆ มีขนาดที่ใหญ่ที่โล่งๆ เนียนๆ พอสมควร รองรับจอขนาด 24 นิ้ว ได้แข็งแรงมั่นคงอย่างสบายๆ? แถมยังมีสติ๊กเกอร์ Compatible with Windows 7 แปะไว้อีกด้วย เพื่อจะได้รู้ว่า LED Monitor รุ่นนี้ ใช้งานกับ Windows 7 ได้ด้วย :P และในส่วนของขอบของหน้าจอด้านล่างจะเป็นแท่งสีเทากลม ที่ช่วยเพิ่มความสวยงามและหรูหราเข้าไปอีกตรงกลางขอบจอด้านล่างจะเป็นโลโก้ยี่ห้อ BENQ โดยจะมีตัวหนังสือเป็นสีเงินนูนขึ้นมาเทคโนโลยี Senseye 3 ให้สีสันสดใสสมจริง เอกสิทธิ์เฉพาะ BenQ และคำว่า LED ที่เป็นการตอกย้ำว่าเป็น LED Monitor จริงๆ นะด้านบนมุมขวา จะมีการระบุชื่อรุ่นเอาไว้ โดยที่มีตัวหนังสือเป็นสีเทาปุ่ม Power จะอยู่ขอบด้านข้างทางมุมขวาล่างโดยที่เวลาอยู่ในสถานะ standby หรือไม่มีสัญญาณเข้า จะมีไฟเป็นสีส้ม และเมื่อมีพร้อมใช้งานจะเป็นไฟสีเขียวครับมาดูกันที่ปุ่มปรับตั้งค่าต่างๆ ของจอ จะเห็นได้ว่าจะเป็นตัวหนังสือสีขวา ทำให้มองเห็นได้ชัดเจน ส่วนปุ่มกดจะอยู่บริเวณขอบล่างของจอ นับจากทางซ้ายไปขวาจะเป็นปุ่ม Auto / Menu / ลูกศรขึ้น / ลูกศรลง และ Enterสำหรับในส่วนของขอบด้านซ้ายจะเป็นช่อง USB Hub จำนวน 2 พอร์ตด้วยกัน รวมไปถึงช่องเสียบหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 ม.ม.คราวนี้เรามาลองดูในมุมด้านข้างกันบ้าง ซึ่งดูจากภาพแล้วจะเห็นเลยว่าความบางของเครื่องจัดได้ว่าเป็น LED Monitor ที่ไม่ได้มีความบางจัดมากนัก แต่ถ้าเราซื้อมาใช้งานเป็นหลัก ส่วนนี้ก็ไม่ต้องไปสนใจมากเท่าใดนักลองมาดูการปรับก้ม – เงย ของหน้าจอกัน อย่างภาพด้านบนจะเป็นการปรับให้ก้มที่สุด (เหมือนไม่ได้ก้มเลย)ส่วนภาพนี้จะเป็นการปรับให้เงยสุด จะเห็นได้ว่าปรับได้พอสมควรเลยมาชมกันที่ด้านหลังกันบ้าง? จะเห็นว่าโลโก้ BENQ ในวงกลมอยู่ ดูแล้วโล่งๆ ว่างๆ แต่ก็จะมีมีลวดลายคล้ายๆ กับหนังอยู่ด้วย บริเวณนั้นด้านบนจะเป็บช่องแบบร่องลึกลงไป เพื่อระบายความร้อนออกจากตัวจอ เมื่อมีการเปิดใช้งานซึ่งด้านหลังนั้นรองรับการติดตั้งแบบ VESA Wall mouting ขนาด 100?100mm อยู่ด้วยด้านมุมขวาล่างจะเป็นตัวล๊อค Kensington ที่ไว้ใช้ยึดกับโต๊ะ เพื่อป้องกันการเคลื่อนย้ายที่พิเศษกว่ามอนิเตอร์รุ่นอื่นๆ คือ จะมีอุปกรณ์น่ารักๆ ที่ไว้จัดการในเรื่องสายสัญญาณให้เป็นระเบียบเรียบร้อยอีกด้วยนอกเหนือจากนี้อย่างที่ทราบกันคือ เป็น LED Monitor ที่มีลำโพงสเตอริโอในตัว โดยตัวลำโพงจะถูกติดตั้งบริเวณขอบจอด้านล่างทั้งขวาและซ้ายครับซึ่งถ้าเราไม่สังเกตดีๆ ก็อาจจะมองไม่เห็นได้ มาเสียงดังมาจากตำแหน่งไหนมาถึงในส่วนพอร์ตการเชื่อมต่อภายนอกที่รองรับรับทั้งดิจิตอลและอนาล็อก ที่จะอยู่บริเวณด้านล่างทางขวาของจอภาพ จากรูปภาพด้านบนไล่จากทางซ้ายไปทางขวาจะเป็น พอร์ต HDMI 1 / HDMI 2 / DVI / D-Sub / USB? เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ / USB Hub 2 พอร์ตที่เหลือ จากทั้งหมด 4 พอร์ตและสุดท้ายทางด้านซ้ายล่างของหน้าจอก็จะเป็นช่องเสียบสายไฟ เพื่อส่งพลังงานมายังจอมอนิเตอร์ โดยทางฝั่งขวาช่องหูฟังที่รับสัญญาณเสียงเข้า (สีฟ้า) และส่งสัญญาณเสียงออก (สีเขียว)
Mobile High Definition Link ผู้ช่วยส่งหนัง HD จากมือถือสู่ LCD TV ตัวโปรด !!!
ปัจจุบันโทรศัพท์มือถือที่มีพอร์ต HDMI ก็มีออกมามากมายหลากหลายรุ่นพอสมควร แต่ถ้าจะรับชมภาพยนตร์จากโทรศัพท์ของเราโดยให้ภาพไปออกทางทีวีผ่านการเชื่อมต่อของ HDMI ละก็ จะต้องใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ของตัวโทรศัพท์เอง ทำให้ต้องแก้ปัญหาด้วยการเสียบชาร์จไปดูไป แถมบางครั้งถ้าเราอยากจะ pause หรือควบคุมการเล่นไฟล์ เราก็ต้องเดินไปที่โทรศัพท์ของเราเพื่อจัดการมันซะ ทำให้ไม่สะดวกกับการรับชมเป็นอย่างยิ่ง จึงได้มีการพูดถึงมาตรฐานแบบใหม่ขึ้นมา นั่นคือ?Mobile High-Definition Link (MHL) ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกกับผู้ใช้งานได้ดีเลยครับการเชื่อมต่อของ MHL ก็ยังคงเป็น HDMI อยู่ โดยรองรับไฟล์วิดีโอได้ถึงขนาด 1080p ระบบเสียง 7.1 รอบทิศทางเหมือนปกติ แต่ส่วนที่เป็นจุดเด่นก็คือ ในการเล่นไฟล์นั้น โทรศัพท์จะใช้พลังงานจากทีวีมาแทนที่จะใช้แบตในตัวเครื่อง ทำให้ไม่ต้องเสียบสายพะรุงพะรังอีกแล้วนั่นเอง ใช้แค่สาย HDMI เส้นเดียวจบส่วนอีกข้อก็คือเราจะสามารถใช้รีโมทของทีวีที่รองรับ MHL ในการควบคุมการเล่นไฟล์ของโทรศัพท์ได้ด้วย คราวนี้ก็จะได้นอนดูหนังได้อย่างสบายใจแล้วละครับในขณะนี้ก็มีบริษัทรายใหญ่หลายรายให้การสนับสนุนในการค้นคว้าวิจัยอยู่หลายบริษัทเลย ไม่ว่าจะเป้น Nokia, Samsung, Toshiba และ Sony ซึ่งเมื่อพิจารณาไปแล้ว ดูมีโอกาสแจ้งเกิดที่ดีเลยละครับสำหรับ MHL นี้ที่มา : Pocketnow 
ผู้ใช้เครื่องเล่นสื่อตระกูล WD TV® Media Player คุณภาพสูงจาก Vimeo® และ PlayJam®
เวสเทิร์น ดิจิตอล คอร์ป (WD) ประกาศในวันนี้ว่า บริษัทได้เพิ่มการให้บริการวิดีโอความละเอียดสูงจาก  Vimeo ® และบริการพอร์ทัลเกมจาก PlayJam ® สำหรับผู้ที่ใช้เครื่องเล่นสื่อรุ่น  WD TV® Live™และ WD TV Live Hub™นอกเหนือจากบริการคอนเทนต์อื่นๆ ที่เครื่องเล่นสื่อตระกูล WD TV media player ได้นำเสนอสู่ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นบริการจาก Picassa® Web Albums, TuneIn Radio®, Dailymotion,  Deezer, Facebook ®, YouTube™ และอื่น ๆ อีกมากมายผู้ใช้เครื่องเล่นสื่อตระกูล WD TV media player จะได้รับอรรถรสพร้อมประสบการณ์ของวิดีโอ สตรีมมิ่งความละเอียดสูงเพิ่มขึ้นกว่าเดิมผ่านบริการของ  Vimeo ซึ่งผู้ใช้สามารถค้นหาวิดีโอและภาพยนตร์คุณภาพสูงที่มีอยู่ในแคตตาล็อกจากผู้สร้างสรรคอนเทนต์ และผู้สร้างหนังฝีมีเยี่ยมจำนวนมากกมายหลายพันเรื่อง พร้อมช่องบริการที่รวบรวมวิดีโอเฉพาะหัวเรื่อง อาทิ ตลกขบขัน การค้นคว้าทดลอง ภาพยนตร์ต่างๆ ดนตรี HD วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กีฬา และเวบ ซีรี่ส์ นอกจากนี้  ผู้ใช้เครื่องเล่นสื่อตระกูล WD TV media player ยังสามารถล็อคอินเข้าแอคเคาท์ของ Vimeo เพื่อเข้าถึงเนื้อหาวิดีโอส่วนตัวทั้งหมดที่มี ที่พวกเขาได้อัปโหลดโดยตรงจากบริการของ Vimeo นอกจากเกมที่มีอยู่ในปัจจุบันผ่านการให้บริการแอพพลิเคชั่นของ Funspot®  วันนี้ผู้ใช้เครื่องเล่นสื่อตระกูล WD TV media player สามารถเพลิดเพลินกับพอร์ทัลเกมของ PlayJam อาทิ เกมปาเป้า เกม Pick & Nickเกม Out Patients  เกม Blackjack รวมทั้งเกมวิดีโอโป้กเกอร์และอื่น ๆ โดยหัวเรื่องที่ผสมกันยังรวมถึงผู้พัฒนาเกมที่ทีชื่อเสียงอย่าง Slingo, Relentless และ PuzzlerWD มีความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอบริการอินเทอร์เน็ตที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า WD TV ซึ่งบริการของ  Vimeo และ PlayJam ช่วยต่อยอดการให้บริการที่ดีเยี่ยมสำหรับสายผลิตภัณฑ์ของ WD ที่ร่วมมือกับพันธมิตรผู้พัฒนาเนื้อหา รวมทั้งมอบความบันเทิงผ่านอินเทอร์เน็ต ที่ผู้ใช้เครื่องเล่นสื่อตระกูล WD TV media player สามารถเพลิดเพลินไปกับสื่อส่วนบุคคลต่างๆ  ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย วิดีโอ และเพลง ผ่านระบบความบันเทิงภายในบ้าน โดยสนับสนุนรูปแบบไฟล์ที่หลากหลายสำหรับการสตรีมเนื้อหาที่เชื่อมต่อจาก USB จากกล้องแคมคอร์ดเดอร์ หรือกล้องดิจิตอล รวมทั้งไดรฟ์เครือข่าย เช่น  My Book® Live™ สโตเรจสำหรับ จัดเก็บข้อมูลแบบกลุ่มส่วนบุคคล และเครื่องคอมพิวเตอร์ของเครือข่ายในบ้าน  ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์พีซีหรือเครื่อง Mac ® 
มาอีกแล้ว iPhone Dock ที่มีความสามารถรอบด้านจาก Pioneer เล่นได้ทั้ง CD, DVD, Internet radio พร้อมรองรับ DLNA
By: Aumper_Jai | Date: 2 May 2010 | | ไม่มีความเห็น

?1004029-ipoddock-03

ปล่อยออกมาอีกแล้วสำหรับ iPhone, iPod Dock จาก Pioneer ที่มาพร้อมกับความสามารถรอบตัว อย่างเช่นเป็นลำโพง 2.1ในตัว, พอร์ตเชื่อมต่อครบครันทั้ง HDMI รวมถึงมีพอร์ต component และ composite, รองรับการใช้งาน Bluetooth?ทำให้ส่งสัญญาณเสียงแบบไร้สายได้ ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ในซีรี่ย์ของ??HTD รุ่น XW-NAV1K-K ที่มีฉายาว่า “jack of all trades” สำหรับในส่วนของฟีเจอร์นั้น สนับสนุนการเล่น DVD/CD player/MP3, FM tuner, เล่นไฟล์ผ่าน USB Flash Drive หรือ External Harddisk ก็ยังได้ อีกทั้งยังสามารถ up scale จากไฟล์ DVD ให้มีความละเอียดที่ใกล้เคียงกับ HD 1080p ได้อีกด้วย สนนราคาอยู่ที่ 299 เหรียญสหรัฐ (ประมาณหนึ่งหมื่นบาทต้นๆ) มีจำหน่ายในเดือนมิถุนายน หรือถ้าบางคนไม่อยากรอก็หาซื้อซีรี่ย์ Audition รุ่น XW-NAS3/-K มาก่อนก็ได้ ราคาอยู่ที่ 449 เหรียญสหรัฐ (ประมาณหนึ่งหมื่นห้าพันบาท) สำหรับใน 2 ซีรี่ย์สุดท้ายจะมีช่อง docking ให้ถึง 2 ช่องสำหรับเชื่อมต่อ iPod, iPhone สามารถเล่นเพลงสลับกันไปมาได้ ซึ่งเป็นรุ่น XW-NAC1-K สนนราคาที่ 349 เหรียญสหรัฐ (ประมาณหนึ่งหมื่นสองพันบาท) และรุ่น XW-NAC3-K ที่มาพร้อมกับการสนับสนุนการทำงานเครือข่าย DLNA 1.5 home network, Internet Radio, เล่นไฟล์ผ่าน USB Flash Drive หรือ External Harddisk ราคาอยู่ที่ 449 เหรียญสหรัฐ (ประมาณหนึ่งหมื่นห้าพันบาท)
?
ที่มา : www.engadget.com

เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ

 
 
Tag: 3D 1080p Acer ASUS benq Blu-ray Blu-ray player Bravia ces CES 2011 commart DLNA DVI full hd Full HD 1080P hd HDMI HDTV iphone IPS lcd LCD monitor lcd tv LED LED Backlit LED Monitor LED TV LG monitor OLED OLED TV Panasonic Philips Plasma Plasma TV PS3 Samsung sharp Smart TV Sony Toshiba tv USB VGA wifi
COPYRIGHT@2010 LCDSPEC.COM ALL RIGHTS RESERVED.