นาทีนี้ใครๆ ก็คงจะกำลังจะเห่อกับทีวี 3มิติ ที่มีการเปิดกันมาบ้างแล้วในปี 2010 นี้ แต่สำหรับใครที่ไม่สนใจ 3มิติ แล้วล่ะก็ วันนี้ LCDSPEC ก็ขอเสนอรีวิว LED TV รุ่นใหม่ล่าสุดจากทาง LG อย่าง LG INFINIA LE8500 พร้อมมีรางวัลการันตีด้านดีไซน์มาด้วย ที่รับรองว่าจะต้องถูกใจทุกๆ คน แน่นอน
LG INFINIA LE8500 เป็น LED TV แบบ Full LED Slim ที่รองรับความละเอียดหน้าจอได้สูงสุดที่ Full HD (1920?1080) มีเทคโนโลยี TruMotion 240 Hz และฟังก์ชั่น THX Display Certification ที่ช่วยเพิ่มอรรถรสในการชมภาพยนตร์และรายการต่างๆ ในส่วนของการประหยัดพลังงานยังมีฟังก์ชั่น Intelligent Sensor ช่วยปรับระดับความสว่างของภาพอัตโนมัติหากแสงในห้องเปลี่ยนไป พร้อมด้วย NetCast, Wireless-ready ที่สามารถทำให้ทีวีดู YouTube ได้ อีกทั้งยังติดตั้งพอร์ต USB 2 พอร์ต สำหรับขนาดหน้าจอมีให้เลือกทั้งหมด 3 ขนาด ได้แก่ 42นิ้ว, 47นิ้ว และ 55นิ้ว ซึ่งในรีวิวนี้ เราได้เลือกตัว 42นิ้ว มารีวิวครับ

อย่างที่บอกไปว่าเราจะมารีวิว LED TV จาก LG กัน ซึ่งเพิ่งจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันนี้เอง กับ LED TV แบบ Full LED Slim ที่ถือว่าเป็นครั้งแรกของโลก สำหรับปี 2010 ที่ไร้ขอบจาก LG โดยยังอยู่ภายใต้แนวคิด LIVE) BORDERLESS เหมือนเมื่อปี 2009 ที่ผ่านมา? ที่ได้มีการเปิดตัวทีวีที่ดีไซน์ไร้กรอบ ไร้ขอบ ออกมา อีกทั้งในปีนี้ยังมีแนวคิด INFINIA ที่มีความหมายว่า ?ไม่มีที่สิ้นสุด? ออกมาย้ำถึงรูปร่างหน้าตาที่สวยเฉียบจากการที่ไร้ขอบ ด้วยดีไซน์โดยการใช้กระจกผ่านแผ่นเดียวไปจนถึงสุดขอบ อีกทั้งในแง่ของการทำความสะอาดยังทำได้ง่ายโดยง่าย พร้อมทั้งมีความแข็งแรงทนทานมากกว่าทีวีทั่วไป

และที่พิเศษสุดนั่นก็คือ LG INFINIA 42LE8500 เป็น LED TV แบบ Full LED Slim นั่นก็หมายความว่ามีความสามารถในการ Local Dimming ได้ (โดย LG จะเรียกว่า Spot Control) สามารถควบคุมการเปิดปิดของตำแหน่งหลอด LED ได้อย่างอิสระ ทำให้การแสดงภาพที่มีสีดำ หรืออยู่ในความมืด ได้สมจริงมากยิ่งขึ้นครับ
ยังไงก่อนจะเข้าบทความรีวิว LG INFINIA 42LE8500 เราจะมาดูจุดเด่นที่น่าสนใจกันก่อนนะครับ
1. เป็น LED TV แบบ Full LED Slim รุ่นแรกของโลก ที่มีความสามารถในการ Local Dimming
2. มีหน้าจอขนาด 42นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD 1080p
3. มี TruMotion 240Hz ทำให้ภาพเคลื่อนไหวไม่กระตุกหรือเบลอ
4. ดีไซน์เรียบหรูไร้ขอบแบบ BORDERLESS แถมยังบางเฉียบ พร้อมมีรางวัลการันตี
5. มีฟีเจอร์ที่น่าสนใจอย่าง Blutooth, NetCast, Wireless Link AV



ด้วยสเปกเบื้องต้นก็ถือได้ว่าเป็น LED TV Full HD ที่น่าสนใจไม่น้อยตัวหนึ่ง ด้วยขนาดหน้าจอที่ใหญ่ถึง 42 นิ้ว พร้อมให้ HDMI มา 4 พอร์ตด้วยกัน แถมยังมี Contrast Ratio สูงถึง 9,000,000: 1, Respone Time เพียง 2.4 ms, Trumotion 240Hz พาเนลเป็นพาเนลชั้นดีอย่าง Super IPS Panel ทำให้ได้รับชมมุมมองได้กว้างกว่า และยังให้โทนสีที่ถนอมสายตากว่าพาเนลทั่วไป
ที่สำคัญแตกต่างกับแบรนด์ทีสีอื่นๆ โดย LG ได้ติดตั้ง Bluetooth มารองรับการทำงานเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกอีกด้วย และที่สำคัญยังมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจอย่าง NetCast ที่รองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต และ Wireless Link AV ที่ทำหน้าที่ในการส่งสัญญาณภาพแบบไร้สาย


รูปร่างหน้าตาจะออกไปแนวเรียบหรู เน้นโทนสีดำแบบ Glossy เป็นหลัก ใช้วัสดุเป็นพลาสติกทั้งหมด แต่ก็ยังคงความแข็งแรงอยู่พอสมควร

สำหรับการออกแบบดีไซน์นั้นได้กล่าวไปแล้วในข้างต้นว่ารุ่นนี้อยู่ภายใต้แนวคิด INFINIA LIVE) BORDERLESS ซึ่งก็คือไร้ขอบนั่นเอง แน่นอนว่าหลายๆ คนดูแล้ว ก็ยังสงสัยว่าไร้ขอบจะไร้ขอบได้อย่างไร? ยังเห็นขอบดำหนาอยู่เลย

ซึ่งไร้ขอบในที่นี้หมายถึง การที่ LG INFINIA 42LE8500 ได้นำกระจกมาซ้อนทับข้างหน้าอีกชั้นหนึ่ง ทำให้จอที่เป็นพื้นที่ในส่วนของแสดงผลกับส่วนบอดี้จอไม่มีส่วนที่สูงต่ำกัน โดยบริเวณขอบสุดของจอจะเป็นแบบใสๆ เสริมความหรูหราเข้าไปอีกทีนึง

ไร้ขอบแบบว่าถ้าเราลากนิ้วไปมาก็จะไม่มีพิ้นที่สะดุดเลยครับ

มุมซ้ายล่างจะเห็นเป็นสติ๊กเกอร์บอกคุณลักษณะต่างๆ ที่ LG INFINIA 42LE8500 มีมาให้ อย่างเช่น FULL LED Slim TV, Borderless Design, TruMotion 240Hz, Web TV เป็นต้น
บริเวณมุมล่างขวา จะเห็นเป็นไฟสถานะต่างๆ โดยโหมด Standby จะมีไฟเป็นสีแดง

ต้องขอบอกเลยว่าเจ้าตัวที่ได้มานั้น ส่งตรงมาจากแดนกิมจิจริงๆ ขนาดชื่อเมนูยังเป็นภาษาเกาหลีเลย แต่ก็คาดว่าเครื่องจำหน่ายจริงก็จะเป็นภาษาอังกฤษตามปกติครับ
จากพาเนลการควบคุมเมนูต่างๆ จะเห็นว่ามีไฟสถานะเป็นสีขาวสว่างไสว พร้อมกับเป็นระบบสัมผัส เพียงแค่แตะไปเบาๆ ก็จากสามารถปรับเปลี่ยนค่าต่างๆ ได้ ตามต้องการแล้ว ส่วนขอบของจอโดยรอบจะขลิบด้วยกระจกใสๆ เพื่อความสวยงามอีกชั้นนึง

ถัดมาหน่อยก็จะเป็นช่องรับสัญญาณจากรีโมทและ Intelligent Sensor ที่คอยตรวจสอบความสว่างของห้อง

ในส่วนของโลโก้ LG จะติดขึ้นเมื่อเปิดเครื่องพร้อมใช้งาน (ถ้าปิดเครื่องจะไม่เห็นอะไรเลย)

มาดูที่ด้านหลังกันบ้าง จะเห็นว่าเป็นแผ่นโลหะสีดำแผ่นเดียวยึดไว้อยู่

ด้านบนจะเป็นช่องระบายความร้อนที่มาจากตัวเครื่องระหว่างการทำงาน

ไหนๆ ก็เป็นโลหะแล้ว ก็เลยได้ปั้มโลโก้ LG ลงไปให้เห็นอย่างชัดเจน

สายไฟเป็บแบบติดกับตัวเครื่องไม่สามารถสายให้ยาวกว่าเดิมได้ ในกรณีที่สายไฟยาวไม่พอคงต้องหาปลั๊กสามตามาเสียบต่อเพียงอย่างเดียว

สติ๊กเกอร์ด้านหลังที่บอกรายละเอียดของ LED TV รุ่นนี้เอาไว้ ซึ่งเป็นภาษาเกาหลีทั้งนั้น

มาดูด้านข้าง แล้วเราจะพบกับความบางที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็น LED TV แบบ Full LED เพราะโดยปกติในยี่ห้ออื่นๆ จะมีความหนามากกว่านี้มาก LG INFINIA LE8500 จึงสมกับที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น Full LED TV Slim จริงๆ ครับ

สำหรับฐานจอก็เป็นพลาสติกแบบสีดำ Glossy เช่นกัน ซึ่งก็นับได้ว่าเป็นฐานที่มีขนาดใหญ่ทีเดียว มั่นคงในการรับน้ำหนักของจอได้อย่างสบายๆ

ในส่วนของขาที่ยึดจอกับฐานนั้นมีขนาดใหญ่รูปร่างดูแข็งแรงใช้ได้ทีเดียว พร้อมทั้งยังสามารถปรับมุมซ้าย-ขวาได้


เราจะมาดูในส่วนของการเชื่อมต่อกันบ้างว่า LG INFINIA 42LE8500 มีช่องทางการเชื่อมต่อไปยังอุปกรณ์ต่างๆ อะไรบ้าง
เรามาดูในพอร์ตต่างๆ กันก่อนนะครับ ซึ่งถ้าดูแบบผิวเผินจากภาพด้านบน ก็รู้ว่ามีพอร์ตการเชื่อมต่อที่ครบครันอย่างแน่นอน ที่สำคัญมีพอร์ต Wireless Control ซะด้วย แต่น่าเสียดายทีไม่มีอุปกรณ์มาให้ จึงทำให้ไม่ได้ทดสอบในส่วนของ Wireless AV Link เลย

ที่น่าสังเกตอีกอย่างก็คือให้พอร์ต USB มาถึง 2 พอร์ตด้วยกัน ซึ่งคาดไว้ว่าน่าจะเอามาเชื่อมต่อกับคีย์บอร์ด ในกรณีที่เราใช้งานอินเตอร์เน็ตครับ เพื่อสะดวกในการกรอกตัวอักษร

เมื่อกดเปลี่ยน Input ที่รีโมทคอนโทรล จะมีไอคอนขึ้นมากลางจอภาพ โดยให้เราให้เลือกว่าเลือกเป็น Input สัญญาณจากช่องทางไหน โดยในรูปด้านบนนี้ ได้เลือก HDMI 1 ครับ


ด้วยที่เป็นทีวีระดับสูง รีโมทคอนโทรล LG INFINIA 42LE8500 จึงเป็นแบบ full function รองรับการควบคุม อุปกรณ์เครื่องเล่นต่างๆ ของ LG ได้อีกด้วย วัสดุที่ใช้ทำ ค่อนข้างเรียบแบน และ เบา ผิวสัมผัสมีการพิมพ์ให้เป็นลายเหมือนหนัง ปุ่มกดมีขนาดใหญ่พอสมควร จัดได้ว่าใช้งานสะดวก ไม่รกหูรกตาจนเกินไป แต่ด้วยความที่รีโมทเป็นทรงยาว ทำให้การกดปุ่มต่อเนื่องหลายๆปุ่ม อาจจะต้องมีการเอื้อมนิ้วเล็กน้อย แต่โดยรวม การจัดวางปุ่ม ค่อนข้างสะดวกใช้ดีได้ครับ

มีไฟส่องสว่างเสียด้วย ซึ่งนับว่าสะดวกมากๆ ในกรณีที่เรากำลังชมภาพพยนตร์ในห้องที่มืดหรือมีแสงน้อย เวลาปรับค่าต่างๆ จะได้ไม่ต้องลุกขึ้นมาเปิดไฟดู