Buver's Guide Review HD Contents HD Accessories HD Event Promotions
พาชมจอ LCD และ LED ในงาน Commart Comtech 2010
เริ่มกันที่บูธของ Samsung กันก่อนเลย ขนมาให้ดูกันชุดใหญ่เลยตัวแรกนี้เป็นรุ่น 2233RZ ครับ เป็นจอแบบ 3D ขนาด 22 นิ้ว แบบ 16:10 ต่อมานี่เป็นจอเกรดมืออาชีพครับ XL20 ราคาเอาเรื่องเลย ใครรู้ตัวว่าไม่ใช่มืออาชีพ ปล่อยมันผ่านๆไปครับBX2035 ครับ LED 20 นิ้ว ราคาไม่เกินเอื้อมPX2370HD ตัวนี้ดูทีวีได้ด้วยครับ ราคาก็ไม่แพงเกินไปP2770H ครับ 27 นิ้ว! ใหญ่เต็มอารมณ์ ใครชอบบ่นๆว่า 24 นิ้วไม่พอใช้ล่ะก็ ถอยไอนี่ไปได้เลย ราคาก็ตามความใหญ่ครับ หุหุตัวนี้คุณภาพคับแก้วแน่นอน PX2370 แถมยังบาง 16.5 mm. ด้วยที่เห็นด้านบนนี้คือ MD230x3 เป็นจอที่มี 3 จอเรียงติดกันมาเลยในชุดครับ สำหรับใครที่ wide ที่มีอยู่ยังรู้สึกว่ามันยัง wide ไม่พอ ต้องมาถอยไอนี่ไปใช้เลย ราคาก็ 55,000 เท่านั้นเอง และถ้าเห็นตัวนี้แล้วยังรู้สึกไม่เต็มตาพออีกล่ะก็ถอยตัวล่างเลยแล้วกันราคาที่เห็นในป้ายเล็กใต้จอคือ 99,500LED รุ่นล่าสุดจาก LG เลยครับ ดีไซน์ขาตั้งแบบใหม่ไม่เหมือนใครacer ก็มาพร้อมเพรียงตัวนี้เป็นจอสัมผัสจาก acer ราคาไม่เบาทีเดียว แต่มีโปร cash back 4,000 หรือ รับ external hdd แทนได้ด้วย โอ้ว แจ่มจริงใครที่ยังชอบจอแบบ 4:3 สี่เหลี่ยมๆแบบเก่า acer ก็ยังพอมีครับBenQ ก็มีตัวเล็กๆ ราคาเบาๆ มานำเสนอตัวตรงกลางนี่ถูกที่สุด แต่ก็เล็กสุดเช่นกัน 15.6 นิ้ว
Review: ตัวเทพ!!! Samsung UAD8000YR 55″ ที่สุดแห่งสมาร์ตทีวี LED 3D ของยุคนี้
ตอนนี้ในตลาดทีวี เริ่มมีสมาร์ตทีวีจากค่ายผู้ผลิตต่างๆ มาทำการแข่งขันกันมากแล้ว โดยในประเทศไทยแล้วหลักๆ จะมีอยู่ 3 ค่ายด้วยกัน คือ Sony, LG และ Samsungซึ่งหากจะพูดถึงความพร้อมของความสามารถสมาร์ตทีวี ทั้งรูปแบบการใช้งาน และแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่รองรับการใช้งานผู้ใช้ทั้งครบครันคงต้องยกให้เป็นของ Samsung ค่ายยักษ์จากเกาหลีที่เป็นผู้นำด้านจอภาพระดับโลก ที่สำคัญกว่านั้นในวันนี้ทางทีมงานเราได้สุดยอดสมาร์ตทีวีจาก Samsung มารีวิวแล้ว สำหรับใครที่สนใจอยู่ไม่น่าพลาดที่จะติดตามกันโดยในปี 2011 ทาง Samsung ได้เข้ามาทำตลาดในเต็มที่ในส่วนของสมาร์ตทีวี ที่ได้ทำการส่ง UA55D8000YR ที่ถือได้ว่าเป็นสุดยอดของทีวีประเภท LED TV ในนาที (รองจากซีรีย์ 9) พร้อมความสามารถครบครัน ทั้งขนาดหน้าจอ 55 ” ความละเอียดระดับ Full HD นอกจากนั้นย้งสนับสนุนการแสดงผลภาพ 3D อย่างที่ในปี 2010 ที่ได้ทำการส่งทีวีออกมาหลายรุ่นแล้วรวมไปถึงยังมีดีไซน์ที่สวยงาม และหรูหราอย่างที่สุด เรียกได้ว่า Samsung ได้ใส่ใจในรายละเอียดเอามากๆ ทั้งยังคำนึงถึงการใช้งาน โดยได้ออกแบบมาให้ขอบของจอมีความบางมากที่สุด และที่สำคัญที่สุด LED TV รุ่นนี้ยังมีความสามารถสมาร์ตทีวีอีกด้วย ที่จะเปลี่ยนทีวีธรรมดา ให้เป็นศูนย์รวมความบันเทิงภายในบ้านได้ทันที เอาล่ะ เรามาเข้าสู่บทความรีวิวกันดีกว่าครับด้วยความเป็น LED TV ระดับบนๆ ของตลาด?ในส่วนของสเปก UA55D8000YR?เรียกได้ว่าสมกับความที่เป็น Samsung เพราะได้มีการจัดเต็มหมดทุกอย่างเลย ซึ่งเป็น LED TV ทีใช้เทคโนโลยีเป็นแบบ EDGE LED พร้อมทั้งยังมีคุณสมบัติในการทำ Local Dimming ได้ พร้อมหน้าจอคุณภาพสูงอย่าง Ultra Clear Panel และอย่างที่รู้กันคือ หน้าจอขนาดใหญ่ 55″ ในความละเอียดระดับ Full HD ก็พร้อมที่จะตอบสนองทุกการใช้งานได้อย่างเต็มที่ที่สุด  LED TV จาก Samsung ยังได้คงเอกสักษณ์ ทั้งรูปร่างและรูปทรงเอาไว้ที่ดูแล้วรู้เลยว่าเป็นทีวีระดับสูง ด้วยดีไซน์ที่ถูกออกแบบมาอย่างลงตัวของ Samsung UA55D8000YR ที่ใช้แนวคิด “One Design” โดยที่เป็นจุดเด่นเลยก็คือกรอบของจอภาพจะมีความบางเป็นพิเศษ เรียกได้ว่าเป็นแนวคิดที่ต้องการให้การออกแบบกรอบทีวีให้มีขนาดบางที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้ รวมไปถึงระหว่างหน้าจอและขอบจอต้องไร้รอยต่อ ซึ่งความบางของกรอบจอนั้นมีความบางเพียงแค่ 5 มิลลิเมตรเท่านั้นเองอีกทั้งยังได้เลือกใช้วัสดุคุณภาพสูงในการประกอบ พร้อมด้วยสีสันโดยรวมแล้วจะเป็นแบบ Silver Metal จาก Brushed Aluminium ที่ดูแล้วหรูหราและแข็งแรงทนทาน เมื่อนำไปไว้ภายในบ้านก็จะเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ดูแล้วลงตัวขึ้นมาทันที ซึ่งด้วยการออกแบบที่บางเบาทำให้มีน้ำหนักไม่มาก เราจึงสามารถแขวนไว้บนผนังหรือจะจับตั้งวางไว้บนชั้นวางได้อย่างสวยงามที่สุด นอกเหนือจากนั้นด้วยความที่เป็น LED TV จึงมีความบางของจอที่บางกว่า LCD TV ทั่วไป ส่วนความบางของตัวเครื่องจริงๆ อยู่ที่ 29.7 มิลลิเมตรเท่านั้นด้านหน้าของตัวทีวีมีดีไซน์ที่สวยหรู ดูแล้วรู้เลยว่าเป็นของมีราคา แถมขอบยังบางเฉียบที่พิเศษกว่านั้น คือโลโก้ไฟของ Samsung สามารถที่จะเปล่งแสงได้ โดยเราสามารถที่จะเลือกเปิดหรือปิดก็ได้ตามต้องการขาตั้งยังคงความเป็นขาตั้ง 4 ขาเอาไว้เหมือนอย่างในรุ่นก่อนหน้านี้ ที่ช่วยเสริมรูปร่างของทีวีให้ดูมีสวยงามมากยิ่งขึ้นขอบด้านล่างทางซ้ายจะเป็นไฟสถานะแจ้งการเปิดปิดของตัวทีวี ซึ่งถ้าอยู่ในสถานะ Standby และเมื่อพร้อมใช้งานไฟจะเป็นสีขาวในส่วนของด้านข้างทางซ้ายจะเป็นแผงควบคุมการทำงานของทีวี ที่มีทั้งปุ่มเปิดปิด ปุ่มเมนู เพิ่มลดเสียง และเลือกช่องสัญญาณเป็นหลักการประกอบโดยรวมถือว่ามีความสวยงาม หรูหราและลงตัวอย่างที่สุด เรียกได้ว่างานประกอบเนี๊ยบมากๆ สมราคาจริงๆด้านหลังของตัวทีวีจะเป็นโลหะสีดำตัวฐานตั้งสามารถหมุนซ้ายขวาได้ตามต้องการ พร้อมยังมีความแข็งแรงทนทาน รับน้ำหนักทีวีขนาดใหญ่ ได้สบายๆ หายห่วงมีรายละเอียดเล็กน้อยเกี่ยวกับตัวทีวีแจ้งเอาไว้ ข้อมูลที่สำคัญคือ LED TV? ของ Samsung รุ่นนี้ผลิตในประเทศไทยสายไฟเป็นแบบถอดเปลี่ยนสายได้ ซึ่งจะสะดวกเมื่อเราต้องการเปลี่ยนสายไฟให้ยาวขึ้น หรือกรณีที่สายไฟขาด ก็สามารถซื้อหามาเปลี่ยนกันได้ง่าย ตามร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไปด้านล่างของขอบทีวีจะมีลำโพงสเตอริโอซ่อนอยู่ ที่จากการใช้งานจัดว่าคุณภาพเสียงที่ออกมานั้นใช้ได้ทีเดียวในเรื่องของความบางด้วยความที่เป็น LED TV อาจจะไม่ได้บางมากนัก จะให้สู้กับ Samsung ซีรี่ย์ 9 คงไม่ไหว แต่เมื่อนำมาเทียบกับ iPhone 4 ก็ถือว่ามีความบางที่พอดี ดูแล้วก็ไม่บอบบางจนเกินไปนักด้านของการเชื่อมต่อ Samsung UA55D8000YR ก็ให้มาอย่างครบครันทั้ง HDMI จำนวน 4 พอร์ต และ USB ที่ให้มาถึง 3 พอร์ตด้วยกัน รวมไปถึงช่องทางการเชื่อมต่ออื่นๆ อย่าง Component, Composite ที่ขาดไม่ได้ และที่สำคัญยังมีช่องต่อสาย LAN เพื่อต่ออินเตอร์เน็ตและ WiFi ภายในตัว ในการรองรับการใช้งานคุณสมบัติสมาร์ตทีวีข้อสังเกตคือ หากเราต้องการใช้ Component, Composite จะต้องมีตัวแปลงมาเชื่อมต่ออีก ซึ่งในตัวของชุดทีวีนั้นได้มีให้มาแล้วภายในกล่อง ไม่ต้องไปหาซื้อเพิ่มให้เสียตังค์ครับนอกเหนือจากนั้น ยังมีช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มม. และพอร์ตเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์อย่าง DVI และ D-Sub ด้วยครับรีโมทคอนโทรลที่ให้มานั้นของ Samsung UA55D8000YR ด้วยขนาดที่ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป โดยตัวรีโมทจะดูแล้วเรียบๆ ใช้วัสดุเป็นสีดำพลาสติก การวางปุ่มโดยรวมถึงว่าทำออกมาได้ดี ใช้งานจริงแล้วสามารถกดได้สะดวกใช้งานง่าย และที่เป้นจุดเด่นคือ มีไฟส่องสว่างอารมณ์คล้ายๆ กับมือถือ ที่จะช่วยให้เมื่อเราใช้รีโมทในที่มืดจะสะดวกมายิ่งขึ้น แบบว่าไม่ต้องลุกขึ้นมาเปิดไฟดู เพื่อเปลี่ยนช่องหรือการปรับค่าต่างๆ ใช้พลังงานเป็นถ่านขนาด AAA โดยที่ฝาปิดด้านหลังจะเป็นแบบติดกับตัวรีโมท เพื่อป้องกันฝาหลังหายนั่นเองครับ เรียกได้ว่าใส่ใจรายละเอียดกันพอสมควรทีเดียวเชียว แต่ก็มีข้อสังเกตอยู่นิดหน่อยว่าการออกแบบดีไซน์รวมไปถึงวัสดุนั้น ดูแล้วเป็นของราคาถูกไปหน่อย แบบว่าไม่เข้ากับทีวีซะเลย
จอแบบใหม่จาก Toshiba เชื่อมต่อได้ด้วยแค่ USB เส้นเดียว!!!
 สำหรับคนที่ต้องการจอที่ 2 ในการทำงานละก็ อาจจะอยากได้เจ้า Toshiba USB Mobile LCD Monitor นี้ไปใช้กันก็ได้นะครับ เนื่องด้วยมันเป็นจอภาพที่ใช้การเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์เพียงแค่สาย USB 2.0 เพียงเส้นเดียวเท่านั้น โดยจะทำการรับสัญญาณภาพและไฟฟ้าผ่านทางสาย USB เพียงเส้นเดียวนั่นละครับโดยจอก็มีคุณสมบัติต่างๆดังนี้- เป็นจอ LCD ขนาด 14 นิ้ว- ความละเอียดจอ 1366?768- ค่า contrast ratio เพียงแค่ 400:1- Response time สูงถึง 16ms (ที่จริงแล้วยิ่งน้อยยิ่งดี)- ความสว่าง 220 nits- แสดงผลสีได้เพียงแค่ 256,000 สีเท่านั้น- น้ำหนัก 1.27 กิโลกรัม- สามารถสั่งซื้อได้ทางเว็บ ToshibaDirect ในราคา $199 (ประมาณ 6,400 บาท)ถ้าดูจากสเปกแล้ว คงจะไม่เหมาะกับการเล่นเกมหรือทำงานที่เกี่ยวกับภาพแน่ๆ แต่ถ้านำไปใช้กับงานเอกสารก็น่าจะโอเคอยู่ แต่ผมว่าน่าจะเหมาะกับการใช้เป็นจอรองที่แสดงพวกค่าต่างๆ อย่างอุณหภูมิ การใช้งาน CPU ระหว่างเล่นเกมในจอหลักอย่างนั้นซะมากกว่านะ ถ้าซื้อไปใช้แบบนั้นละก็ นับว่าน่าสนใจมากๆเลยทีเดียวครับ ที่มา : www.notebook4game.com
โปรโมชั่นโดนๆ ราคาเด็ดๆ ภายในงานคอมมาร์ต 2011 มาแล้วครับ!!!
สวัสดีครับ ไม่ทรบว่ามีใครไปเดินงานคอมมาร์ตมาแล้วกันบ้าง ซึ่งทาง LCDSpec ก็ขอถึงโอกาสพาทุกท่านไปชมโปรโมชั่นโดนในงานคอมาร์ตครั้งนี้กัน โดยในส่วนของทีวีมากันเกือบทุกแบรนด์เลยมาเริ่มกันที่บูธของ Sony กันก่อนเลย!!!มาต่อกันที่ Samsungถัดมาเป็น LG ครับพวกสาย HDMI / ปลั๊กไฟ ก็มีมาลดราคากันเช่นเดิมบูธ Provision กับทีวีสเปกสูงราคาถูกต่อมาเป็น Panasonicถัดมาเป็น Toshibaและ SharpLED Monitor ขนาดใหญ่รุ่นใหม่ล่าสุดจาก SamsungLED Monitor 3D รุ่นล่าสุดของ Samsung ที่มีทีวีจูนเนอร์ในตัวอีกด้วย พร้อมราคาเปิดที่ 29,990 บาทและปิดท้ายกับ Philips ครับมีอุปกรณ์ที่จะเปลี่ยน iPhone เป็นรีโมได้ด้วย ราคาอยู่ที่ 4,590 บาทครับ
Acer Slim LED S Series จอบางได้ใจ ดีไซน์เรียบหรู ให้ความคมชัดสูงสุดถึง 100ล้าน:1
ลงตัวกับทุกองศา ประหยัดพื้นที่กับความบางของหน้าจอไม่ถึง 15?มม. ตัวเครื่องสีดำมันวาว เรียบลื่นในทุกสัมผัส หน้าจอ widescreen 16:9?ความละเอียดสูงสุดระดับ?Full HD 1080P?ความเร็วตอบสนองสูงสุด?2?มิลลิวินาที ให้เฉดสีถึง?16.7?ล้านสี คมชัดทุกรายละเอียดด้วยค่าความคมชัดสูงสุดถึง100,000,000: 1?พร้อมด้วยเทคโนโลยี?white LED backlight?ที่ปราศจากสารปรอทช่วยลดมลพิษเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงานสูงสุดถึง68%?พร้อมฉลากรองรับการประหยัดไฟเบอร์?5?เชื่อมต่อความบันเทิงด้วยช่องเชื่อมต่อสัญญาณ?VGA,DVI?และHDMIในบางรุ่น มีให้เลือกถึง?5?ขนาด ได้แก่?S192HQL(18.5?), S202HL(20?), S220HQL?และ?S222HQL (21.5?), S230HLbd?และ?S232HLCbid (23?), S242HLCbid (24?) สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ในราคาเริ่มต้นเพียง?3,690?บาท (ราคารวม?VAT?แล้ว) สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เอเซอร์?คอลล์เซ็นเตอร์?ที่เบอร์โทรศัพท์?0 2685 4311 หรือคลิกไปที่?www.acer.co.th 
Review: LG INFINIA 42LE8500 – Full LED TV Slim ครั้งแรกของโลก ที่สุดแห่งสีดำเนียนสนิท
By: Aumper_Jai | Date: 6 June 2010 | | 27 ความเห็น

นาทีนี้ใครๆ ก็คงจะกำลังจะเห่อกับทีวี 3มิติ ที่มีการเปิดกันมาบ้างแล้วในปี 2010 นี้ แต่สำหรับใครที่ไม่สนใจ 3มิติ แล้วล่ะก็ วันนี้ LCDSPEC ก็ขอเสนอรีวิว LED TV รุ่นใหม่ล่าสุดจากทาง LG อย่าง LG INFINIA LE8500 พร้อมมีรางวัลการันตีด้านดีไซน์มาด้วย ที่รับรองว่าจะต้องถูกใจทุกๆ คน แน่นอน

LG INFINIA LE8500 เป็น LED TV แบบ Full LED Slim ที่รองรับความละเอียดหน้าจอได้สูงสุดที่ Full HD (1920?1080) มีเทคโนโลยี TruMotion 240 Hz และฟังก์ชั่น THX Display Certification ที่ช่วยเพิ่มอรรถรสในการชมภาพยนตร์และรายการต่างๆ ในส่วนของการประหยัดพลังงานยังมีฟังก์ชั่น Intelligent Sensor ช่วยปรับระดับความสว่างของภาพอัตโนมัติหากแสงในห้องเปลี่ยนไป พร้อมด้วย NetCast, Wireless-ready ที่สามารถทำให้ทีวีดู YouTube ได้ อีกทั้งยังติดตั้งพอร์ต USB 2 พอร์ต สำหรับขนาดหน้าจอมีให้เลือกทั้งหมด 3 ขนาด ได้แก่ 42นิ้ว, 47นิ้ว และ 55นิ้ว ซึ่งในรีวิวนี้ เราได้เลือกตัว 42นิ้ว มารีวิวครับ

LG-LED-TV-LE8500-INFINIA-Large

อย่างที่บอกไปว่าเราจะมารีวิว LED TV จาก LG กัน ซึ่งเพิ่งจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันนี้เอง กับ LED TV แบบ Full LED Slim ที่ถือว่าเป็นครั้งแรกของโลก สำหรับปี 2010 ที่ไร้ขอบจาก LG โดยยังอยู่ภายใต้แนวคิด LIVE) BORDERLESS เหมือนเมื่อปี 2009 ที่ผ่านมา? ที่ได้มีการเปิดตัวทีวีที่ดีไซน์ไร้กรอบ ไร้ขอบ ออกมา อีกทั้งในปีนี้ยังมีแนวคิด INFINIA ที่มีความหมายว่า ?ไม่มีที่สิ้นสุด? ออกมาย้ำถึงรูปร่างหน้าตาที่สวยเฉียบจากการที่ไร้ขอบ ด้วยดีไซน์โดยการใช้กระจกผ่านแผ่นเดียวไปจนถึงสุดขอบ อีกทั้งในแง่ของการทำความสะอาดยังทำได้ง่ายโดยง่าย พร้อมทั้งมีความแข็งแรงทนทานมากกว่าทีวีทั่วไป

ledlocaldimming-low

และที่พิเศษสุดนั่นก็คือ LG INFINIA 42LE8500 เป็น LED TV แบบ Full LED Slim นั่นก็หมายความว่ามีความสามารถในการ Local Dimming ได้ (โดย LG จะเรียกว่า Spot Control) สามารถควบคุมการเปิดปิดของตำแหน่งหลอด LED ได้อย่างอิสระ ทำให้การแสดงภาพที่มีสีดำ หรืออยู่ในความมืด ได้สมจริงมากยิ่งขึ้นครับ

ยังไงก่อนจะเข้าบทความรีวิว LG INFINIA 42LE8500 เราจะมาดูจุดเด่นที่น่าสนใจกันก่อนนะครับ

1. เป็น LED TV แบบ Full LED Slim รุ่นแรกของโลก ที่มีความสามารถในการ Local Dimming

2. มีหน้าจอขนาด 42นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD 1080p

3. มี TruMotion 240Hz ทำให้ภาพเคลื่อนไหวไม่กระตุกหรือเบลอ

4. ดีไซน์เรียบหรูไร้ขอบแบบ BORDERLESS แถมยังบางเฉียบ พร้อมมีรางวัลการันตี

5. มีฟีเจอร์ที่น่าสนใจอย่าง Blutooth, NetCast, Wireless Link AV

Specification

LE8500_view

ด้วยสเปกเบื้องต้นก็ถือได้ว่าเป็น LED TV Full HD ที่น่าสนใจไม่น้อยตัวหนึ่ง ด้วยขนาดหน้าจอที่ใหญ่ถึง 42 นิ้ว พร้อมให้ HDMI มา 4 พอร์ตด้วยกัน แถมยังมี Contrast Ratio สูงถึง 9,000,000: 1, Respone Time เพียง 2.4 ms, Trumotion 240Hz พาเนลเป็นพาเนลชั้นดีอย่าง Super IPS Panel ทำให้ได้รับชมมุมมองได้กว้างกว่า และยังให้โทนสีที่ถนอมสายตากว่าพาเนลทั่วไป

ที่สำคัญแตกต่างกับแบรนด์ทีสีอื่นๆ โดย LG ได้ติดตั้ง Bluetooth มารองรับการทำงานเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกอีกด้วย และที่สำคัญยังมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจอย่าง NetCast ที่รองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต และ Wireless Link AV ที่ทำหน้าที่ในการส่งสัญญาณภาพแบบไร้สาย

Design

LE8500_R75_on

รูปร่างหน้าตาจะออกไปแนวเรียบหรู เน้นโทนสีดำแบบ Glossy เป็นหลัก ใช้วัสดุเป็นพลาสติกทั้งหมด แต่ก็ยังคงความแข็งแรงอยู่พอสมควร

LE8500_142

สำหรับการออกแบบดีไซน์นั้นได้กล่าวไปแล้วในข้างต้นว่ารุ่นนี้อยู่ภายใต้แนวคิด INFINIA LIVE) BORDERLESS ซึ่งก็คือไร้ขอบนั่นเอง แน่นอนว่าหลายๆ คนดูแล้ว ก็ยังสงสัยว่าไร้ขอบจะไร้ขอบได้อย่างไร? ยังเห็นขอบดำหนาอยู่เลย

LE8500_147

ซึ่งไร้ขอบในที่นี้หมายถึง การที่ LG INFINIA 42LE8500 ได้นำกระจกมาซ้อนทับข้างหน้าอีกชั้นหนึ่ง ทำให้จอที่เป็นพื้นที่ในส่วนของแสดงผลกับส่วนบอดี้จอไม่มีส่วนที่สูงต่ำกัน โดยบริเวณขอบสุดของจอจะเป็นแบบใสๆ เสริมความหรูหราเข้าไปอีกทีนึง

LE8500_176

ไร้ขอบแบบว่าถ้าเราลากนิ้วไปมาก็จะไม่มีพิ้นที่สะดุดเลยครับ

IMG_7556

มุมซ้ายล่างจะเห็นเป็นสติ๊กเกอร์บอกคุณลักษณะต่างๆ ที่ LG INFINIA 42LE8500 มีมาให้ อย่างเช่น FULL LED Slim TV, Borderless Design, TruMotion 240Hz, Web TV เป็นต้น

LE8500_165 บริเวณมุมล่างขวา จะเห็นเป็นไฟสถานะต่างๆ โดยโหมด Standby จะมีไฟเป็นสีแดง

IMG_7591

ต้องขอบอกเลยว่าเจ้าตัวที่ได้มานั้น ส่งตรงมาจากแดนกิมจิจริงๆ ขนาดชื่อเมนูยังเป็นภาษาเกาหลีเลย แต่ก็คาดว่าเครื่องจำหน่ายจริงก็จะเป็นภาษาอังกฤษตามปกติครับ

จากพาเนลการควบคุมเมนูต่างๆ จะเห็นว่ามีไฟสถานะเป็นสีขาวสว่างไสว พร้อมกับเป็นระบบสัมผัส เพียงแค่แตะไปเบาๆ ก็จากสามารถปรับเปลี่ยนค่าต่างๆ ได้ ตามต้องการแล้ว ส่วนขอบของจอโดยรอบจะขลิบด้วยกระจกใสๆ เพื่อความสวยงามอีกชั้นนึง

LE8500_172

ถัดมาหน่อยก็จะเป็นช่องรับสัญญาณจากรีโมทและ Intelligent Sensor ที่คอยตรวจสอบความสว่างของห้อง

LE8500_168

ในส่วนของโลโก้ LG จะติดขึ้นเมื่อเปิดเครื่องพร้อมใช้งาน (ถ้าปิดเครื่องจะไม่เห็นอะไรเลย)

LE8500_183

มาดูที่ด้านหลังกันบ้าง จะเห็นว่าเป็นแผ่นโลหะสีดำแผ่นเดียวยึดไว้อยู่

LE8500_179

ด้านบนจะเป็นช่องระบายความร้อนที่มาจากตัวเครื่องระหว่างการทำงาน

LE8500_155

ไหนๆ ก็เป็นโลหะแล้ว ก็เลยได้ปั้มโลโก้ LG ลงไปให้เห็นอย่างชัดเจน

LE8500_153

สายไฟเป็บแบบติดกับตัวเครื่องไม่สามารถสายให้ยาวกว่าเดิมได้ ในกรณีที่สายไฟยาวไม่พอคงต้องหาปลั๊กสามตามาเสียบต่อเพียงอย่างเดียว

LE8500_156

สติ๊กเกอร์ด้านหลังที่บอกรายละเอียดของ LED TV รุ่นนี้เอาไว้ ซึ่งเป็นภาษาเกาหลีทั้งนั้น

LE8500_178

มาดูด้านข้าง แล้วเราจะพบกับความบางที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็น LED TV แบบ Full LED เพราะโดยปกติในยี่ห้ออื่นๆ จะมีความหนามากกว่านี้มาก LG INFINIA LE8500 จึงสมกับที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น Full LED TV Slim จริงๆ ครับ

LE8500_145

สำหรับฐานจอก็เป็นพลาสติกแบบสีดำ Glossy เช่นกัน ซึ่งก็นับได้ว่าเป็นฐานที่มีขนาดใหญ่ทีเดียว มั่นคงในการรับน้ำหนักของจอได้อย่างสบายๆ

LE8500_152

ในส่วนของขาที่ยึดจอกับฐานนั้นมีขนาดใหญ่รูปร่างดูแข็งแรงใช้ได้ทีเดียว พร้อมทั้งยังสามารถปรับมุมซ้าย-ขวาได้

Connectivity

เราจะมาดูในส่วนของการเชื่อมต่อกันบ้างว่า LG INFINIA 42LE8500 มีช่องทางการเชื่อมต่อไปยังอุปกรณ์ต่างๆ อะไรบ้าง

LE8500_151 เรามาดูในพอร์ตต่างๆ กันก่อนนะครับ ซึ่งถ้าดูแบบผิวเผินจากภาพด้านบน ก็รู้ว่ามีพอร์ตการเชื่อมต่อที่ครบครันอย่างแน่นอน ที่สำคัญมีพอร์ต Wireless Control ซะด้วย แต่น่าเสียดายทีไม่มีอุปกรณ์มาให้ จึงทำให้ไม่ได้ทดสอบในส่วนของ Wireless AV Link เลย

LE8500_159

ที่น่าสังเกตอีกอย่างก็คือให้พอร์ต USB มาถึง 2 พอร์ตด้วยกัน ซึ่งคาดไว้ว่าน่าจะเอามาเชื่อมต่อกับคีย์บอร์ด ในกรณีที่เราใช้งานอินเตอร์เน็ตครับ เพื่อสะดวกในการกรอกตัวอักษร

IMG_7434

เมื่อกดเปลี่ยน Input ที่รีโมทคอนโทรล จะมีไอคอนขึ้นมากลางจอภาพ โดยให้เราให้เลือกว่าเลือกเป็น Input สัญญาณจากช่องทางไหน โดยในรูปด้านบนนี้ ได้เลือก HDMI 1 ครับ

remote

LE8500_180

ด้วยที่เป็นทีวีระดับสูง รีโมทคอนโทรล LG INFINIA 42LE8500 จึงเป็นแบบ full function รองรับการควบคุม อุปกรณ์เครื่องเล่นต่างๆ ของ LG ได้อีกด้วย วัสดุที่ใช้ทำ ค่อนข้างเรียบแบน และ เบา ผิวสัมผัสมีการพิมพ์ให้เป็นลายเหมือนหนัง ปุ่มกดมีขนาดใหญ่พอสมควร จัดได้ว่าใช้งานสะดวก ไม่รกหูรกตาจนเกินไป แต่ด้วยความที่รีโมทเป็นทรงยาว ทำให้การกดปุ่มต่อเนื่องหลายๆปุ่ม อาจจะต้องมีการเอื้อมนิ้วเล็กน้อย แต่โดยรวม การจัดวางปุ่ม ค่อนข้างสะดวกใช้ดีได้ครับ

LE8500_181

มีไฟส่องสว่างเสียด้วย ซึ่งนับว่าสะดวกมากๆ ในกรณีที่เรากำลังชมภาพพยนตร์ในห้องที่มืดหรือมีแสงน้อย เวลาปรับค่าต่างๆ จะได้ไม่ต้องลุกขึ้นมาเปิดไฟดู

«»

เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ

 
 
Tag: 3D 1080p Acer ASUS benq Blu-ray Blu-ray player Bravia ces CES 2011 commart DLNA DVI full hd Full HD 1080P hd HDMI HDTV iphone IPS lcd LCD monitor lcd tv LED LED Backlit LED Monitor LED TV LG monitor OLED OLED TV Panasonic Philips Plasma Plasma TV PS3 Samsung sharp Smart TV Sony Toshiba tv USB VGA wifi
COPYRIGHT@2010 LCDSPEC.COM ALL RIGHTS RESERVED.