Buver's Guide Review HD Contents HD Accessories HD Event Promotions
LCDSPEC เผย LCD Monitor ที่น่าสนใจและโดดเด่นในงาน Commart Thailand Summer Sale 2010
จากที่เคยได้พูดไว้แล้วว่าจะนำ LCD Monitor รุ่นต่างๆ ที่มีจำหน่ายอยู่ในงาน Commart นี้ มาไล่เรียงกันรุ่นที่ดูเตะตาและน่าสนใจกัน ซึ่งจากบทความ: LCDSPEC Buyer?s Guide แนะนำ LCD Monitor ที่น่าสนใจ ก่อนถึงงาน Commart Thailand Summer Sale 2010 ที่ได้นำเสนอไว้ จากเท่าที่ดูก็มีจำหน่ายในงานกันทุกรุ่นเลยครับ ในส่วนของราคานั้น ก็มีลดบ้างนิดหน่อยหากเทียบจากราคาข้างนอกงานเดี๋ยวเราจะมาดูกันว่ารุ่นไหนในงานที่โดนใจกันบ้าง รวมถึงมีรุ่นที่มีีโปรโมชั่นเด็ดๆ ภายในงานด้วย ซึ่งทุกรุ่นในบทความก่อนหน้านี้ก็ยังน่าสนใจอยู่ สำหรับบทความจะถือว่าเป็นการอัพเดทเพิ่มเติมก็แล้วกันนะครับ?1. Acer: G205HBbd >>>-?????? ขนาดหน้าจอ 20 นิ้ว Wide Screen (16:9)-?????? ความละเอียด 1600 x 900 พิกเซล-?????? Response Time 5 ms.-?????? อัตราความคมชัด 50,000:1 (ACM)-?????? ความสว่าง 250 cd/m2-?????? พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVIราคาในงาน? 3,990 บาทสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/158-Acer-G205Hbd.html*** โปรโมชั่นพิเศษ รับเช็คของขวัญมูลค่า 1,000 บาทเมื่อซื้อเป็นเงินสดหรือบัตรเครดิตเต็มจำนวน ลงทะเบียนรับสิทธิ์ ภายในเวลา 11.00 น. ของทุกวัน (จำนวนจำกัดวันละ 40 เครื่อง)?2. Acer: D241Hbmi >>> -?????? ขนาดหน้าจอ 24 นิ้ว Wide Screen (16:9)-?????? ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล-?????? Response Time 5 ms.-?????? อัตราความคมชัด 80,000:1 (ACM)-?????? ความสว่าง 250 cd/m2-?????? พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMI, Audio-in, USB Hub, Card Reader, LAN, MIC Out-?????? มีลำโพงในตัว-?????? เล่นอินเตอร์เน็ตได้ โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับ PCสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/196-Acer-D241Hbmi.htmlราคาในงาน? 19,900 บาท?3. Benq: M2200HD >>> -?????? ขนาดหน้าจอ 21.5 นิ้ว Wide Screen (16:9)-?????? ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล-?????? Response Time 5 ms.-?????? อัตราความคมชัด 10,000:1 (DCR)-?????? ความสว่าง 250 cd/m2-?????? พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMI, Audio-in-?????? มีลำโพงในตัว-?????? มีกล้องเว็บแคมความละเอียด 2 ล้านพิกเซลสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/147-Benq-M2200HD.htmlราคาในงาน? 6,900 บาท?4. Benq: G2412HD >>>-?????? ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว Wide Screen (16:9)-?????? ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-?????? Response Time 2 ms.-?????? อัตราความคมชัด4,000:1 (DCR)-?????? ความสว่าง 300 cd/m2-?????? พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMI, Audio-in-?????? มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/188-Benq-G2412HD.htmlราคา 8,190 บาท – ราคาในงาน 6,190 บาท?5. LG: E1940T-PN (LED Monitor) >>>-?????? ขนาดหน้าจอ 18.5 นิ้ว Wide Screen (16:9)-?????? ความละเอียด 1366 x 768 พิกเซล-?????? Response Time 5 ms.-?????? อัตราความคมชัด 2,000,000:1 (DFC)-?????? ความสว่าง 250 cd/m2-?????? พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVIสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/175-LG-E1940T-PN.htmlราคา 4,700 บาท?6. LG: M227WA-?????? ขนาดหน้าจอ 21.5 นิ้ว Wide Screen (16:9)-?????? ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-?????? Response Time 5 ms.-?????? อัตราความคมชัด 50,000:1 (DFC)-?????? ความสว่าง 250 cd/m2-?????? พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMIx2, Composite, Scart, Audio-in-?????? ดูทีวีได้ พร้อมมีรีโมทคอนโทรล-?????? มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/179-LG-M227WA.htmlราคา 7,990 บาท?7. Samsung: P2370HD >>>-?????? ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว Wide Screen (16:9)-?????? ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-?????? Response Time 5 ms.-?????? อัตราความคมชัด 50,000:1 (DFC)-?????? ความสว่าง 250 cd/m2-?????? พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMIx2, Audio-in, Component, Composite-?????? ดูทีวีได้ พร้อมมีรีโมทคอนโทรล-?????? มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/212-Samsung-P2370HD.htmlราคา 9,990 บาท?8. Samsung: XL2370 (LED Monitor) >>>-?????? ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว Wide Screen (16:9)-?????? ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-?????? Response Time 2 ms.-?????? อัตราความคมชัด 5,000,000:1 (DCR)-?????? ความสว่าง 250 cd/m2-?????? พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMI, Audio-in-?????? มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/213-Samsung-XL2370.htmlราคา 13,500 บาท*** พิเศษราคา 9,900 บาทลุ้นทุกๆ 2 ชั่วโมงตามรอบกิจกรรม 10.31-11.00 น., 13.01-13.30 น., 15.31-16.00 น., 18.01-18.30 น.สำหรับใครยังไม่ได้ไปชมงานหรือไปเดินซื้อของที่งานคอมมาร์ตก็รีบๆ หาโอกาสไปกันนะครับ รับรองว่าถูกใจคอไอที ทั้ง LCD Monitor และ LCD TV อย่างแน่นอนครับ LCDSPEC.
Review: ตัวเทพ!!! Samsung UAD8000YR 55″ ที่สุดแห่งสมาร์ตทีวี LED 3D ของยุคนี้
ตอนนี้ในตลาดทีวี เริ่มมีสมาร์ตทีวีจากค่ายผู้ผลิตต่างๆ มาทำการแข่งขันกันมากแล้ว โดยในประเทศไทยแล้วหลักๆ จะมีอยู่ 3 ค่ายด้วยกัน คือ Sony, LG และ Samsungซึ่งหากจะพูดถึงความพร้อมของความสามารถสมาร์ตทีวี ทั้งรูปแบบการใช้งาน และแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่รองรับการใช้งานผู้ใช้ทั้งครบครันคงต้องยกให้เป็นของ Samsung ค่ายยักษ์จากเกาหลีที่เป็นผู้นำด้านจอภาพระดับโลก ที่สำคัญกว่านั้นในวันนี้ทางทีมงานเราได้สุดยอดสมาร์ตทีวีจาก Samsung มารีวิวแล้ว สำหรับใครที่สนใจอยู่ไม่น่าพลาดที่จะติดตามกันโดยในปี 2011 ทาง Samsung ได้เข้ามาทำตลาดในเต็มที่ในส่วนของสมาร์ตทีวี ที่ได้ทำการส่ง UA55D8000YR ที่ถือได้ว่าเป็นสุดยอดของทีวีประเภท LED TV ในนาที (รองจากซีรีย์ 9) พร้อมความสามารถครบครัน ทั้งขนาดหน้าจอ 55 ” ความละเอียดระดับ Full HD นอกจากนั้นย้งสนับสนุนการแสดงผลภาพ 3D อย่างที่ในปี 2010 ที่ได้ทำการส่งทีวีออกมาหลายรุ่นแล้วรวมไปถึงยังมีดีไซน์ที่สวยงาม และหรูหราอย่างที่สุด เรียกได้ว่า Samsung ได้ใส่ใจในรายละเอียดเอามากๆ ทั้งยังคำนึงถึงการใช้งาน โดยได้ออกแบบมาให้ขอบของจอมีความบางมากที่สุด และที่สำคัญที่สุด LED TV รุ่นนี้ยังมีความสามารถสมาร์ตทีวีอีกด้วย ที่จะเปลี่ยนทีวีธรรมดา ให้เป็นศูนย์รวมความบันเทิงภายในบ้านได้ทันที เอาล่ะ เรามาเข้าสู่บทความรีวิวกันดีกว่าครับด้วยความเป็น LED TV ระดับบนๆ ของตลาด?ในส่วนของสเปก UA55D8000YR?เรียกได้ว่าสมกับความที่เป็น Samsung เพราะได้มีการจัดเต็มหมดทุกอย่างเลย ซึ่งเป็น LED TV ทีใช้เทคโนโลยีเป็นแบบ EDGE LED พร้อมทั้งยังมีคุณสมบัติในการทำ Local Dimming ได้ พร้อมหน้าจอคุณภาพสูงอย่าง Ultra Clear Panel และอย่างที่รู้กันคือ หน้าจอขนาดใหญ่ 55″ ในความละเอียดระดับ Full HD ก็พร้อมที่จะตอบสนองทุกการใช้งานได้อย่างเต็มที่ที่สุด  LED TV จาก Samsung ยังได้คงเอกสักษณ์ ทั้งรูปร่างและรูปทรงเอาไว้ที่ดูแล้วรู้เลยว่าเป็นทีวีระดับสูง ด้วยดีไซน์ที่ถูกออกแบบมาอย่างลงตัวของ Samsung UA55D8000YR ที่ใช้แนวคิด “One Design” โดยที่เป็นจุดเด่นเลยก็คือกรอบของจอภาพจะมีความบางเป็นพิเศษ เรียกได้ว่าเป็นแนวคิดที่ต้องการให้การออกแบบกรอบทีวีให้มีขนาดบางที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้ รวมไปถึงระหว่างหน้าจอและขอบจอต้องไร้รอยต่อ ซึ่งความบางของกรอบจอนั้นมีความบางเพียงแค่ 5 มิลลิเมตรเท่านั้นเองอีกทั้งยังได้เลือกใช้วัสดุคุณภาพสูงในการประกอบ พร้อมด้วยสีสันโดยรวมแล้วจะเป็นแบบ Silver Metal จาก Brushed Aluminium ที่ดูแล้วหรูหราและแข็งแรงทนทาน เมื่อนำไปไว้ภายในบ้านก็จะเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ดูแล้วลงตัวขึ้นมาทันที ซึ่งด้วยการออกแบบที่บางเบาทำให้มีน้ำหนักไม่มาก เราจึงสามารถแขวนไว้บนผนังหรือจะจับตั้งวางไว้บนชั้นวางได้อย่างสวยงามที่สุด นอกเหนือจากนั้นด้วยความที่เป็น LED TV จึงมีความบางของจอที่บางกว่า LCD TV ทั่วไป ส่วนความบางของตัวเครื่องจริงๆ อยู่ที่ 29.7 มิลลิเมตรเท่านั้นด้านหน้าของตัวทีวีมีดีไซน์ที่สวยหรู ดูแล้วรู้เลยว่าเป็นของมีราคา แถมขอบยังบางเฉียบที่พิเศษกว่านั้น คือโลโก้ไฟของ Samsung สามารถที่จะเปล่งแสงได้ โดยเราสามารถที่จะเลือกเปิดหรือปิดก็ได้ตามต้องการขาตั้งยังคงความเป็นขาตั้ง 4 ขาเอาไว้เหมือนอย่างในรุ่นก่อนหน้านี้ ที่ช่วยเสริมรูปร่างของทีวีให้ดูมีสวยงามมากยิ่งขึ้นขอบด้านล่างทางซ้ายจะเป็นไฟสถานะแจ้งการเปิดปิดของตัวทีวี ซึ่งถ้าอยู่ในสถานะ Standby และเมื่อพร้อมใช้งานไฟจะเป็นสีขาวในส่วนของด้านข้างทางซ้ายจะเป็นแผงควบคุมการทำงานของทีวี ที่มีทั้งปุ่มเปิดปิด ปุ่มเมนู เพิ่มลดเสียง และเลือกช่องสัญญาณเป็นหลักการประกอบโดยรวมถือว่ามีความสวยงาม หรูหราและลงตัวอย่างที่สุด เรียกได้ว่างานประกอบเนี๊ยบมากๆ สมราคาจริงๆด้านหลังของตัวทีวีจะเป็นโลหะสีดำตัวฐานตั้งสามารถหมุนซ้ายขวาได้ตามต้องการ พร้อมยังมีความแข็งแรงทนทาน รับน้ำหนักทีวีขนาดใหญ่ ได้สบายๆ หายห่วงมีรายละเอียดเล็กน้อยเกี่ยวกับตัวทีวีแจ้งเอาไว้ ข้อมูลที่สำคัญคือ LED TV? ของ Samsung รุ่นนี้ผลิตในประเทศไทยสายไฟเป็นแบบถอดเปลี่ยนสายได้ ซึ่งจะสะดวกเมื่อเราต้องการเปลี่ยนสายไฟให้ยาวขึ้น หรือกรณีที่สายไฟขาด ก็สามารถซื้อหามาเปลี่ยนกันได้ง่าย ตามร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไปด้านล่างของขอบทีวีจะมีลำโพงสเตอริโอซ่อนอยู่ ที่จากการใช้งานจัดว่าคุณภาพเสียงที่ออกมานั้นใช้ได้ทีเดียวในเรื่องของความบางด้วยความที่เป็น LED TV อาจจะไม่ได้บางมากนัก จะให้สู้กับ Samsung ซีรี่ย์ 9 คงไม่ไหว แต่เมื่อนำมาเทียบกับ iPhone 4 ก็ถือว่ามีความบางที่พอดี ดูแล้วก็ไม่บอบบางจนเกินไปนักด้านของการเชื่อมต่อ Samsung UA55D8000YR ก็ให้มาอย่างครบครันทั้ง HDMI จำนวน 4 พอร์ต และ USB ที่ให้มาถึง 3 พอร์ตด้วยกัน รวมไปถึงช่องทางการเชื่อมต่ออื่นๆ อย่าง Component, Composite ที่ขาดไม่ได้ และที่สำคัญยังมีช่องต่อสาย LAN เพื่อต่ออินเตอร์เน็ตและ WiFi ภายในตัว ในการรองรับการใช้งานคุณสมบัติสมาร์ตทีวีข้อสังเกตคือ หากเราต้องการใช้ Component, Composite จะต้องมีตัวแปลงมาเชื่อมต่ออีก ซึ่งในตัวของชุดทีวีนั้นได้มีให้มาแล้วภายในกล่อง ไม่ต้องไปหาซื้อเพิ่มให้เสียตังค์ครับนอกเหนือจากนั้น ยังมีช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มม. และพอร์ตเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์อย่าง DVI และ D-Sub ด้วยครับรีโมทคอนโทรลที่ให้มานั้นของ Samsung UA55D8000YR ด้วยขนาดที่ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป โดยตัวรีโมทจะดูแล้วเรียบๆ ใช้วัสดุเป็นสีดำพลาสติก การวางปุ่มโดยรวมถึงว่าทำออกมาได้ดี ใช้งานจริงแล้วสามารถกดได้สะดวกใช้งานง่าย และที่เป้นจุดเด่นคือ มีไฟส่องสว่างอารมณ์คล้ายๆ กับมือถือ ที่จะช่วยให้เมื่อเราใช้รีโมทในที่มืดจะสะดวกมายิ่งขึ้น แบบว่าไม่ต้องลุกขึ้นมาเปิดไฟดู เพื่อเปลี่ยนช่องหรือการปรับค่าต่างๆ ใช้พลังงานเป็นถ่านขนาด AAA โดยที่ฝาปิดด้านหลังจะเป็นแบบติดกับตัวรีโมท เพื่อป้องกันฝาหลังหายนั่นเองครับ เรียกได้ว่าใส่ใจรายละเอียดกันพอสมควรทีเดียวเชียว แต่ก็มีข้อสังเกตอยู่นิดหน่อยว่าการออกแบบดีไซน์รวมไปถึงวัสดุนั้น ดูแล้วเป็นของราคาถูกไปหน่อย แบบว่าไม่เข้ากับทีวีซะเลย
ที่สุดของที่สุด!!! LED TV, LCD TV, Plasma TV ที่น่าสนใจแห่งปี 2010
ในปีที่ผ่านมานั้นอาจจะกล่าวได้เลยว่า เป็นการพลิกโฉมประวัติศาสตร์ของวงการเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านอย่างทีวีในอีกครั้งหนึ่งที่สำคัญ ด้วยการที่ผู้ผลิตแต่ละค่ายที่ผ่านมา ก็ต่างงัดเอาเทคโนโลยีที่สุดล้ำเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่สมัยที่มีเพียง LCD TV จนมาเป็น LED TV และ Plasma TV ที่เคยกินไฟและร้อน ก็ให้ประสิทธิภาพที่ดีขึ้น นอกเหนือจากประสิทธิภาพในการแสดงผล ถ่ายทอดภาพออกมาดีขึ้นกว่าแต่ก่อนแล้วนั้น ยังมีการใส่ลูกเล่นต่างๆ อย่างฟีเจอร์ 100Hz / 120Hz ที่ทำให้ภาพเคลื่อนไหวเร็วๆ ไม่เบลอหรือสะดุด การเพิ่มช่องเสียบ USB ที่ทำให้คุณสามารถเล่นไฟล์ต่างๆ อย่าง รูป เพลง หนัง ได้โดยตรงจากทีวี แบบไม่ต้องง้อเครื่องเล่นภายนอกแต่อย่างไรก็แล้วแต่ มันก็ยังไม่ถึงกับให้ทุกๆ คนได้ตื่นเต้นมากนัก จนกระทั้งในปีนี้ที่ทางค่ายผู้ผลิตทุกๆ ค่าย ต่างเป็นตัว TV 3D ของตนขึ้นมา แน่นอนว่าซึ่งก่อนหน้่านั้น ใครจะคิดล่ะว่า เราเองจะได้ชมภาพยนตร์ 3 มิติ ภายนบ้านของเราได้เอง โดยไม่ต้องเดินทางไปถึงโรงภาพยนตร์เหมือนแต่ก่อน ซึ่งทีมงาน LCDSpec.com คาดว่าทางแต่ละค่ายคงหันมาเล่นในส่วนของฟีเจอร์ Internet TV มากขึ้นและในโอกาสนี้ทางทีมงาน LCDSpec.com ก็เลยขอจัดลำดับที่สุดของ LED TV, LCD TV, Plasma TV ที่น่าสนใจ 10 รุ่น ตลอดปีที่ผ่านมานี้กันนะครับอันดับที่ 1 Samsung C9000 ที่สุดของ LED TV 3D สมบูรณ์แบบแห่งปี 2010เรียกได้ว่าได้มาเป็นอันดับที่ 1 แบบไม่ต้องลุ้นให้เหนื่อยกันครับ กับ LED TV 3D มาสเตอร์พีซ ขนาดหน้าจอ 55″ จากทาง Samsung ผู้ที่เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีการแสดงภาพระดับโลก ด้วยความสมบูรณ์แบบอัดแน่นทั้งเทคโนโลยีที่ Samsung คิดค้นมาร่วม 4 ปี และยังมีในส่วนของการดีไซน์ออกแบบที่สวยหรูอย่างที่สุด บางเฉียบเพียง 7.9 มิลลิเมตร เอาว่าความบางนี้บางกว่า iPhone 4? ที่เป็น Smart Phone ที่บางที่สุดในโลกตอนนี้ซะอีก วัสดุเป็นแบบ Brushed Titanium ให้ความแข็งแรง และเปรียบเสมือนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเอกภายในบ้านในส่วนของการการแสดงภาพก็สุดยอดเช่นกัน ด้วยความที่เป็น LED TV จอ Ultra Clear Panel ทำให้สามารถดึงความคมชัดในทุกรายละเอียดของภาพได้อย่างดีที่สุด ทั้งดำสนิทและสดใสในภาพเดียวกัน อีกทั้งในเรื่องของภาพเคลื่อนไหวเร็วๆ ก็ตอบสนองได้เป็นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เมื่อเรารับชมภาพ 3 มิติ ก็ถ่ายทอดได้อย่างดูเป็นธรรมชาติและมีชีวิตชีวา ให้ความสมจริงอย่างไม่น่าเชื่อ หรือแม้จะทำภาพ 2 มิติ ให้กลายเป็นภาพ 3 มิติ ก็ทำได้ ด้านระบบเสียงก็ใช้แบบ Front Firing คือมีลำโพงอยู่ที่ฐาน และยิงตรงออกไปข้างหน้า จึงให้เสียงที่หนักแน่นและชัดเจนอย่างในที่คู่แข่งไม่มีนอกเหนือจากนี้ยังมีแว่นตา 3 มิติ “3D Active Glasses” ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดีไซน์สวยหรูเป็นพิเศษ น้ำหนักเบาเพียง 3o กรัม ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัด อีกทั้งยังสามารถสวมทับแว่นสายตาลงไปได้อย่างสบายๆ ทำให้ผู้ที่ใส่แว่นสายตาอยู่แล้วรับชมภาพได้ในทันที รวมไปถึงยังมี Touch Remote Control ที่เป็นรีโมทที่มีหน้าจอแบบสัมผ้สในตัว ที่ไม่เหมือนใคร แถมยังเป็นทีวีขนาดจิ๋วที่สามารถรับชมได้ได้จาก LED TV 3D – Samsung C9000 อีกด้วย ซึ่งสำหรับใครที่สนใจ LED TV 3D รุ่นนี้อยู่นอกจากจะต้องเงินถึง ด้วยพราะค่าตัวอยู่ที่ 279,000 บาท ยังจะต้องใจถึงพร้อมเปิดประสบการณ์ 3 มิติ แบบที่คุณไม่เคยสัมผัสอีกด้วยสเปกเต็มๆ Samsung C9000 <<<อันดับที่ 2 LG INFINIA LX9500 เหนือชั้นด้วย LED TV 3D แบบ Full LED Slimจะว่าไปแล้วนั้น LG INFINIA LX9500 ก็ถือว่าเป็นสุดยอด LED TV 3D ก่อนหน้าที่ทาง Samsung จะเปิดตัว C9000 ด้วยออกแบบที่เป็น Borderless Design ในรูปแบบกระจกแผ่นเดียวไปจนถึงสุดขอบของจอ ทำให้ไร้รอยต่อ เรียบหรู และแข็งแรง เรียกได้ว่าป้องกันแรงกระแทกจากภายนอกได้อย่าง 100% อีกทั้งยังทำความสะอาดง่าย ดูแลไม่ยากเหมือนกับทีวีค่ายอื่นๆ อีกทั้งยังได้รับรางวัลดีไซน์ผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยมระดับโลก และรางวัลดีไซน์ผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ยอดเยี่ยมอีกด้วยสำหรับประสิทธิภาพในการแสดงผลก็ไม่น้อยหน้าใคร ด้วยเทคโนโลยี Full LED Slim ที่มีความสามารถอย่าง Spot Control ที่ให้ทั้งความคมชัดของภาพ ความลึกของสีดำ ความอิ่มตัวของสีอื่นๆ และความบางของหน้าจอ คือ 1.6 มิลลิเมตร ซึ่งเปรียบได้กับเอาเทคโนโลยี Full LED และ EDGE LED มารวมกันอย่างลงตัวที่สุด แน่นอนว่าจะเป็น LED TV 3D ที่จะให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์ทะลุจอแล้ว ยังมีเทคโนโลยี TruMotion 480Hz/400Hz ช่วยในการขจัดความเบลอของภาพเหมือนมีการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว และ Respone Time เพียง 1ms ส่งผลให้วัตถุในภาพที่แสดงออกมา ไม่กระตุก ในส่วนของระบบเสียงก็เป็นแบบ Infinite Sound ที่สามารถจำลองระบบเสียงรอบทิศทางได้ โดยไม่ต้องอาศัยเครื่องเสียงภายนอกสำหรับแว่นตา 3 มิติ ก็ออกแบบให้มีน้ำหนักเบาและสามารถชาร์จไฟได้ในตัว ทำให้สะดวกต่อการใช้งาน อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ Smart TV ที่ทำให้ทีวีสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต และมีแอพพลิเคชั่นรองรับอย่าง Facebook, Twitter, Youtube, Picasa, Mthai VDO และ Nation Channel โดยไม่ต้องง้อคอมพิวเตอร์อีกต่อไป และที่ขาดไปได้เป็นเอกสิทธิ์ของ LG โดยเฉพาะนั่นก็คือ ฟีเจอร์ Bluetooth ที่สนับสนุนกันส่งภาพและเพลงจากอุปกรณ์ที่มี Bluetooth ด้วยกันอย่าง มือถือหรือโน้ตบุ๊ก ตลอดจนรองรับการใช้งานกับหูฟังไร้สาย Wireless Headset ได้อย่างลงตัว สำหรับ LG INFINIA LX9500 ขนาด 55″ ราคาอยู่ที่ 149,990 บาทสเปกเต็มๆ LG INFINIA LX9500 <<<อันดับที่ 3 Sony BRAVIA NX810 ดีไซน์ LED TV 3D ที่แตกต่างด้วย Monolithic Designสำหรับอันดับ 3 ก็ยังคงเป็น? LED TV 3D? อยู่เช่นกัน แต่คราวนี้เป็นทีของค่ายญี่ปุ่นกันบ้างกับ Sony BRAVIA NX810 ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร คงความเป็นเอกลักษณ์ของรุ่น NX800 เอาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยดีไซน์แบบ Monolithic Design (ปรับเอนหลังได้ 6 องศาด้วย Bar Stand ที่ติดตั้งลำโพงในมาตัว) ที่ลงตัวทั้งในเรื่องของความสวยงามและการใช้งาน ซึ่งไม่วางจะนำไปวางห้องใดๆ ก็จะกลายเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ไว้ตกแต่งบ้านชิ้นหนึ่งไปทันทีและจากการที่เป็น LED TV ที่ใช้ Backlight แบบ Dynamic Edge LED พร้อมความสามารถ Local Dimming อีกทั้งตัวจอยังเป็น OptiContrast Panel ส่งผลให้สีดำมีความดำสนิทมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงในเรื่องของการสะท้อนแสง ยังลดลงกว่ารุ่น NX800 ไปมากอย่างรู้สึกได้ ทั้งหมดทั้งมวลนี้จึงทำให้ Sony BRAVIA NX810 ให้ภาพที่สวยสดใสและสมจริง ยังไม่รวมถึง Motion Flow 200Hz ที่คอยทำหน้าที่สังเคราะห์เฟรมขึ้นมา ทำให้ภาพเคลื่อนไหวไหลลื่นอย่าง 100% ขณะที่การแสดงผลภาพ 3 มิติ ก็ไม่เป็นรองใครๆ มีมิติ ความชัดลึก ได้อย่างสมบูรณ์และสมกับเป็น Sony จริงๆ ซึ่งยิ่งมาเล่นเกม 3 มิติ กับเครื่องเล่นเกมคอนโซลคู่ขวัญอย่าง PlayStation 3 ด้วยแล้วยิ่งน่าหามาจับจองกันอย่างที่สุดอีกทั้งยังมีลูกเล่นอย่าง BRAVIA Internet Video ที่ทำให้คุณรับชมวีดีโอได้จากอินเตอร์เน็ตได้ โดยทันทีจากการเชื่อมต่อแบบไร้สาย ที่ไม่จำเป็นไม่ต้องพึ่งพา USB WiFi Dongle เหมือนกับในทีวีค่ายอื่นๆ เพราะทาง Sony ได้ติดตั้งมาอยู่ภายในตัวทีวีเรียบร้อยแล้ว ซึ่งหากใครเป็น Gamer ก็คงไม่พลาดที่จะจับจองมาไว้เล่นคู่กับ PlayStation 3 เพื่อที่จะเล่นเกม 3 มิติ ได้ภายในบ้านอย่างเป็นแน่แท้ครับ ในส่วนของราคา NX810 ขนาดหน้าจอ 55″ อยู่ที่ 134,990 บาทสเปกเต็มๆ <<<? Sony BRAVIA NX810 อันดับที่ 4 Samsung C8000 มาก่อนใครในตลาดกับ LED TV 3D ที่ทุกคนรอคอยSamsung รุ่น C8000 นับได้ว่าเป็น TV 3D รุ่นแรกที่เปิดตัวในเมืองไทย ที่ไม่ใช่แค่ว่านำมาโชว์เพียงอย่างเดียว แต่พร้อมจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการอีกด้วย ซึ่งก็ถือว่าผู้ที่สนใจล้วนให้การตอบรับดีมาก จนค่ายทีวีผู้ผลิตทุกๆ ค่ายจะต้องเร่งทำการบ้านในเรื่องของทีวี 3 มิติ กันยกใหญ่ รวมไปถึง ดีไซน์ที่สวยหรูด้วยฐานจอที่ไม่ซ้ำใครมาก่อน เรียกได้ว่าใครเห็นเป็นต้องเหลียวมองอีกรอบหนึ่ง ซึ่งก็ถือได้ว่าทาง Samsung เอง ก็ประสบความสำเร็จกับ Samsung C8000 – LED TV 3D พอสมควรเลยด้วยความที่เป็น LED TV จึงมีความบางของหน้าจออยู่แล้ว นอกเหนือจากนั้นยังมีเทคโนโลยี 3D ระดับคุณภาพที่น่าประทับใจ พร้อมมอบประสบการณ์ความบันเทิงในรูปแบบ 3 มิติ ที่คุณไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน จากการที่มีฟีเจอร์ RealD 3D ทำให้รายการทีวีหรือภาพยนตร์ 2 มิติ กลายเป็น 3 มิติ ได้อย่างใจนึก อีกทั้งในเรื่องของประสิทธิภาพในการแสดงผลด้วยหน้าจอแบบ Ultra Clear Panel ส่งผลให้ภาพที่ออกมานั้นมีมิติของภาพ และสีสันก็ถ่ายทอดได้อย่างดีเยี่ยม สมจริง อย่างน่าประทับใจ ในส่วนของภาพเคลื่อนที่เร็วๆ ก็หมดห่วงด้วย Clear Motion Rate ด้วยการแทรกเฟรมสอดประสานระหว่างเฟรมของทีวีและการแสดงผลจากเทคโนโลยี 200Hz ความเบลอของภาพเคลื่อนไหวจะหมดไป ความราบลื่นและเป็นธรรมชาติของการเคลื่อนไหวที่มีมากยิ่งขึ้นนั้นได้รับการปรับแต่งด้วยการคำนวณการเคลื่อนไหวอย่างชาญฉลาดจากตัวประมวลผลทีวีที่ไว้ใจได้รองรับมัลติมีเดียได้ครบวงจรและเต็มรูปแบบด้วยฟีเจอร์ Internet@TV ที่จะเชื่อมต่อทีวีของคุณไปสู่โลกกว้างผ่านทางทีวีภายในบ้าน ได้อย่างง่ายดาย และด้วยเทคโนโลยี DLNA ทำให้เพลิดเพลินไปกับมัลติมีเดียที่อยู่ในคอมพิวเตอร์หรือ DMS ใดๆ บนทีวีโดยไม่ต้องเชื่อมต่อสายเคเบิ้ล คุณสามารถเพลิดเพลินไปกับภาพยนตร์ เพลง และภาพถ่ายที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ของคุณบนจอทีวีได้อย่างไร้สาย สำหรับราคาของ 149,990 บาท ในขนาดหน้าจอ 55″สเปกเต็มๆ <<< Samsung C8000อันดับที่ 5? Panasonic VIERA VT20 ใหญ่สะใจ Plasma TV 3D กับขนาด 65″ สำหรับ Plasma TV 3D นั้นก็ไม่น่าพลาดให้ใครที่ไหนแล้วนอกจาก Panasonic ค่ายญี่ปุ่น ในรุ่น VIERA VT20 เหนือชั่นและโดดเด่นด้วยขนาดจอ 65? ที่นับได้ว่ามีความใหญ่สะใจ ที่จะทำให้ทุกคนที่รับชมได้ประสบการณ์แบบ 3D ที่ไม่เหมือนใครมาก่อน พร้อมความประสิทธิภาพของการแสดงภาพ 3D ได้อย่างมีดีเยี่ยม มีมิติซึ่งเป็นที่ทราบกันคือ ขนาดจอยิ่งใหญ่ มิติของภาพ 3 มิติ ก็จะสมจริงมากขึ้นไปอีก รวมไปถึงด้วยความที่เป็น Plasma TV และมีเทคโนโลยี 600Hz Sub-field Drive ปัญหาเรื่องภาพกระตุกหรือภาพเบลอก็แทบจะหมดไปในทันทีระดับของการให้สีสันจัดได้ว่าเป็นอะไรที่ไม่เกินจริง พร้อมที่การรับชมภาพ 3 มิติ เมื่อสวมแว่น 3?มิติที่ให้มา แล้วเรานับไม่ตรงตำแหน่งหรือเอียงคอดู ภาพก็ยังคงเป็น 3 มิติแบบสมบูรณ์ ก็ยังให้สีสันที่เป็นปกติไม่ลดลงมาก อีกทั้งภาพ 3 มิติ ยังไม่หลุดแบบค่ายอื่นๆ อีกด้วย นับได้ว่าง่ายและตรงกับการใช้งานจริงเป็นอย่างมาก แน่นอนว่าในเรื่องความดำของภาพ ด้วย Infinite Black Pro และการลดแสงสะท้อน ที่ Panosonic VIERA VT20 ทำได้เหนือกว่าค่ายอื่นๆ ซึ่งถ้าจะกล่าวว่า Plasma TV รุ่นนี้ดีที่สุดในปี 2010 ก็คงจะไม่เกินไปนัก ข้อสังเกตอีกอย่างก็คือ VIERA VT20 ทั้งที่เป็น Plasma TV หน้าจอกลับลดแสงสะท้อนได้ดีกว่า LED TV,? LCD TV ทั่วๆ ไปซะอีกส่วนฟีเจอร์อื่นๆ อย่างเช่น VIERA CAST ที่สนุกสนานไปกับเนื้อหาอินเตอร์เน็ตได้จากทีวีโดยตรง ที่สามารถเพลิดเพลินไปกับเนื้อหาบนอินเตอร์เน็ต ได้ทั้งวีดีโอและภาพนิ่ง รวมไปถึงสามารถติดตามข้อมูลพยากรณ์อากาศหรือข้อมูลหุ้น โดยใช้งานผ่าน Web Interface ที่ง่ายต่อการใช้งาน พร้อมบริการอื่นๆ อีกมากมาย เช่น การประชุมทางด้านภาพและเสียงภายในบ้านด้วย Skype และพร้อมรองรับอีกหลายบริการ นอกจากนี้ VIERA CAST ยังมีช่องต่อ USB สำหรับการเชื่อมต่อ keyboard แบบไร้สาย และ Wireless LAN Adaptor อีกด้วย ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ โดยราคาของ Panasonic VIERA VT20 ขนาดหน้าจอ 65″ อยู่ที่ 219,990 บาทสเปกเต็มๆ <<<Panasonic VIERA VT20อันดับที่ 6 Toshiba REGZA XL700T มาช้ายังดีกว่าไม่มากับ LED TV Full HDเป็นที่รอคอยมานานแสนนานกว่าที่ทาง Toshiba จะส่ง LED TV ออกมากับเค้าบ้างเสียที ซึ่งในวันนี้ก็พร้อมแล้วที่จะนำเสนอแก่ทุกๆ คน นั้นก็คือ Toshiba REGZA XL700T ที่มาพร้อมด้วยดีไซน์ที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้น สวยหรูและสวยลงตัวไปอีกแบบ ต่างจากทีวี Toshiba ในรูปแบบเดิมๆ ที่เคยมีมา ซึ่งไม่แค่นั้นยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีการแสดงภาพที่สมบูรณ์แบบ ที่ถ่ายทอดออกมาเป็นที่คมชัดยิ่งกว่าตามองเห็น พร้อมมีฟีเจอร์มากมายในการเพิ่มประสิทธิภาพในการแสดงผล ส่งผลให้เป็นการเพิ่มอรรถรสในการรับชมอย่างที่สุด คุณภาพจัดว่าคับจอประสิทธิภาพ Power Meta Brain / Video Processing 14 bit? ทำให้ถ่ายทอดภาพได้อย่างเต็มอารมณ์ พร้อมทั้งมีฟังก์ชั่นในการช่วยเพิ่มสัญญาณภาพ เมื่อสัญญาณที่รับมาอ่อนด้วยฟีเจอร์ Auto Signal Booster อีกทั้งยังเพิ่มความคมชัดรายละเอียดของภาพเมื่อภาพนั้นมีความละเอียดที่ต่ำด้วยฟีเจอร์ Resolution+ ยังไม่หมดแค่นั้นยังมีการเพิ่มอัตราการตอบสนองของภาพด้วยฟีเจอร์ ClearScan 100 Pro ทำให้ภาพไม่เบลอ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนจะช่วยให้เรารับชมภาพกันได้อย่างสบายตาอย่างที่สุด หา LED TV ในค่ายอื่นๆ มาเปรียบด้วยยากนอกเหนือจากนี้ยังมีพอร์ต USB และ SD Card Slot ให้มาเพื่อรองรับคอนเทนต์อื่นๆ ที่มาในรูปแบบไฟล์ในแฟลชไดร์ว ทั้งที่เป็นรูปภาพ เพลง และภาพยนตร์ ซึ่งก่อนหน้านี้ทาง Toshiba เอง ไม่เคยทำพอร์ต USB ให้เล่นไฟล์อื่นๆ นอกเหนือจากไฟล์รูปภาพมาก่อน ทำให้ Toshiba REGZA XL700T ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่ทาง Toshiba จะใส่ลูกเล่นเพิ่มเติมมาอีก สำหรับราคาค่าตัวของ Toshiba REGZA XL700T ขนาด 55″ ตกอยู่ที่ 79,990 บาท หากไม่สนใจ TV 3D จะบอกว่า LED TV จาก Toshiba รุ่นนี้เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดอย่างแน่นอนสเปกเต็มๆ <<<Toshiba REGZA XL700Tอันดับที่ 7 LG INFINIA LE8500 ไม่น้อยหน้าใครด้วย Full LED TV Slim LED TV จาก LG รุ่นนี้คือ LG INFINIA LE8500 ที่มีจุดเด่นคือ Full LED Slim ที่ถือว่าเป็นรุ่นแรกของโลก สำหรับปี 2010 ด้วยดีไซน์ที่ไร้ขอบจาก LG โดยยังอยู่ภายใต้แนวคิด LIVE) BORDERLESS เหมือนเมื่อปี 2009 ที่ผ่านมา? ที่ได้มีการเปิดตัวทีวีที่ดีไซน์ไร้กรอบ ไร้ขอบ ออกมา อีกทั้งในปีนี้ยังมีแนวคิด INFINIA ที่มีความหมายว่า ?ไม่มีที่สิ้นสุด? ออกมาย้ำถึงรูปร่างหน้าตาที่สวยเฉียบจากการที่ไร้ขอบ ด้วยดีไซน์โดยการใช้กระจกผ่านแผ่นเดียวไปจนถึงสุดขอบ อีกทั้งในแง่ของการทำความสะอาดยังทำได้ง่ายโดยง่าย พร้อมทั้งมีความแข็งแรงทนทานมากกว่าทีวีทั่วไปด้วยความสามารถในการแสดงผลไม่แตกต่างจากรุ่นพี่ LG INFINIA LX9500 ซึ่ง LG INFINIA 42LE8500 ได้ใช้ตัวประมวลผลภาพเป็นแบบ Dual XD-Engine เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นภาพที่ได้มา สีสันของจอและความคมชัดจากหน้าจอ Super IPS LCD Panel แถมยังช่วยในเรื่องของการถนอมสายตาอีกด้วย? เรื่องความไวในการแสดงผลคงไม่ต้องเป็นห่วง เพราะมี Trumotion 240Hz/200Hz มาช่วยสแกนภาพด้วยความเร็วสูง ส่วนค่า response time 2ms ก็จัดได้ว่าเป็นมาตรฐานที่ค่อนข้างดี ณ ตอนนี้แล้ว อีกทั้งยังมี contrast ratio ที่สูงถึง 9,000,000:1 เพราะฉะนั้นเรื่องของสีสันไม่ต้องกลัวเลยว่าจะไม่สมจริง รวมถึงได้มี Infinite Surround ที่ให้ระบบเสียงรอบทิศทางที่สมจริงยิ่งขึ้น และเทคโนโลยี clear voice II ที่ช่วยในการเพิ่มเสียงสนทนาต่างๆ ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นในส่วนของฟีเจอร์เสริมที่ขาดไม่ได้นั่นก็คือ Bluetooth ที่จะทำให้เราส่งรูปหรือเพลงจากมือถือไปยัง LG INFINIA 42LE8500 ก็ทำได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังรองรับ Wireless Headset Bluetooth เมื่อเราต้องการความเป็นส่วนตัว และยังมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกหนึ่งอย่างนั่นก็คือ Smart TV ที่มีมาให้ทั้งแอพพลิเคชั่น Facebook, Twitter, AccuWeather, YouTube, Picasa ที่สำคัญยังมีแอพพลิเคชั่นไทยอย่าง Mthai VDO และ Nation Channel ที่รองรับอีกด้วย เมื่อเราเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วยสาย LAN หรือ USB WiFi Dongle ที่จะเพิ่มความสะดวกในการเชื่อมต่อ สนนราคาค่าตัว LG INFINIA 42LE8500 หน้าจอ 55″ อยู่ที่ 129,990 บาทสเปกเต็มๆ <<<LG INFINIA LE8500อันดับที่ 7 Toshiba ZV600T ตัวเทพ LCD TV Full HD ไม่มีใครเกินถึงแม้ว่าดีไซน์ของ Toshiba ZV600T จะดูแล้วออกแนวเป็นทีวีที่ดูตกยุคตกสมัยไปหน่อย แต่ก็ถือว่าเป็นตัวท๊อปสุดจากทางค่ายญี่ปุ่นอย่าง Toshiba สำหรับการออกแบบดีไซน์ โดยรวมแล้วบอกได้เลยว่าค่อนข้างจะออกแนวอนุรักษ์นิยม โดยมีการเน้นเป็นสีดำเปียโนเป็นหลัก พร้อมกับมีเม็ดคริสตันสีเงินประดับตกแต่งอยู่รอบๆ ของขอบจอ เพิ่มความหรูหรา พร้อมกับความหนาของตัวเครื่องที่จัดได้ว่าอวบอั๋นใช้ได้ พร้อมกับหน้าจอที่สะท้อนแสงน่าดูในส่วนของการแสดงภาพ ก็มีตัวประมวลผลภาพสุดเจ๋งอย่าง Meta Brain Premium และ 14 Bits Processing โดดเด่นเรื่องความไวในการแสดงภาพที่เคลื่อนไหว โดยการมี Clear Scan 200 ซึ่ง เป็นเทคโนโลยี ?ลูกผสม? จาก 50 เฟรมต่อวินาที สังเคราะห์เพิ่มเป็น 100 เฟรมต่อวินาที เช่นเดียวกับเทคโนโลยี 100Hz ของแบรนด์ทีวีอื่นๆ รวมไปถึงยังใช้เทคโนโลยี Scanning Backlight เข้ามาช่วยแล้ว รับรองได้เลยว่า ไม่ต้องเป็นห่วง ผลที่ได้มาคือภาพที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วอย่างเป็นธรรมชาติ (แต่ก็อาจจะมีหลุดๆ บ้าง) ใช้จอแบบ Full Glare Panel หรือจอกระจกที่ทำให้การ ไล่สีดำ เทา ขาว ก็ได้ระดับที่แยกความแตกต่างได้อย่างชัดเจน เป็นธรรมชาติมาก จากการจัดการของ 3D Colour Management ก็จะเห็นได้ชัดว่า สีแดงค่อนข้างเข้ม สีดำก็ให้สีที่ดำสนิท ให้ความอิ่มตัวของสีได้อย่างดีเยี่ยม ถึงแม้ว่าจะเป็นจอแบบกระจกที่ให้สีสันที่สดใสแบบ Full Glare Panelถึงแม้จะเป็นเพียง LCD TV ที่อาจจะดูแล้วสู้ LED TV รุ่นใหม่ๆ ไม่ได้ แต่ก็อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพการแสดงผลภาพและเสียง ที่หาไม่ได้ใน LCD TV ทั่วไป ให้รายละเอียดที่คมชัดมากยิ่งขึ้นจากฟีเจอร์เพิ่มขอบวัตถุ (Sharpen) ด้วย Resolution + ซึ่งสามารถเพิ่มความคมชัดให้ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ สำหรับ Toshiba REGZA 42ZV600T เครื่องนี้ มีระบบเสียง Regza Woofer? ที่ทำให้พลังเสียงกระหึ่มแน่นกว่าทีวีทั่วไปทพร้อมด้วยระบบปรับเสียง Audyssey EQ โดยเสียงสามารถเปล่งออกมาได้ดี โดยมีราคาเปิดตัวอยู่ที่ 99,000 บาท สำหรับขนาด 55″สเปกเต็มๆ <<<Toshiba REGZA ZV600Tอันดับที่ 8 LG INFINIA LD650 ครบครันที่สุดของ LCD TV Full HDแน่นอนว่านอกเหนือไปจากการแสดงผลที่เยี่ยมยอดที่เราต้องการจาก LCD TV ของเราแล้ว คงต้องยอบรับว่าเรายังต้องการให้มีฟีเจอร์หรือลูกเล่นอื่นๆ เพิ่มเข้ามาด้วย เพราะไหนๆ จะซื้อทั้งทีแล้ว ก็เอาให้มันครบครันซะหน่อย LG INFINIA LD650 จริงเป็นคำตอบนี้ ด้วยดีไซน์การออกแบบที่จัดว่าสวยกว่า LCD TV ของค่ายอื่นๆ อีกทั้งยังมีความสามารถอย่าง Smart TV ที่หาไม่ได้ใน LCD TV ยี่ห้ออื่นๆ เช่นกันด้วยคุณภาพจอ S-IPS Hard Panel ที่ทั้งแข็งแรงทนทาน ไม่สะท้อนแสง รวมไปถึงมีเทคโนโลยีสังเคราะห์เฟรมภาพขึ้นมาอย่าง TruMotion 240Hz? ที่ให้มาแบบจัดเต็ม เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ให้เราเลือกเปิด, ปิด เมื่อต้องการช่วยให้ภาพเคลื่อนไหวลื่นไหลยิ่งขึ้น? สำหรับคุณภาพของภาพที่สีสันมาในแนวสีสันคมเข้ม และสามารถแสดงรายละเอียดได้อย่างไม่ตกหล่น อีกทั้งเมนูการใช้งานต่างๆ จัดได้ว่าเรียนรู้ได้ไม่ยาก พร้อมด้วยมี Intelligent Sensor ทำหน้าที่คอยปรับค่าคอนทราสต์, ความสว่าง และสีให้อย่างอัตโนมัติ สำหรับลำโพงเป็นแบบ Invisible Sound ดีไซน์แบบซ่อน แถมด้วยระบบเสียง Infinite Sound เสมือนเสียงรอบทิศทางได้อย่างสมจริงที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้ก็คือฟีเจอร์ Smart TV ที่รองรับแอพพลิเคชั่นต่างๆ อย่าง Facebook, Twitter, YouTube, Picasa, AccuWeather และ Mthai VDO กับ Nation Channel ที่เป็นแอพพลิเคชั่นสัญชาติไทยมาเสริมให้? LG INFINIA LD650 มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น จึงเรียกได้ว่าเป็น LCD TV นาทีนี้ ที่ดูแล้วมีฟีเจอร์ครบถ้วนที่สุดก็คงไม่เกินไปนัก (ที่จะขาดไปก็แต่เรื่อง 3 มิติเท่านั้นเอง) สำหรับราคา LG INFINIA LD650 ขนาด 85,990 บาทสเปกเต็มๆ <<<LG INFINIA LD650อันดับที่ 9 Samsung C750 อยากดู 3 มิติ LCD TV รุ่นนี้ก็เป็นตัวเลือกใครว่าการที่จะหาซื้อ TV 3D ซักเครื่องจะต้องเป็น LED TV หรือ Plasma TV เสมอไป โดยที่ทาง Samsung ผู้ที่เป็นผู้นำด้านทีวี ได้มีการรองรับตลาด 3 มิติ ไว้อย่างเต็มรูปแบบครบถ้วนและสมบูรณ์ ซึ่งทีวีที่รองรับภาพ 3 มิติ จาก Samsung มีทั้งแบบที่เป็น LED TV 3D, Plasma TV 3D และ LCD TV 3D ให้เลือกตามความพอใจในแต่ละคน โดย LCD TV ที่เป็น 3 มิติ นั้นมาในรุ่น Samsung C750 ที่มาพร้อมกับดีไซน์ที่สวยหรูไม่แพ้รุ่นพี่อย่าง LED TV 3D C9000 และ คล้ายกับ C8000 อย่างมาก หรือแม้แต่ฟังก์ชั่น ฟีเจอร์การใช้งานก็ไม่เป็นรอง เรียกได้ว่าจัดหนักเหมือนเคยคุณภาพของภาพที่น่าประทับใจ อันเป็นผลมาจาก 3D HyperReal engine ของ Samsung และ Super 3C Realization ซึ่งให้ภาพที่เหนือกว่าที่คาดไว้ ด้วยเหตุนี้จึงไม่ได้เพียงแค่ชมภาพยนตร์เท่านั้น หากแต่รู้สึกสัมผัสไปด้วยอย่างแท้จริง พร้อมเต็มเปี่ยมด้วยรายละเอียด และสีสันที่เสมือนจริง ด้วยการเพิ่มสีดำที่มีความสลัวต่ำ ด้วยการปรับช่วงแสงให้เหมาะสมที่สุดและเพิ่มความอัตราความโปร่งแสงในระบบ Ultra Clear Panel ทำให้สามารถลดการสะท้อนแสงของแสงภายนอกและเพิ่มความคมชัด และด้วยฟีเจอร์ 400 Clear Motion Rate ทำให้ฉากแอ็คชั่นจะดูเรียบลื่น คมชัด และสดใส เพราะเรารู้ว่าความเคลื่อนไหวที่ลื่นไหล ไม่มีสะดุด ประสิทธิภาพความเคลื่อนไหวที่ดีกว่า 8 เท่าเมื่อเทียบกับ LCD TV มาตรฐานที่มีอัตราความเคลื่อนไหว 400 เฟรมต่อวินาที ความสามารถทั้งหมดนี้ ส่งผลให้เมื่อรับชมภาพ 3 มิติ จะเป็นประสบการณ์ความบันเทิงในรูปแบบ 3 มิติ ที่คุณไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนและด้วยเทคโนโลยี Internet@TV ของ Samsung C750 เปิดโลกออนไลน์ โดยแสดงผลบนจอขนาดใหญ่ที่สว่างสดใส อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อเพลิดเพลินกับเนื้อหาที่น่าสนใจบนเว็บ ด้วยประสิทธิภาพ ความหลากหลาย และความสะดวกสบาย รวมไปถึงสามารถจัดระเบียบ เพิ่มเติม และลบเนื้อหาผ่านทางไลบรารี Samsung Applications ได้อย่างง่ายดาย และด้วยพอร์ต USB เพียงแค่เชื่อมต่อ ก็สามารถเล่นภาพยนตร์ได้ทันที โดยความเพลิดเพลินกับทางเลือกที่ไร้ขีดจำกัดแบบนี้ สนนราคาอยู่ 109,990 บาท สำหรับขนาดหน้าจอ 55″สเปกเต็มๆ <<<Samsung C750อันดับที่ 10 LG INFINIA PJ650 จอใหญุ่คุ้มค่ากับ Plasma TV ราคาโดนใจ เอาล่ะครับมาปิดท้ายทีวี ที่น่าสนใจในปี 2010 กันหน่อยกับ LG INFINIA PJ650 ซึ่งเป็น Plasma TV ที่จัดได้ว่าคุ้มค่าที่สุดในตัวนี้ อย่างแรกเลยที่เป็นจุดเด่นก็คือดีไซน์แบบ Borderless Design ที่เป็นยอดนิยมกันเหมือนทีวีตัวท๊อป เรียบหรูเกินราคามองผ่าน คิดว่าตัวเป็นแสน แถมยังจัดได้ว่าดูสวยแจ่มที่สุดของ Plasma TV จากค่ายอื่นๆ ต่อมาก็เป็นขนาดที่ใหญ่ถึง 50″ ที่วิเคราะห์กันแล้วจัดได้ว่าคุ้มค่าต่อราคา และถึงแม้ว่าความละเอียดของหน้าจอจะเป็นเพียงระดับ HD Ready (1366 x 768) แต่ก็ให้ผลของการแสดงภาพเป็นที่น่าพอใจเมื่อนำไปชมฟรีทีวี หรือหนัง DVD, HD 720p ด้วยคอนทราสต์ที่สูงถึง 3,000,000:1 จึงให้แนวภาพที่ดูสดแบบเป็นธรรมชาติ รวมไปถึงดูแล้วก็สบายตา เป็น Plasma TV ตัวหนึ่งที่มีความสะอาดของภาพอย่างเห็นได้ชัด ทั้งภาพระดับ SD (Standard Definition) และ HD (High Definition) และด้วยความที่เป็น Plasma TV ซึ่งมีเทคโนโลยี 600Hz Sub-field Drive ปัญหาอย่างเรื่องภาพกระตุก หรือภาพเบลอก็แทบจะหมดไปในทันที ข้อเด่นอีกอย่างก็คือหน้าจอลดแสงสะท้อนจากภายนอกได้เป็นที่น่าพอใจ ถ้าเทียบกับ Plasma TV ในระดับเดียวกัน คิดว่าใครที่กำลังหาทีวีจอใหญ่ มาไว้ดูฟรีทีวีโดยเฉพาะ หรือหนังระดับ HD LG INFINIA PJ650 รุ่นนี้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อย ด้วยราคาเพียง 35,990 บาท กับขนาด 50″สเปกเต็มๆ <<<LG INFINIA PJ650สุดท้ายนี้ หากมีข้อสงสัยหรือแนะนำใดๆ สามารถโพสไว้ได้เลย ทีมงาน LCDSpec.com จะรีบมาตอบในบัดดลครับ ^^
Mobile High Definition Link ผู้ช่วยส่งหนัง HD จากมือถือสู่ LCD TV ตัวโปรด !!!
ปัจจุบันโทรศัพท์มือถือที่มีพอร์ต HDMI ก็มีออกมามากมายหลากหลายรุ่นพอสมควร แต่ถ้าจะรับชมภาพยนตร์จากโทรศัพท์ของเราโดยให้ภาพไปออกทางทีวีผ่านการเชื่อมต่อของ HDMI ละก็ จะต้องใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ของตัวโทรศัพท์เอง ทำให้ต้องแก้ปัญหาด้วยการเสียบชาร์จไปดูไป แถมบางครั้งถ้าเราอยากจะ pause หรือควบคุมการเล่นไฟล์ เราก็ต้องเดินไปที่โทรศัพท์ของเราเพื่อจัดการมันซะ ทำให้ไม่สะดวกกับการรับชมเป็นอย่างยิ่ง จึงได้มีการพูดถึงมาตรฐานแบบใหม่ขึ้นมา นั่นคือ?Mobile High-Definition Link (MHL) ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกกับผู้ใช้งานได้ดีเลยครับการเชื่อมต่อของ MHL ก็ยังคงเป็น HDMI อยู่ โดยรองรับไฟล์วิดีโอได้ถึงขนาด 1080p ระบบเสียง 7.1 รอบทิศทางเหมือนปกติ แต่ส่วนที่เป็นจุดเด่นก็คือ ในการเล่นไฟล์นั้น โทรศัพท์จะใช้พลังงานจากทีวีมาแทนที่จะใช้แบตในตัวเครื่อง ทำให้ไม่ต้องเสียบสายพะรุงพะรังอีกแล้วนั่นเอง ใช้แค่สาย HDMI เส้นเดียวจบส่วนอีกข้อก็คือเราจะสามารถใช้รีโมทของทีวีที่รองรับ MHL ในการควบคุมการเล่นไฟล์ของโทรศัพท์ได้ด้วย คราวนี้ก็จะได้นอนดูหนังได้อย่างสบายใจแล้วละครับในขณะนี้ก็มีบริษัทรายใหญ่หลายรายให้การสนับสนุนในการค้นคว้าวิจัยอยู่หลายบริษัทเลย ไม่ว่าจะเป้น Nokia, Samsung, Toshiba และ Sony ซึ่งเมื่อพิจารณาไปแล้ว ดูมีโอกาสแจ้งเกิดที่ดีเลยละครับสำหรับ MHL นี้ที่มา : Pocketnow 
โปรโมชั่นโดนๆ ราคาเด็ดๆ ภายในงานคอมมาร์ต 2011 มาแล้วครับ!!!
สวัสดีครับ ไม่ทรบว่ามีใครไปเดินงานคอมมาร์ตมาแล้วกันบ้าง ซึ่งทาง LCDSpec ก็ขอถึงโอกาสพาทุกท่านไปชมโปรโมชั่นโดนในงานคอมาร์ตครั้งนี้กัน โดยในส่วนของทีวีมากันเกือบทุกแบรนด์เลยมาเริ่มกันที่บูธของ Sony กันก่อนเลย!!!มาต่อกันที่ Samsungถัดมาเป็น LG ครับพวกสาย HDMI / ปลั๊กไฟ ก็มีมาลดราคากันเช่นเดิมบูธ Provision กับทีวีสเปกสูงราคาถูกต่อมาเป็น Panasonicถัดมาเป็น Toshibaและ SharpLED Monitor ขนาดใหญ่รุ่นใหม่ล่าสุดจาก SamsungLED Monitor 3D รุ่นล่าสุดของ Samsung ที่มีทีวีจูนเนอร์ในตัวอีกด้วย พร้อมราคาเปิดที่ 29,990 บาทและปิดท้ายกับ Philips ครับมีอุปกรณ์ที่จะเปลี่ยน iPhone เป็นรีโมได้ด้วย ราคาอยู่ที่ 4,590 บาทครับ
Acer Slim LED S Series จอบางได้ใจ ดีไซน์เรียบหรู ให้ความคมชัดสูงสุดถึง 100ล้าน:1
ลงตัวกับทุกองศา ประหยัดพื้นที่กับความบางของหน้าจอไม่ถึง 15?มม. ตัวเครื่องสีดำมันวาว เรียบลื่นในทุกสัมผัส หน้าจอ widescreen 16:9?ความละเอียดสูงสุดระดับ?Full HD 1080P?ความเร็วตอบสนองสูงสุด?2?มิลลิวินาที ให้เฉดสีถึง?16.7?ล้านสี คมชัดทุกรายละเอียดด้วยค่าความคมชัดสูงสุดถึง100,000,000: 1?พร้อมด้วยเทคโนโลยี?white LED backlight?ที่ปราศจากสารปรอทช่วยลดมลพิษเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงานสูงสุดถึง68%?พร้อมฉลากรองรับการประหยัดไฟเบอร์?5?เชื่อมต่อความบันเทิงด้วยช่องเชื่อมต่อสัญญาณ?VGA,DVI?และHDMIในบางรุ่น มีให้เลือกถึง?5?ขนาด ได้แก่?S192HQL(18.5?), S202HL(20?), S220HQL?และ?S222HQL (21.5?), S230HLbd?และ?S232HLCbid (23?), S242HLCbid (24?) สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ในราคาเริ่มต้นเพียง?3,690?บาท (ราคารวม?VAT?แล้ว) สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เอเซอร์?คอลล์เซ็นเตอร์?ที่เบอร์โทรศัพท์?0 2685 4311 หรือคลิกไปที่?www.acer.co.th 
บทความ: มาเรียนรู้หลักการทำงานการแสดงภาพ 3มิติ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันกันเถอะ
By: Aumper_Jai | Date: 5 June 2010 | | 33 ความเห็น

คงต้องยอมรับกันนะครับ ปีนี้กระแส 3มิติ มาแรงเหลือเกิน ถ้าติดตามข่าวสารเกี่ยวกับวงการไอทีกันมาบ้าง เราก็จะเห็นผู้ผลิตทีวีหลายๆ ค่าย เปิดตัวทีวี 3มิติกันอย่างพร้อมเพียงกัน ตั้งแต่งาน CES 2010 เมื่อต้นปีที่ผ่านมาแล้ว

INFINIA (1)

อีกทั้งในตอนนี้ก็ผู้ผลิตภาพยนตร์ต่างๆ ก็สนใจที่จะนำเสนอภาพยนตร์ที่เป็น 3มิติ กันทั้งนั้นเลย ถ้าหากยังนึกไม่ออกว่ามีภาพยนตร์เรื่องอะไรที่เป็น 3มิติ บ้าง ก็ลองนึกถึงภาพยนตร์เรื่อง “Avatar” กันดูนะครับ ซึ่งถ้าใครได้มีโอกาสไปชมเรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์ 3มิติ อย่างโรง IMAX สยามพารากอน หรือตอนนี้ถ้าใครได้ถอยทีวี 3มิติ พร้อมกับภาพยนตร์ Avatar ที่เป็น Blu-ray แบบ 3มิติ มาแล้วล่ะก็ เรียกได้ว่าเหมือนได้ร่วมผจญภัยอยู่บนดาวแพนโดร่าก็ไม่ปานนะครับ

Avatar_Wallpaper_n2_by_krakantas

แต่สำหรับใครที่จะซื้อทีวี 3มิติ เพื่อมาไว้รับชมกันภายในบ้าน ภายในครอบครัว ก่อนที่จะไปสัมผัสตัวจริงกันอยากจะให้มาเรียนรู้หลักการแสดงภาพ 3มิติ ก่อน ซึ่งจะแบ่งได้เป็น 4หลักการทำงาน คือ

?

Anaglyph(แว่นตาน้ำเงิน/แดง)

anaglyph

อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าจริงๆ เทคโนโลยีอย่างการแสดงภาพ 3มิติ มันมีมานาน ถ้านับกันจริงๆ ก็ตั้งแต่ ค.ศ. 1920 แล้ว ซึ่งในยุคนั้นจะใช้เป็น แว่นตาสีแดง-น้ำเงิน เครื่องอุปกรณ์เสริม เพื่อช่วยให้เราสามารถรับชมภาพ 3มิติ ได้

?1
โดยมีหลักการทำงานอย่างง่ายๆ คือ การแสดงภาพสองภาพลงไปบนเฟรมเดียวกัน ซึ่งภาพทั้งสองภาพนั้นจะมีโทนสีที่แตกต่างกันคือมี สีแดงและสีน้ำเงิน อีกทั้งยังมีมุมมองเหลื่อมกันอยู่เล็กน้อย ถ้าเรามองด้วยตาเปล่า เราก็จะเห็นเป็นเพียงภาพเบลอๆ เรียกได้ว่าถ้าดูนานๆ อาจจะตาลายหรือเวียนหัวกันทีเดียว เพราะฉะนั้นเราจึงต้องมีอุปกรณ์อย่างแว่นแดง-น้ำเงิน ซึ่งจะมาทำหน้าที่เป็นตัวฟิลเตอร์ กรองสีที่ไม่ตรงกับสีของแว่นตาออกไป โดยที่แว่นตาสีแดงจะกรองภาพสีแดงออกไปให้เห็นแต่ภาพสีน้ำเงิน ส่วนแว่นตาสีน้ำเงินก็จะกรองภาพส่วนที่เป็นสีแดงออกไป ทำให้ตาทั้งสองเห็นภาพที่แตกต่างกัน สมองจะตีความด้วยการรวมภาพที่มองเห็นแตกต่างกันสองภาพ อีกทั้งมีมุมแตกต่างกัน ผลที่ได้คือเราจะมองเห็นเป็นภาพ 3มิติ? นั่นเอง ข้อสังเกตของหลักการ ?Anaglyph ก็คือ ภาพที่เรารับชมจะมีสีสันไม่สดใสเท่าที่ควร แต่มีต้นทุนในการผลิตที่ไม่สูงมาก

anaglyph_glasses


?

Polarized 3-D Glasses

polarized-3d-image

หลักการแบบ Polarized นี่คือหลักการทำงานของ 3มิติ ที่อยู่ในยุคปัจจุบัน อย่างภาพยนตร์เรื่อง Avatar ก็ใช้เทคนิคนี้เช่นกัน รวมถึงโรงภาพพยนตร์ 3มิติ อย่าง IMAX อีกด้วย
2

การทำงานจะมีความคล้ายคลึงกับ Anaglyph โดยใช้การแสดงภาพมาลงที่เฟรมเดียวกันเหมือนเดิม แต่ในคราวนี้จะไม่ใช่สีเป็นตัวฟิลเตอร์ แต่จะใช้แนวการวางตัวของช่องการมองเห็นแต่ละภาพที่ฉายซ้อน กันอยู่ เช่น จากในภาพแว่นตาข้างซ้ายจะเห็นมองเป็นภาพที่ผ่านช่องในแนวตั้ง ส่วนตาขวาจะมองเห็นภาพที่ช่องในแนวนอน ซึ่งทั้งสองภาพมีมุมมองที่แตกต่างกัน ดังนั้นมันก็จะเข้าหลักการเดิม นั่นก็คือ การทำให้ตาแต่ละข้างของเรามองเห็นภาพที่ไม่เหมือนกัน เมื่อสมองพยายามรวมภาพทั้งสองที่มีความแตกต่างของมุมมอง ภาพที่เห็นจึงเกิดเป็น 3มิติ ซึ่งแว่นตาของ Polarized จะมีราคาที่ไม่สูงมากนัก

Polarized 3-D Glasses


?
Paralax Barrier

Fujifilm-FinePix-REAL-3D-W1-menu

ในปัจจุบันนั้นเราอาจจะยังไม่เห็นหลักการทำงานแบบ Paralax Barrier นี้เท่าไหร่นัก แต่เชื่อได้เลยว่ามันจะต้องเป็นหลักการทำงานที่ทีวี 3มิติ ยุคถัดๆ ไป นำใช้กันอย่างแน่นอน เพราะว่า Paralax Barrier ไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์อย่างแว่นตา 3มิติ มาให้เราสวมใส่ เราก็สามารถรับชมภาพ 3มิติ ได้ด้วยตาเปล่าๆ ของเราเองได้ทันที ที่พอจะนึกออกตอนนี้ก็จะมีเพียงกล้องดิจิตอล Fujifilm 3D W1 ที่เราสามารถมองเห็นภาพถ่ายบนจอ LCD ของกล้องเป็น 3มิติ ได้ทันที โดยไม่ต้องอาศัยแว่นตาแต่อย่างใด

3

ซึ่งหลักการทำงานของมันก็คือ จะใช้วิธีแบ่งภาพที่มีมุมมองต่างกันเป็นแท่งๆ วางตัวสลับกัน (เหมือนเส้นสแกนในทีวี แต่ทีวีจะใช้ภาพมุมมองเดียวกัน) โดยมี Parallax Barrier ที่เป็นชั้นกรองพิเศษสามารถแบ่งแต่ละส่วนของภาพให้ตาแต่ละข้างที่มองผ่าน ชั้นนี้มองเห็นภาพที่ไม่เหมือนกันได้พร้อมกัน แน่นอนว่าสมองของเราพยายามที่จะรวมภาพที่มีมุมมองต่างกันให้เป็นภาพเดียว เราก็จะมองเห็น เป็นภาพ 3มิติ ซึ่งถ้าจะอธิบายกันง่ายๆ ก็คือ Parallax Barrier ทำหน้าที่ฟิลเตอร์ภาพทั้งสองภาพ ให้ตาแต่ละข้างได้มองเห็นคนละภาพกันครับ

??

Active Shutter Glasses

IMG_6296

หลักการทำงานนี้เรียกได้ว่านิยมใช้งานกันอย่างแพร่หลายกันเลยทีเดียว สำหรับทีวี 3มิติ ในยุคปัจจุบัน ที่แน่ๆ ตอนนี้ก็มี Samsung และ Panasonic ที่ใช้หลักการของ Active Shutter Glasses นับได้ว่าจากที่ผมเคยทดลองใช้งานแล้ว มันก็ได้ผลลัพธ์ทีน่าประทับใจจริงๆ

4

ซึ่งการทำงานของ Active Shutter Glasses จะต้องอาศัยทีวีที่มีความถี่ในการแสดงภาพ 120Hz เป็นอย่างต่ำด้วย เพราะจะต้องแสดงภาพในเฟรมแรก สมมุติว่าเป็นตาซ้าย เฟรมถัดมาจะเป็นตาขวา เพราะฉนั้นการแสดงภาพจะเป็น ซ้าย – ขวา – ซ้าย – ขวา … จนครบ 120 เฟรม คิดเป็น 1 วินาที จะเห็นว่าตาซ้ายและขวาจะเห็นข้างละ 60 เฟรมพอดี ซึ่งเป็นความถี่ขั้นต่ำที่ทำให้ไม่รู้สึกว่าภาพสั่น อีกทั้งการทำงานนี้จะต้องอาศัยแว่นตา Active Shutter อีกด้วย เนื่องจากตัวแว่นจะทำหน้าที่สื่อสารกับตัวทีวีว่าจะบังตาข้างไหน เช่น เฟรมแรกเป็นตาซ้าย ทีวีจะบอกให้แว่นปิดตาขวา หรือถ้าทีวีแสดงเฟรมที่ต้องใช้ตาขวาดู ก็จะบอกให้แว่นบังตาซ้ายเอาไว้ เพราะฉะนั้นตัวแว่นเองก็ต้องใช้แบตเตอรี่ในการสื่อสารกับทีวี จึงทำให้แว่นแบบนี้มีราคาสูงกว่าแว่นตาที่ใช้หลักการ Polarized ที่ไม่มีระบบอิเล็กทรอนิกส์อยู่เลยครับ

LED8000_EU46_L30

ทั้งหมดนี่คือหลักการทำงานของการแสดงภาพ 3มิติ ที่มีมาตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบันนะครับ? ยังไงเร็วๆ นี้ จะมีบทความเจาะลึกเกี่ยวกับเทคโนโลยี 3มิติ ที่อยู่บนทีวีโดยเฉพาะเลย ยังไงอย่าลืมติดตามชมกันให้ได้นะครับ LCDSPEC.

??

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: http://www.onlineschools.org/blog/how-3d-works/


เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ

 
 
Tag: 3D 1080p Acer ASUS benq Blu-ray Blu-ray player Bravia ces CES 2011 commart DLNA DVI full hd Full HD 1080P hd HDMI HDTV iphone IPS lcd LCD monitor lcd tv LED LED Backlit LED Monitor LED TV LG monitor OLED OLED TV Panasonic Philips Plasma Plasma TV PS3 Samsung sharp Smart TV Sony Toshiba tv USB VGA wifi
COPYRIGHT@2010 LCDSPEC.COM ALL RIGHTS RESERVED.