Buver's Guide Review HD Contents HD Accessories HD Event Promotions
งบ 30,000 บาท ช่วงนี้จะถอย LCD, LED, Plasma TV รุ่นไหนดี? ดูที่นี่มีคำตอบ
งบ 30,000 บาท ช่วงนี้จะถอย LCD, LED, Plasma TV รุ่นไหนดี ดูที่นี่มีคำตอบความเป็นจริง นาทีนี้หากใครมีเงินอยู่ในกระเป๋าจำนวน 30,000 บาท ถ้าจะลือกซื้ออุปกรณ์ไอที ก็คงจะไปซื้อโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ๆ ซีพียู Core i5 พร้อมการ์ดจอแรงๆ เอาไว้เล่นเกม-ทำงาน หรือไม่ก็คงจะไปถอย iPhone4, BB, Andriod มาใช้ให้โก้โก้กัน ตามกระแสนิยม แต่หากใครก็แล้วที่ชอบอยู่ติดบ้านไม่ค่อยไปไหน คงจะต้องนึกถึงทีวี เพื่อเอาไว้นอนดูหนัง ละครอยู่บ้านเป็นแน่แท้วันนี้ทีมงาน LCDSPEC ก็เลยขอโอกาสเสนอทางเลือกในการซื้อทีวีที่ประกอบไปด้วย LCD TV, LED TV, Plasma TV โดยได้มีการเลือกมาประเภทละ 1 รุ่นต่อ ?1 ประภทที่น่าสนใจ กำหนดงบประมาณไม่เกิน 30,000 บาท ซึ่งสาเหตุที่เลือกงบประมาณเท่านี้เพราะ เป็นจำนวนเงินที่จะซื้อทีวีหนึ่งเครื่องที่จัดได้ว่าคุ้มค่าต่อการใช้งานอย่างที่สุด คือ ไม่ราคาสูงเกินไปจนดูฟุ่มเฟือย และราคาไม่ถูกจนเกินไป ที่จัดเป็นเทคโนโลยีเก่า?เอาล่ะครับ มาดูกันว่าทีวีประเภทไหน รุ่นใดจะเหมาะกับการใช้งานของแต่ละท่านกันดีกว่าเริ่มจาก LCD TV Toshiba – 40CV700T (ราคา 26,990 บาท)สเปกโดยพอสังเขป:- ขนาดหน้าจอ 40 นิ้ว- ความละเอียด Full HD 1920 x 1080 พิกเซล- ตัวประมวลผลภาพ Power Meta Brain- คอนทราสต์ 50,000:1- ค่าความสว่าง 500 cm/m2- ระบบเสียง REGZA WOOFER?10Wx2- การเชื่อมต่อ HDMI x2, D-Sub, USB (Jpeg Playback)LCD TV จาก Toshiba รุ่น 40CV700T มีความน่าสนใจตรงที่คุณภาพของภาพที่แสดงผลได้ ซึ่งนอกเหนือจากขนาดหน้าจอ 40 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD แล้ว (ขนาด 32 นิ้ว จะเป็นเพียง HD Ready) ยังมีชิพประมวลผลภาพอัจฉริยะที่มีประสิทธิภาพการทำงานที่สูง อย่าง Power Meta Brain และ Video Processing 10Bit?พร้อมทั้งมีฟีเจอร์ Auto Signal Booster มาช่วยปรับสัญญาณภาพที่ต่ำให้มีความคมชัดมากยิ่งขึ้น (ดูฟรีทีสีบ้านเราหายห่วง ฮา…), Intelligent Backlight Control ช่วยให้แสดงสีดำได้อย่างดำสนิทมากยิ่งขึ้น, 3D Color Management จัดการเรื่องสีสันความอิ่มตัวไม่แพ้ทีวีรุ่นตัวบนๆ นอกเหนือจากนี้ Auto View คอยช่วยปรับค่าการแสดงผลให้เหมาะกับสภาวะแสงในห้องที่เปลี่ยนไป และด้วยระบบเสียง REGZA WOOFER?10Wx2 ให้เสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง โดยไม่ต้องง้อชุดเครื่องเสียงภายนอก การเชื่อมต่อก็ครบครัน ความคุ้มค่าถึงว่าลงตัวกับเงินที่จ่ายไป แต่มีข้อสังเกตอยู่อย่าง คือ USB Port ที่ติดตั้งมา ดันดูได้เฉพาะภาพนิ่ง ไฟล์ JPEG เท่านั้นต่อด้วย LED TV Samsung UA32C5000 (ราคา 29,990 บาท)สเปกโดยพอสังเขป:- ขนาดหน้าจอ 32 นิ้ว- ความละเอียด Full HD 1920 x 1080 พิกเซล- ตัวประมวลผลภาพ HyperReal Engine- คอนทราสต์ 3,000,000:1- ระบบเสียง Dolby Digital Plus 7.5W x2- การเชื่อมต่อ HDMI x4, D-Sub, USB ?x2, Ethernet (LAN) x1LED TV จาก Samsung รุ่น UA32C5000 เหนือชั้นเรื่องการแสดงผลด้วยความที่ใช้เทคโนโลยี EDGE LED ใช้จอภาพแบบ Ultra Clear Panel จอภาพที่ดำสนิท ช่วยให้ภาพมีมิติสมจริง?ขนาดหน้า 32 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล สนับสนุนทุกสื่อความบันเทิง และยังมีเทคโนโลยี DNIe+ ช่วยปรับปรุงคุณภาพ รายละเอียด ความคมชัดของภาพให้ดีที่สุด พร้อมทั้งดีไซน์ Cystal Design เอกสิทธิ์เฉพาะ สะท้อนถึงความหรูหรา สง่างาม เปียบเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งภายในห้อง อีกทั้งยังได้อัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์ที่น่าสนใจอย่าง All Share รองรับการ แชร์ข้อมูลผ่านระบบ DLNA กับหลากหลายอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น Notebook, เครื่องเล่น MP3, หรือกล้องดิจิตอล?ที่จะทำให้เราสามารถเชื่อมต่อทีวีของเราไปยังอุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องง้อสายสายสัญญาณใหเระโยงระยาง สัญญาณเสียงมีแบบ DTS 2.0 ผ่านช่องต่อ Optical เพื่อเชื่อมต่อชุดเครื่องเสียงภายนอก เพื่อตอบสนองความต้องการระบบเสียงที่สมบูรณ์แบบ การเชื่อมต่อพร้อมพรั่งด้วย HDMI ถือ 4 พอร์ต และ USB 2 พอร์ต รองรับทั้ง เพลง, ภาพ และไฟล์วีดีโอ ที่สำคัญยังมี Ethernet อีก 1พอร์ตด้วย?โดยรวมแล้วก็คุ้มค่าสมกับเป็น Samsung จริงๆสุดท้าย Plasma TV Panasonic P42A20 (ราคา 25,990 บาท)สเปกโดยพอสังเขป:- ขนาดหน้าจอ 42 นิ้ว- ความละเอียด 1024 x 769 พิกเซล- ตัวประมวลผลภาพ?G13 Progressive- คอนทราสต์ 2,000,000:1- อัตราความเร็วตอบสนอง 600Hz Sub Field Drive- ระบบเสียง V-Audio?10W x2- การเชื่อมต่อ HDMI x3, D-Sub, SD CardPlasma TV จาก Panasonic รุ่น P42A20 หน้าจอใหญ่ถึงใจ ด้วยขนาด 42 นิ้ว ที่ความละเอียด ?1024 x 769 พิกเซล ซึ่งถึงแม้ว่าดูเหมือนความละเอียดจะค่อนข้างน้อย แต่ด้วยความที่เป็น Plasma TV ที่มี Contrast สูงถึง 2,000,000:1 ก็ทำให้ได้ภาพที่มีมิติ ชัดลึก สมจริง พร้อมทั้งยังให้ภาพที่ออกมาดูนุ่มนวล สบายตา ซึ่งถ้าหากนำมาดูพวกช่องฟรีทีวีนี่แจ่มยิ่งนัก และที่เหนือกว่า LCD TV, LED TV ทั่วไปก็คือ อัตราความเร็วตอบสนอง?600Hz Sub-field Drive ที่ทำให้ภาพเคลื่อนไหวคมชัด ไม่กระตุก ไม่เบลอ ระบบเสียงคุณภาพทรงพลังด้วยลำโพงทิศทางด้านหน้า ที่ในรุ่น P42X20 ไม่มี ยิ่งเป็นจุดเสริมที่น่าสนใจเหนือกว่า Plasma TV ในราคาใกล้เคียงกัน อีกทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยหน้าจอปราศจากสารปรอท และสารตะกั่ว?ด้านการเชื่อมต่อก็ครบถ้วนทั้ง ?HDMI จำนวน 3 พอร์ต, D-Sub จำนวน 1 พอร์ต ทำให้การเชื่อมต่อไปยังโน้ตบุ๊กหรือคอมพิวเตอร์เป็นไปได้อย่างง่ายดาย รวมไปถึง?Viera Image Viewer ที่สนับสนุุนด้วยช่องต่อ SD Card ทำให้ชมภาพถ่ายได้ทันใจ ข้อสังเกตก็จะเหมือนกับ Toshiba 40CV700T คือ เล่นได้เฉพาะภาพ JPEG ถ้าใครไม่ซีเรียสในส่วนนี้ ก็ถือว่ารุ่นนี้เด่นไม่เป็นรองใครเลยทีเดียวเป็นอย่างไรกันบ้างครับกับ LCD TV, LED TV, Plasma TV ที่คัดสรรค์มาในงบจำกัด คงจะถูกใจหลายคนที่กำลังเล็งๆ จะถอยทีวีอยู่ไม่มากก็น้อยนะครับ ซึ่งต้องบอกตรงนี้ก่อนว่าราคาทีวีของแต่ละรุ่นที่เอามาอ้างอิงนั่นเป็นราคาตามโบร์ชัว แน่นอนว่าราคขายจริงตามหน้าร้าน ถูกกว่านี้อีกเป็นหลักพันบาทเลย หากใครมีข้อสงสัยหรือคำแนะนำก็สามารถฝากไว้ที่ความคิดเห็นด้านล่างได้เลยนะครับ LCDSPEC.
รีวิว: Acer LCD Monitor Touch Screen 23″ – T231H [จิ้ม ลิ้ม ลอง]
ดูรีวิวจอมอนิเตอร์จาก LCDSpec กันมาก็หลายตัวแล้ว อาจจะอยากดูนวัตกรรมใหม่ๆกันบ้าง จอมอนิเตอร์ที่จะเอามานำเสนอในคราวนี้ เป็นยี่ห้อที่เป็นที่รู้จักกันที่ในบ้านเราอย่างแน่นอน โดยเราได้นำเอารุ่น T231H ขนาด 23 นิ้ว มาให้ชาว LCDSpec ได้สัมผัสกัน บอกก่อนเลยว่าเป็นจอที่แปลกแตกต่างจากจอทั่วๆไปแน่นอน เพราะว่ามันเป็นจอสัมผัส!สเป็กเครื่องโดยรวมก็ยังคงเป็นมาตรฐานเหมือนจอรุ่นอื่นๆ แต่จะมีความสว่างที่โดดเด่นขึ้นมาหน่อย เป็น 300cd/m2มาดูตัวเครื่องกันดีกว่า อาจดูแปลกตาสักหน่อย เพราะว่ามันไม่มีฐานขาตั้งยกให้จอลอยขึ้น แต่ว่าจะมีขายื่นลงมาทางด้านข้าง 2 ขาแทนตรงกลางขอบด้านล่าง ระบุยี่ acer ห้อชัดเจน ด้วยตัวอักษรนูนชุบเงา ดูหรูหรามูมขวาบนสกรีนตัวหนังสือสีขาว บอกชื่อรุ่นเอาไว้ T231H นั่นเองขาตั้งจะเป็นแท่งพลาสติกใส ทางด้านขวาของจอจะก็จะเป็นปุ่มเปิด/ปิดจอ ที่มีไฟบอกสถานะในตัว เมื่อมีสัญญาณเข้าปกติ ไฟจะเป็นสีฟ้า แต่ถ้าไม่มีสัญญาณ หรือว่าปิดพัก stand by เอาไว้ ก็จะเป็นสีส้มความบางของตัวเครื่องอาจจะดู ไม่บางมากสักเท่าไหร่ เพราะว่าต้องชั้นเซ็นเซอร์ของหน้าจอมากกว่าจอปกติทั่วๆไปและอีกสาเหตที่ทำให้มีความหนาอยู่เล็กน้อย คือตรงบริเวณกล่องด้านหลัง ที่ใช้เป็นช่องระบายความร้อน และเก็บแผงวงจรภายในกลางฝาหลังก็มีขึ้นรูปพลาสติกนูนต่ำเป็นโลโก้ยี่ห้อ acer ตัวใหญ่เอาไว้ด้วย ดูสวยงามที่ด้านหลัง ก็จะมีขาอีกขาคอยยันเอาไว้ จะสังเกตเห็นว่ามีแกนหมุนได้ตรงขอต่อของขาตั้งด้วยเหตุผลก็เพื่อให้มันสามารถปรับเอนลงไปได้มากขึ้น ตามความเหมาะสมของผู้ใช้งานเมื่อปรับเอนเครื่องลงไปจนสุด ขาตั้งใสก็จะนาบลงไปกับพื้นพอดีการปรับแต่งค่าต่างๆ ก็จะใช้ปุ่มที่เรียงอยู่ใต้ขอบหน้าจอทั้งหมด มีทั้งหมด 5 ปุ่ม แต่ว่าไม่มีการสกรีนตัวหนังสืออะไรบอกเอาไว้บนตัวเครื่อง แต่จะโชว์ขึ้นมาในเมนูบนหน้าจอ เมื่อเรากดปุ่มที่ด้านหลังก็จะมีพอร์ตการเชื่อมต่อมาตรฐานมาให้ครบ HDMI, VGA, DVI แต่จะเห็นว่าทางด้านขวามีช่อง USB ด้วย ไม่เหมือนใคร เพราะต้องเอาไว้ใช้ต่อสำหรับการใช้ฟังชั่นหน้าจอสัมผัสนั่นเองอีกด้านเป็นช่องต่อสายไฟ จำหรับจ่ายพลังงาน และช่องต่อเสียง เพราะว่ามีลำโพงในตัวด้วย
ที่สุดของที่สุด!!! LED TV, LCD TV, Plasma TV ที่น่าสนใจแห่งปี 2010
ในปีที่ผ่านมานั้นอาจจะกล่าวได้เลยว่า เป็นการพลิกโฉมประวัติศาสตร์ของวงการเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านอย่างทีวีในอีกครั้งหนึ่งที่สำคัญ ด้วยการที่ผู้ผลิตแต่ละค่ายที่ผ่านมา ก็ต่างงัดเอาเทคโนโลยีที่สุดล้ำเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่สมัยที่มีเพียง LCD TV จนมาเป็น LED TV และ Plasma TV ที่เคยกินไฟและร้อน ก็ให้ประสิทธิภาพที่ดีขึ้น นอกเหนือจากประสิทธิภาพในการแสดงผล ถ่ายทอดภาพออกมาดีขึ้นกว่าแต่ก่อนแล้วนั้น ยังมีการใส่ลูกเล่นต่างๆ อย่างฟีเจอร์ 100Hz / 120Hz ที่ทำให้ภาพเคลื่อนไหวเร็วๆ ไม่เบลอหรือสะดุด การเพิ่มช่องเสียบ USB ที่ทำให้คุณสามารถเล่นไฟล์ต่างๆ อย่าง รูป เพลง หนัง ได้โดยตรงจากทีวี แบบไม่ต้องง้อเครื่องเล่นภายนอกแต่อย่างไรก็แล้วแต่ มันก็ยังไม่ถึงกับให้ทุกๆ คนได้ตื่นเต้นมากนัก จนกระทั้งในปีนี้ที่ทางค่ายผู้ผลิตทุกๆ ค่าย ต่างเป็นตัว TV 3D ของตนขึ้นมา แน่นอนว่าซึ่งก่อนหน้่านั้น ใครจะคิดล่ะว่า เราเองจะได้ชมภาพยนตร์ 3 มิติ ภายนบ้านของเราได้เอง โดยไม่ต้องเดินทางไปถึงโรงภาพยนตร์เหมือนแต่ก่อน ซึ่งทีมงาน LCDSpec.com คาดว่าทางแต่ละค่ายคงหันมาเล่นในส่วนของฟีเจอร์ Internet TV มากขึ้นและในโอกาสนี้ทางทีมงาน LCDSpec.com ก็เลยขอจัดลำดับที่สุดของ LED TV, LCD TV, Plasma TV ที่น่าสนใจ 10 รุ่น ตลอดปีที่ผ่านมานี้กันนะครับอันดับที่ 1 Samsung C9000 ที่สุดของ LED TV 3D สมบูรณ์แบบแห่งปี 2010เรียกได้ว่าได้มาเป็นอันดับที่ 1 แบบไม่ต้องลุ้นให้เหนื่อยกันครับ กับ LED TV 3D มาสเตอร์พีซ ขนาดหน้าจอ 55″ จากทาง Samsung ผู้ที่เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีการแสดงภาพระดับโลก ด้วยความสมบูรณ์แบบอัดแน่นทั้งเทคโนโลยีที่ Samsung คิดค้นมาร่วม 4 ปี และยังมีในส่วนของการดีไซน์ออกแบบที่สวยหรูอย่างที่สุด บางเฉียบเพียง 7.9 มิลลิเมตร เอาว่าความบางนี้บางกว่า iPhone 4? ที่เป็น Smart Phone ที่บางที่สุดในโลกตอนนี้ซะอีก วัสดุเป็นแบบ Brushed Titanium ให้ความแข็งแรง และเปรียบเสมือนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเอกภายในบ้านในส่วนของการการแสดงภาพก็สุดยอดเช่นกัน ด้วยความที่เป็น LED TV จอ Ultra Clear Panel ทำให้สามารถดึงความคมชัดในทุกรายละเอียดของภาพได้อย่างดีที่สุด ทั้งดำสนิทและสดใสในภาพเดียวกัน อีกทั้งในเรื่องของภาพเคลื่อนไหวเร็วๆ ก็ตอบสนองได้เป็นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เมื่อเรารับชมภาพ 3 มิติ ก็ถ่ายทอดได้อย่างดูเป็นธรรมชาติและมีชีวิตชีวา ให้ความสมจริงอย่างไม่น่าเชื่อ หรือแม้จะทำภาพ 2 มิติ ให้กลายเป็นภาพ 3 มิติ ก็ทำได้ ด้านระบบเสียงก็ใช้แบบ Front Firing คือมีลำโพงอยู่ที่ฐาน และยิงตรงออกไปข้างหน้า จึงให้เสียงที่หนักแน่นและชัดเจนอย่างในที่คู่แข่งไม่มีนอกเหนือจากนี้ยังมีแว่นตา 3 มิติ “3D Active Glasses” ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดีไซน์สวยหรูเป็นพิเศษ น้ำหนักเบาเพียง 3o กรัม ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัด อีกทั้งยังสามารถสวมทับแว่นสายตาลงไปได้อย่างสบายๆ ทำให้ผู้ที่ใส่แว่นสายตาอยู่แล้วรับชมภาพได้ในทันที รวมไปถึงยังมี Touch Remote Control ที่เป็นรีโมทที่มีหน้าจอแบบสัมผ้สในตัว ที่ไม่เหมือนใคร แถมยังเป็นทีวีขนาดจิ๋วที่สามารถรับชมได้ได้จาก LED TV 3D – Samsung C9000 อีกด้วย ซึ่งสำหรับใครที่สนใจ LED TV 3D รุ่นนี้อยู่นอกจากจะต้องเงินถึง ด้วยพราะค่าตัวอยู่ที่ 279,000 บาท ยังจะต้องใจถึงพร้อมเปิดประสบการณ์ 3 มิติ แบบที่คุณไม่เคยสัมผัสอีกด้วยสเปกเต็มๆ Samsung C9000 <<<อันดับที่ 2 LG INFINIA LX9500 เหนือชั้นด้วย LED TV 3D แบบ Full LED Slimจะว่าไปแล้วนั้น LG INFINIA LX9500 ก็ถือว่าเป็นสุดยอด LED TV 3D ก่อนหน้าที่ทาง Samsung จะเปิดตัว C9000 ด้วยออกแบบที่เป็น Borderless Design ในรูปแบบกระจกแผ่นเดียวไปจนถึงสุดขอบของจอ ทำให้ไร้รอยต่อ เรียบหรู และแข็งแรง เรียกได้ว่าป้องกันแรงกระแทกจากภายนอกได้อย่าง 100% อีกทั้งยังทำความสะอาดง่าย ดูแลไม่ยากเหมือนกับทีวีค่ายอื่นๆ อีกทั้งยังได้รับรางวัลดีไซน์ผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยมระดับโลก และรางวัลดีไซน์ผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ยอดเยี่ยมอีกด้วยสำหรับประสิทธิภาพในการแสดงผลก็ไม่น้อยหน้าใคร ด้วยเทคโนโลยี Full LED Slim ที่มีความสามารถอย่าง Spot Control ที่ให้ทั้งความคมชัดของภาพ ความลึกของสีดำ ความอิ่มตัวของสีอื่นๆ และความบางของหน้าจอ คือ 1.6 มิลลิเมตร ซึ่งเปรียบได้กับเอาเทคโนโลยี Full LED และ EDGE LED มารวมกันอย่างลงตัวที่สุด แน่นอนว่าจะเป็น LED TV 3D ที่จะให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์ทะลุจอแล้ว ยังมีเทคโนโลยี TruMotion 480Hz/400Hz ช่วยในการขจัดความเบลอของภาพเหมือนมีการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว และ Respone Time เพียง 1ms ส่งผลให้วัตถุในภาพที่แสดงออกมา ไม่กระตุก ในส่วนของระบบเสียงก็เป็นแบบ Infinite Sound ที่สามารถจำลองระบบเสียงรอบทิศทางได้ โดยไม่ต้องอาศัยเครื่องเสียงภายนอกสำหรับแว่นตา 3 มิติ ก็ออกแบบให้มีน้ำหนักเบาและสามารถชาร์จไฟได้ในตัว ทำให้สะดวกต่อการใช้งาน อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ Smart TV ที่ทำให้ทีวีสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต และมีแอพพลิเคชั่นรองรับอย่าง Facebook, Twitter, Youtube, Picasa, Mthai VDO และ Nation Channel โดยไม่ต้องง้อคอมพิวเตอร์อีกต่อไป และที่ขาดไปได้เป็นเอกสิทธิ์ของ LG โดยเฉพาะนั่นก็คือ ฟีเจอร์ Bluetooth ที่สนับสนุนกันส่งภาพและเพลงจากอุปกรณ์ที่มี Bluetooth ด้วยกันอย่าง มือถือหรือโน้ตบุ๊ก ตลอดจนรองรับการใช้งานกับหูฟังไร้สาย Wireless Headset ได้อย่างลงตัว สำหรับ LG INFINIA LX9500 ขนาด 55″ ราคาอยู่ที่ 149,990 บาทสเปกเต็มๆ LG INFINIA LX9500 <<<อันดับที่ 3 Sony BRAVIA NX810 ดีไซน์ LED TV 3D ที่แตกต่างด้วย Monolithic Designสำหรับอันดับ 3 ก็ยังคงเป็น? LED TV 3D? อยู่เช่นกัน แต่คราวนี้เป็นทีของค่ายญี่ปุ่นกันบ้างกับ Sony BRAVIA NX810 ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร คงความเป็นเอกลักษณ์ของรุ่น NX800 เอาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยดีไซน์แบบ Monolithic Design (ปรับเอนหลังได้ 6 องศาด้วย Bar Stand ที่ติดตั้งลำโพงในมาตัว) ที่ลงตัวทั้งในเรื่องของความสวยงามและการใช้งาน ซึ่งไม่วางจะนำไปวางห้องใดๆ ก็จะกลายเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ไว้ตกแต่งบ้านชิ้นหนึ่งไปทันทีและจากการที่เป็น LED TV ที่ใช้ Backlight แบบ Dynamic Edge LED พร้อมความสามารถ Local Dimming อีกทั้งตัวจอยังเป็น OptiContrast Panel ส่งผลให้สีดำมีความดำสนิทมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงในเรื่องของการสะท้อนแสง ยังลดลงกว่ารุ่น NX800 ไปมากอย่างรู้สึกได้ ทั้งหมดทั้งมวลนี้จึงทำให้ Sony BRAVIA NX810 ให้ภาพที่สวยสดใสและสมจริง ยังไม่รวมถึง Motion Flow 200Hz ที่คอยทำหน้าที่สังเคราะห์เฟรมขึ้นมา ทำให้ภาพเคลื่อนไหวไหลลื่นอย่าง 100% ขณะที่การแสดงผลภาพ 3 มิติ ก็ไม่เป็นรองใครๆ มีมิติ ความชัดลึก ได้อย่างสมบูรณ์และสมกับเป็น Sony จริงๆ ซึ่งยิ่งมาเล่นเกม 3 มิติ กับเครื่องเล่นเกมคอนโซลคู่ขวัญอย่าง PlayStation 3 ด้วยแล้วยิ่งน่าหามาจับจองกันอย่างที่สุดอีกทั้งยังมีลูกเล่นอย่าง BRAVIA Internet Video ที่ทำให้คุณรับชมวีดีโอได้จากอินเตอร์เน็ตได้ โดยทันทีจากการเชื่อมต่อแบบไร้สาย ที่ไม่จำเป็นไม่ต้องพึ่งพา USB WiFi Dongle เหมือนกับในทีวีค่ายอื่นๆ เพราะทาง Sony ได้ติดตั้งมาอยู่ภายในตัวทีวีเรียบร้อยแล้ว ซึ่งหากใครเป็น Gamer ก็คงไม่พลาดที่จะจับจองมาไว้เล่นคู่กับ PlayStation 3 เพื่อที่จะเล่นเกม 3 มิติ ได้ภายในบ้านอย่างเป็นแน่แท้ครับ ในส่วนของราคา NX810 ขนาดหน้าจอ 55″ อยู่ที่ 134,990 บาทสเปกเต็มๆ <<<? Sony BRAVIA NX810 อันดับที่ 4 Samsung C8000 มาก่อนใครในตลาดกับ LED TV 3D ที่ทุกคนรอคอยSamsung รุ่น C8000 นับได้ว่าเป็น TV 3D รุ่นแรกที่เปิดตัวในเมืองไทย ที่ไม่ใช่แค่ว่านำมาโชว์เพียงอย่างเดียว แต่พร้อมจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการอีกด้วย ซึ่งก็ถือว่าผู้ที่สนใจล้วนให้การตอบรับดีมาก จนค่ายทีวีผู้ผลิตทุกๆ ค่ายจะต้องเร่งทำการบ้านในเรื่องของทีวี 3 มิติ กันยกใหญ่ รวมไปถึง ดีไซน์ที่สวยหรูด้วยฐานจอที่ไม่ซ้ำใครมาก่อน เรียกได้ว่าใครเห็นเป็นต้องเหลียวมองอีกรอบหนึ่ง ซึ่งก็ถือได้ว่าทาง Samsung เอง ก็ประสบความสำเร็จกับ Samsung C8000 – LED TV 3D พอสมควรเลยด้วยความที่เป็น LED TV จึงมีความบางของหน้าจออยู่แล้ว นอกเหนือจากนั้นยังมีเทคโนโลยี 3D ระดับคุณภาพที่น่าประทับใจ พร้อมมอบประสบการณ์ความบันเทิงในรูปแบบ 3 มิติ ที่คุณไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน จากการที่มีฟีเจอร์ RealD 3D ทำให้รายการทีวีหรือภาพยนตร์ 2 มิติ กลายเป็น 3 มิติ ได้อย่างใจนึก อีกทั้งในเรื่องของประสิทธิภาพในการแสดงผลด้วยหน้าจอแบบ Ultra Clear Panel ส่งผลให้ภาพที่ออกมานั้นมีมิติของภาพ และสีสันก็ถ่ายทอดได้อย่างดีเยี่ยม สมจริง อย่างน่าประทับใจ ในส่วนของภาพเคลื่อนที่เร็วๆ ก็หมดห่วงด้วย Clear Motion Rate ด้วยการแทรกเฟรมสอดประสานระหว่างเฟรมของทีวีและการแสดงผลจากเทคโนโลยี 200Hz ความเบลอของภาพเคลื่อนไหวจะหมดไป ความราบลื่นและเป็นธรรมชาติของการเคลื่อนไหวที่มีมากยิ่งขึ้นนั้นได้รับการปรับแต่งด้วยการคำนวณการเคลื่อนไหวอย่างชาญฉลาดจากตัวประมวลผลทีวีที่ไว้ใจได้รองรับมัลติมีเดียได้ครบวงจรและเต็มรูปแบบด้วยฟีเจอร์ Internet@TV ที่จะเชื่อมต่อทีวีของคุณไปสู่โลกกว้างผ่านทางทีวีภายในบ้าน ได้อย่างง่ายดาย และด้วยเทคโนโลยี DLNA ทำให้เพลิดเพลินไปกับมัลติมีเดียที่อยู่ในคอมพิวเตอร์หรือ DMS ใดๆ บนทีวีโดยไม่ต้องเชื่อมต่อสายเคเบิ้ล คุณสามารถเพลิดเพลินไปกับภาพยนตร์ เพลง และภาพถ่ายที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ของคุณบนจอทีวีได้อย่างไร้สาย สำหรับราคาของ 149,990 บาท ในขนาดหน้าจอ 55″สเปกเต็มๆ <<< Samsung C8000อันดับที่ 5? Panasonic VIERA VT20 ใหญ่สะใจ Plasma TV 3D กับขนาด 65″ สำหรับ Plasma TV 3D นั้นก็ไม่น่าพลาดให้ใครที่ไหนแล้วนอกจาก Panasonic ค่ายญี่ปุ่น ในรุ่น VIERA VT20 เหนือชั่นและโดดเด่นด้วยขนาดจอ 65? ที่นับได้ว่ามีความใหญ่สะใจ ที่จะทำให้ทุกคนที่รับชมได้ประสบการณ์แบบ 3D ที่ไม่เหมือนใครมาก่อน พร้อมความประสิทธิภาพของการแสดงภาพ 3D ได้อย่างมีดีเยี่ยม มีมิติซึ่งเป็นที่ทราบกันคือ ขนาดจอยิ่งใหญ่ มิติของภาพ 3 มิติ ก็จะสมจริงมากขึ้นไปอีก รวมไปถึงด้วยความที่เป็น Plasma TV และมีเทคโนโลยี 600Hz Sub-field Drive ปัญหาเรื่องภาพกระตุกหรือภาพเบลอก็แทบจะหมดไปในทันทีระดับของการให้สีสันจัดได้ว่าเป็นอะไรที่ไม่เกินจริง พร้อมที่การรับชมภาพ 3 มิติ เมื่อสวมแว่น 3?มิติที่ให้มา แล้วเรานับไม่ตรงตำแหน่งหรือเอียงคอดู ภาพก็ยังคงเป็น 3 มิติแบบสมบูรณ์ ก็ยังให้สีสันที่เป็นปกติไม่ลดลงมาก อีกทั้งภาพ 3 มิติ ยังไม่หลุดแบบค่ายอื่นๆ อีกด้วย นับได้ว่าง่ายและตรงกับการใช้งานจริงเป็นอย่างมาก แน่นอนว่าในเรื่องความดำของภาพ ด้วย Infinite Black Pro และการลดแสงสะท้อน ที่ Panosonic VIERA VT20 ทำได้เหนือกว่าค่ายอื่นๆ ซึ่งถ้าจะกล่าวว่า Plasma TV รุ่นนี้ดีที่สุดในปี 2010 ก็คงจะไม่เกินไปนัก ข้อสังเกตอีกอย่างก็คือ VIERA VT20 ทั้งที่เป็น Plasma TV หน้าจอกลับลดแสงสะท้อนได้ดีกว่า LED TV,? LCD TV ทั่วๆ ไปซะอีกส่วนฟีเจอร์อื่นๆ อย่างเช่น VIERA CAST ที่สนุกสนานไปกับเนื้อหาอินเตอร์เน็ตได้จากทีวีโดยตรง ที่สามารถเพลิดเพลินไปกับเนื้อหาบนอินเตอร์เน็ต ได้ทั้งวีดีโอและภาพนิ่ง รวมไปถึงสามารถติดตามข้อมูลพยากรณ์อากาศหรือข้อมูลหุ้น โดยใช้งานผ่าน Web Interface ที่ง่ายต่อการใช้งาน พร้อมบริการอื่นๆ อีกมากมาย เช่น การประชุมทางด้านภาพและเสียงภายในบ้านด้วย Skype และพร้อมรองรับอีกหลายบริการ นอกจากนี้ VIERA CAST ยังมีช่องต่อ USB สำหรับการเชื่อมต่อ keyboard แบบไร้สาย และ Wireless LAN Adaptor อีกด้วย ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ โดยราคาของ Panasonic VIERA VT20 ขนาดหน้าจอ 65″ อยู่ที่ 219,990 บาทสเปกเต็มๆ <<<Panasonic VIERA VT20อันดับที่ 6 Toshiba REGZA XL700T มาช้ายังดีกว่าไม่มากับ LED TV Full HDเป็นที่รอคอยมานานแสนนานกว่าที่ทาง Toshiba จะส่ง LED TV ออกมากับเค้าบ้างเสียที ซึ่งในวันนี้ก็พร้อมแล้วที่จะนำเสนอแก่ทุกๆ คน นั้นก็คือ Toshiba REGZA XL700T ที่มาพร้อมด้วยดีไซน์ที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้น สวยหรูและสวยลงตัวไปอีกแบบ ต่างจากทีวี Toshiba ในรูปแบบเดิมๆ ที่เคยมีมา ซึ่งไม่แค่นั้นยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีการแสดงภาพที่สมบูรณ์แบบ ที่ถ่ายทอดออกมาเป็นที่คมชัดยิ่งกว่าตามองเห็น พร้อมมีฟีเจอร์มากมายในการเพิ่มประสิทธิภาพในการแสดงผล ส่งผลให้เป็นการเพิ่มอรรถรสในการรับชมอย่างที่สุด คุณภาพจัดว่าคับจอประสิทธิภาพ Power Meta Brain / Video Processing 14 bit? ทำให้ถ่ายทอดภาพได้อย่างเต็มอารมณ์ พร้อมทั้งมีฟังก์ชั่นในการช่วยเพิ่มสัญญาณภาพ เมื่อสัญญาณที่รับมาอ่อนด้วยฟีเจอร์ Auto Signal Booster อีกทั้งยังเพิ่มความคมชัดรายละเอียดของภาพเมื่อภาพนั้นมีความละเอียดที่ต่ำด้วยฟีเจอร์ Resolution+ ยังไม่หมดแค่นั้นยังมีการเพิ่มอัตราการตอบสนองของภาพด้วยฟีเจอร์ ClearScan 100 Pro ทำให้ภาพไม่เบลอ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนจะช่วยให้เรารับชมภาพกันได้อย่างสบายตาอย่างที่สุด หา LED TV ในค่ายอื่นๆ มาเปรียบด้วยยากนอกเหนือจากนี้ยังมีพอร์ต USB และ SD Card Slot ให้มาเพื่อรองรับคอนเทนต์อื่นๆ ที่มาในรูปแบบไฟล์ในแฟลชไดร์ว ทั้งที่เป็นรูปภาพ เพลง และภาพยนตร์ ซึ่งก่อนหน้านี้ทาง Toshiba เอง ไม่เคยทำพอร์ต USB ให้เล่นไฟล์อื่นๆ นอกเหนือจากไฟล์รูปภาพมาก่อน ทำให้ Toshiba REGZA XL700T ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่ทาง Toshiba จะใส่ลูกเล่นเพิ่มเติมมาอีก สำหรับราคาค่าตัวของ Toshiba REGZA XL700T ขนาด 55″ ตกอยู่ที่ 79,990 บาท หากไม่สนใจ TV 3D จะบอกว่า LED TV จาก Toshiba รุ่นนี้เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดอย่างแน่นอนสเปกเต็มๆ <<<Toshiba REGZA XL700Tอันดับที่ 7 LG INFINIA LE8500 ไม่น้อยหน้าใครด้วย Full LED TV Slim LED TV จาก LG รุ่นนี้คือ LG INFINIA LE8500 ที่มีจุดเด่นคือ Full LED Slim ที่ถือว่าเป็นรุ่นแรกของโลก สำหรับปี 2010 ด้วยดีไซน์ที่ไร้ขอบจาก LG โดยยังอยู่ภายใต้แนวคิด LIVE) BORDERLESS เหมือนเมื่อปี 2009 ที่ผ่านมา? ที่ได้มีการเปิดตัวทีวีที่ดีไซน์ไร้กรอบ ไร้ขอบ ออกมา อีกทั้งในปีนี้ยังมีแนวคิด INFINIA ที่มีความหมายว่า ?ไม่มีที่สิ้นสุด? ออกมาย้ำถึงรูปร่างหน้าตาที่สวยเฉียบจากการที่ไร้ขอบ ด้วยดีไซน์โดยการใช้กระจกผ่านแผ่นเดียวไปจนถึงสุดขอบ อีกทั้งในแง่ของการทำความสะอาดยังทำได้ง่ายโดยง่าย พร้อมทั้งมีความแข็งแรงทนทานมากกว่าทีวีทั่วไปด้วยความสามารถในการแสดงผลไม่แตกต่างจากรุ่นพี่ LG INFINIA LX9500 ซึ่ง LG INFINIA 42LE8500 ได้ใช้ตัวประมวลผลภาพเป็นแบบ Dual XD-Engine เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นภาพที่ได้มา สีสันของจอและความคมชัดจากหน้าจอ Super IPS LCD Panel แถมยังช่วยในเรื่องของการถนอมสายตาอีกด้วย? เรื่องความไวในการแสดงผลคงไม่ต้องเป็นห่วง เพราะมี Trumotion 240Hz/200Hz มาช่วยสแกนภาพด้วยความเร็วสูง ส่วนค่า response time 2ms ก็จัดได้ว่าเป็นมาตรฐานที่ค่อนข้างดี ณ ตอนนี้แล้ว อีกทั้งยังมี contrast ratio ที่สูงถึง 9,000,000:1 เพราะฉะนั้นเรื่องของสีสันไม่ต้องกลัวเลยว่าจะไม่สมจริง รวมถึงได้มี Infinite Surround ที่ให้ระบบเสียงรอบทิศทางที่สมจริงยิ่งขึ้น และเทคโนโลยี clear voice II ที่ช่วยในการเพิ่มเสียงสนทนาต่างๆ ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นในส่วนของฟีเจอร์เสริมที่ขาดไม่ได้นั่นก็คือ Bluetooth ที่จะทำให้เราส่งรูปหรือเพลงจากมือถือไปยัง LG INFINIA 42LE8500 ก็ทำได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังรองรับ Wireless Headset Bluetooth เมื่อเราต้องการความเป็นส่วนตัว และยังมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกหนึ่งอย่างนั่นก็คือ Smart TV ที่มีมาให้ทั้งแอพพลิเคชั่น Facebook, Twitter, AccuWeather, YouTube, Picasa ที่สำคัญยังมีแอพพลิเคชั่นไทยอย่าง Mthai VDO และ Nation Channel ที่รองรับอีกด้วย เมื่อเราเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วยสาย LAN หรือ USB WiFi Dongle ที่จะเพิ่มความสะดวกในการเชื่อมต่อ สนนราคาค่าตัว LG INFINIA 42LE8500 หน้าจอ 55″ อยู่ที่ 129,990 บาทสเปกเต็มๆ <<<LG INFINIA LE8500อันดับที่ 7 Toshiba ZV600T ตัวเทพ LCD TV Full HD ไม่มีใครเกินถึงแม้ว่าดีไซน์ของ Toshiba ZV600T จะดูแล้วออกแนวเป็นทีวีที่ดูตกยุคตกสมัยไปหน่อย แต่ก็ถือว่าเป็นตัวท๊อปสุดจากทางค่ายญี่ปุ่นอย่าง Toshiba สำหรับการออกแบบดีไซน์ โดยรวมแล้วบอกได้เลยว่าค่อนข้างจะออกแนวอนุรักษ์นิยม โดยมีการเน้นเป็นสีดำเปียโนเป็นหลัก พร้อมกับมีเม็ดคริสตันสีเงินประดับตกแต่งอยู่รอบๆ ของขอบจอ เพิ่มความหรูหรา พร้อมกับความหนาของตัวเครื่องที่จัดได้ว่าอวบอั๋นใช้ได้ พร้อมกับหน้าจอที่สะท้อนแสงน่าดูในส่วนของการแสดงภาพ ก็มีตัวประมวลผลภาพสุดเจ๋งอย่าง Meta Brain Premium และ 14 Bits Processing โดดเด่นเรื่องความไวในการแสดงภาพที่เคลื่อนไหว โดยการมี Clear Scan 200 ซึ่ง เป็นเทคโนโลยี ?ลูกผสม? จาก 50 เฟรมต่อวินาที สังเคราะห์เพิ่มเป็น 100 เฟรมต่อวินาที เช่นเดียวกับเทคโนโลยี 100Hz ของแบรนด์ทีวีอื่นๆ รวมไปถึงยังใช้เทคโนโลยี Scanning Backlight เข้ามาช่วยแล้ว รับรองได้เลยว่า ไม่ต้องเป็นห่วง ผลที่ได้มาคือภาพที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วอย่างเป็นธรรมชาติ (แต่ก็อาจจะมีหลุดๆ บ้าง) ใช้จอแบบ Full Glare Panel หรือจอกระจกที่ทำให้การ ไล่สีดำ เทา ขาว ก็ได้ระดับที่แยกความแตกต่างได้อย่างชัดเจน เป็นธรรมชาติมาก จากการจัดการของ 3D Colour Management ก็จะเห็นได้ชัดว่า สีแดงค่อนข้างเข้ม สีดำก็ให้สีที่ดำสนิท ให้ความอิ่มตัวของสีได้อย่างดีเยี่ยม ถึงแม้ว่าจะเป็นจอแบบกระจกที่ให้สีสันที่สดใสแบบ Full Glare Panelถึงแม้จะเป็นเพียง LCD TV ที่อาจจะดูแล้วสู้ LED TV รุ่นใหม่ๆ ไม่ได้ แต่ก็อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพการแสดงผลภาพและเสียง ที่หาไม่ได้ใน LCD TV ทั่วไป ให้รายละเอียดที่คมชัดมากยิ่งขึ้นจากฟีเจอร์เพิ่มขอบวัตถุ (Sharpen) ด้วย Resolution + ซึ่งสามารถเพิ่มความคมชัดให้ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ สำหรับ Toshiba REGZA 42ZV600T เครื่องนี้ มีระบบเสียง Regza Woofer? ที่ทำให้พลังเสียงกระหึ่มแน่นกว่าทีวีทั่วไปทพร้อมด้วยระบบปรับเสียง Audyssey EQ โดยเสียงสามารถเปล่งออกมาได้ดี โดยมีราคาเปิดตัวอยู่ที่ 99,000 บาท สำหรับขนาด 55″สเปกเต็มๆ <<<Toshiba REGZA ZV600Tอันดับที่ 8 LG INFINIA LD650 ครบครันที่สุดของ LCD TV Full HDแน่นอนว่านอกเหนือไปจากการแสดงผลที่เยี่ยมยอดที่เราต้องการจาก LCD TV ของเราแล้ว คงต้องยอบรับว่าเรายังต้องการให้มีฟีเจอร์หรือลูกเล่นอื่นๆ เพิ่มเข้ามาด้วย เพราะไหนๆ จะซื้อทั้งทีแล้ว ก็เอาให้มันครบครันซะหน่อย LG INFINIA LD650 จริงเป็นคำตอบนี้ ด้วยดีไซน์การออกแบบที่จัดว่าสวยกว่า LCD TV ของค่ายอื่นๆ อีกทั้งยังมีความสามารถอย่าง Smart TV ที่หาไม่ได้ใน LCD TV ยี่ห้ออื่นๆ เช่นกันด้วยคุณภาพจอ S-IPS Hard Panel ที่ทั้งแข็งแรงทนทาน ไม่สะท้อนแสง รวมไปถึงมีเทคโนโลยีสังเคราะห์เฟรมภาพขึ้นมาอย่าง TruMotion 240Hz? ที่ให้มาแบบจัดเต็ม เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ให้เราเลือกเปิด, ปิด เมื่อต้องการช่วยให้ภาพเคลื่อนไหวลื่นไหลยิ่งขึ้น? สำหรับคุณภาพของภาพที่สีสันมาในแนวสีสันคมเข้ม และสามารถแสดงรายละเอียดได้อย่างไม่ตกหล่น อีกทั้งเมนูการใช้งานต่างๆ จัดได้ว่าเรียนรู้ได้ไม่ยาก พร้อมด้วยมี Intelligent Sensor ทำหน้าที่คอยปรับค่าคอนทราสต์, ความสว่าง และสีให้อย่างอัตโนมัติ สำหรับลำโพงเป็นแบบ Invisible Sound ดีไซน์แบบซ่อน แถมด้วยระบบเสียง Infinite Sound เสมือนเสียงรอบทิศทางได้อย่างสมจริงที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้ก็คือฟีเจอร์ Smart TV ที่รองรับแอพพลิเคชั่นต่างๆ อย่าง Facebook, Twitter, YouTube, Picasa, AccuWeather และ Mthai VDO กับ Nation Channel ที่เป็นแอพพลิเคชั่นสัญชาติไทยมาเสริมให้? LG INFINIA LD650 มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น จึงเรียกได้ว่าเป็น LCD TV นาทีนี้ ที่ดูแล้วมีฟีเจอร์ครบถ้วนที่สุดก็คงไม่เกินไปนัก (ที่จะขาดไปก็แต่เรื่อง 3 มิติเท่านั้นเอง) สำหรับราคา LG INFINIA LD650 ขนาด 85,990 บาทสเปกเต็มๆ <<<LG INFINIA LD650อันดับที่ 9 Samsung C750 อยากดู 3 มิติ LCD TV รุ่นนี้ก็เป็นตัวเลือกใครว่าการที่จะหาซื้อ TV 3D ซักเครื่องจะต้องเป็น LED TV หรือ Plasma TV เสมอไป โดยที่ทาง Samsung ผู้ที่เป็นผู้นำด้านทีวี ได้มีการรองรับตลาด 3 มิติ ไว้อย่างเต็มรูปแบบครบถ้วนและสมบูรณ์ ซึ่งทีวีที่รองรับภาพ 3 มิติ จาก Samsung มีทั้งแบบที่เป็น LED TV 3D, Plasma TV 3D และ LCD TV 3D ให้เลือกตามความพอใจในแต่ละคน โดย LCD TV ที่เป็น 3 มิติ นั้นมาในรุ่น Samsung C750 ที่มาพร้อมกับดีไซน์ที่สวยหรูไม่แพ้รุ่นพี่อย่าง LED TV 3D C9000 และ คล้ายกับ C8000 อย่างมาก หรือแม้แต่ฟังก์ชั่น ฟีเจอร์การใช้งานก็ไม่เป็นรอง เรียกได้ว่าจัดหนักเหมือนเคยคุณภาพของภาพที่น่าประทับใจ อันเป็นผลมาจาก 3D HyperReal engine ของ Samsung และ Super 3C Realization ซึ่งให้ภาพที่เหนือกว่าที่คาดไว้ ด้วยเหตุนี้จึงไม่ได้เพียงแค่ชมภาพยนตร์เท่านั้น หากแต่รู้สึกสัมผัสไปด้วยอย่างแท้จริง พร้อมเต็มเปี่ยมด้วยรายละเอียด และสีสันที่เสมือนจริง ด้วยการเพิ่มสีดำที่มีความสลัวต่ำ ด้วยการปรับช่วงแสงให้เหมาะสมที่สุดและเพิ่มความอัตราความโปร่งแสงในระบบ Ultra Clear Panel ทำให้สามารถลดการสะท้อนแสงของแสงภายนอกและเพิ่มความคมชัด และด้วยฟีเจอร์ 400 Clear Motion Rate ทำให้ฉากแอ็คชั่นจะดูเรียบลื่น คมชัด และสดใส เพราะเรารู้ว่าความเคลื่อนไหวที่ลื่นไหล ไม่มีสะดุด ประสิทธิภาพความเคลื่อนไหวที่ดีกว่า 8 เท่าเมื่อเทียบกับ LCD TV มาตรฐานที่มีอัตราความเคลื่อนไหว 400 เฟรมต่อวินาที ความสามารถทั้งหมดนี้ ส่งผลให้เมื่อรับชมภาพ 3 มิติ จะเป็นประสบการณ์ความบันเทิงในรูปแบบ 3 มิติ ที่คุณไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนและด้วยเทคโนโลยี Internet@TV ของ Samsung C750 เปิดโลกออนไลน์ โดยแสดงผลบนจอขนาดใหญ่ที่สว่างสดใส อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อเพลิดเพลินกับเนื้อหาที่น่าสนใจบนเว็บ ด้วยประสิทธิภาพ ความหลากหลาย และความสะดวกสบาย รวมไปถึงสามารถจัดระเบียบ เพิ่มเติม และลบเนื้อหาผ่านทางไลบรารี Samsung Applications ได้อย่างง่ายดาย และด้วยพอร์ต USB เพียงแค่เชื่อมต่อ ก็สามารถเล่นภาพยนตร์ได้ทันที โดยความเพลิดเพลินกับทางเลือกที่ไร้ขีดจำกัดแบบนี้ สนนราคาอยู่ 109,990 บาท สำหรับขนาดหน้าจอ 55″สเปกเต็มๆ <<<Samsung C750อันดับที่ 10 LG INFINIA PJ650 จอใหญุ่คุ้มค่ากับ Plasma TV ราคาโดนใจ เอาล่ะครับมาปิดท้ายทีวี ที่น่าสนใจในปี 2010 กันหน่อยกับ LG INFINIA PJ650 ซึ่งเป็น Plasma TV ที่จัดได้ว่าคุ้มค่าที่สุดในตัวนี้ อย่างแรกเลยที่เป็นจุดเด่นก็คือดีไซน์แบบ Borderless Design ที่เป็นยอดนิยมกันเหมือนทีวีตัวท๊อป เรียบหรูเกินราคามองผ่าน คิดว่าตัวเป็นแสน แถมยังจัดได้ว่าดูสวยแจ่มที่สุดของ Plasma TV จากค่ายอื่นๆ ต่อมาก็เป็นขนาดที่ใหญ่ถึง 50″ ที่วิเคราะห์กันแล้วจัดได้ว่าคุ้มค่าต่อราคา และถึงแม้ว่าความละเอียดของหน้าจอจะเป็นเพียงระดับ HD Ready (1366 x 768) แต่ก็ให้ผลของการแสดงภาพเป็นที่น่าพอใจเมื่อนำไปชมฟรีทีวี หรือหนัง DVD, HD 720p ด้วยคอนทราสต์ที่สูงถึง 3,000,000:1 จึงให้แนวภาพที่ดูสดแบบเป็นธรรมชาติ รวมไปถึงดูแล้วก็สบายตา เป็น Plasma TV ตัวหนึ่งที่มีความสะอาดของภาพอย่างเห็นได้ชัด ทั้งภาพระดับ SD (Standard Definition) และ HD (High Definition) และด้วยความที่เป็น Plasma TV ซึ่งมีเทคโนโลยี 600Hz Sub-field Drive ปัญหาอย่างเรื่องภาพกระตุก หรือภาพเบลอก็แทบจะหมดไปในทันที ข้อเด่นอีกอย่างก็คือหน้าจอลดแสงสะท้อนจากภายนอกได้เป็นที่น่าพอใจ ถ้าเทียบกับ Plasma TV ในระดับเดียวกัน คิดว่าใครที่กำลังหาทีวีจอใหญ่ มาไว้ดูฟรีทีวีโดยเฉพาะ หรือหนังระดับ HD LG INFINIA PJ650 รุ่นนี้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อย ด้วยราคาเพียง 35,990 บาท กับขนาด 50″สเปกเต็มๆ <<<LG INFINIA PJ650สุดท้ายนี้ หากมีข้อสงสัยหรือแนะนำใดๆ สามารถโพสไว้ได้เลย ทีมงาน LCDSpec.com จะรีบมาตอบในบัดดลครับ ^^
ฟิลิปส์เปิดตัวชุดโฮมเธียเตอร์ใหม่ Philips HTS7140
บริษัท ฟิลิปส์อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ขอแนะนำชุดโฮมเธียเตอร์รุ่นใหม่ล่าสุด Philips HTS7140 มาพร้อมกับเทคโนโลยี Ambisound? เติมเต็มความสมบูรณ์ภาพยนตร์จากแผ่น Blu-ray เพิ่มพลังเสียงเซอร์ราวด์รอบทิศทางด้วยลำโพงแบบ Soundbar และลงตัวด้วยดีไซน์ที่จัดวางเข้ากับแอลซีดี/แอลอีดี ทีวีฟิลิปส์ขนาด 40 นิ้วขึ้นไปได้อย่าง สมบูรณ์แบบ สร้างสรรค์คุณภาพเสียงที่ดีที่สุดในการฟังดนตรี พร้อมให้คุณได้เพลิดเพลินกับภาพยนตร์เรื่องโปรดคุณภาพระดับโรงภาพยนตร์พรีเมี่ยมได้ที่บ้านคุณPhilips Soundbar HTS7140 มาพร้อมกับเทคโนโลยี Ambisound ที่ให้พลังเสียง 5.1 เซอร์ราวด์รอบทิศทางทั่วทั้งห้อง ด้วยเทคนิคการจัดวางลำโพงใน Soundbar อย่างเหมาะสม พร้อมซับวูฟเฟอร์เพียง 1 ตัว ก็ทำให้ได้เสียงที่กว้างอย่างลงตัว? นอกจากนี้ Dolby Digital, DTS, Dolby Prologic II และ DolbyTrueHD ยังยกระดับเสียงให้ทรงพลังก้องกระหึ่ม? กำลังขับรวม RMS ทั้งหมด 500 วัตต์นอกจากนี้ เครื่องเล่น Blu-ray Philips BDP7500? ยังมาพร้อมกับฟังก์ชั่นพิเศษ BD-Live (Profile 2.0) เพื่อให้คุณสนุกกับข้อมูลโบนัส Blu-ray ออนไลน์ได้ โดย BD-Live เปิดโอกาสให้คุณได้เข้าสู่โลกกว้างของความละเอียดสูงอย่างไม่มีที่สิ้นสุดPhilips HTS7140 รุ่นนี้สามารถเล่นได้กับทุกแผ่น ไม่ว่าจะเป็นแผ่นหนัง?? Blu-ray DVD, DVD+R/RW, DVD-R/RW, (S)VCD, DivX, DivX Ultra (เพื่อการเล่นมีเดียไฟล์ชนิด DivX ที่มีคุณภาพยิ่งขึ้น) แผ่นเพลง CD, MP3-CD, CD-R/RW และ CD รูป JPEG filePhilips HTS7140 ราคา 21,990? บาท? สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลผู้บริโภคฟิลิปส์? 02-6528652
เอซุส ส่ง จอแอลอีดี ซีรีย์ ?ดีไซน์โน? ตัวเครื่องบางเฉียบ มุมมองกว้างถึง 178 องศา
เอซุส เปิดตัว จอแอลอีดี ซีรีย์ Designo ML 229/239/249 ด้วยดีไซน์บางเฉียบ ที่มากับ พาเนลแบบ IPS (In-Plane Switching) และ VA (Vertical Alignment) ออกแบบขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้สัมผัสได้ถึงประสบการณ์ใหม่แห่งการรับชม ไม่ว่าจะเป็นมุมมองกว้างเป็นพิเศษถึง 178 องศาการันตีความสวยงามด้วยรางวัล Good Design Award จากประเทศญี่ปุ่น จอแอลอีดี ซีรีย์ ?ดีไซน์โน?(Designo) มีให้เลือก 3 ขนาด รุ่น ML229H ขนาด 21.5 นิ้ว รุ่น ML239H ขนาด 23 นิ้ว และรุ่น ML249H ขนาด 24 นิ้ว ทั้งสามรุ่นให้มุมมองกว้างถึง 178 องศา สามารถรับชมภาพที่เหมือนกันได้จากทุกมุม มอง ไม่ว่าจะวางในแนวนอนหรือแนวตั้ง?ด้วยเทคโนโลยี Smart Contrast ที่ให้ค่า Contrast Ratio สูงเป็นพิเศษถึง 50,000,000:1 สามารถแสดงทั้งภาพมืดและสว่างได้อย่างมีมิติสมจริง อีกทั้งสามารถปรับปริมาณแสงสว่างจากด้านหลัง (Backlight Luminance) นอกจากนี้ยังมีพอร์ต HDMI เพื่อการรับชมภาพระดับ HD Full 1080p (ความละเอียด 1920×1080) ทั้งจากคอมพิวเตอร์ เครื่องเล่นบลูเรย์ และเครื่องเล่นเกมได้อีกด้วย จอแอลอีดี ซีรีย์ ?ดีไซน์โน?(Designo) โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่บางหรูเป็นพิเศษ และปุ่มกด LED แบบไร้รอยต่อ พร้อมขาตั้งแบบสองห่วง เพื่อการปรับแบบเอียงและหมุน ได้อย่างง่ายดาย ผสมผสานระหว่าง?ความมีสไตล์และคุณสมบัติเพื่อการใช้งานที่ลงตัว การันตีด้วยรางวัล Good Design Award จากประเทศญี่ปุ่น ด้านความสวยงาม รวมทั้งยังคงมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์อื่นๆของเอซุส ไม่ว่าจะเป็นแผง LED-backlit ชนิดไร้สารปรอท และกล่องบรรจุภัณฑ์ที่ใช้วัสดุรีไซเคิลในการผลิต เป็นต้นพบกับ จอแอลอีดี ซีรีย์ Designo ML 229/239/249 ได้แล้ววันนี้ ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายเอซุสทั่วประเทศ หรือ สอบถามรายละเอียดได้ที่ ASUS Call Center 02-401-1717 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.asus.co.th 
POWER BUY EXPO 2010 อลังการสุดยอดเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าไอที และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ครบวงจร
By: monkomoro45 | Date: 18 July 2010 | | 28 ความเห็น

สร้างสรรค์ ผสานเทคโนโลยี รวมเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์มนุษย์ได้อย่างลงตัว
เพาเวอร์บาย ศูนย์รวมเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าไอที และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ครบวงจร ในเครือบริษัท เซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ระดมพันธมิตรยักษ์ใหญ่ แห่งวงการเครื่องใช้ไฟฟ้า กว่า 200 แบรนด์ดัง ระดับโลก จัดงานยิ่งใหญ่แห่งปี ?Power Buy Expo 2010? ทุ่มงบกว่า 60 ล้านบาท อัดโปรโมชั่นกระตุ้นอารมณ์การจับจ่าย เสริมทัพด้วยสิทธิประโยชน์มากมาย ตอกย้ำกับส่วนลดสูงสุด 21 %กับบัตรเครดิตชั้นนำ จุใจกับเงื่อนไขพิเศษมากมายแห่งปี พร้อมสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า ?นาทีทอง? ลดถล่มราคา วันต่อวัน ชี้แอลซีดี ทีวี โทรศัพท์มือถือ และเครื่องปรับอากาศ ได้รับการตอบรับสูงอย่างต่อเนื่อง มาแรงกวาดยอดขายในงาน สวนกระแสการเมืองไทยคาดยอดขายกว่า 450 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเติบโตกว่า 10% โดยปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่? 23 ก.ค. ? 3 ส.ค. เต็มพื้นที่กว่า 10,000 ตร.ม. ของชั้น 1, 3 (สกายฮอลล์), 4 และ 5? ศูนย์ การค้าเซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว


.นาย สุทธิสาร จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด กล่าวถึงแนวคิดใหม่ ในการจัดงาน Power Buy Expo 2010 ในครั้งนี้ว่า ?เพาเวอร์บาย เน้นความพิเศษ ด้วยนวัตกรรมสินค้าที่สร้างสรรค์ความสะดวกสบายให้ผู้บริโภคและยังเน้นเรื่อง ของแฟชั่นเพื่อชีวิตที่ทันสมัยในโลกยุคปัจจุบันการตั้งเป้ายอดขายโดยรวมของ งาน นายสุทธิสาร กล่าวเพิ่มเติมว่า .. บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 450? ล้านบาท ซึ่งเติบโตจากปีที่แล้ว 10% ปีนี้เชื่อว่าลูกค้าส่วนใหญ่ชะลอการจับจ่ายไว้เพื่อมาซื้อในงานที่กำลังจะ จัดขึ้น เนื่องจากได้รับส่วนลดและโปรโมชั่นทั้งจากทางเพาเวอร์บายเอง รวมถึงพันธมิตรแต่ละแบรนด์อีกด้วย? และใช้งบประมาณการตลาด ไปกว่า 60 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยสำคัญ ที่มีส่วนในการกระตุ้นยอดขายนั่นคือ โปรโมชั่นจากบัตรเครดิต การให้บริการสินเชื่อผ่อนชำระ จากสถาบันการเงินต่างๆ ที่จูงใจให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อได้ในทันที โดยเฉพาะ ข้อเสนอพิเศษโปรโมชั่น 0% และของสมนาคุณมากมายแนวคิดสำคัญการจัดงาน เน้นความพิเศษ ด้วยนวัตกรรมสินค้าที่สร้างสรรค์ความสะดวกสบายให้ผู้บริโภคและยังเน้นเรื่อง ของแฟชั่นเพื่อชีวิตที่ทันสมัยในโลกยุคปัจจุบัน? โดยพิธีเปิดจะนำเสนอแนวคิด ?Futuristic Fashion Show? ที่ได้รับการสร้างสรรค์ ผสานเทคโนโลยี เข้ารวมเป็นส่วนหนึ่งของมนุษย์ ได้อย่างกลมกลืน ผ่านเสื้อผ้า Haute couture ที่ออกแบบพิเศษ ทั้ง 10 ชุด? โดยการนำวัสดุจากเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์ ที่ใช้แล้ว นำกลับมาใช้ซ้ำ อาทิ การนำชิ้นส่วนหลอด LED ที่ใช้แล้ว นำมาประดับเป็นชุด โดยใช้แสงไฟจากพลังงานแบตเตอรี่ที่ติดอยู่กับชุด เป็นตัวเล่นสีสันให้กับงาน ฯลฯ

.
ในส่วนพื้นที่จัดแสดงสินค้า ปีนี้มีความพิเศษกว่าครั้งก่อน แบ่งพื้นที่ในการโชว์สินค้า กว่า 10,000 ตร.ม. ได้เป็นสัดส่วนอย่างลงตัว ทั่วทั้งศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว? ได้แก่ ?
บริเวณชั้น 1 โซนโทรศัพท์มือถือ , กล้องดิจิตอล ( Mobile Phone? , Camera , Acc , GPS , Apple)
บริเวณ ชั้น 3 (สกายฮอลล์)? (Home Appliance) โซนเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน ไม่ว่าจะป็น ตู้เย็น , เครื่องซักผ้า , เครื่องปรับอากาศ , ไมโครเวฟ , เตารีด , เครื่องดูดฝุ่น และอื่นๆอีกมากมาย
บริเวณ ชั้น 4 โซนอุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงาน , อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ รวมถึงเพิ่มความพิเศษสำหรับโซนนี้ด้วยสินค้าจาก Homeworks? และ Supersports
บริเวณ ชั้น 5 (บางกอกคอนเวนชั่นฮอลล์) (AV + Music + Computer + OA. Zone) โซน แอลอีดี /???????????? แอลซีดี ทีวี , พลาสมา ทีวี , ชุดโฮมเธียเตอร์ , เครื่องเสียง , คอมพิวเตอร์ และ เครื่องใช้สำนักงาน)
และภายในงานฯ พบกับสินค้านวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่พร้อมนำเสนอในงานนี้ ได้แก่ …

  • ADAMO Notebook by DELL มีจุดเด่นอยู่ที่ความเพรียวบาง หนาเพียง 9.9 มิลลิเมตร (บางที่สุดในโลก) น้ำหนัก 1.44 กก. ตัวบอดี้ทำจากอลูมิเนียม ขึ้นรูปเพียงชิ้นเดียว เมื่อเปิดเครื่อง ส่วนหลังจะทำหน้าที่เป็นขาตั้ง เพื่อสะดวกในการพิมพ์ มาพร้อมสมรรถนะ Intel Core 2Duo (1.4 GHz.) จอขนาด 13.4 นิ้ว
  • Panasonic: Lumix G2K ให้คุณเป็นมืออาชีพได้ง่ายๆ กับกล้อง Single เลนส์ระบบ Micro 4/3 Live MOS Sensor เลนส์ Lumix G 14-42 มม. / F 3.5 มาพร้อมโหมดอัจฉริยะ iA และจอ LCD ระบบสัมผัสขนาด 3 นิ้ว แบบพับหมุนได้
  • HTC WILDFIRE เป็นโทรศัพท์ที่จะได้อัพเดตเป็น Android 2.2 โดยจะเป็นการอัพเดตแบบ OTA (โดยการอัพเดตผ่านทางเครือข่ายโทรศัพท์มือถือโดยตรง ) ระบบ Android 2.1 with HTC Sense มาพร้อมหน้าจอ Capasitive ขนาด 3.2 นิ้ว พร้อม hTC SENSE รองรับการแสดงผลแบบ QVGA 240 x 320 pixels ,??????????????? CPU : Qualcomm ความเร็ว 528 GHz กล้องดิจิตอล 5.0 Megapixles พร้อม Autofocus , รองรับระบบ 3 G (HSDPA) , Wi-Fi , มีระบบนำทาง GPS , A-GPS T FT จอสัมผัส Capacitive และ Multi-touch
  • FORA : Solar set นวัตกรรมใหม่ที่มีอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งชุด ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar cell) ประกอบด้วย พัดลม ไฟตั้งโต๊ะ โคมไฟแขวนผนัง วิทยุนาฬิกา และเครื่องเล่น CD /MP3 มาพร้อมดีไซน์ทันสมัย ได้รับรางวัลถึง 3 รางวัล Reddot Design Award, Good Design และ iF Product Design Award

.
จากความสำเร็จทุกครั้งที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าลูกค้าตอบรับงาน Power Buy Expo? เป็นอย่างมาก ทำให้มียอดขายและจำนวนผู้เข้าร่วมงานเพิ่มขึ้นทุกครั้ง โดยตั้งเป้าขยายกลุ่มลูกค้าเพิ่มขึ้น ด้วยความพร้อมด้านสถานที่จัดงานคือ? ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว??? การเดินทางสะดวกสบาย? ไม่ว่าจะเป็นทางรถยนต์ หรือ ทางรถไฟฟ้า (BTS) ทั้งสถานีหมอชิต หรือรถฟ้าใต้ดิน (MRT) สถานีพหลโยธิน ซึ่งสามารถรองรับผู้เข้าชมงานที่อาศัยอยู่ในตัวเมืองต่างๆ ได้อย่างดี พร้อมที่จอดรถรองรับรถยนต์ หมุนเวียนเข้า ? ออกได้ถึง 35,000 คันต่อวัน และยังเป็นงานยิ่งใหญ่อีกงาน ก่อนที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว จะปิดทำการปรับปรุงในต้นปี 2554 อีกด้วย

.
ด้านไฮไลท์โปรโมชั่นภายในงานฯ ทางเพาเวอร์บาย มอบทางเลือก ทั้งผ่อน ทั้งลดและรับเพิ่มของสมนาคุณสุดคุ้ม กับบัตรเครดิต ชั้นนำ หรือ เลือกลดเพิ่ม 3 ต่อ สูงสุด 21 %? ต่อที่ 1 อภิสิทธิ์เฉพาะบัตรเซ็นทรัล เครดิตคาร์ด และ โรบินสัน วีซ่า? ต่อที่ 2 รับบัตรกำนัลเพาเวอร์บายสูงสุดถึง 16,000 บาท (ทั้งชำระเต็มจำนวน และแบ่งชำระ) ต่อที่ 3 รับบัตรกำนัลเพาเวอร์บาย 10,000 บาทเมื่อซื้อสินค้าตั้งแต่ 200,000 บาทขึ้นไป และใช้คะแนน????????????? The 1 Card 5,000 คะแนน
ในส่วนโปรโมชั่นพิเศษที่คาดว่าจะได้รับความสนใจมากอีกเช่นเคย ได้แก่ ?สินค้านาทีทอง? ลดถล่มราคา??????? วันต่อวัน? โดยจะจัดวันละ 3 รอบ เฉพาะช่วงเวลา 12.00 , 16.00 และรอบ 20.00 น. นอกจากนี้ ยังมีให้เลือกรับเพิ่มกับของสมนาคุณสุดคุ้ม กับบัตรเครดิตชั้นนำ และสิทธิพิเศษจาก The? 1 Card? เมื่อนำคะแนน 600 คะแนน แลกรับส่วนลด 100 บาท (จากปกติ 800 คะแนน แลกรับส่วนลด 100 บาท)? และบริการอื่นๆอีกมากมาย

.
นอกจากนี้เรายังได้รวมเอางานกอล์ฟ ของ Supersports และสินค้าตกแต่งบ้านจาก Homeworks มาร่วมแสดงและจำหน่ายอยู่ภายในงานฯอีกด้วย โดยมีสินค้าตกแต่งบ้านจาก ?โฮมเวิร์ค?(Homeworks) เช่น เก้าอี้นวดไฟฟ้า, เครื่องนอน, ชุดครัว, เครื่องครัว, โคมไฟ, อุปกรณ์ไฟฟ้า,อุปกรณ์ตกแต่งห้องน้ำ ฯลฯ มอบส่วนลดสูงสุด 70% พร้อมผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน และสามารถรวมยอดซื้อกับ เพาเวอร์บาย เพื่อรับของสมนาคุณจากบัตรเครดิตต่างๆที่ร่วมรายการ (ยกเว้น UOB แบบผ่อนชำระ)
ส่วน ?ซูเปอร์สปอร์ต?(Supersports) จัดงาน ?Supersports Golf Sale 2010? ขนสินค้าและอุปกรณ์กอล์ฟจากหลายหลากแบรนด์ดังลดสูงสุด 70%? อาทิ TITLEIST, COBRA, FOOTJOY, TAYLORMADE, ADIDAS, CALLAWAY, ODYSSEY, NIKE GOLF, KASCO, MIZUNO, TOURSTATE, PING, HONMA, TSURUYA, WILSON ฯลฯ? นอกจากนั้นยังได้พบกับสินค้ารุ่นใหม่ล่าสุดในราคาพิเศษ, สินค้าราคาพิเศษลดสูงสุดภายในงานซึ่งมีจำนวนจำกัด?? สิทธิพิเศษสุด!! สำหรับสมาชิกบัตรเครดิต Central Card รับส่วนลดเพิ่มสูงสุดถึง 27%?? และสมาชิก The1Card? รับสิทธิพิเศษ 3 ต่อทันที? ต่อที่ 1 ลดเพิ่ม 10%? เมื่อซื้ออุปกรณ์กอล์ฟที่ร่วมรายการ ต่อที่ 2 คะแนน The1Card 500 คะแนนแลกรับส่วนลด 100 บาท(จากปกติ 800 คะแนน )ต่อที่ 3? ทุก 25 บาทรับคะแนนthe1Card 1 คะแนน สะสมใช้เป็นส่วนลดในการซื้อสินค้า

.
ด้านกลยุทธ์ทางการตลาดและแผนโฆษณา ประชาสัมพันธ์ในงาน บริษัทฯ ใช้ทุ่มงบประมาณทางการตลาดกว่า 60 ล้านบาท ครอบคลุมทุกสื่อ เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคเป้าหมายให้มากที่สุด อาทิ บิลบอร์ด 15 จุด ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล? / สื่อสิ่งพิมพ์ ทั้งหนังสือพิมพ์รายวัน รายสัปดาห์ และนิตยสารไอที? / สื่อโทรทัศน์ ได้แก่ รายการสกู๊ปข่าว สื่อวิทยุ รวมทั้ง สื่อโฆษณาบนรถไฟฟ้า BTS? Banner และสื่อ Smart sign ทุกจุด ทั่วกรุงเทพฯ นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือกับบัตรเครดิตในการแทรกโปรโมชั่นใน Direct mail กว่า 3 ล้านรายชื่อ? และกระจายแผ่นพับ ทั่วกรุงเทพและปริมณฑลกว่า 500,000 ใบ พร้อมสร้างกระแสผ่านอินเตอร์เน็ตในรูปแบบ Viral Marketing และเว็บไซท์ต่างๆ อีก?
นายสุทธิสาร ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ?พิธีเปิดงานในครั้งนี้ จัดยิ่งใหญ่กว่าทุกปี นอกจากเปิดตัว 4 สุดยอดสินค้านวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของปี 2553 แล้ว ยังมีสุดยอดโชว์ ?Futuristic Fashion Show?? อย่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้น ยังได้รับเกียรติจากแขกผู้มีเกียรติ และผู้บริหาร จากแบรนด์พันธมิตรยักษ์ใหญ่ให้เกียรติร่วมงานเป็นจำนวนมาก โดยพิธีเปิดงาน ?Power Buy Expo 2010? จะมีขึ้นอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 23 กรกฎาคม นี้? เวลา 10.30 ? 12.00 น. ณ ห้องบางกอกคอนเวนชั่น ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว? นายสุทธิสารกล่าว

เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ

 
 
Tag: 3D 1080p Acer ASUS benq Blu-ray Blu-ray player Bravia ces CES 2011 commart DLNA DVI full hd Full HD 1080P hd HDMI HDTV iphone IPS lcd LCD monitor lcd tv LED LED Backlit LED Monitor LED TV LG monitor OLED OLED TV Panasonic Philips Plasma Plasma TV PS3 Samsung sharp Smart TV Sony Toshiba tv USB VGA wifi
COPYRIGHT@2010 LCDSPEC.COM ALL RIGHTS RESERVED.