Buver's Guide Review HD Contents HD Accessories HD Event Promotions
LCDSPEC เผย LCD Monitor ที่น่าสนใจและโดดเด่นในงาน Commart Thailand Summer Sale 2010
จากที่เคยได้พูดไว้แล้วว่าจะนำ LCD Monitor รุ่นต่างๆ ที่มีจำหน่ายอยู่ในงาน Commart นี้ มาไล่เรียงกันรุ่นที่ดูเตะตาและน่าสนใจกัน ซึ่งจากบทความ: LCDSPEC Buyer?s Guide แนะนำ LCD Monitor ที่น่าสนใจ ก่อนถึงงาน Commart Thailand Summer Sale 2010 ที่ได้นำเสนอไว้ จากเท่าที่ดูก็มีจำหน่ายในงานกันทุกรุ่นเลยครับ ในส่วนของราคานั้น ก็มีลดบ้างนิดหน่อยหากเทียบจากราคาข้างนอกงานเดี๋ยวเราจะมาดูกันว่ารุ่นไหนในงานที่โดนใจกันบ้าง รวมถึงมีรุ่นที่มีีโปรโมชั่นเด็ดๆ ภายในงานด้วย ซึ่งทุกรุ่นในบทความก่อนหน้านี้ก็ยังน่าสนใจอยู่ สำหรับบทความจะถือว่าเป็นการอัพเดทเพิ่มเติมก็แล้วกันนะครับ?1. Acer: G205HBbd >>>-?????? ขนาดหน้าจอ 20 นิ้ว Wide Screen (16:9)-?????? ความละเอียด 1600 x 900 พิกเซล-?????? Response Time 5 ms.-?????? อัตราความคมชัด 50,000:1 (ACM)-?????? ความสว่าง 250 cd/m2-?????? พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVIราคาในงาน? 3,990 บาทสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/158-Acer-G205Hbd.html*** โปรโมชั่นพิเศษ รับเช็คของขวัญมูลค่า 1,000 บาทเมื่อซื้อเป็นเงินสดหรือบัตรเครดิตเต็มจำนวน ลงทะเบียนรับสิทธิ์ ภายในเวลา 11.00 น. ของทุกวัน (จำนวนจำกัดวันละ 40 เครื่อง)?2. Acer: D241Hbmi >>> -?????? ขนาดหน้าจอ 24 นิ้ว Wide Screen (16:9)-?????? ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล-?????? Response Time 5 ms.-?????? อัตราความคมชัด 80,000:1 (ACM)-?????? ความสว่าง 250 cd/m2-?????? พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMI, Audio-in, USB Hub, Card Reader, LAN, MIC Out-?????? มีลำโพงในตัว-?????? เล่นอินเตอร์เน็ตได้ โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับ PCสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/196-Acer-D241Hbmi.htmlราคาในงาน? 19,900 บาท?3. Benq: M2200HD >>> -?????? ขนาดหน้าจอ 21.5 นิ้ว Wide Screen (16:9)-?????? ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล-?????? Response Time 5 ms.-?????? อัตราความคมชัด 10,000:1 (DCR)-?????? ความสว่าง 250 cd/m2-?????? พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMI, Audio-in-?????? มีลำโพงในตัว-?????? มีกล้องเว็บแคมความละเอียด 2 ล้านพิกเซลสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/147-Benq-M2200HD.htmlราคาในงาน? 6,900 บาท?4. Benq: G2412HD >>>-?????? ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว Wide Screen (16:9)-?????? ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-?????? Response Time 2 ms.-?????? อัตราความคมชัด4,000:1 (DCR)-?????? ความสว่าง 300 cd/m2-?????? พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMI, Audio-in-?????? มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/188-Benq-G2412HD.htmlราคา 8,190 บาท – ราคาในงาน 6,190 บาท?5. LG: E1940T-PN (LED Monitor) >>>-?????? ขนาดหน้าจอ 18.5 นิ้ว Wide Screen (16:9)-?????? ความละเอียด 1366 x 768 พิกเซล-?????? Response Time 5 ms.-?????? อัตราความคมชัด 2,000,000:1 (DFC)-?????? ความสว่าง 250 cd/m2-?????? พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVIสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/175-LG-E1940T-PN.htmlราคา 4,700 บาท?6. LG: M227WA-?????? ขนาดหน้าจอ 21.5 นิ้ว Wide Screen (16:9)-?????? ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-?????? Response Time 5 ms.-?????? อัตราความคมชัด 50,000:1 (DFC)-?????? ความสว่าง 250 cd/m2-?????? พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMIx2, Composite, Scart, Audio-in-?????? ดูทีวีได้ พร้อมมีรีโมทคอนโทรล-?????? มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/179-LG-M227WA.htmlราคา 7,990 บาท?7. Samsung: P2370HD >>>-?????? ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว Wide Screen (16:9)-?????? ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-?????? Response Time 5 ms.-?????? อัตราความคมชัด 50,000:1 (DFC)-?????? ความสว่าง 250 cd/m2-?????? พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMIx2, Audio-in, Component, Composite-?????? ดูทีวีได้ พร้อมมีรีโมทคอนโทรล-?????? มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/212-Samsung-P2370HD.htmlราคา 9,990 บาท?8. Samsung: XL2370 (LED Monitor) >>>-?????? ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว Wide Screen (16:9)-?????? ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-?????? Response Time 2 ms.-?????? อัตราความคมชัด 5,000,000:1 (DCR)-?????? ความสว่าง 250 cd/m2-?????? พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMI, Audio-in-?????? มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/213-Samsung-XL2370.htmlราคา 13,500 บาท*** พิเศษราคา 9,900 บาทลุ้นทุกๆ 2 ชั่วโมงตามรอบกิจกรรม 10.31-11.00 น., 13.01-13.30 น., 15.31-16.00 น., 18.01-18.30 น.สำหรับใครยังไม่ได้ไปชมงานหรือไปเดินซื้อของที่งานคอมมาร์ตก็รีบๆ หาโอกาสไปกันนะครับ รับรองว่าถูกใจคอไอที ทั้ง LCD Monitor และ LCD TV อย่างแน่นอนครับ LCDSPEC.
Review: Sanyo VIZON LCE-24C100F – LED TV 24″ ความระเอียดระดับ Full HD ราคาชิลๆ
ในวันนี้ทาง LCDSpec.com ได้มีโอกาสสัมผัสกับ LED TV ของทาง Sanyo ในซีรี่ย์ VIZON รุ่น?LCE-24C100F ซึ่งเป็น LED TV ขนาดหน้าจอ 24 นิ้ว รุ่นใหม่ล่าสุดจากทาง Sanyo?ที่อัดแน่นด้วยจุดภาพมากกว่า 2 ล้านจุด (1920?1080 พิกเซล) ที่สำคัญยังมาพร้อมด้วยความสามารถที่จะนำ LED TV รุ่นนี้มาเปลี่ยนเป็น LED Monitor เพื่อใช้กับคอมพิวเตอร์ได้อีกด้วย ซึ่งนั่นก็เลยทำให้หลายๆ ท่าน ได้มีทีวีและมอนิเตอร์คุณภาพระดับ Full HD ในราคาไม่ถึงหมื่นได้อย่างไม่ต้องคิดมากกันเลย โดยราคานั้นอยู่ที่ 8,490 บาทเท่านั้นเอง ซึ่งถ้าหากว่าใครช่วงนี้คิดว่ากำลังจะถอยทีวีใหม่ มาไว้ในห้องที่ไม่ใหญ่มาก ก็ไม่น่าพลาดที่จะชมรีวิวของ?Sanyo?LCE-24C100F ที่เป็น LED TV ? ซึ่งถูกออกแบบให้ประหยัดพลังงาน (Eco Mode) ถึง 50 % เมื่อเทียบกับโทรทัศน์ CRT ขนาด 29 นิ้วทั่วไปในตลาดLED TV จาก Sanyo?LCE-24C100F มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 24 นิ้ว กับความละเอียดระดับ Full HD (1920 x 1080 พิกเซล) อีกทั้งยังมีคอนทราสต์หรืออัตราความคมชัดที่สูงถึง 2,500,000 : 1 เลยที่เดียว ส่งผลให้เมื่อเรานำไปใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการชมภาพยนตร์ หรือใช้งานอื่นๆ ก็เต็มอรรถรส นอกเหนือจากนั้นความสว่างของจอภาพยังสูงถึง 300 CD/M2 และอัตราความเร็วในการตอบสนองภาพอยู่ที่ 6.5 ms อีกทั้งยังมีการเชื่อมต่อที่ครบครันทั้ง HDMI / Component / AV/ D-Sub ทำให้รองรับในหลากหลายอุปกรณ์การเชื่อมต่อสำหรับระบบเสียงเป็นระบบสเตริโอ พร้อมด้วยการประหยัดพลังงานที่ทำให้ LED TV ตัวนี้กินไฟต่ำอีกด้วยครับทางการออกแบบของ Sanyo?LCE-24C100F อาจจะไม่ดูหวือหวามากนักวัสดุหลักเป็นพลาสติก โดยตัวเครื่องจะเป็นกรอบดำ Glossy มัมวาวทั้งตัว ที่ดูๆ แล้วก็เรียบหรูไปอีกแบบฐานจอมีลักษณะเป็นสีเหลี่ยมโค้งมนสีดำเข้ากับจอดีครับ ขนาดใหญ่พอที่จะวางจอได้อย่างมั้นคงดีทีเดียวเลยตรงกลางขอบจอด้านล่างจะมีโลโก้ Sanyo อยู่ โดยถัดลงมาหน่อยจะเป็นไฟสถานะของเครื่อง รวมไปถึงช่องรัยสัญญาณรีโมทและเซ็นเซอร์ตรวงจับแสงอีกด้วยบริเวณขอบจอได้ออกแบบไว้อย่างโค้งมนสวยงามไม่น้อยเลยทีเดียวนอกเหนือจากนั้น เครื่องเราได้มาทดสอบยังมีสติ๊กเกอร์ ที่บอกถึงคุณสมบัติต่างๆ ที่มีมาใน?Sanyo?LCE-24C100F อีกด้วยมาดูที่ด้านข้างของตัวจอ เพื่อมาดูความบางกันดีกว่า ที่จะเห็นกันได้ว่ามีความบางพอสมควรเลยทีเดียว สมกับเป็น LED TV จริงๆเผื่อใครนึกไม่ออก เราเลยนำ iPhone 4 มาถือเทียบกันให้ดูครับนอกเหนือจากนี้ด้านข้างของตัวเครื่องยังมีปุ่มควบคุมเมนูต่างๆ อาทิ ปุ่มเปิด – ปิด / Menu / Input / OK / ปรับระดับเสียง / เปลื่ยนช่องมาชมกันในส่วนของด้านหลังจอกันบ้าง ที่เราจะเห็นได้ว่าเป็นการออกแบบดีไซน์ที่เรียบๆ โดยเป็นพลาสติกสีดำด้านด้านบนของด้านหลังจะเป็นช่องระบายความร้อนของจอ ซึ่งทำมห้เราได้เห็นถึงงานประกอบที่เรียบร้อยอีกด้วยตรงกลางจอด้านหลังจะมีรายละเอียดต่างๆ ของ?Sanyo?LCE-24C100F แจ้งเอาไว้ถัดมาเป็นส่วนของฐานจอที่ยึดกับจอด้วยน็อตจำนวน 2 ตัว ที่ทำให้เราทราบได้ว่า LED TV รุ่นนี้ ไม่สามารถหมุนซ้าย – ขวาได้ คือถ้าจะหมุน ต้องหมุนทั้งตัวเครื่องเลยบริเวณด้านขวาหลังนั้นจะเป็นช่องต่อสัญญาณต่างๆ โดยมีรูปแบบที่ฝังไปกับหลังจอแบบตั้งฉากทำให้การต่อสายทำได้ง่ายไม่ต้องก้มหาว่าช่องไหนจะต่ออะไร แต่อาจจะไม่สะดวกถ้าจอวางชิดผนัง หรือแขวนผนังตัวรีโมทถือได้กระชับมือดีครับ ไม่ใหญ่ไม่เล็กเกินไป ปุ่มใช้งานแยกเป็นหมวดอย่างชัดเจน มีมาให้อย่างครบครันแบตเตอรีที่ใช้เป็นขนาด AA จำนวน 2 ก้อนด้วยกันครับ
เพื่อสีที่ถูกต้องสมจริง เรามา Calibrate หน้าจอ Monitor กันเถอะ
>>> ในหน้าสุดท้ายมีกิจกรรมเล่นเกมกันสนุกๆ ด้วย อย่าลืมมาร่วมเล่นกันนะครับคุณเคยประสบปัญหาเช่นนี้หรือไม่ แต่งภาพบนหน้าจอตัวเองว่าสีสวยแล้ว พอส่งไฟล์ไปให้เพื่อนกับพบว่าสีไม่เห็นเหมือนบนจอเราเลย ทั้งมืด ทั้งเพี้ยน แล้วไหนจะเอาไปอัดอีก สีไปกันใหญ่เลยคราวนี้วันนี้ LCDSPEC.COM เรามีคำตอบมาให้ ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะว่า จอภาพและอุปกรณ์แสดงผลภาพทำงานโดยมี Color Space ที่ต่างกันColor Space แบบ 2 มิติโดยหากจอไหนที่มี Color Space ที่กว้างจะให้ความสดใสภาพได้มากกว่าจอที่มี Color Space แคบ เช่นจอที่เป็นชนิด LED LCD Monitor จะมี Color Space ที่กว้างกว่า จอชนิด CCFL LCD Monitor เป็นต้นแล้ว Color Space มันคืออะไร ?Color Sapce ของ Monitor ก็คือขอบเขตของการแสดงสีของจอภาพนั้นๆ ว่าสามารถแสดงสีได้มากน้อยแค่ไหน เป็นที่มาว่าทำไมแต่ละจอถึงให้สีที่มีความสดไม่เท่ากัน ดังนั้นจึงต้องมีการทำ Color Profile เข้ามาช่วยในการควบคุมให้มีการแสดงสีให้มีค่าใกล้เคียงกันมากที่สุด เนื่องจาก Color Profile นี้จะทำหน้าที่เสมือนแผนที่ที่บอกว่าสีที่ต้องการนี้อยู่ที่ตำแหน่งไหนของ Color Space ที่ใช้อยู่ เช่น ถ้าส่งคำสั่งแสดงสี 200,0,0 ไปให้ Monitor A จะได้สีแดงเข้มๆ แต่ถ้าส่ง 200,0,0 เช่นกัน ไปให้ Monitor? B จะได้สีแดงที่สว่างขึ้น ถ้าต้องการให้ Monitor A และ Monitor B แสดงสีออกมาเหมือนกัน ก็จะจำต้องที่จะต้องทำแผนที่สีที่ว่าไปเมื่อกี้ ซึ่งสีถ้าใช้ Color Profile บน Color Space ของ Monitor A สีแดงเข้มอยู่ที่ 200,0,0 แต่สีแดงเข้มบน Color Space ของ Monitor B อาจจะอยู่ที่ 190,0,0 ได้ การทำงานเช่นนี้จะมีการแปลงโปรไฟล์สีเกิดขึ้น เพื่อให้ได้สีที่ถูกต้องแล้วโปรไฟล์สีนี้จะได้มาอย่างไร โดยทั่วไป ผู้ผลิตจอมอร์นิเตอร์จะมีการทำโปรไฟล์สีของจอรุ่นนั้นๆ อยู่แล้ว แต่ด้วยการผลิตอุปกรณ์อิเล็คโทรนิกส์มันก็ไม่สามารถที่จะทำให้อุปกรณ์มีการแสดงผลได้ตามต้นแบบ 100% ได้ และถ้าสังเกต จะเห็นว่าจอที่ใช้ไปนานๆ จะมีอากาเหลืองเกิดขึ้น เนื่องจากหลอด back light หรือภาคจ่ายไฟให้หลอด back light เริ่มเสื่อม ซึ่งนั่นก็ทำให้การใช้โปรไฟล์สีเดิมไม่สามารถใช้การได้นั่นเอง เราจึงควรที่จะทำโปรไฟล์สี หรือแผนที่สีบนจอขึ้นมาใหม่เพื่อให้ได้สีที่แสดงออกมายังตรงอยู่เหมือนเดิม ซึ่งการสร้างโปรไฟล์สีนี้ก็คือการ Calibrate หรือการปรับเทียบหน้าจอนั่นเองโดยการ Calibrate สามารถทำได้ 2 วิธีหลักด้วยกัน คือการใช้สายตาในการปรับเทียบ ซึ่งวิธีนี้จะมีความแม่นยำที่ค่อนข้างต่ำ แต่สามารถใช้ได้ถ้าไม่ได้ที่จริงจังเรื่องการใช้สีมากนัก แต่ถ้าต้องการความแม่ยำที่สูงขึ้นจะใช้พวก Hardware ประเภท Spectophotometer หรือ Colorimeter ในการปรับเทียบ—–การ Calibrate หน้าจอด้วย สายตา (Windows 7) :การ Calibrate ด้วยวิธีนี้ ทีมงาน LCDSPEC.COM ขอบอกไว้ก่อนว่า?ผู้ใช้ต้องใช้ความแม่นยำในการพิจารณาสีพอสมควร และค่อนข้างมีปัญหาบ้างกับคนที่ตาบอดสี เนื่องจากเป็นการใช้สายตาในการปรับเลื่อนให้สีมีค่าเข้าใกล้สีขาวมาตรฐานมากที่สุดงานนี้ขอใช้ Calibrate Color ของ Windows 7 นะครับ ถือว่าเป็น Tool นึงที่สะดวยเลยที่เดียวก็ว่าได้ ไม่ต้องไปเสียเวลาหา Adobe Gamma มาลงให้เสียเวลาเอาหล่ะก่อนจะเริ่ม calibrate เรามาเตรียมความพร้อมของอุปกรณ์และพื้นที่กันหน่อยดีกว่านะ1. แสงสว่างในห้องต้องเหมาะสม ไม่มีแสงวูบวาบ หรือมีการฉายไฟเข้าจอโดยตรง2. ผนังห้องควรมีสีใกล้เทากลางจะยิ่งดี เพราะสายตาเราจะวัดแสงและสีจากฉากและผนังรอบๆ จอด้วย3. ตั้งค่าทั้ง จอ และ การ์ดจอ ให้เป็นค่าเริ่มต้น หรือ Factory Default4. Wallpaper ควรเป็นภาพที่เป็นเฉดเทา5. เปิดจอไว้อย่างน้อย 30 นาที เพื่อให้หลอดจอ (CRT) หรือหลอด Back Light (LCD) ร้อนพอและให้แสงที่คงที่ได้ตามนี้แล้ว มาทำการ Calibrate กันเลยดีกว่าเริ่มด้วยจากการเข้าไปที่ Control Panelสำหรับคนที่ใช้มุมมองแบบ Category ให้เลือกที่ Appearance and Peraonalization > Display > Calibrate colorส่วนใครใช้มุมมองแบบ Large/Small icons (Classic) ให้เลือกที่ Display > Calibrate color ได้เลยหลังจากเข้าโปแกรมแล้ว หาเรามี Monitor หลายตัว ก็สามารถเลือกได้ที่จะทำการ Calibrate ที่ Monitor ตัวไหนก็ได้โดยการลากหน้าต่าง Calibrate Monitor (ตามภาพ) ไปวางไว้ที่หน้าจอนั้นๆ จากนั้นทำการกด Nextในขั้นตอนถัดมาจะเป็นการบอกถึงการตั้งค่าว่าเราควรตั้งค่าอย่างไรก่อนที่จะเริ่มทำการ Calibrate หน้าจอ โดยขั้นตอนที่ต้องทำก็ง่ายๆ เพียงแค่กดเมนูขึ้นมา แล้วทำการ Reset การตั้งค่าให้เป็นค่าเริ่มต้นเสียก่อน (Factory default) และถ้าหาก OSD Menu ของจอนั้นเลื่อนได้ ก็แนะนำให้เลื่อนไปอยู่ในจุดที่ดูไม่เกะกะ กับการอ่านวิธีในขั้นตอนต่อๆ ไป เมื่อได้ตำแหน่งที่เรียบร้อยแล้วจากก็กด Next กันได้เลยครับเริ่มจากการตั้งค่า Gamma ก่อน ด้วยการปรับค่าแบบง่ายๆ เลื่อนแถบ Slide bar ให้จุดสีที่อยู่ตรงกลางมีสีกลืนกันกับสีที่เป็นวงนอก โดยในภาพจะเป็นตัวอย่างของค่า Gamma ที่เหมาะสม ก็คือจุดที่อยู่กลางวงกลมจะดูกลืนไปกับสีพื้นที่อยู่รอบๆ จุดนั้น แล้วถ้าหากจุดตรงกลางเป็นสีขาว แสดงว่าค่า Gamma นั้นต่ำไป และในทางกลับกัน ถ้าจุดตรงกลางดูสีเข้มกว่าพื้นที่โดยรอบ แสดงว่าค่า Gamma นั้นสูงเกินไป เมื่อเราทำความเข้าใจกับการตั้งค่า Gamma แล้วหล่ะก็กด Next ต่อได้เลยคราวนี้มาเป็นการปรับ Gamma จริงกันซะที ก็แค่เลื่อนแถบ Slide ให้สีจุด กับสีพื้นมันกลืนกันเป็นอันเสร็จพิธี กด Next ต่อครับหลังจากเสร็จสิ้นการตั้งค่า Gamma ให้กับหน้าจอ คราวนี้มาถึงการปรับค่าความสว่าง และค่าคอนทราสต์ เพื่อให้ได้แสงที่เหมาะสมในการใช้งาน แต่หากใครใช้โน็ตบุค โดยมากจะไม่สามารถปรับค่าเหล่านี้ได้ ก็สามารถกด Skip brightness and contrast adjustment เพื่อข้ามไปยังการปรับค่าสมดุลสีได้ทันที แต่ถ้าหากปรับค่าได้ ก็ให้กด Next เพื่อทำการปรับความสว่างของหน้าจอก่อนการปรับ Brightness ที่เหมาะสม ลองดูที่ภาพนะครับ จะมีทั้งสีขาว ดำ ดำมาก และเงาดำ โดยต้องปรับให้เห็นสีทั้งหมดที่ว่าครับ ไม่ใช่ มืดจนไม่เห็นเงาดำในสีดำ หรือสว่างจนสีดำดูไม่ดำ ดูข้อตกลงแล้วก็ไม่ยากใช่มั้ยครับ กด Next ต่อดีกว่าเมื่อรู้รูปแบบการปรับแล้ว ก็ลงมือตั้งค่าเลยละกัน ทำการกด เมนูขึ้นมา เข้าไปที่ส่วนการตั้ง Brightness ทำการเพิ่มหรือลดแสงเพื่อให้เห็น รายละเอียดบนเสื้อสูท และตัว X ที่อยู่บนฉากสีดำด้านหลัง โดยที่ส่วนสีดำต้องดูเป็นสีดำอยู่เหมือนเดิม หลังจากได้ความสว่างที่เหมาะสมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็กด Next เพื่อทำการปรับค่าคอนทราสต์ต่อเลยละกันตอนนี้ก็มาถึงการตั้งคอนทราสต์ของจอกันแล้ว โดยภาพก็จะยังเป็นโทนขวา-ดำเหมือนเดิม การปรับในครั้งนี้จะให้สังเกตในส่วนของรอยยับบนเสื้อ และความใสภาพเป็นหลักก็แล้วกัน โดยถ้าหากคอนทราสต์เราสูงเกินไป รอยยับบนตัวเสื้อจะมองไม่เห็น จะดูว่าเสื้อขาวไปหมดทั้งตัว แต่ถ้าคอนทราสเราต่ำไป ภาพจะดูหมองๆ สีดำก็ไม่ดำออกจะเทาๆ ไปนิด เพราะฉนั้นค่าที่เหมาะสมจึงเป็นค่าที่ทำให้ส่วนขาวดำในภาพ ดูสีตัดกันมากที่สุด และบนตัวเสื้อเห็นรอยยับได้ชัดเจน ดูรูปแบบการปรับแล้วก็มาปรับจริงกันซะที กด Nextและแล้วเราก็มาปรับคอนทราสต์จริงๆ ซะที กดเมนูขึ้นมา ไปที่ Contrast แล้วก็เลื่อนๆๆๆๆๆๆ ได้ค่าดูน่าพอใจแล้วก็กด Nextหลังจากปรับค่าความเหมาะสมของจอกันไปแล้ว คราวนี้จะเป็นส่วนของการปรับสมดุลสีขวา จะเป็นส่วนของการสร้างรูปแบบสี หรือ Color Profile ขึ้น และตรงนี้เองที่ต้องการความแม่นของการดูสีค่อนข้างมากเลยทีเดียว? ว่าแต่เมื่อกี้มีใครมาทางลัดกันบ้างครับ ?ไม่เป็นไร ใครมามาทางตรง หรือทางลัดก็ไม่ว่ากัน ถ้าใครมาทางตรง จะเห็นว่าขั้นตอนก่อนหน้าจะมีแค่ มากไป หรือน้อยไป ความเป็นไปได้มีแค่ 3 ช่วงรูปแบบเท่านั้น แต่ครั้งนึ้รูปแบบความเป็นไปได้มีถึง 7 ช่วงรูปแบบ (แดงเกินไป เขียวเกินไป น้ำเงินเกินไป ออกจะม่วงไปนะ ออกฟ้าไปนิด ออกเหลืองไปหน่อย หรือว่าสีพอดีแล้ว) กันเลยทีเดียว o_O เพราะมันคือการปรับสมดุลสีกันทีเดียวทั้ง 3 สี เพื่อให้ได้สมดุลสีขาวที่เหมาะสม งานนี้ถ้าใครมีตัวช่วยอย่างกระดาษเทากลาง หรือกระดาษสีเทา 18% ก็จะช่วยให้ปรับได้ง่ายขึ้นอีกนิดนึงครับ คุยไปอาจจะไม่เห็นภาพ กด Next เลยดีกว่าอย่างที่บอกหล่ะครับ ว่าคราวนี้เราจะตั้งค่าสีพร้อมกันเลย 3 สี (แล้วจะมั่วไปมั้ยเนี่ย) และก็อย่างที่บอก (อีกแล้ว) ถ้าใชกระดาษเทากลางก็พอเอาเทียบๆ ได้ แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร พยายามนิดนึง ค่อยๆ เลื่อนๆ ถ้าสีไหนมากไปก็ลดสีนั้นลง จนดูว่าสีทั้งหมดไล่จากขาวไปเทา (สีตรงกลางนั่นคือสีเทากลางหรือ Neutral grays) และเมื่อปรับจนได้สีเทาและไม่ แดงไป เขียวไป หรือน้ำเงินเกินไป ก็ถือว่าใช้ได้แล้ว กด Next ต่อเพื่อบันทึกค่าและสุดท้ายเมื่อปรับแต่งเสร็จ เผื่อใครจะลืมสีเดิมไปแล้ว ก็ลองกดที่ปุ่ม Previous calibration เพื่อดูค่าก่อนปรับสีก็ได้นะครับ บางจออาจจะดูว่าก่อนทำการปรับสีจอเราอาจจะฟ้าเกินไป หรือบางคนอาจจะใช้จอถนอมสายตา (เหลือง) มาเป็นเวลานานแล้วก็ได้ แต่ก็สุดแล้วแต่แหละครับ ถ้าใครดูแล้วว่าที่ Calibrate มานั้นดูแล้วไม่ชอบ ก็กด Cancel ออกไปได้ครับเพื่อใช้ค่าเดิม แต่ถ้าดูแล้วดีขึ้นก็กด Finish เป็นอันเสร็จสิ้นครับหลังจากได้ลอง Calibrate หน้าจอด้วยสายตาตัวเองกันไปแล้วไม่ทราบว่าเป็นยังไงบ้างครับ ลองเขียนมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ
จอแบบใหม่จาก Toshiba เชื่อมต่อได้ด้วยแค่ USB เส้นเดียว!!!
 สำหรับคนที่ต้องการจอที่ 2 ในการทำงานละก็ อาจจะอยากได้เจ้า Toshiba USB Mobile LCD Monitor นี้ไปใช้กันก็ได้นะครับ เนื่องด้วยมันเป็นจอภาพที่ใช้การเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์เพียงแค่สาย USB 2.0 เพียงเส้นเดียวเท่านั้น โดยจะทำการรับสัญญาณภาพและไฟฟ้าผ่านทางสาย USB เพียงเส้นเดียวนั่นละครับโดยจอก็มีคุณสมบัติต่างๆดังนี้- เป็นจอ LCD ขนาด 14 นิ้ว- ความละเอียดจอ 1366?768- ค่า contrast ratio เพียงแค่ 400:1- Response time สูงถึง 16ms (ที่จริงแล้วยิ่งน้อยยิ่งดี)- ความสว่าง 220 nits- แสดงผลสีได้เพียงแค่ 256,000 สีเท่านั้น- น้ำหนัก 1.27 กิโลกรัม- สามารถสั่งซื้อได้ทางเว็บ ToshibaDirect ในราคา $199 (ประมาณ 6,400 บาท)ถ้าดูจากสเปกแล้ว คงจะไม่เหมาะกับการเล่นเกมหรือทำงานที่เกี่ยวกับภาพแน่ๆ แต่ถ้านำไปใช้กับงานเอกสารก็น่าจะโอเคอยู่ แต่ผมว่าน่าจะเหมาะกับการใช้เป็นจอรองที่แสดงพวกค่าต่างๆ อย่างอุณหภูมิ การใช้งาน CPU ระหว่างเล่นเกมในจอหลักอย่างนั้นซะมากกว่านะ ถ้าซื้อไปใช้แบบนั้นละก็ นับว่าน่าสนใจมากๆเลยทีเดียวครับ ที่มา : www.notebook4game.com
โปรโมชั่นโดนๆ ราคาเด็ดๆ ภายในงานคอมมาร์ต 2011 มาแล้วครับ!!!
สวัสดีครับ ไม่ทรบว่ามีใครไปเดินงานคอมมาร์ตมาแล้วกันบ้าง ซึ่งทาง LCDSpec ก็ขอถึงโอกาสพาทุกท่านไปชมโปรโมชั่นโดนในงานคอมาร์ตครั้งนี้กัน โดยในส่วนของทีวีมากันเกือบทุกแบรนด์เลยมาเริ่มกันที่บูธของ Sony กันก่อนเลย!!!มาต่อกันที่ Samsungถัดมาเป็น LG ครับพวกสาย HDMI / ปลั๊กไฟ ก็มีมาลดราคากันเช่นเดิมบูธ Provision กับทีวีสเปกสูงราคาถูกต่อมาเป็น Panasonicถัดมาเป็น Toshibaและ SharpLED Monitor ขนาดใหญ่รุ่นใหม่ล่าสุดจาก SamsungLED Monitor 3D รุ่นล่าสุดของ Samsung ที่มีทีวีจูนเนอร์ในตัวอีกด้วย พร้อมราคาเปิดที่ 29,990 บาทและปิดท้ายกับ Philips ครับมีอุปกรณ์ที่จะเปลี่ยน iPhone เป็นรีโมได้ด้วย ราคาอยู่ที่ 4,590 บาทครับ
แอลจี จับมือ เอเชียซอฟท์ รุกตลาดเกม 3 มิติ ส่งจอมอนิเตอร์LG CINEMA 3D
บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดกลยุทธ์รุกตลาดเกมด้วยจอมอนิเตอร์ 3 มิติ LG CINEMA 3D ที่มาพร้อมเทคโนโลยี FPRรองรับการเล่นเกม 3 มิติได้อย่างเหนือชั้น ด้วยภาพที่คมชัด สว่างสดใส รับชมภาพได้อย่างสบายตา พร้อมผนึกความร่วมมือกับเอเชียซอฟท์ มอบประสบการณ์ 3 มิติรูปแบบใหม่สู่กลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบการเล่นเกม นายวิรัตน์ จังธวานนท์ ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์ไอที บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ?ผลิตภัณฑ์จอมอนิเตอร์ 3 มิติได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นจากกลุ่มผู้ใช้ชาวไทย และตลาดก็ยังคงขยายการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้เล่นเกมซึ่งเป็นฐานลูกค้าที่ค่อนข้างใหญ่ แอลจีพร้อมตอบโจทย์ความต้องการของตลาดดังกล่าวด้วยจอมอนิเตอร์ LG CINEMA 3D ซึ่งใช้เทคโนโลยี FPR ที่ แอลจีพัฒนาขึ้นเป็นรายแรกของโลก ซึ่งให้ภาพที่คมชัด สว่างสดใส และรับชมได้อย่างสบายตา รวมทั้งเหมาะสำหรับการเล่นเกม 3 มิติ นอกจากนี้แอลจียังร่วมกับเอเชียซอฟท์ในการนำเสนอประสบการณ์ 3 มิติรูปแบบใหม่ โดยให้ลูกค้าได้ทดลองจอมอนิเตอร์ LG CINEMA 3D ณ @Club ชั้น 3 ศูนย์การค้า เอสพลานาด รัชดาภิเษก ซึ่งเราเชื่อว่าจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของแอลจีในตลาดจอมอนิเตอร์และขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มผู้ชื่นชอบการเล่นเกมได้อย่างตรงจุด?จอมอนิเตอร์ LG CINEMA 3D รองรับการเล่นเกมได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยเทคโนโลยีการสร้างภาพ 3 มิติแบบ FPR (Film Patterned Retarder) ซึ่งเป็นพาแนลชนิดพิเศษที่ทำงานร่วมกับแว่นโพลาไรซ์ในการแยกสัญญาณภาพ และเป็นเทคโนโลยีเดียวกับโรงภาพยนตร์ 3 มิติ จึงให้ภาพที่คมชัดสว่างสดใส และลดการเกิดภาพซ้อนหรือ Crosstalk รวมทั้งปราศจากการกระพริบของภาพ ผู้ใช้จึงไม่เกิดอาการปวดตาหรือเวียนศีรษะจากการใช้งานเป็นเวลานาน นอกจากนี้ยังมาพร้อมแว่น CINEMA 3D ซึ่งทำงานได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ หรือเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ส่งสัญญาณภาพ จึงมีน้ำหนักเบา ไม่ก่อให้เกิดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และมีราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้นจอมอนิเตอร์ LG CINEMA 3D ยังรองรับระบบปฏิบัติการได้อย่างหลากหลาย และใช้งานร่วมกับคอมพิวเตอร์ปกติได้โดยไม่จำเป็นต้องอัพเกรดการ์ดจอที่มีอยู่เดิม นอกจากนี้ยังมาพร้อมพอร์ท HDMI 1.4 จึงสามารถเชื่อมต่อกับเครื่องเล่น 3 มิติอื่นๆ นอกเหนือจากคอมพิวเตอร์ เช่น เครื่องเล่นบลูเรย์ และเกมคอนโซลได้อย่างสะดวก และยังสามารถแปลงสัญญาณภาพ 2มิติเป็น 3 มิติได้ทันทีในระหว่างรับชมนายวิรัตน์ กล่าวถึงความร่วมมือกับบริษัท เอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในครั้งนี้ว่า ?แอลจีเล็งเห็นว่า เอเชียซอฟท์เป็นผู้นำด้านเกมออนไลน์ของทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีเกมที่ให้บริการหลากหลายมากที่สุด และมีจำนวนผู้เล่นสูงที่สุด ที่สำคัญ @Club ของ เอเชียซอฟท์ยังเป็นต้นแบบของร้านเกมแห่งอนาคต ซึ่งมีระบบจัดการที่ดีและทันสมัย เราจึงสนับสนุนจอมอนิเตอร์ LG CINEMA 3D ขนาด 23 นิ้ว จำนวน 26 จอ เพื่อให้ลูกค้าได้มีโอกาสทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวซึ่งรองรับเกม 3 มิติได้อย่างสมบูรณ์แบบ?นอกจากความร่วมมือกับเอเชียซอฟท์แล้ว แอลจียังจัดกิจกรรมการตลาดเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในตลาดเกมได้อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น รวมถึง? สนับสนุนจอมอนิเตอร์ LG CINEMA 3D ให้แก่ร้านเกมยอดนิยม ได้แก่ ร้าน Shooterสาขา ลำลูกกา และรังสิตคลอง 6 จำนวน 12 จอ และร้าน HOW สาขาซอยปรีดี 1และซอยปรีดี 27 จำนวน 12 จอ รวมทั้งมีแผนที่จะติดตั้งในร้าน E-Sport ย่านมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นร้านเกมต้นแบบแห่งอนาคตด้วยเช่นกัน? การจัดกิจกรรมโรดโชว์ในไอทีมอลล์ชั้นนำ ได้แก่ ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ประตูน้ำ และงามวงศ์วาน รวมทั้งศูนย์การค้าไอทีมอลล์ ฟอร์จูนทาวน์ เพื่อให้ลูกค้าทั่วไปได้ทดลองเล่นเกมและใช้งานจอ LG CINEMA 3D อย่างใกล้ชิด? การจัด Experience Zone สำหรับจอมอนิเตอร์ LG CINEMA 3D ในร้านค้าไอทีชั้นนำ 100 แห่งทั่วประเทศ?แอลจีถือเป็นแบรนด์แรกและแบรนด์เดียวในปัจจุบันที่คิดค้นและนำเสนอผลิตภัณฑ์ 3 มิติอย่างครบวงจร ได้แก่ LG CINEMA 3D ทีวี และสมาร์ทโฟน LG Optimus 3D รวมทั้งจอมอนิเตอร์LG CINEMA 3D แอลจีจึงนับเป็นผู้นำด้านโซลูชั่น 3 มิติอย่างแท้จริง และเราเชื่อว่าจอ LG CINEMA 3D ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยี 3 มิติที่ก้าวล้ำ และมีฟีเจอร์ที่ครบครัน จะได้การตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มผู้ใช้ในตลาดเกม? นายวิรัตน์ กล่าวทิ้งท้ายจอมอนิเตอร์ LG CINEMA 3D ขนาด 23 นิ้ว ราคา 9,800 บาท ผู้สนใจสามารถสัมผัสประสบการณ์ 3 มิติรูปแบบใหม่จากจอมอนิเตอร์ LG CINEMA 3D ได้แล้ววันนี้ที่ @Club ชั้น 3ศูนย์การค้าเอสพลานาด รัชดาภิเษก และ Experience Zone ในร้านค้าไอทีชั้นนำทั่วประเทศข้อมูลเพิ่มเติมเข้าชมได้ที่?www.lg.com/th หรือติดต่อศูนย์บริการแอลจี โทร 02-878-5757หรือหมายเลขโทรฟรี 1-800-545454 
AOC มาพร้อมจอกว้างอีกบานถึง 10 รุ่น
By: monkomoro45 | Date: 31 July 2010 | | ไม่มีความเห็น

ตอนนี้จอ AOC พร้อมจะออกมากวาดเงินในช่วง Back to School ของฝรั่งเขา บริษัทได้เดินสายการผลิตไม่ต่ำกว่าสิบรุ่น ซึ่งมีทั้ง 18.5, 19, 21.5, 22 และ 23 นิ้ว มีความละเอียดตั้งแต่ 1366 x 760 ไปจนถึง 1920 x 1080 มีสี่รุ่นที่มี LED Backlit ส่วนแบบอื่นๆ ก็ใช้ CCFL ทั่วไป ส่วน Contrast Ratio (Dynamic) คือ 60,000 : 1 สำหรับ CCFL และ 20,000,000 : 1 สำหรับ LED เวลาตอบสนอง 2 ms กับ 5 ms มีหัวต่อทั้ง D-Sub, DVI บางรุ่นอาจจะมีลำโพงหรือ USB แต่ตอนนี้ไม่ได้ระบุรุ่นหรือว่าราคาให้

ที่มา : Techpowerup

เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ

 
 
Tag: 3D 1080p Acer ASUS benq Blu-ray Blu-ray player Bravia ces CES 2011 commart DLNA DVI full hd Full HD 1080P hd HDMI HDTV iphone IPS lcd LCD monitor lcd tv LED LED Backlit LED Monitor LED TV LG monitor OLED OLED TV Panasonic Philips Plasma Plasma TV PS3 Samsung sharp Smart TV Sony Toshiba tv USB VGA wifi
COPYRIGHT@2010 LCDSPEC.COM ALL RIGHTS RESERVED.