Buver's Guide Review HD Contents HD Accessories HD Event Promotions
งบ 30,000 บาท ช่วงนี้จะถอย LCD, LED, Plasma TV รุ่นไหนดี? ดูที่นี่มีคำตอบ
งบ 30,000 บาท ช่วงนี้จะถอย LCD, LED, Plasma TV รุ่นไหนดี ดูที่นี่มีคำตอบความเป็นจริง นาทีนี้หากใครมีเงินอยู่ในกระเป๋าจำนวน 30,000 บาท ถ้าจะลือกซื้ออุปกรณ์ไอที ก็คงจะไปซื้อโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ๆ ซีพียู Core i5 พร้อมการ์ดจอแรงๆ เอาไว้เล่นเกม-ทำงาน หรือไม่ก็คงจะไปถอย iPhone4, BB, Andriod มาใช้ให้โก้โก้กัน ตามกระแสนิยม แต่หากใครก็แล้วที่ชอบอยู่ติดบ้านไม่ค่อยไปไหน คงจะต้องนึกถึงทีวี เพื่อเอาไว้นอนดูหนัง ละครอยู่บ้านเป็นแน่แท้วันนี้ทีมงาน LCDSPEC ก็เลยขอโอกาสเสนอทางเลือกในการซื้อทีวีที่ประกอบไปด้วย LCD TV, LED TV, Plasma TV โดยได้มีการเลือกมาประเภทละ 1 รุ่นต่อ ?1 ประภทที่น่าสนใจ กำหนดงบประมาณไม่เกิน 30,000 บาท ซึ่งสาเหตุที่เลือกงบประมาณเท่านี้เพราะ เป็นจำนวนเงินที่จะซื้อทีวีหนึ่งเครื่องที่จัดได้ว่าคุ้มค่าต่อการใช้งานอย่างที่สุด คือ ไม่ราคาสูงเกินไปจนดูฟุ่มเฟือย และราคาไม่ถูกจนเกินไป ที่จัดเป็นเทคโนโลยีเก่า?เอาล่ะครับ มาดูกันว่าทีวีประเภทไหน รุ่นใดจะเหมาะกับการใช้งานของแต่ละท่านกันดีกว่าเริ่มจาก LCD TV Toshiba – 40CV700T (ราคา 26,990 บาท)สเปกโดยพอสังเขป:- ขนาดหน้าจอ 40 นิ้ว- ความละเอียด Full HD 1920 x 1080 พิกเซล- ตัวประมวลผลภาพ Power Meta Brain- คอนทราสต์ 50,000:1- ค่าความสว่าง 500 cm/m2- ระบบเสียง REGZA WOOFER?10Wx2- การเชื่อมต่อ HDMI x2, D-Sub, USB (Jpeg Playback)LCD TV จาก Toshiba รุ่น 40CV700T มีความน่าสนใจตรงที่คุณภาพของภาพที่แสดงผลได้ ซึ่งนอกเหนือจากขนาดหน้าจอ 40 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD แล้ว (ขนาด 32 นิ้ว จะเป็นเพียง HD Ready) ยังมีชิพประมวลผลภาพอัจฉริยะที่มีประสิทธิภาพการทำงานที่สูง อย่าง Power Meta Brain และ Video Processing 10Bit?พร้อมทั้งมีฟีเจอร์ Auto Signal Booster มาช่วยปรับสัญญาณภาพที่ต่ำให้มีความคมชัดมากยิ่งขึ้น (ดูฟรีทีสีบ้านเราหายห่วง ฮา…), Intelligent Backlight Control ช่วยให้แสดงสีดำได้อย่างดำสนิทมากยิ่งขึ้น, 3D Color Management จัดการเรื่องสีสันความอิ่มตัวไม่แพ้ทีวีรุ่นตัวบนๆ นอกเหนือจากนี้ Auto View คอยช่วยปรับค่าการแสดงผลให้เหมาะกับสภาวะแสงในห้องที่เปลี่ยนไป และด้วยระบบเสียง REGZA WOOFER?10Wx2 ให้เสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง โดยไม่ต้องง้อชุดเครื่องเสียงภายนอก การเชื่อมต่อก็ครบครัน ความคุ้มค่าถึงว่าลงตัวกับเงินที่จ่ายไป แต่มีข้อสังเกตอยู่อย่าง คือ USB Port ที่ติดตั้งมา ดันดูได้เฉพาะภาพนิ่ง ไฟล์ JPEG เท่านั้นต่อด้วย LED TV Samsung UA32C5000 (ราคา 29,990 บาท)สเปกโดยพอสังเขป:- ขนาดหน้าจอ 32 นิ้ว- ความละเอียด Full HD 1920 x 1080 พิกเซล- ตัวประมวลผลภาพ HyperReal Engine- คอนทราสต์ 3,000,000:1- ระบบเสียง Dolby Digital Plus 7.5W x2- การเชื่อมต่อ HDMI x4, D-Sub, USB ?x2, Ethernet (LAN) x1LED TV จาก Samsung รุ่น UA32C5000 เหนือชั้นเรื่องการแสดงผลด้วยความที่ใช้เทคโนโลยี EDGE LED ใช้จอภาพแบบ Ultra Clear Panel จอภาพที่ดำสนิท ช่วยให้ภาพมีมิติสมจริง?ขนาดหน้า 32 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล สนับสนุนทุกสื่อความบันเทิง และยังมีเทคโนโลยี DNIe+ ช่วยปรับปรุงคุณภาพ รายละเอียด ความคมชัดของภาพให้ดีที่สุด พร้อมทั้งดีไซน์ Cystal Design เอกสิทธิ์เฉพาะ สะท้อนถึงความหรูหรา สง่างาม เปียบเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งภายในห้อง อีกทั้งยังได้อัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์ที่น่าสนใจอย่าง All Share รองรับการ แชร์ข้อมูลผ่านระบบ DLNA กับหลากหลายอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น Notebook, เครื่องเล่น MP3, หรือกล้องดิจิตอล?ที่จะทำให้เราสามารถเชื่อมต่อทีวีของเราไปยังอุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องง้อสายสายสัญญาณใหเระโยงระยาง สัญญาณเสียงมีแบบ DTS 2.0 ผ่านช่องต่อ Optical เพื่อเชื่อมต่อชุดเครื่องเสียงภายนอก เพื่อตอบสนองความต้องการระบบเสียงที่สมบูรณ์แบบ การเชื่อมต่อพร้อมพรั่งด้วย HDMI ถือ 4 พอร์ต และ USB 2 พอร์ต รองรับทั้ง เพลง, ภาพ และไฟล์วีดีโอ ที่สำคัญยังมี Ethernet อีก 1พอร์ตด้วย?โดยรวมแล้วก็คุ้มค่าสมกับเป็น Samsung จริงๆสุดท้าย Plasma TV Panasonic P42A20 (ราคา 25,990 บาท)สเปกโดยพอสังเขป:- ขนาดหน้าจอ 42 นิ้ว- ความละเอียด 1024 x 769 พิกเซล- ตัวประมวลผลภาพ?G13 Progressive- คอนทราสต์ 2,000,000:1- อัตราความเร็วตอบสนอง 600Hz Sub Field Drive- ระบบเสียง V-Audio?10W x2- การเชื่อมต่อ HDMI x3, D-Sub, SD CardPlasma TV จาก Panasonic รุ่น P42A20 หน้าจอใหญ่ถึงใจ ด้วยขนาด 42 นิ้ว ที่ความละเอียด ?1024 x 769 พิกเซล ซึ่งถึงแม้ว่าดูเหมือนความละเอียดจะค่อนข้างน้อย แต่ด้วยความที่เป็น Plasma TV ที่มี Contrast สูงถึง 2,000,000:1 ก็ทำให้ได้ภาพที่มีมิติ ชัดลึก สมจริง พร้อมทั้งยังให้ภาพที่ออกมาดูนุ่มนวล สบายตา ซึ่งถ้าหากนำมาดูพวกช่องฟรีทีวีนี่แจ่มยิ่งนัก และที่เหนือกว่า LCD TV, LED TV ทั่วไปก็คือ อัตราความเร็วตอบสนอง?600Hz Sub-field Drive ที่ทำให้ภาพเคลื่อนไหวคมชัด ไม่กระตุก ไม่เบลอ ระบบเสียงคุณภาพทรงพลังด้วยลำโพงทิศทางด้านหน้า ที่ในรุ่น P42X20 ไม่มี ยิ่งเป็นจุดเสริมที่น่าสนใจเหนือกว่า Plasma TV ในราคาใกล้เคียงกัน อีกทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยหน้าจอปราศจากสารปรอท และสารตะกั่ว?ด้านการเชื่อมต่อก็ครบถ้วนทั้ง ?HDMI จำนวน 3 พอร์ต, D-Sub จำนวน 1 พอร์ต ทำให้การเชื่อมต่อไปยังโน้ตบุ๊กหรือคอมพิวเตอร์เป็นไปได้อย่างง่ายดาย รวมไปถึง?Viera Image Viewer ที่สนับสนุุนด้วยช่องต่อ SD Card ทำให้ชมภาพถ่ายได้ทันใจ ข้อสังเกตก็จะเหมือนกับ Toshiba 40CV700T คือ เล่นได้เฉพาะภาพ JPEG ถ้าใครไม่ซีเรียสในส่วนนี้ ก็ถือว่ารุ่นนี้เด่นไม่เป็นรองใครเลยทีเดียวเป็นอย่างไรกันบ้างครับกับ LCD TV, LED TV, Plasma TV ที่คัดสรรค์มาในงบจำกัด คงจะถูกใจหลายคนที่กำลังเล็งๆ จะถอยทีวีอยู่ไม่มากก็น้อยนะครับ ซึ่งต้องบอกตรงนี้ก่อนว่าราคาทีวีของแต่ละรุ่นที่เอามาอ้างอิงนั่นเป็นราคาตามโบร์ชัว แน่นอนว่าราคขายจริงตามหน้าร้าน ถูกกว่านี้อีกเป็นหลักพันบาทเลย หากใครมีข้อสงสัยหรือคำแนะนำก็สามารถฝากไว้ที่ความคิดเห็นด้านล่างได้เลยนะครับ LCDSPEC.
Review: ตัวเทพ!!! Samsung UAD8000YR 55″ ที่สุดแห่งสมาร์ตทีวี LED 3D ของยุคนี้
ตอนนี้ในตลาดทีวี เริ่มมีสมาร์ตทีวีจากค่ายผู้ผลิตต่างๆ มาทำการแข่งขันกันมากแล้ว โดยในประเทศไทยแล้วหลักๆ จะมีอยู่ 3 ค่ายด้วยกัน คือ Sony, LG และ Samsungซึ่งหากจะพูดถึงความพร้อมของความสามารถสมาร์ตทีวี ทั้งรูปแบบการใช้งาน และแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่รองรับการใช้งานผู้ใช้ทั้งครบครันคงต้องยกให้เป็นของ Samsung ค่ายยักษ์จากเกาหลีที่เป็นผู้นำด้านจอภาพระดับโลก ที่สำคัญกว่านั้นในวันนี้ทางทีมงานเราได้สุดยอดสมาร์ตทีวีจาก Samsung มารีวิวแล้ว สำหรับใครที่สนใจอยู่ไม่น่าพลาดที่จะติดตามกันโดยในปี 2011 ทาง Samsung ได้เข้ามาทำตลาดในเต็มที่ในส่วนของสมาร์ตทีวี ที่ได้ทำการส่ง UA55D8000YR ที่ถือได้ว่าเป็นสุดยอดของทีวีประเภท LED TV ในนาที (รองจากซีรีย์ 9) พร้อมความสามารถครบครัน ทั้งขนาดหน้าจอ 55 ” ความละเอียดระดับ Full HD นอกจากนั้นย้งสนับสนุนการแสดงผลภาพ 3D อย่างที่ในปี 2010 ที่ได้ทำการส่งทีวีออกมาหลายรุ่นแล้วรวมไปถึงยังมีดีไซน์ที่สวยงาม และหรูหราอย่างที่สุด เรียกได้ว่า Samsung ได้ใส่ใจในรายละเอียดเอามากๆ ทั้งยังคำนึงถึงการใช้งาน โดยได้ออกแบบมาให้ขอบของจอมีความบางมากที่สุด และที่สำคัญที่สุด LED TV รุ่นนี้ยังมีความสามารถสมาร์ตทีวีอีกด้วย ที่จะเปลี่ยนทีวีธรรมดา ให้เป็นศูนย์รวมความบันเทิงภายในบ้านได้ทันที เอาล่ะ เรามาเข้าสู่บทความรีวิวกันดีกว่าครับด้วยความเป็น LED TV ระดับบนๆ ของตลาด?ในส่วนของสเปก UA55D8000YR?เรียกได้ว่าสมกับความที่เป็น Samsung เพราะได้มีการจัดเต็มหมดทุกอย่างเลย ซึ่งเป็น LED TV ทีใช้เทคโนโลยีเป็นแบบ EDGE LED พร้อมทั้งยังมีคุณสมบัติในการทำ Local Dimming ได้ พร้อมหน้าจอคุณภาพสูงอย่าง Ultra Clear Panel และอย่างที่รู้กันคือ หน้าจอขนาดใหญ่ 55″ ในความละเอียดระดับ Full HD ก็พร้อมที่จะตอบสนองทุกการใช้งานได้อย่างเต็มที่ที่สุด  LED TV จาก Samsung ยังได้คงเอกสักษณ์ ทั้งรูปร่างและรูปทรงเอาไว้ที่ดูแล้วรู้เลยว่าเป็นทีวีระดับสูง ด้วยดีไซน์ที่ถูกออกแบบมาอย่างลงตัวของ Samsung UA55D8000YR ที่ใช้แนวคิด “One Design” โดยที่เป็นจุดเด่นเลยก็คือกรอบของจอภาพจะมีความบางเป็นพิเศษ เรียกได้ว่าเป็นแนวคิดที่ต้องการให้การออกแบบกรอบทีวีให้มีขนาดบางที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้ รวมไปถึงระหว่างหน้าจอและขอบจอต้องไร้รอยต่อ ซึ่งความบางของกรอบจอนั้นมีความบางเพียงแค่ 5 มิลลิเมตรเท่านั้นเองอีกทั้งยังได้เลือกใช้วัสดุคุณภาพสูงในการประกอบ พร้อมด้วยสีสันโดยรวมแล้วจะเป็นแบบ Silver Metal จาก Brushed Aluminium ที่ดูแล้วหรูหราและแข็งแรงทนทาน เมื่อนำไปไว้ภายในบ้านก็จะเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ดูแล้วลงตัวขึ้นมาทันที ซึ่งด้วยการออกแบบที่บางเบาทำให้มีน้ำหนักไม่มาก เราจึงสามารถแขวนไว้บนผนังหรือจะจับตั้งวางไว้บนชั้นวางได้อย่างสวยงามที่สุด นอกเหนือจากนั้นด้วยความที่เป็น LED TV จึงมีความบางของจอที่บางกว่า LCD TV ทั่วไป ส่วนความบางของตัวเครื่องจริงๆ อยู่ที่ 29.7 มิลลิเมตรเท่านั้นด้านหน้าของตัวทีวีมีดีไซน์ที่สวยหรู ดูแล้วรู้เลยว่าเป็นของมีราคา แถมขอบยังบางเฉียบที่พิเศษกว่านั้น คือโลโก้ไฟของ Samsung สามารถที่จะเปล่งแสงได้ โดยเราสามารถที่จะเลือกเปิดหรือปิดก็ได้ตามต้องการขาตั้งยังคงความเป็นขาตั้ง 4 ขาเอาไว้เหมือนอย่างในรุ่นก่อนหน้านี้ ที่ช่วยเสริมรูปร่างของทีวีให้ดูมีสวยงามมากยิ่งขึ้นขอบด้านล่างทางซ้ายจะเป็นไฟสถานะแจ้งการเปิดปิดของตัวทีวี ซึ่งถ้าอยู่ในสถานะ Standby และเมื่อพร้อมใช้งานไฟจะเป็นสีขาวในส่วนของด้านข้างทางซ้ายจะเป็นแผงควบคุมการทำงานของทีวี ที่มีทั้งปุ่มเปิดปิด ปุ่มเมนู เพิ่มลดเสียง และเลือกช่องสัญญาณเป็นหลักการประกอบโดยรวมถือว่ามีความสวยงาม หรูหราและลงตัวอย่างที่สุด เรียกได้ว่างานประกอบเนี๊ยบมากๆ สมราคาจริงๆด้านหลังของตัวทีวีจะเป็นโลหะสีดำตัวฐานตั้งสามารถหมุนซ้ายขวาได้ตามต้องการ พร้อมยังมีความแข็งแรงทนทาน รับน้ำหนักทีวีขนาดใหญ่ ได้สบายๆ หายห่วงมีรายละเอียดเล็กน้อยเกี่ยวกับตัวทีวีแจ้งเอาไว้ ข้อมูลที่สำคัญคือ LED TV? ของ Samsung รุ่นนี้ผลิตในประเทศไทยสายไฟเป็นแบบถอดเปลี่ยนสายได้ ซึ่งจะสะดวกเมื่อเราต้องการเปลี่ยนสายไฟให้ยาวขึ้น หรือกรณีที่สายไฟขาด ก็สามารถซื้อหามาเปลี่ยนกันได้ง่าย ตามร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไปด้านล่างของขอบทีวีจะมีลำโพงสเตอริโอซ่อนอยู่ ที่จากการใช้งานจัดว่าคุณภาพเสียงที่ออกมานั้นใช้ได้ทีเดียวในเรื่องของความบางด้วยความที่เป็น LED TV อาจจะไม่ได้บางมากนัก จะให้สู้กับ Samsung ซีรี่ย์ 9 คงไม่ไหว แต่เมื่อนำมาเทียบกับ iPhone 4 ก็ถือว่ามีความบางที่พอดี ดูแล้วก็ไม่บอบบางจนเกินไปนักด้านของการเชื่อมต่อ Samsung UA55D8000YR ก็ให้มาอย่างครบครันทั้ง HDMI จำนวน 4 พอร์ต และ USB ที่ให้มาถึง 3 พอร์ตด้วยกัน รวมไปถึงช่องทางการเชื่อมต่ออื่นๆ อย่าง Component, Composite ที่ขาดไม่ได้ และที่สำคัญยังมีช่องต่อสาย LAN เพื่อต่ออินเตอร์เน็ตและ WiFi ภายในตัว ในการรองรับการใช้งานคุณสมบัติสมาร์ตทีวีข้อสังเกตคือ หากเราต้องการใช้ Component, Composite จะต้องมีตัวแปลงมาเชื่อมต่ออีก ซึ่งในตัวของชุดทีวีนั้นได้มีให้มาแล้วภายในกล่อง ไม่ต้องไปหาซื้อเพิ่มให้เสียตังค์ครับนอกเหนือจากนั้น ยังมีช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มม. และพอร์ตเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์อย่าง DVI และ D-Sub ด้วยครับรีโมทคอนโทรลที่ให้มานั้นของ Samsung UA55D8000YR ด้วยขนาดที่ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป โดยตัวรีโมทจะดูแล้วเรียบๆ ใช้วัสดุเป็นสีดำพลาสติก การวางปุ่มโดยรวมถึงว่าทำออกมาได้ดี ใช้งานจริงแล้วสามารถกดได้สะดวกใช้งานง่าย และที่เป้นจุดเด่นคือ มีไฟส่องสว่างอารมณ์คล้ายๆ กับมือถือ ที่จะช่วยให้เมื่อเราใช้รีโมทในที่มืดจะสะดวกมายิ่งขึ้น แบบว่าไม่ต้องลุกขึ้นมาเปิดไฟดู เพื่อเปลี่ยนช่องหรือการปรับค่าต่างๆ ใช้พลังงานเป็นถ่านขนาด AAA โดยที่ฝาปิดด้านหลังจะเป็นแบบติดกับตัวรีโมท เพื่อป้องกันฝาหลังหายนั่นเองครับ เรียกได้ว่าใส่ใจรายละเอียดกันพอสมควรทีเดียวเชียว แต่ก็มีข้อสังเกตอยู่นิดหน่อยว่าการออกแบบดีไซน์รวมไปถึงวัสดุนั้น ดูแล้วเป็นของราคาถูกไปหน่อย แบบว่าไม่เข้ากับทีวีซะเลย
LG Cinema 3D TV กับความสามารถที่เหนือกว่าคู่แข่งกับการชมภาพ 3 มิติ แบบเดิมๆ
จะไปแล้วนั้นในตลาดของทีวีตอนนี้ มีทีวีที่เป็น 3 มิติ ให้เลือกซื้อกันมากมายหลายรุ่นหลายยี่ห้อด้วยกัน รวมไปถึงยังมีราคาที่ถูกลงกว่าสมัยที่เปิดตัวทีวี 3 มิติใหม่แรกๆ พอสมควร ซึ่งโดยส่วนมากทั้งหมดจะมาพร้อมกับเทคโนโลยี 3 มิติ ที่ต้องอาศัยแว่นเป็นตัวตัวกลางในการรับชม หลายยี่ห้อผู้ผลิตทีวีเลือกที่จะใช้เป็นแบบ Active Shutter Glasses ที่นับได้ว่าจากทดลองใช้งาน มันก็ได้ผลลัพธ์ทีน่าประทับใจอยู่พอสมควร?แต่หากจะพูดกันตามจริงก็คือ ยังมีข้อจำกัดอยู่หลายๆ อย่างด้วยกัน อาทิ น้ำหนักที่ค่อนข้างมาก, ต้องอาศัยพลังงานจากแบตเตอรี่, ราคาสูง, มุมมองการรับชมไม่มาก รวมไปถึงยังมีอาการภาพกระพริบให้เห็น ส่งผลโดยตรงให้สายตาไม่เกิดอาการเมื่อยล้าเมื่อรับชมเป็นเวลานานๆแต่ในตอนนี้ทาง LG ได้ทำการส่ง?LG Cinema 3D TV ที่ใช้เทคโนโลยีในการชมภาพ 3 มิติ อีกประเภทหนึ่งก็คือ?Polarized ที่ปกติแล้วนั้น เราจะได้เห็นเฉพาะในโรงภาพยนตร์้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น โดยอาศัยเทคโนโลยีการสร้างภาพสามมิติที่ใช้พาเนลชนิดพิเศษ Film Patterned Retarder (FPR) ในการรวมสัญญาณภาพสำหรับตาซ้ายและขวาซึ่งจะถูกแยกออกจากกันอีกครั้งเมื่อผ่านฟิลเตอร์ Polarized?ของแว่น 3 มิติ ช่วยให้ผู้รับชมมองเห็นเอฟเฟ็กต์สามมิติที่ดีขึ้น โดยปราศจากปัญหาภาพเหลื่อมซ้อน ภาพกระพริบและลดปัญหาความเมื่อยล้าของสายตานอกจากนี้ LG?ยังได้พัฒนาฟีเจอร์ 3D Light Boost แผ่นฟิล์มชนิดบางพิเศษซึ่งวางบนหน้าจอ แก้ไขปัญหาเรื่องความสว่างของภาพที่ลดลงในระบบสามมิติทั่วไป โดยการปรับระดับความสว่างของภาพสามมิติให้ถึงขีดสุด และเพิ่มความคมชัดของภาพเพื่อประสบการณ์ในการรับชมภาพยนตร์สามมิติที่ยอดเยี่ยม ที่สำคัญแว่นตาของ LG นั้นยังมีราคาที่ไม่สูงมากนัก รวมไปถึงไม่ต้องใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ ส่งผลให้เมื่อเทียบกับคู่แข่งก็ถือได้ว่า?LG Cinema 3D TV มีคุณสมบัติด้าน 3 มิติที่เหนือกว่า พร้อมราคาที่ถูกกว่าอีกด้วยพูดไปอาจจะมองไม่เห็นภาพ ยังไงลองดูวีดีโอด้านล่างกันนะครับ ที่จะบอกถึง LG Cinema 3D TV ว่าเหนือกว่าทีวี 3 มิติ ของคู่แข่งอย่างไรกันบ้าง1. มีนำ้หนักที่น้อยกว่า ทำให้สวมใส่ได้สบายกว่า2. ราคาที่ไม่สูงมากนัก ทำให้ตัดสินใจในการซื้อหาเพิ่มได้ไม่ยาก3. ไม่ต้องใช้พลังงาน จึงไม่จำเป็นที่ต้องชาร์จไฟให้แบตเตอรี่4. ไม่จำเป็นต้องดูในที่ที่มีแสงน้อย เหมือนกับแว่น 3 มิติแบบเดิมๆ5. มีองศาในการรับชมที่ยืดหยุ่น ทำให้ไม่เสียอรรถรสในการรับชม6. มีมุมมองในการรับชมที่กว้าง ไม่อึดอัดเวลาดูด้วยกันหลายๆ คน7. แว่นตา LG Cinema 3D TV ไม่กระพริบ ทำให้ไม่เมื่อยล้าสายตา
Samsung สนใจผลิต Retina Display ความละเอียด Full HD พร้อมทั้งแสดงภาพ 3D แบบไร้แว่นได้ด้วย !!!
Samsung สนใจที่จะทำหน้าจอแบบ Retina Display ซึ่งแท็บเล็ตในปัจจุบันนั้นยังไม่มีรุ่นใดที่ให้สามารถแสดงผลได้แบบ Retina Display ได้เลย รวมถึง?iPad 2?โดยทาง Samsung ก็มองเห็นช่องทางในจุดนี้และมีแผนที่จะผลิตหน้าจอที่สามารถแสดงผลได้ที่ 300 – 400 ppi ภายในปี 2015 นี้?สำหรับ Samsung Galaxy Tab ตัวปัจจุบันขนาดหน้าจอ 7 นิ้ว มีความสามารถแสดงผลได้ที่ความละเอียด 1024 x 600 หรือ 170 ppiรวมไปถึงทาง Samsung ยังบอกอีกว่าจะทำแท็บเล็ตให้สามารถแสดงผลได้ที่ Full HD เทียบเท่ากับความละเอียดของทีวีขนาด 40 นิ้ว แถมยังสามารถใช้งานได้ถึง 8 – 10 ชม. ส่วนเทคโนโลยี stereoscopic 3D หรือแสดงภาพ 3D นั้นอาจจะต้องดูทิศทางของตลาดก่อนว่าถ้าลูกค้าเริ่มที่จะนิยมกันมากขึ้นก็จะร่วมลงทุนในตลาดนี้ซึ่งจะทำแบบไม่ต้องใช้แว่นบนแท็บเล็ตที่มา : www.engadget.com
รวมโปรโมชั่นที่น่าสนใจของ LED, LCD Monitor ในงาน COMMART CEMART ’11
สวัสดีครับ วันนี้ทางทีมงานขอนำโปรโมชั่นที่น่าสนใจของ LCD Monitor, LED Monitor ภายในงาน COMMART CEMART ’11 มาฝากกันนะครับ เรียดได้ว่างานนี้ก็ลดราคากันสะใจเช่นเดิม ใครที่สนใจจะซื้อ Monitor แล้วมาเดินในงานรับรองว่าได้หิ้วกลับไปแน่นอนครับ เรามาเริ่มชมในส่วนของ Plenary Hall กันก่อน ที่เด่นเลยก็จะมีบูธของ Benq กับ Acer ที่เอา Monitor มาขายแบบจริงๆ จังๆ อยู่ราคาก็จัดได้ว่าหลากหลาย ตามขนาดหน้าจอเลยครับAcer ก็มาบูธใหญ่ใช่ย่อย ราคาดูแล้วก็น่าสอยกันเช่นเดิม ที่น่าสังเกตคือมีแต่จอ LED Monitor มาขายทั้งนั้นเลยLED Monitor แบบ 3D ก็มีมานะครับแถมยังมีเครื่อง HD Media Player มาขายในงานด้วย ราคาก็จัดได้ว่าไม่แพงครับ ดีไซน์ก็ดูหรูดีมาต่อกันที่โซน C บ้างครับ ที่ส่วนมากจะเป็นตามร้าน JIB, Banana IT, Jet มาเปิดขายในส่วนของคอมพิวเตอร์ แล้วพ่วง Monitor มาขายด้วยเลย แน่นอนว่ามีให้เลือกมากมาย โดยแต่ละยี่ห้อก็วางข้างกันเลย ซึ่งทำมห้เราเปรียบเทียบในการซื้อได้ง่าย เป็นอย่างดีชมกันได้เรื่อยๆ เลยนะครับแบบว่าแอบยี่ห้อ Viewsonic มาขายในงานด้วย ที่เรียกได้ว่าเป็นของหายากเลยทีเดียว สำหรับยี่ห้อนี้อีกทั้งนอกเหนือจากนี้ยังมี Monitor จาก Philips มาวางขายด้วยเช่นกัน ใครที่ชื่นชอบยี่ห้อนี้อยู่ ก็ต้องไม่พลาดเข้าไปชมนะครับเป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับโปรโมชั่นของ Monitor ภายในงาน COMMART CEMART ’11 เอาเป็นว่าใครว่างๆ เสาร์อาทิตย์นี้ ก็ไปเดินเล่นเดินชมกันได้นะครับ อาจจะมีอะไรติดไม้ติดมือกลับมาก็เป็นไปได้ ?^^
ฟิลิปส์เปิดตัวจอภาพคอมพิวเตอร์สำหรับการใช้งานส่วนบุคคลรุ่นใหม่พร้อมนวัตกรรมล้ำสมัยให้ภาพคมชัด
(จากซ้าย) มร. มายังก์ คริสเตียน ผู้อำนวยการ ฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์ระดับโลก สำหรับจอภาพฟิลิปส์ ?ประจำอยู่ที่ บริษัท เอ็มเอ็มดี (ไต้หวัน) จำกัด และ มร. เรย์ ชู ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอ็มเอ็มดี (สิงคโปร์) จำกัด รับผิดชอบผลิตภัณฑ์จอแสดงผลไอทีของฟิลิปส์ประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง แอฟริกา และอเมริกา ร่วมกันประกาศเปิดตัวจอภาพฟิลิปส์รุ่นใหม่ล่าสุด ?โมด้า? (Moda) สำหรับตลาดผู้บริโภค ซึ่งมาพร้อมกับเทคโนโลยีเหนือชั้น อาทิเช่น สมาร์ท คอนทราสท์ ?(SmartContrast) ในอัตรา 20,000,000:1 ซึ่งทำให้การแสดงภาพคมชัดและมีสีสันเปล่งประกายมากกว่าจอทั่วไป ?สมาร์ ทัช (SmartTouch) หรือระบบจอสัมผัส ?มีอัตราการจัดมุมมอง 16:9 แบบ HDMI-ready ?และสามารถใช้เล่นแผ่นบลูเรย์ (Blu-ray) มาพร้อมดีไซน์สวยหรู โดยคาดว่าจะวางจำหน่ายในประเทศไทยราวเดือนกันยายน ปีนี้
Samsung เตรียมบุกตลาด Google TV ตั้งเป้าท้าชิงคู่แข่ง ต้นปีหน้า
By: Aumper_Jai | Date: 18 November 2010 | | ไม่มีความเห็น
หลังจากนี้เป็นต้นไป ดูท่าว่า Sony คงไม่ใช่เจ้าเดียวในตลาดแล้วที่นำเสนอ Google TV เมื่อนาย Yoon Boo Keun หัวเรือใหญ่ของ Samsung เปิดเผยว่า มีแผนที่จะนำซอฟท์แวร์จากค่าย Google เข้ามาทำตลาดกับผลิตภัณฑ์ของตนเองด้วยเหมือนกัน โดยผู้ใช้จะสามารถทำการท่องเว็บฯ และ จัดการการบันทึกภาพจากโทรทัศน์วงจรปิด พร้อมกับคุณสมบัติอื่นๆ ได้อีกมากมาย ซึ่งคาดว่าน่าจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในต้นปีหน้า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นนายYoon ก็ยังไม่ได้ให้รายละเอียดอะไรไว้มากนัก

Samsung looks to get down with Google TV in 2011

ซึ่งถ้าหากว่าเป็นจริงตามนั้น Samsung ก็จะกลายเป็นบริษัทรายที่สองที่นำเสนอ Google TV ให้กับผู้บริโภค โดยก่อนหน้านี้ Sony ได้ทำการเปิดตัว Google TV ที่มีขนาดหน้าจอตั้งแต่ 24-56 นิ้ว พร้อมกับสนนราคาตั้งแต่ 600-1,400 เหรียญสหรัฐ ไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับ Google TV มันคือผลิตภัณฑ์ที่ทำงานได้มากกว่าเครื่องรับโทรทัศน์ธรรมดาๆ ซึ่งแพลตฟอร์มดังกล่าว ได้ถูกค่าย Logitech นำไปพัฒนาใส่กับอุปกรณ์ของตนเองอย่าง Revue รวมถึงเครื่องเล่น Blu-ray ของ Sony ที่มีการใส่คุณสมบัติ Google TV ด้วยเช่นกัน

ที่มา : www.cnet.com

เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ

 
 
Tag: 3D 1080p Acer ASUS benq Blu-ray Blu-ray player Bravia ces CES 2011 commart DLNA DVI full hd Full HD 1080P hd HDMI HDTV iphone IPS lcd LCD monitor lcd tv LED LED Backlit LED Monitor LED TV LG monitor OLED OLED TV Panasonic Philips Plasma Plasma TV PS3 Samsung sharp Smart TV Sony Toshiba tv USB VGA wifi
COPYRIGHT@2010 LCDSPEC.COM ALL RIGHTS RESERVED.