Buver's Guide Review HD Contents HD Accessories HD Event Promotions
ฟันธงจอ LED Monitor สุดคุ้ม 3 ช่วงราคา ตามงบเป๊ะๆ
ใครทำกำลังมองหาจอมอนิเตอร์ตัวใหม่มาเปลี่ยน เจ้าแก่ตัวเดิมที่บ้าน ที่สีสันเพิ้ยน จอเหลือง หรือกระทั่งเจ้าจอตู้แบบ CRT ล่ะก็ Commart นี้ก็น่าจะเป็นโอกาสอันดีแล้วล่ะครับ ที่จะได้เปลี่ยนจอใหม่ให้ชีวิตสดใสกันสักที ใครที่มองหาว่าจะซื้อตัวไหนดี งบมีแค่นี้ไม่รู้จะเอาตัวไหน เราจัดมาให้แล้วครับ กับ 3 ช่วงราคาที่ตรงงบประมาณที่ถามไถ่กันมาเยอะที่สุด อ่านดูเก็บไว้เป็นตัวเลือกแนวทางได้เลย หรือใครจะซื้อตามเลยก็ฟันธงครับว่าคุ้มสุด เป๊ะๆราคาต่ำกว่า 5,000 บาท เด่นๆเลยนี่ต้องยกให้ acer เลยครับกับรุ่น S221HQLbd จะได้เป็นจอ LED เลย เป็นจอแบบ LED ด้วยในราคาที่ต่ำกว่า 5,000 บาท ขนาดจะเป็น 21.5 นิ้ว ความละเอียด Full HD 1920 x 1080 อัตราค่าคอนทราสท์สูงถึง 12,000,000:1 พอร์ตเชื่อมต่อมาตรฐานครบๆ VGA/DVI โดยราคาอยู่ที่ 4,590 บาท คุ้มสุดๆจริงๆมาต่กอกันที่งบต่ำกว่า 7,000 บาทกันบ้าง รุ่นสุดคุ้มในงบระดับนี้ตกเป็นของ Samsung ครับ แบรนด์อันดับ 1 เรื่องจอของเมืองไทยเลย รุ่นที่คุ้มสุดในราคานี้คือ BX2331 จอ LED ขนาด 23 นิ้ว ที่มีความบางเพียง 30 mm. เท่านั้น พอร์ตมาตรฐาน VGA และ DVI ก็มีมาให้ และนอกเหนือไปจากนั้นก็มี HDMI มาให้ด้วยอีก 2 ช่อง ราคาค่าตัว 7,000 บาทพอดิบพอดีเป๊ะช่วงราคาสุดท้ายคือ 10,000 บาท แต่ตัวที่เลือกมานี้เกินไปนิดนึงครับคือ 10,500 บาท กับจอของ Samsung อีกตัวเช่นกัน คือรุ่น PX2370 สิ่งที่จะได้จากจอราคาระดับนี้แล้วนอกจากประสิทธิภาพที่ดีแล้ว มันก็จะมาพร้อมกับดีไซน์การออกแบบที่ดูหรูหราด้วย ตัวนี้สเป็กจะคล้ายกับ BX2331 ที่แนะนำไปด้านบน แต่ตัวเครื่องจะสวยกว่า และบางกว่าเพียง 16.5 mm. เท่านั้น และการประหยัดพลังงานที่ดีเยี่ยม
รีวิว: Acer LCD Monitor Touch Screen 23″ – T231H [จิ้ม ลิ้ม ลอง]
ดูรีวิวจอมอนิเตอร์จาก LCDSpec กันมาก็หลายตัวแล้ว อาจจะอยากดูนวัตกรรมใหม่ๆกันบ้าง จอมอนิเตอร์ที่จะเอามานำเสนอในคราวนี้ เป็นยี่ห้อที่เป็นที่รู้จักกันที่ในบ้านเราอย่างแน่นอน โดยเราได้นำเอารุ่น T231H ขนาด 23 นิ้ว มาให้ชาว LCDSpec ได้สัมผัสกัน บอกก่อนเลยว่าเป็นจอที่แปลกแตกต่างจากจอทั่วๆไปแน่นอน เพราะว่ามันเป็นจอสัมผัส!สเป็กเครื่องโดยรวมก็ยังคงเป็นมาตรฐานเหมือนจอรุ่นอื่นๆ แต่จะมีความสว่างที่โดดเด่นขึ้นมาหน่อย เป็น 300cd/m2มาดูตัวเครื่องกันดีกว่า อาจดูแปลกตาสักหน่อย เพราะว่ามันไม่มีฐานขาตั้งยกให้จอลอยขึ้น แต่ว่าจะมีขายื่นลงมาทางด้านข้าง 2 ขาแทนตรงกลางขอบด้านล่าง ระบุยี่ acer ห้อชัดเจน ด้วยตัวอักษรนูนชุบเงา ดูหรูหรามูมขวาบนสกรีนตัวหนังสือสีขาว บอกชื่อรุ่นเอาไว้ T231H นั่นเองขาตั้งจะเป็นแท่งพลาสติกใส ทางด้านขวาของจอจะก็จะเป็นปุ่มเปิด/ปิดจอ ที่มีไฟบอกสถานะในตัว เมื่อมีสัญญาณเข้าปกติ ไฟจะเป็นสีฟ้า แต่ถ้าไม่มีสัญญาณ หรือว่าปิดพัก stand by เอาไว้ ก็จะเป็นสีส้มความบางของตัวเครื่องอาจจะดู ไม่บางมากสักเท่าไหร่ เพราะว่าต้องชั้นเซ็นเซอร์ของหน้าจอมากกว่าจอปกติทั่วๆไปและอีกสาเหตที่ทำให้มีความหนาอยู่เล็กน้อย คือตรงบริเวณกล่องด้านหลัง ที่ใช้เป็นช่องระบายความร้อน และเก็บแผงวงจรภายในกลางฝาหลังก็มีขึ้นรูปพลาสติกนูนต่ำเป็นโลโก้ยี่ห้อ acer ตัวใหญ่เอาไว้ด้วย ดูสวยงามที่ด้านหลัง ก็จะมีขาอีกขาคอยยันเอาไว้ จะสังเกตเห็นว่ามีแกนหมุนได้ตรงขอต่อของขาตั้งด้วยเหตุผลก็เพื่อให้มันสามารถปรับเอนลงไปได้มากขึ้น ตามความเหมาะสมของผู้ใช้งานเมื่อปรับเอนเครื่องลงไปจนสุด ขาตั้งใสก็จะนาบลงไปกับพื้นพอดีการปรับแต่งค่าต่างๆ ก็จะใช้ปุ่มที่เรียงอยู่ใต้ขอบหน้าจอทั้งหมด มีทั้งหมด 5 ปุ่ม แต่ว่าไม่มีการสกรีนตัวหนังสืออะไรบอกเอาไว้บนตัวเครื่อง แต่จะโชว์ขึ้นมาในเมนูบนหน้าจอ เมื่อเรากดปุ่มที่ด้านหลังก็จะมีพอร์ตการเชื่อมต่อมาตรฐานมาให้ครบ HDMI, VGA, DVI แต่จะเห็นว่าทางด้านขวามีช่อง USB ด้วย ไม่เหมือนใคร เพราะต้องเอาไว้ใช้ต่อสำหรับการใช้ฟังชั่นหน้าจอสัมผัสนั่นเองอีกด้านเป็นช่องต่อสายไฟ จำหรับจ่ายพลังงาน และช่องต่อเสียง เพราะว่ามีลำโพงในตัวด้วย
ที่สุดของที่สุด!!! LED TV, LCD TV, Plasma TV ที่น่าสนใจแห่งปี 2010
ในปีที่ผ่านมานั้นอาจจะกล่าวได้เลยว่า เป็นการพลิกโฉมประวัติศาสตร์ของวงการเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านอย่างทีวีในอีกครั้งหนึ่งที่สำคัญ ด้วยการที่ผู้ผลิตแต่ละค่ายที่ผ่านมา ก็ต่างงัดเอาเทคโนโลยีที่สุดล้ำเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่สมัยที่มีเพียง LCD TV จนมาเป็น LED TV และ Plasma TV ที่เคยกินไฟและร้อน ก็ให้ประสิทธิภาพที่ดีขึ้น นอกเหนือจากประสิทธิภาพในการแสดงผล ถ่ายทอดภาพออกมาดีขึ้นกว่าแต่ก่อนแล้วนั้น ยังมีการใส่ลูกเล่นต่างๆ อย่างฟีเจอร์ 100Hz / 120Hz ที่ทำให้ภาพเคลื่อนไหวเร็วๆ ไม่เบลอหรือสะดุด การเพิ่มช่องเสียบ USB ที่ทำให้คุณสามารถเล่นไฟล์ต่างๆ อย่าง รูป เพลง หนัง ได้โดยตรงจากทีวี แบบไม่ต้องง้อเครื่องเล่นภายนอกแต่อย่างไรก็แล้วแต่ มันก็ยังไม่ถึงกับให้ทุกๆ คนได้ตื่นเต้นมากนัก จนกระทั้งในปีนี้ที่ทางค่ายผู้ผลิตทุกๆ ค่าย ต่างเป็นตัว TV 3D ของตนขึ้นมา แน่นอนว่าซึ่งก่อนหน้่านั้น ใครจะคิดล่ะว่า เราเองจะได้ชมภาพยนตร์ 3 มิติ ภายนบ้านของเราได้เอง โดยไม่ต้องเดินทางไปถึงโรงภาพยนตร์เหมือนแต่ก่อน ซึ่งทีมงาน LCDSpec.com คาดว่าทางแต่ละค่ายคงหันมาเล่นในส่วนของฟีเจอร์ Internet TV มากขึ้นและในโอกาสนี้ทางทีมงาน LCDSpec.com ก็เลยขอจัดลำดับที่สุดของ LED TV, LCD TV, Plasma TV ที่น่าสนใจ 10 รุ่น ตลอดปีที่ผ่านมานี้กันนะครับอันดับที่ 1 Samsung C9000 ที่สุดของ LED TV 3D สมบูรณ์แบบแห่งปี 2010เรียกได้ว่าได้มาเป็นอันดับที่ 1 แบบไม่ต้องลุ้นให้เหนื่อยกันครับ กับ LED TV 3D มาสเตอร์พีซ ขนาดหน้าจอ 55″ จากทาง Samsung ผู้ที่เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีการแสดงภาพระดับโลก ด้วยความสมบูรณ์แบบอัดแน่นทั้งเทคโนโลยีที่ Samsung คิดค้นมาร่วม 4 ปี และยังมีในส่วนของการดีไซน์ออกแบบที่สวยหรูอย่างที่สุด บางเฉียบเพียง 7.9 มิลลิเมตร เอาว่าความบางนี้บางกว่า iPhone 4? ที่เป็น Smart Phone ที่บางที่สุดในโลกตอนนี้ซะอีก วัสดุเป็นแบบ Brushed Titanium ให้ความแข็งแรง และเปรียบเสมือนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเอกภายในบ้านในส่วนของการการแสดงภาพก็สุดยอดเช่นกัน ด้วยความที่เป็น LED TV จอ Ultra Clear Panel ทำให้สามารถดึงความคมชัดในทุกรายละเอียดของภาพได้อย่างดีที่สุด ทั้งดำสนิทและสดใสในภาพเดียวกัน อีกทั้งในเรื่องของภาพเคลื่อนไหวเร็วๆ ก็ตอบสนองได้เป็นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เมื่อเรารับชมภาพ 3 มิติ ก็ถ่ายทอดได้อย่างดูเป็นธรรมชาติและมีชีวิตชีวา ให้ความสมจริงอย่างไม่น่าเชื่อ หรือแม้จะทำภาพ 2 มิติ ให้กลายเป็นภาพ 3 มิติ ก็ทำได้ ด้านระบบเสียงก็ใช้แบบ Front Firing คือมีลำโพงอยู่ที่ฐาน และยิงตรงออกไปข้างหน้า จึงให้เสียงที่หนักแน่นและชัดเจนอย่างในที่คู่แข่งไม่มีนอกเหนือจากนี้ยังมีแว่นตา 3 มิติ “3D Active Glasses” ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดีไซน์สวยหรูเป็นพิเศษ น้ำหนักเบาเพียง 3o กรัม ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัด อีกทั้งยังสามารถสวมทับแว่นสายตาลงไปได้อย่างสบายๆ ทำให้ผู้ที่ใส่แว่นสายตาอยู่แล้วรับชมภาพได้ในทันที รวมไปถึงยังมี Touch Remote Control ที่เป็นรีโมทที่มีหน้าจอแบบสัมผ้สในตัว ที่ไม่เหมือนใคร แถมยังเป็นทีวีขนาดจิ๋วที่สามารถรับชมได้ได้จาก LED TV 3D – Samsung C9000 อีกด้วย ซึ่งสำหรับใครที่สนใจ LED TV 3D รุ่นนี้อยู่นอกจากจะต้องเงินถึง ด้วยพราะค่าตัวอยู่ที่ 279,000 บาท ยังจะต้องใจถึงพร้อมเปิดประสบการณ์ 3 มิติ แบบที่คุณไม่เคยสัมผัสอีกด้วยสเปกเต็มๆ Samsung C9000 <<<อันดับที่ 2 LG INFINIA LX9500 เหนือชั้นด้วย LED TV 3D แบบ Full LED Slimจะว่าไปแล้วนั้น LG INFINIA LX9500 ก็ถือว่าเป็นสุดยอด LED TV 3D ก่อนหน้าที่ทาง Samsung จะเปิดตัว C9000 ด้วยออกแบบที่เป็น Borderless Design ในรูปแบบกระจกแผ่นเดียวไปจนถึงสุดขอบของจอ ทำให้ไร้รอยต่อ เรียบหรู และแข็งแรง เรียกได้ว่าป้องกันแรงกระแทกจากภายนอกได้อย่าง 100% อีกทั้งยังทำความสะอาดง่าย ดูแลไม่ยากเหมือนกับทีวีค่ายอื่นๆ อีกทั้งยังได้รับรางวัลดีไซน์ผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยมระดับโลก และรางวัลดีไซน์ผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ยอดเยี่ยมอีกด้วยสำหรับประสิทธิภาพในการแสดงผลก็ไม่น้อยหน้าใคร ด้วยเทคโนโลยี Full LED Slim ที่มีความสามารถอย่าง Spot Control ที่ให้ทั้งความคมชัดของภาพ ความลึกของสีดำ ความอิ่มตัวของสีอื่นๆ และความบางของหน้าจอ คือ 1.6 มิลลิเมตร ซึ่งเปรียบได้กับเอาเทคโนโลยี Full LED และ EDGE LED มารวมกันอย่างลงตัวที่สุด แน่นอนว่าจะเป็น LED TV 3D ที่จะให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์ทะลุจอแล้ว ยังมีเทคโนโลยี TruMotion 480Hz/400Hz ช่วยในการขจัดความเบลอของภาพเหมือนมีการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว และ Respone Time เพียง 1ms ส่งผลให้วัตถุในภาพที่แสดงออกมา ไม่กระตุก ในส่วนของระบบเสียงก็เป็นแบบ Infinite Sound ที่สามารถจำลองระบบเสียงรอบทิศทางได้ โดยไม่ต้องอาศัยเครื่องเสียงภายนอกสำหรับแว่นตา 3 มิติ ก็ออกแบบให้มีน้ำหนักเบาและสามารถชาร์จไฟได้ในตัว ทำให้สะดวกต่อการใช้งาน อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ Smart TV ที่ทำให้ทีวีสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต และมีแอพพลิเคชั่นรองรับอย่าง Facebook, Twitter, Youtube, Picasa, Mthai VDO และ Nation Channel โดยไม่ต้องง้อคอมพิวเตอร์อีกต่อไป และที่ขาดไปได้เป็นเอกสิทธิ์ของ LG โดยเฉพาะนั่นก็คือ ฟีเจอร์ Bluetooth ที่สนับสนุนกันส่งภาพและเพลงจากอุปกรณ์ที่มี Bluetooth ด้วยกันอย่าง มือถือหรือโน้ตบุ๊ก ตลอดจนรองรับการใช้งานกับหูฟังไร้สาย Wireless Headset ได้อย่างลงตัว สำหรับ LG INFINIA LX9500 ขนาด 55″ ราคาอยู่ที่ 149,990 บาทสเปกเต็มๆ LG INFINIA LX9500 <<<อันดับที่ 3 Sony BRAVIA NX810 ดีไซน์ LED TV 3D ที่แตกต่างด้วย Monolithic Designสำหรับอันดับ 3 ก็ยังคงเป็น? LED TV 3D? อยู่เช่นกัน แต่คราวนี้เป็นทีของค่ายญี่ปุ่นกันบ้างกับ Sony BRAVIA NX810 ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร คงความเป็นเอกลักษณ์ของรุ่น NX800 เอาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยดีไซน์แบบ Monolithic Design (ปรับเอนหลังได้ 6 องศาด้วย Bar Stand ที่ติดตั้งลำโพงในมาตัว) ที่ลงตัวทั้งในเรื่องของความสวยงามและการใช้งาน ซึ่งไม่วางจะนำไปวางห้องใดๆ ก็จะกลายเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ไว้ตกแต่งบ้านชิ้นหนึ่งไปทันทีและจากการที่เป็น LED TV ที่ใช้ Backlight แบบ Dynamic Edge LED พร้อมความสามารถ Local Dimming อีกทั้งตัวจอยังเป็น OptiContrast Panel ส่งผลให้สีดำมีความดำสนิทมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงในเรื่องของการสะท้อนแสง ยังลดลงกว่ารุ่น NX800 ไปมากอย่างรู้สึกได้ ทั้งหมดทั้งมวลนี้จึงทำให้ Sony BRAVIA NX810 ให้ภาพที่สวยสดใสและสมจริง ยังไม่รวมถึง Motion Flow 200Hz ที่คอยทำหน้าที่สังเคราะห์เฟรมขึ้นมา ทำให้ภาพเคลื่อนไหวไหลลื่นอย่าง 100% ขณะที่การแสดงผลภาพ 3 มิติ ก็ไม่เป็นรองใครๆ มีมิติ ความชัดลึก ได้อย่างสมบูรณ์และสมกับเป็น Sony จริงๆ ซึ่งยิ่งมาเล่นเกม 3 มิติ กับเครื่องเล่นเกมคอนโซลคู่ขวัญอย่าง PlayStation 3 ด้วยแล้วยิ่งน่าหามาจับจองกันอย่างที่สุดอีกทั้งยังมีลูกเล่นอย่าง BRAVIA Internet Video ที่ทำให้คุณรับชมวีดีโอได้จากอินเตอร์เน็ตได้ โดยทันทีจากการเชื่อมต่อแบบไร้สาย ที่ไม่จำเป็นไม่ต้องพึ่งพา USB WiFi Dongle เหมือนกับในทีวีค่ายอื่นๆ เพราะทาง Sony ได้ติดตั้งมาอยู่ภายในตัวทีวีเรียบร้อยแล้ว ซึ่งหากใครเป็น Gamer ก็คงไม่พลาดที่จะจับจองมาไว้เล่นคู่กับ PlayStation 3 เพื่อที่จะเล่นเกม 3 มิติ ได้ภายในบ้านอย่างเป็นแน่แท้ครับ ในส่วนของราคา NX810 ขนาดหน้าจอ 55″ อยู่ที่ 134,990 บาทสเปกเต็มๆ <<<? Sony BRAVIA NX810 อันดับที่ 4 Samsung C8000 มาก่อนใครในตลาดกับ LED TV 3D ที่ทุกคนรอคอยSamsung รุ่น C8000 นับได้ว่าเป็น TV 3D รุ่นแรกที่เปิดตัวในเมืองไทย ที่ไม่ใช่แค่ว่านำมาโชว์เพียงอย่างเดียว แต่พร้อมจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการอีกด้วย ซึ่งก็ถือว่าผู้ที่สนใจล้วนให้การตอบรับดีมาก จนค่ายทีวีผู้ผลิตทุกๆ ค่ายจะต้องเร่งทำการบ้านในเรื่องของทีวี 3 มิติ กันยกใหญ่ รวมไปถึง ดีไซน์ที่สวยหรูด้วยฐานจอที่ไม่ซ้ำใครมาก่อน เรียกได้ว่าใครเห็นเป็นต้องเหลียวมองอีกรอบหนึ่ง ซึ่งก็ถือได้ว่าทาง Samsung เอง ก็ประสบความสำเร็จกับ Samsung C8000 – LED TV 3D พอสมควรเลยด้วยความที่เป็น LED TV จึงมีความบางของหน้าจออยู่แล้ว นอกเหนือจากนั้นยังมีเทคโนโลยี 3D ระดับคุณภาพที่น่าประทับใจ พร้อมมอบประสบการณ์ความบันเทิงในรูปแบบ 3 มิติ ที่คุณไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน จากการที่มีฟีเจอร์ RealD 3D ทำให้รายการทีวีหรือภาพยนตร์ 2 มิติ กลายเป็น 3 มิติ ได้อย่างใจนึก อีกทั้งในเรื่องของประสิทธิภาพในการแสดงผลด้วยหน้าจอแบบ Ultra Clear Panel ส่งผลให้ภาพที่ออกมานั้นมีมิติของภาพ และสีสันก็ถ่ายทอดได้อย่างดีเยี่ยม สมจริง อย่างน่าประทับใจ ในส่วนของภาพเคลื่อนที่เร็วๆ ก็หมดห่วงด้วย Clear Motion Rate ด้วยการแทรกเฟรมสอดประสานระหว่างเฟรมของทีวีและการแสดงผลจากเทคโนโลยี 200Hz ความเบลอของภาพเคลื่อนไหวจะหมดไป ความราบลื่นและเป็นธรรมชาติของการเคลื่อนไหวที่มีมากยิ่งขึ้นนั้นได้รับการปรับแต่งด้วยการคำนวณการเคลื่อนไหวอย่างชาญฉลาดจากตัวประมวลผลทีวีที่ไว้ใจได้รองรับมัลติมีเดียได้ครบวงจรและเต็มรูปแบบด้วยฟีเจอร์ Internet@TV ที่จะเชื่อมต่อทีวีของคุณไปสู่โลกกว้างผ่านทางทีวีภายในบ้าน ได้อย่างง่ายดาย และด้วยเทคโนโลยี DLNA ทำให้เพลิดเพลินไปกับมัลติมีเดียที่อยู่ในคอมพิวเตอร์หรือ DMS ใดๆ บนทีวีโดยไม่ต้องเชื่อมต่อสายเคเบิ้ล คุณสามารถเพลิดเพลินไปกับภาพยนตร์ เพลง และภาพถ่ายที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ของคุณบนจอทีวีได้อย่างไร้สาย สำหรับราคาของ 149,990 บาท ในขนาดหน้าจอ 55″สเปกเต็มๆ <<< Samsung C8000อันดับที่ 5? Panasonic VIERA VT20 ใหญ่สะใจ Plasma TV 3D กับขนาด 65″ สำหรับ Plasma TV 3D นั้นก็ไม่น่าพลาดให้ใครที่ไหนแล้วนอกจาก Panasonic ค่ายญี่ปุ่น ในรุ่น VIERA VT20 เหนือชั่นและโดดเด่นด้วยขนาดจอ 65? ที่นับได้ว่ามีความใหญ่สะใจ ที่จะทำให้ทุกคนที่รับชมได้ประสบการณ์แบบ 3D ที่ไม่เหมือนใครมาก่อน พร้อมความประสิทธิภาพของการแสดงภาพ 3D ได้อย่างมีดีเยี่ยม มีมิติซึ่งเป็นที่ทราบกันคือ ขนาดจอยิ่งใหญ่ มิติของภาพ 3 มิติ ก็จะสมจริงมากขึ้นไปอีก รวมไปถึงด้วยความที่เป็น Plasma TV และมีเทคโนโลยี 600Hz Sub-field Drive ปัญหาเรื่องภาพกระตุกหรือภาพเบลอก็แทบจะหมดไปในทันทีระดับของการให้สีสันจัดได้ว่าเป็นอะไรที่ไม่เกินจริง พร้อมที่การรับชมภาพ 3 มิติ เมื่อสวมแว่น 3?มิติที่ให้มา แล้วเรานับไม่ตรงตำแหน่งหรือเอียงคอดู ภาพก็ยังคงเป็น 3 มิติแบบสมบูรณ์ ก็ยังให้สีสันที่เป็นปกติไม่ลดลงมาก อีกทั้งภาพ 3 มิติ ยังไม่หลุดแบบค่ายอื่นๆ อีกด้วย นับได้ว่าง่ายและตรงกับการใช้งานจริงเป็นอย่างมาก แน่นอนว่าในเรื่องความดำของภาพ ด้วย Infinite Black Pro และการลดแสงสะท้อน ที่ Panosonic VIERA VT20 ทำได้เหนือกว่าค่ายอื่นๆ ซึ่งถ้าจะกล่าวว่า Plasma TV รุ่นนี้ดีที่สุดในปี 2010 ก็คงจะไม่เกินไปนัก ข้อสังเกตอีกอย่างก็คือ VIERA VT20 ทั้งที่เป็น Plasma TV หน้าจอกลับลดแสงสะท้อนได้ดีกว่า LED TV,? LCD TV ทั่วๆ ไปซะอีกส่วนฟีเจอร์อื่นๆ อย่างเช่น VIERA CAST ที่สนุกสนานไปกับเนื้อหาอินเตอร์เน็ตได้จากทีวีโดยตรง ที่สามารถเพลิดเพลินไปกับเนื้อหาบนอินเตอร์เน็ต ได้ทั้งวีดีโอและภาพนิ่ง รวมไปถึงสามารถติดตามข้อมูลพยากรณ์อากาศหรือข้อมูลหุ้น โดยใช้งานผ่าน Web Interface ที่ง่ายต่อการใช้งาน พร้อมบริการอื่นๆ อีกมากมาย เช่น การประชุมทางด้านภาพและเสียงภายในบ้านด้วย Skype และพร้อมรองรับอีกหลายบริการ นอกจากนี้ VIERA CAST ยังมีช่องต่อ USB สำหรับการเชื่อมต่อ keyboard แบบไร้สาย และ Wireless LAN Adaptor อีกด้วย ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ โดยราคาของ Panasonic VIERA VT20 ขนาดหน้าจอ 65″ อยู่ที่ 219,990 บาทสเปกเต็มๆ <<<Panasonic VIERA VT20อันดับที่ 6 Toshiba REGZA XL700T มาช้ายังดีกว่าไม่มากับ LED TV Full HDเป็นที่รอคอยมานานแสนนานกว่าที่ทาง Toshiba จะส่ง LED TV ออกมากับเค้าบ้างเสียที ซึ่งในวันนี้ก็พร้อมแล้วที่จะนำเสนอแก่ทุกๆ คน นั้นก็คือ Toshiba REGZA XL700T ที่มาพร้อมด้วยดีไซน์ที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้น สวยหรูและสวยลงตัวไปอีกแบบ ต่างจากทีวี Toshiba ในรูปแบบเดิมๆ ที่เคยมีมา ซึ่งไม่แค่นั้นยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีการแสดงภาพที่สมบูรณ์แบบ ที่ถ่ายทอดออกมาเป็นที่คมชัดยิ่งกว่าตามองเห็น พร้อมมีฟีเจอร์มากมายในการเพิ่มประสิทธิภาพในการแสดงผล ส่งผลให้เป็นการเพิ่มอรรถรสในการรับชมอย่างที่สุด คุณภาพจัดว่าคับจอประสิทธิภาพ Power Meta Brain / Video Processing 14 bit? ทำให้ถ่ายทอดภาพได้อย่างเต็มอารมณ์ พร้อมทั้งมีฟังก์ชั่นในการช่วยเพิ่มสัญญาณภาพ เมื่อสัญญาณที่รับมาอ่อนด้วยฟีเจอร์ Auto Signal Booster อีกทั้งยังเพิ่มความคมชัดรายละเอียดของภาพเมื่อภาพนั้นมีความละเอียดที่ต่ำด้วยฟีเจอร์ Resolution+ ยังไม่หมดแค่นั้นยังมีการเพิ่มอัตราการตอบสนองของภาพด้วยฟีเจอร์ ClearScan 100 Pro ทำให้ภาพไม่เบลอ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนจะช่วยให้เรารับชมภาพกันได้อย่างสบายตาอย่างที่สุด หา LED TV ในค่ายอื่นๆ มาเปรียบด้วยยากนอกเหนือจากนี้ยังมีพอร์ต USB และ SD Card Slot ให้มาเพื่อรองรับคอนเทนต์อื่นๆ ที่มาในรูปแบบไฟล์ในแฟลชไดร์ว ทั้งที่เป็นรูปภาพ เพลง และภาพยนตร์ ซึ่งก่อนหน้านี้ทาง Toshiba เอง ไม่เคยทำพอร์ต USB ให้เล่นไฟล์อื่นๆ นอกเหนือจากไฟล์รูปภาพมาก่อน ทำให้ Toshiba REGZA XL700T ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่ทาง Toshiba จะใส่ลูกเล่นเพิ่มเติมมาอีก สำหรับราคาค่าตัวของ Toshiba REGZA XL700T ขนาด 55″ ตกอยู่ที่ 79,990 บาท หากไม่สนใจ TV 3D จะบอกว่า LED TV จาก Toshiba รุ่นนี้เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดอย่างแน่นอนสเปกเต็มๆ <<<Toshiba REGZA XL700Tอันดับที่ 7 LG INFINIA LE8500 ไม่น้อยหน้าใครด้วย Full LED TV Slim LED TV จาก LG รุ่นนี้คือ LG INFINIA LE8500 ที่มีจุดเด่นคือ Full LED Slim ที่ถือว่าเป็นรุ่นแรกของโลก สำหรับปี 2010 ด้วยดีไซน์ที่ไร้ขอบจาก LG โดยยังอยู่ภายใต้แนวคิด LIVE) BORDERLESS เหมือนเมื่อปี 2009 ที่ผ่านมา? ที่ได้มีการเปิดตัวทีวีที่ดีไซน์ไร้กรอบ ไร้ขอบ ออกมา อีกทั้งในปีนี้ยังมีแนวคิด INFINIA ที่มีความหมายว่า ?ไม่มีที่สิ้นสุด? ออกมาย้ำถึงรูปร่างหน้าตาที่สวยเฉียบจากการที่ไร้ขอบ ด้วยดีไซน์โดยการใช้กระจกผ่านแผ่นเดียวไปจนถึงสุดขอบ อีกทั้งในแง่ของการทำความสะอาดยังทำได้ง่ายโดยง่าย พร้อมทั้งมีความแข็งแรงทนทานมากกว่าทีวีทั่วไปด้วยความสามารถในการแสดงผลไม่แตกต่างจากรุ่นพี่ LG INFINIA LX9500 ซึ่ง LG INFINIA 42LE8500 ได้ใช้ตัวประมวลผลภาพเป็นแบบ Dual XD-Engine เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นภาพที่ได้มา สีสันของจอและความคมชัดจากหน้าจอ Super IPS LCD Panel แถมยังช่วยในเรื่องของการถนอมสายตาอีกด้วย? เรื่องความไวในการแสดงผลคงไม่ต้องเป็นห่วง เพราะมี Trumotion 240Hz/200Hz มาช่วยสแกนภาพด้วยความเร็วสูง ส่วนค่า response time 2ms ก็จัดได้ว่าเป็นมาตรฐานที่ค่อนข้างดี ณ ตอนนี้แล้ว อีกทั้งยังมี contrast ratio ที่สูงถึง 9,000,000:1 เพราะฉะนั้นเรื่องของสีสันไม่ต้องกลัวเลยว่าจะไม่สมจริง รวมถึงได้มี Infinite Surround ที่ให้ระบบเสียงรอบทิศทางที่สมจริงยิ่งขึ้น และเทคโนโลยี clear voice II ที่ช่วยในการเพิ่มเสียงสนทนาต่างๆ ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นในส่วนของฟีเจอร์เสริมที่ขาดไม่ได้นั่นก็คือ Bluetooth ที่จะทำให้เราส่งรูปหรือเพลงจากมือถือไปยัง LG INFINIA 42LE8500 ก็ทำได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังรองรับ Wireless Headset Bluetooth เมื่อเราต้องการความเป็นส่วนตัว และยังมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกหนึ่งอย่างนั่นก็คือ Smart TV ที่มีมาให้ทั้งแอพพลิเคชั่น Facebook, Twitter, AccuWeather, YouTube, Picasa ที่สำคัญยังมีแอพพลิเคชั่นไทยอย่าง Mthai VDO และ Nation Channel ที่รองรับอีกด้วย เมื่อเราเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วยสาย LAN หรือ USB WiFi Dongle ที่จะเพิ่มความสะดวกในการเชื่อมต่อ สนนราคาค่าตัว LG INFINIA 42LE8500 หน้าจอ 55″ อยู่ที่ 129,990 บาทสเปกเต็มๆ <<<LG INFINIA LE8500อันดับที่ 7 Toshiba ZV600T ตัวเทพ LCD TV Full HD ไม่มีใครเกินถึงแม้ว่าดีไซน์ของ Toshiba ZV600T จะดูแล้วออกแนวเป็นทีวีที่ดูตกยุคตกสมัยไปหน่อย แต่ก็ถือว่าเป็นตัวท๊อปสุดจากทางค่ายญี่ปุ่นอย่าง Toshiba สำหรับการออกแบบดีไซน์ โดยรวมแล้วบอกได้เลยว่าค่อนข้างจะออกแนวอนุรักษ์นิยม โดยมีการเน้นเป็นสีดำเปียโนเป็นหลัก พร้อมกับมีเม็ดคริสตันสีเงินประดับตกแต่งอยู่รอบๆ ของขอบจอ เพิ่มความหรูหรา พร้อมกับความหนาของตัวเครื่องที่จัดได้ว่าอวบอั๋นใช้ได้ พร้อมกับหน้าจอที่สะท้อนแสงน่าดูในส่วนของการแสดงภาพ ก็มีตัวประมวลผลภาพสุดเจ๋งอย่าง Meta Brain Premium และ 14 Bits Processing โดดเด่นเรื่องความไวในการแสดงภาพที่เคลื่อนไหว โดยการมี Clear Scan 200 ซึ่ง เป็นเทคโนโลยี ?ลูกผสม? จาก 50 เฟรมต่อวินาที สังเคราะห์เพิ่มเป็น 100 เฟรมต่อวินาที เช่นเดียวกับเทคโนโลยี 100Hz ของแบรนด์ทีวีอื่นๆ รวมไปถึงยังใช้เทคโนโลยี Scanning Backlight เข้ามาช่วยแล้ว รับรองได้เลยว่า ไม่ต้องเป็นห่วง ผลที่ได้มาคือภาพที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วอย่างเป็นธรรมชาติ (แต่ก็อาจจะมีหลุดๆ บ้าง) ใช้จอแบบ Full Glare Panel หรือจอกระจกที่ทำให้การ ไล่สีดำ เทา ขาว ก็ได้ระดับที่แยกความแตกต่างได้อย่างชัดเจน เป็นธรรมชาติมาก จากการจัดการของ 3D Colour Management ก็จะเห็นได้ชัดว่า สีแดงค่อนข้างเข้ม สีดำก็ให้สีที่ดำสนิท ให้ความอิ่มตัวของสีได้อย่างดีเยี่ยม ถึงแม้ว่าจะเป็นจอแบบกระจกที่ให้สีสันที่สดใสแบบ Full Glare Panelถึงแม้จะเป็นเพียง LCD TV ที่อาจจะดูแล้วสู้ LED TV รุ่นใหม่ๆ ไม่ได้ แต่ก็อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพการแสดงผลภาพและเสียง ที่หาไม่ได้ใน LCD TV ทั่วไป ให้รายละเอียดที่คมชัดมากยิ่งขึ้นจากฟีเจอร์เพิ่มขอบวัตถุ (Sharpen) ด้วย Resolution + ซึ่งสามารถเพิ่มความคมชัดให้ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ สำหรับ Toshiba REGZA 42ZV600T เครื่องนี้ มีระบบเสียง Regza Woofer? ที่ทำให้พลังเสียงกระหึ่มแน่นกว่าทีวีทั่วไปทพร้อมด้วยระบบปรับเสียง Audyssey EQ โดยเสียงสามารถเปล่งออกมาได้ดี โดยมีราคาเปิดตัวอยู่ที่ 99,000 บาท สำหรับขนาด 55″สเปกเต็มๆ <<<Toshiba REGZA ZV600Tอันดับที่ 8 LG INFINIA LD650 ครบครันที่สุดของ LCD TV Full HDแน่นอนว่านอกเหนือไปจากการแสดงผลที่เยี่ยมยอดที่เราต้องการจาก LCD TV ของเราแล้ว คงต้องยอบรับว่าเรายังต้องการให้มีฟีเจอร์หรือลูกเล่นอื่นๆ เพิ่มเข้ามาด้วย เพราะไหนๆ จะซื้อทั้งทีแล้ว ก็เอาให้มันครบครันซะหน่อย LG INFINIA LD650 จริงเป็นคำตอบนี้ ด้วยดีไซน์การออกแบบที่จัดว่าสวยกว่า LCD TV ของค่ายอื่นๆ อีกทั้งยังมีความสามารถอย่าง Smart TV ที่หาไม่ได้ใน LCD TV ยี่ห้ออื่นๆ เช่นกันด้วยคุณภาพจอ S-IPS Hard Panel ที่ทั้งแข็งแรงทนทาน ไม่สะท้อนแสง รวมไปถึงมีเทคโนโลยีสังเคราะห์เฟรมภาพขึ้นมาอย่าง TruMotion 240Hz? ที่ให้มาแบบจัดเต็ม เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ให้เราเลือกเปิด, ปิด เมื่อต้องการช่วยให้ภาพเคลื่อนไหวลื่นไหลยิ่งขึ้น? สำหรับคุณภาพของภาพที่สีสันมาในแนวสีสันคมเข้ม และสามารถแสดงรายละเอียดได้อย่างไม่ตกหล่น อีกทั้งเมนูการใช้งานต่างๆ จัดได้ว่าเรียนรู้ได้ไม่ยาก พร้อมด้วยมี Intelligent Sensor ทำหน้าที่คอยปรับค่าคอนทราสต์, ความสว่าง และสีให้อย่างอัตโนมัติ สำหรับลำโพงเป็นแบบ Invisible Sound ดีไซน์แบบซ่อน แถมด้วยระบบเสียง Infinite Sound เสมือนเสียงรอบทิศทางได้อย่างสมจริงที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้ก็คือฟีเจอร์ Smart TV ที่รองรับแอพพลิเคชั่นต่างๆ อย่าง Facebook, Twitter, YouTube, Picasa, AccuWeather และ Mthai VDO กับ Nation Channel ที่เป็นแอพพลิเคชั่นสัญชาติไทยมาเสริมให้? LG INFINIA LD650 มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น จึงเรียกได้ว่าเป็น LCD TV นาทีนี้ ที่ดูแล้วมีฟีเจอร์ครบถ้วนที่สุดก็คงไม่เกินไปนัก (ที่จะขาดไปก็แต่เรื่อง 3 มิติเท่านั้นเอง) สำหรับราคา LG INFINIA LD650 ขนาด 85,990 บาทสเปกเต็มๆ <<<LG INFINIA LD650อันดับที่ 9 Samsung C750 อยากดู 3 มิติ LCD TV รุ่นนี้ก็เป็นตัวเลือกใครว่าการที่จะหาซื้อ TV 3D ซักเครื่องจะต้องเป็น LED TV หรือ Plasma TV เสมอไป โดยที่ทาง Samsung ผู้ที่เป็นผู้นำด้านทีวี ได้มีการรองรับตลาด 3 มิติ ไว้อย่างเต็มรูปแบบครบถ้วนและสมบูรณ์ ซึ่งทีวีที่รองรับภาพ 3 มิติ จาก Samsung มีทั้งแบบที่เป็น LED TV 3D, Plasma TV 3D และ LCD TV 3D ให้เลือกตามความพอใจในแต่ละคน โดย LCD TV ที่เป็น 3 มิติ นั้นมาในรุ่น Samsung C750 ที่มาพร้อมกับดีไซน์ที่สวยหรูไม่แพ้รุ่นพี่อย่าง LED TV 3D C9000 และ คล้ายกับ C8000 อย่างมาก หรือแม้แต่ฟังก์ชั่น ฟีเจอร์การใช้งานก็ไม่เป็นรอง เรียกได้ว่าจัดหนักเหมือนเคยคุณภาพของภาพที่น่าประทับใจ อันเป็นผลมาจาก 3D HyperReal engine ของ Samsung และ Super 3C Realization ซึ่งให้ภาพที่เหนือกว่าที่คาดไว้ ด้วยเหตุนี้จึงไม่ได้เพียงแค่ชมภาพยนตร์เท่านั้น หากแต่รู้สึกสัมผัสไปด้วยอย่างแท้จริง พร้อมเต็มเปี่ยมด้วยรายละเอียด และสีสันที่เสมือนจริง ด้วยการเพิ่มสีดำที่มีความสลัวต่ำ ด้วยการปรับช่วงแสงให้เหมาะสมที่สุดและเพิ่มความอัตราความโปร่งแสงในระบบ Ultra Clear Panel ทำให้สามารถลดการสะท้อนแสงของแสงภายนอกและเพิ่มความคมชัด และด้วยฟีเจอร์ 400 Clear Motion Rate ทำให้ฉากแอ็คชั่นจะดูเรียบลื่น คมชัด และสดใส เพราะเรารู้ว่าความเคลื่อนไหวที่ลื่นไหล ไม่มีสะดุด ประสิทธิภาพความเคลื่อนไหวที่ดีกว่า 8 เท่าเมื่อเทียบกับ LCD TV มาตรฐานที่มีอัตราความเคลื่อนไหว 400 เฟรมต่อวินาที ความสามารถทั้งหมดนี้ ส่งผลให้เมื่อรับชมภาพ 3 มิติ จะเป็นประสบการณ์ความบันเทิงในรูปแบบ 3 มิติ ที่คุณไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนและด้วยเทคโนโลยี Internet@TV ของ Samsung C750 เปิดโลกออนไลน์ โดยแสดงผลบนจอขนาดใหญ่ที่สว่างสดใส อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อเพลิดเพลินกับเนื้อหาที่น่าสนใจบนเว็บ ด้วยประสิทธิภาพ ความหลากหลาย และความสะดวกสบาย รวมไปถึงสามารถจัดระเบียบ เพิ่มเติม และลบเนื้อหาผ่านทางไลบรารี Samsung Applications ได้อย่างง่ายดาย และด้วยพอร์ต USB เพียงแค่เชื่อมต่อ ก็สามารถเล่นภาพยนตร์ได้ทันที โดยความเพลิดเพลินกับทางเลือกที่ไร้ขีดจำกัดแบบนี้ สนนราคาอยู่ 109,990 บาท สำหรับขนาดหน้าจอ 55″สเปกเต็มๆ <<<Samsung C750อันดับที่ 10 LG INFINIA PJ650 จอใหญุ่คุ้มค่ากับ Plasma TV ราคาโดนใจ เอาล่ะครับมาปิดท้ายทีวี ที่น่าสนใจในปี 2010 กันหน่อยกับ LG INFINIA PJ650 ซึ่งเป็น Plasma TV ที่จัดได้ว่าคุ้มค่าที่สุดในตัวนี้ อย่างแรกเลยที่เป็นจุดเด่นก็คือดีไซน์แบบ Borderless Design ที่เป็นยอดนิยมกันเหมือนทีวีตัวท๊อป เรียบหรูเกินราคามองผ่าน คิดว่าตัวเป็นแสน แถมยังจัดได้ว่าดูสวยแจ่มที่สุดของ Plasma TV จากค่ายอื่นๆ ต่อมาก็เป็นขนาดที่ใหญ่ถึง 50″ ที่วิเคราะห์กันแล้วจัดได้ว่าคุ้มค่าต่อราคา และถึงแม้ว่าความละเอียดของหน้าจอจะเป็นเพียงระดับ HD Ready (1366 x 768) แต่ก็ให้ผลของการแสดงภาพเป็นที่น่าพอใจเมื่อนำไปชมฟรีทีวี หรือหนัง DVD, HD 720p ด้วยคอนทราสต์ที่สูงถึง 3,000,000:1 จึงให้แนวภาพที่ดูสดแบบเป็นธรรมชาติ รวมไปถึงดูแล้วก็สบายตา เป็น Plasma TV ตัวหนึ่งที่มีความสะอาดของภาพอย่างเห็นได้ชัด ทั้งภาพระดับ SD (Standard Definition) และ HD (High Definition) และด้วยความที่เป็น Plasma TV ซึ่งมีเทคโนโลยี 600Hz Sub-field Drive ปัญหาอย่างเรื่องภาพกระตุก หรือภาพเบลอก็แทบจะหมดไปในทันที ข้อเด่นอีกอย่างก็คือหน้าจอลดแสงสะท้อนจากภายนอกได้เป็นที่น่าพอใจ ถ้าเทียบกับ Plasma TV ในระดับเดียวกัน คิดว่าใครที่กำลังหาทีวีจอใหญ่ มาไว้ดูฟรีทีวีโดยเฉพาะ หรือหนังระดับ HD LG INFINIA PJ650 รุ่นนี้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อย ด้วยราคาเพียง 35,990 บาท กับขนาด 50″สเปกเต็มๆ <<<LG INFINIA PJ650สุดท้ายนี้ หากมีข้อสงสัยหรือแนะนำใดๆ สามารถโพสไว้ได้เลย ทีมงาน LCDSpec.com จะรีบมาตอบในบัดดลครับ ^^
Motorola ส่ง NYXboard รีโมท TV QWERTY แบบ Dual-Side
ราวๆ 7 เดือนก่อน Motolora ก็ได้ปล่อยข้อมูลเกี่ยวกับรีโมท TV QWERTY แบบ Dual-Side ชื่อ the NYXborad ออกมา แต่แล้วก็หายเงียบกริบไป ไม่ได้ยินข่าวคราวอีกเลย แต่มาวันนี้ก็ได้รู้แล้วว่าเพราะเหตุใด ในสังคมของเหล่าชาว Open-Source จะขายเครื่อง XMBC ที่มีการออกแบบตัวควบคุมใหม่แบบพิเศษ ซึ่งมีการออกแบบที่เกี่ยวข้องกับฮาร์ดแวร์ด้วย Pulse-Eight ได้บอกด้วยว่าพวกเขาคุยกับ Motorola เพื่อพิจารณาการใส่รีโมทมากับเครื่อง Set-Top-Boxes มาเลย หมายความว่าพวกเขาต้องการที่จะให้คุณสามารถซื้อรีโมท IR และ RF ที่รองรับ XMBC อย่างแท้จริงในราคาที่ตำกว่า 1,800 บาท (ราคาคร่าวๆ) ในเดือนมิถุนานี้แต่ในขณะที่เรายังคงไม่มีรูปจริงๆของเจ้ารีโมทที่ว่านี้เลย มีเพียงแค่รูปกราฟฟิกนิดหน่อยเท่านั้น แต่นักพัฒนาก็บอกว่ามันจะสามารถทำงานบนเครื่อง Mac, Windows, Linux และ Apple TV รุ่นแรกได้ และมันจะยังมีรุ่นที่ 2 ตามออกมาอีก ซึ่งจะเพิ่มความสามารถในการควบคุมเครื่อง Apple TV 2 รุ่นใหม่ได้ และความสามารถลับในการใช้เป็นรีโมทย์ควบคุมศูนย์ของระบบ Home Entertainment ของคุณได้อีก ฟังดูเหมือนว่า Logitech Harmony จะมีคู่แข่งยังไงก็ไม่รู้เนอะที่มา : www.engadget.com 
โปรโมชั่นโดนๆ ราคาเด็ดๆ ภายในงานคอมมาร์ต 2011 มาแล้วครับ!!!
สวัสดีครับ ไม่ทรบว่ามีใครไปเดินงานคอมมาร์ตมาแล้วกันบ้าง ซึ่งทาง LCDSpec ก็ขอถึงโอกาสพาทุกท่านไปชมโปรโมชั่นโดนในงานคอมาร์ตครั้งนี้กัน โดยในส่วนของทีวีมากันเกือบทุกแบรนด์เลยมาเริ่มกันที่บูธของ Sony กันก่อนเลย!!!มาต่อกันที่ Samsungถัดมาเป็น LG ครับพวกสาย HDMI / ปลั๊กไฟ ก็มีมาลดราคากันเช่นเดิมบูธ Provision กับทีวีสเปกสูงราคาถูกต่อมาเป็น Panasonicถัดมาเป็น Toshibaและ SharpLED Monitor ขนาดใหญ่รุ่นใหม่ล่าสุดจาก SamsungLED Monitor 3D รุ่นล่าสุดของ Samsung ที่มีทีวีจูนเนอร์ในตัวอีกด้วย พร้อมราคาเปิดที่ 29,990 บาทและปิดท้ายกับ Philips ครับมีอุปกรณ์ที่จะเปลี่ยน iPhone เป็นรีโมได้ด้วย ราคาอยู่ที่ 4,590 บาทครับ
โซนี่ไทยจัดแคมเปญ Like Creativity Love Sony ชวนคนรักกล้องร่วมประกวดภาพถ่ายสุดสร้างสรรค์ลุ้นรางวัลใหญ่
บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด ชวนบรรดาคนรักกล้อง และการถ่ายภาพร่วมแบ่งปันภาพสวย ๆ ไอเดียสุดสร้างสรรค์ ร่วมส่งภาพเข้าประกวดในแคมเปญ??Like Creativity Love Sony? ภายใต้ 3 หัวข้อหลักคือ ท่องเที่ยว แฟชั่น และอาหาร ลุ้นรางวัลใหญ่มูลค่ากว่า 1000 ดอลล่าร์สหรัฐ พร้อมผลิตภัณฑ์โซนี่ไม่ว่าจะเป็นกล้องไซเบอร์ช็อต กล้องอัลฟ่า โซนี่อิริคสัน และรางวัลสุดชิคอื่น ๆ อีกมากมาย อาทิ บัตรรับประทานอาหารเย็นที่ภัตคารสุดหรู บัตรกำนัลห้องพักระดับ เอ็กคลูซีฟ และบัตรกำนัลช็อปปิ้งแบรนด์แฟชั่นชั้นนำ โดยสามารถเข้าร่วมส่งภาพประกวดได้ทางเฟซบุ๊ค?www.sony.co.th/facebook ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง วันที่ 23 ตุลาคม ศกนี้พร้อมลุ้นโอกาสเข้าวิน เป็นผู้ชนะรางวัลสูงสุดในรอบ Grand Finale รับรางวัลใหญ่เป็นกล้องอัลฟ่า NEX และรับสิทธิ์เข้าร่วมงานปาร์ตี้สุดชิค Sony Year-End Party พร้อมเพื่อนคนพิเศษอีก 1 ท่าน ที่ประเทศสิงคโปร์ ผู้สนใจสามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่?www.sony.co.th หรือสอบถามที่ศูนย์ข้อมูลโซนี่ โทร. 0-2715-6100 
Review: AOC e943Fw – LED Monitor ขาวใส เพียวบาง ใช้งานสะดวก
By: Aumper_Jai | Date: 24 December 2010 | | 14 ความเห็น

สวัสดีครับ กลับมาพบกับการรีวิวมอนิเตอร์ AOC จาก LCDSpec.com อีกครั้งกันแล้วนะครับ จะว่าไปแล้วนั้น คาดว่าแต่ก่อนนั้นหลายๆ คน อาจจะไม่ค่อนคุ้นชื่อกับมอนิเตอร์ยี่ห้อ AOC นัก แต่ก็เชื่อได้เลยว่าปัจจุบันน่าจะเป็น Monitor ยี่ห้อหนึ่งที่ค่อยข้างได้รับความสนใจแล้ว จากราคาที่ไม่สูงมากแต่กลับไปประสิทธิภาพการทำงานที่เต็มเปี่ยม รวมถึงยังมีการรับประกันพาเนลถึง 5 ปี ทำให้เมื่อจะซื้อ Monitor ซักเครื่อง AOC จึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกเสมอ

AOC e493Fw 2

ซึ่งในวันนี้ LCDSpec.com เราได้มีโอกาสสัมผัสกับ LED Monitor รุ่นใหม่สีขาวใส จากทาง AOC กัน ในรุ่น e943Fw ?เป็นจอ Widescreen ที่มีขนาดหน้าจอ 18.5นิ้ว สัดส่วนยอดนิยม 16:9 ความละเอียดระดับ HD (1366 ?768 0พิกเซล) มีคอนทราสต์ที่ 50,000,000:1 DCR (เยอะจัด จะมากไปไหนเนี้ย) และอัตราความเร็วตอบสนองที่ 5ms หน้าจอเป็นแบบจอด้าน พร้อมความบางที่สมกับเป็น LED Monitor ที่ 12.9 มิลลิเมตร

AOC e493Fw 1

เริ่มจากกล่องที่บรรจุมอนิเตอร์มาเลยก็แล้วกันครับ ตัวกล่องมีการระบุชื่อรุ่นไว้อย่างชัดเจน พร้อมด้วยฟีเจอร์เด่นต่างๆ ที่มี จากภาพจะเห็นว่ากล่องจะไม่เหมือนกับยี่ห้ออื่นๆ แบบว่าเล่นสีสันตั้งแต่กล่องกันเลยทีเดียว

AOC e493Fw 3

มาดูที่อุปกรณ์ที่ให้มาในกล่อง ก็มีมาเป็นมาตรฐานอย่าง คู่มือ, CD, ผ้าเช็ดหน้าจอ, สายสัญญาณ VGA และสุดท้ายคือ อแดปเตอร์ไฟแบบภายนอก ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ตัวจอนั้นมีดีไซน์ที่บางมากสมกับที่เป็น LED Monitor จริงๆ แต่ก็มีข้อสังเกตอยู่อย่างคือ ไม่มีสายสัญญาณแบบ DVI ให้มาด้วย (ถ้าจะใช้ต้องไปหาซื้อให้ลำบากอีก – -a)

LED Monitor ?- AOC?e943Fw?นั้นมีขนาดหน้าจอ 18.5นิ้ว จากสเปกจะเห็นว่าไม่ค่อยมีอะไรน่าตื่นเต้น แต่ด้วยราคาระดับนี้ได้จอ LED ก็ถือว่าคุ้มค่า ซึ่งทำให้จอรุ่นนี้มีค่าคอนทราสต์ที่สูงถึง 50,000,000:1 ในแบบ DCR (ค่าคอนทราสต์สูงสุดที่ทำได้) อีกทั้งมีการใช้พลังงานที่ต่ำกว่า LCD Monitor รวมถึงมีพอร์ตเชื่อมต่อทั้งแบบดิจิตอลและอนาล็อก ทำให้รองรับในหลายๆ รูปแบบการใช้งาน ถือว่าให้มามากกว่ายี่ห้ออื่นๆ ในระดับราคาเดียวกัน โดยค่าตัวก็ถูกมากมายคือ 3,090 บาท

AOC e493Fw 26

การดีไซน์ออกแบบเป็นเรียบง่าย หรูหรา โดยใช้สีทูโทนอย่างสีขาวและสีดำมาตัดกัน วัสดุที่ใช้จะเป็นพลาสติกแบบ glossy ทั้งหมด จากการสัมผัสก็ถือว่ามีความแข็งแรงใช้ได้ในระดับหนึ่ง

AOC e493Fw 20

มองอีกมุมก็สวย ไม่ใช่น้อย ไม่น่าเชื่อว่าราคาเพียง 3,090 บาท เท่านั้นเอง

AOC e493Fw 21

ขอบด้านบนขวา เป็นการระบุชื่อรุ่นโดยตัวอักษรเป็นสีดำเทา

AOC e493Fw 24

ขอบล่างของกลางจอมีโลโก้ ?AOC สีเงิน ส่วนฐานลักษณะทรงกลมสีขาว พร้อมมีแผงควบคุมแบบสัมผัส ที่มองจากในภาพนี้อาจมองไม่เห็น LCDSpec.com แนะนำให้ดูคลิปด้านล่าง ที่จะแสดงการใช้งานของแผงควบคุมนี้ดูนะครับ

ปุ่มตรงกลางจะเป็นสวิตซ์เปิด-ปิด ถ้าเป็นสีแดงคือเสียบไฟเอาไว้แต่ ไม่มีสัญญาณเข้า ส่วนถ้าเป็นสีม่วงจะเป็นการเปิดเครื่องที่มีสัญญาณเข้ามา ส่วนปุ่มอื่นๆ จะเป็นการควบคุม ประเภทการแสดงภาพแบบสำเร็จรูป, Wide Mode, Menu เป็นต้น

AOC e493Fw 25

มาชมด้านล่างของจอ เราก็จะพบกับความขาวเนียน ในรูปแบบโล่งๆ เรียบๆ โดยพอร์ตเชื่อมต่อทั้งหมดจะไปไว้ที่ฐาน

AOC e493Fw 18

มองจากด้านหลังอีกหนึ่งมุม

AOC e493Fw 13

จะเห็นว่าด้านหลังจะเป็นสีขาว ด้านหน้าจะเป็นสีดำ โดยแยกกันอย่างชัดเจน

AOC e493Fw 12

กลางจอด้านหลังจะเป็นโลโก้ AOC สีเทา

AOC e493Fw 17

มาดูที่ความบางด้านข้างจอ ที่จะเห็นได้ว่ามีความบางเฉียบจริงๆ

AOC e493Fw 14

แต่เมื่อเอามาเทียบกับ iPhone4 ก็ยังมีความหนากว่าอยู่ดี (ก็แหงล่ะครับ)

AOC e493Fw 11

ที่พิเศษอีกอย่างของจอรุ่นนี้ก็คือ สามารถพับจอเพื่อที่จะติดตั้งกับผนังได้ทันที นับได้ว่ามีความสะดวกอยู่ไม่น้อย

AOC e493Fw 8

ซึ่งในการที่เราจะพับจอนั้น เราจะต้องเลื่อนตัวล๊อกไปอีกทางเสียก่อน จากนั้นจึงพับลง

AOC e493Fw 1

เมื่อพับลงแล้วจะมีลักษณะหน้าตาแบบนี้ พร้อมติดตั้งได้ทันที

AOC e493Fw 10

สำหรับการเชื่อมต่ออย่างที่ทราบกันตามสเปกคือ มีทั้งพอร์ตอนาล๊อกและดิจิตอลอย่าง D-Sub, DVI ที่จะทำให้เราเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ได้อย่างมีตัวเลือก (ยี่ห้ออื่นๆ ในราคาระดับนี้ มีแต่ D-Sub มาให้) ส่วนรูทางขวาสุด เป็นช่องเสียบอแดปเตอร์จ่ายพลังงานครับ

«»

เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ

 
 
Tag: 3D 1080p Acer ASUS benq Blu-ray Blu-ray player Bravia ces CES 2011 commart DLNA DVI full hd Full HD 1080P hd HDMI HDTV iphone IPS lcd LCD monitor lcd tv LED LED Backlit LED Monitor LED TV LG monitor OLED OLED TV Panasonic Philips Plasma Plasma TV PS3 Samsung sharp Smart TV Sony Toshiba tv USB VGA wifi
COPYRIGHT@2010 LCDSPEC.COM ALL RIGHTS RESERVED.