Buver's Guide Review HD Contents HD Accessories HD Event Promotions
พาชมจอ LCD และ LED ในงาน Commart Comtech 2010
เริ่มกันที่บูธของ Samsung กันก่อนเลย ขนมาให้ดูกันชุดใหญ่เลยตัวแรกนี้เป็นรุ่น 2233RZ ครับ เป็นจอแบบ 3D ขนาด 22 นิ้ว แบบ 16:10 ต่อมานี่เป็นจอเกรดมืออาชีพครับ XL20 ราคาเอาเรื่องเลย ใครรู้ตัวว่าไม่ใช่มืออาชีพ ปล่อยมันผ่านๆไปครับBX2035 ครับ LED 20 นิ้ว ราคาไม่เกินเอื้อมPX2370HD ตัวนี้ดูทีวีได้ด้วยครับ ราคาก็ไม่แพงเกินไปP2770H ครับ 27 นิ้ว! ใหญ่เต็มอารมณ์ ใครชอบบ่นๆว่า 24 นิ้วไม่พอใช้ล่ะก็ ถอยไอนี่ไปได้เลย ราคาก็ตามความใหญ่ครับ หุหุตัวนี้คุณภาพคับแก้วแน่นอน PX2370 แถมยังบาง 16.5 mm. ด้วยที่เห็นด้านบนนี้คือ MD230x3 เป็นจอที่มี 3 จอเรียงติดกันมาเลยในชุดครับ สำหรับใครที่ wide ที่มีอยู่ยังรู้สึกว่ามันยัง wide ไม่พอ ต้องมาถอยไอนี่ไปใช้เลย ราคาก็ 55,000 เท่านั้นเอง และถ้าเห็นตัวนี้แล้วยังรู้สึกไม่เต็มตาพออีกล่ะก็ถอยตัวล่างเลยแล้วกันราคาที่เห็นในป้ายเล็กใต้จอคือ 99,500LED รุ่นล่าสุดจาก LG เลยครับ ดีไซน์ขาตั้งแบบใหม่ไม่เหมือนใครacer ก็มาพร้อมเพรียงตัวนี้เป็นจอสัมผัสจาก acer ราคาไม่เบาทีเดียว แต่มีโปร cash back 4,000 หรือ รับ external hdd แทนได้ด้วย โอ้ว แจ่มจริงใครที่ยังชอบจอแบบ 4:3 สี่เหลี่ยมๆแบบเก่า acer ก็ยังพอมีครับBenQ ก็มีตัวเล็กๆ ราคาเบาๆ มานำเสนอตัวตรงกลางนี่ถูกที่สุด แต่ก็เล็กสุดเช่นกัน 15.6 นิ้ว
Review: Sanyo VIZON LCE-24C100F – LED TV 24″ ความระเอียดระดับ Full HD ราคาชิลๆ
ในวันนี้ทาง LCDSpec.com ได้มีโอกาสสัมผัสกับ LED TV ของทาง Sanyo ในซีรี่ย์ VIZON รุ่น?LCE-24C100F ซึ่งเป็น LED TV ขนาดหน้าจอ 24 นิ้ว รุ่นใหม่ล่าสุดจากทาง Sanyo?ที่อัดแน่นด้วยจุดภาพมากกว่า 2 ล้านจุด (1920?1080 พิกเซล) ที่สำคัญยังมาพร้อมด้วยความสามารถที่จะนำ LED TV รุ่นนี้มาเปลี่ยนเป็น LED Monitor เพื่อใช้กับคอมพิวเตอร์ได้อีกด้วย ซึ่งนั่นก็เลยทำให้หลายๆ ท่าน ได้มีทีวีและมอนิเตอร์คุณภาพระดับ Full HD ในราคาไม่ถึงหมื่นได้อย่างไม่ต้องคิดมากกันเลย โดยราคานั้นอยู่ที่ 8,490 บาทเท่านั้นเอง ซึ่งถ้าหากว่าใครช่วงนี้คิดว่ากำลังจะถอยทีวีใหม่ มาไว้ในห้องที่ไม่ใหญ่มาก ก็ไม่น่าพลาดที่จะชมรีวิวของ?Sanyo?LCE-24C100F ที่เป็น LED TV ? ซึ่งถูกออกแบบให้ประหยัดพลังงาน (Eco Mode) ถึง 50 % เมื่อเทียบกับโทรทัศน์ CRT ขนาด 29 นิ้วทั่วไปในตลาดLED TV จาก Sanyo?LCE-24C100F มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 24 นิ้ว กับความละเอียดระดับ Full HD (1920 x 1080 พิกเซล) อีกทั้งยังมีคอนทราสต์หรืออัตราความคมชัดที่สูงถึง 2,500,000 : 1 เลยที่เดียว ส่งผลให้เมื่อเรานำไปใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการชมภาพยนตร์ หรือใช้งานอื่นๆ ก็เต็มอรรถรส นอกเหนือจากนั้นความสว่างของจอภาพยังสูงถึง 300 CD/M2 และอัตราความเร็วในการตอบสนองภาพอยู่ที่ 6.5 ms อีกทั้งยังมีการเชื่อมต่อที่ครบครันทั้ง HDMI / Component / AV/ D-Sub ทำให้รองรับในหลากหลายอุปกรณ์การเชื่อมต่อสำหรับระบบเสียงเป็นระบบสเตริโอ พร้อมด้วยการประหยัดพลังงานที่ทำให้ LED TV ตัวนี้กินไฟต่ำอีกด้วยครับทางการออกแบบของ Sanyo?LCE-24C100F อาจจะไม่ดูหวือหวามากนักวัสดุหลักเป็นพลาสติก โดยตัวเครื่องจะเป็นกรอบดำ Glossy มัมวาวทั้งตัว ที่ดูๆ แล้วก็เรียบหรูไปอีกแบบฐานจอมีลักษณะเป็นสีเหลี่ยมโค้งมนสีดำเข้ากับจอดีครับ ขนาดใหญ่พอที่จะวางจอได้อย่างมั้นคงดีทีเดียวเลยตรงกลางขอบจอด้านล่างจะมีโลโก้ Sanyo อยู่ โดยถัดลงมาหน่อยจะเป็นไฟสถานะของเครื่อง รวมไปถึงช่องรัยสัญญาณรีโมทและเซ็นเซอร์ตรวงจับแสงอีกด้วยบริเวณขอบจอได้ออกแบบไว้อย่างโค้งมนสวยงามไม่น้อยเลยทีเดียวนอกเหนือจากนั้น เครื่องเราได้มาทดสอบยังมีสติ๊กเกอร์ ที่บอกถึงคุณสมบัติต่างๆ ที่มีมาใน?Sanyo?LCE-24C100F อีกด้วยมาดูที่ด้านข้างของตัวจอ เพื่อมาดูความบางกันดีกว่า ที่จะเห็นกันได้ว่ามีความบางพอสมควรเลยทีเดียว สมกับเป็น LED TV จริงๆเผื่อใครนึกไม่ออก เราเลยนำ iPhone 4 มาถือเทียบกันให้ดูครับนอกเหนือจากนี้ด้านข้างของตัวเครื่องยังมีปุ่มควบคุมเมนูต่างๆ อาทิ ปุ่มเปิด – ปิด / Menu / Input / OK / ปรับระดับเสียง / เปลื่ยนช่องมาชมกันในส่วนของด้านหลังจอกันบ้าง ที่เราจะเห็นได้ว่าเป็นการออกแบบดีไซน์ที่เรียบๆ โดยเป็นพลาสติกสีดำด้านด้านบนของด้านหลังจะเป็นช่องระบายความร้อนของจอ ซึ่งทำมห้เราได้เห็นถึงงานประกอบที่เรียบร้อยอีกด้วยตรงกลางจอด้านหลังจะมีรายละเอียดต่างๆ ของ?Sanyo?LCE-24C100F แจ้งเอาไว้ถัดมาเป็นส่วนของฐานจอที่ยึดกับจอด้วยน็อตจำนวน 2 ตัว ที่ทำให้เราทราบได้ว่า LED TV รุ่นนี้ ไม่สามารถหมุนซ้าย – ขวาได้ คือถ้าจะหมุน ต้องหมุนทั้งตัวเครื่องเลยบริเวณด้านขวาหลังนั้นจะเป็นช่องต่อสัญญาณต่างๆ โดยมีรูปแบบที่ฝังไปกับหลังจอแบบตั้งฉากทำให้การต่อสายทำได้ง่ายไม่ต้องก้มหาว่าช่องไหนจะต่ออะไร แต่อาจจะไม่สะดวกถ้าจอวางชิดผนัง หรือแขวนผนังตัวรีโมทถือได้กระชับมือดีครับ ไม่ใหญ่ไม่เล็กเกินไป ปุ่มใช้งานแยกเป็นหมวดอย่างชัดเจน มีมาให้อย่างครบครันแบตเตอรีที่ใช้เป็นขนาด AA จำนวน 2 ก้อนด้วยกันครับ
อ่านสเป็ก Monitor, HDTVหน้า ให้รู้จริง ง่ายๆ ภายใน 5 นาที กับ LCDSPEC.COM
คำกล่าวที่ว่า ?ควรเลือกจอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่งบประมาณจะหาซื้อได้? อาจใช้ไม่ได้กับทุกสถานการณ์เสมอไป หากคุณกำลังมองหา Monitor หรือ TV ที่ถูกใจ และตรงตามความต้องการสักเครื่อง ทางทีมงาน LCDSPEC.COM จึงมีเทคนิคง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณเลือกซื้อ HDTV, Monitor ที่ถูกใจได้ด้วยหลักการพิจารณาสเป็กสั้นๆ ซึ่งเราจะมาดูที่ Monitor กันก่อนนะครับอ่านสเป็ก LCD Monitor, LED Monitor ให้เป็นใน 9 ข้อ ขนาด: ขนาดหน้าจอของ Monitor คือความยาวของเส้นทแยงมุมของจอนั้นๆ มีหน่วยเป็นนิ้ว จอ LCD, LED ส่วนใหญ่ที่มีขายในตลาดจะมีขนาดตั้งแต่ 15 นิ้วไปจนถึง 30 นิ้ว และขนาดที่ได้รับความนิยมสูงสุดอยู่ในช่วง 19 ? 24 นิ้ว คุณควรเลือกขนาดที่เหมาะสมกับการใช้งาน ระยะการรับชม และพื้นที่ที่จะใช้วางจอ และพยายามเลือกจอที่มีฐานที่สามารถปรับระดับความสูงขึ้น/ลงได้ เพื่อความสะดวกในการจัดวาง และการปรับระดับความสูงของจอให้พอดีกับระดับความสูงของที่นั่งสัดส่วน (Aspect Ratio): สัดส่วนของ Monitor ในปัจจุบันมีให้เลือกทั้งแบบ 4:3, 5:4, 16:10 และ 16:9 คุณควรเลือกสัดส่วนจอโดยคำนึงถึงประเภทของงาน และ content ที่จะแสดงบนจอเป็นหลัก ปัจจุบันนี้จอ LCD สัดส่วนแบบ 16:9 กำลังเป็นที่นิยม เพราะมีสัดส่วนเดียวกับภาพยนตร์จอกว้าง ทำให้สามารถแสดงภาพยนตร์จอกว้างได้โดยไร้ขอบดำด้านบน-ล่าง ของจอ แต่ถ้าคุณคำนึงถึงพื้นที่ใช้สอยเป็นหลัก อาจพิจารณาจอแบบ 16:10 เพราะพื้นที่ในแนวตั้งที่มากขึ้นจะช่วยลดภาระในการลากเม้าส์เพื่ออ่านเอกสาร/เว็บเพจยาวๆ ได้ความละเอียด (Native Resolution): ความละเอียดที่ Monitor สามารถแสดงได้ มีหน่วยเป็นพิกเซล ซึ่งมีให้เลือกหลาย resolution ด้วยกัน เช่น 1,400 x 900, 1,600 x 900, 1,680 x 1,950, 1,920 x 1,080, 1,920 x 1,200 เป็นต้น สำหรับ resolution ที่ได้รับความนิยมกับจอ 21.5″-23″ แบบ 16:9 ได้แก่ขนาด 1,600 x 900 หรือ 1,920 x 1,080 (Full HD) จอ LED, LCD Monitor จะทำงานได้ดีที่สุดต่อเมื่อ คุณป้อนสัญญาณที่มีความละเอียดตรงกับ native resolution ของมันเท่านั้น ดังนั้นหากคุณต้องการเลือกจอไปใช้สำหรับการเล่นเกม ควรเลือกจอที่มี resolution ที่สัมพันธ์กับขีดความสามารถของการ์ดจอของคุณด้วยContrast Ratio: คืออัตราส่วนของสีขาวที่สว่างที่สุด กับสีดำที่มืดที่สุด ตัวเลขที่สูงกว่าแสดงถึงความสามารถในการไล่ความสว่างของเฉดสีต่างๆ ได้หลายระดับมากขึ้น ทำให้มองเห็นรายละเอียดต่างๆ ในภาพชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะรายละเอียดต่างๆ ของภาพในหนัง/เกมในฉากมืดๆ ปัจจุบัน Native contrast ratio ของ LED, LCD monitor อยู่ที่ประมาณ 600:1 ถึง 1,000:1 (ทางผู้ผลิตจะไม่นิยมบอกกัน)Dynamic Contrast Ratio: เนื่องจากหลอด backlight (หลอดไฟที่ช่วยทำให้เม็ดสีของจอ LED, LCD เรืองแสง) ของ LED, LCD monitor ในปัจจุบันสามารถปรับระดับความสว่างตามลักษณะของ content ที่แสดงอยู่บนจอ ณ ขณะนั้นได้ ทั้งนี้เพื่อให้นำมาซึ่ง Contrast Ratio ที่สูงขึ้น พูดง่ายๆ คือ Dynamic Contrast Ratio เป็น Contrast Ratio สูงสุดที่จอสามารถทำได้ โดยตั้งอยู่บนสมมติฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง ผู้ผลิตส่วนใหญ่ในปัจจุบันจึงมักทำตลาดจอของตนด้วยตัวเลข Dynamic Contrast Ratio แทนการใช้ Native Contrast Ratio ซึ่งปัจจุบันมีตั้งแต่ 10,000:1 ไปจนถึง 5,000,000:1, 12,000,000:1 เลยก็มีResponse Time: เป็นระยะเวลาที่เม็ดสีบนจอ LCD ใช้ในการเปลี่ยนสถานะจากสีหนึ่งไปยังอีกสีหนึ่ง ฉะนั้นยิ่งตัวเลข response time น้อย ยิ่งหมายถึงการแสดงภาพเคลื่อนไหวที่เป็นธรรมชาติ ไร้เงา (ghosting) มากขึ้นBrightness: ความสว่างของจอ LED, LCD ในปัจจุบันจะอยู่ที่ 250 ? 500 cd/m2 (candela per square meter ? แรงเทียนต่อตารางเมตร) หากคุณต้องการนำจอไปวางไว้ในห้องที่สว่างมากๆ อาจต้องพิจารณาจอที่มีความสว่างมากขึ้น หรืออาจเลือกจอที่สว่างมากๆ เอาไว้ก่อน แล้วค่อยปรับให้สว่างน้อยลงตามสภาพแสงในห้องของคุณก็ได้View Angle: มุมมองการรับชมของจอในแนวตั้งและแนวนอน ปัจจุบันจอส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 170/170 หรือมากกว่า (170 องศาในแนวตั้ง และ 170 องศาในแนวนอน) ซึ่งตัวเลขนี้เป็นตัวบอกจุดทำมุมสูงสุดที่คุณสามารถรับชมภาพจากจอได้โดยที่สีและความสว่างไม่เพี้ยน (เช่นมองจากด้านข้างทำมุมสูงสุดได้ 170 องศาโดยที่สีและความสว่างไม่เพี้ยน เป็นต้น) เนื่องจากLCD monitor ถูกออกแบบมาให้ใช้กับคอมพิวเตอร์ (ซึ่งต้องมองตรงๆ) เป็นหลัก คุณจึงไม่ควรกังวลกับตัวเลขนี้มากเกินไปนักConnectivity Interface: Monitor ในปัจจุบันส่วนใหญ่จะมาพร้อมกับพอร์ท VGA (หรือ D-Sub) และพอร์ท DVI ซึ่งพอร์ท DVI นั้นจะให้ภาพที่มีคุณภาพดีกว่า เนื่องจากเป็นการเชื่อมต่อแบบดิจิตอล ส่วน VGA เป็นพอร์ทอนาล็อกแบบเก่าซึ่งใช้กันอย่างกว้างขวางทั้งใน PC/Notebook คุณจึงควรเลือก Monitor ที่มีพอร์ททั้งสองประเภท เพื่อความยืดหยุ่นในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ หรืออาจเลือกจอที่มีพอร์ท HDMI ไปเลยก็ได้ หากคุณต้องการนำไปเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีพอร์ท HDMI อย่าง Playstation 3Special Feature: คุณสมบัติอื่นๆ ในปัจจุบันนี้ก็ทางผู้ผลิตก็ต่างใส่เข้ามาใน Monitor เพื่อทำการแข่งขันกันอย่าง USB Hub, Webcam, Touch Screen, TV Tuner, 3D เป็นต้น ซึ่งส่วนนี้ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่อำนวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของเราได้ ขอแนะนำว่า ควรเลือกในสิ่งที่เราต้องการใช้งานจริงๆ เพราะคุณสมบัติเหล่ามันทำให้ราคาของ Monitor เอง มีราคาที่สูงขึ้นตามไปด้วย<<< ในหน้าถัดไปทีมงาน LCDSPEC.COM จะมาว่ากันด้วยการอ่านสเปกของ HDTV ล้วนๆ ครับ >>>
Mobile High Definition Link ผู้ช่วยส่งหนัง HD จากมือถือสู่ LCD TV ตัวโปรด !!!
ปัจจุบันโทรศัพท์มือถือที่มีพอร์ต HDMI ก็มีออกมามากมายหลากหลายรุ่นพอสมควร แต่ถ้าจะรับชมภาพยนตร์จากโทรศัพท์ของเราโดยให้ภาพไปออกทางทีวีผ่านการเชื่อมต่อของ HDMI ละก็ จะต้องใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ของตัวโทรศัพท์เอง ทำให้ต้องแก้ปัญหาด้วยการเสียบชาร์จไปดูไป แถมบางครั้งถ้าเราอยากจะ pause หรือควบคุมการเล่นไฟล์ เราก็ต้องเดินไปที่โทรศัพท์ของเราเพื่อจัดการมันซะ ทำให้ไม่สะดวกกับการรับชมเป็นอย่างยิ่ง จึงได้มีการพูดถึงมาตรฐานแบบใหม่ขึ้นมา นั่นคือ?Mobile High-Definition Link (MHL) ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกกับผู้ใช้งานได้ดีเลยครับการเชื่อมต่อของ MHL ก็ยังคงเป็น HDMI อยู่ โดยรองรับไฟล์วิดีโอได้ถึงขนาด 1080p ระบบเสียง 7.1 รอบทิศทางเหมือนปกติ แต่ส่วนที่เป็นจุดเด่นก็คือ ในการเล่นไฟล์นั้น โทรศัพท์จะใช้พลังงานจากทีวีมาแทนที่จะใช้แบตในตัวเครื่อง ทำให้ไม่ต้องเสียบสายพะรุงพะรังอีกแล้วนั่นเอง ใช้แค่สาย HDMI เส้นเดียวจบส่วนอีกข้อก็คือเราจะสามารถใช้รีโมทของทีวีที่รองรับ MHL ในการควบคุมการเล่นไฟล์ของโทรศัพท์ได้ด้วย คราวนี้ก็จะได้นอนดูหนังได้อย่างสบายใจแล้วละครับในขณะนี้ก็มีบริษัทรายใหญ่หลายรายให้การสนับสนุนในการค้นคว้าวิจัยอยู่หลายบริษัทเลย ไม่ว่าจะเป้น Nokia, Samsung, Toshiba และ Sony ซึ่งเมื่อพิจารณาไปแล้ว ดูมีโอกาสแจ้งเกิดที่ดีเลยละครับสำหรับ MHL นี้ที่มา : Pocketnow 
Sony เปิดตัวทีวี Bravia รุ่นใหม่ล่าสุด!!! ทุกรุ่น ทุกซีรี่ย์ ในปี 2011 โดยมี Internet TV เป็นตัวชูโรง
Sony สร้างสรรค์นิยามใหม่ของความบันเทิง เผยโฉมบราเวีย อินเตอร์เน็ต ทีวี พร้อมผลิตภัณฑ์ 3D ครบไลน์ จับมือพันธมิตรนำเสนอประสบการณ์ความบันเทิงอินเตอร์เน็ตทีวีไม่ซ้ำใคร??ตอกย้ำความเป็นผู้นำตัวจริงด้วยโซลูชั่นเพื่อความบันเทิงภายในบ้านครบครันบริษัท โซนี่ ไทย จำกัด ผู้นำนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า และการสร้างสรรค์ ไลฟ์สไตล์เพื่อผู้บริโภค วันนี้ แถลงวิสัยทัศน์ ทิศทางธุรกิจ และกลยุทธ์การตลาดประจำปี 2554 ผลักดันแนวความคิด?Sony Redefines Entertainment สร้างสรรค์นิยามใหม่ของความบันเทิงที่ครบครันในทุกโซลูชั่นส์ ผ่านเสาหลักกลยุทธ์ 4 ประการ ประกอบด้วย มุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ (Product Redefined), สรรสร้างเนื้อหา (Content Redefined), รังสรรค์บริการเหนือระดับ (Customer-Focus Redefined) บูรณาการระบบบริหารจัดการค้าปลีก (Retail Marketing Redefined) เผยโฉมกองทัพผลิตภัณฑ์ล่าสุดเป็นครั้งแรกมากมาย นำโดย บราเวีย อินเตอร์เน็ต ทีวี จำนวนกว่า 20 รุ่นพร้อมเติมเต็มประสบการณ์บันเทิง 3 มิติในบ้านครบวงจรด้วยผลิตภัณฑ์ 3D ครบครัน ตั้งแต่กล้องแฮนดีแคม กล้องไซเบอร์ช็อต บล็อกกี้ โน้ตบุ๊คไวโอ้ ชุดโฮมเธียเตอร์ 3D และ PS3 เป็นต้น ให้ผู้บริโภคสนุกสนานไปกับการสร้างสรรค์คอนเทนท์ ไปจนถึงการรับชมความบันเทิง 3 มิติได้อย่างเต็มอิ่ม พร้อมร่วมผนึกกำลังกับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อนำเสนอความหลากหลายของสาระบันเทิงสำหรับทีวีอินเตอร์เน็ต ตั้งเป้าเติบโต 10 เปอร์เซ็นต์ มั่นใจเป็นผู้นำตลาดเอวีไอทีที่สามารถนำเสนอโซลูชั่นส์ความบันเทิงได้อย่างครบครันที่สุดมร. โทรุ ชิมิซึ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด กล่าวว่า ?ในปีที่ผ่านมา สภาพตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าโดยรวมได้รับผลกระทบจากทั้งปัจจัยเชิงบวก และเชิงลบ อย่างไรก็ตามธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้ายังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี โดยเฉพาะตลาดทีวี และตลาดกล้องดีเอสแอลอาร์ที่ความต้องการยังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ และด้วยการวางกลุยุทธ์การตลาดอย่างต่อเนื่อง พร้อมด้วยผลิตภัณฑ์ที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย ส่งผลให้ธุรกิจทีวีบราเวียของโซนี่โตขึ้นถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ธุรกิจกล้องดีเอสแอลอาร์ของโซนี่ก็เติบโตขึ้นกว่า 140 เปอร์เซ็นต์ในปี 2554 นี้ โซนี่จะยังคงเดินหน้าสร้างความเข้มแข็งด้วยกลยุทธ์ที่เข้มข้นขึ้นต่อยอดจากในปีที่แล้ว ภายใต้ชื่อ ?Sony Redefines Entertainment? นับเป็นการสร้างสรรค์ประสบการณ์ความบันเทิงแบบครบวงจร ตั้งแต่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ (Product Redefined) ซึ่งในปีนี้โซนี่จะมีผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม 3D Solutions ที่ครบครันตั้งแต่ทีวี กล้อง เกมส์ ไปจนถึงโน้ตบุ๊คไวโอ้ รวมทั้งอินเตอร์เน็ตทีวี การนำเสนอเนื้อหาที่หลากหลาย (Content Redefined) เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆให้แก่ผู้บริโภค อาทิ การร่วมมือกับพันธมิตรผู้ผลิตคอนเทนท์บนอินเตอร์เน็ตทีวี รวมถึงสนุกเพลิดเพลินไปกับการสร้างสรรค์คอนเทนท์ 3D เพื่อรับชม และแบ่งปันความประทับใจได้อย่างง่ายดาย ขณะเดียวกันโซนี่ก็ยังให้ความสำคัญกับการสรรหาสิทธิประโยชน์ และบริการคุณภาพให้แก่ลูกค้าเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุด (Customer Focus Redefined) รวมทั้ง การพัฒนาระบบบริหารจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดจำหน่าย (Retail Marketing Redefined) มุ่งให้ประโยชน์สูงสุดแก่ทั้งผู้แทนจำหน่าย และลูกค้าผู้สนับสนุนสินค้าโซนี่อีกด้วย ซึ่งภายใต้กลยุทธ์หลักดังกล่าว คาดว่าจะช่วยรักษาความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า ผู้บริโภค รวมถึงการเสริมสร้างความเข้มแข็ง และขับเคลื่อนธุรกิจโซนี่ให้เดิบโตขึ้นอีก 10 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2554 นี้?มร. ฮิโรชิ ซากาโมโตะ ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส กลุ่มธุรกิจโทรทัศน์ บริษัท โซนี่ คอร์เปอเรชั่น กล่าวว่า ?แนวโน้มการเติบโตของตลาดแอลซีดีทีวียังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงแถบแพนเอเซียซึ่งนับเป็นตลาดที่มีความสำคัญของโซนี่ด้วยศักยภาพในการเติบโตที่สูงมาก ในปี 2554 นี้ โซนี่ได้บัญญัตินิยามใหม่สำหรับทีวีภายใต้ชื่อ ?Sony Internet TV ? Television Redefined? เพื่อแสดงให้เห็นถึงการสร้างสรรค์รูปแบบของประสบการณ์บันเทิงใหม่ให้แก่การรับชมทีวีด้วยเนื้อหาสาระที่หลากหลายบนอินเตอร์เน็ตตลอด 24 ชั่วโมง โดยโซนี่ได้ร่วมมือกับผู้ให้บริการด้านคอนเทนท์มากกว่า 100 รายทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทยในการให้บริการเนื้อหาบน บราเวีย อินเตอร์เน็ตทีวี โดยในปัจจุบันจำนวนผู้ชมทั่วโลกที่รับชมเนื้อหาบนโซนี่ อินเตอร์เน็ต ทีวีมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น เรื่อย ๆ เช่นในออสเตรเลีย และอินเดีย เป็นต้น และคาดว่าในประเทศไทยก็กำลังเข้าสู่แนวโน้มเดียวกัน โดยในปีนี้จำนวนของบราเวียอินเตอร์เน็ตทีวีที่จะเปิดตัวในปีนี้จะมีสัดส่วนมากถึง 83 เปอร์เซ็นต์ กล่าวได้ว่าในปีนี้ อินเตอร์เน็ตทีวี เทคโนโลยี 3D ผนวกกับคุณภาพและดีไซน์ จะเป็นกลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจทีวีของโซนี่ ผมเชื่อว่าผู้บริโภคจะให้การตอบรับ และมีความสุขไปกับประสบการณ์บันเทิงใหม่ ๆ ที่โซนี่ได้คิดค้นพัฒนาเพื่อประโยชน์สูงสุดสำหรับลูกค้า และผู้บริโภคอย่างมุ่งมั่นมาโดยตลอด?ในปี 2554 โซนี่พร้อมเดินหน้าผลักดันยุทธศาสตร์ทางธุรกิจหลัก 4 ประการ เพื่อรักษาความเป็นผู้นำ และรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต ซึ่งประกอบไปด้วย1. Product Redefined ? ปฏิวัติ ?นวัตกรรมใหม่? เพื่อผู้บริโภคทั้งในส่วนของ Total 3D Solutions ที่โซนี่เป็นบริษัทเอวีไอทีเพียงรายเดียวที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ 3D แบบครบครัน ทั้ง 3D BRAVIA, 3D Blu-ray, 3D Home Entertainment, 3D Cyber-shot, 3D Handycam, 3D VAIO, 3D Bloggie, และ 3D PS3 เป็นต้น นอกจากนี้ ในส่วนของผลิตภัณฑ์ทีวี โซนี่ยังได้เปิดตัวอินเตอร์เน็ตทีวี ภายใต้คอนเซ็ปท์ TV Redefined อันเป็นปฐมบทใหม่แห่งความบันเทิงสมจริง2. Content Redefined ? นำเสนอคอนเทนท์พิเศษสำหรับอินเตอร์เน็ตทีวีชู ?ไอเดียสร้างสรรค์? ที่มีสาระบันเทิงหลากหลายสำหรับทีวีบราเวีย อินเตอร์เน็ตทีวีโดยเฉพาะ ซึ่งรวมถึงคอนเทนท์ที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยพันธมิตรผู้ผลิตเนื้อหา ทั้งโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง7, เครือเนชั่น, ผู้ผลิตเว็บไซต์ในเครือ M Thai และรายอื่น ๆ อีกมากที่จะทยอยร่วมให้บริการ นอกจากนี้ยังรวมไปถึงเทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อการสร้างสรรค์คอนเทนท์ด้วยตนเอง จากพอร์ทโฟลิโอผลิตภัณฑ์ 3D ที่สามารถผลิต รับชม และแบ่งปันผลงานแบบ 3 มิติได้อย่างง่ายดาย ทุกที่ ทุกเวลา3. Customer Focus Redefined ? พัฒนาสิทธิประโยชน์และการบริการในด้าน CRM อย่างเต็มรูปแบบเพื่อ ?ลูกค้าคนพิเศษ? จากความสำเร็จในปีที่ผ่านมาจากการเปิดตัวแคมเปญ My Sony ซึ่งมีฐานลูกค้าใหญ่ที่สุดในประเทศด้วยสมาชิกกว่า 1 ล้านราย โดยโซนี่เป็นบริษัทด้านเอวีไอทีเพียงรายเดียวที่มีการดำเนินการเชิงรุกในด้านการบริหารความสัมพันธ์ของลูกค้าอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ในปี 2554 จะมีการเฟ้นหาบริการ และกิจกรรมอีกหลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าโซนี่ได้อย่างตรงจุด รวมทั้งการนำเสนอโปรแกรม Cash Back เพิ่มสิทธิประโยชน์ ให้แก่สมาชิก My Sony ซึ่งสามารถได้รับส่วนลดโดยไม่จำเป็นต้องซื้อสินค้าผ่านบัตรเครดิต4. Retail Marketing Redefined ? มุ่งมั่นอย่างไม่หยุดยั้งในการพัฒนาระบบการจัดจำหน่ายเพื่อเสริมประสิทธิภาพ และประสิทธิผลให้แก่ทั้งผู้แทนจำหน่าย รวมทั้งลูกค้า อาทิ การพัฒนาระบบ E-Dealers เป็นระบบบริหารควบคุมระบบคลังสินค้าผ่านระบบออนไลน์ ช่วยให้การสั่งซื้อ และจัดส่งสินค้าตรงกับความต้องการของผู้บริโภค และตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และแม่นยำ ลดขั้นตอนที่ยุ่งยาก ช่วยสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าและในการเปิดตัวบราเวีย อินเตอร์เน็ต ทีวี ในครั้งนี้ โซนี่ยังได้ประกาศความร่วมมือกับ 3 พันธมิตร ผู้ผลิตคอนเทนท์ ทีวีออนไลน์รายใหญ่ในประเทศไทย เพื่อนำเสนอเนื้อหาที่มีความหลากหลายทั้งสาระ และบันเทิง สำหรับลูกค้าผู้ซื้อ บราเวีย อินเตอร์เน็ต ทีวี โดยเฉพาะ ได้แก่ บริษัท บีบีทีวี นิว มีเดีย จำกัด (เครือโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7) ผู้ให้สาระด้านข่าวสาร และบันเทิง วาไรตี้ต่าง ๆ, บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการเนื้อหาด้านข่าวสารธุรกิจ สาระบันเทิง เทคโนโลยีอัพเดท และบริษัท โมโน เทคโนโลยี จำกัด ผู้จัดทำเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง M-Thai, Gossip Star ก็พร้อมให้บริการเนื้อหาบันเทิง ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้สำหรับสุภาพสตรี รวมทั้งคลิปวิดีโอต่าง ๆ เป็นต้น นับเป็นการให้ความมั่นใจกับผู้บริโภคว่าจะได้รับสารพันบันเทิงหลากรูปแบบ นอกเหนือไปจากการชมรายการทีวีทั่วไปอย่างคุ้มค่า ขณะเดียวกันก็ยังเพลิดเพลินไปกับการท่องเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมอย่าง YouTube, Facebook, Golf Digest และอื่น ๆ อีกมากมาย ทั้งนี้ โซนี่ยังพร้อมเดินหน้าจับมือกับพันธมิตรผู้ผลิตคอนเทนท์ทีวีออนไลน์อื่น ๆ อีกมากมาย เพื่อเพิ่มขยายเนื้อหาสาระ และความบันเทิงให้แก่ผู้บริโภคอย่างจุใจยิ่งขึ้นภายในปีนี้ผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อเป็นการต่อยอดความสำเร็จของพอร์ทโฟลิโอผลิตภัณฑ์ 3 มิติ Sony 3D World บริษัทฯ ได้เดินหน้าจัดเตรียมผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายทั้งในด้านดีไซน์ และเทคโนโลยีที่แตกต่าง เพื่อสร้างสีสันให้แก่ตลาด เอวีไอทีของไทย และยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจให้แก่ผู้บริโภค โดยจะมีกองทัพผลิตภัณฑ์ใหม่ทยอยเปิดตัวอีกกว่า 50 รุ่น ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปทีวีบราเวีย แอลอีดี และแอลซีดี เปิดตัวพร้อมกัน 8 ซีรี่ส์ จำนวน 24 รุ่น ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ไฮไลต์ คือ บราเวีย อินเตอร์เน็ตทีวี จำนวนถึง 20 รุ่น มีขนาดให้เลือกตั้งแต่ 22 นิ้ว จนถึง 65 นิ้ว โดยในกลุ่มนี้ยังรวมถึงรุ่นที่รองรับสัญญาณ 3D จำนวนถึง 11 รุ่นด้วยกันกล้องดิจิตอลไซเบอร์ช็อต – จำนวน 5 ซีรี่ส์ 15 รุ่นใหม่ ครอบคลุมการใช้งานที่หลากหลายตามความต้องการ มาพร้อมเทคโนโลยีคุณภาพสูง ฟังก์ชั่น และลูกเล่นใหม่มากมาย อาทิ ระบบถ่ายภาพ 3D และบันทึกภาพวิดีโอระดับ Full HD (รุ่น TX100V, TX10, WX10 และ WX7) คุณสมบัติไฮซูม พร้อมระบบ GPS / Compass ในตัว (รุ่น HX100V และ HX9V) พร้อมด้วยสีสัน และดีไซน์ล้ำสมัยในสไตล์ของไซเบอร์ช็อต ในทุกรุ่น ทุกซีรี่ส์กล้องวิดีโอแฮนดีแคม – รุ่นใหม่ล่าสุด 8 รุ่น โดยรุ่น HDR-TD10E เป็นกล้องถ่ายวิดีโอ 3D ระดับไฮเดฟฟินิชั่นเครื่องแรกในโลกที่ใช้เซ็นเซอร์ Full HD 2 ตัว จึงสามารถบันทึกวิดีโอแบบ 3 มิติได้อย่างสมบูรณ์ และคมชัดสมจริง นอกจากนี้ยังสามารถรับชมวิดีโอ 2 มิติ หรือ 3 มิติ ได้จากจอ LCD ขนาด 3.5 นิ้ว โดยไ่ม่ต้องใช้แว่น ในขณะที่กล้องแฮนดีแคม PJ Series ซึ่งมีด้วยกัน 3 รุ่น จะเป็นกล้องถ่ายวิดีโอพร้อมโปรเจคเตอร์ในตัวเครื่องแรกในโลก ทำให้ผู้ใช้สามารถบันทึก และชมภาพประทับใจได้ทุกที่ทุกโอกาส ด้วยโปรเจคเตอร์ในตัวให้ภาพขนาดสูงสุดถึง 60 นิ้ว รวมถึงระบบเสียงแบบสเตอริโอ 5.1 แชนแนล เพิ่มอรรถรสในการรับชมทั้งภาพและเสียงได้อย่างสมบูรณ์แบบนอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์เพื่อความบันเทิงในรูปแบบ 3D และอื่น ๆ อีกมากมาย ทั้งในกลุ่มโฮม เธียเตอร์ และเครื่องเล่น Blu-ray กล้อง Bloggie คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค VAIO รวมทั้งหูฟังรุ่นใหม่ล่าสุด ที่มีให้เลือกสรรทั้งระดับมืออาชีพ และแฟชั่นมาถึงบรรยากาศภายในงานกันบ้าง ซึ่งนอกเหนือจะเป็นการเปิดตัวทีวี Sony Bravia รุ่นใหม่ล่าสุดในปี 2011 แล้ว จากที่ได้เห็นในภาพก่อนหน้ากันไปโดยในปีนี้ Sony ได้เน้นไปที่ Sony Bravia Internet TV เป็นหลัก ซึ่งได้มีพันธมิตรอย่าง Nation / Mthai Gossip / BBTV ที่เป็นสื่อของไทยมาร่วมด้วยแน่นอนว่านอกเหนือจากนี้ใน Internet TV ยังมี Youtube / Facebook / Google / Web Browserรวมไปถึง Twitter / Skype อีกด้วย โดยมีการแบ่งไปเป็นหมวดหมู่ชัดเจนคนที่มาร่วมงานต่างให้ความสนใจกันอย่างมากอีกทั้งใน Sony Bravia รุ่นใหม่ ยังมีคุณสมบัติเปลื่ยนมือถือสมาร์ทโฟนอย่าง iPhone / Android เป็นรีโมทคอนโทรลได้ เพียงแค่มีแอพพลิเคชั่นเท่านั้นเรื่องของ 3D ก็เป็นอีก 1 ส่วนที่สำคัญภายในงานเหมืนกันอย่างโน้ตบุ๊ก Sony Vaio ก็ได้เปิดตัวซีรี่ย์ F รุ่นแรก ที่มีคุณสมบัติชมภาพ 3D ได้โดยมีชื่อรุ่นเต็มๆ ว่า VPCF217HG ยังไงรานละเอียดอื่นๆ สามารถชมกันต่อได้ที่ www.notebookspec.com นะครับยังมีหูฟังรุ่นใหม่กล้องวีดีโอ Handycamที่ถ่ายภาพ 3D ได้ และมีโปรเจคเตอร์ในตัวและกล้องวีดีโอ Bloggie ที่ถ่ายภาพ 3D ได้สุดท้ายคือสิทธิพิเศษจาก My Sony เมื่อซื้อสินค้าและลงทะเทียนเมื่อถึงเวลางานที่ทางผู้บริหารจาก Sony จะมาแถลงข่าวเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สินค้า Sony ใหม่ๆ กัน
Acer Slim LED S Series จอบางได้ใจ ดีไซน์เรียบหรู ให้ความคมชัดสูงสุดถึง 100ล้าน:1
ลงตัวกับทุกองศา ประหยัดพื้นที่กับความบางของหน้าจอไม่ถึง 15?มม. ตัวเครื่องสีดำมันวาว เรียบลื่นในทุกสัมผัส หน้าจอ widescreen 16:9?ความละเอียดสูงสุดระดับ?Full HD 1080P?ความเร็วตอบสนองสูงสุด?2?มิลลิวินาที ให้เฉดสีถึง?16.7?ล้านสี คมชัดทุกรายละเอียดด้วยค่าความคมชัดสูงสุดถึง100,000,000: 1?พร้อมด้วยเทคโนโลยี?white LED backlight?ที่ปราศจากสารปรอทช่วยลดมลพิษเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงานสูงสุดถึง68%?พร้อมฉลากรองรับการประหยัดไฟเบอร์?5?เชื่อมต่อความบันเทิงด้วยช่องเชื่อมต่อสัญญาณ?VGA,DVI?และHDMIในบางรุ่น มีให้เลือกถึง?5?ขนาด ได้แก่?S192HQL(18.5?), S202HL(20?), S220HQL?และ?S222HQL (21.5?), S230HLbd?และ?S232HLCbid (23?), S242HLCbid (24?) สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ในราคาเริ่มต้นเพียง?3,690?บาท (ราคารวม?VAT?แล้ว) สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เอเซอร์?คอลล์เซ็นเตอร์?ที่เบอร์โทรศัพท์?0 2685 4311 หรือคลิกไปที่?www.acer.co.th 
ASUS ปล่อยหมัดเด็ด งาน Commart 2011 ส่ง LCD Monitor 7 รุ่นรวด!!! บุกตลาดคอนซูเมอร์
By: Aumper_Jai | Date: 11 March 2011 | | 1 ความเห็น

เอซุส วางกลยุทธ์ธุรกิจปี 54 เจาะตลาดคอนซูเมอร์ ประเดิมงาน คอมมาร์ท ไทยแลนด์2011?(COMMART THAILAND 2011)?ส่งจอแอลซีดี มอนิเตอร์?(LCD Monitor) 7 รุ่นรวดลงตลาด ด้วยดีไซน์หน้าจอบางเฉียบ ภาพความชัด สมจริง เน้นสื่อสารแบบ 360 องศาเข้าถึงทุกจังหวะชีวิต

นายพรเทพ วัชรอำนวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท?อัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดจอแอลซีดี?มอนิเตอร์ (LCD Monitor)?ในประเทศไทยมีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อทดแทนตลาดจอคอมพิวเตอร์ซีอาร์ที (CRT: Cathode Ray Tube) เนื่องจากให้คุณภาพความคมชัดสมจริงยิ่งกว่า พร้อมกับดีไซน์หน้าจอที่บางเฉียบ ประหยัดพื้นที่ใช้งาน สามารถตอบโจทย์ต่อไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน

?กว่า?6?(เริ่มปี?2005)?ปีแล้ว ที่เอซุส นำจอแอลซีดี มอนิเตอร์ เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย แต่ช่วงนั้นยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายนัก เนื่องจากจอแอลซีดียังมีราคาค่อนข้างสูง แต่เมื่อมีการแข่งขันระหว่างแบรนด์สูงขึ้น ราคาสินค้าปรับลดลงตามกลไกตลาด เราก็มองว่าบริษัทมีศักยภาพความพร้อมอยู่แล้วที่จะเสนอทางเลือกใหม่ๆ แก่ผู้บริโภคด้วยคุณภาพมาตรฐานระดับโลก จึงวางแผนโฆษณา และประชาสัมพันธ์สินค้าแบบ 360 องศาให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคทุกเพศ ทุกวัย??นายพรเทพ กล่าว

โดยเร็วๆ นี้ เอซุส จะเปิดตัวจอแอลซีดี?มอนิเตอร์?(LCD Monitor) รุ่น?PA246Q?รุ่นใหม่ระดับมืออาชีพ มีมุมมองการรับชมถึง 178 องศา สามารถปรับหน้าจอเป็นแนวตั้งได้ รวมถึงยังมี Card Reader 7-in-1 ในตัว?พร้อมสนับสนุนการเชื่อมต่อจาก Gadget อื่นๆ อย่าง Smartphone หรือ iPod ที่ทำให้แสดงภาพได้อย่างทันใจ?นอกจากนี้ยังแสดงสีสันได้ตรงกับโปรไฟล์สี Adobe RGB ถึง 98% พร้อมด้วยฟีเจอร์พิเศษอย่าง QuickFit ที่สามารถจำลองหน้ากระดาษ หรือ ไม้บรรทัดให้ภายในหน้าจอแอลซีดี?มอนิเตอร์?เหมาะสำหรับงานกราฟฟิกดีไซน์โดยเฉพาะ

นอกจากนี้ เอซุส?เตรียมปล่อยหมัดเด็ดในงานคอมมาร์ท ไทยแลนด์?2011(COMMART THAILAND 2011) ส่งแอลซีดี มอนิเตอร์ (LCD Monitor) พร้อมกัน 7 รุ่น ประกอบด้วย?VH192C,?VH192D,?VH197T,?VH222T,?VE228H?และพระเอกของงานนี้คือ รุ่น?VG236H?ที่นำมาเผยโฉมเป็นครั้งแรก?โดดเด่นด้วยจอภาพระบบสามมิติ พร้อมแว่นตาสามมิติ?รวมถึง รุ่น?MS246H?ที่โดดเด่นในด้านดีไซน์งามสง่าด้วยพื้นผิวโทนสี ขาว ดำ สไตล์เปียโนหรู บางเฉียบเพียง 16.5 มม.?เท่านั้น

ที่มา : ASUS ประเทศไทย

เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ

 
 
Tag: 3D 1080p Acer ASUS benq Blu-ray Blu-ray player Bravia ces CES 2011 commart DLNA DVI full hd Full HD 1080P hd HDMI HDTV iphone IPS lcd LCD monitor lcd tv LED LED Backlit LED Monitor LED TV LG monitor OLED OLED TV Panasonic Philips Plasma Plasma TV PS3 Samsung sharp Smart TV Sony Toshiba tv USB VGA wifi
COPYRIGHT@2010 LCDSPEC.COM ALL RIGHTS RESERVED.