Buver's Guide Review HD Contents HD Accessories HD Event Promotions
5 ทีวี 3D ตัวท็อป!!! ชนกันแบบจะๆ ยี่ห้อไหนเป๊ะ มาดูกัน
หลังจาก 1 ปีที่เราเริ่มได้ยินคำว่า 3DTV กันมา ก็กลายเป็นฟีเวอร์กระแสหลักของวงการจอภาพไปเลย LCDSpec เองก็ได้เห็น และทดสอบมาบ้างแล้ว ด้วยการที่ทีวีแบบ 2D หรือแบบ 2 มิติแบบเก่านั้นเรียกว่ามาถึงจุดที่ไม่สามารถพัฒนาอะไรออกมาให้ตื่นตาตื่นใจผู้บริโภคอย่างเราๆ ได้สักเท่าไหร่แล้ว การพัฒนาด้าน 3D จึงเป็นทางออกสำหรับผู้ผลิตที่จะมีลูกเล่นแปลกๆ ใหม่ๆมาขายได้ต่อไป และด้วยราคาที่ก็ไม่ได้แพงมากมาย พอๆกับราคาของ LCD ธรรมดาของปีที่แล้วซะด้วยซ้ำ ตอนนี้ก็มีหลายยี่ห้อที่โดดลงมาเล่นสงคราม 3DTV นี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นทั้ง Samsung, Sony, Panasonic, Mitsubishi และ LG ก็มาลงโรงกันถ้วนหน้า ก็เลยได้มีโอกาสจับที่ว่ามาทั้งหมดมาชนกัน มาดูกันว่าผลออกมาจะเป็นยังไงบรรดาแม่ทัพเริ่มกันจากผู้นำทัพจากแค่ละค่าย ที่เอามาประจันกันก่อนเลย มีทั้งหมด 5 เครื่องด้วยกัน เป็นพลาสม่าทีวี 2 เครื่อง ตัวแรกจาก Panasonic Viera TC-P50VT25 อีกตัวเป็นตัวใหม่ล่าสุดที่ได้รับการรับรอง THX 3D มาด้วย คือ LG INFINIA 50PX950 ต่อกันด้วยเทคโนโลยี LCD อีก 2 ตัวที่เป็นไฟหลังแบบ LED ทั้งคู่ คือ Samsung UN40C7000 และ LED แบบ local dimming จาก Sony Bravia XBR-46HX909 ตัวสุดท้ายจะไม่เป็นเทคโนโลยี DLP Projection จาก Mitsubishi WD7838 โดยเครื่องของโซนี่มาพร้อมแว่นแบบ active shutter 2 อัน ของ Panasonic มีมาให้อันเดียว ส่วน LG, Mitsubishi และ Samsung ขายแยกไม่ได้มาพร้อมกับตัวเครื่องแว่นตา อาวุธสำคัญที่ขาดไม่ได้ในโลก 3Dหากจะพูดกันตรงๆ ว่าการที่จะนั่งดูทีวีแล้วต้องเอาแว่นตามานั่งสวมทุกครั้ง มันก็คงฟังดูเป็นอะไรที่เกะกะ ทำไมถึงต้องใส่ด้วย แต่ในความเป็นจริงเทคโนโลยีที่จะทำให้เราดูภาพ 3 มิติได้อย่างเต็มอรรถรสแบบตื่นตาตื่นใจที่สุดก็คงจะจำเป็นต้องใช้แว่นตาแบบ active shutter นี้ และทุกยี่ห้อต่างก็เลือกใช้เทคโนโลยีกันทั้งนั้น เพราะว่ามันเป็นหนทางเดียวในตอนนี้ที่จะนำเสนอภาพ 3 มิติได้ดีที่สุด และด้วยการที่มันเป็นแบบ active shutter ก็จะต้องใช้พลังงานในการเปิดและปิด shutter ของแว่นด้วย มันก็เลยจะต้องใช้พลังงานจากถ่าน ซึ่งก็จะทำให้แว่นหนักขึ้นอีกนิดหน่อยจากทางซ้าย Samsung, LG, Sony, Panasonic และ Mitsubishiโดยแว่นทุกยี่ห้อจะมีระบบคล้ายกันหมด เปิด/ปิด อัตโนมัติโดยอาศัยเซ็นเซอร์จับสัญญาณอินฟาเรดระหว่างตัวแว่น และตัวทีวี แต่จะมีอยู่ 2 ยี่ห้อคือ Sony และ Mitsubishi ที่จะมีตัวส่งสัญญาณภายนอกที่ต้องเอาไปต่อเข้ากับ TV อีกทีนึง ในขณะที่ยี่ห้ออื่นๆ จะฝังมาด้านในตัวทีวีเลยช่องสำหรับเสียบสายชาร์จแบตเตอรี่ของแว่น LGแว่นของ LG จะมีความพิเศษ แตกต่างจากยี่ห้ออื่นๆอยู่สักหน่อย เพราะถ่านที่ใช้จะเป็นแบบชาร์จได้ในตัวเลย ไม่ต้องหาซื้อมาเปลี่ยนบ่อยๆ พร้อมทั้งมีช่องสำหรับสายชาร์จในตัวแว่น แต่ปุ่มปิด/เปิดอาจจะหายากกว่ายี่ห้ออื่นนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้เป็นอุุปสรรคอะไรในการที่จะกดโดยไม่ต้องมอง แว่นของ Sony จะมีขอบรอบเลนส์ให้แนบสนิทเข้ากับช่วงตาของเรา ช่วยป้องกันแสงจากภายนอกแยงตาได้ แต่ตัวแว่นก็มีหนักอยู่สักหน่อย และยังมีขาแว่นที่ปรับระดับได้ ซึ่งเหมาะกับเด็กๆที่ศรีษะจะเล็กจนทำให้แว่นหลวมเลื่อนหลุดลงมาเป็นอย่างดี ส่วนอีก 3 ยี่ห้อที่เหลือ Panasonic, Samsung และ Mitsubishi ก็ค่อนข้างจะเบาและบางเหมือนๆกัน รวมทั้งเปิดด้านข้างออกหมด ทำให้แสงเข้ามารบกวนสายตาได้ แว่นของ Panasonic จะมีความพิเศษอยู่นิดนึงตรงแป้นรองจมูกที่ปรับเปลี่ยนได้ สำหรับใครก็ตามที่อยากได้ความสบายจากการสวมใส่ แต่มันถอดได้ก็แปลว่าหล่นหายได้เหมือนกัน ของ Samsung กับ Mitsubishi เหมือนกันเด๊ะ ต่างก็แค่ชื่อยี่ห้อที่พิมพ์ติดไว้บนตัวแว่นเท่านั้น ต้องทิ้งแผ่น 2D สุดโปรดอย่างนั้นเหรอทีวีทั้งหมดที่ Engadget ได้ทดสอบ มีระบบแปลงภาพแบบ 2 มิติปกติ เป็น 3 มิติได้ ยกเว้น Panasonic เท่านั้นที่ไม่มี แต่ระบบนี้เอาเข้าจริงๆก็ไม่ได้เรื่องสักเท่าไหร่ ก็อย่างที่รู้ว่ามันเป็นระบบจำลองภาพให้เป็น ไม่ได้เป็นภาพ 3 มิติแท้ๆ แต่ Samsung ก็ให้ตัวเลือกในการปรับระดับความลึกของภาพมาให้ด้วยถึง 10? ระดับ แต่ก็ยังคงเป็นระบบจำลองอยู่ดีนั่นแหละ แต่อย่างน้อยมันก็พอจะมีลูกเล่นอะไรให้พวกแผ่นเก่าๆที่เก็บสะสมกันมานานได้ล่ะนะ แต่ยังไงผมก็ขอแนะนำให้หาแผ่น Blu-ray แบบ 3D แท้ๆมาดูดีกว่า ยังไงก็ดีกว่ากันเยอะแล้วจะเอาตัวไหนดีคงต้องให้ถามตัวเองกันก่อนว่าอะไรคือสิ่งที่เราอยากได้มาเป็นอันดับแรก หรือคือสิ่งที่เราชอบ และเหมาะกับเราที่สุด ยี่ห้อแต่ละยี่ห้อก็มาพร้อมจุดเด่นที่ไม่เหมือนกัน ถ้าหากว่าคุณเป็นคนที่เอาเรื่องภาพมาเป็นอันดับแรกล่ะก็ ตัวเลือกคงต้องเป็น Plasma TV จาก Panasonic เลย เปรียบเทียบจากในกลุ่มมันให้ภาพที่ดีที่สุด แต่เท่าที่รู้มันกลับไม่ใช่ที่ทีวีที่ขายดีที่สุด นั่นแปลว่าก็ยังมีเหตุผลอื่นๆอีกที่คนจะซื้อทีวีสักเครื่องใช้เป็นหลัก อย่างถ้าคุณเป็นคนชอบรูปลักษณ์ความสวยงาม แม้ว่ามันจะไม่ได้เปิดใช้ดูอยู่ก็เถอะ แนะนำว่า monolothic ดีไซน์จาก Sony เป็นอะไรที่สวยหยดจริงๆ สำหรับใครที่ต้องการแว่นที่ดีที่สุด เพื่อมาชม 3D แบบเต็มอารมณ์ แนะว่าไป LG ได้เลย แต่ถ้าขนาดหน้าจอคือสิ่งที่เหนืออื่นใด เทคโนโลยี DLP จาก Mitsubishi จะให้ขนาดได้ใหญ่มาก ส่วน Samsung เป็นอะไรที่ให้มาในราคาที่ถูกสุดๆ ใครเงินไม่เยอะ แต่อยากได้แจ่มเกินราคา ก็ต้อง Samsung นี่แหละ แต่ทั้งหมดนี้ก็เป็นความรู้สึกส่วนตัว แนะให้เป็นแนวทางสำหรับคนที่ต้องการรู้ถึงจุดเด่นของแต่ละยี่ห้อ ความเป็นจริงแล้วอาจขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลด้วย ว่ามีความชอบแบบไหน ซึ่งแน่นอนว่าอาจมีความแตกต่างกันเป็นธรรมดาCredit: Engadget
Review Samung S23A950D มอนิเตอร์ 3D มิติ ที่สมบูรณ์แบบทั้งภาพและดีไซน์
 เปิดมิติการใช้งานจอภาพ LED ที่สมจริงในรูปแบบ 3 มิติตัวใหม่ล่าสุดจาก Samsung กับ Samung 3D Monitor จอ LED ขนาด 23 นิ้ว รุ่น S23A950D รองรับความละเอียดระดับ Full HD (1920×1080) รายละเอียดเป็นอย่างไรเรามาชมกันกับการ Review แบบย่อม ๆ ในบทความนี้เมื่อพูดถึงการออกแบบ Samsung ถือว่าเป็นผู้ผลิตจอที่เน้นการออกแบบและความสวยงามเป็นหลัก สำหรับจอ LED 3D ขนาด 23 นิ้วตัวนี้ ถือได้ว่าเป็น LED ที่มีกรออกแบบมาให้เพื่อรองรัการใช้งานในการแสดงผลแบบ Full HD พร้อมระบบ 3 มิติที่สมจริง ตัวเครื่องที่ดูดี ตัวจอบาง ฐานของจออกแบบมาได้อย่างสวยงาม โดยงานนี้มาพร้อมกับแว่นแบบ 3 มิติหน้าจอขนาด 32 นิ้วมาพร้อมแว่นระบบ 3 มิติตัวจอทำออกมาได้บางมาก (บางจริง ๆ )ด้านข้างอีกมุมนึง บางเหลือเกินมองหน้าจอขนาด 23 นิ้วแยยเต็ม ๆ ตัวจอ ดูสวยงามตามแบบฉบับของ Samsungด้านหลังของตัวจอ ดูเรียบง่ายมาพร้อม Port การใช้งานปุุ่มเปิดหน้าจอเป็นแบบสัมผัสตามแบบฉบับของ Samsung  แว่นระบบ 3 มิติ ที่จะทำให้การชมภาพยนต์และการเล่นเกมได้สมจริงปุ่มสำหรับเปิดสัญญาณแว่น 3 มิติ
รู้ไว้ไม่เสียหลาย กับมาตราฐานต่างๆ ของจอภาพ Monitor และ Notebook ในปัจจุบัน
คงต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีในยุคนี้มันไปไว ไม่เว้นแม้แต่เทคโนโลยีการแสดงผล ก่อนหน้านี้หลายๆ คนคงมีคำถามมากมาย เกี่ยวกับมาตราฐานของจอภาพที่เรียกกัน WSXGA, Full HD, TN, IPS ที่มีให้เห็นอยู่อุปกรณ์แสดงผลทุกๆ ชนิด??วันนี้ทีมงาน LCDSPEC.COM เรามีคำตอบให้ซึ่ง?เหมาะสำหรับคนที่คิดจะซื้อ LCD Monitor, LED Monitor หรือแม้กระทั่ง Notebook, Tablet ให้รู้ลึกรู้จริง ก่อนตัดสินใจจ่ายเงินไป?สำหรับบทความนี้ใช้เวลาอ่านเพียงน้อยนิดก็น่าจะทำความเข้าใจกันได้ไม่ยากเย็นนัก เอาล่ะครับ เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า?ด้านล่างเป็นการอ่านค่ามาตราฐานความละเอียดของจอภาพต่างๆ??อย่างที่พอทราบกัน จอภาพ Notebook รุ่นใหม่ทั่วไปในตลาดจะเป็น WXGA 1388×768 หรือที่เรียกกันว่าเป็นแบบ HD (Hi-Definition) สามารถเล่นหนังแบบความละเอียดสูง (1280×720 และ 1920×1080) ได้เต็มจอ ไม่มีขอบสีดำด้านบนล่าง?ด้านล่างจะเป็นตารางบอกความละเอียดจอภาพตามชนิดต่างๆ?อ้างอิงมาจาก Database ของ www.notebookspec.com นะครับ?
ฟิลิปส์เปิดตัวชุดโฮมเธียเตอร์ใหม่ Philips HTS7140
บริษัท ฟิลิปส์อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ขอแนะนำชุดโฮมเธียเตอร์รุ่นใหม่ล่าสุด Philips HTS7140 มาพร้อมกับเทคโนโลยี Ambisound? เติมเต็มความสมบูรณ์ภาพยนตร์จากแผ่น Blu-ray เพิ่มพลังเสียงเซอร์ราวด์รอบทิศทางด้วยลำโพงแบบ Soundbar และลงตัวด้วยดีไซน์ที่จัดวางเข้ากับแอลซีดี/แอลอีดี ทีวีฟิลิปส์ขนาด 40 นิ้วขึ้นไปได้อย่าง สมบูรณ์แบบ สร้างสรรค์คุณภาพเสียงที่ดีที่สุดในการฟังดนตรี พร้อมให้คุณได้เพลิดเพลินกับภาพยนตร์เรื่องโปรดคุณภาพระดับโรงภาพยนตร์พรีเมี่ยมได้ที่บ้านคุณPhilips Soundbar HTS7140 มาพร้อมกับเทคโนโลยี Ambisound ที่ให้พลังเสียง 5.1 เซอร์ราวด์รอบทิศทางทั่วทั้งห้อง ด้วยเทคนิคการจัดวางลำโพงใน Soundbar อย่างเหมาะสม พร้อมซับวูฟเฟอร์เพียง 1 ตัว ก็ทำให้ได้เสียงที่กว้างอย่างลงตัว? นอกจากนี้ Dolby Digital, DTS, Dolby Prologic II และ DolbyTrueHD ยังยกระดับเสียงให้ทรงพลังก้องกระหึ่ม? กำลังขับรวม RMS ทั้งหมด 500 วัตต์นอกจากนี้ เครื่องเล่น Blu-ray Philips BDP7500? ยังมาพร้อมกับฟังก์ชั่นพิเศษ BD-Live (Profile 2.0) เพื่อให้คุณสนุกกับข้อมูลโบนัส Blu-ray ออนไลน์ได้ โดย BD-Live เปิดโอกาสให้คุณได้เข้าสู่โลกกว้างของความละเอียดสูงอย่างไม่มีที่สิ้นสุดPhilips HTS7140 รุ่นนี้สามารถเล่นได้กับทุกแผ่น ไม่ว่าจะเป็นแผ่นหนัง?? Blu-ray DVD, DVD+R/RW, DVD-R/RW, (S)VCD, DivX, DivX Ultra (เพื่อการเล่นมีเดียไฟล์ชนิด DivX ที่มีคุณภาพยิ่งขึ้น) แผ่นเพลง CD, MP3-CD, CD-R/RW และ CD รูป JPEG filePhilips HTS7140 ราคา 21,990? บาท? สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลผู้บริโภคฟิลิปส์? 02-6528652
รวมโปรโมชั่นที่น่าสนใจของ LED, LCD Monitor ในงาน COMMART CEMART ’11
สวัสดีครับ วันนี้ทางทีมงานขอนำโปรโมชั่นที่น่าสนใจของ LCD Monitor, LED Monitor ภายในงาน COMMART CEMART ’11 มาฝากกันนะครับ เรียดได้ว่างานนี้ก็ลดราคากันสะใจเช่นเดิม ใครที่สนใจจะซื้อ Monitor แล้วมาเดินในงานรับรองว่าได้หิ้วกลับไปแน่นอนครับ เรามาเริ่มชมในส่วนของ Plenary Hall กันก่อน ที่เด่นเลยก็จะมีบูธของ Benq กับ Acer ที่เอา Monitor มาขายแบบจริงๆ จังๆ อยู่ราคาก็จัดได้ว่าหลากหลาย ตามขนาดหน้าจอเลยครับAcer ก็มาบูธใหญ่ใช่ย่อย ราคาดูแล้วก็น่าสอยกันเช่นเดิม ที่น่าสังเกตคือมีแต่จอ LED Monitor มาขายทั้งนั้นเลยLED Monitor แบบ 3D ก็มีมานะครับแถมยังมีเครื่อง HD Media Player มาขายในงานด้วย ราคาก็จัดได้ว่าไม่แพงครับ ดีไซน์ก็ดูหรูดีมาต่อกันที่โซน C บ้างครับ ที่ส่วนมากจะเป็นตามร้าน JIB, Banana IT, Jet มาเปิดขายในส่วนของคอมพิวเตอร์ แล้วพ่วง Monitor มาขายด้วยเลย แน่นอนว่ามีให้เลือกมากมาย โดยแต่ละยี่ห้อก็วางข้างกันเลย ซึ่งทำมห้เราเปรียบเทียบในการซื้อได้ง่าย เป็นอย่างดีชมกันได้เรื่อยๆ เลยนะครับแบบว่าแอบยี่ห้อ Viewsonic มาขายในงานด้วย ที่เรียกได้ว่าเป็นของหายากเลยทีเดียว สำหรับยี่ห้อนี้อีกทั้งนอกเหนือจากนี้ยังมี Monitor จาก Philips มาวางขายด้วยเช่นกัน ใครที่ชื่นชอบยี่ห้อนี้อยู่ ก็ต้องไม่พลาดเข้าไปชมนะครับเป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับโปรโมชั่นของ Monitor ภายในงาน COMMART CEMART ’11 เอาเป็นว่าใครว่างๆ เสาร์อาทิตย์นี้ ก็ไปเดินเล่นเดินชมกันได้นะครับ อาจจะมีอะไรติดไม้ติดมือกลับมาก็เป็นไปได้ ?^^
ผู้ใช้เครื่องเล่นสื่อตระกูล WD TV® Media Player คุณภาพสูงจาก Vimeo® และ PlayJam®
เวสเทิร์น ดิจิตอล คอร์ป (WD) ประกาศในวันนี้ว่า บริษัทได้เพิ่มการให้บริการวิดีโอความละเอียดสูงจาก  Vimeo ® และบริการพอร์ทัลเกมจาก PlayJam ® สำหรับผู้ที่ใช้เครื่องเล่นสื่อรุ่น  WD TV® Live™และ WD TV Live Hub™นอกเหนือจากบริการคอนเทนต์อื่นๆ ที่เครื่องเล่นสื่อตระกูล WD TV media player ได้นำเสนอสู่ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นบริการจาก Picassa® Web Albums, TuneIn Radio®, Dailymotion,  Deezer, Facebook ®, YouTube™ และอื่น ๆ อีกมากมายผู้ใช้เครื่องเล่นสื่อตระกูล WD TV media player จะได้รับอรรถรสพร้อมประสบการณ์ของวิดีโอ สตรีมมิ่งความละเอียดสูงเพิ่มขึ้นกว่าเดิมผ่านบริการของ  Vimeo ซึ่งผู้ใช้สามารถค้นหาวิดีโอและภาพยนตร์คุณภาพสูงที่มีอยู่ในแคตตาล็อกจากผู้สร้างสรรคอนเทนต์ และผู้สร้างหนังฝีมีเยี่ยมจำนวนมากกมายหลายพันเรื่อง พร้อมช่องบริการที่รวบรวมวิดีโอเฉพาะหัวเรื่อง อาทิ ตลกขบขัน การค้นคว้าทดลอง ภาพยนตร์ต่างๆ ดนตรี HD วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กีฬา และเวบ ซีรี่ส์ นอกจากนี้  ผู้ใช้เครื่องเล่นสื่อตระกูล WD TV media player ยังสามารถล็อคอินเข้าแอคเคาท์ของ Vimeo เพื่อเข้าถึงเนื้อหาวิดีโอส่วนตัวทั้งหมดที่มี ที่พวกเขาได้อัปโหลดโดยตรงจากบริการของ Vimeo นอกจากเกมที่มีอยู่ในปัจจุบันผ่านการให้บริการแอพพลิเคชั่นของ Funspot®  วันนี้ผู้ใช้เครื่องเล่นสื่อตระกูล WD TV media player สามารถเพลิดเพลินกับพอร์ทัลเกมของ PlayJam อาทิ เกมปาเป้า เกม Pick & Nickเกม Out Patients  เกม Blackjack รวมทั้งเกมวิดีโอโป้กเกอร์และอื่น ๆ โดยหัวเรื่องที่ผสมกันยังรวมถึงผู้พัฒนาเกมที่ทีชื่อเสียงอย่าง Slingo, Relentless และ PuzzlerWD มีความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอบริการอินเทอร์เน็ตที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า WD TV ซึ่งบริการของ  Vimeo และ PlayJam ช่วยต่อยอดการให้บริการที่ดีเยี่ยมสำหรับสายผลิตภัณฑ์ของ WD ที่ร่วมมือกับพันธมิตรผู้พัฒนาเนื้อหา รวมทั้งมอบความบันเทิงผ่านอินเทอร์เน็ต ที่ผู้ใช้เครื่องเล่นสื่อตระกูล WD TV media player สามารถเพลิดเพลินไปกับสื่อส่วนบุคคลต่างๆ  ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย วิดีโอ และเพลง ผ่านระบบความบันเทิงภายในบ้าน โดยสนับสนุนรูปแบบไฟล์ที่หลากหลายสำหรับการสตรีมเนื้อหาที่เชื่อมต่อจาก USB จากกล้องแคมคอร์ดเดอร์ หรือกล้องดิจิตอล รวมทั้งไดรฟ์เครือข่าย เช่น  My Book® Live™ สโตเรจสำหรับ จัดเก็บข้อมูลแบบกลุ่มส่วนบุคคล และเครื่องคอมพิวเตอร์ของเครือข่ายในบ้าน  ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์พีซีหรือเครื่อง Mac ® 
Sharp พร้อมจำหน่าย AQUOS Quattron ซีรี่ย์ LE830 ที่เป็นสมาร์ททีวี LED แล้ว!!!
By: Aumper_Jai | Date: 25 March 2011 | | ไม่มีความเห็น

นับว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกคุณภาพของ LED TV จาก Sharp ที่ได้ทำการส่ง?AQUOS Quattron ซีรี่ย์ LE830 ซึ่งมีความโดดเด่นที่เป็น Smart TV คือ รองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต WiFi ได้ทันที อย่างที่หลายๆ ค่ายฮิตกันอยู่ตอนนี้ แต่ขอบอกไว้ก่อนว่าในรซีรีย์นี้จะไม่ได้สนับสนุนการแสดงผลแบบ 3D แต่ได้มีคุณสมบัติอย่างเทคโนโลยี QuadPixel?ที่ให้ทีวีแสดงภาพได้มากกว่าพันล้านสี ที่ถือว่าเป็นจุดเด่นของ Sharp นอกเหนือจากนี้ยังมาพร้อมกับ?refresh rate?120Hz และเป็น LED TV แบบ Edge-lit อีกด้วย ซึ่งในซีรี่ย์?LE830 มีขนาดหน้าจอให้เลือกตั้งแต่ 40 นิ้ว – 60 นิ้วกันเลยทีเดียว สำหรับในส่วนของราคาได้มีการเปิดเผยดังนี้

  • LC-60LE830U ราคา 2,799 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 83,970 บาท
  • LC-52LE830U ราคา 1,899 เหรียญสหรัฐ?หรือประมาณ 56,970 บาท
  • LC-46LE830U ราคา 1,499 เหรียญสหรัฐ?หรือประมาณ 44,970 บาท
  • LC-40LE830U ราคา 1,299 เหรียญสหรัฐ?หรือประมาณ 38,970 บาท

ที่มา : www.engadget.com

เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ

 
 
Tag: 3D 1080p Acer ASUS benq Blu-ray Blu-ray player Bravia ces CES 2011 commart DLNA DVI full hd Full HD 1080P hd HDMI HDTV iphone IPS lcd LCD monitor lcd tv LED LED Backlit LED Monitor LED TV LG monitor OLED OLED TV Panasonic Philips Plasma Plasma TV PS3 Samsung sharp Smart TV Sony Toshiba tv USB VGA wifi
COPYRIGHT@2010 LCDSPEC.COM ALL RIGHTS RESERVED.