Buver's Guide Review HD Contents HD Accessories HD Event Promotions
ฟันธงจอ LED Monitor สุดคุ้ม 3 ช่วงราคา ตามงบเป๊ะๆ
ใครทำกำลังมองหาจอมอนิเตอร์ตัวใหม่มาเปลี่ยน เจ้าแก่ตัวเดิมที่บ้าน ที่สีสันเพิ้ยน จอเหลือง หรือกระทั่งเจ้าจอตู้แบบ CRT ล่ะก็ Commart นี้ก็น่าจะเป็นโอกาสอันดีแล้วล่ะครับ ที่จะได้เปลี่ยนจอใหม่ให้ชีวิตสดใสกันสักที ใครที่มองหาว่าจะซื้อตัวไหนดี งบมีแค่นี้ไม่รู้จะเอาตัวไหน เราจัดมาให้แล้วครับ กับ 3 ช่วงราคาที่ตรงงบประมาณที่ถามไถ่กันมาเยอะที่สุด อ่านดูเก็บไว้เป็นตัวเลือกแนวทางได้เลย หรือใครจะซื้อตามเลยก็ฟันธงครับว่าคุ้มสุด เป๊ะๆราคาต่ำกว่า 5,000 บาท เด่นๆเลยนี่ต้องยกให้ acer เลยครับกับรุ่น S221HQLbd จะได้เป็นจอ LED เลย เป็นจอแบบ LED ด้วยในราคาที่ต่ำกว่า 5,000 บาท ขนาดจะเป็น 21.5 นิ้ว ความละเอียด Full HD 1920 x 1080 อัตราค่าคอนทราสท์สูงถึง 12,000,000:1 พอร์ตเชื่อมต่อมาตรฐานครบๆ VGA/DVI โดยราคาอยู่ที่ 4,590 บาท คุ้มสุดๆจริงๆมาต่กอกันที่งบต่ำกว่า 7,000 บาทกันบ้าง รุ่นสุดคุ้มในงบระดับนี้ตกเป็นของ Samsung ครับ แบรนด์อันดับ 1 เรื่องจอของเมืองไทยเลย รุ่นที่คุ้มสุดในราคานี้คือ BX2331 จอ LED ขนาด 23 นิ้ว ที่มีความบางเพียง 30 mm. เท่านั้น พอร์ตมาตรฐาน VGA และ DVI ก็มีมาให้ และนอกเหนือไปจากนั้นก็มี HDMI มาให้ด้วยอีก 2 ช่อง ราคาค่าตัว 7,000 บาทพอดิบพอดีเป๊ะช่วงราคาสุดท้ายคือ 10,000 บาท แต่ตัวที่เลือกมานี้เกินไปนิดนึงครับคือ 10,500 บาท กับจอของ Samsung อีกตัวเช่นกัน คือรุ่น PX2370 สิ่งที่จะได้จากจอราคาระดับนี้แล้วนอกจากประสิทธิภาพที่ดีแล้ว มันก็จะมาพร้อมกับดีไซน์การออกแบบที่ดูหรูหราด้วย ตัวนี้สเป็กจะคล้ายกับ BX2331 ที่แนะนำไปด้านบน แต่ตัวเครื่องจะสวยกว่า และบางกว่าเพียง 16.5 mm. เท่านั้น และการประหยัดพลังงานที่ดีเยี่ยม
Review : BenQ XL2410T จอ LED 3 มิติ สำหรับคอเกมที่ชอบความสมจริง
 ช่วงนี้รู้สึกอย่างหนึ่งว่า เทรนจอภาพแนว 3 มิติ มากันเยอะเหลือเกินวันนี้ LCD SPEC มีจอภาพที่จะทำให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์การชมภาพในรูปแบบ 3 มิติอีกหนึ่งตัวกับ BEN-Q XL240T ?LED 3 มิติ ขนาดหน้าจอ 23.6 นิ้ว อัตราส่วนจอภาพเป็นแบบ 16:9 ?ความละเอียด Full HD (1920-1080) รองรับการใช้งานในรูปแบบ 3 มิติ รองรับการใช้งานกับแว่น 3 มิติของ NVIDIA Vision 3DPreview BEN-Q X2420T B0dy&Designในส่วนของการออกแบบ BenQ XL2419T เรียกได้ว่ารองรับการใช้งานได้อย่างสบาย ๆ เลยทีเดียวด้วยการออกแบบตัวจอที่สามารถปรับมุมจอได้หลายทิศทาง หมุนซ้าย หมุนขวา และเปลี่ยนจะจอแนวนอนเป็นแบบแนวตั้งด้วยการออกแบบข้อต่อของจอภาพที่แข็งแรง ในส่วนของ Port การใช้งาน แบ่งออกเป็น 3 Port ด้วยกันได้แก่ VGA , DVI และ HDMI ตัวหน้าจอขนาด 23.6 นิ้ว มาพร้อมกับฐานจอแบบสี่เหลี่ยมรองรับน้ำหนัก 9 กก. ของจอได้เป็นอย่างดี ถือว่าเป็นจอ LED อีกหนึ่งตัวที่น่าสนใจเลยทีเดียวในด้านการใช้งานหน้าจอขนาด 23.6 นิ้ว ดานหลังขอจะภาพสามารถปรับระดับความสูงของฐานจอได้แบบสบายข้อด้านหลังของหน้าจอสามารถปรับได้ทั้งด้านซ้ายและขวามุมด้านข้างของหน้าจอดูเรียบง่ายและแข็งแรง มาพร้อมฐานที่รองรับน้ำหนักของจอได้อย่างลงตัวมุมด้านซ้ายของจอภาพจะมีช่องสำหรับเสียบชุดหูฟังแบบ 3.5 มม.ตัวข้อพับออกแบบมาอย่างแข็งแรงเพื่อรองรับการปรับของตัวจอจอภาพจับหมุนเป็นแนวตั้งได้ ทำให้ใช้งานได้หลากหลายรูปแบขึ้นตัวจอหมุนได้แบบ ๆ สบาย ๆ ทั้งมุมซ้ายและขวาฐานของจอสามารถปรับระดับให้สูงขั้นได้อีก 1 ช่วง ด้านซ้ายของตัวจอจะเป็นช่องหูฟังไว้รองรับการใช้หูฟังแบบ 3.5 มม.ด้านขวาของตัวจอจะเป็นในส่วนปุ่มตั้งค่าต่าง ๆ ของหน้าจอดานล่างของมุมขอบจะเป็นปุ่มสำหรับปรับค่าPort การใช้งานมีมาให้พร้อมในทางด้านซ้ายของตัวเครื่อง ได้แก่ DVI,VGAและ HDMI ด้านขวาของหน้าจอจะเป็นส่วนของช่องรับสัญญาณไฟ รายละเอียดของ?BenQ XL2410T
เพื่อสีที่ถูกต้องสมจริง เรามา Calibrate หน้าจอ Monitor กันเถอะ
>>> ในหน้าสุดท้ายมีกิจกรรมเล่นเกมกันสนุกๆ ด้วย อย่าลืมมาร่วมเล่นกันนะครับคุณเคยประสบปัญหาเช่นนี้หรือไม่ แต่งภาพบนหน้าจอตัวเองว่าสีสวยแล้ว พอส่งไฟล์ไปให้เพื่อนกับพบว่าสีไม่เห็นเหมือนบนจอเราเลย ทั้งมืด ทั้งเพี้ยน แล้วไหนจะเอาไปอัดอีก สีไปกันใหญ่เลยคราวนี้วันนี้ LCDSPEC.COM เรามีคำตอบมาให้ ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะว่า จอภาพและอุปกรณ์แสดงผลภาพทำงานโดยมี Color Space ที่ต่างกันColor Space แบบ 2 มิติโดยหากจอไหนที่มี Color Space ที่กว้างจะให้ความสดใสภาพได้มากกว่าจอที่มี Color Space แคบ เช่นจอที่เป็นชนิด LED LCD Monitor จะมี Color Space ที่กว้างกว่า จอชนิด CCFL LCD Monitor เป็นต้นแล้ว Color Space มันคืออะไร ?Color Sapce ของ Monitor ก็คือขอบเขตของการแสดงสีของจอภาพนั้นๆ ว่าสามารถแสดงสีได้มากน้อยแค่ไหน เป็นที่มาว่าทำไมแต่ละจอถึงให้สีที่มีความสดไม่เท่ากัน ดังนั้นจึงต้องมีการทำ Color Profile เข้ามาช่วยในการควบคุมให้มีการแสดงสีให้มีค่าใกล้เคียงกันมากที่สุด เนื่องจาก Color Profile นี้จะทำหน้าที่เสมือนแผนที่ที่บอกว่าสีที่ต้องการนี้อยู่ที่ตำแหน่งไหนของ Color Space ที่ใช้อยู่ เช่น ถ้าส่งคำสั่งแสดงสี 200,0,0 ไปให้ Monitor A จะได้สีแดงเข้มๆ แต่ถ้าส่ง 200,0,0 เช่นกัน ไปให้ Monitor? B จะได้สีแดงที่สว่างขึ้น ถ้าต้องการให้ Monitor A และ Monitor B แสดงสีออกมาเหมือนกัน ก็จะจำต้องที่จะต้องทำแผนที่สีที่ว่าไปเมื่อกี้ ซึ่งสีถ้าใช้ Color Profile บน Color Space ของ Monitor A สีแดงเข้มอยู่ที่ 200,0,0 แต่สีแดงเข้มบน Color Space ของ Monitor B อาจจะอยู่ที่ 190,0,0 ได้ การทำงานเช่นนี้จะมีการแปลงโปรไฟล์สีเกิดขึ้น เพื่อให้ได้สีที่ถูกต้องแล้วโปรไฟล์สีนี้จะได้มาอย่างไร โดยทั่วไป ผู้ผลิตจอมอร์นิเตอร์จะมีการทำโปรไฟล์สีของจอรุ่นนั้นๆ อยู่แล้ว แต่ด้วยการผลิตอุปกรณ์อิเล็คโทรนิกส์มันก็ไม่สามารถที่จะทำให้อุปกรณ์มีการแสดงผลได้ตามต้นแบบ 100% ได้ และถ้าสังเกต จะเห็นว่าจอที่ใช้ไปนานๆ จะมีอากาเหลืองเกิดขึ้น เนื่องจากหลอด back light หรือภาคจ่ายไฟให้หลอด back light เริ่มเสื่อม ซึ่งนั่นก็ทำให้การใช้โปรไฟล์สีเดิมไม่สามารถใช้การได้นั่นเอง เราจึงควรที่จะทำโปรไฟล์สี หรือแผนที่สีบนจอขึ้นมาใหม่เพื่อให้ได้สีที่แสดงออกมายังตรงอยู่เหมือนเดิม ซึ่งการสร้างโปรไฟล์สีนี้ก็คือการ Calibrate หรือการปรับเทียบหน้าจอนั่นเองโดยการ Calibrate สามารถทำได้ 2 วิธีหลักด้วยกัน คือการใช้สายตาในการปรับเทียบ ซึ่งวิธีนี้จะมีความแม่นยำที่ค่อนข้างต่ำ แต่สามารถใช้ได้ถ้าไม่ได้ที่จริงจังเรื่องการใช้สีมากนัก แต่ถ้าต้องการความแม่ยำที่สูงขึ้นจะใช้พวก Hardware ประเภท Spectophotometer หรือ Colorimeter ในการปรับเทียบ—–การ Calibrate หน้าจอด้วย สายตา (Windows 7) :การ Calibrate ด้วยวิธีนี้ ทีมงาน LCDSPEC.COM ขอบอกไว้ก่อนว่า?ผู้ใช้ต้องใช้ความแม่นยำในการพิจารณาสีพอสมควร และค่อนข้างมีปัญหาบ้างกับคนที่ตาบอดสี เนื่องจากเป็นการใช้สายตาในการปรับเลื่อนให้สีมีค่าเข้าใกล้สีขาวมาตรฐานมากที่สุดงานนี้ขอใช้ Calibrate Color ของ Windows 7 นะครับ ถือว่าเป็น Tool นึงที่สะดวยเลยที่เดียวก็ว่าได้ ไม่ต้องไปเสียเวลาหา Adobe Gamma มาลงให้เสียเวลาเอาหล่ะก่อนจะเริ่ม calibrate เรามาเตรียมความพร้อมของอุปกรณ์และพื้นที่กันหน่อยดีกว่านะ1. แสงสว่างในห้องต้องเหมาะสม ไม่มีแสงวูบวาบ หรือมีการฉายไฟเข้าจอโดยตรง2. ผนังห้องควรมีสีใกล้เทากลางจะยิ่งดี เพราะสายตาเราจะวัดแสงและสีจากฉากและผนังรอบๆ จอด้วย3. ตั้งค่าทั้ง จอ และ การ์ดจอ ให้เป็นค่าเริ่มต้น หรือ Factory Default4. Wallpaper ควรเป็นภาพที่เป็นเฉดเทา5. เปิดจอไว้อย่างน้อย 30 นาที เพื่อให้หลอดจอ (CRT) หรือหลอด Back Light (LCD) ร้อนพอและให้แสงที่คงที่ได้ตามนี้แล้ว มาทำการ Calibrate กันเลยดีกว่าเริ่มด้วยจากการเข้าไปที่ Control Panelสำหรับคนที่ใช้มุมมองแบบ Category ให้เลือกที่ Appearance and Peraonalization > Display > Calibrate colorส่วนใครใช้มุมมองแบบ Large/Small icons (Classic) ให้เลือกที่ Display > Calibrate color ได้เลยหลังจากเข้าโปแกรมแล้ว หาเรามี Monitor หลายตัว ก็สามารถเลือกได้ที่จะทำการ Calibrate ที่ Monitor ตัวไหนก็ได้โดยการลากหน้าต่าง Calibrate Monitor (ตามภาพ) ไปวางไว้ที่หน้าจอนั้นๆ จากนั้นทำการกด Nextในขั้นตอนถัดมาจะเป็นการบอกถึงการตั้งค่าว่าเราควรตั้งค่าอย่างไรก่อนที่จะเริ่มทำการ Calibrate หน้าจอ โดยขั้นตอนที่ต้องทำก็ง่ายๆ เพียงแค่กดเมนูขึ้นมา แล้วทำการ Reset การตั้งค่าให้เป็นค่าเริ่มต้นเสียก่อน (Factory default) และถ้าหาก OSD Menu ของจอนั้นเลื่อนได้ ก็แนะนำให้เลื่อนไปอยู่ในจุดที่ดูไม่เกะกะ กับการอ่านวิธีในขั้นตอนต่อๆ ไป เมื่อได้ตำแหน่งที่เรียบร้อยแล้วจากก็กด Next กันได้เลยครับเริ่มจากการตั้งค่า Gamma ก่อน ด้วยการปรับค่าแบบง่ายๆ เลื่อนแถบ Slide bar ให้จุดสีที่อยู่ตรงกลางมีสีกลืนกันกับสีที่เป็นวงนอก โดยในภาพจะเป็นตัวอย่างของค่า Gamma ที่เหมาะสม ก็คือจุดที่อยู่กลางวงกลมจะดูกลืนไปกับสีพื้นที่อยู่รอบๆ จุดนั้น แล้วถ้าหากจุดตรงกลางเป็นสีขาว แสดงว่าค่า Gamma นั้นต่ำไป และในทางกลับกัน ถ้าจุดตรงกลางดูสีเข้มกว่าพื้นที่โดยรอบ แสดงว่าค่า Gamma นั้นสูงเกินไป เมื่อเราทำความเข้าใจกับการตั้งค่า Gamma แล้วหล่ะก็กด Next ต่อได้เลยคราวนี้มาเป็นการปรับ Gamma จริงกันซะที ก็แค่เลื่อนแถบ Slide ให้สีจุด กับสีพื้นมันกลืนกันเป็นอันเสร็จพิธี กด Next ต่อครับหลังจากเสร็จสิ้นการตั้งค่า Gamma ให้กับหน้าจอ คราวนี้มาถึงการปรับค่าความสว่าง และค่าคอนทราสต์ เพื่อให้ได้แสงที่เหมาะสมในการใช้งาน แต่หากใครใช้โน็ตบุค โดยมากจะไม่สามารถปรับค่าเหล่านี้ได้ ก็สามารถกด Skip brightness and contrast adjustment เพื่อข้ามไปยังการปรับค่าสมดุลสีได้ทันที แต่ถ้าหากปรับค่าได้ ก็ให้กด Next เพื่อทำการปรับความสว่างของหน้าจอก่อนการปรับ Brightness ที่เหมาะสม ลองดูที่ภาพนะครับ จะมีทั้งสีขาว ดำ ดำมาก และเงาดำ โดยต้องปรับให้เห็นสีทั้งหมดที่ว่าครับ ไม่ใช่ มืดจนไม่เห็นเงาดำในสีดำ หรือสว่างจนสีดำดูไม่ดำ ดูข้อตกลงแล้วก็ไม่ยากใช่มั้ยครับ กด Next ต่อดีกว่าเมื่อรู้รูปแบบการปรับแล้ว ก็ลงมือตั้งค่าเลยละกัน ทำการกด เมนูขึ้นมา เข้าไปที่ส่วนการตั้ง Brightness ทำการเพิ่มหรือลดแสงเพื่อให้เห็น รายละเอียดบนเสื้อสูท และตัว X ที่อยู่บนฉากสีดำด้านหลัง โดยที่ส่วนสีดำต้องดูเป็นสีดำอยู่เหมือนเดิม หลังจากได้ความสว่างที่เหมาะสมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็กด Next เพื่อทำการปรับค่าคอนทราสต์ต่อเลยละกันตอนนี้ก็มาถึงการตั้งคอนทราสต์ของจอกันแล้ว โดยภาพก็จะยังเป็นโทนขวา-ดำเหมือนเดิม การปรับในครั้งนี้จะให้สังเกตในส่วนของรอยยับบนเสื้อ และความใสภาพเป็นหลักก็แล้วกัน โดยถ้าหากคอนทราสต์เราสูงเกินไป รอยยับบนตัวเสื้อจะมองไม่เห็น จะดูว่าเสื้อขาวไปหมดทั้งตัว แต่ถ้าคอนทราสเราต่ำไป ภาพจะดูหมองๆ สีดำก็ไม่ดำออกจะเทาๆ ไปนิด เพราะฉนั้นค่าที่เหมาะสมจึงเป็นค่าที่ทำให้ส่วนขาวดำในภาพ ดูสีตัดกันมากที่สุด และบนตัวเสื้อเห็นรอยยับได้ชัดเจน ดูรูปแบบการปรับแล้วก็มาปรับจริงกันซะที กด Nextและแล้วเราก็มาปรับคอนทราสต์จริงๆ ซะที กดเมนูขึ้นมา ไปที่ Contrast แล้วก็เลื่อนๆๆๆๆๆๆ ได้ค่าดูน่าพอใจแล้วก็กด Nextหลังจากปรับค่าความเหมาะสมของจอกันไปแล้ว คราวนี้จะเป็นส่วนของการปรับสมดุลสีขวา จะเป็นส่วนของการสร้างรูปแบบสี หรือ Color Profile ขึ้น และตรงนี้เองที่ต้องการความแม่นของการดูสีค่อนข้างมากเลยทีเดียว? ว่าแต่เมื่อกี้มีใครมาทางลัดกันบ้างครับ ?ไม่เป็นไร ใครมามาทางตรง หรือทางลัดก็ไม่ว่ากัน ถ้าใครมาทางตรง จะเห็นว่าขั้นตอนก่อนหน้าจะมีแค่ มากไป หรือน้อยไป ความเป็นไปได้มีแค่ 3 ช่วงรูปแบบเท่านั้น แต่ครั้งนึ้รูปแบบความเป็นไปได้มีถึง 7 ช่วงรูปแบบ (แดงเกินไป เขียวเกินไป น้ำเงินเกินไป ออกจะม่วงไปนะ ออกฟ้าไปนิด ออกเหลืองไปหน่อย หรือว่าสีพอดีแล้ว) กันเลยทีเดียว o_O เพราะมันคือการปรับสมดุลสีกันทีเดียวทั้ง 3 สี เพื่อให้ได้สมดุลสีขาวที่เหมาะสม งานนี้ถ้าใครมีตัวช่วยอย่างกระดาษเทากลาง หรือกระดาษสีเทา 18% ก็จะช่วยให้ปรับได้ง่ายขึ้นอีกนิดนึงครับ คุยไปอาจจะไม่เห็นภาพ กด Next เลยดีกว่าอย่างที่บอกหล่ะครับ ว่าคราวนี้เราจะตั้งค่าสีพร้อมกันเลย 3 สี (แล้วจะมั่วไปมั้ยเนี่ย) และก็อย่างที่บอก (อีกแล้ว) ถ้าใชกระดาษเทากลางก็พอเอาเทียบๆ ได้ แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร พยายามนิดนึง ค่อยๆ เลื่อนๆ ถ้าสีไหนมากไปก็ลดสีนั้นลง จนดูว่าสีทั้งหมดไล่จากขาวไปเทา (สีตรงกลางนั่นคือสีเทากลางหรือ Neutral grays) และเมื่อปรับจนได้สีเทาและไม่ แดงไป เขียวไป หรือน้ำเงินเกินไป ก็ถือว่าใช้ได้แล้ว กด Next ต่อเพื่อบันทึกค่าและสุดท้ายเมื่อปรับแต่งเสร็จ เผื่อใครจะลืมสีเดิมไปแล้ว ก็ลองกดที่ปุ่ม Previous calibration เพื่อดูค่าก่อนปรับสีก็ได้นะครับ บางจออาจจะดูว่าก่อนทำการปรับสีจอเราอาจจะฟ้าเกินไป หรือบางคนอาจจะใช้จอถนอมสายตา (เหลือง) มาเป็นเวลานานแล้วก็ได้ แต่ก็สุดแล้วแต่แหละครับ ถ้าใครดูแล้วว่าที่ Calibrate มานั้นดูแล้วไม่ชอบ ก็กด Cancel ออกไปได้ครับเพื่อใช้ค่าเดิม แต่ถ้าดูแล้วดีขึ้นก็กด Finish เป็นอันเสร็จสิ้นครับหลังจากได้ลอง Calibrate หน้าจอด้วยสายตาตัวเองกันไปแล้วไม่ทราบว่าเป็นยังไงบ้างครับ ลองเขียนมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ
Motorola ส่ง NYXboard รีโมท TV QWERTY แบบ Dual-Side
ราวๆ 7 เดือนก่อน Motolora ก็ได้ปล่อยข้อมูลเกี่ยวกับรีโมท TV QWERTY แบบ Dual-Side ชื่อ the NYXborad ออกมา แต่แล้วก็หายเงียบกริบไป ไม่ได้ยินข่าวคราวอีกเลย แต่มาวันนี้ก็ได้รู้แล้วว่าเพราะเหตุใด ในสังคมของเหล่าชาว Open-Source จะขายเครื่อง XMBC ที่มีการออกแบบตัวควบคุมใหม่แบบพิเศษ ซึ่งมีการออกแบบที่เกี่ยวข้องกับฮาร์ดแวร์ด้วย Pulse-Eight ได้บอกด้วยว่าพวกเขาคุยกับ Motorola เพื่อพิจารณาการใส่รีโมทมากับเครื่อง Set-Top-Boxes มาเลย หมายความว่าพวกเขาต้องการที่จะให้คุณสามารถซื้อรีโมท IR และ RF ที่รองรับ XMBC อย่างแท้จริงในราคาที่ตำกว่า 1,800 บาท (ราคาคร่าวๆ) ในเดือนมิถุนานี้แต่ในขณะที่เรายังคงไม่มีรูปจริงๆของเจ้ารีโมทที่ว่านี้เลย มีเพียงแค่รูปกราฟฟิกนิดหน่อยเท่านั้น แต่นักพัฒนาก็บอกว่ามันจะสามารถทำงานบนเครื่อง Mac, Windows, Linux และ Apple TV รุ่นแรกได้ และมันจะยังมีรุ่นที่ 2 ตามออกมาอีก ซึ่งจะเพิ่มความสามารถในการควบคุมเครื่อง Apple TV 2 รุ่นใหม่ได้ และความสามารถลับในการใช้เป็นรีโมทย์ควบคุมศูนย์ของระบบ Home Entertainment ของคุณได้อีก ฟังดูเหมือนว่า Logitech Harmony จะมีคู่แข่งยังไงก็ไม่รู้เนอะที่มา : www.engadget.com 
Acer Slim LED S Series จอบางได้ใจ ดีไซน์เรียบหรู ให้ความคมชัดสูงสุดถึง 100ล้าน:1
ลงตัวกับทุกองศา ประหยัดพื้นที่กับความบางของหน้าจอไม่ถึง 15?มม. ตัวเครื่องสีดำมันวาว เรียบลื่นในทุกสัมผัส หน้าจอ widescreen 16:9?ความละเอียดสูงสุดระดับ?Full HD 1080P?ความเร็วตอบสนองสูงสุด?2?มิลลิวินาที ให้เฉดสีถึง?16.7?ล้านสี คมชัดทุกรายละเอียดด้วยค่าความคมชัดสูงสุดถึง100,000,000: 1?พร้อมด้วยเทคโนโลยี?white LED backlight?ที่ปราศจากสารปรอทช่วยลดมลพิษเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงานสูงสุดถึง68%?พร้อมฉลากรองรับการประหยัดไฟเบอร์?5?เชื่อมต่อความบันเทิงด้วยช่องเชื่อมต่อสัญญาณ?VGA,DVI?และHDMIในบางรุ่น มีให้เลือกถึง?5?ขนาด ได้แก่?S192HQL(18.5?), S202HL(20?), S220HQL?และ?S222HQL (21.5?), S230HLbd?และ?S232HLCbid (23?), S242HLCbid (24?) สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ในราคาเริ่มต้นเพียง?3,690?บาท (ราคารวม?VAT?แล้ว) สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เอเซอร์?คอลล์เซ็นเตอร์?ที่เบอร์โทรศัพท์?0 2685 4311 หรือคลิกไปที่?www.acer.co.th 
Xtreamer Ultra HTPC ขนาดเล็กจิ๋ว!!! เหมาะกับห้องนั่งเล่นเป็นยิ่งนัก
By: Aumper_Jai | Date: 30 March 2011 | | ไม่มีความเห็น

จากรูปเลยครับจะเห็นได้ว่ามีขนาดเล็กอีกทั้งการออกแบบก็ออกแนวพวกเครื่องเสียงจึงทำให้ยิ่งเหมาะกับการทับเป็นเครื่องมัลติมีเดีย PC จากค่าย Xtreamer Ultra HTPC มาพร้อมกับสเปก Nvidia Ion 2 , 6 port USB ,RAM 4GB DDR3 ,HDMI socket, IR remote นอกนั้นก็ยังมากับ mini wireless keyboard, รองรับ HDMI 1.4a ด้วยราคาเปิดตัวที่ $323 (ประมาณ 9,700 บาท) ถ้าเอามาต่อกับ LCD TV ที่บ้าน คงดีนักแล

ที่มา : shop.xtreamer.net

เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ

 
 
Tag: 3D 1080p Acer ASUS benq Blu-ray Blu-ray player Bravia ces CES 2011 commart DLNA DVI full hd Full HD 1080P hd HDMI HDTV iphone IPS lcd LCD monitor lcd tv LED LED Backlit LED Monitor LED TV LG monitor OLED OLED TV Panasonic Philips Plasma Plasma TV PS3 Samsung sharp Smart TV Sony Toshiba tv USB VGA wifi
COPYRIGHT@2010 LCDSPEC.COM ALL RIGHTS RESERVED.