Buver's Guide Review HD Contents HD Accessories HD Event Promotions
ฟันธงลงดาบกับจอ LED Monitor 5 รุ่นโดนใจขนาดใหญ่คุ้มค่า ในสิ้นปีนี้
สวัสดีครับ หลายๆ คนตอนนี้ก็อาจจะกำลังคิดที่จะซื้อของขวัญให้ตัวเองอยู่ในเทศกาลปีใหม่นี้ เชื่อได้อย่างหนึ่งว่าหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือ Monitor ก็เป็นของสิ่งหนึ่งเหมือนกันที่ทุกคนอยากจะเปลี่ยนให้มีขนาดใหญ่ขึ้น แสดงผลได้ดีขึ้นแต่ก็เข้าใจว่าทุกคนล้วนแล้วแต่อยากได้สิ่งที่ดีที่สุด โดยจ่ายเงินออกไปให้น้อยที่สุด วันนี้ทีมงาน LCDSPEC.COM ของเราจึงถือโอกาสมาแนะนำ LED Monitor ในตลาดที่น่าสนใจ จำนวน 5 รุ่น ใน 5 แบรนด์ชั้นนำ ของช่วงเวลานี้กันหน่อย1. Acer LED Monitor – S231HQLbd?ราคา 5,290 บาทสเปกโดยพอสังเขป :- ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว สัดส่วน 16:9- ความละเอียด Full HD 1920 x 1080 พิกเซล- ค่าความสว่าง 250 cm/m2- คอนทราสต์ 12,000,000:1 (ACM)- อัตราความเร็วตอบสนอง 5ms- การเชื่อมต่อ D-Sub / DVILCDSPEC.COM ฟันธง: เหมาะสำหรับคนงบจำกัด แล้วที่อยากได้หน้าจอใหญ่ความละเอียดสูง มาแทนที่หน้าจอแบบเดิมๆ ในราคาค่าตัวเพียง 5,290 บาท ก็ได้เทคโนโลยี LED ทีให้การแสดงภาพมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยคอนทราสต์ 12,000,000:1 (ACM) แถมด้วยการประหยัดพลังงานลงไปถึง 68% เมื่อเทียบกับ LCD Monitor แบบเดิมๆ แต่ก็ยังมีข้อสังเกตอยู่ก็คือ ช่องทางการเชื่อมต่อสัญญาณค่อนข้างจะมีข้อจำกัดไปซักหน่อย น่าจะติดตั้งพอร์ต HDMI มาให้ด้วยเลย เพราะสมัยนี้ถ้าเราจะทำการต่อจอเข้ากับโน้ตบุ๊กหรือคอมพิวเตอร์พีซี การ์ดจอใหม่ๆ ก็จะเป็น HDMI กันหมดแล้ว รวมไปถึงเครื่องเล่นเกมคอนโซลด้วยที่รองรับการเชื่อมต่อดิจิตอลที่เป็นเฉพาะ ?HDMI เท่านั้น ส่วนดีไซน์ก็ดูเรียบๆ ไปหน่อย แต่ก็ยังจัดได้ว่าสวยงามอยู่ อันนี้ก็คงขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนนะครับ2. AOC LED Monitor -?E2440V?ราคา 5,990 บาทสเปกโดยพอสังเขป :- ขนาดหน้าจอ 24 นิ้ว สัดส่วน 16:9- ความละเอียด Full HD 1920 x 1080 พิกเซล- ค่าความสว่าง 300 cm/m2- คอนทราสต์ 2,000,000:1 (DCR)- อัตราความเร็วตอบสนอง 5ms- การเชื่อมต่อ D-Sub / DVILCDSPEC.COM ฟันธง: เหมาะสำหรับคนงบน้อย อยากได้หน้าจอขนาดใหญ่สะใจถึง 24 นิ้ว แถมด้วยความละเอียดเยอะๆ อย่าง Full HD 1920 x 1080 พิกเซล เมื่อนำไปดูหนัง Blu-ray ก็เต็มตา ที่สำคัญคือได้ดีไซน์การออกแบบที่ไม่ซ้ำใคร ถ้าซื้อไปใช้งานรับรองว่าไม่มีใครเหมือนอย่างแน่นอน ลวดลายที่มีมาถือว่าสวยงาม ดูดีมีศิลปะ เล่นขอบจอเป็นลักษณะแก้วใสหรูหรา ในส่วนของสเปกก็จัดได้ว่าเป็นค่ามาตรฐานของหน้าจอแบบ LED Monitor แต่ก็ขาดพอร์ต HDMI ไปอีกนั่นแหละ สำหรับราคาค่าตัวนั้นก็ตกเพียง 5,990 บาท ซึ่งก็เดาว่าหลายท่านคงสงสัยว่าทำไมมันถูกเวอร์จัง ก็ขอบอกให้ทราบตรงนี้เลยว่า ไม่ใช่ว่าของไม่ดีนะครับ แต่แบรนด์นี้เค้าเน้นในการทำราคาอยู่แล้ว ก็เลยเป็นปกติไป3. Benq LED Monitor -?V2420?ราคา 8,290 บาทสเปกโดยพอสังเขป :- ขนาดหน้าจอ 24 นิ้ว สัดส่วน 16:9- ความละเอียด Full HD 1920 x 1080 พิกเซล- ค่าความสว่าง 300 cm/m2- คอนทราสต์ 10,000,000:1 (DCR)- อัตราความเร็วตอบสนอง 5ms- การเชื่อมต่อ D-Sub / DVILCDSPEC.COM?ฟันธง: หน้าจอขนาดใหญ่ขึ้นไปอีกกับขนาด 24 นิ้ว ความละเอียด Full HD ที่มีพื้นที่การทำงานที่กว้างขวาง จะเอาไปทำงานหรือเอ็นเตอร์เทนก็ไม่ต้องกังวล หน้าจอเป็นแบบจอด้านไม่ต้องห่วงเรื่องของการทำงานที่ต้องเพ่งไปที่หน้าจอนานๆ ส่วนในเรื่องของสีสันความถูกต้องของสี ด้วยความที่เป็น LED Monitor ของ Benq ก็ไม่ต้องเป็นห่วงเท่าใดนัก เพราะสามารถเชื่อใจได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็มีข้อน่าสังเกตอยู่เหมือนกันที่ว่าทำไมไม่ติดตั้งพอร์ต HDMI มาให้ด้วยซะเลย จะได้พร้อมเชื่อมต่อสัญญาณกับทุกๆ อุปกรณ์ ดีไซน์ก็ถือว่าจอมีลักษณะค่อนข้างบางและสวยงามทีเดียว ?พร้อมทั้งยังได้รางวัล Product Design Award 2010 อีกด้วย สนนราคาก็แพงกว่าตัว AOC ประมาณ 2,000 บาท ตรงนี้คงต้องตัดสินใจกันหน่อยว่าจะเลือกรุ่นนี้ด้วยความความใหญ่ขึ้นอีก 1 นิ้วหรือเปล่า4. LG LED Monitor – E2360V-PN ราคา 5,950 บาทสเปกโดยพอสังเขป :- ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว สัดส่วน 16:9- ความละเอียด Full HD 1920 x 1080 พิกเซล- ค่าความสว่าง 250 cm/m2- คอนทราสต์ 2,000,000:1 (DCR)- อัตราความเร็วตอบสนอง 5ms- การเชื่อมต่อ D-Sub / DVI / HDMILCDSPEC.COM?ฟันธง: นอกจากหน้าจอจะมีขนาดใหญ่คือ 23 นิ้ว สัดส่วนยอดนิยม 16:9 สนับสนุนทุกความบันเทิง และจุดที่น่าสนใจคือดีไซน์ ซึ่งถือว่าสวยงามโดดเด่น เพียวบาง ไม่ว่าจะนำไปจัดวางที่โต๊ะทำงานหรือห้องไหนๆ ก็จะกลายเป็นเฟอร์นิเจอร์สุดหรูอีกชิ้นหนึ่งได้ในทันที ส่วนในเรื่องของสเปกก็ไม่เป็นรองใคร ด้วยความละเอียดระดับ Full HD ที่เป็นมาตรฐานของจอคอมพิวเตอร์สมัยนี้ ?อีกอย่างที่เป็นจุดเด่นก็คือ การเชื่อมต่อที่ครบครันทั้ง D-Sub / DVI / HDMI คราวนี้ไม่ว่าเราจะเอาไปเชื่อมต่อสัญญาณกับช่องทางใดก็พร้อมไปหมด ไม่ต้องเสียเวลามาหาตัวแปลงกันให้ลำบาก ค่าตัวก็จัดได้ว่าคุ้มค่า ด้วยราคา 5,950 บาท ถือว่าไม่แพงเลยกับสิ่งที่ได้มา5. Samsung LED Monitor – BX2350 ราคา 9,900 บาท- ขนาดหน้าจอ 24 นิ้ว สัดส่วน 16:9- ความละเอียด Full HD 1920 x 1080 พิกเซล- ค่าความสว่าง ?250 cm/m2- คอนทราสต์ 5,000,000:1 (DCR)- อัตราความเร็วตอบสนอง 2ms- การเชื่อมต่อ D-Sub / HDMI x 2LCDSPEC.COM?ฟันธง: เพียงแรกเห็นก็ดูสวยโดดเด่นเหนือใครกันแล้วกับ LED Monitor รุ่นนี้จากทาง Samsung ด้วยการดีไซน์ที่ออกเป็นแนวสปอร์ต ฐานจอดูโฉบเฉี่ยวไม่ซ้ำใคร มีเอกลักษณ์ในตัวค่อนข้างสูง ขนาดการใช้งานหน้าจอก็รองรับทุกความบันเทิงด้วยขนาด 24 นิ้ว ความละเอียดที่ควรเป็นคือ 1920 x 1080 พิกเซล อีกทั้งด้วยอัตราความเร็วตอบสนอง 2ms จึงไม่ต้องเป็นห่วงเมื่อแสดงผลภาพที่เคลื่อนไหวเร็วๆ อีกจุดที่จะถือว่าเป็นจุดเด่นหรือเป็นข้อสังเกตก็ได้ นั่นก็คือได้ติดตั้งพอร์ต HDMI มาให้ถึง 2 พอร์ตด้วยกัน โดยที่ได้ตัดพอร์ต DVI ออกไปซะงั้น ข้อดีคือเมื่อเรามีอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อด้วย HDMI 2 เครื่อง เราก็สามารถเสียบ HDMI คาไว้ได้เลย โดยไม่ต้องถอดไปมา ส่วนถ้าเมื่อไหร่มีอุปกรณ์ที่เป็น DVI มา ก็คงต้องหาตัวแปลงกันหน่อย แต่ในส่วนนี้ถ้ารู้ตัวเองอยู่แล้วว่าที่บ้านเรามีอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็นโน้ตบุ๊กหรือการ์ดจออะไร ก็คงไม่ใช่ปัญหาเท่าไหร่ สนนราคา LED Monitor ตัวนี้ก็ 9,900 บาท ซึ่งหลายๆ คนอาจจะดูว่าราคาสูง แต่ก็นะเหมือนอารมณ์อยู่เหนือเหตุผล ใครจะว่าอะไรได้เป็นอย่างไรก้นบ้างครับ กับ LED Monitor ที่น่าสนใจ ทั้ง 5 รุ่น 5 แบรนด์ ที่แจ่มๆ ทั้งนั้น ชอบแบบไหนค่อยๆ เลือกนะครับ อย่ารีบร้อนจนเกินไป เดี๋ยวซื้อแล้วพอนำมาใช้งานจริงๆ จะไม่ถูกใจกันเปล่าๆ นอกจากนี้อย่าลืมอ่านบทความอื่นๆ?ที่เกี่ยวข้องกันด้วย ส่วนในเรื่องของคอนทราสต์ดูเหมือนบางตัวจะแตกต่างมากกว่าไปซะหน่อย แต่ขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่าให้ฟังหูไว้หู เพราะจริงๆ แล้วค่านี้มาตรฐานของแต่ละโรงงานวัดมาคนละอย่างกัน ก่อนซื้อไปดูด้วยตาของตัวเองจะดีที่สุดและอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ ราคา สำหรับราคาที่ได้ลงไว้ในบทความนี้จะเป็นราคาตามโบร์ชัว ซึ่งจริงๆ แล้วหน้าร้านจะมีราคาถูกลงไปกว่านี้อีก 300 – 500 บาท เชียวนะครับ?LCDSPEC.COM
Review Samung S23A950D มอนิเตอร์ 3D มิติ ที่สมบูรณ์แบบทั้งภาพและดีไซน์
 เปิดมิติการใช้งานจอภาพ LED ที่สมจริงในรูปแบบ 3 มิติตัวใหม่ล่าสุดจาก Samsung กับ Samung 3D Monitor จอ LED ขนาด 23 นิ้ว รุ่น S23A950D รองรับความละเอียดระดับ Full HD (1920×1080) รายละเอียดเป็นอย่างไรเรามาชมกันกับการ Review แบบย่อม ๆ ในบทความนี้เมื่อพูดถึงการออกแบบ Samsung ถือว่าเป็นผู้ผลิตจอที่เน้นการออกแบบและความสวยงามเป็นหลัก สำหรับจอ LED 3D ขนาด 23 นิ้วตัวนี้ ถือได้ว่าเป็น LED ที่มีกรออกแบบมาให้เพื่อรองรัการใช้งานในการแสดงผลแบบ Full HD พร้อมระบบ 3 มิติที่สมจริง ตัวเครื่องที่ดูดี ตัวจอบาง ฐานของจออกแบบมาได้อย่างสวยงาม โดยงานนี้มาพร้อมกับแว่นแบบ 3 มิติหน้าจอขนาด 32 นิ้วมาพร้อมแว่นระบบ 3 มิติตัวจอทำออกมาได้บางมาก (บางจริง ๆ )ด้านข้างอีกมุมนึง บางเหลือเกินมองหน้าจอขนาด 23 นิ้วแยยเต็ม ๆ ตัวจอ ดูสวยงามตามแบบฉบับของ Samsungด้านหลังของตัวจอ ดูเรียบง่ายมาพร้อม Port การใช้งานปุุ่มเปิดหน้าจอเป็นแบบสัมผัสตามแบบฉบับของ Samsung  แว่นระบบ 3 มิติ ที่จะทำให้การชมภาพยนต์และการเล่นเกมได้สมจริงปุ่มสำหรับเปิดสัญญาณแว่น 3 มิติ
เพื่อสีที่ถูกต้องสมจริง เรามา Calibrate หน้าจอ Monitor กันเถอะ
>>> ในหน้าสุดท้ายมีกิจกรรมเล่นเกมกันสนุกๆ ด้วย อย่าลืมมาร่วมเล่นกันนะครับคุณเคยประสบปัญหาเช่นนี้หรือไม่ แต่งภาพบนหน้าจอตัวเองว่าสีสวยแล้ว พอส่งไฟล์ไปให้เพื่อนกับพบว่าสีไม่เห็นเหมือนบนจอเราเลย ทั้งมืด ทั้งเพี้ยน แล้วไหนจะเอาไปอัดอีก สีไปกันใหญ่เลยคราวนี้วันนี้ LCDSPEC.COM เรามีคำตอบมาให้ ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะว่า จอภาพและอุปกรณ์แสดงผลภาพทำงานโดยมี Color Space ที่ต่างกันColor Space แบบ 2 มิติโดยหากจอไหนที่มี Color Space ที่กว้างจะให้ความสดใสภาพได้มากกว่าจอที่มี Color Space แคบ เช่นจอที่เป็นชนิด LED LCD Monitor จะมี Color Space ที่กว้างกว่า จอชนิด CCFL LCD Monitor เป็นต้นแล้ว Color Space มันคืออะไร ?Color Sapce ของ Monitor ก็คือขอบเขตของการแสดงสีของจอภาพนั้นๆ ว่าสามารถแสดงสีได้มากน้อยแค่ไหน เป็นที่มาว่าทำไมแต่ละจอถึงให้สีที่มีความสดไม่เท่ากัน ดังนั้นจึงต้องมีการทำ Color Profile เข้ามาช่วยในการควบคุมให้มีการแสดงสีให้มีค่าใกล้เคียงกันมากที่สุด เนื่องจาก Color Profile นี้จะทำหน้าที่เสมือนแผนที่ที่บอกว่าสีที่ต้องการนี้อยู่ที่ตำแหน่งไหนของ Color Space ที่ใช้อยู่ เช่น ถ้าส่งคำสั่งแสดงสี 200,0,0 ไปให้ Monitor A จะได้สีแดงเข้มๆ แต่ถ้าส่ง 200,0,0 เช่นกัน ไปให้ Monitor? B จะได้สีแดงที่สว่างขึ้น ถ้าต้องการให้ Monitor A และ Monitor B แสดงสีออกมาเหมือนกัน ก็จะจำต้องที่จะต้องทำแผนที่สีที่ว่าไปเมื่อกี้ ซึ่งสีถ้าใช้ Color Profile บน Color Space ของ Monitor A สีแดงเข้มอยู่ที่ 200,0,0 แต่สีแดงเข้มบน Color Space ของ Monitor B อาจจะอยู่ที่ 190,0,0 ได้ การทำงานเช่นนี้จะมีการแปลงโปรไฟล์สีเกิดขึ้น เพื่อให้ได้สีที่ถูกต้องแล้วโปรไฟล์สีนี้จะได้มาอย่างไร โดยทั่วไป ผู้ผลิตจอมอร์นิเตอร์จะมีการทำโปรไฟล์สีของจอรุ่นนั้นๆ อยู่แล้ว แต่ด้วยการผลิตอุปกรณ์อิเล็คโทรนิกส์มันก็ไม่สามารถที่จะทำให้อุปกรณ์มีการแสดงผลได้ตามต้นแบบ 100% ได้ และถ้าสังเกต จะเห็นว่าจอที่ใช้ไปนานๆ จะมีอากาเหลืองเกิดขึ้น เนื่องจากหลอด back light หรือภาคจ่ายไฟให้หลอด back light เริ่มเสื่อม ซึ่งนั่นก็ทำให้การใช้โปรไฟล์สีเดิมไม่สามารถใช้การได้นั่นเอง เราจึงควรที่จะทำโปรไฟล์สี หรือแผนที่สีบนจอขึ้นมาใหม่เพื่อให้ได้สีที่แสดงออกมายังตรงอยู่เหมือนเดิม ซึ่งการสร้างโปรไฟล์สีนี้ก็คือการ Calibrate หรือการปรับเทียบหน้าจอนั่นเองโดยการ Calibrate สามารถทำได้ 2 วิธีหลักด้วยกัน คือการใช้สายตาในการปรับเทียบ ซึ่งวิธีนี้จะมีความแม่นยำที่ค่อนข้างต่ำ แต่สามารถใช้ได้ถ้าไม่ได้ที่จริงจังเรื่องการใช้สีมากนัก แต่ถ้าต้องการความแม่ยำที่สูงขึ้นจะใช้พวก Hardware ประเภท Spectophotometer หรือ Colorimeter ในการปรับเทียบ—–การ Calibrate หน้าจอด้วย สายตา (Windows 7) :การ Calibrate ด้วยวิธีนี้ ทีมงาน LCDSPEC.COM ขอบอกไว้ก่อนว่า?ผู้ใช้ต้องใช้ความแม่นยำในการพิจารณาสีพอสมควร และค่อนข้างมีปัญหาบ้างกับคนที่ตาบอดสี เนื่องจากเป็นการใช้สายตาในการปรับเลื่อนให้สีมีค่าเข้าใกล้สีขาวมาตรฐานมากที่สุดงานนี้ขอใช้ Calibrate Color ของ Windows 7 นะครับ ถือว่าเป็น Tool นึงที่สะดวยเลยที่เดียวก็ว่าได้ ไม่ต้องไปเสียเวลาหา Adobe Gamma มาลงให้เสียเวลาเอาหล่ะก่อนจะเริ่ม calibrate เรามาเตรียมความพร้อมของอุปกรณ์และพื้นที่กันหน่อยดีกว่านะ1. แสงสว่างในห้องต้องเหมาะสม ไม่มีแสงวูบวาบ หรือมีการฉายไฟเข้าจอโดยตรง2. ผนังห้องควรมีสีใกล้เทากลางจะยิ่งดี เพราะสายตาเราจะวัดแสงและสีจากฉากและผนังรอบๆ จอด้วย3. ตั้งค่าทั้ง จอ และ การ์ดจอ ให้เป็นค่าเริ่มต้น หรือ Factory Default4. Wallpaper ควรเป็นภาพที่เป็นเฉดเทา5. เปิดจอไว้อย่างน้อย 30 นาที เพื่อให้หลอดจอ (CRT) หรือหลอด Back Light (LCD) ร้อนพอและให้แสงที่คงที่ได้ตามนี้แล้ว มาทำการ Calibrate กันเลยดีกว่าเริ่มด้วยจากการเข้าไปที่ Control Panelสำหรับคนที่ใช้มุมมองแบบ Category ให้เลือกที่ Appearance and Peraonalization > Display > Calibrate colorส่วนใครใช้มุมมองแบบ Large/Small icons (Classic) ให้เลือกที่ Display > Calibrate color ได้เลยหลังจากเข้าโปแกรมแล้ว หาเรามี Monitor หลายตัว ก็สามารถเลือกได้ที่จะทำการ Calibrate ที่ Monitor ตัวไหนก็ได้โดยการลากหน้าต่าง Calibrate Monitor (ตามภาพ) ไปวางไว้ที่หน้าจอนั้นๆ จากนั้นทำการกด Nextในขั้นตอนถัดมาจะเป็นการบอกถึงการตั้งค่าว่าเราควรตั้งค่าอย่างไรก่อนที่จะเริ่มทำการ Calibrate หน้าจอ โดยขั้นตอนที่ต้องทำก็ง่ายๆ เพียงแค่กดเมนูขึ้นมา แล้วทำการ Reset การตั้งค่าให้เป็นค่าเริ่มต้นเสียก่อน (Factory default) และถ้าหาก OSD Menu ของจอนั้นเลื่อนได้ ก็แนะนำให้เลื่อนไปอยู่ในจุดที่ดูไม่เกะกะ กับการอ่านวิธีในขั้นตอนต่อๆ ไป เมื่อได้ตำแหน่งที่เรียบร้อยแล้วจากก็กด Next กันได้เลยครับเริ่มจากการตั้งค่า Gamma ก่อน ด้วยการปรับค่าแบบง่ายๆ เลื่อนแถบ Slide bar ให้จุดสีที่อยู่ตรงกลางมีสีกลืนกันกับสีที่เป็นวงนอก โดยในภาพจะเป็นตัวอย่างของค่า Gamma ที่เหมาะสม ก็คือจุดที่อยู่กลางวงกลมจะดูกลืนไปกับสีพื้นที่อยู่รอบๆ จุดนั้น แล้วถ้าหากจุดตรงกลางเป็นสีขาว แสดงว่าค่า Gamma นั้นต่ำไป และในทางกลับกัน ถ้าจุดตรงกลางดูสีเข้มกว่าพื้นที่โดยรอบ แสดงว่าค่า Gamma นั้นสูงเกินไป เมื่อเราทำความเข้าใจกับการตั้งค่า Gamma แล้วหล่ะก็กด Next ต่อได้เลยคราวนี้มาเป็นการปรับ Gamma จริงกันซะที ก็แค่เลื่อนแถบ Slide ให้สีจุด กับสีพื้นมันกลืนกันเป็นอันเสร็จพิธี กด Next ต่อครับหลังจากเสร็จสิ้นการตั้งค่า Gamma ให้กับหน้าจอ คราวนี้มาถึงการปรับค่าความสว่าง และค่าคอนทราสต์ เพื่อให้ได้แสงที่เหมาะสมในการใช้งาน แต่หากใครใช้โน็ตบุค โดยมากจะไม่สามารถปรับค่าเหล่านี้ได้ ก็สามารถกด Skip brightness and contrast adjustment เพื่อข้ามไปยังการปรับค่าสมดุลสีได้ทันที แต่ถ้าหากปรับค่าได้ ก็ให้กด Next เพื่อทำการปรับความสว่างของหน้าจอก่อนการปรับ Brightness ที่เหมาะสม ลองดูที่ภาพนะครับ จะมีทั้งสีขาว ดำ ดำมาก และเงาดำ โดยต้องปรับให้เห็นสีทั้งหมดที่ว่าครับ ไม่ใช่ มืดจนไม่เห็นเงาดำในสีดำ หรือสว่างจนสีดำดูไม่ดำ ดูข้อตกลงแล้วก็ไม่ยากใช่มั้ยครับ กด Next ต่อดีกว่าเมื่อรู้รูปแบบการปรับแล้ว ก็ลงมือตั้งค่าเลยละกัน ทำการกด เมนูขึ้นมา เข้าไปที่ส่วนการตั้ง Brightness ทำการเพิ่มหรือลดแสงเพื่อให้เห็น รายละเอียดบนเสื้อสูท และตัว X ที่อยู่บนฉากสีดำด้านหลัง โดยที่ส่วนสีดำต้องดูเป็นสีดำอยู่เหมือนเดิม หลังจากได้ความสว่างที่เหมาะสมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็กด Next เพื่อทำการปรับค่าคอนทราสต์ต่อเลยละกันตอนนี้ก็มาถึงการตั้งคอนทราสต์ของจอกันแล้ว โดยภาพก็จะยังเป็นโทนขวา-ดำเหมือนเดิม การปรับในครั้งนี้จะให้สังเกตในส่วนของรอยยับบนเสื้อ และความใสภาพเป็นหลักก็แล้วกัน โดยถ้าหากคอนทราสต์เราสูงเกินไป รอยยับบนตัวเสื้อจะมองไม่เห็น จะดูว่าเสื้อขาวไปหมดทั้งตัว แต่ถ้าคอนทราสเราต่ำไป ภาพจะดูหมองๆ สีดำก็ไม่ดำออกจะเทาๆ ไปนิด เพราะฉนั้นค่าที่เหมาะสมจึงเป็นค่าที่ทำให้ส่วนขาวดำในภาพ ดูสีตัดกันมากที่สุด และบนตัวเสื้อเห็นรอยยับได้ชัดเจน ดูรูปแบบการปรับแล้วก็มาปรับจริงกันซะที กด Nextและแล้วเราก็มาปรับคอนทราสต์จริงๆ ซะที กดเมนูขึ้นมา ไปที่ Contrast แล้วก็เลื่อนๆๆๆๆๆๆ ได้ค่าดูน่าพอใจแล้วก็กด Nextหลังจากปรับค่าความเหมาะสมของจอกันไปแล้ว คราวนี้จะเป็นส่วนของการปรับสมดุลสีขวา จะเป็นส่วนของการสร้างรูปแบบสี หรือ Color Profile ขึ้น และตรงนี้เองที่ต้องการความแม่นของการดูสีค่อนข้างมากเลยทีเดียว? ว่าแต่เมื่อกี้มีใครมาทางลัดกันบ้างครับ ?ไม่เป็นไร ใครมามาทางตรง หรือทางลัดก็ไม่ว่ากัน ถ้าใครมาทางตรง จะเห็นว่าขั้นตอนก่อนหน้าจะมีแค่ มากไป หรือน้อยไป ความเป็นไปได้มีแค่ 3 ช่วงรูปแบบเท่านั้น แต่ครั้งนึ้รูปแบบความเป็นไปได้มีถึง 7 ช่วงรูปแบบ (แดงเกินไป เขียวเกินไป น้ำเงินเกินไป ออกจะม่วงไปนะ ออกฟ้าไปนิด ออกเหลืองไปหน่อย หรือว่าสีพอดีแล้ว) กันเลยทีเดียว o_O เพราะมันคือการปรับสมดุลสีกันทีเดียวทั้ง 3 สี เพื่อให้ได้สมดุลสีขาวที่เหมาะสม งานนี้ถ้าใครมีตัวช่วยอย่างกระดาษเทากลาง หรือกระดาษสีเทา 18% ก็จะช่วยให้ปรับได้ง่ายขึ้นอีกนิดนึงครับ คุยไปอาจจะไม่เห็นภาพ กด Next เลยดีกว่าอย่างที่บอกหล่ะครับ ว่าคราวนี้เราจะตั้งค่าสีพร้อมกันเลย 3 สี (แล้วจะมั่วไปมั้ยเนี่ย) และก็อย่างที่บอก (อีกแล้ว) ถ้าใชกระดาษเทากลางก็พอเอาเทียบๆ ได้ แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร พยายามนิดนึง ค่อยๆ เลื่อนๆ ถ้าสีไหนมากไปก็ลดสีนั้นลง จนดูว่าสีทั้งหมดไล่จากขาวไปเทา (สีตรงกลางนั่นคือสีเทากลางหรือ Neutral grays) และเมื่อปรับจนได้สีเทาและไม่ แดงไป เขียวไป หรือน้ำเงินเกินไป ก็ถือว่าใช้ได้แล้ว กด Next ต่อเพื่อบันทึกค่าและสุดท้ายเมื่อปรับแต่งเสร็จ เผื่อใครจะลืมสีเดิมไปแล้ว ก็ลองกดที่ปุ่ม Previous calibration เพื่อดูค่าก่อนปรับสีก็ได้นะครับ บางจออาจจะดูว่าก่อนทำการปรับสีจอเราอาจจะฟ้าเกินไป หรือบางคนอาจจะใช้จอถนอมสายตา (เหลือง) มาเป็นเวลานานแล้วก็ได้ แต่ก็สุดแล้วแต่แหละครับ ถ้าใครดูแล้วว่าที่ Calibrate มานั้นดูแล้วไม่ชอบ ก็กด Cancel ออกไปได้ครับเพื่อใช้ค่าเดิม แต่ถ้าดูแล้วดีขึ้นก็กด Finish เป็นอันเสร็จสิ้นครับหลังจากได้ลอง Calibrate หน้าจอด้วยสายตาตัวเองกันไปแล้วไม่ทราบว่าเป็นยังไงบ้างครับ ลองเขียนมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ
Mobile High Definition Link ผู้ช่วยส่งหนัง HD จากมือถือสู่ LCD TV ตัวโปรด !!!
ปัจจุบันโทรศัพท์มือถือที่มีพอร์ต HDMI ก็มีออกมามากมายหลากหลายรุ่นพอสมควร แต่ถ้าจะรับชมภาพยนตร์จากโทรศัพท์ของเราโดยให้ภาพไปออกทางทีวีผ่านการเชื่อมต่อของ HDMI ละก็ จะต้องใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ของตัวโทรศัพท์เอง ทำให้ต้องแก้ปัญหาด้วยการเสียบชาร์จไปดูไป แถมบางครั้งถ้าเราอยากจะ pause หรือควบคุมการเล่นไฟล์ เราก็ต้องเดินไปที่โทรศัพท์ของเราเพื่อจัดการมันซะ ทำให้ไม่สะดวกกับการรับชมเป็นอย่างยิ่ง จึงได้มีการพูดถึงมาตรฐานแบบใหม่ขึ้นมา นั่นคือ?Mobile High-Definition Link (MHL) ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกกับผู้ใช้งานได้ดีเลยครับการเชื่อมต่อของ MHL ก็ยังคงเป็น HDMI อยู่ โดยรองรับไฟล์วิดีโอได้ถึงขนาด 1080p ระบบเสียง 7.1 รอบทิศทางเหมือนปกติ แต่ส่วนที่เป็นจุดเด่นก็คือ ในการเล่นไฟล์นั้น โทรศัพท์จะใช้พลังงานจากทีวีมาแทนที่จะใช้แบตในตัวเครื่อง ทำให้ไม่ต้องเสียบสายพะรุงพะรังอีกแล้วนั่นเอง ใช้แค่สาย HDMI เส้นเดียวจบส่วนอีกข้อก็คือเราจะสามารถใช้รีโมทของทีวีที่รองรับ MHL ในการควบคุมการเล่นไฟล์ของโทรศัพท์ได้ด้วย คราวนี้ก็จะได้นอนดูหนังได้อย่างสบายใจแล้วละครับในขณะนี้ก็มีบริษัทรายใหญ่หลายรายให้การสนับสนุนในการค้นคว้าวิจัยอยู่หลายบริษัทเลย ไม่ว่าจะเป้น Nokia, Samsung, Toshiba และ Sony ซึ่งเมื่อพิจารณาไปแล้ว ดูมีโอกาสแจ้งเกิดที่ดีเลยละครับสำหรับ MHL นี้ที่มา : Pocketnow 
รวมโปรโมชั่นที่น่าสนใจของ LED, LCD Monitor ในงาน COMMART CEMART ’11
สวัสดีครับ วันนี้ทางทีมงานขอนำโปรโมชั่นที่น่าสนใจของ LCD Monitor, LED Monitor ภายในงาน COMMART CEMART ’11 มาฝากกันนะครับ เรียดได้ว่างานนี้ก็ลดราคากันสะใจเช่นเดิม ใครที่สนใจจะซื้อ Monitor แล้วมาเดินในงานรับรองว่าได้หิ้วกลับไปแน่นอนครับ เรามาเริ่มชมในส่วนของ Plenary Hall กันก่อน ที่เด่นเลยก็จะมีบูธของ Benq กับ Acer ที่เอา Monitor มาขายแบบจริงๆ จังๆ อยู่ราคาก็จัดได้ว่าหลากหลาย ตามขนาดหน้าจอเลยครับAcer ก็มาบูธใหญ่ใช่ย่อย ราคาดูแล้วก็น่าสอยกันเช่นเดิม ที่น่าสังเกตคือมีแต่จอ LED Monitor มาขายทั้งนั้นเลยLED Monitor แบบ 3D ก็มีมานะครับแถมยังมีเครื่อง HD Media Player มาขายในงานด้วย ราคาก็จัดได้ว่าไม่แพงครับ ดีไซน์ก็ดูหรูดีมาต่อกันที่โซน C บ้างครับ ที่ส่วนมากจะเป็นตามร้าน JIB, Banana IT, Jet มาเปิดขายในส่วนของคอมพิวเตอร์ แล้วพ่วง Monitor มาขายด้วยเลย แน่นอนว่ามีให้เลือกมากมาย โดยแต่ละยี่ห้อก็วางข้างกันเลย ซึ่งทำมห้เราเปรียบเทียบในการซื้อได้ง่าย เป็นอย่างดีชมกันได้เรื่อยๆ เลยนะครับแบบว่าแอบยี่ห้อ Viewsonic มาขายในงานด้วย ที่เรียกได้ว่าเป็นของหายากเลยทีเดียว สำหรับยี่ห้อนี้อีกทั้งนอกเหนือจากนี้ยังมี Monitor จาก Philips มาวางขายด้วยเช่นกัน ใครที่ชื่นชอบยี่ห้อนี้อยู่ ก็ต้องไม่พลาดเข้าไปชมนะครับเป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับโปรโมชั่นของ Monitor ภายในงาน COMMART CEMART ’11 เอาเป็นว่าใครว่างๆ เสาร์อาทิตย์นี้ ก็ไปเดินเล่นเดินชมกันได้นะครับ อาจจะมีอะไรติดไม้ติดมือกลับมาก็เป็นไปได้ ?^^
ฟิลิปส์เปิดตัวจอภาพคอมพิวเตอร์สำหรับการใช้งานส่วนบุคคลรุ่นใหม่พร้อมนวัตกรรมล้ำสมัยให้ภาพคมชัด
(จากซ้าย) มร. มายังก์ คริสเตียน ผู้อำนวยการ ฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์ระดับโลก สำหรับจอภาพฟิลิปส์ ?ประจำอยู่ที่ บริษัท เอ็มเอ็มดี (ไต้หวัน) จำกัด และ มร. เรย์ ชู ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอ็มเอ็มดี (สิงคโปร์) จำกัด รับผิดชอบผลิตภัณฑ์จอแสดงผลไอทีของฟิลิปส์ประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง แอฟริกา และอเมริกา ร่วมกันประกาศเปิดตัวจอภาพฟิลิปส์รุ่นใหม่ล่าสุด ?โมด้า? (Moda) สำหรับตลาดผู้บริโภค ซึ่งมาพร้อมกับเทคโนโลยีเหนือชั้น อาทิเช่น สมาร์ท คอนทราสท์ ?(SmartContrast) ในอัตรา 20,000,000:1 ซึ่งทำให้การแสดงภาพคมชัดและมีสีสันเปล่งประกายมากกว่าจอทั่วไป ?สมาร์ ทัช (SmartTouch) หรือระบบจอสัมผัส ?มีอัตราการจัดมุมมอง 16:9 แบบ HDMI-ready ?และสามารถใช้เล่นแผ่นบลูเรย์ (Blu-ray) มาพร้อมดีไซน์สวยหรู โดยคาดว่าจะวางจำหน่ายในประเทศไทยราวเดือนกันยายน ปีนี้
LG ส่งสมาร์ททีวี รุ่น LV3730 ราคาสุดคุ้มสบายกระเป๋า พร้อมด้วยคอนเทนต์ดังทั้งไทยและเทศ?
By: Aumper_Jai | Date: 1 April 2011 | | 2 ความเห็น

กรุงเทพฯ 31 มีนาคม 2554 ? บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้บุกเบิกตลาดสมาร์ท ทีวี รายแรกของไทย เปิดตัวสมาร์ท ทีวี รุ่น LV3730 ด้วยราคาที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้ พร้อมด้วยดีไซน์หรูหราในแบบ Patterned Crystal Bottom Deco กรอบจอบางเฉียบ ความละเอียดภาพระดับ Full HD และเชื่อมต่อโลกออนไลน์อย่างง่ายดายด้วยฟีเจอร์ สมาร์ท ทีวี เพื่อเพลิดเพลินกับคอนเทนต์ภาษาไทยที่ได้รับความนิยมสูงสุด

แอลซีดี แอลอีดี สมาร์ท ทีวี รุ่น LV3730 มาพร้อมเอ็กซ์คลูซีฟคอนเทนต์ภาษาไทยจากเนชั่น แชนแนล เว็บไซต์เอ็มไทย และคอนเทนต์ชั้นนำระดับโลก โดยแอลจีเป็นแบรนด์แรกที่ได้พัฒนาเอ็กซ์คลูซีฟคอนเทนต์ภาษาไทยสำหรับอินเตอร์เน็ต ทีวีเป็นครั้งแรก แอลจียังมอบความสะดวกสบายที่เหนือระดับด้วย Magic Motion Remote Control รีโมทพิเศษที่ทำให้ควบคุมทุกความเคลื่อนไหวบนหน้าจออย่างง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส LV3730 ให้ความละเอียดหน้าจอระดับ Full HD ภาพสวยคมชัดทุกรายละเอียดด้วยอัตราคอนทราสต์ 4,000,000:1 โดยรองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ด้วยช่องต่อ RGB, ช่องต่อ USB 2.0 และ HDMI V.1.3 และรองรับการเชื่อมต่อ DLNA (Digital Living Network Alliance) เพื่อสร้างระบบเครือข่ายความบันเทิงภายในบ้าน, พร้อมรองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ทผ่าน Wi-Fi ด้วย USB Dongle

ด้วยดีไซน์แบบ Patterned Crystal Bottom Deco กรอบจอเล็กและมีขนาดเพรียวบาง ขยายมุมมองการรับชมให้เต็มตามากยิ่งขึ้น ล้ำสมัยด้วยปุ่มกดแบบสัมผัส Soft Touch แอลจียังออกแบบลำโพงซ่อนไว้ในตัวเครื่องอย่างแนบเนียน ในขณะเดียวกันก็ให้พลังเสียงแบบ Infinite Surround รอบทิศทางสมจริง และ Dolby Digital เพื่อสร้างประสบการณ์การรับชมที่สมบูรณ์แบบ

LV3730 สมาร์ท ทีวี มีทั้งหมด 5 รุ่น หน้าจอขนาด 32, 37, 42, 47 และ 55 นิ้ว ราคาเริ่มต้นที่ 19,990 ? 59,990 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลแอลจี 0-2878-5757 หรือ หมายเลขโทรฟรี 1-800-545454 หรือ www.lg.com/th

คุณสมบัติ:
? LED TV ให้ภาพคม ชัด มีมิติ
? หรูหราด้วยดีไซน์ Patterned Crystal Bottom Deco
? ล้ำสมัยด้วยปุ่มกดแบบสัมผัส Soft Touch
? SMART TV เชื่อมต่อคอนเทนต์ชั้นนำจากไทยและทั่วโลกผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
? ควบคุมทุกการเคลื่อนไหวด้วย Magic Motion Remote Control (ไม่รวมอยู่ในชุดสินค้า)
? ความละเอียดภาพ Full HD 1920 x 1080p
? Response time 3.0 ms
? คอนทราสต์เรโช 4,000,000:1
? เลือกภาพที่เหมาะแก่การรับชมด้วยเมนู Picture Wizard II
? AV Mode เข้าสู่โหมดภาพยนตร์ กีฬา เกมส์ ได้ทันที รับชมภาพและเสียงเหมือนมืออาชีพปรับให้
? ระบบประหยัดพลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy Saving Plus)
? เทคโนโลยีเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi (USB Dongle ไม่รวมอยู่ในชุดสินค้า)
? DLNA (Digital Living Network Alliance) เชื่อมโยงทีวีกับอุปกรณ์เพื่อความบันเทิงต่างๆ ภายในบ้าน

? ช่องต่อ USB 2.0 รองรับไฟล์รูปภาพ เพลง วีดีโอ DiVX HD Plus
? ช่องต่อ RGB
? ช่องต่อ HDMI V1.3
? Digital audio out
? Invisible Speaker ลำโพงดีไซน์แบบซ่อน
? ระบบเสียง Infinite Surround ให้พลังเสียงรอบทิศทางสมจริง
? เทคโนโลยี Clear Voice II เพิ่มคุณภาพเสียงสนทนาให้ชัดเจนขึ้น
? สัมผัสประสบการณ์เสียงด้วยระบบ Dolby Digital

เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ

 
 
Tag: 3D 1080p Acer ASUS benq Blu-ray Blu-ray player Bravia ces CES 2011 commart DLNA DVI full hd Full HD 1080P hd HDMI HDTV iphone IPS lcd LCD monitor lcd tv LED LED Backlit LED Monitor LED TV LG monitor OLED OLED TV Panasonic Philips Plasma Plasma TV PS3 Samsung sharp Smart TV Sony Toshiba tv USB VGA wifi
COPYRIGHT@2010 LCDSPEC.COM ALL RIGHTS RESERVED.