
ส่วนของเมนูค่อนข้างเข้าใจง่าย แบ่งเป็นหมวดหมู่ชัดเจนดี (หน้าตาอาจจะไม่ค่อยสวยนัก เมื่อเทียบกับทีวีแบรนด์อื่นๆ) ซึ่งการเข้าถึงเมนูต่างๆ สามารถใช้ได้ทั้งรีโมทและปุ่มควบคุมที่อยู่ข้างๆ จอก็ได้ครับ เราลองมาเริ่มดูกันที่โหมดช่องกันก่อน ที่จะประกอบไปด้วยส่วนที่ไว้ค้นหาช่องสัญญาณเป็นหลัก รวมไปถึงระบบสี ระบบเสียงต่างๆ ที่แต่ละในประเทศนั้นจะใช้ไม่เหมือนกัน แต่เราสามารถที่จะเลือกเป็นอัตโนมัติก็ได้

ถัดมาจาะเป็นหมวดของภาพ ที่ไว้ปรับสีสันต่างๆ ซึ่งก็จะมีในส่วนของโหมดภาพสำเร็จรูปมาให้เลือกอยู่แล้ว นอกจากนั้นหากยังไม่ถูกใจ เราเองก็สามารถที่จะปรับค่าต่างๆ นั้นเองได้

สำหรับในโหมดของเสียงก็มีมาให้แบบขาดไม่ได้เหมือนกัน แน่นอนว่าโหมดสำเร็จรูปก็มีมาให้เช่นกัน แต่ใครอยากจะปรับเองก็สามารถทำได้

อีกทั้งยังมีโหมดสำหรับการตั้งเวลาอีกด้วย โดยทีทั้งเวลาปิด เวลาเปิด รวมไปถึงช่องสำหรับการตั้งเวลาเปิดอีกด้วย

ต่อมาเป็นส่วนของโหมด OSD (On Screen Display) ที่เราสามารถปรับภาษาได้ หรือเลื่อนตำแหน่งรวมไปถึงเวลาระยะเวลา?ของ OSD ได้ อีกทั้งยังรองรับการตั้งชื่อของสัญญาณเข้าได้ด้วย สำหรับโหมดนี้

โหมดสุดท้ายจะเป็นโหมดสำหรับการตั้งค่าต่างๆ ที่นอกเหนือจากโหมดอื่นๆ ที่ให้มา

สำหรับในกรณีที่เรามีหลายช่องทางสัญญาณในการเชื่อมต่อก็สามารถที่จะเลือกได้ โดยการกดปุ่ม Input ที่รีโมท โดยกดย้ำไปเรื่อยๆ เพื่อเลือกช่องสัญญาณที่เราจะใช้งาน

ซึ่งในส่วนของมุมขวาจะเป็นการบอกถึงรายละเอียดของช่องสัญาณนั้นๆ

และสุดท้ายสำหรับในส่วนของการใช้งานเมนูต่างๆ คือหน้าตาของการเพิ่มลดระดับเสียง ที่ดูแล้วเรียบๆ เข้ากับหน้าตาเมนูทั้งหมดของ?Sanyo?LCE-24C100F รุ่นนี้


แน่นอนว่า Sanyo?LCE-24C100F ที่เป็น?LED TV ขนาดหน้าจอ 24 นิ้ว ยังมีคุณสมบัติอื่นๆ ที่น่าสนใจ อย่างการปรับสัดส่วนของภาพที่แสดงผลให้เข้ากับสื่อที่เล่นอยู่ได้ ซึ่งเราสามารถปรับได้ทั้ง แบบปกติ / เต็มหน้าจอ / ซูม / ซูม(มีคำบรรยาย) โดยตัวอย่างภาพด้านล่างจะเป็นการเปิด Free TV ที่มีสัดส่วนจอ 4:3 ที่ทาวเราขอแนะนำว่าให้เลือกสัดส่วนภาพเป็นแบบ “เต็มจอ” ครับ ทั้งหมดนี้เราสามารถปรับได้ที่รีโมทในส่วนของปุ่ม Wide ครับ

อีกทั้งยังมีการปรับค่าของ Sports Mode ที่ตัวเราเองสามารถเลือกได้หลากหลายทั้งแบบ ฟุตบอล ?/ กีฬาฤดูหนาว / กีฬาทางน้ำ และกีฬาในร่ม ซึ่งก็ขึ้นอยู่ตามประเภทที่เรารับชมได้ทันที ผ่านทางปุ่ม?Sports บนรีโมท


Sanyo?LCE-24C100F?ภายใต้ซีรีย์ ?VIZON? ขนาดหน้าจอ 24 นิ้ว ที่ให้ความคมชัดสมจริง รวมถึงมีความละเอียดระดับ Full HD หรือ 1920?1080 พิกเซล รวมไปถึงมีอัตราคอนทราสต์ที่สูงถึง 2,5000,000 : 1 ส่งผลให้เติมเต็มทุกอรรถรสการรับชมทั้งภาพยนตร์ และภาพนิ่ง อีกทั้งมีฟังก์ชั่นเลือกใช้งาน 2 แบบ คือ ใช้โทรทัศน์เพื่อรับชมรายการต่างๆ และนำมาเป็น จอมอนิเตอร์เครื่องคอมพิวเตอร์ได้อีกด้วย ซึ่งในการรีวิวครั้งนี้เราจะทำการทดสอบกันอย่างครบถ้วนทีเดียวครับ
การทดสอบในครั้งนี้เราได้ใช้ HD Media Player อย่าง WD TV ขอบขอคุณทาง WD ที่ให้การสนับสนุนครั้งนี้ด้วย

-
ทดสอบการไล่เฉดสีต่างๆ รวมไปถึงความละเอียดของหน้าจอ ก็ทำได้อยู่ในขั้นที่ดีเลยทีเดียวครับ
-
-
การเล่นไฟล์ที่คุณภาพระดับ SD (VCD):
จากการทดลองแสดงภาพแบบ SD (Standard Definition)?ก็สามารถทำได้ดีอยู่ในมาตรฐาน LED TV ในปัจจุบัน ถึงแม้ว่าอาจจะสูงกับ LED TV ในระดับสู้ๆ ไม่ได้ก็ตามที แต่ก็ยังให้ผลเป้นที่น่าพอใจอยู่
-
-
การเล่นไฟล์ที่คุณภาพ DVD:
ลองเปิดด้วยไฟล์ระดับ DVD ก็ให้ผลที่น่าพอใจไม่น้อย ถือว่าอัพสเกลได้อย่างสวยงาม อีกทั้งสัดส่วนของภาพและหน้าจอยังสัมพันธ์กันด้วย นั่นก็คือ 16:9
-
-
การเล่นไฟล์ที่ความละเอียด HD 720p:
ทีนี้มาดูภาพเคลื่อนไหวกันบ้างเริ่มจาก HD 720p ก่อนละกัน ซึ่งเป็นภาพจาก iPhone 4 โดยการทำอัพสเกลขยายภาพถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียว ภาพไม่แตกครับ เนียนๆ เลย
-
-
การเล่นไฟล์ที่ความละเอียด Full HD 1080p:
เรามาทดสอบด้วยการเล่นไฟล์ Full HD กันบ้าง จะเห็นได้ว่ายิ่งเมื่อแสดงภาพที่เป็นสีดำแล้ว จะเห็นได้เลยว่ามีความดำสนิทเรียบเนียน ซึ่งนั้นคงเป็นเพราะความเป็น LED TV อีกทั้งยังให้ภาพที่คมชัดเนื่องด้วยอาจจะเป็นเพราะไฟล์มีขนาดที่สัมพันธ์กันจอ และสีสันที่สดใส น่าประทับใจมาก กับระดับราคาของ LED TV ตัวนี้ครับ
-
-
การเล่นไฟล์ภาพ JPEG ที่ความละเอียด 14.2 ล้านพิกเซล:
ลองมาดูภาพไฟล์ JPEG กันบ้างนะครับ นับว่าถ่ายทดออกมาได้อย่างดีทีเดียว โดยสัดส่วนภาพเป็น 3:2 เลยมีขอบดำซ้ายขวาเหลือทิ้งเอาไว้
-
-
การรับชมภาพฟรีทีวี:
สำหรับ Free TV (สัญญาณเป็นเคเบิ้ลทีวี) ก็ถือได้ว่าได้คุณภาพเป็นระดับที่น่าพอใจทีเดียวครับ ส่วนในเรื่องสัญญาณรบกวนก็อาจจะมีนิดหน่อย รวมไปถึงการขยายเต็มหน้าจอนั้น อาจจะดูไม่เนียนเท่าไหร่ สู้ทีวีระดับสูงๆ คงไม่ได้
-
-
ทดสอบการเชื่อมต่อกับโน้ตบุ๊กเพื่อเป็นมอนิเตอร์แสดงผล:
จากการทดสอบเชื่อมต่อกับโน้ตบุ๊กผ่านทางพอร์ต HDMI ที่สามารถรองรับความละเอียดได้สูงสุดได้ 1920 x 1080 พิกเซล หรือ Full HD โดยเราจะต้องมีการปรับในส่วนของอัตราขนาดเล็กน้อยตามการ์ดจอของโน้ตบุ๊ก
-
-
ซึ่งในการใช้งานจริงอย่างเอาไปเล่นอินเตอร์เน็ต เว็บไซต์ต่างๆ แนะนำว่าให้ลดความสว่างลงนะครับ ?และด้วยหน้าจอเป็นแบบด้านจึงทำให้ไม่รู้สึกล้ากับสายตามากนักเมื่อมีการใช้งานติดต่อกันเป็นเวลานาน อีกทั้งด้วยความที่หน้าจอมีขนาดใหญ่ถึง 24 นิ้ว จึงทำห้สามารถเปิด 2 หน้าต่างโปรแกรมพร้อมกันได้อย่างสบายๆ
-
แต่ยังมีข้อสังเกตที่สำคัญอยู่ว่าขนาดของพิกเซลที่มีขนาดใหญ่และหยาบ ทำให้ในการแสดงผลตัวอักษรจึงดูออกมาไ่ค่อยสวยงามนัก เรียกได้ว่า LED TV รุ่นนี้ ไม่ค่อยเหมาะจะนำมาเป็นมอนิเตอร์เพื่อที่จะใช้งานอินเตอร์เน็ต หรือพิมพ์งานเท่าไหร่นัก ดูแล้วน่าจะเหมาะกับมาเป็นมอนิเตอร์เพื่อชมภาพยนตร์ หรือไฟล์วีดีโอมากกว่า
-
เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ