Buver's Guide Review HD Contents HD Accessories HD Event Promotions
งบ 30,000 บาท ช่วงนี้จะถอย LCD, LED, Plasma TV รุ่นไหนดี? ดูที่นี่มีคำตอบ
งบ 30,000 บาท ช่วงนี้จะถอย LCD, LED, Plasma TV รุ่นไหนดี ดูที่นี่มีคำตอบความเป็นจริง นาทีนี้หากใครมีเงินอยู่ในกระเป๋าจำนวน 30,000 บาท ถ้าจะลือกซื้ออุปกรณ์ไอที ก็คงจะไปซื้อโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ๆ ซีพียู Core i5 พร้อมการ์ดจอแรงๆ เอาไว้เล่นเกม-ทำงาน หรือไม่ก็คงจะไปถอย iPhone4, BB, Andriod มาใช้ให้โก้โก้กัน ตามกระแสนิยม แต่หากใครก็แล้วที่ชอบอยู่ติดบ้านไม่ค่อยไปไหน คงจะต้องนึกถึงทีวี เพื่อเอาไว้นอนดูหนัง ละครอยู่บ้านเป็นแน่แท้วันนี้ทีมงาน LCDSPEC ก็เลยขอโอกาสเสนอทางเลือกในการซื้อทีวีที่ประกอบไปด้วย LCD TV, LED TV, Plasma TV โดยได้มีการเลือกมาประเภทละ 1 รุ่นต่อ ?1 ประภทที่น่าสนใจ กำหนดงบประมาณไม่เกิน 30,000 บาท ซึ่งสาเหตุที่เลือกงบประมาณเท่านี้เพราะ เป็นจำนวนเงินที่จะซื้อทีวีหนึ่งเครื่องที่จัดได้ว่าคุ้มค่าต่อการใช้งานอย่างที่สุด คือ ไม่ราคาสูงเกินไปจนดูฟุ่มเฟือย และราคาไม่ถูกจนเกินไป ที่จัดเป็นเทคโนโลยีเก่า?เอาล่ะครับ มาดูกันว่าทีวีประเภทไหน รุ่นใดจะเหมาะกับการใช้งานของแต่ละท่านกันดีกว่าเริ่มจาก LCD TV Toshiba – 40CV700T (ราคา 26,990 บาท)สเปกโดยพอสังเขป:- ขนาดหน้าจอ 40 นิ้ว- ความละเอียด Full HD 1920 x 1080 พิกเซล- ตัวประมวลผลภาพ Power Meta Brain- คอนทราสต์ 50,000:1- ค่าความสว่าง 500 cm/m2- ระบบเสียง REGZA WOOFER?10Wx2- การเชื่อมต่อ HDMI x2, D-Sub, USB (Jpeg Playback)LCD TV จาก Toshiba รุ่น 40CV700T มีความน่าสนใจตรงที่คุณภาพของภาพที่แสดงผลได้ ซึ่งนอกเหนือจากขนาดหน้าจอ 40 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD แล้ว (ขนาด 32 นิ้ว จะเป็นเพียง HD Ready) ยังมีชิพประมวลผลภาพอัจฉริยะที่มีประสิทธิภาพการทำงานที่สูง อย่าง Power Meta Brain และ Video Processing 10Bit?พร้อมทั้งมีฟีเจอร์ Auto Signal Booster มาช่วยปรับสัญญาณภาพที่ต่ำให้มีความคมชัดมากยิ่งขึ้น (ดูฟรีทีสีบ้านเราหายห่วง ฮา…), Intelligent Backlight Control ช่วยให้แสดงสีดำได้อย่างดำสนิทมากยิ่งขึ้น, 3D Color Management จัดการเรื่องสีสันความอิ่มตัวไม่แพ้ทีวีรุ่นตัวบนๆ นอกเหนือจากนี้ Auto View คอยช่วยปรับค่าการแสดงผลให้เหมาะกับสภาวะแสงในห้องที่เปลี่ยนไป และด้วยระบบเสียง REGZA WOOFER?10Wx2 ให้เสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง โดยไม่ต้องง้อชุดเครื่องเสียงภายนอก การเชื่อมต่อก็ครบครัน ความคุ้มค่าถึงว่าลงตัวกับเงินที่จ่ายไป แต่มีข้อสังเกตอยู่อย่าง คือ USB Port ที่ติดตั้งมา ดันดูได้เฉพาะภาพนิ่ง ไฟล์ JPEG เท่านั้นต่อด้วย LED TV Samsung UA32C5000 (ราคา 29,990 บาท)สเปกโดยพอสังเขป:- ขนาดหน้าจอ 32 นิ้ว- ความละเอียด Full HD 1920 x 1080 พิกเซล- ตัวประมวลผลภาพ HyperReal Engine- คอนทราสต์ 3,000,000:1- ระบบเสียง Dolby Digital Plus 7.5W x2- การเชื่อมต่อ HDMI x4, D-Sub, USB ?x2, Ethernet (LAN) x1LED TV จาก Samsung รุ่น UA32C5000 เหนือชั้นเรื่องการแสดงผลด้วยความที่ใช้เทคโนโลยี EDGE LED ใช้จอภาพแบบ Ultra Clear Panel จอภาพที่ดำสนิท ช่วยให้ภาพมีมิติสมจริง?ขนาดหน้า 32 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล สนับสนุนทุกสื่อความบันเทิง และยังมีเทคโนโลยี DNIe+ ช่วยปรับปรุงคุณภาพ รายละเอียด ความคมชัดของภาพให้ดีที่สุด พร้อมทั้งดีไซน์ Cystal Design เอกสิทธิ์เฉพาะ สะท้อนถึงความหรูหรา สง่างาม เปียบเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งภายในห้อง อีกทั้งยังได้อัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์ที่น่าสนใจอย่าง All Share รองรับการ แชร์ข้อมูลผ่านระบบ DLNA กับหลากหลายอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น Notebook, เครื่องเล่น MP3, หรือกล้องดิจิตอล?ที่จะทำให้เราสามารถเชื่อมต่อทีวีของเราไปยังอุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องง้อสายสายสัญญาณใหเระโยงระยาง สัญญาณเสียงมีแบบ DTS 2.0 ผ่านช่องต่อ Optical เพื่อเชื่อมต่อชุดเครื่องเสียงภายนอก เพื่อตอบสนองความต้องการระบบเสียงที่สมบูรณ์แบบ การเชื่อมต่อพร้อมพรั่งด้วย HDMI ถือ 4 พอร์ต และ USB 2 พอร์ต รองรับทั้ง เพลง, ภาพ และไฟล์วีดีโอ ที่สำคัญยังมี Ethernet อีก 1พอร์ตด้วย?โดยรวมแล้วก็คุ้มค่าสมกับเป็น Samsung จริงๆสุดท้าย Plasma TV Panasonic P42A20 (ราคา 25,990 บาท)สเปกโดยพอสังเขป:- ขนาดหน้าจอ 42 นิ้ว- ความละเอียด 1024 x 769 พิกเซล- ตัวประมวลผลภาพ?G13 Progressive- คอนทราสต์ 2,000,000:1- อัตราความเร็วตอบสนอง 600Hz Sub Field Drive- ระบบเสียง V-Audio?10W x2- การเชื่อมต่อ HDMI x3, D-Sub, SD CardPlasma TV จาก Panasonic รุ่น P42A20 หน้าจอใหญ่ถึงใจ ด้วยขนาด 42 นิ้ว ที่ความละเอียด ?1024 x 769 พิกเซล ซึ่งถึงแม้ว่าดูเหมือนความละเอียดจะค่อนข้างน้อย แต่ด้วยความที่เป็น Plasma TV ที่มี Contrast สูงถึง 2,000,000:1 ก็ทำให้ได้ภาพที่มีมิติ ชัดลึก สมจริง พร้อมทั้งยังให้ภาพที่ออกมาดูนุ่มนวล สบายตา ซึ่งถ้าหากนำมาดูพวกช่องฟรีทีวีนี่แจ่มยิ่งนัก และที่เหนือกว่า LCD TV, LED TV ทั่วไปก็คือ อัตราความเร็วตอบสนอง?600Hz Sub-field Drive ที่ทำให้ภาพเคลื่อนไหวคมชัด ไม่กระตุก ไม่เบลอ ระบบเสียงคุณภาพทรงพลังด้วยลำโพงทิศทางด้านหน้า ที่ในรุ่น P42X20 ไม่มี ยิ่งเป็นจุดเสริมที่น่าสนใจเหนือกว่า Plasma TV ในราคาใกล้เคียงกัน อีกทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยหน้าจอปราศจากสารปรอท และสารตะกั่ว?ด้านการเชื่อมต่อก็ครบถ้วนทั้ง ?HDMI จำนวน 3 พอร์ต, D-Sub จำนวน 1 พอร์ต ทำให้การเชื่อมต่อไปยังโน้ตบุ๊กหรือคอมพิวเตอร์เป็นไปได้อย่างง่ายดาย รวมไปถึง?Viera Image Viewer ที่สนับสนุุนด้วยช่องต่อ SD Card ทำให้ชมภาพถ่ายได้ทันใจ ข้อสังเกตก็จะเหมือนกับ Toshiba 40CV700T คือ เล่นได้เฉพาะภาพ JPEG ถ้าใครไม่ซีเรียสในส่วนนี้ ก็ถือว่ารุ่นนี้เด่นไม่เป็นรองใครเลยทีเดียวเป็นอย่างไรกันบ้างครับกับ LCD TV, LED TV, Plasma TV ที่คัดสรรค์มาในงบจำกัด คงจะถูกใจหลายคนที่กำลังเล็งๆ จะถอยทีวีอยู่ไม่มากก็น้อยนะครับ ซึ่งต้องบอกตรงนี้ก่อนว่าราคาทีวีของแต่ละรุ่นที่เอามาอ้างอิงนั่นเป็นราคาตามโบร์ชัว แน่นอนว่าราคขายจริงตามหน้าร้าน ถูกกว่านี้อีกเป็นหลักพันบาทเลย หากใครมีข้อสงสัยหรือคำแนะนำก็สามารถฝากไว้ที่ความคิดเห็นด้านล่างได้เลยนะครับ LCDSPEC.
Review: BENQ EW2420 – LED Monitor ขนาดหน้าจอ 24″ ใช้พาเนล VA รุ่นแรกของโลก !!!
ช่วงนี้หลายคนอาจจะกำลังหามอนิเตอร์ตัวใหม่ ที่ไว้ใช้งานทั่วไปอย่างงานเอกสารหรือท่องอินเตอร์เน็ต จนไปถึงรองรับความบันเทิงอย่างชมภาพยนต ร์หรือเล่นเกมสามมิติแล้วล่ะก็ คงจะเลือกเป็น LED Monitor ในขนาดหน้าจอประมาณ 21.5 นิ้วขึ้นไป และความละเอียดระดับ Full HD ซึ่งจะแบบจอด้านหรือจอกระจก ก็แล้วแต่ละบุคคลกันไปในวันนี้ทาง LCDSpec.com ได้มีโอกาสรีวิว LED Monitor รุ่นใหม่ล่าสุดจาก BENQ ในรุ่น EW2420 ที่มีขนาดหน้าจอ 24 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล หรือเรียกง่ายๆ ว่า Full HD อีกทั้งยังมากับสเปกที่น่าสนใจอย่างพาแนลแบบ VA ที่นำมาใช้งานร่วมกับเทคโนโลยี LED Backlit ที่ถือได้ว่ามอนิเตอร์รุ่นของโลกที่นำมาใช้แทนพาเนล TN แบบเก่า และคอนทราสต์ที่สูงถึง 20 ล้าน:1 ในแบบ DCR (Dynamic Contrast Ratio) แต่ถ้าเป็นแบบ Native จะอยู่ที่ 3,000:1 ซึ่งนับว่าเป็นค่าที่สูงมากๆ ทีเดียว รวมไปถึงคุณสมบัติอย่างมีลำโพงในตัว มีพอร์ต USB Hub ถึง 4 พอร์ตด้วยกัน และยังสนับสนุนการเชื่อมต่อ HDMI ถึง 2 พอร์ตด้วยกัน นอกเหนือจาก D-Sub กับ DVI แล้วลองไปชมวีดีโอเปิดตัวของเทคโนโลยี LED Monitor และพาเนล VA จาก BENQ กันก่อน :)สำหรับอุปกรณ์ที่ให้มาในกล่อง ก็มีมาเป็นมาตรฐานอย่าง คู่มือ / CD Guide / สายสัญญาณ D-sub / DVI / สายไฟ? อีกทั้งยังมีสายสัญญาณเสียงขนาด 3.5 ม.ม. และสาย USB ที่ไว้เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ ส่วนสายสัญญาณ HDMI นั้นไม่มีมาให้แต่อย่างใด (ถ้าแถมมาให้นี่ จะเยี่ยมมากๆ เลย ซึ่งหากใครจะใช้ HDMI คงจะต้องซื้อหากันเอา ที่เริ่มจากราคาไม่กี่ร้อย จนไปถึงหลักพันบาท)LED Monitor จากทาง BenQ EW2420 ขนาดหน้าจอ 24 นิ้ว Widescreen สัดส่วนเป็น 16:9 ความละเอียดสูงสุดที่ 1920?1080 พิกเซล (Full HD) พาเนลคุณภาพ VA มีค่า Contrast Ratio แบบ Native 3,000:1 หรือในแบบ Dynamic Contrast Ratio ที่สูงถึง 20 ล้าน:1 อัตราความเร็วตอบสนองที่ 8ms โดยพอร์ตการเชื่อมต่อสนับสนุนทั้งแบบอนาล๊อกในรูปแบบของ D-Sub และดิจิตอลที่เป็น DVI / HDMI แน่นอนว่าด้วยความที่มันเป็นจอ LED ดีไซน์ของจอเลยบางพิเศษกว่า LCD Monitor ธรรมดาทั่วไป แต่ก็ยังถือว่าหนา หากเทียบกับ LED Monitor ตัวอื่นๆ ที่นำอแดปเตอร์แปลงไฟไว้ภายนอก สำหรับราคาค่าตัวอยู่ที่ 9,490 บาทส่วนของการดีไซน์ออกแบบ จะเห็นว่าเป็นรูปลักษณ์ใหม่ของ BenQ ที่มีความหรูหรา ด้วยสีดำมันวาว Glossy ในแบบเรียบๆ แต่ก็ทำให้เป็นรอยนิ้วมือหรือรอยขนแมวได้ง่ายเช่นกัน ซึ่งจะว่าไปจริงๆ มอนิเตอร์ในยุคนี้ก็เป็นแนวนี้กันซะหมดอยู่แล้วมาชมที่ภาพด้านหน้าตรงกันก่อนดูในมุมเอียงขวากันหน่อยและเอียงซ้าย ซึ่งจัดได้ว่ารูปร่างหน้าตา น่าใช้งานใช้ได้เลยครับโดยฐานตั้งเป็นลักษณะกลมๆ มีขนาดที่ใหญ่ที่โล่งๆ เนียนๆ พอสมควร รองรับจอขนาด 24 นิ้ว ได้แข็งแรงมั่นคงอย่างสบายๆ? แถมยังมีสติ๊กเกอร์ Compatible with Windows 7 แปะไว้อีกด้วย เพื่อจะได้รู้ว่า LED Monitor รุ่นนี้ ใช้งานกับ Windows 7 ได้ด้วย :P และในส่วนของขอบของหน้าจอด้านล่างจะเป็นแท่งสีเทากลม ที่ช่วยเพิ่มความสวยงามและหรูหราเข้าไปอีกตรงกลางขอบจอด้านล่างจะเป็นโลโก้ยี่ห้อ BENQ โดยจะมีตัวหนังสือเป็นสีเงินนูนขึ้นมาเทคโนโลยี Senseye 3 ให้สีสันสดใสสมจริง เอกสิทธิ์เฉพาะ BenQ และคำว่า LED ที่เป็นการตอกย้ำว่าเป็น LED Monitor จริงๆ นะด้านบนมุมขวา จะมีการระบุชื่อรุ่นเอาไว้ โดยที่มีตัวหนังสือเป็นสีเทาปุ่ม Power จะอยู่ขอบด้านข้างทางมุมขวาล่างโดยที่เวลาอยู่ในสถานะ standby หรือไม่มีสัญญาณเข้า จะมีไฟเป็นสีส้ม และเมื่อมีพร้อมใช้งานจะเป็นไฟสีเขียวครับมาดูกันที่ปุ่มปรับตั้งค่าต่างๆ ของจอ จะเห็นได้ว่าจะเป็นตัวหนังสือสีขวา ทำให้มองเห็นได้ชัดเจน ส่วนปุ่มกดจะอยู่บริเวณขอบล่างของจอ นับจากทางซ้ายไปขวาจะเป็นปุ่ม Auto / Menu / ลูกศรขึ้น / ลูกศรลง และ Enterสำหรับในส่วนของขอบด้านซ้ายจะเป็นช่อง USB Hub จำนวน 2 พอร์ตด้วยกัน รวมไปถึงช่องเสียบหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 ม.ม.คราวนี้เรามาลองดูในมุมด้านข้างกันบ้าง ซึ่งดูจากภาพแล้วจะเห็นเลยว่าความบางของเครื่องจัดได้ว่าเป็น LED Monitor ที่ไม่ได้มีความบางจัดมากนัก แต่ถ้าเราซื้อมาใช้งานเป็นหลัก ส่วนนี้ก็ไม่ต้องไปสนใจมากเท่าใดนักลองมาดูการปรับก้ม – เงย ของหน้าจอกัน อย่างภาพด้านบนจะเป็นการปรับให้ก้มที่สุด (เหมือนไม่ได้ก้มเลย)ส่วนภาพนี้จะเป็นการปรับให้เงยสุด จะเห็นได้ว่าปรับได้พอสมควรเลยมาชมกันที่ด้านหลังกันบ้าง? จะเห็นว่าโลโก้ BENQ ในวงกลมอยู่ ดูแล้วโล่งๆ ว่างๆ แต่ก็จะมีมีลวดลายคล้ายๆ กับหนังอยู่ด้วย บริเวณนั้นด้านบนจะเป็บช่องแบบร่องลึกลงไป เพื่อระบายความร้อนออกจากตัวจอ เมื่อมีการเปิดใช้งานซึ่งด้านหลังนั้นรองรับการติดตั้งแบบ VESA Wall mouting ขนาด 100?100mm อยู่ด้วยด้านมุมขวาล่างจะเป็นตัวล๊อค Kensington ที่ไว้ใช้ยึดกับโต๊ะ เพื่อป้องกันการเคลื่อนย้ายที่พิเศษกว่ามอนิเตอร์รุ่นอื่นๆ คือ จะมีอุปกรณ์น่ารักๆ ที่ไว้จัดการในเรื่องสายสัญญาณให้เป็นระเบียบเรียบร้อยอีกด้วยนอกเหนือจากนี้อย่างที่ทราบกันคือ เป็น LED Monitor ที่มีลำโพงสเตอริโอในตัว โดยตัวลำโพงจะถูกติดตั้งบริเวณขอบจอด้านล่างทั้งขวาและซ้ายครับซึ่งถ้าเราไม่สังเกตดีๆ ก็อาจจะมองไม่เห็นได้ มาเสียงดังมาจากตำแหน่งไหนมาถึงในส่วนพอร์ตการเชื่อมต่อภายนอกที่รองรับรับทั้งดิจิตอลและอนาล็อก ที่จะอยู่บริเวณด้านล่างทางขวาของจอภาพ จากรูปภาพด้านบนไล่จากทางซ้ายไปทางขวาจะเป็น พอร์ต HDMI 1 / HDMI 2 / DVI / D-Sub / USB? เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ / USB Hub 2 พอร์ตที่เหลือ จากทั้งหมด 4 พอร์ตและสุดท้ายทางด้านซ้ายล่างของหน้าจอก็จะเป็นช่องเสียบสายไฟ เพื่อส่งพลังงานมายังจอมอนิเตอร์ โดยทางฝั่งขวาช่องหูฟังที่รับสัญญาณเสียงเข้า (สีฟ้า) และส่งสัญญาณเสียงออก (สีเขียว)
อ่านสเป็ก Monitor, HDTVหน้า ให้รู้จริง ง่ายๆ ภายใน 5 นาที กับ LCDSPEC.COM
คำกล่าวที่ว่า ?ควรเลือกจอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่งบประมาณจะหาซื้อได้? อาจใช้ไม่ได้กับทุกสถานการณ์เสมอไป หากคุณกำลังมองหา Monitor หรือ TV ที่ถูกใจ และตรงตามความต้องการสักเครื่อง ทางทีมงาน LCDSPEC.COM จึงมีเทคนิคง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณเลือกซื้อ HDTV, Monitor ที่ถูกใจได้ด้วยหลักการพิจารณาสเป็กสั้นๆ ซึ่งเราจะมาดูที่ Monitor กันก่อนนะครับอ่านสเป็ก LCD Monitor, LED Monitor ให้เป็นใน 9 ข้อ ขนาด: ขนาดหน้าจอของ Monitor คือความยาวของเส้นทแยงมุมของจอนั้นๆ มีหน่วยเป็นนิ้ว จอ LCD, LED ส่วนใหญ่ที่มีขายในตลาดจะมีขนาดตั้งแต่ 15 นิ้วไปจนถึง 30 นิ้ว และขนาดที่ได้รับความนิยมสูงสุดอยู่ในช่วง 19 ? 24 นิ้ว คุณควรเลือกขนาดที่เหมาะสมกับการใช้งาน ระยะการรับชม และพื้นที่ที่จะใช้วางจอ และพยายามเลือกจอที่มีฐานที่สามารถปรับระดับความสูงขึ้น/ลงได้ เพื่อความสะดวกในการจัดวาง และการปรับระดับความสูงของจอให้พอดีกับระดับความสูงของที่นั่งสัดส่วน (Aspect Ratio): สัดส่วนของ Monitor ในปัจจุบันมีให้เลือกทั้งแบบ 4:3, 5:4, 16:10 และ 16:9 คุณควรเลือกสัดส่วนจอโดยคำนึงถึงประเภทของงาน และ content ที่จะแสดงบนจอเป็นหลัก ปัจจุบันนี้จอ LCD สัดส่วนแบบ 16:9 กำลังเป็นที่นิยม เพราะมีสัดส่วนเดียวกับภาพยนตร์จอกว้าง ทำให้สามารถแสดงภาพยนตร์จอกว้างได้โดยไร้ขอบดำด้านบน-ล่าง ของจอ แต่ถ้าคุณคำนึงถึงพื้นที่ใช้สอยเป็นหลัก อาจพิจารณาจอแบบ 16:10 เพราะพื้นที่ในแนวตั้งที่มากขึ้นจะช่วยลดภาระในการลากเม้าส์เพื่ออ่านเอกสาร/เว็บเพจยาวๆ ได้ความละเอียด (Native Resolution): ความละเอียดที่ Monitor สามารถแสดงได้ มีหน่วยเป็นพิกเซล ซึ่งมีให้เลือกหลาย resolution ด้วยกัน เช่น 1,400 x 900, 1,600 x 900, 1,680 x 1,950, 1,920 x 1,080, 1,920 x 1,200 เป็นต้น สำหรับ resolution ที่ได้รับความนิยมกับจอ 21.5″-23″ แบบ 16:9 ได้แก่ขนาด 1,600 x 900 หรือ 1,920 x 1,080 (Full HD) จอ LED, LCD Monitor จะทำงานได้ดีที่สุดต่อเมื่อ คุณป้อนสัญญาณที่มีความละเอียดตรงกับ native resolution ของมันเท่านั้น ดังนั้นหากคุณต้องการเลือกจอไปใช้สำหรับการเล่นเกม ควรเลือกจอที่มี resolution ที่สัมพันธ์กับขีดความสามารถของการ์ดจอของคุณด้วยContrast Ratio: คืออัตราส่วนของสีขาวที่สว่างที่สุด กับสีดำที่มืดที่สุด ตัวเลขที่สูงกว่าแสดงถึงความสามารถในการไล่ความสว่างของเฉดสีต่างๆ ได้หลายระดับมากขึ้น ทำให้มองเห็นรายละเอียดต่างๆ ในภาพชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะรายละเอียดต่างๆ ของภาพในหนัง/เกมในฉากมืดๆ ปัจจุบัน Native contrast ratio ของ LED, LCD monitor อยู่ที่ประมาณ 600:1 ถึง 1,000:1 (ทางผู้ผลิตจะไม่นิยมบอกกัน)Dynamic Contrast Ratio: เนื่องจากหลอด backlight (หลอดไฟที่ช่วยทำให้เม็ดสีของจอ LED, LCD เรืองแสง) ของ LED, LCD monitor ในปัจจุบันสามารถปรับระดับความสว่างตามลักษณะของ content ที่แสดงอยู่บนจอ ณ ขณะนั้นได้ ทั้งนี้เพื่อให้นำมาซึ่ง Contrast Ratio ที่สูงขึ้น พูดง่ายๆ คือ Dynamic Contrast Ratio เป็น Contrast Ratio สูงสุดที่จอสามารถทำได้ โดยตั้งอยู่บนสมมติฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง ผู้ผลิตส่วนใหญ่ในปัจจุบันจึงมักทำตลาดจอของตนด้วยตัวเลข Dynamic Contrast Ratio แทนการใช้ Native Contrast Ratio ซึ่งปัจจุบันมีตั้งแต่ 10,000:1 ไปจนถึง 5,000,000:1, 12,000,000:1 เลยก็มีResponse Time: เป็นระยะเวลาที่เม็ดสีบนจอ LCD ใช้ในการเปลี่ยนสถานะจากสีหนึ่งไปยังอีกสีหนึ่ง ฉะนั้นยิ่งตัวเลข response time น้อย ยิ่งหมายถึงการแสดงภาพเคลื่อนไหวที่เป็นธรรมชาติ ไร้เงา (ghosting) มากขึ้นBrightness: ความสว่างของจอ LED, LCD ในปัจจุบันจะอยู่ที่ 250 ? 500 cd/m2 (candela per square meter ? แรงเทียนต่อตารางเมตร) หากคุณต้องการนำจอไปวางไว้ในห้องที่สว่างมากๆ อาจต้องพิจารณาจอที่มีความสว่างมากขึ้น หรืออาจเลือกจอที่สว่างมากๆ เอาไว้ก่อน แล้วค่อยปรับให้สว่างน้อยลงตามสภาพแสงในห้องของคุณก็ได้View Angle: มุมมองการรับชมของจอในแนวตั้งและแนวนอน ปัจจุบันจอส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 170/170 หรือมากกว่า (170 องศาในแนวตั้ง และ 170 องศาในแนวนอน) ซึ่งตัวเลขนี้เป็นตัวบอกจุดทำมุมสูงสุดที่คุณสามารถรับชมภาพจากจอได้โดยที่สีและความสว่างไม่เพี้ยน (เช่นมองจากด้านข้างทำมุมสูงสุดได้ 170 องศาโดยที่สีและความสว่างไม่เพี้ยน เป็นต้น) เนื่องจากLCD monitor ถูกออกแบบมาให้ใช้กับคอมพิวเตอร์ (ซึ่งต้องมองตรงๆ) เป็นหลัก คุณจึงไม่ควรกังวลกับตัวเลขนี้มากเกินไปนักConnectivity Interface: Monitor ในปัจจุบันส่วนใหญ่จะมาพร้อมกับพอร์ท VGA (หรือ D-Sub) และพอร์ท DVI ซึ่งพอร์ท DVI นั้นจะให้ภาพที่มีคุณภาพดีกว่า เนื่องจากเป็นการเชื่อมต่อแบบดิจิตอล ส่วน VGA เป็นพอร์ทอนาล็อกแบบเก่าซึ่งใช้กันอย่างกว้างขวางทั้งใน PC/Notebook คุณจึงควรเลือก Monitor ที่มีพอร์ททั้งสองประเภท เพื่อความยืดหยุ่นในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ หรืออาจเลือกจอที่มีพอร์ท HDMI ไปเลยก็ได้ หากคุณต้องการนำไปเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีพอร์ท HDMI อย่าง Playstation 3Special Feature: คุณสมบัติอื่นๆ ในปัจจุบันนี้ก็ทางผู้ผลิตก็ต่างใส่เข้ามาใน Monitor เพื่อทำการแข่งขันกันอย่าง USB Hub, Webcam, Touch Screen, TV Tuner, 3D เป็นต้น ซึ่งส่วนนี้ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่อำนวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของเราได้ ขอแนะนำว่า ควรเลือกในสิ่งที่เราต้องการใช้งานจริงๆ เพราะคุณสมบัติเหล่ามันทำให้ราคาของ Monitor เอง มีราคาที่สูงขึ้นตามไปด้วย<<< ในหน้าถัดไปทีมงาน LCDSPEC.COM จะมาว่ากันด้วยการอ่านสเปกของ HDTV ล้วนๆ ครับ >>>
Samsung สนใจผลิต Retina Display ความละเอียด Full HD พร้อมทั้งแสดงภาพ 3D แบบไร้แว่นได้ด้วย !!!
Samsung สนใจที่จะทำหน้าจอแบบ Retina Display ซึ่งแท็บเล็ตในปัจจุบันนั้นยังไม่มีรุ่นใดที่ให้สามารถแสดงผลได้แบบ Retina Display ได้เลย รวมถึง?iPad 2?โดยทาง Samsung ก็มองเห็นช่องทางในจุดนี้และมีแผนที่จะผลิตหน้าจอที่สามารถแสดงผลได้ที่ 300 – 400 ppi ภายในปี 2015 นี้?สำหรับ Samsung Galaxy Tab ตัวปัจจุบันขนาดหน้าจอ 7 นิ้ว มีความสามารถแสดงผลได้ที่ความละเอียด 1024 x 600 หรือ 170 ppiรวมไปถึงทาง Samsung ยังบอกอีกว่าจะทำแท็บเล็ตให้สามารถแสดงผลได้ที่ Full HD เทียบเท่ากับความละเอียดของทีวีขนาด 40 นิ้ว แถมยังสามารถใช้งานได้ถึง 8 – 10 ชม. ส่วนเทคโนโลยี stereoscopic 3D หรือแสดงภาพ 3D นั้นอาจจะต้องดูทิศทางของตลาดก่อนว่าถ้าลูกค้าเริ่มที่จะนิยมกันมากขึ้นก็จะร่วมลงทุนในตลาดนี้ซึ่งจะทำแบบไม่ต้องใช้แว่นบนแท็บเล็ตที่มา : www.engadget.com
รวมโปรโมชั่นที่น่าสนใจของ LED, LCD Monitor ในงาน COMMART CEMART ’11
สวัสดีครับ วันนี้ทางทีมงานขอนำโปรโมชั่นที่น่าสนใจของ LCD Monitor, LED Monitor ภายในงาน COMMART CEMART ’11 มาฝากกันนะครับ เรียดได้ว่างานนี้ก็ลดราคากันสะใจเช่นเดิม ใครที่สนใจจะซื้อ Monitor แล้วมาเดินในงานรับรองว่าได้หิ้วกลับไปแน่นอนครับ เรามาเริ่มชมในส่วนของ Plenary Hall กันก่อน ที่เด่นเลยก็จะมีบูธของ Benq กับ Acer ที่เอา Monitor มาขายแบบจริงๆ จังๆ อยู่ราคาก็จัดได้ว่าหลากหลาย ตามขนาดหน้าจอเลยครับAcer ก็มาบูธใหญ่ใช่ย่อย ราคาดูแล้วก็น่าสอยกันเช่นเดิม ที่น่าสังเกตคือมีแต่จอ LED Monitor มาขายทั้งนั้นเลยLED Monitor แบบ 3D ก็มีมานะครับแถมยังมีเครื่อง HD Media Player มาขายในงานด้วย ราคาก็จัดได้ว่าไม่แพงครับ ดีไซน์ก็ดูหรูดีมาต่อกันที่โซน C บ้างครับ ที่ส่วนมากจะเป็นตามร้าน JIB, Banana IT, Jet มาเปิดขายในส่วนของคอมพิวเตอร์ แล้วพ่วง Monitor มาขายด้วยเลย แน่นอนว่ามีให้เลือกมากมาย โดยแต่ละยี่ห้อก็วางข้างกันเลย ซึ่งทำมห้เราเปรียบเทียบในการซื้อได้ง่าย เป็นอย่างดีชมกันได้เรื่อยๆ เลยนะครับแบบว่าแอบยี่ห้อ Viewsonic มาขายในงานด้วย ที่เรียกได้ว่าเป็นของหายากเลยทีเดียว สำหรับยี่ห้อนี้อีกทั้งนอกเหนือจากนี้ยังมี Monitor จาก Philips มาวางขายด้วยเช่นกัน ใครที่ชื่นชอบยี่ห้อนี้อยู่ ก็ต้องไม่พลาดเข้าไปชมนะครับเป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับโปรโมชั่นของ Monitor ภายในงาน COMMART CEMART ’11 เอาเป็นว่าใครว่างๆ เสาร์อาทิตย์นี้ ก็ไปเดินเล่นเดินชมกันได้นะครับ อาจจะมีอะไรติดไม้ติดมือกลับมาก็เป็นไปได้ ?^^
เอซุส ส่ง จอแอลอีดี ซีรีย์ ?ดีไซน์โน? ตัวเครื่องบางเฉียบ มุมมองกว้างถึง 178 องศา
เอซุส เปิดตัว จอแอลอีดี ซีรีย์ Designo ML 229/239/249 ด้วยดีไซน์บางเฉียบ ที่มากับ พาเนลแบบ IPS (In-Plane Switching) และ VA (Vertical Alignment) ออกแบบขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้สัมผัสได้ถึงประสบการณ์ใหม่แห่งการรับชม ไม่ว่าจะเป็นมุมมองกว้างเป็นพิเศษถึง 178 องศาการันตีความสวยงามด้วยรางวัล Good Design Award จากประเทศญี่ปุ่น จอแอลอีดี ซีรีย์ ?ดีไซน์โน?(Designo) มีให้เลือก 3 ขนาด รุ่น ML229H ขนาด 21.5 นิ้ว รุ่น ML239H ขนาด 23 นิ้ว และรุ่น ML249H ขนาด 24 นิ้ว ทั้งสามรุ่นให้มุมมองกว้างถึง 178 องศา สามารถรับชมภาพที่เหมือนกันได้จากทุกมุม มอง ไม่ว่าจะวางในแนวนอนหรือแนวตั้ง?ด้วยเทคโนโลยี Smart Contrast ที่ให้ค่า Contrast Ratio สูงเป็นพิเศษถึง 50,000,000:1 สามารถแสดงทั้งภาพมืดและสว่างได้อย่างมีมิติสมจริง อีกทั้งสามารถปรับปริมาณแสงสว่างจากด้านหลัง (Backlight Luminance) นอกจากนี้ยังมีพอร์ต HDMI เพื่อการรับชมภาพระดับ HD Full 1080p (ความละเอียด 1920×1080) ทั้งจากคอมพิวเตอร์ เครื่องเล่นบลูเรย์ และเครื่องเล่นเกมได้อีกด้วย จอแอลอีดี ซีรีย์ ?ดีไซน์โน?(Designo) โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่บางหรูเป็นพิเศษ และปุ่มกด LED แบบไร้รอยต่อ พร้อมขาตั้งแบบสองห่วง เพื่อการปรับแบบเอียงและหมุน ได้อย่างง่ายดาย ผสมผสานระหว่าง?ความมีสไตล์และคุณสมบัติเพื่อการใช้งานที่ลงตัว การันตีด้วยรางวัล Good Design Award จากประเทศญี่ปุ่น ด้านความสวยงาม รวมทั้งยังคงมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์อื่นๆของเอซุส ไม่ว่าจะเป็นแผง LED-backlit ชนิดไร้สารปรอท และกล่องบรรจุภัณฑ์ที่ใช้วัสดุรีไซเคิลในการผลิต เป็นต้นพบกับ จอแอลอีดี ซีรีย์ Designo ML 229/239/249 ได้แล้ววันนี้ ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายเอซุสทั่วประเทศ หรือ สอบถามรายละเอียดได้ที่ ASUS Call Center 02-401-1717 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.asus.co.th 
Toshiba ส่ง REGZA Power TV ทีวีพลังแบตเตอรี่ใช้ในญี่ปุ่นโดยเฉพาะ !!!
By: Aumper_Jai | Date: 24 April 2011 | | ไม่มีความเห็น

Toshiba ได้เปิดตัว REGZA PC1 ทีวีทีทำงานด้วยแบตเตอรี่สำหรับตลาดในกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนา ล่าสุดทางบริษัทกล่าวว่า มีแผนที่จะเปิดตัว Regza TV จอ LCD ขนาด 19 นิ้วที่ทำงานด้วยแบตเตอรี่ออกมาอีกรุ่นหนึ่ง แต่จะจำหน่ายเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม Toshiba ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับสเป็กของทีวีรุ่นใหม่มากนัก เพียงแต่ระบุว่า มันสามารถทำงานด้วยแบตเตอรี่เป็นเวลานาน 3 ชั่วโมงต่อการชาร์จแบตฯเต็มหนึ่งครั้ง?และสามารถรับสัญญาณทีวีในระบบดิจิตอล 1Seg ของญ๊่ปุ่น เว็บไซต์ AV Watch รายงานว่า เหตุผลสำคัญที่ทำให้ Toshiba กลับลำทำตลาดทีวีพลังแบตเตอรี่ในประเทศตนเอง ก็เนื่องจากระบบไฟฟ้าในประเทศที่ยังมีการขาดช่วงเกิดขึ้นในบางเวลา?ซึ่งใน กรณีที่ไฟดับ ผู้บริโภคสามารถกดปุ่ม??Peak Shift? ที่อยู่มุมบนขวาของรีโมท เพื่อให้ระบบสวิทช์ไปใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ เพื่อรับชมรายการข่าวสารต่อได้ทันที

สำหรับสาเหตุที่ทำให้ระบบไฟฟ้าในประเทศญี่ปุ่นไม่สเถียรก็เป็นผลมาจากปัญหา โรงงานผลิตไฟฟ้านิวเคลียร์ที่เกิดความเสียหายขึ้นหลังจากแผ่นดินไหว และสึนามิถล่มตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม ทั้งนี้ทาง Toshiba มีแผนการที่จะเริ่มจำหน่าย Regza TV ที่ทำงานด้วยแบตเตอรี่รุ่นใหม่ในญี่ปุ่นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฏาคม สนนราคาอยู่ที่ 480 ? 600 เหรียญฯ (ประมาณ 14,500 ? 18,000 บาท)

ที่มา : arip

เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ

 
 
Tag: 3D 1080p Acer ASUS benq Blu-ray Blu-ray player Bravia ces CES 2011 commart DLNA DVI full hd Full HD 1080P hd HDMI HDTV iphone IPS lcd LCD monitor lcd tv LED LED Backlit LED Monitor LED TV LG monitor OLED OLED TV Panasonic Philips Plasma Plasma TV PS3 Samsung sharp Smart TV Sony Toshiba tv USB VGA wifi
COPYRIGHT@2010 LCDSPEC.COM ALL RIGHTS RESERVED.