Buver's Guide Review HD Contents HD Accessories HD Event Promotions
LCDSPEC เผย LCD Monitor ที่น่าสนใจและโดดเด่นในงาน Commart Thailand Summer Sale 2010
จากที่เคยได้พูดไว้แล้วว่าจะนำ LCD Monitor รุ่นต่างๆ ที่มีจำหน่ายอยู่ในงาน Commart นี้ มาไล่เรียงกันรุ่นที่ดูเตะตาและน่าสนใจกัน ซึ่งจากบทความ: LCDSPEC Buyer?s Guide แนะนำ LCD Monitor ที่น่าสนใจ ก่อนถึงงาน Commart Thailand Summer Sale 2010 ที่ได้นำเสนอไว้ จากเท่าที่ดูก็มีจำหน่ายในงานกันทุกรุ่นเลยครับ ในส่วนของราคานั้น ก็มีลดบ้างนิดหน่อยหากเทียบจากราคาข้างนอกงานเดี๋ยวเราจะมาดูกันว่ารุ่นไหนในงานที่โดนใจกันบ้าง รวมถึงมีรุ่นที่มีีโปรโมชั่นเด็ดๆ ภายในงานด้วย ซึ่งทุกรุ่นในบทความก่อนหน้านี้ก็ยังน่าสนใจอยู่ สำหรับบทความจะถือว่าเป็นการอัพเดทเพิ่มเติมก็แล้วกันนะครับ?1. Acer: G205HBbd >>>-?????? ขนาดหน้าจอ 20 นิ้ว Wide Screen (16:9)-?????? ความละเอียด 1600 x 900 พิกเซล-?????? Response Time 5 ms.-?????? อัตราความคมชัด 50,000:1 (ACM)-?????? ความสว่าง 250 cd/m2-?????? พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVIราคาในงาน? 3,990 บาทสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/158-Acer-G205Hbd.html*** โปรโมชั่นพิเศษ รับเช็คของขวัญมูลค่า 1,000 บาทเมื่อซื้อเป็นเงินสดหรือบัตรเครดิตเต็มจำนวน ลงทะเบียนรับสิทธิ์ ภายในเวลา 11.00 น. ของทุกวัน (จำนวนจำกัดวันละ 40 เครื่อง)?2. Acer: D241Hbmi >>> -?????? ขนาดหน้าจอ 24 นิ้ว Wide Screen (16:9)-?????? ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล-?????? Response Time 5 ms.-?????? อัตราความคมชัด 80,000:1 (ACM)-?????? ความสว่าง 250 cd/m2-?????? พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMI, Audio-in, USB Hub, Card Reader, LAN, MIC Out-?????? มีลำโพงในตัว-?????? เล่นอินเตอร์เน็ตได้ โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับ PCสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/196-Acer-D241Hbmi.htmlราคาในงาน? 19,900 บาท?3. Benq: M2200HD >>> -?????? ขนาดหน้าจอ 21.5 นิ้ว Wide Screen (16:9)-?????? ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล-?????? Response Time 5 ms.-?????? อัตราความคมชัด 10,000:1 (DCR)-?????? ความสว่าง 250 cd/m2-?????? พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMI, Audio-in-?????? มีลำโพงในตัว-?????? มีกล้องเว็บแคมความละเอียด 2 ล้านพิกเซลสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/147-Benq-M2200HD.htmlราคาในงาน? 6,900 บาท?4. Benq: G2412HD >>>-?????? ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว Wide Screen (16:9)-?????? ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-?????? Response Time 2 ms.-?????? อัตราความคมชัด4,000:1 (DCR)-?????? ความสว่าง 300 cd/m2-?????? พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMI, Audio-in-?????? มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/188-Benq-G2412HD.htmlราคา 8,190 บาท – ราคาในงาน 6,190 บาท?5. LG: E1940T-PN (LED Monitor) >>>-?????? ขนาดหน้าจอ 18.5 นิ้ว Wide Screen (16:9)-?????? ความละเอียด 1366 x 768 พิกเซล-?????? Response Time 5 ms.-?????? อัตราความคมชัด 2,000,000:1 (DFC)-?????? ความสว่าง 250 cd/m2-?????? พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVIสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/175-LG-E1940T-PN.htmlราคา 4,700 บาท?6. LG: M227WA-?????? ขนาดหน้าจอ 21.5 นิ้ว Wide Screen (16:9)-?????? ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-?????? Response Time 5 ms.-?????? อัตราความคมชัด 50,000:1 (DFC)-?????? ความสว่าง 250 cd/m2-?????? พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMIx2, Composite, Scart, Audio-in-?????? ดูทีวีได้ พร้อมมีรีโมทคอนโทรล-?????? มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/179-LG-M227WA.htmlราคา 7,990 บาท?7. Samsung: P2370HD >>>-?????? ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว Wide Screen (16:9)-?????? ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-?????? Response Time 5 ms.-?????? อัตราความคมชัด 50,000:1 (DFC)-?????? ความสว่าง 250 cd/m2-?????? พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMIx2, Audio-in, Component, Composite-?????? ดูทีวีได้ พร้อมมีรีโมทคอนโทรล-?????? มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/212-Samsung-P2370HD.htmlราคา 9,990 บาท?8. Samsung: XL2370 (LED Monitor) >>>-?????? ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว Wide Screen (16:9)-?????? ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-?????? Response Time 2 ms.-?????? อัตราความคมชัด 5,000,000:1 (DCR)-?????? ความสว่าง 250 cd/m2-?????? พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMI, Audio-in-?????? มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/213-Samsung-XL2370.htmlราคา 13,500 บาท*** พิเศษราคา 9,900 บาทลุ้นทุกๆ 2 ชั่วโมงตามรอบกิจกรรม 10.31-11.00 น., 13.01-13.30 น., 15.31-16.00 น., 18.01-18.30 น.สำหรับใครยังไม่ได้ไปชมงานหรือไปเดินซื้อของที่งานคอมมาร์ตก็รีบๆ หาโอกาสไปกันนะครับ รับรองว่าถูกใจคอไอที ทั้ง LCD Monitor และ LCD TV อย่างแน่นอนครับ LCDSPEC.
Review : BenQ XL2410T จอ LED 3 มิติ สำหรับคอเกมที่ชอบความสมจริง
 ช่วงนี้รู้สึกอย่างหนึ่งว่า เทรนจอภาพแนว 3 มิติ มากันเยอะเหลือเกินวันนี้ LCD SPEC มีจอภาพที่จะทำให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์การชมภาพในรูปแบบ 3 มิติอีกหนึ่งตัวกับ BEN-Q XL240T ?LED 3 มิติ ขนาดหน้าจอ 23.6 นิ้ว อัตราส่วนจอภาพเป็นแบบ 16:9 ?ความละเอียด Full HD (1920-1080) รองรับการใช้งานในรูปแบบ 3 มิติ รองรับการใช้งานกับแว่น 3 มิติของ NVIDIA Vision 3DPreview BEN-Q X2420T B0dy&Designในส่วนของการออกแบบ BenQ XL2419T เรียกได้ว่ารองรับการใช้งานได้อย่างสบาย ๆ เลยทีเดียวด้วยการออกแบบตัวจอที่สามารถปรับมุมจอได้หลายทิศทาง หมุนซ้าย หมุนขวา และเปลี่ยนจะจอแนวนอนเป็นแบบแนวตั้งด้วยการออกแบบข้อต่อของจอภาพที่แข็งแรง ในส่วนของ Port การใช้งาน แบ่งออกเป็น 3 Port ด้วยกันได้แก่ VGA , DVI และ HDMI ตัวหน้าจอขนาด 23.6 นิ้ว มาพร้อมกับฐานจอแบบสี่เหลี่ยมรองรับน้ำหนัก 9 กก. ของจอได้เป็นอย่างดี ถือว่าเป็นจอ LED อีกหนึ่งตัวที่น่าสนใจเลยทีเดียวในด้านการใช้งานหน้าจอขนาด 23.6 นิ้ว ดานหลังขอจะภาพสามารถปรับระดับความสูงของฐานจอได้แบบสบายข้อด้านหลังของหน้าจอสามารถปรับได้ทั้งด้านซ้ายและขวามุมด้านข้างของหน้าจอดูเรียบง่ายและแข็งแรง มาพร้อมฐานที่รองรับน้ำหนักของจอได้อย่างลงตัวมุมด้านซ้ายของจอภาพจะมีช่องสำหรับเสียบชุดหูฟังแบบ 3.5 มม.ตัวข้อพับออกแบบมาอย่างแข็งแรงเพื่อรองรับการปรับของตัวจอจอภาพจับหมุนเป็นแนวตั้งได้ ทำให้ใช้งานได้หลากหลายรูปแบขึ้นตัวจอหมุนได้แบบ ๆ สบาย ๆ ทั้งมุมซ้ายและขวาฐานของจอสามารถปรับระดับให้สูงขั้นได้อีก 1 ช่วง ด้านซ้ายของตัวจอจะเป็นช่องหูฟังไว้รองรับการใช้หูฟังแบบ 3.5 มม.ด้านขวาของตัวจอจะเป็นในส่วนปุ่มตั้งค่าต่าง ๆ ของหน้าจอดานล่างของมุมขอบจะเป็นปุ่มสำหรับปรับค่าPort การใช้งานมีมาให้พร้อมในทางด้านซ้ายของตัวเครื่อง ได้แก่ DVI,VGAและ HDMI ด้านขวาของหน้าจอจะเป็นส่วนของช่องรับสัญญาณไฟ รายละเอียดของ?BenQ XL2410T
เพื่อสีที่ถูกต้องสมจริง เรามา Calibrate หน้าจอ Monitor กันเถอะ
>>> ในหน้าสุดท้ายมีกิจกรรมเล่นเกมกันสนุกๆ ด้วย อย่าลืมมาร่วมเล่นกันนะครับคุณเคยประสบปัญหาเช่นนี้หรือไม่ แต่งภาพบนหน้าจอตัวเองว่าสีสวยแล้ว พอส่งไฟล์ไปให้เพื่อนกับพบว่าสีไม่เห็นเหมือนบนจอเราเลย ทั้งมืด ทั้งเพี้ยน แล้วไหนจะเอาไปอัดอีก สีไปกันใหญ่เลยคราวนี้วันนี้ LCDSPEC.COM เรามีคำตอบมาให้ ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะว่า จอภาพและอุปกรณ์แสดงผลภาพทำงานโดยมี Color Space ที่ต่างกันColor Space แบบ 2 มิติโดยหากจอไหนที่มี Color Space ที่กว้างจะให้ความสดใสภาพได้มากกว่าจอที่มี Color Space แคบ เช่นจอที่เป็นชนิด LED LCD Monitor จะมี Color Space ที่กว้างกว่า จอชนิด CCFL LCD Monitor เป็นต้นแล้ว Color Space มันคืออะไร ?Color Sapce ของ Monitor ก็คือขอบเขตของการแสดงสีของจอภาพนั้นๆ ว่าสามารถแสดงสีได้มากน้อยแค่ไหน เป็นที่มาว่าทำไมแต่ละจอถึงให้สีที่มีความสดไม่เท่ากัน ดังนั้นจึงต้องมีการทำ Color Profile เข้ามาช่วยในการควบคุมให้มีการแสดงสีให้มีค่าใกล้เคียงกันมากที่สุด เนื่องจาก Color Profile นี้จะทำหน้าที่เสมือนแผนที่ที่บอกว่าสีที่ต้องการนี้อยู่ที่ตำแหน่งไหนของ Color Space ที่ใช้อยู่ เช่น ถ้าส่งคำสั่งแสดงสี 200,0,0 ไปให้ Monitor A จะได้สีแดงเข้มๆ แต่ถ้าส่ง 200,0,0 เช่นกัน ไปให้ Monitor? B จะได้สีแดงที่สว่างขึ้น ถ้าต้องการให้ Monitor A และ Monitor B แสดงสีออกมาเหมือนกัน ก็จะจำต้องที่จะต้องทำแผนที่สีที่ว่าไปเมื่อกี้ ซึ่งสีถ้าใช้ Color Profile บน Color Space ของ Monitor A สีแดงเข้มอยู่ที่ 200,0,0 แต่สีแดงเข้มบน Color Space ของ Monitor B อาจจะอยู่ที่ 190,0,0 ได้ การทำงานเช่นนี้จะมีการแปลงโปรไฟล์สีเกิดขึ้น เพื่อให้ได้สีที่ถูกต้องแล้วโปรไฟล์สีนี้จะได้มาอย่างไร โดยทั่วไป ผู้ผลิตจอมอร์นิเตอร์จะมีการทำโปรไฟล์สีของจอรุ่นนั้นๆ อยู่แล้ว แต่ด้วยการผลิตอุปกรณ์อิเล็คโทรนิกส์มันก็ไม่สามารถที่จะทำให้อุปกรณ์มีการแสดงผลได้ตามต้นแบบ 100% ได้ และถ้าสังเกต จะเห็นว่าจอที่ใช้ไปนานๆ จะมีอากาเหลืองเกิดขึ้น เนื่องจากหลอด back light หรือภาคจ่ายไฟให้หลอด back light เริ่มเสื่อม ซึ่งนั่นก็ทำให้การใช้โปรไฟล์สีเดิมไม่สามารถใช้การได้นั่นเอง เราจึงควรที่จะทำโปรไฟล์สี หรือแผนที่สีบนจอขึ้นมาใหม่เพื่อให้ได้สีที่แสดงออกมายังตรงอยู่เหมือนเดิม ซึ่งการสร้างโปรไฟล์สีนี้ก็คือการ Calibrate หรือการปรับเทียบหน้าจอนั่นเองโดยการ Calibrate สามารถทำได้ 2 วิธีหลักด้วยกัน คือการใช้สายตาในการปรับเทียบ ซึ่งวิธีนี้จะมีความแม่นยำที่ค่อนข้างต่ำ แต่สามารถใช้ได้ถ้าไม่ได้ที่จริงจังเรื่องการใช้สีมากนัก แต่ถ้าต้องการความแม่ยำที่สูงขึ้นจะใช้พวก Hardware ประเภท Spectophotometer หรือ Colorimeter ในการปรับเทียบ—–การ Calibrate หน้าจอด้วย สายตา (Windows 7) :การ Calibrate ด้วยวิธีนี้ ทีมงาน LCDSPEC.COM ขอบอกไว้ก่อนว่า?ผู้ใช้ต้องใช้ความแม่นยำในการพิจารณาสีพอสมควร และค่อนข้างมีปัญหาบ้างกับคนที่ตาบอดสี เนื่องจากเป็นการใช้สายตาในการปรับเลื่อนให้สีมีค่าเข้าใกล้สีขาวมาตรฐานมากที่สุดงานนี้ขอใช้ Calibrate Color ของ Windows 7 นะครับ ถือว่าเป็น Tool นึงที่สะดวยเลยที่เดียวก็ว่าได้ ไม่ต้องไปเสียเวลาหา Adobe Gamma มาลงให้เสียเวลาเอาหล่ะก่อนจะเริ่ม calibrate เรามาเตรียมความพร้อมของอุปกรณ์และพื้นที่กันหน่อยดีกว่านะ1. แสงสว่างในห้องต้องเหมาะสม ไม่มีแสงวูบวาบ หรือมีการฉายไฟเข้าจอโดยตรง2. ผนังห้องควรมีสีใกล้เทากลางจะยิ่งดี เพราะสายตาเราจะวัดแสงและสีจากฉากและผนังรอบๆ จอด้วย3. ตั้งค่าทั้ง จอ และ การ์ดจอ ให้เป็นค่าเริ่มต้น หรือ Factory Default4. Wallpaper ควรเป็นภาพที่เป็นเฉดเทา5. เปิดจอไว้อย่างน้อย 30 นาที เพื่อให้หลอดจอ (CRT) หรือหลอด Back Light (LCD) ร้อนพอและให้แสงที่คงที่ได้ตามนี้แล้ว มาทำการ Calibrate กันเลยดีกว่าเริ่มด้วยจากการเข้าไปที่ Control Panelสำหรับคนที่ใช้มุมมองแบบ Category ให้เลือกที่ Appearance and Peraonalization > Display > Calibrate colorส่วนใครใช้มุมมองแบบ Large/Small icons (Classic) ให้เลือกที่ Display > Calibrate color ได้เลยหลังจากเข้าโปแกรมแล้ว หาเรามี Monitor หลายตัว ก็สามารถเลือกได้ที่จะทำการ Calibrate ที่ Monitor ตัวไหนก็ได้โดยการลากหน้าต่าง Calibrate Monitor (ตามภาพ) ไปวางไว้ที่หน้าจอนั้นๆ จากนั้นทำการกด Nextในขั้นตอนถัดมาจะเป็นการบอกถึงการตั้งค่าว่าเราควรตั้งค่าอย่างไรก่อนที่จะเริ่มทำการ Calibrate หน้าจอ โดยขั้นตอนที่ต้องทำก็ง่ายๆ เพียงแค่กดเมนูขึ้นมา แล้วทำการ Reset การตั้งค่าให้เป็นค่าเริ่มต้นเสียก่อน (Factory default) และถ้าหาก OSD Menu ของจอนั้นเลื่อนได้ ก็แนะนำให้เลื่อนไปอยู่ในจุดที่ดูไม่เกะกะ กับการอ่านวิธีในขั้นตอนต่อๆ ไป เมื่อได้ตำแหน่งที่เรียบร้อยแล้วจากก็กด Next กันได้เลยครับเริ่มจากการตั้งค่า Gamma ก่อน ด้วยการปรับค่าแบบง่ายๆ เลื่อนแถบ Slide bar ให้จุดสีที่อยู่ตรงกลางมีสีกลืนกันกับสีที่เป็นวงนอก โดยในภาพจะเป็นตัวอย่างของค่า Gamma ที่เหมาะสม ก็คือจุดที่อยู่กลางวงกลมจะดูกลืนไปกับสีพื้นที่อยู่รอบๆ จุดนั้น แล้วถ้าหากจุดตรงกลางเป็นสีขาว แสดงว่าค่า Gamma นั้นต่ำไป และในทางกลับกัน ถ้าจุดตรงกลางดูสีเข้มกว่าพื้นที่โดยรอบ แสดงว่าค่า Gamma นั้นสูงเกินไป เมื่อเราทำความเข้าใจกับการตั้งค่า Gamma แล้วหล่ะก็กด Next ต่อได้เลยคราวนี้มาเป็นการปรับ Gamma จริงกันซะที ก็แค่เลื่อนแถบ Slide ให้สีจุด กับสีพื้นมันกลืนกันเป็นอันเสร็จพิธี กด Next ต่อครับหลังจากเสร็จสิ้นการตั้งค่า Gamma ให้กับหน้าจอ คราวนี้มาถึงการปรับค่าความสว่าง และค่าคอนทราสต์ เพื่อให้ได้แสงที่เหมาะสมในการใช้งาน แต่หากใครใช้โน็ตบุค โดยมากจะไม่สามารถปรับค่าเหล่านี้ได้ ก็สามารถกด Skip brightness and contrast adjustment เพื่อข้ามไปยังการปรับค่าสมดุลสีได้ทันที แต่ถ้าหากปรับค่าได้ ก็ให้กด Next เพื่อทำการปรับความสว่างของหน้าจอก่อนการปรับ Brightness ที่เหมาะสม ลองดูที่ภาพนะครับ จะมีทั้งสีขาว ดำ ดำมาก และเงาดำ โดยต้องปรับให้เห็นสีทั้งหมดที่ว่าครับ ไม่ใช่ มืดจนไม่เห็นเงาดำในสีดำ หรือสว่างจนสีดำดูไม่ดำ ดูข้อตกลงแล้วก็ไม่ยากใช่มั้ยครับ กด Next ต่อดีกว่าเมื่อรู้รูปแบบการปรับแล้ว ก็ลงมือตั้งค่าเลยละกัน ทำการกด เมนูขึ้นมา เข้าไปที่ส่วนการตั้ง Brightness ทำการเพิ่มหรือลดแสงเพื่อให้เห็น รายละเอียดบนเสื้อสูท และตัว X ที่อยู่บนฉากสีดำด้านหลัง โดยที่ส่วนสีดำต้องดูเป็นสีดำอยู่เหมือนเดิม หลังจากได้ความสว่างที่เหมาะสมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็กด Next เพื่อทำการปรับค่าคอนทราสต์ต่อเลยละกันตอนนี้ก็มาถึงการตั้งคอนทราสต์ของจอกันแล้ว โดยภาพก็จะยังเป็นโทนขวา-ดำเหมือนเดิม การปรับในครั้งนี้จะให้สังเกตในส่วนของรอยยับบนเสื้อ และความใสภาพเป็นหลักก็แล้วกัน โดยถ้าหากคอนทราสต์เราสูงเกินไป รอยยับบนตัวเสื้อจะมองไม่เห็น จะดูว่าเสื้อขาวไปหมดทั้งตัว แต่ถ้าคอนทราสเราต่ำไป ภาพจะดูหมองๆ สีดำก็ไม่ดำออกจะเทาๆ ไปนิด เพราะฉนั้นค่าที่เหมาะสมจึงเป็นค่าที่ทำให้ส่วนขาวดำในภาพ ดูสีตัดกันมากที่สุด และบนตัวเสื้อเห็นรอยยับได้ชัดเจน ดูรูปแบบการปรับแล้วก็มาปรับจริงกันซะที กด Nextและแล้วเราก็มาปรับคอนทราสต์จริงๆ ซะที กดเมนูขึ้นมา ไปที่ Contrast แล้วก็เลื่อนๆๆๆๆๆๆ ได้ค่าดูน่าพอใจแล้วก็กด Nextหลังจากปรับค่าความเหมาะสมของจอกันไปแล้ว คราวนี้จะเป็นส่วนของการปรับสมดุลสีขวา จะเป็นส่วนของการสร้างรูปแบบสี หรือ Color Profile ขึ้น และตรงนี้เองที่ต้องการความแม่นของการดูสีค่อนข้างมากเลยทีเดียว? ว่าแต่เมื่อกี้มีใครมาทางลัดกันบ้างครับ ?ไม่เป็นไร ใครมามาทางตรง หรือทางลัดก็ไม่ว่ากัน ถ้าใครมาทางตรง จะเห็นว่าขั้นตอนก่อนหน้าจะมีแค่ มากไป หรือน้อยไป ความเป็นไปได้มีแค่ 3 ช่วงรูปแบบเท่านั้น แต่ครั้งนึ้รูปแบบความเป็นไปได้มีถึง 7 ช่วงรูปแบบ (แดงเกินไป เขียวเกินไป น้ำเงินเกินไป ออกจะม่วงไปนะ ออกฟ้าไปนิด ออกเหลืองไปหน่อย หรือว่าสีพอดีแล้ว) กันเลยทีเดียว o_O เพราะมันคือการปรับสมดุลสีกันทีเดียวทั้ง 3 สี เพื่อให้ได้สมดุลสีขาวที่เหมาะสม งานนี้ถ้าใครมีตัวช่วยอย่างกระดาษเทากลาง หรือกระดาษสีเทา 18% ก็จะช่วยให้ปรับได้ง่ายขึ้นอีกนิดนึงครับ คุยไปอาจจะไม่เห็นภาพ กด Next เลยดีกว่าอย่างที่บอกหล่ะครับ ว่าคราวนี้เราจะตั้งค่าสีพร้อมกันเลย 3 สี (แล้วจะมั่วไปมั้ยเนี่ย) และก็อย่างที่บอก (อีกแล้ว) ถ้าใชกระดาษเทากลางก็พอเอาเทียบๆ ได้ แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร พยายามนิดนึง ค่อยๆ เลื่อนๆ ถ้าสีไหนมากไปก็ลดสีนั้นลง จนดูว่าสีทั้งหมดไล่จากขาวไปเทา (สีตรงกลางนั่นคือสีเทากลางหรือ Neutral grays) และเมื่อปรับจนได้สีเทาและไม่ แดงไป เขียวไป หรือน้ำเงินเกินไป ก็ถือว่าใช้ได้แล้ว กด Next ต่อเพื่อบันทึกค่าและสุดท้ายเมื่อปรับแต่งเสร็จ เผื่อใครจะลืมสีเดิมไปแล้ว ก็ลองกดที่ปุ่ม Previous calibration เพื่อดูค่าก่อนปรับสีก็ได้นะครับ บางจออาจจะดูว่าก่อนทำการปรับสีจอเราอาจจะฟ้าเกินไป หรือบางคนอาจจะใช้จอถนอมสายตา (เหลือง) มาเป็นเวลานานแล้วก็ได้ แต่ก็สุดแล้วแต่แหละครับ ถ้าใครดูแล้วว่าที่ Calibrate มานั้นดูแล้วไม่ชอบ ก็กด Cancel ออกไปได้ครับเพื่อใช้ค่าเดิม แต่ถ้าดูแล้วดีขึ้นก็กด Finish เป็นอันเสร็จสิ้นครับหลังจากได้ลอง Calibrate หน้าจอด้วยสายตาตัวเองกันไปแล้วไม่ทราบว่าเป็นยังไงบ้างครับ ลองเขียนมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ
Mobile High Definition Link ผู้ช่วยส่งหนัง HD จากมือถือสู่ LCD TV ตัวโปรด !!!
ปัจจุบันโทรศัพท์มือถือที่มีพอร์ต HDMI ก็มีออกมามากมายหลากหลายรุ่นพอสมควร แต่ถ้าจะรับชมภาพยนตร์จากโทรศัพท์ของเราโดยให้ภาพไปออกทางทีวีผ่านการเชื่อมต่อของ HDMI ละก็ จะต้องใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ของตัวโทรศัพท์เอง ทำให้ต้องแก้ปัญหาด้วยการเสียบชาร์จไปดูไป แถมบางครั้งถ้าเราอยากจะ pause หรือควบคุมการเล่นไฟล์ เราก็ต้องเดินไปที่โทรศัพท์ของเราเพื่อจัดการมันซะ ทำให้ไม่สะดวกกับการรับชมเป็นอย่างยิ่ง จึงได้มีการพูดถึงมาตรฐานแบบใหม่ขึ้นมา นั่นคือ?Mobile High-Definition Link (MHL) ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกกับผู้ใช้งานได้ดีเลยครับการเชื่อมต่อของ MHL ก็ยังคงเป็น HDMI อยู่ โดยรองรับไฟล์วิดีโอได้ถึงขนาด 1080p ระบบเสียง 7.1 รอบทิศทางเหมือนปกติ แต่ส่วนที่เป็นจุดเด่นก็คือ ในการเล่นไฟล์นั้น โทรศัพท์จะใช้พลังงานจากทีวีมาแทนที่จะใช้แบตในตัวเครื่อง ทำให้ไม่ต้องเสียบสายพะรุงพะรังอีกแล้วนั่นเอง ใช้แค่สาย HDMI เส้นเดียวจบส่วนอีกข้อก็คือเราจะสามารถใช้รีโมทของทีวีที่รองรับ MHL ในการควบคุมการเล่นไฟล์ของโทรศัพท์ได้ด้วย คราวนี้ก็จะได้นอนดูหนังได้อย่างสบายใจแล้วละครับในขณะนี้ก็มีบริษัทรายใหญ่หลายรายให้การสนับสนุนในการค้นคว้าวิจัยอยู่หลายบริษัทเลย ไม่ว่าจะเป้น Nokia, Samsung, Toshiba และ Sony ซึ่งเมื่อพิจารณาไปแล้ว ดูมีโอกาสแจ้งเกิดที่ดีเลยละครับสำหรับ MHL นี้ที่มา : Pocketnow 
รวมโปรโมชั่นที่น่าสนใจของ LED, LCD Monitor ในงาน COMMART CEMART ’11
สวัสดีครับ วันนี้ทางทีมงานขอนำโปรโมชั่นที่น่าสนใจของ LCD Monitor, LED Monitor ภายในงาน COMMART CEMART ’11 มาฝากกันนะครับ เรียดได้ว่างานนี้ก็ลดราคากันสะใจเช่นเดิม ใครที่สนใจจะซื้อ Monitor แล้วมาเดินในงานรับรองว่าได้หิ้วกลับไปแน่นอนครับ เรามาเริ่มชมในส่วนของ Plenary Hall กันก่อน ที่เด่นเลยก็จะมีบูธของ Benq กับ Acer ที่เอา Monitor มาขายแบบจริงๆ จังๆ อยู่ราคาก็จัดได้ว่าหลากหลาย ตามขนาดหน้าจอเลยครับAcer ก็มาบูธใหญ่ใช่ย่อย ราคาดูแล้วก็น่าสอยกันเช่นเดิม ที่น่าสังเกตคือมีแต่จอ LED Monitor มาขายทั้งนั้นเลยLED Monitor แบบ 3D ก็มีมานะครับแถมยังมีเครื่อง HD Media Player มาขายในงานด้วย ราคาก็จัดได้ว่าไม่แพงครับ ดีไซน์ก็ดูหรูดีมาต่อกันที่โซน C บ้างครับ ที่ส่วนมากจะเป็นตามร้าน JIB, Banana IT, Jet มาเปิดขายในส่วนของคอมพิวเตอร์ แล้วพ่วง Monitor มาขายด้วยเลย แน่นอนว่ามีให้เลือกมากมาย โดยแต่ละยี่ห้อก็วางข้างกันเลย ซึ่งทำมห้เราเปรียบเทียบในการซื้อได้ง่าย เป็นอย่างดีชมกันได้เรื่อยๆ เลยนะครับแบบว่าแอบยี่ห้อ Viewsonic มาขายในงานด้วย ที่เรียกได้ว่าเป็นของหายากเลยทีเดียว สำหรับยี่ห้อนี้อีกทั้งนอกเหนือจากนี้ยังมี Monitor จาก Philips มาวางขายด้วยเช่นกัน ใครที่ชื่นชอบยี่ห้อนี้อยู่ ก็ต้องไม่พลาดเข้าไปชมนะครับเป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับโปรโมชั่นของ Monitor ภายในงาน COMMART CEMART ’11 เอาเป็นว่าใครว่างๆ เสาร์อาทิตย์นี้ ก็ไปเดินเล่นเดินชมกันได้นะครับ อาจจะมีอะไรติดไม้ติดมือกลับมาก็เป็นไปได้ ?^^
ผู้ใช้เครื่องเล่นสื่อตระกูล WD TV® Media Player คุณภาพสูงจาก Vimeo® และ PlayJam®
เวสเทิร์น ดิจิตอล คอร์ป (WD) ประกาศในวันนี้ว่า บริษัทได้เพิ่มการให้บริการวิดีโอความละเอียดสูงจาก  Vimeo ® และบริการพอร์ทัลเกมจาก PlayJam ® สำหรับผู้ที่ใช้เครื่องเล่นสื่อรุ่น  WD TV® Live™และ WD TV Live Hub™นอกเหนือจากบริการคอนเทนต์อื่นๆ ที่เครื่องเล่นสื่อตระกูล WD TV media player ได้นำเสนอสู่ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นบริการจาก Picassa® Web Albums, TuneIn Radio®, Dailymotion,  Deezer, Facebook ®, YouTube™ และอื่น ๆ อีกมากมายผู้ใช้เครื่องเล่นสื่อตระกูล WD TV media player จะได้รับอรรถรสพร้อมประสบการณ์ของวิดีโอ สตรีมมิ่งความละเอียดสูงเพิ่มขึ้นกว่าเดิมผ่านบริการของ  Vimeo ซึ่งผู้ใช้สามารถค้นหาวิดีโอและภาพยนตร์คุณภาพสูงที่มีอยู่ในแคตตาล็อกจากผู้สร้างสรรคอนเทนต์ และผู้สร้างหนังฝีมีเยี่ยมจำนวนมากกมายหลายพันเรื่อง พร้อมช่องบริการที่รวบรวมวิดีโอเฉพาะหัวเรื่อง อาทิ ตลกขบขัน การค้นคว้าทดลอง ภาพยนตร์ต่างๆ ดนตรี HD วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กีฬา และเวบ ซีรี่ส์ นอกจากนี้  ผู้ใช้เครื่องเล่นสื่อตระกูล WD TV media player ยังสามารถล็อคอินเข้าแอคเคาท์ของ Vimeo เพื่อเข้าถึงเนื้อหาวิดีโอส่วนตัวทั้งหมดที่มี ที่พวกเขาได้อัปโหลดโดยตรงจากบริการของ Vimeo นอกจากเกมที่มีอยู่ในปัจจุบันผ่านการให้บริการแอพพลิเคชั่นของ Funspot®  วันนี้ผู้ใช้เครื่องเล่นสื่อตระกูล WD TV media player สามารถเพลิดเพลินกับพอร์ทัลเกมของ PlayJam อาทิ เกมปาเป้า เกม Pick & Nickเกม Out Patients  เกม Blackjack รวมทั้งเกมวิดีโอโป้กเกอร์และอื่น ๆ โดยหัวเรื่องที่ผสมกันยังรวมถึงผู้พัฒนาเกมที่ทีชื่อเสียงอย่าง Slingo, Relentless และ PuzzlerWD มีความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอบริการอินเทอร์เน็ตที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า WD TV ซึ่งบริการของ  Vimeo และ PlayJam ช่วยต่อยอดการให้บริการที่ดีเยี่ยมสำหรับสายผลิตภัณฑ์ของ WD ที่ร่วมมือกับพันธมิตรผู้พัฒนาเนื้อหา รวมทั้งมอบความบันเทิงผ่านอินเทอร์เน็ต ที่ผู้ใช้เครื่องเล่นสื่อตระกูล WD TV media player สามารถเพลิดเพลินไปกับสื่อส่วนบุคคลต่างๆ  ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย วิดีโอ และเพลง ผ่านระบบความบันเทิงภายในบ้าน โดยสนับสนุนรูปแบบไฟล์ที่หลากหลายสำหรับการสตรีมเนื้อหาที่เชื่อมต่อจาก USB จากกล้องแคมคอร์ดเดอร์ หรือกล้องดิจิตอล รวมทั้งไดรฟ์เครือข่าย เช่น  My Book® Live™ สโตเรจสำหรับ จัดเก็บข้อมูลแบบกลุ่มส่วนบุคคล และเครื่องคอมพิวเตอร์ของเครือข่ายในบ้าน  ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์พีซีหรือเครื่อง Mac ® 
ชาร์ปผุดทีวีละเอียดกว่าฟูลเอชดี 16 เท่า!!!
By: Aumper_Jai | Date: 24 May 2011 | | ไม่มีความเห็น

เมื่อหลายปีก่อน ทางสถานีโทรทัศน์ NHK ในญี่ปุ่นได้เคยนำเสนอสารคดีเกี่ยวกับ Super Hi-Vision เทคโนโลยีสำหรับทีวีที่มีคุณภาพการแสดงผลเหนือกว่า HDTV ในปัจจุบันหลายเท่าตัว โดยความละเอียดจะอยู่ที่ 7,680 x 4,320 พิกเซล ล่าสุดเทคโนโลยีดังกล่าวได้ถูกพัฒนาเป็นทีวีต้นแบบขนาด 85 นิ้วออกมาอวดสายตาชาวโลกแล้ว โดยบริษัท Sharp

Sharp ได้ใช้เทคโนโลยี Aquos ในการพัฒนาต้นแบบ Super Hi-Vision TV ที่,uความสูงถึง 7,680 x 4,320 พิกเซล ซึ่งหากเทียบหน่วยพิกเซลต่อนิ้วจะอยู่ที่ 103 ppi?ฟังดูอาจจะรู้สึกว่ามันยังน้อยกว่าความละเอียดของหน้าจอแสดงผลทั่วไป (iPhone 4 อยู่ที่ 327 พิกเซลต่อนิ้ว) แต่หากเทียบกับมาตรฐานของ HDTV ในปัจจุบันที่มีความละเอียด 36 ppi?สำหรับ HDTV 1080p?ทีมีขนาด 60 นิ้วก็จะเห็นได้ชัดว่า Super Hi-Vision มีความละอียดมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด

อย่างไรก็ตาม คาดการณ์กันว่า?สถานีทีวีที่สามารถบรอดแคสท์สัญญาณวิดีโอความละเอียด 33MP และ 22.2 ช่องเสียงได้นั้น จะสามารถเปิดให้บริการได้ประมาณปี 2020 แม้การสาธิตการใช้งานจะมีขึ้นใน Olympics 2012 ในส่วนของความละเอียดของ Super Hi-Vision จะสูงกกว่า HDTV ประมาณ 16 เท่า นึกภาพตามได้ยากเหมือนกันว่าจะคมชัดแค่ไหน เพราะ HDTV วันนี้ก็ตอบโจทย์ความชัดเจนได้ค่อนข้างสมบูรณ์แล้ว

ที่มา : arip

 

เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ

 
 
Tag: 3D 1080p Acer ASUS benq Blu-ray Blu-ray player Bravia ces CES 2011 commart DLNA DVI full hd Full HD 1080P hd HDMI HDTV iphone IPS lcd LCD monitor lcd tv LED LED Backlit LED Monitor LED TV LG monitor OLED OLED TV Panasonic Philips Plasma Plasma TV PS3 Samsung sharp Smart TV Sony Toshiba tv USB VGA wifi
COPYRIGHT@2010 LCDSPEC.COM ALL RIGHTS RESERVED.