LCDSpec ภูมิใจนำเสนอบทความทดสอบ LED LCD Monitor สวยเพรียว อินเทรนด์จาก Acer

ยุคนี้ถ้าจะซื้อจอ Monitor ใหม่ จอ White LED (WLED) backlit LCD Monitor คงเป็นตัวเลือกของหลายๆ คนแน่ ด้วยราคาที่ไม่แพงเหมือนแต่ก่อน รวมถึงให้ประสิทธิภาพดีขึ้นทั้งในด้านของการให้สีสันที่สมจริงกว่าจอ LCD ที่ใช้ Backlight แบบ CCFL การประหยัดพลังงานที่ทำได้ดีกว่าจอ LCD ในขนาดที่เท่ากัน อีกทั้งยังได้รับการออกแบบให้มิติของหน้าจอมีความบางยิ่งขึ้น
วันนี้ LCDSpec ของเราได้มีโอกาสสัมผัสกับจอ LED รุ่นใหม่ล่าสุดที่มีดีไซน์เฉียบ เรียบหรู จาก acer รุ่น S243HL ซึ่งมีขนาดหน้าจอ 24 นิ้ว Widescreen? สัดส่วนแบบ16:9 และความละเอียดระดับ Full HD (1,920 x 1080) อีกทั้งมีคอนทราสต์ที่สูงถึง 8,000,000:1 อัตราความเร็วตอบสนองเพียง 2ms ในส่วนของการเชื่อมต่อก็มี HDMI มาให้ถึง 2 port และ VGA อีก 1 port แถมยังมีลำโพงในตัวติดตั้งมาอีกด้วย


กล่องที่บรรจุ LED Monitor ตัวนี้มีรูปลักษณ์สวยหรูและมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ ข้างกล่องก็ได้มีการติดสเปกคร่าวๆ ของเครื่องไว้ สายสัญญาณที่ให้มามีเพียงสาย VGA และสายสัญญาณเสียง แต่ไม่มีสาย HDMI มาให้แต่อย่างใด ฉะนั้นหากคุณต้องการใช้การเชื่อมต่อแบบดิจิตอล คุณจึงจำเป็นต้องซื้อสาย HDMI และหัวแปลง DVI-HDMI แยกต่างหากในกรณีที่คุณต้องการต่อเชื่อมผ่านพอร์ท DVI

Specification:

จุดเด่นของจอ LED รุ่น S243HL คือการเลือกใช้เทคโนโลยี LED ทำให้สามารถออกแบบจอให้มีความบางน้อยกว่า 15 มิลลิเมตร และถ้าไม่นับข้อดีต่างๆ ของหลอด LED ที่ช่วยเพิ่มคุณภาพและความสวยงามของภาพที่แสดงบนจอ LCD แล้ว หลอด LED ยังให้ผลพลอยได้ในแง่การประหยัดพลังงานอีกด้วย
Acer S243HL ให้ความละเอียดสูงสุดที่ 1920 x 1080 พิกเซล หรือที่หลายๆ คน เรียกว่า Full HD หน้าจอเป็นแบบด้านทำให้เวลาที่เราใช้งานไปนานๆ จะไม่ทำให้เราปวดตา แต่สีสันที่ได้อาจจะไม่สดใสนักหากเทียบกับจอกระจกทั่วๆ ไป พร้อมด้วยเทคโนโลยี ACM (Adaptive Contrast Management) ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์ของทาง acer ทำให้ เพิ่มอัตราความคมชัดได้ถึง 8,000,000:1
คุณสมบัติทางเทคนิคของ Acer S243HL:

Design:


จุดแรกที่มองแล้วสะดุดตาเลย ก็คือการออกแบบที่ดูแปลกตา โดยปกติของจอภาพในรุ่นทั่วๆ ไป จะมีแกนที่ยึดกับฐานอยู่กึ่งกลางจอภาพ แต่รุ่น S243HLนี้ จะมีลักษณะของขาที่เยื้องไปทางขวา โดยจะมีฐานยื่นออกไปทางซ้าย เพื่อความสมดุลในการติดตั้ง โดยฐานจะเป็นโลหะสีเงินแข็งแรงเมื่อนำมาประกอบกับขาของจอภาพที่เป็นสีเงินก็จะดูเรียบเนียน สวยงามเป็นชิ้นเดียวกันและมุมซ้ายบนของจอภาพมีโลโก้ acer เห็นอยู่อย่างชัดเจน

ในส่วนของปุ่มกดเพื่อเข้าเมนูต่างๆ มีการจัดวางที่สวยงาม หากมีการใช้งานจะมีไฟเป็นสีฟ้าและถ้าอยู่ในสถานะสแตนบายจะเป็นสีส้ม ด้านซ้ายจะเป็นส่วนของลำโพงกำลังขนาด 2W x 1

ปุ่มกดไล่จากล่างขึ้นบนจะเป็นปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง, ปุ่มเพิ่มหรือลดค่าต่างๆ, ปุ่มเมนูหลัก, ปุ่ม Auto adjust/ออกจากเมนูต่างๆ และสุดท้ายคือปุ่ม Empowering Key ไว้ปรับค่าความสว่างให้เหมาะสมกับการใช้งาน ทีมงานพบปัญหาจากการใช้งานปุ่ม Empowering Key ซึ่งเป็นปุ่มที่อยู่บนสุดจะกดค่อนข้างลำบาก เพราะติดบริเวณขอบจอล่าง

ฐานของจอมีลักษณะที่เป็นสีเงิน ซึ่งเลือกใช้วัสดุที่เป็นโลหะแข็งแรงทนทาน พร้อมมีตัวหนังสือบอกถึงเทคโนโลยีที่ใช้เป็น LED

การที่ใช้เทคโนโลยีอย่าง LED ทำให้เห็นถึงความบางเฉียบกว่าจอ LCD ที่เห็นตามท้องตลาดทั่วไป จากการวัดมีความหนาเพียง 14.5 มิลลิเมตร เท่านั้นเอง


คราวนี้เรามาดูในส่วนของด้านหลังเป็นสีดำส่วนใหญ่ ซึ่งมีลักษณะไม่ได้เรียบแบนเสียทีเดียว ถ้าสังเกตจะเห็นเป็นมุมอยู่ทั้ง 4 มุม อีกทั้งยังมีโลโก้ acer สีเงินเด่นสง่าอยู่บริเวณมุมด้านขวาบนของจอภาพอีกด้วย


แกนบานพับได้รับการออกแบบที่แข็งแรง มีการเล่นสีของขอบแกนเป็นเงินสวยงาม สามารถปรับก้มเงยได้เล็กน้อย อีกทั้งด้านหลังของแกนยังมีตัวหนังสือที่ย้ำว่ารุ่นนี้ใช้เทคโนโลยี LED อย่างชัดเจน


ด้านล่างที่เป็นฐานของจอจะมีพอร์ตในการเชื่อมต่อต่างๆ ไล่จากซ้ายไปขวา ก็จะเป็นพอร์ต HDMI จำนวน 2 พอร์ต, พอร์ต VGA จำนวน 1 พอร์ต, ช่องสัญญาณเสียงขนาด 3.5 ม.ม. แล้วสุดท้ายคือช่องต่ออแดปเตอร์ไฟ ซึ่งในรุ่นนี้จะเป็นแบบอแดปเตอร์อยู่ด้านนอกของจอภาพ

ในส่วนของด้านบนจะเห็นเป็นช่องเล็กๆ เรียงกันอยู่ ช่องนี้เป็นช่องระบายความร้อนของจอภาพ