Buver's Guide Review HD Contents HD Accessories HD Event Promotions
ฟันธงจอ LED Monitor สุดคุ้ม 3 ช่วงราคา ตามงบเป๊ะๆ
ใครทำกำลังมองหาจอมอนิเตอร์ตัวใหม่มาเปลี่ยน เจ้าแก่ตัวเดิมที่บ้าน ที่สีสันเพิ้ยน จอเหลือง หรือกระทั่งเจ้าจอตู้แบบ CRT ล่ะก็ Commart นี้ก็น่าจะเป็นโอกาสอันดีแล้วล่ะครับ ที่จะได้เปลี่ยนจอใหม่ให้ชีวิตสดใสกันสักที ใครที่มองหาว่าจะซื้อตัวไหนดี งบมีแค่นี้ไม่รู้จะเอาตัวไหน เราจัดมาให้แล้วครับ กับ 3 ช่วงราคาที่ตรงงบประมาณที่ถามไถ่กันมาเยอะที่สุด อ่านดูเก็บไว้เป็นตัวเลือกแนวทางได้เลย หรือใครจะซื้อตามเลยก็ฟันธงครับว่าคุ้มสุด เป๊ะๆราคาต่ำกว่า 5,000 บาท เด่นๆเลยนี่ต้องยกให้ acer เลยครับกับรุ่น S221HQLbd จะได้เป็นจอ LED เลย เป็นจอแบบ LED ด้วยในราคาที่ต่ำกว่า 5,000 บาท ขนาดจะเป็น 21.5 นิ้ว ความละเอียด Full HD 1920 x 1080 อัตราค่าคอนทราสท์สูงถึง 12,000,000:1 พอร์ตเชื่อมต่อมาตรฐานครบๆ VGA/DVI โดยราคาอยู่ที่ 4,590 บาท คุ้มสุดๆจริงๆมาต่กอกันที่งบต่ำกว่า 7,000 บาทกันบ้าง รุ่นสุดคุ้มในงบระดับนี้ตกเป็นของ Samsung ครับ แบรนด์อันดับ 1 เรื่องจอของเมืองไทยเลย รุ่นที่คุ้มสุดในราคานี้คือ BX2331 จอ LED ขนาด 23 นิ้ว ที่มีความบางเพียง 30 mm. เท่านั้น พอร์ตมาตรฐาน VGA และ DVI ก็มีมาให้ และนอกเหนือไปจากนั้นก็มี HDMI มาให้ด้วยอีก 2 ช่อง ราคาค่าตัว 7,000 บาทพอดิบพอดีเป๊ะช่วงราคาสุดท้ายคือ 10,000 บาท แต่ตัวที่เลือกมานี้เกินไปนิดนึงครับคือ 10,500 บาท กับจอของ Samsung อีกตัวเช่นกัน คือรุ่น PX2370 สิ่งที่จะได้จากจอราคาระดับนี้แล้วนอกจากประสิทธิภาพที่ดีแล้ว มันก็จะมาพร้อมกับดีไซน์การออกแบบที่ดูหรูหราด้วย ตัวนี้สเป็กจะคล้ายกับ BX2331 ที่แนะนำไปด้านบน แต่ตัวเครื่องจะสวยกว่า และบางกว่าเพียง 16.5 mm. เท่านั้น และการประหยัดพลังงานที่ดีเยี่ยม
Review : BenQ XL2410T จอ LED 3 มิติ สำหรับคอเกมที่ชอบความสมจริง
 ช่วงนี้รู้สึกอย่างหนึ่งว่า เทรนจอภาพแนว 3 มิติ มากันเยอะเหลือเกินวันนี้ LCD SPEC มีจอภาพที่จะทำให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์การชมภาพในรูปแบบ 3 มิติอีกหนึ่งตัวกับ BEN-Q XL240T ?LED 3 มิติ ขนาดหน้าจอ 23.6 นิ้ว อัตราส่วนจอภาพเป็นแบบ 16:9 ?ความละเอียด Full HD (1920-1080) รองรับการใช้งานในรูปแบบ 3 มิติ รองรับการใช้งานกับแว่น 3 มิติของ NVIDIA Vision 3DPreview BEN-Q X2420T B0dy&Designในส่วนของการออกแบบ BenQ XL2419T เรียกได้ว่ารองรับการใช้งานได้อย่างสบาย ๆ เลยทีเดียวด้วยการออกแบบตัวจอที่สามารถปรับมุมจอได้หลายทิศทาง หมุนซ้าย หมุนขวา และเปลี่ยนจะจอแนวนอนเป็นแบบแนวตั้งด้วยการออกแบบข้อต่อของจอภาพที่แข็งแรง ในส่วนของ Port การใช้งาน แบ่งออกเป็น 3 Port ด้วยกันได้แก่ VGA , DVI และ HDMI ตัวหน้าจอขนาด 23.6 นิ้ว มาพร้อมกับฐานจอแบบสี่เหลี่ยมรองรับน้ำหนัก 9 กก. ของจอได้เป็นอย่างดี ถือว่าเป็นจอ LED อีกหนึ่งตัวที่น่าสนใจเลยทีเดียวในด้านการใช้งานหน้าจอขนาด 23.6 นิ้ว ดานหลังขอจะภาพสามารถปรับระดับความสูงของฐานจอได้แบบสบายข้อด้านหลังของหน้าจอสามารถปรับได้ทั้งด้านซ้ายและขวามุมด้านข้างของหน้าจอดูเรียบง่ายและแข็งแรง มาพร้อมฐานที่รองรับน้ำหนักของจอได้อย่างลงตัวมุมด้านซ้ายของจอภาพจะมีช่องสำหรับเสียบชุดหูฟังแบบ 3.5 มม.ตัวข้อพับออกแบบมาอย่างแข็งแรงเพื่อรองรับการปรับของตัวจอจอภาพจับหมุนเป็นแนวตั้งได้ ทำให้ใช้งานได้หลากหลายรูปแบขึ้นตัวจอหมุนได้แบบ ๆ สบาย ๆ ทั้งมุมซ้ายและขวาฐานของจอสามารถปรับระดับให้สูงขั้นได้อีก 1 ช่วง ด้านซ้ายของตัวจอจะเป็นช่องหูฟังไว้รองรับการใช้หูฟังแบบ 3.5 มม.ด้านขวาของตัวจอจะเป็นในส่วนปุ่มตั้งค่าต่าง ๆ ของหน้าจอดานล่างของมุมขอบจะเป็นปุ่มสำหรับปรับค่าPort การใช้งานมีมาให้พร้อมในทางด้านซ้ายของตัวเครื่อง ได้แก่ DVI,VGAและ HDMI ด้านขวาของหน้าจอจะเป็นส่วนของช่องรับสัญญาณไฟ รายละเอียดของ?BenQ XL2410T
เพื่อสีที่ถูกต้องสมจริง เรามา Calibrate หน้าจอ Monitor กันเถอะ
>>> ในหน้าสุดท้ายมีกิจกรรมเล่นเกมกันสนุกๆ ด้วย อย่าลืมมาร่วมเล่นกันนะครับคุณเคยประสบปัญหาเช่นนี้หรือไม่ แต่งภาพบนหน้าจอตัวเองว่าสีสวยแล้ว พอส่งไฟล์ไปให้เพื่อนกับพบว่าสีไม่เห็นเหมือนบนจอเราเลย ทั้งมืด ทั้งเพี้ยน แล้วไหนจะเอาไปอัดอีก สีไปกันใหญ่เลยคราวนี้วันนี้ LCDSPEC.COM เรามีคำตอบมาให้ ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะว่า จอภาพและอุปกรณ์แสดงผลภาพทำงานโดยมี Color Space ที่ต่างกันColor Space แบบ 2 มิติโดยหากจอไหนที่มี Color Space ที่กว้างจะให้ความสดใสภาพได้มากกว่าจอที่มี Color Space แคบ เช่นจอที่เป็นชนิด LED LCD Monitor จะมี Color Space ที่กว้างกว่า จอชนิด CCFL LCD Monitor เป็นต้นแล้ว Color Space มันคืออะไร ?Color Sapce ของ Monitor ก็คือขอบเขตของการแสดงสีของจอภาพนั้นๆ ว่าสามารถแสดงสีได้มากน้อยแค่ไหน เป็นที่มาว่าทำไมแต่ละจอถึงให้สีที่มีความสดไม่เท่ากัน ดังนั้นจึงต้องมีการทำ Color Profile เข้ามาช่วยในการควบคุมให้มีการแสดงสีให้มีค่าใกล้เคียงกันมากที่สุด เนื่องจาก Color Profile นี้จะทำหน้าที่เสมือนแผนที่ที่บอกว่าสีที่ต้องการนี้อยู่ที่ตำแหน่งไหนของ Color Space ที่ใช้อยู่ เช่น ถ้าส่งคำสั่งแสดงสี 200,0,0 ไปให้ Monitor A จะได้สีแดงเข้มๆ แต่ถ้าส่ง 200,0,0 เช่นกัน ไปให้ Monitor? B จะได้สีแดงที่สว่างขึ้น ถ้าต้องการให้ Monitor A และ Monitor B แสดงสีออกมาเหมือนกัน ก็จะจำต้องที่จะต้องทำแผนที่สีที่ว่าไปเมื่อกี้ ซึ่งสีถ้าใช้ Color Profile บน Color Space ของ Monitor A สีแดงเข้มอยู่ที่ 200,0,0 แต่สีแดงเข้มบน Color Space ของ Monitor B อาจจะอยู่ที่ 190,0,0 ได้ การทำงานเช่นนี้จะมีการแปลงโปรไฟล์สีเกิดขึ้น เพื่อให้ได้สีที่ถูกต้องแล้วโปรไฟล์สีนี้จะได้มาอย่างไร โดยทั่วไป ผู้ผลิตจอมอร์นิเตอร์จะมีการทำโปรไฟล์สีของจอรุ่นนั้นๆ อยู่แล้ว แต่ด้วยการผลิตอุปกรณ์อิเล็คโทรนิกส์มันก็ไม่สามารถที่จะทำให้อุปกรณ์มีการแสดงผลได้ตามต้นแบบ 100% ได้ และถ้าสังเกต จะเห็นว่าจอที่ใช้ไปนานๆ จะมีอากาเหลืองเกิดขึ้น เนื่องจากหลอด back light หรือภาคจ่ายไฟให้หลอด back light เริ่มเสื่อม ซึ่งนั่นก็ทำให้การใช้โปรไฟล์สีเดิมไม่สามารถใช้การได้นั่นเอง เราจึงควรที่จะทำโปรไฟล์สี หรือแผนที่สีบนจอขึ้นมาใหม่เพื่อให้ได้สีที่แสดงออกมายังตรงอยู่เหมือนเดิม ซึ่งการสร้างโปรไฟล์สีนี้ก็คือการ Calibrate หรือการปรับเทียบหน้าจอนั่นเองโดยการ Calibrate สามารถทำได้ 2 วิธีหลักด้วยกัน คือการใช้สายตาในการปรับเทียบ ซึ่งวิธีนี้จะมีความแม่นยำที่ค่อนข้างต่ำ แต่สามารถใช้ได้ถ้าไม่ได้ที่จริงจังเรื่องการใช้สีมากนัก แต่ถ้าต้องการความแม่ยำที่สูงขึ้นจะใช้พวก Hardware ประเภท Spectophotometer หรือ Colorimeter ในการปรับเทียบ—–การ Calibrate หน้าจอด้วย สายตา (Windows 7) :การ Calibrate ด้วยวิธีนี้ ทีมงาน LCDSPEC.COM ขอบอกไว้ก่อนว่า?ผู้ใช้ต้องใช้ความแม่นยำในการพิจารณาสีพอสมควร และค่อนข้างมีปัญหาบ้างกับคนที่ตาบอดสี เนื่องจากเป็นการใช้สายตาในการปรับเลื่อนให้สีมีค่าเข้าใกล้สีขาวมาตรฐานมากที่สุดงานนี้ขอใช้ Calibrate Color ของ Windows 7 นะครับ ถือว่าเป็น Tool นึงที่สะดวยเลยที่เดียวก็ว่าได้ ไม่ต้องไปเสียเวลาหา Adobe Gamma มาลงให้เสียเวลาเอาหล่ะก่อนจะเริ่ม calibrate เรามาเตรียมความพร้อมของอุปกรณ์และพื้นที่กันหน่อยดีกว่านะ1. แสงสว่างในห้องต้องเหมาะสม ไม่มีแสงวูบวาบ หรือมีการฉายไฟเข้าจอโดยตรง2. ผนังห้องควรมีสีใกล้เทากลางจะยิ่งดี เพราะสายตาเราจะวัดแสงและสีจากฉากและผนังรอบๆ จอด้วย3. ตั้งค่าทั้ง จอ และ การ์ดจอ ให้เป็นค่าเริ่มต้น หรือ Factory Default4. Wallpaper ควรเป็นภาพที่เป็นเฉดเทา5. เปิดจอไว้อย่างน้อย 30 นาที เพื่อให้หลอดจอ (CRT) หรือหลอด Back Light (LCD) ร้อนพอและให้แสงที่คงที่ได้ตามนี้แล้ว มาทำการ Calibrate กันเลยดีกว่าเริ่มด้วยจากการเข้าไปที่ Control Panelสำหรับคนที่ใช้มุมมองแบบ Category ให้เลือกที่ Appearance and Peraonalization > Display > Calibrate colorส่วนใครใช้มุมมองแบบ Large/Small icons (Classic) ให้เลือกที่ Display > Calibrate color ได้เลยหลังจากเข้าโปแกรมแล้ว หาเรามี Monitor หลายตัว ก็สามารถเลือกได้ที่จะทำการ Calibrate ที่ Monitor ตัวไหนก็ได้โดยการลากหน้าต่าง Calibrate Monitor (ตามภาพ) ไปวางไว้ที่หน้าจอนั้นๆ จากนั้นทำการกด Nextในขั้นตอนถัดมาจะเป็นการบอกถึงการตั้งค่าว่าเราควรตั้งค่าอย่างไรก่อนที่จะเริ่มทำการ Calibrate หน้าจอ โดยขั้นตอนที่ต้องทำก็ง่ายๆ เพียงแค่กดเมนูขึ้นมา แล้วทำการ Reset การตั้งค่าให้เป็นค่าเริ่มต้นเสียก่อน (Factory default) และถ้าหาก OSD Menu ของจอนั้นเลื่อนได้ ก็แนะนำให้เลื่อนไปอยู่ในจุดที่ดูไม่เกะกะ กับการอ่านวิธีในขั้นตอนต่อๆ ไป เมื่อได้ตำแหน่งที่เรียบร้อยแล้วจากก็กด Next กันได้เลยครับเริ่มจากการตั้งค่า Gamma ก่อน ด้วยการปรับค่าแบบง่ายๆ เลื่อนแถบ Slide bar ให้จุดสีที่อยู่ตรงกลางมีสีกลืนกันกับสีที่เป็นวงนอก โดยในภาพจะเป็นตัวอย่างของค่า Gamma ที่เหมาะสม ก็คือจุดที่อยู่กลางวงกลมจะดูกลืนไปกับสีพื้นที่อยู่รอบๆ จุดนั้น แล้วถ้าหากจุดตรงกลางเป็นสีขาว แสดงว่าค่า Gamma นั้นต่ำไป และในทางกลับกัน ถ้าจุดตรงกลางดูสีเข้มกว่าพื้นที่โดยรอบ แสดงว่าค่า Gamma นั้นสูงเกินไป เมื่อเราทำความเข้าใจกับการตั้งค่า Gamma แล้วหล่ะก็กด Next ต่อได้เลยคราวนี้มาเป็นการปรับ Gamma จริงกันซะที ก็แค่เลื่อนแถบ Slide ให้สีจุด กับสีพื้นมันกลืนกันเป็นอันเสร็จพิธี กด Next ต่อครับหลังจากเสร็จสิ้นการตั้งค่า Gamma ให้กับหน้าจอ คราวนี้มาถึงการปรับค่าความสว่าง และค่าคอนทราสต์ เพื่อให้ได้แสงที่เหมาะสมในการใช้งาน แต่หากใครใช้โน็ตบุค โดยมากจะไม่สามารถปรับค่าเหล่านี้ได้ ก็สามารถกด Skip brightness and contrast adjustment เพื่อข้ามไปยังการปรับค่าสมดุลสีได้ทันที แต่ถ้าหากปรับค่าได้ ก็ให้กด Next เพื่อทำการปรับความสว่างของหน้าจอก่อนการปรับ Brightness ที่เหมาะสม ลองดูที่ภาพนะครับ จะมีทั้งสีขาว ดำ ดำมาก และเงาดำ โดยต้องปรับให้เห็นสีทั้งหมดที่ว่าครับ ไม่ใช่ มืดจนไม่เห็นเงาดำในสีดำ หรือสว่างจนสีดำดูไม่ดำ ดูข้อตกลงแล้วก็ไม่ยากใช่มั้ยครับ กด Next ต่อดีกว่าเมื่อรู้รูปแบบการปรับแล้ว ก็ลงมือตั้งค่าเลยละกัน ทำการกด เมนูขึ้นมา เข้าไปที่ส่วนการตั้ง Brightness ทำการเพิ่มหรือลดแสงเพื่อให้เห็น รายละเอียดบนเสื้อสูท และตัว X ที่อยู่บนฉากสีดำด้านหลัง โดยที่ส่วนสีดำต้องดูเป็นสีดำอยู่เหมือนเดิม หลังจากได้ความสว่างที่เหมาะสมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็กด Next เพื่อทำการปรับค่าคอนทราสต์ต่อเลยละกันตอนนี้ก็มาถึงการตั้งคอนทราสต์ของจอกันแล้ว โดยภาพก็จะยังเป็นโทนขวา-ดำเหมือนเดิม การปรับในครั้งนี้จะให้สังเกตในส่วนของรอยยับบนเสื้อ และความใสภาพเป็นหลักก็แล้วกัน โดยถ้าหากคอนทราสต์เราสูงเกินไป รอยยับบนตัวเสื้อจะมองไม่เห็น จะดูว่าเสื้อขาวไปหมดทั้งตัว แต่ถ้าคอนทราสเราต่ำไป ภาพจะดูหมองๆ สีดำก็ไม่ดำออกจะเทาๆ ไปนิด เพราะฉนั้นค่าที่เหมาะสมจึงเป็นค่าที่ทำให้ส่วนขาวดำในภาพ ดูสีตัดกันมากที่สุด และบนตัวเสื้อเห็นรอยยับได้ชัดเจน ดูรูปแบบการปรับแล้วก็มาปรับจริงกันซะที กด Nextและแล้วเราก็มาปรับคอนทราสต์จริงๆ ซะที กดเมนูขึ้นมา ไปที่ Contrast แล้วก็เลื่อนๆๆๆๆๆๆ ได้ค่าดูน่าพอใจแล้วก็กด Nextหลังจากปรับค่าความเหมาะสมของจอกันไปแล้ว คราวนี้จะเป็นส่วนของการปรับสมดุลสีขวา จะเป็นส่วนของการสร้างรูปแบบสี หรือ Color Profile ขึ้น และตรงนี้เองที่ต้องการความแม่นของการดูสีค่อนข้างมากเลยทีเดียว? ว่าแต่เมื่อกี้มีใครมาทางลัดกันบ้างครับ ?ไม่เป็นไร ใครมามาทางตรง หรือทางลัดก็ไม่ว่ากัน ถ้าใครมาทางตรง จะเห็นว่าขั้นตอนก่อนหน้าจะมีแค่ มากไป หรือน้อยไป ความเป็นไปได้มีแค่ 3 ช่วงรูปแบบเท่านั้น แต่ครั้งนึ้รูปแบบความเป็นไปได้มีถึง 7 ช่วงรูปแบบ (แดงเกินไป เขียวเกินไป น้ำเงินเกินไป ออกจะม่วงไปนะ ออกฟ้าไปนิด ออกเหลืองไปหน่อย หรือว่าสีพอดีแล้ว) กันเลยทีเดียว o_O เพราะมันคือการปรับสมดุลสีกันทีเดียวทั้ง 3 สี เพื่อให้ได้สมดุลสีขาวที่เหมาะสม งานนี้ถ้าใครมีตัวช่วยอย่างกระดาษเทากลาง หรือกระดาษสีเทา 18% ก็จะช่วยให้ปรับได้ง่ายขึ้นอีกนิดนึงครับ คุยไปอาจจะไม่เห็นภาพ กด Next เลยดีกว่าอย่างที่บอกหล่ะครับ ว่าคราวนี้เราจะตั้งค่าสีพร้อมกันเลย 3 สี (แล้วจะมั่วไปมั้ยเนี่ย) และก็อย่างที่บอก (อีกแล้ว) ถ้าใชกระดาษเทากลางก็พอเอาเทียบๆ ได้ แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร พยายามนิดนึง ค่อยๆ เลื่อนๆ ถ้าสีไหนมากไปก็ลดสีนั้นลง จนดูว่าสีทั้งหมดไล่จากขาวไปเทา (สีตรงกลางนั่นคือสีเทากลางหรือ Neutral grays) และเมื่อปรับจนได้สีเทาและไม่ แดงไป เขียวไป หรือน้ำเงินเกินไป ก็ถือว่าใช้ได้แล้ว กด Next ต่อเพื่อบันทึกค่าและสุดท้ายเมื่อปรับแต่งเสร็จ เผื่อใครจะลืมสีเดิมไปแล้ว ก็ลองกดที่ปุ่ม Previous calibration เพื่อดูค่าก่อนปรับสีก็ได้นะครับ บางจออาจจะดูว่าก่อนทำการปรับสีจอเราอาจจะฟ้าเกินไป หรือบางคนอาจจะใช้จอถนอมสายตา (เหลือง) มาเป็นเวลานานแล้วก็ได้ แต่ก็สุดแล้วแต่แหละครับ ถ้าใครดูแล้วว่าที่ Calibrate มานั้นดูแล้วไม่ชอบ ก็กด Cancel ออกไปได้ครับเพื่อใช้ค่าเดิม แต่ถ้าดูแล้วดีขึ้นก็กด Finish เป็นอันเสร็จสิ้นครับหลังจากได้ลอง Calibrate หน้าจอด้วยสายตาตัวเองกันไปแล้วไม่ทราบว่าเป็นยังไงบ้างครับ ลองเขียนมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ
Mobile High Definition Link ผู้ช่วยส่งหนัง HD จากมือถือสู่ LCD TV ตัวโปรด !!!
ปัจจุบันโทรศัพท์มือถือที่มีพอร์ต HDMI ก็มีออกมามากมายหลากหลายรุ่นพอสมควร แต่ถ้าจะรับชมภาพยนตร์จากโทรศัพท์ของเราโดยให้ภาพไปออกทางทีวีผ่านการเชื่อมต่อของ HDMI ละก็ จะต้องใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ของตัวโทรศัพท์เอง ทำให้ต้องแก้ปัญหาด้วยการเสียบชาร์จไปดูไป แถมบางครั้งถ้าเราอยากจะ pause หรือควบคุมการเล่นไฟล์ เราก็ต้องเดินไปที่โทรศัพท์ของเราเพื่อจัดการมันซะ ทำให้ไม่สะดวกกับการรับชมเป็นอย่างยิ่ง จึงได้มีการพูดถึงมาตรฐานแบบใหม่ขึ้นมา นั่นคือ?Mobile High-Definition Link (MHL) ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกกับผู้ใช้งานได้ดีเลยครับการเชื่อมต่อของ MHL ก็ยังคงเป็น HDMI อยู่ โดยรองรับไฟล์วิดีโอได้ถึงขนาด 1080p ระบบเสียง 7.1 รอบทิศทางเหมือนปกติ แต่ส่วนที่เป็นจุดเด่นก็คือ ในการเล่นไฟล์นั้น โทรศัพท์จะใช้พลังงานจากทีวีมาแทนที่จะใช้แบตในตัวเครื่อง ทำให้ไม่ต้องเสียบสายพะรุงพะรังอีกแล้วนั่นเอง ใช้แค่สาย HDMI เส้นเดียวจบส่วนอีกข้อก็คือเราจะสามารถใช้รีโมทของทีวีที่รองรับ MHL ในการควบคุมการเล่นไฟล์ของโทรศัพท์ได้ด้วย คราวนี้ก็จะได้นอนดูหนังได้อย่างสบายใจแล้วละครับในขณะนี้ก็มีบริษัทรายใหญ่หลายรายให้การสนับสนุนในการค้นคว้าวิจัยอยู่หลายบริษัทเลย ไม่ว่าจะเป้น Nokia, Samsung, Toshiba และ Sony ซึ่งเมื่อพิจารณาไปแล้ว ดูมีโอกาสแจ้งเกิดที่ดีเลยละครับสำหรับ MHL นี้ที่มา : Pocketnow 
Sony เปิดตัวทีวี Bravia รุ่นใหม่ล่าสุด!!! ทุกรุ่น ทุกซีรี่ย์ ในปี 2011 โดยมี Internet TV เป็นตัวชูโรง
Sony สร้างสรรค์นิยามใหม่ของความบันเทิง เผยโฉมบราเวีย อินเตอร์เน็ต ทีวี พร้อมผลิตภัณฑ์ 3D ครบไลน์ จับมือพันธมิตรนำเสนอประสบการณ์ความบันเทิงอินเตอร์เน็ตทีวีไม่ซ้ำใคร??ตอกย้ำความเป็นผู้นำตัวจริงด้วยโซลูชั่นเพื่อความบันเทิงภายในบ้านครบครันบริษัท โซนี่ ไทย จำกัด ผู้นำนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า และการสร้างสรรค์ ไลฟ์สไตล์เพื่อผู้บริโภค วันนี้ แถลงวิสัยทัศน์ ทิศทางธุรกิจ และกลยุทธ์การตลาดประจำปี 2554 ผลักดันแนวความคิด?Sony Redefines Entertainment สร้างสรรค์นิยามใหม่ของความบันเทิงที่ครบครันในทุกโซลูชั่นส์ ผ่านเสาหลักกลยุทธ์ 4 ประการ ประกอบด้วย มุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ (Product Redefined), สรรสร้างเนื้อหา (Content Redefined), รังสรรค์บริการเหนือระดับ (Customer-Focus Redefined) บูรณาการระบบบริหารจัดการค้าปลีก (Retail Marketing Redefined) เผยโฉมกองทัพผลิตภัณฑ์ล่าสุดเป็นครั้งแรกมากมาย นำโดย บราเวีย อินเตอร์เน็ต ทีวี จำนวนกว่า 20 รุ่นพร้อมเติมเต็มประสบการณ์บันเทิง 3 มิติในบ้านครบวงจรด้วยผลิตภัณฑ์ 3D ครบครัน ตั้งแต่กล้องแฮนดีแคม กล้องไซเบอร์ช็อต บล็อกกี้ โน้ตบุ๊คไวโอ้ ชุดโฮมเธียเตอร์ 3D และ PS3 เป็นต้น ให้ผู้บริโภคสนุกสนานไปกับการสร้างสรรค์คอนเทนท์ ไปจนถึงการรับชมความบันเทิง 3 มิติได้อย่างเต็มอิ่ม พร้อมร่วมผนึกกำลังกับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อนำเสนอความหลากหลายของสาระบันเทิงสำหรับทีวีอินเตอร์เน็ต ตั้งเป้าเติบโต 10 เปอร์เซ็นต์ มั่นใจเป็นผู้นำตลาดเอวีไอทีที่สามารถนำเสนอโซลูชั่นส์ความบันเทิงได้อย่างครบครันที่สุดมร. โทรุ ชิมิซึ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด กล่าวว่า ?ในปีที่ผ่านมา สภาพตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าโดยรวมได้รับผลกระทบจากทั้งปัจจัยเชิงบวก และเชิงลบ อย่างไรก็ตามธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้ายังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี โดยเฉพาะตลาดทีวี และตลาดกล้องดีเอสแอลอาร์ที่ความต้องการยังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ และด้วยการวางกลุยุทธ์การตลาดอย่างต่อเนื่อง พร้อมด้วยผลิตภัณฑ์ที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย ส่งผลให้ธุรกิจทีวีบราเวียของโซนี่โตขึ้นถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ธุรกิจกล้องดีเอสแอลอาร์ของโซนี่ก็เติบโตขึ้นกว่า 140 เปอร์เซ็นต์ในปี 2554 นี้ โซนี่จะยังคงเดินหน้าสร้างความเข้มแข็งด้วยกลยุทธ์ที่เข้มข้นขึ้นต่อยอดจากในปีที่แล้ว ภายใต้ชื่อ ?Sony Redefines Entertainment? นับเป็นการสร้างสรรค์ประสบการณ์ความบันเทิงแบบครบวงจร ตั้งแต่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ (Product Redefined) ซึ่งในปีนี้โซนี่จะมีผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม 3D Solutions ที่ครบครันตั้งแต่ทีวี กล้อง เกมส์ ไปจนถึงโน้ตบุ๊คไวโอ้ รวมทั้งอินเตอร์เน็ตทีวี การนำเสนอเนื้อหาที่หลากหลาย (Content Redefined) เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆให้แก่ผู้บริโภค อาทิ การร่วมมือกับพันธมิตรผู้ผลิตคอนเทนท์บนอินเตอร์เน็ตทีวี รวมถึงสนุกเพลิดเพลินไปกับการสร้างสรรค์คอนเทนท์ 3D เพื่อรับชม และแบ่งปันความประทับใจได้อย่างง่ายดาย ขณะเดียวกันโซนี่ก็ยังให้ความสำคัญกับการสรรหาสิทธิประโยชน์ และบริการคุณภาพให้แก่ลูกค้าเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุด (Customer Focus Redefined) รวมทั้ง การพัฒนาระบบบริหารจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดจำหน่าย (Retail Marketing Redefined) มุ่งให้ประโยชน์สูงสุดแก่ทั้งผู้แทนจำหน่าย และลูกค้าผู้สนับสนุนสินค้าโซนี่อีกด้วย ซึ่งภายใต้กลยุทธ์หลักดังกล่าว คาดว่าจะช่วยรักษาความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า ผู้บริโภค รวมถึงการเสริมสร้างความเข้มแข็ง และขับเคลื่อนธุรกิจโซนี่ให้เดิบโตขึ้นอีก 10 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2554 นี้?มร. ฮิโรชิ ซากาโมโตะ ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส กลุ่มธุรกิจโทรทัศน์ บริษัท โซนี่ คอร์เปอเรชั่น กล่าวว่า ?แนวโน้มการเติบโตของตลาดแอลซีดีทีวียังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงแถบแพนเอเซียซึ่งนับเป็นตลาดที่มีความสำคัญของโซนี่ด้วยศักยภาพในการเติบโตที่สูงมาก ในปี 2554 นี้ โซนี่ได้บัญญัตินิยามใหม่สำหรับทีวีภายใต้ชื่อ ?Sony Internet TV ? Television Redefined? เพื่อแสดงให้เห็นถึงการสร้างสรรค์รูปแบบของประสบการณ์บันเทิงใหม่ให้แก่การรับชมทีวีด้วยเนื้อหาสาระที่หลากหลายบนอินเตอร์เน็ตตลอด 24 ชั่วโมง โดยโซนี่ได้ร่วมมือกับผู้ให้บริการด้านคอนเทนท์มากกว่า 100 รายทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทยในการให้บริการเนื้อหาบน บราเวีย อินเตอร์เน็ตทีวี โดยในปัจจุบันจำนวนผู้ชมทั่วโลกที่รับชมเนื้อหาบนโซนี่ อินเตอร์เน็ต ทีวีมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น เรื่อย ๆ เช่นในออสเตรเลีย และอินเดีย เป็นต้น และคาดว่าในประเทศไทยก็กำลังเข้าสู่แนวโน้มเดียวกัน โดยในปีนี้จำนวนของบราเวียอินเตอร์เน็ตทีวีที่จะเปิดตัวในปีนี้จะมีสัดส่วนมากถึง 83 เปอร์เซ็นต์ กล่าวได้ว่าในปีนี้ อินเตอร์เน็ตทีวี เทคโนโลยี 3D ผนวกกับคุณภาพและดีไซน์ จะเป็นกลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจทีวีของโซนี่ ผมเชื่อว่าผู้บริโภคจะให้การตอบรับ และมีความสุขไปกับประสบการณ์บันเทิงใหม่ ๆ ที่โซนี่ได้คิดค้นพัฒนาเพื่อประโยชน์สูงสุดสำหรับลูกค้า และผู้บริโภคอย่างมุ่งมั่นมาโดยตลอด?ในปี 2554 โซนี่พร้อมเดินหน้าผลักดันยุทธศาสตร์ทางธุรกิจหลัก 4 ประการ เพื่อรักษาความเป็นผู้นำ และรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต ซึ่งประกอบไปด้วย1. Product Redefined ? ปฏิวัติ ?นวัตกรรมใหม่? เพื่อผู้บริโภคทั้งในส่วนของ Total 3D Solutions ที่โซนี่เป็นบริษัทเอวีไอทีเพียงรายเดียวที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ 3D แบบครบครัน ทั้ง 3D BRAVIA, 3D Blu-ray, 3D Home Entertainment, 3D Cyber-shot, 3D Handycam, 3D VAIO, 3D Bloggie, และ 3D PS3 เป็นต้น นอกจากนี้ ในส่วนของผลิตภัณฑ์ทีวี โซนี่ยังได้เปิดตัวอินเตอร์เน็ตทีวี ภายใต้คอนเซ็ปท์ TV Redefined อันเป็นปฐมบทใหม่แห่งความบันเทิงสมจริง2. Content Redefined ? นำเสนอคอนเทนท์พิเศษสำหรับอินเตอร์เน็ตทีวีชู ?ไอเดียสร้างสรรค์? ที่มีสาระบันเทิงหลากหลายสำหรับทีวีบราเวีย อินเตอร์เน็ตทีวีโดยเฉพาะ ซึ่งรวมถึงคอนเทนท์ที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยพันธมิตรผู้ผลิตเนื้อหา ทั้งโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง7, เครือเนชั่น, ผู้ผลิตเว็บไซต์ในเครือ M Thai และรายอื่น ๆ อีกมากที่จะทยอยร่วมให้บริการ นอกจากนี้ยังรวมไปถึงเทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อการสร้างสรรค์คอนเทนท์ด้วยตนเอง จากพอร์ทโฟลิโอผลิตภัณฑ์ 3D ที่สามารถผลิต รับชม และแบ่งปันผลงานแบบ 3 มิติได้อย่างง่ายดาย ทุกที่ ทุกเวลา3. Customer Focus Redefined ? พัฒนาสิทธิประโยชน์และการบริการในด้าน CRM อย่างเต็มรูปแบบเพื่อ ?ลูกค้าคนพิเศษ? จากความสำเร็จในปีที่ผ่านมาจากการเปิดตัวแคมเปญ My Sony ซึ่งมีฐานลูกค้าใหญ่ที่สุดในประเทศด้วยสมาชิกกว่า 1 ล้านราย โดยโซนี่เป็นบริษัทด้านเอวีไอทีเพียงรายเดียวที่มีการดำเนินการเชิงรุกในด้านการบริหารความสัมพันธ์ของลูกค้าอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ในปี 2554 จะมีการเฟ้นหาบริการ และกิจกรรมอีกหลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าโซนี่ได้อย่างตรงจุด รวมทั้งการนำเสนอโปรแกรม Cash Back เพิ่มสิทธิประโยชน์ ให้แก่สมาชิก My Sony ซึ่งสามารถได้รับส่วนลดโดยไม่จำเป็นต้องซื้อสินค้าผ่านบัตรเครดิต4. Retail Marketing Redefined ? มุ่งมั่นอย่างไม่หยุดยั้งในการพัฒนาระบบการจัดจำหน่ายเพื่อเสริมประสิทธิภาพ และประสิทธิผลให้แก่ทั้งผู้แทนจำหน่าย รวมทั้งลูกค้า อาทิ การพัฒนาระบบ E-Dealers เป็นระบบบริหารควบคุมระบบคลังสินค้าผ่านระบบออนไลน์ ช่วยให้การสั่งซื้อ และจัดส่งสินค้าตรงกับความต้องการของผู้บริโภค และตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และแม่นยำ ลดขั้นตอนที่ยุ่งยาก ช่วยสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าและในการเปิดตัวบราเวีย อินเตอร์เน็ต ทีวี ในครั้งนี้ โซนี่ยังได้ประกาศความร่วมมือกับ 3 พันธมิตร ผู้ผลิตคอนเทนท์ ทีวีออนไลน์รายใหญ่ในประเทศไทย เพื่อนำเสนอเนื้อหาที่มีความหลากหลายทั้งสาระ และบันเทิง สำหรับลูกค้าผู้ซื้อ บราเวีย อินเตอร์เน็ต ทีวี โดยเฉพาะ ได้แก่ บริษัท บีบีทีวี นิว มีเดีย จำกัด (เครือโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7) ผู้ให้สาระด้านข่าวสาร และบันเทิง วาไรตี้ต่าง ๆ, บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการเนื้อหาด้านข่าวสารธุรกิจ สาระบันเทิง เทคโนโลยีอัพเดท และบริษัท โมโน เทคโนโลยี จำกัด ผู้จัดทำเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง M-Thai, Gossip Star ก็พร้อมให้บริการเนื้อหาบันเทิง ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้สำหรับสุภาพสตรี รวมทั้งคลิปวิดีโอต่าง ๆ เป็นต้น นับเป็นการให้ความมั่นใจกับผู้บริโภคว่าจะได้รับสารพันบันเทิงหลากรูปแบบ นอกเหนือไปจากการชมรายการทีวีทั่วไปอย่างคุ้มค่า ขณะเดียวกันก็ยังเพลิดเพลินไปกับการท่องเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมอย่าง YouTube, Facebook, Golf Digest และอื่น ๆ อีกมากมาย ทั้งนี้ โซนี่ยังพร้อมเดินหน้าจับมือกับพันธมิตรผู้ผลิตคอนเทนท์ทีวีออนไลน์อื่น ๆ อีกมากมาย เพื่อเพิ่มขยายเนื้อหาสาระ และความบันเทิงให้แก่ผู้บริโภคอย่างจุใจยิ่งขึ้นภายในปีนี้ผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อเป็นการต่อยอดความสำเร็จของพอร์ทโฟลิโอผลิตภัณฑ์ 3 มิติ Sony 3D World บริษัทฯ ได้เดินหน้าจัดเตรียมผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายทั้งในด้านดีไซน์ และเทคโนโลยีที่แตกต่าง เพื่อสร้างสีสันให้แก่ตลาด เอวีไอทีของไทย และยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจให้แก่ผู้บริโภค โดยจะมีกองทัพผลิตภัณฑ์ใหม่ทยอยเปิดตัวอีกกว่า 50 รุ่น ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปทีวีบราเวีย แอลอีดี และแอลซีดี เปิดตัวพร้อมกัน 8 ซีรี่ส์ จำนวน 24 รุ่น ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ไฮไลต์ คือ บราเวีย อินเตอร์เน็ตทีวี จำนวนถึง 20 รุ่น มีขนาดให้เลือกตั้งแต่ 22 นิ้ว จนถึง 65 นิ้ว โดยในกลุ่มนี้ยังรวมถึงรุ่นที่รองรับสัญญาณ 3D จำนวนถึง 11 รุ่นด้วยกันกล้องดิจิตอลไซเบอร์ช็อต – จำนวน 5 ซีรี่ส์ 15 รุ่นใหม่ ครอบคลุมการใช้งานที่หลากหลายตามความต้องการ มาพร้อมเทคโนโลยีคุณภาพสูง ฟังก์ชั่น และลูกเล่นใหม่มากมาย อาทิ ระบบถ่ายภาพ 3D และบันทึกภาพวิดีโอระดับ Full HD (รุ่น TX100V, TX10, WX10 และ WX7) คุณสมบัติไฮซูม พร้อมระบบ GPS / Compass ในตัว (รุ่น HX100V และ HX9V) พร้อมด้วยสีสัน และดีไซน์ล้ำสมัยในสไตล์ของไซเบอร์ช็อต ในทุกรุ่น ทุกซีรี่ส์กล้องวิดีโอแฮนดีแคม – รุ่นใหม่ล่าสุด 8 รุ่น โดยรุ่น HDR-TD10E เป็นกล้องถ่ายวิดีโอ 3D ระดับไฮเดฟฟินิชั่นเครื่องแรกในโลกที่ใช้เซ็นเซอร์ Full HD 2 ตัว จึงสามารถบันทึกวิดีโอแบบ 3 มิติได้อย่างสมบูรณ์ และคมชัดสมจริง นอกจากนี้ยังสามารถรับชมวิดีโอ 2 มิติ หรือ 3 มิติ ได้จากจอ LCD ขนาด 3.5 นิ้ว โดยไ่ม่ต้องใช้แว่น ในขณะที่กล้องแฮนดีแคม PJ Series ซึ่งมีด้วยกัน 3 รุ่น จะเป็นกล้องถ่ายวิดีโอพร้อมโปรเจคเตอร์ในตัวเครื่องแรกในโลก ทำให้ผู้ใช้สามารถบันทึก และชมภาพประทับใจได้ทุกที่ทุกโอกาส ด้วยโปรเจคเตอร์ในตัวให้ภาพขนาดสูงสุดถึง 60 นิ้ว รวมถึงระบบเสียงแบบสเตอริโอ 5.1 แชนแนล เพิ่มอรรถรสในการรับชมทั้งภาพและเสียงได้อย่างสมบูรณ์แบบนอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์เพื่อความบันเทิงในรูปแบบ 3D และอื่น ๆ อีกมากมาย ทั้งในกลุ่มโฮม เธียเตอร์ และเครื่องเล่น Blu-ray กล้อง Bloggie คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค VAIO รวมทั้งหูฟังรุ่นใหม่ล่าสุด ที่มีให้เลือกสรรทั้งระดับมืออาชีพ และแฟชั่นมาถึงบรรยากาศภายในงานกันบ้าง ซึ่งนอกเหนือจะเป็นการเปิดตัวทีวี Sony Bravia รุ่นใหม่ล่าสุดในปี 2011 แล้ว จากที่ได้เห็นในภาพก่อนหน้ากันไปโดยในปีนี้ Sony ได้เน้นไปที่ Sony Bravia Internet TV เป็นหลัก ซึ่งได้มีพันธมิตรอย่าง Nation / Mthai Gossip / BBTV ที่เป็นสื่อของไทยมาร่วมด้วยแน่นอนว่านอกเหนือจากนี้ใน Internet TV ยังมี Youtube / Facebook / Google / Web Browserรวมไปถึง Twitter / Skype อีกด้วย โดยมีการแบ่งไปเป็นหมวดหมู่ชัดเจนคนที่มาร่วมงานต่างให้ความสนใจกันอย่างมากอีกทั้งใน Sony Bravia รุ่นใหม่ ยังมีคุณสมบัติเปลื่ยนมือถือสมาร์ทโฟนอย่าง iPhone / Android เป็นรีโมทคอนโทรลได้ เพียงแค่มีแอพพลิเคชั่นเท่านั้นเรื่องของ 3D ก็เป็นอีก 1 ส่วนที่สำคัญภายในงานเหมืนกันอย่างโน้ตบุ๊ก Sony Vaio ก็ได้เปิดตัวซีรี่ย์ F รุ่นแรก ที่มีคุณสมบัติชมภาพ 3D ได้โดยมีชื่อรุ่นเต็มๆ ว่า VPCF217HG ยังไงรานละเอียดอื่นๆ สามารถชมกันต่อได้ที่ www.notebookspec.com นะครับยังมีหูฟังรุ่นใหม่กล้องวีดีโอ Handycamที่ถ่ายภาพ 3D ได้ และมีโปรเจคเตอร์ในตัวและกล้องวีดีโอ Bloggie ที่ถ่ายภาพ 3D ได้สุดท้ายคือสิทธิพิเศษจาก My Sony เมื่อซื้อสินค้าและลงทะเทียนเมื่อถึงเวลางานที่ทางผู้บริหารจาก Sony จะมาแถลงข่าวเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สินค้า Sony ใหม่ๆ กัน
เอซุส ส่ง จอแอลอีดี ซีรีย์ ?ดีไซน์โน? ตัวเครื่องบางเฉียบ มุมมองกว้างถึง 178 องศา
เอซุส เปิดตัว จอแอลอีดี ซีรีย์ Designo ML 229/239/249 ด้วยดีไซน์บางเฉียบ ที่มากับ พาเนลแบบ IPS (In-Plane Switching) และ VA (Vertical Alignment) ออกแบบขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้สัมผัสได้ถึงประสบการณ์ใหม่แห่งการรับชม ไม่ว่าจะเป็นมุมมองกว้างเป็นพิเศษถึง 178 องศาการันตีความสวยงามด้วยรางวัล Good Design Award จากประเทศญี่ปุ่น จอแอลอีดี ซีรีย์ ?ดีไซน์โน?(Designo) มีให้เลือก 3 ขนาด รุ่น ML229H ขนาด 21.5 นิ้ว รุ่น ML239H ขนาด 23 นิ้ว และรุ่น ML249H ขนาด 24 นิ้ว ทั้งสามรุ่นให้มุมมองกว้างถึง 178 องศา สามารถรับชมภาพที่เหมือนกันได้จากทุกมุม มอง ไม่ว่าจะวางในแนวนอนหรือแนวตั้ง?ด้วยเทคโนโลยี Smart Contrast ที่ให้ค่า Contrast Ratio สูงเป็นพิเศษถึง 50,000,000:1 สามารถแสดงทั้งภาพมืดและสว่างได้อย่างมีมิติสมจริง อีกทั้งสามารถปรับปริมาณแสงสว่างจากด้านหลัง (Backlight Luminance) นอกจากนี้ยังมีพอร์ต HDMI เพื่อการรับชมภาพระดับ HD Full 1080p (ความละเอียด 1920×1080) ทั้งจากคอมพิวเตอร์ เครื่องเล่นบลูเรย์ และเครื่องเล่นเกมได้อีกด้วย จอแอลอีดี ซีรีย์ ?ดีไซน์โน?(Designo) โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่บางหรูเป็นพิเศษ และปุ่มกด LED แบบไร้รอยต่อ พร้อมขาตั้งแบบสองห่วง เพื่อการปรับแบบเอียงและหมุน ได้อย่างง่ายดาย ผสมผสานระหว่าง?ความมีสไตล์และคุณสมบัติเพื่อการใช้งานที่ลงตัว การันตีด้วยรางวัล Good Design Award จากประเทศญี่ปุ่น ด้านความสวยงาม รวมทั้งยังคงมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์อื่นๆของเอซุส ไม่ว่าจะเป็นแผง LED-backlit ชนิดไร้สารปรอท และกล่องบรรจุภัณฑ์ที่ใช้วัสดุรีไซเคิลในการผลิต เป็นต้นพบกับ จอแอลอีดี ซีรีย์ Designo ML 229/239/249 ได้แล้ววันนี้ ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายเอซุสทั่วประเทศ หรือ สอบถามรายละเอียดได้ที่ ASUS Call Center 02-401-1717 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.asus.co.th 
LCD Monitor Buying Guide: แนะนำ LCD Monitor สุดคุ้มค่าหลายรุ่นในงาน Commart
By: Aumper_Jai | Date: 4 November 2009 | | 22 ความเห็น

LCD Monitor ในตอนนี้มีให้เลือกซื้อหลากหลายรุ่น บางท่านอาจจะนึกไม่ออกว่าจะเอารุ่นไหนดี วันนี้ LCDSpec เราช่วยท่านได้ ด้วยการนำรุ่นที่น่าสนใจรวมถึงคุ้มค่าเมื่อเทียบสเปกต่อราคา มานำเสนอกันเพื่อเป็นตัวช่วยในการเลือกซื้อ LCD Monitor ให้ถูกใจ ถูกตังค์ ทุกๆ ท่านกันครับและเพื่อง่ายต่อการนำไปใช้งาน ทางทีมงานของเราได้จัดทำเป็น PDF File ไว้ เพียงแค่ดาวน์โหลดแล้วนำไปปริ้นต์ได้เลย และหากต้องการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีอ่านสเป็กของ LCD monitor สามารถศึกษาได้จากบทความ อ่านสเป็ก LCD Monitor ให้เป็นภายใน 10 นาที กับ LCDSpec.com ได้เลยครับ

ดาวน์โหลด LCD Monitor Buying Guide ในรูปแบบ PDF File ได้ที่นี่เลยครับ

LCD_monitor_buying_guide_v1

เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ

 
 
Tag: 3D 1080p Acer ASUS benq Blu-ray Blu-ray player Bravia ces CES 2011 commart DLNA DVI full hd Full HD 1080P hd HDMI HDTV iphone IPS lcd LCD monitor lcd tv LED LED Backlit LED Monitor LED TV LG monitor OLED OLED TV Panasonic Philips Plasma Plasma TV PS3 Samsung sharp Smart TV Sony Toshiba tv USB VGA wifi
COPYRIGHT@2010 LCDSPEC.COM ALL RIGHTS RESERVED.