Buver's Guide Review HD Contents HD Accessories HD Event Promotions
เทคนิคระดับเทพ เลือกซื้อจอ LCD TV
เราคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้จอแบนๆ อย่าง LCD ได้เข้ามามีบทบาทมากมายในชีวิตประจำวันของเรา และปัจจุบันนี้ก็มีจอ LCD จากผู้ผลิตหลายๆ ราย ที่แต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อมีความสามารถหลากหลายชนิดที่เรียกว่าเลือกกันไม่ถูกเลยทีเดียว ในโอกาสนี้ทีมงาน LCDSPEC.com จะแนะนำองค์ประกอบต่างๆ ที่ควรพิจารณา และเคล็ดไม่ลับในการเลือกซื้อ LCD monitor หรือ LCD TV ให้ถูกใจคุณที่สุดนะครับ เราคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้จอแบนๆ อย่าง LCD ได้เข้ามามีบทบาทมากมายในชีวิตประจำวันของเรา และปัจจุบันนี้ก็มีจอ LCD จากผู้ผลิตหลายๆ ราย ที่แต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อมีความสามารถหลากหลายชนิดที่เรียกว่าเลือกกันไม่ถูกเลยทีเดียว ในโอกาสนี้ทีมงาน LCDSPEC.com จะแนะนำองค์ประกอบต่างๆ ที่ควรพิจารณา และเคล็ดไม่ลับในการเลือกซื้อ LCD monitor หรือ LCD TV ให้ถูกใจคุณที่สุดนะครับเอ… แล้วจอ LCD มันดีตรงไหนครับ? ทำไมผมถึงจะต้องเปลี่ยนจากจอแก้วมาใช้ LCD ด้วย?คุณสมบัติแรกของ LCD TV ที่เตะตาคุณตั้งแต่แรกพบเลยก็คือ ขนาดที่กระทัดรัด และผอมบางมากเมื่อเทียบกับจอหลอดแก้ว (หรือจอ CRT) ทั่วไป นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติที่เป็น “จอแบน” อย่างแท้จริงอีกด้วย ทำให้จอ LCD สามารถแสดงภาพได้อย่างไม่บิดเบี้ยว หรือผิดเพี้ยน คุณสามารถบอกลาเส้นตรงแบบ “หลอกๆ” บนจอแก้วโค้งๆ อย่างจอ CRT ไปได้เลยครับ และด้วยความเพรียวบางของมันนี่เอง ทำให้คุณมีอิสระในการวางจอได้มากขึ้น โดยไม่ต้องอาศัยพื้นที่มากนัก หรืออาจจะแขวนไว้กับผนังก็ดูเท่ไม่เบาเลยครับ แถมมันยังสามารถเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นงามประดับห้องนั่งเล่นของคุณได้อีกด้วยนอกจากนี้จอ LCD TV ยังสามารถรองรับการใช้งานในอนาคตมากกว่าทีวีทั่วไปอีกด้วย โดยนอกจากพวกมันจะสามารถแสดงภาพความละเอียดสูงจาก source ต่างๆ เช่นเครื่องเล่น DVD, เครื่องเล่น Blu-ray disc, เครื่องเล่นเกม หรือเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว ในอนาคตถ้าฟรีทีวีบ้านเราเปลี่ยนระบบออกอากาศเป็นแบบดิจิตอล ที่ให้ความคมชัดของภาพและเสียงเหนือกว่าระบบอนาล็อกในปัจจุบันอยู่มาก คุณก็อุ่นใจได้เลยว่า LCD TV เมื่อเอาไปต่อกับ digital receiver box แล้ว LCD ตัวเก่งของคุณจะสามารถแสดง content เหล่านี้ได้สบายๆผมชักจะสนใจ LCD TV ขึ้นมาแล้วสิครับ เอ… แล้วถ้าผมอยากจะซื้อมาใช้ซักตัวนึง ผมจะต้องพิจารณาอะไรบ้างครับ? องค์ประกอบหลักๆ ที่ควรพิจารณาในการเลือกซื้อ LCD TV มีทั้งหมด 8 ประเด็นด้วยกันครับ นั่นคือ: 1. ขนาดของจอ– จอ LCD มีขนาดให้เลือกค่อนข้างหลากหลายทีเดียว ที่มีขายในบ้านเรานั้นมีให้เลือกตั้งแต่ขนาด 20 นิ้วไปจนถึงขนาด 80 นิ้ว ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งาน และงบประมาณของคุณ แน่นอนครับ ขนาดที่ใหญ่กว่าย่อมให้ภาพที่ใหญ่อลังการ และดูคล้ายกับจอหนังในโรงภาพยนตร์มากขึ้น จอใหญ่ๆ จะเหมาะสมกับห้องกว้างๆ เช่นห้องนั่งเล่น ที่คุณสามารถนั่งชมภาพยนตร์กับสมาชิกในครอบครัวได้ ส่วนจอที่มีขนาดเล็กลงมา จะเหมาะกับห้องที่มีขนาดเล็กลง เช่นห้องนอนเป็นต้น แต่อย่าลืมนะครับว่า ยิ่งจอใหญ่เท่าไหร่ ราคาก็ขยับสูงขึ้นไปเท่านั้นคนส่วนใหญ่จะเลือกซื้อจอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่งบประมาณที่ตั้งไว้จะสามารถซื้อได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเลือกขนาดของจอที่เหมาะสม ควรพิจารณาจากระยะการรับชมเป็นหลัก โดยขนาดของจอควรมีความสัมพันธ์กับระยะห่างที่คุณตั้งใจเอาไว้ว่าคุณจะนั่งดูทีวี ตัวอย่างเช่น หากคุณซื้อจอขนาด 40 นิ้ว เพื่อมานั่งชมในระยะห่างไม่ถึง 1 เมตร คุณคงรู้สึกไม่สบายตาแน่ๆ แต่ถ้าคุณนั่งห่างออกมาซัก 2 – 4 เมตร ก็จะเป็นระยะที่ดูแล้วสบายที่สุด และเป็นระยะที่จะได้รับประโยชน์จาก LCD TV ของคุณได้อย่างเต็มที่ตารางข้างล่างนี้แสดงขนาดจอที่เราแนะนำ เมื่อเปรียบเทียบกับระยะห่างในการชมที่คุณตั้งใจไว้ขนาดของจอระยะการชมที่แนะนำ (โดยประมาณ) 20 นิ้ว60 เซนติเมตร - 2 เมตร24 นิ้ว1 – 1.8 เมตร26 นิ้ว1 – 2 เมตร32 นิ้ว1.2 – 3 เมตร37 นิ้ว1.5 – 3.5 เมตร40 นิ้ว2 – 4 เมตร46 นิ้ว2.5 – 5 เมตรตัวเลขจากตารางข้างบน เป็นตัวเลขที่เราแนะนำเท่านั้น การเลือกขนาดที่เหมาะสมควรเลือกขนาดที่คุณคิดว่าลงตัวที่สุดกับระยะการชมที่คุณต้องการ หากสนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถอ่านได้จากบทความที่เว็บไซท์ www.lcdspec.com ครับ2. Response time– การวัด response time หมายถึงค่าที่ได้จากการวัดระยะเวลาของเม็ดพิกเซลที่ใช้ในการแสดงสีดำสนิท –> เปลี่ยนเป็นสีขาวสนิท –> และเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอีกครั้ง (pixel หมายถึงเม็ดสีหรือจุดสีซึ่งเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของ LCD) ยิ่งตัวเลข response time น้อยเท่าไหร่ ยิ่งหมายความว่าคุณจะเห็นเอฟเฟคท์ต่างๆ เช่น เงา (ghosting) หรือ ขอบของวัตถุที่ลากเป็นทางยาว (streaking) ได้น้อยลงเท่านั้น ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการแสดงภาพเคลื่อนไหวเร็วๆ เช่นการเล่นเกม หรือภาพการแข่งกีฬา เป็นต้นแต่เนื่องจากปัจจุบัน ผู้ผลิตแต่ละรายใช้วิธีการวัด response time ที่ไม่เหมือนกัน จึงเอาตัวเลขนี้มาเป็นหลักในการพิจารณาได้ไม่ทั้งหมด เพราะฉะนั้นคุณจึงควรเอาหนัง หรือเกมแผ่นโปรดไปเปิดทดสอบด้วยตนเองที่ร้านครับ3. ความละเอียดของ Panel (Panel resolution)– จอ LCD TV ที่มีขายในบ้านเราโดยส่วนใหญ่จะมีอยู่ 2 ประเภท นั่นคือจอ HD Ready และจอ Full HD ซึ่งตัวเลขความละเอียดของหน้าจอนั้น เป็นตัวบอกจำนวนของจุดสี (หรือเม็ดพิกเซล) ที่ประกอบขึ้นมาเป็นจอนั้น• จอ HD Ready มีความละเอียดอยู่ที่ 1366 x 768 พิกเซล ซึ่งหมายถึงว่ามีจำนวนพิกเซลในแนวนอน 1366 จุด และแนวตั้ง 768 จุด ซึ่งคำนวณออกมาแล้วจะได้จำนวนพิกเซลทั้งหมด 1,049,088 จุด หรือประมาณ 1 ล้านพิกเซลนั่นเอง• จอ Full HD มีความละเอียดอยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเมื่อคำนวณออกมาแล้วจะได้จำนวนพิกเซลทั้งหมด 2,073,600 พิกเซล หรือประมาณ 2 ล้านพิกเซลนั่นเองความละเอียดของ Panel ยิ่งสูงเท่าไหร่ ยิ่งหมายถึงว่ามันสามารถแสดงรายละเอียดของภาพได้มากขึ้นเท่านั้น ลองนึกเปรียบเทียบจอ 40 นิ้วแบบ HD Ready กับแบบ Full HD ดูนะครับ จอทั้งสองตัวนี้มีขนาด 40 นิ้วเท่ากันก็จริง แต่จอแบบ Full HD จะสามารถแสดงรายละเอียดยิบย่อยได้ดีกว่า เนื่องจากในพื้นที่ 40 นิ้วเท่ากันนั้น มันมีจำนวนเม็ดพิกเซลที่บรรจุอยู่ในนั้นมากกว่าประมาณ 2 เท่า ซึ่งทำให้ภาพดู “เนียน” มากขึ้นนั่นเองจอแบบ HD Ready ถูกออกแบบมาให้แสดงผลที่ความละเอียด 720p (720 เส้น) แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณป้อนสัญญาณที่มีความละเอียดสูงกว่านั้นเข้าไป (เช่น 1080i หรือ 1080p) จอ HD Ready ก็จะเอาสัญญาณภาพไปผ่านวงจรลดขนาดภาพให้เหลือเท่ากับ 720p เพื่อให้สามารถแสดงผลบน Panel ที่มีความละเอียดต่ำกว่าสัญญาณที่ป้อนเข้าไปได้ส่วนจอแบบ Full HD เมื่อคุณป้อนสัญญาณแบบ 1080i หรือ 1080p (1080 เส้น) เข้าไป จอก็จะเอาไปแสดงผลได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านวงจรขยายภาพก่อน แต่ถ้าคุณป้อนสัญญาณแบบ 480p หรือ 720p เข้าไป จอก็จะเอาสัญญาณนั้นไปขยายให้มีขนาดเท่ากับ 1080p เพื่อให้สามารถแสดงบน Panel ได้อย่างไรก็ตาม ความละเอียดก็ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการเลือกซื้อ LCD TV เพราะมันขึ้นอยู่กับ content ที่คุณจะเอามาแสดงบนจอด้วย คุณสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของ Panel resolution กับระยะการชม รวมถึงความแตกต่างของ 720p, 1080i และ 1080p ได้ที่เว็บไซท์ www.lcdspec.com ครับ4. ความสว่าง (brightness)– ความสว่างของจอ LCD นั้นเป็นการวัดความเข้มของแสงที่จอ LCD สามารถแสดงได้ โดยมีหน่วยเป็น cd/m2 (candela per square meter) หรือ nits — ความสว่างเป็นตัวแปรสำคัญตัวหนึ่งของจอ LCD ทีเดียว จอที่สว่างมาก ก็จะสามารถสู้แสงสว่างมากๆ ได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในกรณีที่คุณเอาทีวีไปตั้งไว้ในห้องที่มีแสงสว่างเยอะๆโดยทั่วไปแล้ว LCD ที่มีวางขายในตลาดบ้านเรา จะมีความสว่างอยู่ที่ 300 nits ขึ้นไป และความสว่างที่เหมาะสมควรอยู่ที่ประมาณ 400 nits แต่ถ้าจะสว่างกว่านั้นก็ไม่ผิดกติกาอะไรครับ5. Contrast Ratio– ความหมายของ Contrast ratio คืออัตราส่วนระหว่างจุดที่มืดที่สุดกับจุดที่สว่างที่สุดที่จอสามารถแสดงได้ในเวลาเดียวกัน ซึ่งในทางปฏิบัติแล้ว Contrast ratio ที่ดีพอ จะช่วยให้จอสามารถแสดงรายละเอียดในส่วนมืด และส่วนสว่างของภาพได้ดียิ่งขึ้น และ contrast ratio สูงๆ จะช่วยให้จอสามารถแสดงรายละเอียดของภาพในฉากที่มืดๆ ได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วยจอ LCD ที่มีขายในบ้านเราในปัจจุบัน มีค่า Contrast ratio ตั้งแต่ 2000:1 ขึ้นไปจนถึง หลายล้านต่อหนึ่งก็มี จึงทำให้ตัวเลขนี้ดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าไรนัก จอที่เราแนะนำควรจะมี dynamic contrast ratio ประมาณ 30000:1 ขึ้นไป และหากคุณสนใจเกี่ยวกับรายละเอียดในเรื่อง contrast ratio และความแตกต่างของ Panel contrast ratio กับ dynamic contrast ratio อย่าลืมเข้าไปศึกษาได้ในเว็บไซท์ของเรานะครับ6. มุมมองการรับชม (viewing angle)– มุมมองการรับชม หมายถึงมุมมองในการรับชมจากด้านข้าง, ด้านบน หรือด้านล่างที่สามารถรับชมได้โดยคุณภาพของภาพไม่ลดลง ลองนึกเปรียบเทียบกับทีวีจอแก้วเลยครับ คงไม่มีใครนั่งชมทีวีตรงหน้าจอตลอดเวลาได้แน่ๆ ถึงแม้ว่าคุณจะนั่งอยู่กลางจอพอดี แต่เพื่อนที่นั่งอยู่โซฟาตัวเดียวกับคุณก็จะต้องมองทีวีในมุมด้านข้าง หรือแม้แต่เวลาคุณวางหน้าจอไว้ที่โต๊ะ และนั่งกับพื้นเพื่อเล่นวีดีโอเกม คุณก็ต้องมองภาพบนจอจากมุมด้านล่างเช่นเดียวกันธรรมชาติของจอ LCD นั้นมีข้อจำกัดในเรื่องของมุมมอง ทำให้มันไม่สามารถมองได้ทุกมุมอย่างจอ CRT ได้ ผู้ผลิตจอจึงได้เอาตัวเลของศาการมอง (viewable angle) มาเป็นจุดขายของ LCD TV ด้วย โดยตัวเลขที่ผู้ผลิตโฆษณานั้นจะแสดงเป็นตัวเลข เช่น 160/160 หมายถึง คุณสามารถมองภาพบนจอนั้นด้วยมุมมองด้านข้าง/ด้านบนหรือล่าง ได้กว้างสูงสุดที่ 160 องศา โดยที่ภาพไม่มีอาการสีเพี้ยนให้เห็นตัวเลข viewing angle ยิ่งใกล้ 180 องศาเท่าไหร่ ยิ่งหมายความว่าจอ LCD นั้นมีมุมมองที่กว้างมากนั่นเอง7. ความสามารถในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ (connectivity)– อีกประเด็นที่ควรพิจารณาในการเลือกซื้อ LCD TV คือ จำนวนช่องสัญญาณประเภทต่างๆ ที่มีมาให้ ตรงนี้ควรเลือกให้สอดคล้องกับความต้องการของคุณ หากคุณมีแผนที่จะเอา LCD TV ตัวนี้ไปต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ เช่น เครื่องเล่น DVD, เครื่องเล่นเกมอย่าง XBOX 360 หรือ Playstation 3 หรือแม้แต่เครื่องคอมพิวเตอร์, กล้องดิจิตอล และอุปกรณ์พกพาต่างๆ คงไม่สนุกแน่ๆ ถ้าทีวีของคุณมีพอร์ท HDMI เพียงพอร์ทเดียว แต่คุณมีอุปกรณ์ที่ใช้ HDMI อยู่ 3 ชิ้น และคุณจะต้องถอดอุปกรณ์สลับไปมาเวลาที่คุณต้องการใช้งานพอร์ทต่างๆ ที่เราแนะนำว่า LCD TV ควรจะมีคือ:• พอร์ท HDMI (High Definition Multimedia Interface) สำหรับต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ที่ส่งสัญญาณแบบดิจิตอล เช่นเครื่องเล่น Blu-ray disc, เครื่องเล่น DVD และคอมพิวเตอร์ เป็นต้น เราแนะนำว่าจอ LCD ของคุณควรมีพอร์ท HDMI อย่างน้อย 2 พอร์ท• พอร์ท Component เป็นพอร์ทรับสัญญาณอนาล็อกคุณภาพสูง ซึ่งควรจะมีอย่างน้อย 2 พอร์ท• พอร์ท Composite และ S-Video สำหรับต่ออุปกรณ์ที่มีช่อง AV-Out หรือ S-Video out ทั่วไป ซึ่งพอร์ทนี้ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นมาตรฐานที่ให้มากับ LCD TV แทบจะทุกรุ่น• พอร์ท VGA หรือ D-Sub สำหรับเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์แบบอนาล็อก หรือเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ที่มีช่อง VGA out ตรงนี้สามารถเลือกให้ตรงกับความต้องการของคุณ หากคุณไม่ต้องการใช้มัน ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อ LCD TV ที่มีพอร์ทนี้• พอร์ท LAN สำหรับเชื่อมต่อ internet หรือเล่นไฟล์มัลติมีเดียจาก UPNP (DLNA) server พอร์ทนี้จะพบได้ใน LCD TV แบบไฮเอนด์ หากคุณไม่มีความจำเป็นต้องใช้มัน ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อ LCD TV ที่มีพอร์ทนี้8. เสียง (sound)– LCD TV ทั่วไปจะติดลำโพงมาด้วยอยู่แล้ว การเลือกลำโพงให้ถูกใจนั้นไม่มีกฏเกณฑ์ที่ตายตัว เพราะมันขึ้นอยู่กับรสนิยม และความต้องการของผู้ฟังเป็นหลัก ข้อควรระวังในประเด็นนื้คือ จอ LCD บางรุ่น โดยเฉพาะรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับใช้เป็น Monitor จะไม่มีลำโพงติดมาด้วย เพราะฉะนั้นคุณจะต้องหาซื้อลำโพงมาใช้ต่างหาก เราจึงขอแนะนำให้ศึกษาสเป็กให้ละเอียดก่อนเลือกซื้ออ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ทีมงาน LCDSPEC หวังว่าคุณจะสามารถเลือกซื้อ LCD TV ได้ถูกใจมากยิ่งขึ้นนะครับ หากคุณสนใจอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติม ทั้งรายละเอียดทั่วไป และรายละเอียดทางเทคนิค สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซท้ www.lcdspec.com ของเรา ซึ่งมีทั้งสาระความรู้และข่าวสารต่างๆ เกี่ยวกับวงการ LCD รวมถึงบทความน่ารู้ และรีวิวจอ LCD เด็ดๆ ให้ตัดสินใจก่อนเลือกซื้อ นอกจากนี้เรายังมีเว็บบอร์ดสำหรับให้สมาชิกได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และความรู้ต่างๆ ด้วยครับแล้วพบกันนะครับDownload บทความนี้————————————————————————————————————————————————————–สงวนสิทธิ์: 2551 LCDSPEC.com ห้ามทำซ้ำส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมดของบทความนี้โดยไม่ได้รับอนุญาติ
Review : Samsung UA46C7000WRXXT : FullHD 3D LED TV มิติใหม่ของโทรทัศน์
จะว่าเดี๋ยวนี้อะไร อะไร ก็สามมิติกันไปหมด พูดถึงสามมิติแล้ว หวังว่าเพื่อนสมาชิก LCDSpec.com หลายๆ คนคงมีโอการได้ไปดูภาพยนตร์ในรูปแบบ 3D กันมาบ้างแล้ว จะเป็น Digital 3D หรือจะเป็น IMAX 3D ก็ดี แล้วจะดีสักแค่ไหนถ้าเราสามารถที่จะดู 3D ที่บ้านได้ ใช่แล้วครับ ด้วย Technology 3D จาก Samsung ใน Samsung UA46C7000 FullHD 3D LED TV ที่สามารถทำให้ท่านมีโรงภาพยนตร์ 3D ได้ที่บ้านด้วยหน้าจอขนาด 46 นิ้ว กับความสามารถอันหลากหลายที่อัดแน่นมาบนความหนาประมาณ 2 เ็ซนฯครึ่ง ไม่ว่าจะเป็น Eco Sensor ที่สามารถปรับความสว่างหน้าจอได้เหมาะกับความสว่างภายในห้อง หรือจะเป็น Anynet+ ที่สามารถใช้ Remote เพียงอันเดียวสามารถควบคุมได้ทั้ง ทีวี บลูเรย์ กล้องวีดีโอ หรือเครื่องเสียงของ Samsung ที่เชื่อมต่อผ่านทาง HDMI ที่เด็ดไปกว่านั้นยังสามารถเล่นไฟล์ภาพยนตร์ผ่านจาก Flash Drive หรือ Ext. Harddrive ได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้เครื่องเล่นอื่นเลย และที่เด็ดสุดกับใช้ทีวีเล่นอินเตอร์เน็ตไปกับ Internet@TV และที่ขาดไม่ได้ (ถ้าทำไม่ได้ ไม่ใช่ 3D TV แน่ๆ) กับ ความสามารถในการแสดง 3D โดยการใช้ควบคู่กับแว่น Active Shutter Glasses ในชุด Samsung 3D Starter Kitหลังจากเรียกน้ำย่อยกันมาพอสมควรแล้วความนี้ก็เสริฟกระเพาะปลาเลยละกัน เอ้ย…ไม่ใช่โต๊ะจีนครับ มาดูสเปกกันสักนิดนึงละกันกับ Samsung UA46C7000WRXXT กับหน้าจอขนาด 46 นิ้ว ด้วยความละเอียดระดับ Full HD (1920 x 1080 Pixel) ประมวลผลภาพและสีด้วย 3D HyperReal Engine พร้อมด้วยระบบเสียง SRS TheaterSound ที่ให้เสียงได้อย่างชัดเจน้ สเปกแบบเต็มๆ http://www.lcdspec.com/lcd/181-Samsung-UA46C7000.htmlมาดูกันซิว่าหลังจากแกะกล่องและมาทำการประกอบแล้ว Samsung UA46C7000 จะเป็นยังไงกันบ้างโดดเด่นมาแต่ไกลเลยครับกับขาตั้งแบบสี่ขาโลหะขัดมันเงา ที่ตัดกับสีดำแบบ Glossy อย่างหน้าและกรอบจอที่ดำและเงามากและการแสดงความเป็น Samsung อย่างชัดเจนด้วยโลโก้ SAMSUNG สีขาวบริเวณขอบจอด้านล่างทางด้านล่างขวาเป็นส่วนของปุ่มต่างๆ จะเรียกปุ่มก็ไม่ถูกสักเท่าไหร่ เพราะมันไม่ใช่ปุ่มครับ เป็นแค่แถบสัมผัสเฉยๆ ไม่ต้องออกแรงกดอะไรมาก แค่แตะๆ ก็ออกคำสั่งได้แล้วด้านซ้ายกับสัญลักษณ์บ่งบอกว่าเป็น Full HD 1080p กับระบบเสียง SRS TheaterSound กับ DD Plus Pulse และสามารถส่งเสียงผ่าน Optical เป็น dts2.0ลองมาดูด้านหลังกันบ้าง ฝาหลังทำด้วยโลหะ ส่วนสายต่อสัญญาณจะหายากสักนิดนึงครับ การต่อต้องผ่านสายแปลงทั้งหมดเพื่อความบางยกเว้น HDMI เนื่องจากมันบางอยู่แล้วช่องระบายอากาศที่ค่อนบนเกือบสุดของจอ กับจำนวนที่เจาะมาไม่มาก แสดงถึงความร้อนที่เกิดจากตัวเครื่องนั้นไม่เยอะมากส่วนรูกลมๆ ที่เจาะรวมกันเป็นวงกลม ตรงนั้นเป็นส่วนของลำโพงวูฟเฟอร์ เพื่อให้เสียง Bass ที่ดียิ่งขึ้นด้วยการออกแบบเพื่อความบางอย่างแท้จริง ทำให้การต่อสายสัญญาณต่างๆ  ต้องต่อผ่านสายแปลงที่มาพร้อมกับเครื่องเท่านั้นการต่อสายนั้นไม่ต้องกังวลครับว่าจะต่อไม่ถูก เพราะทุกช่องมีการเขียนกำกับไว้ทั้งหมดแล้วว่าช่องไหนสำหรับต่ออะไรสำหรับรูปแบบการต่อสายก็ตามเห็นเลยครับ เริ่มจากซ้ายละกัน เป็นช่องสำหรับต่อสายแลน ถัดมาสายอากาศ Component+Audio Composite*2 VGA+Audio ตามลำดับ ส่วนจากล่างขึ้นบนก็เป็น HDMI*4 USB ช่องที่1 Audio Optical Out USB ช่องที่2 และ Audio Out
บทความ: LED TV เหนือกว่า LCD TV ทั่วไปอย่างไร
คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าเทคโนโลยีอะไรที่อยู่เบื้องหลังความหรูหรา เพรียวบาง งดงามของดีไซน์ และความสามารถในการแสดงภาพของ LED TV ที่ทำได้สวยงามน่าตื่นตาตื่นใจกว่าภาพที่ได้จากจอ LCD TV ทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด?ในช่วงปี 2008 – 2009 ที่ผ่านมาเทคโนโลยี LED TV ถือว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามาพลิกโฉมหน้าของวงการ HDTV เลยทีเดียว เทคโนโลยีดังกล่าวนอกจากทำให้การออกแบบจอ LCD ให้มีความบางมากๆ ไม่ใช่ความฝันอีกต่อไปแล้วมันยังช่วยปรับปรุงและลบข้อด้อยของเทคโนโลยี LCD ในหลายๆ แง่ได้อีกด้วย และด้วยเทคโนโลยีการผลิต LED ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผลิตภัณฑ์ LED TV รุ่นหลังๆ มีประสิทธิภาพสูง ทนทาน และน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้เราได้ใช้สินค้าที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ในราคาถูกลงเรื่อยๆ ในปี 2010 นี้จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมในการลงทุนกับ LED TV ดีๆ สักเครื่อง มาติดตามกันเลยครับว่า LED TV นั้นมีข้อดีอย่างไรบ้างในด้านเทคนิค LED TV ยังถือว่าเป็น LCD TV ประเภทหนึ่ง โดยทั้งคู่ต่างก็ใช้ Liquid Crystal Display (LCD) ในการแสดงภาพที่ได้รับจากแหล่งกำเนิดสัญญาณเหมือนๆ กัน แต่สิ่งที่อยู่เบื้องหลังความแตกต่างของ LED TV นั่นคือเทคโนโลยี backlighting นั่นเองหลอด backlight ที่นิยมใช้กับ LCD TV ในปัจจุบันมี 2 ประเภท ได้แก่ backlight แบบ CCFL (Cold Cathode Fluorescent Lamp) ซึ่งเป็น backlight ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย และพบได้ทั่วไปใน LCD TV หรือ LCD Monitor ส่วน backlight อีกประเภทที่น่าจะเข้ามาแทน backlight แบบ CCFL ในไม่ช้า คือ backlight แบบ LED (Light-Emitting Diode)การนำหลอด LED มาใช้เป็น backlight แทนการใช้หลอด CCFL นั้นจะช่วยเพิ่ม contrast ratio ให้กับจอ LCD ทำให้ภาพดูมีมิติขึ้น แสดงสีดำและไล่เฉดสีเทาได้หลากหลายมากขึ้น และเนื่องจากหลอด LED มีประสิทธิภาพในการเปล่งแสงได้แรงกว่าหลอดและมีขนาดเล็กกว่า ทำให้ผู้ผลิตสามารถออกแบบ TV ที่มีขนาดบางลง และใช้พลังงานน้อยลงอีกด้วยเช่นเดียวกับเทคโนโลยีของ CCFL Backlight ที่มีหลายประเภท เทคโนโลยีของ LED Backlight นั้นก็มีหลายประเภทเช่นเดียวกันโดย LCD TV ที่ใช้ LED Backlight ที่มีขายในปัจจุบันมี 2 ประเภทด้วยกัน คือLED-backlit LCD TV หมายถึงจอ LCD TV ที่ติดตั้งหลอด LED ไว้ด้านหลัง โดยหลอด LED ดังกล่าวจะเป็นแบบสีขาวทั้งหมด หรือเป็นแบบสามสี (แดง เขียว และน้ำเงิน: RGB) ก็ได้ การติดตั้งหลอด LED ไว้ด้านหลัง จะทำให้แผงควบคุมสามารถสั่งเปิดหรือปิดหลอด LED ดังกล่าวเป็นกลุ่มๆ ตามภาพที่แสดงอยู่บนจอในขณะนั้นได้ (เราเรียกเทคนิคนี้ว่า local dimming หรือ selective dimming)ซึ่งส่งผลให้บริเวณของภาพที่เป็นสีดำนั้นกลายเป็นสีดำสนิทอย่างแท้จริง และในกรณีที่ใช้หลอด LED แบบ RGB ก็จะช่วยทลายข้อจำกัดในการแสดงสีของจอ LCD ไปได้เลย เนื่องจากหลอด LED ทั้งสามสีนั้นสามารถผสมกันเป็นสีอะไรก็ได้ ส่งผลให้จอ LCD สามารถแสดงสีได้สมจริงยิ่งขึ้น ตัวอย่างของ LCD TV ที่ใช้เทคโนโลยี LED-backlit ได้แก่ Sony Bravia 46X450A, เป็นต้นLED Edge-lit LCD TV หมายถึงจอ LCD TV ที่ติดตั้งหลอด LED สีขาวไว้ตามขอบทั้งสี่ด้านของจอ จึงทำให้ผู้ผลิตสามารถออกแบบจอให้มีความบางมากๆ ได้ และถึงแม้ LCD TV ประเภทนี้ถึงแม้จะไม่สามารถสั่งปิด backlight เป็นกลุ่มๆ ได้เหมือนแบบแรก แต่ด้วยอานิสงส์ของหลอด LED จึงทำให้ภาพที่แสดงมีมิติมากกว่า มีความสว่าง และ contrast ratio สูงกว่า และไล่ระดับสีดำและเทาได้ดีกว่าจอ LCD TV ที่ใช้ CCFL backlight ทั่วไป ตัวอย่างของ LCD TV ที่ใช้ LED Edge-lit ได้แก่ Sony Bravia EX700, NX700 และ NX800 series เป็นต้นSony Bravia EX700Sony Bravia NX700หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการเลือกซื้อ LED TV ของทุกๆ ท่าน และติดตามข่าวสารและบทความดีๆ เกี่ยวกับ HDTV ได้ที่นี่นะครับ LCDSPEC.
Grace Digital เครื่องเสียงไว้วิทยุอินเตอร์เน็ตในบ้านเหรอ
มันมีปัญหาอยู่สองอย่าง อย่างแรก ใครจะอยากจะเสียเงิน 219.99 เหรียญ เพื่อได้เครื่องเล่นวิทยุอินเตอร์เน็ตที่ Grace Digital ทำแยกออกมาอีกชิ้น อย่างที่สอง ใครอยากจะมีประสบการณ์ Lackluster UI หาอะไรในเครื่องไม่เจอกับเขาบ้าง ถ้าเป็นคนที่ไม่ดื่มด่ำกับเสียงบ่นล่ะก็ บริษัทได้ทำเครื่องที่น่าจะเอามาตั้งประดับไว้บนชั้น เครื่องที่เห็นอยู่สามารถเล่นวิทยุอินเตอร์เน็ตจาก 30,000 สถานี Pandora, iheartradio, Sirius, Live365, MP3tunes และอื่นๆ จนไม่อยากจะพิมพ์ จะต่อเน็ตกับสายหรือจะไร้สาย 802.11g ก็ได้ มีพร้อมทั้ง Composite, Toslink และ Coaxial Digital Audio ด้านหลัง มีจอ LCD ให้ดู 4 บรรทัด ที่แสดงผล Metadata ยังแทบจะไม่ครบ และอาจจะมีระบบปารีโมทได้สำหรับใครที่อยากทำคอลเลคชั่นส่วนตัว ถ้าฟังแล้วอยากได้ตอนนี้ก็มีขายแล้ว แต่ว่าไปลองก่อนจะหน้ามืดไปซื้ออะที่มา : Engadget
รู้กันหรือเปล่าวันที่ 25 – 29 นี้มีงาน CEMART ขายของเครื่องใช่ไฟฟ้าเพียบ
ก่อนจะไปดูโปรโมชั่นเราไปดูรายละเอียดของงาน CEMART กันก่อนดีกว่าเออาร์ไอพี เดินหน้าระดมพันธมิตรแห่งวงการเครื่องใช้ไฟฟ้า เปิดมิติใหม่ของงานแสดงสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชั้น นำแห่งปี “Consumer Electronics Mart 2010” หรือ CEMART 2010 ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ตอบรับชีวิตอนาคต ภายใต้แนวคิด “The Future Right Now” หวังเป็นหนึ่งทางเลือกให้ผู้บริโภค ชี้ CE เป็นสินค้าที่กำลังเข้าสู่ยุค Hyper Technology เริ่มเห็นแนวโน้มจาก “คอมมาร์ต” พร้อมขนโปรโมชันสุดพิเศษลดกระหน่ำ ตั้งเป้าผู้เข้าชมงาน 2 แสนราย ประเดิมยอดขาย 200 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 25 – 29 สิงหาคม 2553 เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์นายปฐม อินทโรดม ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงานแสดงสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ภายใต้ชื่อ CEMART 2010 กล่าวว่า เออาร์ไอพี ร่วมกับบริษัทคู่ค้าอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ เตรียมจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ชั้นนำแห่งปี มิติใหม่แห่งการชอปปิ้ง ภายใต้ชื่อ “Consumer Electronics Mart 2010” หรือ CEMART 2010 พร้อมกับชูคอนเซปท์ “The Future Right Now” สัมผัสชีวิตในอนาคตได้ที่งาน CEMART 2010 เพราะสินค้าคอนซูเมอร์อิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบันเป็น Hyper Technology ที่มีมิติมากขึ้น เพื่อสอดรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค และเป็นการพัฒนาความรู้ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีเครื่องใช้ไฟฟ้าและ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจร ให้ผู้บริโภคได้สามารถเลือกซื้อสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสม ทั้งคุณภาพและราคา“เออาร์ไอพี มีความรู้ความเชี่ยวชาญในฐานะผู้จัดทำสื่อด้านไอที เป็นผู้จัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าไอทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด อย่าง “คอมมาร์ต” ซึ่งการจัดงานที่ผ่านมาได้มีการทดลองตลาดโดยการขยายส่วนการจัดแสดงสินค้า เครื่องใช้ไฟฟ้ามาแล้วถึง 2 งาน ผลตอบรับดีมากขึ้นเรื่อยๆ จึงมองเห็นโอกาสทางการตลาด รวมถึงเรารู้พฤติกรรมของผู้บริโภคว่าต้องการอะไร ที่สำคัญสินค้าคอนซูเมอร์อิเล็กทรอนิกส์ มีลักษณะ Hyper Technology ที่มีมิติต่างจากเดิม ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เข้าไปในตัวสินค้า ทำให้ใช้งานได้หลากหลาย และเพิ่มประสบการณ์แปลกใหม่ให้กับผู้ใช้ ตลาดสินค้าไอทีและคอนซูเมอร์อิเล็กทรอนิกส์จึงมีแนวโน้มที่จะปรับตัวเข้าหา กันมากขึ้น และแม้ว่า CEMART จะเป็นน้องใหม่ของงานเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศไทย แต่ด้วยทีมงานคอมมาร์ต ก็สามารถรับประกันทั้งคุณภาพและราคาได้เป็นอย่างดี” นายปฐมกล่าวนายปฐมกล่าวต่อว่า บริษัทฯ คาดว่าจะมีผู้สนใจเข้าชมงานในครั้งนี้ ประมาณ 200,000 ราย ซึ่งจะเป็นกลุ่มลูกค้าเดิมของงานคอมมาร์ต และผู้บริโภคทั่วไปที่เริ่มมีความต้องการจะซื้อบ้าน คอนโดมีเนียม หรือผู้ที่มีบ้านอยู่แล้วและต้องการจะซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าไปใช้เพิ่มเติม รวมทั้งผู้แทนจำหน่าย ดีลเลอร์ทั่วประเทศ องค์กรธุรกิจ หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีทั่วไป อีกทั้งงานครั้งนี้บริษัทคู่ค้าก็นำสินค้าใหม่ๆ มาโชว์ให้ผู้เข้าชมงานได้ชมและเลือกซื้อในราคาสุดพิเศษ โดยตั้งเป้ายอดขายภายในงานไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท ทั้งนี้ มองว่าตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นตลาดที่ใหญ่ มีมูลค่าโดยรวมถึง 80,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับมูลค่าตลาดไอทีโดยรวม 60,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตอีกมาก เนื่องจากเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นปัจจัยหลักในชีวิตประจำวัน ส่งผลให้ยอดขายโดยรวมของเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในช่วง ครึ่งปีหลังของปีนี้น่าจะดีกว่าช่วงครึ่งปีแรกด้าน นายประสิทธิ์ วรฉัตราวณิช รองผู้จัดการทั่วไป และผู้อำนวยการฝ่ายนิวมีเดีย บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่จะนำมาจัดแสดงในงาน CEMART 2010 ครั้งนี้ จะเน้นเทคโนโลยีล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวในต่างประเทศ ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นเทรนด์ตามไลฟ์สไตล์ของกลุ่มคนรุ่นใหม่ คือ ทันสมัย ง่าย สะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็น พัดลมแนวใหม่ไร้ใบพัด, เพอร์ชัลเนล อินเตอร์เน็ต วิวเวอร์, เครื่องชั่งน้ำหนัก ที่สามารถประมวลผลมวลรวมของร่างกายไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ และ ไอโฟนโปรเจคเตอร์ เมื่อสวมเข้ากับไอพอดทัชหรือไอโฟน (iPhone 3GS, 3G, 2G) แล้วจะกลายเป็นโปรเจคเตอร์ขนาดย่อมสำหรับกิจกรรม เสวนา Workshop ที่น่าสนใจ อาทิ โฮมแคร์ พบกับเทคนิคการติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในบ้านเพื่อการดูแลคนที่คุณรักทุกที่ ทุกเวลา, โหลดบิทสบายๆ กับ HD Player กิจกรรมบนเวทีกลาง อาทิ รู้ลึก LCD, LED ในทุกฟังค์ชันการใช้งาน, ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 สัญลักษณ์แห่งคุณภาพ, เครื่องใช้ไฟฟ้ามาตรฐาน มอก. นั้นสำคัญไฉน และรู้จักกับศาสตร์การติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าให้เข้ากับหลักฮวงจุ้ย CEMART Buyer’s Guide Corner แนะนำการเลือกซื้อ LED,LCD และอุปกรณ์ต่อพ่วง รวมทั้งCEMART Auction ประมูลสินค้าไอทีและ CE หลากหลายรายการ เริ่มต้นที่ 1 บาทนอกจากนี้ ในงานยังมีโปรโมชันพิเศษสุดสำหรับผู้เข้าชมงาน โดยสามารถนำเอกสารใบปลิวงาน CEMART 2010 มาร่วมลุ้นโชคสร้อยคอทองคำรายวัน รวม 20 เส้น ที่จุดบริการ CEMART Big Plus และเมื่อซื้อสินค้าภายในงานครบทุก 3,000 บาท สามารถแลกรับคูปองชิงรางวัล I Phone 4 , โน้ตบุ๊ค และรางวัลอื่นๆ ภายในงานอีกมากมาย โดยงานมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 – 29 สิงหาคม 2553 เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ผู้เข้าชมงานสามารถโดยสาร รถไฟฟ้าใต้ดิน ปลายทางสถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เข้าชมงานได้ทันทีสำหรับพันธมิตรที่เข้าร่วมสนับสนุนในการจัดงาน “CEMART 2010” ประกอบด้วย บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคทรอนิคส์ จำกัด บริษัท แอลจี อิเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ดิจิตอล เบสท์บาย จำกัด บริษัท ฮาร์ดแวร์ เฮ้าส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัท เพาวเวอร์บาย จำกัด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)
บลูเรย์โฮมเธียเตอร์ HB965TZ จากแอลจี มอบสุดยอดคุณภาพภาพและเสียงเหนือระดับ
โดดเด่นด้วยชุดลำโพง 5.1 แชนแนลดีไซน์บางเฉียบ เชื่อมต่อทุกคอนเทนท์ผ่านระบบไว-ไฟมอบความบันเทิงไร้ขีดจำกัดกรุงเทพฯ 31 สิงหาคม 2553 – บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำชุดบลูเรย์โฮมเธียเตอร์ รุ่น HB965TZ มอบสุดยอดพลังเสียงรอบทิศทางผ่านลำโพงดีไซน์บางเฉียบ พร้อมเชื่อมต่อทุกคอนเทนท์ด้วยระบบไร้สายแอลจี HB965TZ สุดยอดบลูเรย์โฮมเธียเตอร์ที่สมบูรณ์แบบ พร้อมสร้างประสบการณ์การรับฟังที่สมจริงแม้ในห้องที่มีขนาดใหญ่ ประกอบด้วยลำโพงคู่หน้า ให้เสียงสมจริงรอบทิศทาง และซับวูฟเฟอร์ที่ให้พลังขับสูงถึง 1,100 วัตต์ ด้วยดีไซน์ที่บางเพียง 29 มิลลิเมตร นอกจากนี้ยังได้ มาร์ค เลวินสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องเสียงชื่อดังระดับโลกเป็นผู้ปรับแต่งเสียง ทำให้คุณภาพเสียงของ HB965TZ มีพลัง คมชัดครบทุกมิติแอลจี HB965TZ โดดเด่นเหนือเครื่องเล่นบลูเรย์ทั่วไป ด้วยคุณสมบัติในการนำความบันเทิงระดับโลกเต็มรูปแบบ และข้อมูลต่างๆ เพียงแค่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านระบบไร้สายที่ทำให้ผู้ชมเพลิดเพลินไปกับคอนเทนท์ต่างๆ อย่างง่ายดาย อาทิ UGCs เว็บอัลบั้มต่างๆ รวมถึงการพยากรณ์อากาศ นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ BD-Live 2.0 และ Bonus View ช่วยปลดล็อคฟีเจอร์พิเศษของหนังที่อยู่ในแผ่นบลูเรย์ และเพื่อสร้างความมั่นใจในเรื่องคุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยม แอลจียังได้บรรจุระบบประมวลผลเสียงระดับมืออาชีพโดย LG Sound Gallery ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งเสียงตามความพึงพอใจด้วยอีควอไลเซอร์ 7 รูปแบบคือ Natural Plus, Game Equalizer, Night Mode, Clear Voice, Bass Blast, MP3 Up-Scaling และ VSM Plusบลูเรย์โฮมเธียเตอร์ HB965TZ ราคา 39,990 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) วางจำหน่ายแล้ว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่ายสินค้าแอลจีทั่วประเทศไทย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลแอลจี โทร. 02-878-5757 หรือ www.lg.com/thคุณสมบัติทางเทคนิค·          5.1 แชนแนล / พลังขับ 1,100 วัตต์·          รองรับฟังค์ชั่น BD-Live & Bonus View·          เล่นภาพยนตร์จากแผ่นบลู-เรย์ด้วยความละเอียด 1080p Full HD·          เชื่อมต่อเว็บไซต์ต่างๆ ด้วย Netcast (YouTube, Accuweather, Picasa และ CANALPLAY* เฉพาะในประเทศฝรั่งเศสเท่านั้น)·          TV Sound ez Set-up พร้อมช่องต่อออปติคอล·          LG Sound Gallery·          ช่องต่อ HDMI 2 ช่อง·          Wireless LAN & DLNA  / CIFS·          ด๊อกกิ้งเชื่อมต่อ iPod / iPhone พร้อมช่วยชาร์จแบตเตอรี่ในตัว·          รองรับการเล่นไฟล์ภาพยนตร์ MKV และ DivX HD·          เชื่อมต่อและเล่นภาพยนตร์จากฮาร์ดไดร์ฟภายนอก (FAT32, NTFS)
BeoVision 7 จอใหม่ใหญ่ขนาด 55 นิ้ว สวย หรู ดูมีระดับ แล้วคุณจะต้องรักมัน
By: admin | Date: 26 February 2010 | อ่าน 2,568 | 1 ความเห็น

BeoVision_1

BeoVision 7 จอคุณภาพดีมาอีกแล้ว แต่คราวนี้ไม่ธรรมดาเพราะมีขนาดความกว้างถึง 55.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ 1080 พิกเซล ดึงดูดความสนใจจากผู้ใช้ได้เป็นอย่างดี ด้วยค่า Response time 6 ms และค่าคอนทราส เรติโออีก 4,000 : 1 รวมทั้งความสามารถในการเชื่อมต่อเข้ากับเครื่องเล่น Blu-ray และลำโพงคู่งาม ที่ได้รับการดีไซน์มาเป็นอย่างดี มีรูปร่างทันสมัย ดูสวยไปอีกแบบ (แต่ดูไปแล้วคล้ายๆ แก้วกินน้ำขนาดใหญ่)นับเป็นอีกสิ่งที่ดึงความสนใจจากเราได้ ทั้งนี้จากการตรวจสอบในส่วนของ Motorized Stand และ เครื่องเล่น Blu-ray นับได้ว่ารูปแบบการดีไซน์นั้น “สวย หรู ดูมีระดับจริงๆ” อีกทั้งคุณภาพของการแสดงผลที่ได้นั้นก็ไม่เลว ซึ่งสามารถพูดได้ว่า “สุดยอด” สำหรับประสบการณ์ในการรับชมภาพแบบ HD กับพาแนลนี้ เรื่องราคาขายปลีกจากตัวแทนจำหน่ายหรือดีลเลอร์นั้นอยู่ที่ $18,700 หรือประมาณ 654,500 บาท ส่วนใครสนใจจะอ่านรีวิวแบบทุกซอกทุกมุมของจอตัวนี้ก็สามารถเข้าไปดูได้เลยที่ Flatpanels HD.com ครับ

BeoVision_3

BeoVision_4

BeoVision_5

BeoVision_2

ที่มา : flatpanelshd.com

 
 
Comments ความคิดเห็น (1)
Anonymous (112.142.96.xxx) | 23/04/2553 : 06:15      

[IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/1.gif[/IMG]

ความคิดเห็นที่ 1

     ร่วมแสดงความคิดเห็น / ไม่มีการตอบกลับ

LCD SPEC COMMENT
 
user/password เดียวกับเว็บบอร์ด สมัครสมาชิก
Username: Password:
ความคิดเห็น :
 
 
 
Tag: 3D 1080p Acer benq Blu-ray Blu-ray player Bravia Brochure ces commart DLNA DVI full hd Full HD 1080P hd HDMI HDTV IPS lcd LCD monitor lcd tv LED LED backlight LED Backlit LED Monitor LED TV LG monitor OLED OLED TV Panasonic Philips Pioneer Plasma Plasma TV PS3 Samsung sharp Sony Toshiba tv USB VGA Viera wifi
COPYRIGHT@2010 LCDSPEC.COM ALL RIGHTS RESERVED.
 0 Users Online