Buver's Guide Review HD Contents HD Accessories HD Event Promotions
LCDSPEC Buyer’s Guide แนะนำ LCD Monitor ที่น่าสนใจ ก่อนถึงงาน Commart Thailand Summer Sale 2010
สวัสดีครับแฟนๆ LCDSPEC ทุกท่าน ในงานคอมมาร์ตที่จะถึงนี้ คาดว่าหลายท่านคงจะมีโครงการสอยอุปกรณ์ไอที หรือไม่ก็ LCD Monitor มาใช้สักตัวอย่างแน่นอนในวันนี้ LCDSPEC ของเรา จึงขออาสาพาทุกท่านที่สนใจที่จะซื้อ LCD Monitor มาใช้งาน โดยจะเลือกรุ่นที่ดูคุ้มค่าและน่าสนใจในตลาดตอนนี้ และเป็นที่น่าสังเกตว่าในบ้านเราตอนนี้จะเห็น LED Monitor มากขึ้น ซึ่ง LCDSPEC ก็จะนำมาเป็นตัวเลือกด้วยเช่นกันครับ ซึ่งเพื่อความสะดวกเราจะขอแบ่งเป็นช่วงราคา 4 ช่วงด้วยกันนะครับ คือ ต่ำกว่า 5,000 บาท, 5,000 – 7,000 บาท, 7,000 – 10,000 บาท และช่วงราคาสุดท้ายก็คือมากกว่า 10,000 บาท สำหรับรุ่นต่างๆ ที่เลือกมาอาจจะมีหรือไม่มีวางจำหน่ายในงานคอมมาร์ตก็เป็นได้ครับ แนะนำไว้ให้ดูเป็นแนวทางก่อน ส่วนถ้าถึงวันงานแล้ว เราจะมาอัพเดทกันอีกที ว่ามีรุ่นไหนน่าสนใจภายในงานน่าจับจองบ้างสำหรับบางท่านที่ยังไม่รู้ว่าจะการเลือกซื้อ Monitor ให้ถูกใจได้อย่างไร แนะนำให้อ่าน บทความ: เลือกซื้อ LCD Monitor และ LED Monitor แบบของจริง ก่อนก็ได้ครับ งบน้อย ลองดู ต่ำกว่า 5,000 บาท >>>งบเท่านี้อาจจะได้ขนาดหน้า 18.5 นิ้ว – 20 นิ้ว ความละเอียดสุงสุดที่จะได้คือ 1600×900 พิกเซล ซึ่งเหมาะสำหรับใช้งานทั่วไป มีพอร์ต VGA, DVI มีครบถ้วน แถมยังได้เทคโนโลยี LED ด้วยในบางรุ่นAcer: P195HQLbd (LED Monitor) -       ขนาดหน้าจอ 18.5 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1366 x 768 พิกเซล-       Response Time 5 ms.-       อัตราความคมชัด 8,000,000:1 (ACM)-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVIสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/160-Acer-P195HQLbd.htmlราคา 4,490 บาทLG: E1940T-PN (LED Monitor) >>> -       ขนาดหน้าจอ 18.5 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1366 x 768 พิกเซล-       Response Time 5 ms.-       อัตราความคมชัด 2,000,000:1 (DFC)-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVIสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/175-LG-E1940T-PN.htmlราคา 4,700 บาทSamsung: 2043SWX Plus >>>  -       ขนาดหน้าจอ 20 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1600 x 900 พิกเซล-       Response Time 5 ms.-       อัตราความคมชัด 50,000:1-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVIสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/77-Samsung-S1-2043SWX+.htmlราคา 4,990 บาท พอมีพอใช้ ลองดู 5,000 – 7,000 บาทงบเท่านี้ยังไงก็ได้ความละเอียด Full HD แน่นอนครับ รวมถึงยังได้ขนาดหน้าจอ 21.5 นิ้ว ขึ้นไป เหมาะสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย มีพอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน ในบางรุ่นยังได้ HDMI อีกด้วย สำหรับในบางรุ่นยังได้เป็น LED Monitor อีกด้วยBenq: G2220HD >>> -       ขนาดหน้าจอ 21.5 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 5 ms.-       อัตราความคมชัด 40,000:1 (DCR)-       ความสว่าง 300 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVIสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/28-Benq-G2220HD.htmlราคา 5,390 บาทLG: E2240T-PN (LED Monitor) >>> -       ขนาดหน้าจอ 21.5 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 5 ms.-       อัตราความคมชัด 2,000,000:1 (DFC)-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVIสเปกเต็ม http://www.lcdspec.com/monitor/177-LG-E2240T-PN.htmlราคา 6,200 บาทSamsung: B2330 >>> -       ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 5 ms.-       อัตราความคมชัด 70,000:1 (DCR)-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVIสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/164-Samsung-B2330.htmlราคา 6,500 บาทAcer: G235HBd >>> -       ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 5 ms.-       อัตราความคมชัด 80,000:1-       ความสว่าง 300 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVIสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/190-Acer-G235Hbd.htmlราคา 6,290 บาท งบถึง เงินถึง ลองดู 7,000 – 10,000 บาทงบระดับนี้ในบางรุ่นจะใส่ฟังก์ชั่นการใช้งานพิเศษมาด้วย อย่างตอนนี้เด่นๆ จก็ะเป็น LCD Monitor ที่ใส่ความสามารถในการดู TV ได้ ขนาดหน้าจอก็ 21.5 นิ้วขึ้นไป เหมาะสำหรับไว้ดูหนังฟังเพลงเล่นเกม พร้อมมีลำโพงติดตั้งมาในตัว พร้อมการเชื่อมต่อภายนอกครบครันLG: M227WA -       ขนาดหน้าจอ 21.5 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 5 ms.-       อัตราความคมชัด 50,000:1 (DFC)-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMIx2, Composite, Scart, Audio-in-       ดูทีวีได้ พร้อมมีรีโมทคอนโทรล-       มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/179-LG-M227WA.htmlราคา 7,990 บาทBenq: G2412HD >>> -       ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 2 ms.-       อัตราความคมชัด4,000:1 (DCR)-       ความสว่าง 300 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMI, Audio-in-       มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/188-Benq-G2412HD.htmlราคา 8,190 บาทLG: W2286L >>> -       ขนาดหน้าจอ 22 นิ้ว Wide Screen (16:10)-       ความละเอียด 1680 x 1050 พิกเซล-       Response Time 2 ms.-       อัตราความคมชัด 2,000,000:1 (DFC)-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMIx2, Audio-in-       มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/178-LG-W2286L.htmlราคา 8,990 บาทSamsung: P2370HD >>> -       ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 5 ms.-       อัตราความคมชัด 50,000:1 (DFC)-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMIx2, Audio-in, Component, Composite-       ดูทีวีได้ พร้อมมีรีโมทคอนโทรล-       มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/212-Samsung-P2370HD.htmlราคา 9,990 บาทAcer: H235Hbmid >>> -       ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 2 ms.-       อัตราความคมชัด 100,000:1 (ACM)-       ความสว่าง 300 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMI, Audio-in-       มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/159-Acer-H235Hbmid.htmlราคา 9,900 บาท เหลือกิน เหลือใช้ ลองดู 10,000 บาทขึ้นไป งบเหลือเหลือๆ ขาดนี้ ขนาดหน้าจอที่ได้คือ 23 นิ้ว ขึ้นไปอย่างแน่นอน มาพร้อมกับฟังก์ชั่นพิเศษหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง ทัชกรีน หรือ LED เหมาะสำหรับคนที่ชอบอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ พร้อมพอร์ตการเชื่อมต่อครบถ้วน อย่าง HDMI นี่ มีเป็นพื้นฐานเลยครับAcer: S243HLbmii (LED Monitor) >>> ,u -       ขนาดหน้าจอ 24 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 2 ms.-       อัตราความคมชัด 8,000,000:1 (ACM)-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMIx2, Audio-in-       มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/194-Acer-S243HLbmii.htmlราคา 12,900 บาทAcer: T230Hbmidh >>> -       ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว Wide Screen Touch Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 2 ms.-       อัตราความคมชัด 80,000:1 (DCR)-       ความสว่าง 300 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMI, Audio-in-       ทัชกรีนที่หน้าจอได้ พร้อมรองรับมัลติทัชกรีน-       มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/193-Acer-T230Hbmidh.htmlราคา 13,500 บาทSamsung: XL2370 (LED Monitor) >>> -       ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 2 ms.-       อัตราความคมชัด 5,000,000:1 (DCR)-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMI, Audio-in-       มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/213-Samsung-XL2370.htmlราคา 13,500 บาท อย่างที่บอกไว้ตั้งแต่ตอนต้นนะครับว่าให้ดูไว้แนวทางก่อนที่จะไปเดินภายในงานคอมมาร์ต รุ่นที่ LCDSPEC เลือกมา อาจจะไม่มีมาวางจำหน่ายในงานคอมมาร์ตครั้งนี้ก็เป็นได้ ซึ่งถ้าเราลองสังเกตจากการเลือกรุ่นที่น่าสนใจมาจะเห็นว่า หากเรามีงบประมาณ 5,000 บาท ต้นๆ ก็สามารถจับจอง LCD Monitor ที่มีความละเอียดแบบ 1920 x 1080 Full HD ได้แล้ว หรือถ้าสนใจจอแบบ LED Monitor ก็มีราคาตั้งแต่ 4,000 บาท กลางๆ ให้เลือก ไปจนถึงหลักหมื่นบาทกันทีเดียว และสำหรับคนที่ต้องการ LCD Monitor ที่มีพอร์ต HDMI ไว้สำหรับเชื่อมต่อภายนอกจาก Notebook หรือ Playstation 3 มีงบประมาณเพียง 6,000 กว่าบาท ก็สามารถซื้อหามาใช้งานกันได้อย่างสบายๆ สุดท้ายนี้ไว้ยังไงให้ถึงวันงานก่อน ทาง LCDSPEC จะมาอัพเดทแบบเกาะติดขอบงานอีกรอบหนึ่งครับ LCDSPEC.
Review : Samsung UA46C7000WRXXT : FullHD 3D LED TV มิติใหม่ของโทรทัศน์
จะว่าเดี๋ยวนี้อะไร อะไร ก็สามมิติกันไปหมด พูดถึงสามมิติแล้ว หวังว่าเพื่อนสมาชิก LCDSpec.com หลายๆ คนคงมีโอการได้ไปดูภาพยนตร์ในรูปแบบ 3D กันมาบ้างแล้ว จะเป็น Digital 3D หรือจะเป็น IMAX 3D ก็ดี แล้วจะดีสักแค่ไหนถ้าเราสามารถที่จะดู 3D ที่บ้านได้ ใช่แล้วครับ ด้วย Technology 3D จาก Samsung ใน Samsung UA46C7000 FullHD 3D LED TV ที่สามารถทำให้ท่านมีโรงภาพยนตร์ 3D ได้ที่บ้านด้วยหน้าจอขนาด 46 นิ้ว กับความสามารถอันหลากหลายที่อัดแน่นมาบนความหนาประมาณ 2 เ็ซนฯครึ่ง ไม่ว่าจะเป็น Eco Sensor ที่สามารถปรับความสว่างหน้าจอได้เหมาะกับความสว่างภายในห้อง หรือจะเป็น Anynet+ ที่สามารถใช้ Remote เพียงอันเดียวสามารถควบคุมได้ทั้ง ทีวี บลูเรย์ กล้องวีดีโอ หรือเครื่องเสียงของ Samsung ที่เชื่อมต่อผ่านทาง HDMI ที่เด็ดไปกว่านั้นยังสามารถเล่นไฟล์ภาพยนตร์ผ่านจาก Flash Drive หรือ Ext. Harddrive ได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้เครื่องเล่นอื่นเลย และที่เด็ดสุดกับใช้ทีวีเล่นอินเตอร์เน็ตไปกับ Internet@TV และที่ขาดไม่ได้ (ถ้าทำไม่ได้ ไม่ใช่ 3D TV แน่ๆ) กับ ความสามารถในการแสดง 3D โดยการใช้ควบคู่กับแว่น Active Shutter Glasses ในชุด Samsung 3D Starter Kitหลังจากเรียกน้ำย่อยกันมาพอสมควรแล้วความนี้ก็เสริฟกระเพาะปลาเลยละกัน เอ้ย…ไม่ใช่โต๊ะจีนครับ มาดูสเปกกันสักนิดนึงละกันกับ Samsung UA46C7000WRXXT กับหน้าจอขนาด 46 นิ้ว ด้วยความละเอียดระดับ Full HD (1920 x 1080 Pixel) ประมวลผลภาพและสีด้วย 3D HyperReal Engine พร้อมด้วยระบบเสียง SRS TheaterSound ที่ให้เสียงได้อย่างชัดเจน้ สเปกแบบเต็มๆ http://www.lcdspec.com/lcd/181-Samsung-UA46C7000.htmlมาดูกันซิว่าหลังจากแกะกล่องและมาทำการประกอบแล้ว Samsung UA46C7000 จะเป็นยังไงกันบ้างโดดเด่นมาแต่ไกลเลยครับกับขาตั้งแบบสี่ขาโลหะขัดมันเงา ที่ตัดกับสีดำแบบ Glossy อย่างหน้าและกรอบจอที่ดำและเงามากและการแสดงความเป็น Samsung อย่างชัดเจนด้วยโลโก้ SAMSUNG สีขาวบริเวณขอบจอด้านล่างทางด้านล่างขวาเป็นส่วนของปุ่มต่างๆ จะเรียกปุ่มก็ไม่ถูกสักเท่าไหร่ เพราะมันไม่ใช่ปุ่มครับ เป็นแค่แถบสัมผัสเฉยๆ ไม่ต้องออกแรงกดอะไรมาก แค่แตะๆ ก็ออกคำสั่งได้แล้วด้านซ้ายกับสัญลักษณ์บ่งบอกว่าเป็น Full HD 1080p กับระบบเสียง SRS TheaterSound กับ DD Plus Pulse และสามารถส่งเสียงผ่าน Optical เป็น dts2.0ลองมาดูด้านหลังกันบ้าง ฝาหลังทำด้วยโลหะ ส่วนสายต่อสัญญาณจะหายากสักนิดนึงครับ การต่อต้องผ่านสายแปลงทั้งหมดเพื่อความบางยกเว้น HDMI เนื่องจากมันบางอยู่แล้วช่องระบายอากาศที่ค่อนบนเกือบสุดของจอ กับจำนวนที่เจาะมาไม่มาก แสดงถึงความร้อนที่เกิดจากตัวเครื่องนั้นไม่เยอะมากส่วนรูกลมๆ ที่เจาะรวมกันเป็นวงกลม ตรงนั้นเป็นส่วนของลำโพงวูฟเฟอร์ เพื่อให้เสียง Bass ที่ดียิ่งขึ้นด้วยการออกแบบเพื่อความบางอย่างแท้จริง ทำให้การต่อสายสัญญาณต่างๆ  ต้องต่อผ่านสายแปลงที่มาพร้อมกับเครื่องเท่านั้นการต่อสายนั้นไม่ต้องกังวลครับว่าจะต่อไม่ถูก เพราะทุกช่องมีการเขียนกำกับไว้ทั้งหมดแล้วว่าช่องไหนสำหรับต่ออะไรสำหรับรูปแบบการต่อสายก็ตามเห็นเลยครับ เริ่มจากซ้ายละกัน เป็นช่องสำหรับต่อสายแลน ถัดมาสายอากาศ Component+Audio Composite*2 VGA+Audio ตามลำดับ ส่วนจากล่างขึ้นบนก็เป็น HDMI*4 USB ช่องที่1 Audio Optical Out USB ช่องที่2 และ Audio Out
ตั้งค่าอย่างไรให้ Notebook เล่นหนัง HD ได้แจ่มที่สุด
คุณอาจสังเกตว่า Notebook ที่มีวางจำหน่ายในปัจจุบันจำนวนไม่น้อยที่ให้พอร์ท HDMI มาด้วย ซึ่งทำให้สามารถต่อพ่วง Notebook ตัวเก่งกับอุปกรณ์ประเภทต่างๆ ที่สนับสนุนมาตรฐาน HDMI ได้ เช่น LCD Monitor/TV, Plasma TV และ A/V Receiver เป็นต้น นอกจากนี้ ชิปประมวลผลกราฟฟิค (GPU) ที่ติดมากับ Notebook ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นชิปตระกูล Intel, Nvidia หรือ ATI ต่างก็มีความสามารถในการเร่งการแสดงผลภาพวีดีโอแบบ HD ทั้งสิ้น โดย GPU ที่มีความสามารถนี้จะรับภาระการถอดรหัส และแสดงผลวีดีโอเอาไว้ด้วยตัวเอง จึงลดบทบาทของ CPU ลงไปได้ ทำให้ CPU ของคุณมีทรัพยากรเหลือสำหรับการประมวลผลอื่นๆ มากขึ้น หากไม่อาศัยความช่วยเหลือจาก GPU แล้ว คุณอาจพบว่า CPU ของคุณทำงานเกือบ 100% และ Notebook ตัวเก่งของคุณตัวร้อนจี๋ เมื่อคุณเล่นวีดีโอคลิปแบบ HD บางคลิปเลยทีเดียวถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ใช้ Notebook เล่นหนังเป็นประจำ วันนี้เรามีเทคนิคดีๆ เกี่ยวกับการตั้งค่าต่างๆ บน Notebook (หรือจะใช้ PC ก็ไม่ผิดกติกาอะไร) เพื่อให้เล่นหนังได้ลื่นไหลไม่กระตุก ภาพสวย และใช้ CPU น้อยที่สุดมาฝากครับ สิ่งที่คุณต้องมี:ด้าน Hardware:1. Notebook หรือ PC ที่ใช้ GPU ที่มีตัวเร่งการแสดงผลวีดีโอแบบ HD โชคดีว่า Notebook ที่มีจำหน่ายในท้องตลาดในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาจะใช้ GPU ที่มีความสามารถนี้ แต่เราแนะนำให้ใช้ GPU ที่สนับสนุน Bitstream Decoding ที่สามารถปลดแอกกระบวนการถอดรหัสออกจาก CPU ได้ 100% โดยมีข้อแม้ว่าคุณต้องเล่นไฟล์หนัง HD ที่เข้ากันได้กับตัวถอดรหัสดังกล่าว ซึ่ง GPU ที่สนับสนุน Bitstream Decoding ที่มีจำหน่ายในปัจจุบันได้แก่ GPU ดังต่อไปนี้Intel: GPU ตระกูล 4500MHDATI: GPU ตระกูล Radeon HD 4000 seriesNvidia: GPU ตระกูล Geforce 200, 8000 และ 9000 series (ยกเว้น Geforce 8800 Ultra, 8800 GTX, 8800 GTS (320/640MB)) สำหรับ GPU อื่นๆ ที่วางจำหน่ายในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา (ที่ไม่ได้อยู่ในรายการข้างบน) ก็มีตัวเร่งการเล่นหนัง HD เช่นกัน แต่จะเป็นการช่วยรับภาระการถอดรหัสหนังบางส่วนเท่านั้น และยังใช้ CPU ช่วยในกระบวนการถอดรหัสอยู่ คุณสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสามารถในการช่วยถอดรหัสหนังของ GPU รุ่นต่างๆ ได้จาก link ต่อไปนี้Wikipedia: Nvidia PureVideoWikipedia: ATI – Unified Video Decoder (UVD)Wikipedia: DirectX Video Acceleration (DXVA) 2. Notebook หรือ PC ที่ใช้ CPU ที่มีความสามารถสูงพอ จริงอยู่ที่ GPU ที่สนับสนุน Bitstream Decoding สามารถปลดแอกกระบวนการถอดรหัสและการประมวลผลวีดีโอได้ 100% แต่ในขณะเล่นหนัง CPU ของคุณยังคงต้องทำงานต่างๆ อยู่ดี เช่นอ่านไฟล์หนังจากดิสก์, ประมวลผลคำสั่งต่างๆ จากโปรแกรมเล่นหนัง และยังต้องประมวลผล Background Process อื่นๆ ของ Windows อีกด้วย ซึ่งจุดนี้อาจเป็นอุปสรรคในการเล่นหนังได้อย่างได้อย่างลื่นไหล สำหรับ Notebook บางเครื่องที่ถึงแม้จะมี GPU ที่สนับสนุน Bitstream Decoding แต่ใช้ CPU ความเร็วไม่สูงมากนัก (เช่น CPU ตระกูล Atom, Core Solo หรือ CPU แบบ ULV บางตัว)ฉะนั้นเมื่อคุณเปิดใช้ตัวเร่งของ GPU บนเครื่องที่ใช้ CPU ความเร็วต่ำ แล้วสังเกตเห็นว่าเครื่องยังใช้ CPU มากกว่า 70% ในการเล่นหนัง HD คุณอาจต้องทำใจว่าโอกาสที่หนังจะกระตุกในบางช่วงมีอยู่สูง เนื่องจาก CPU มี headroom (หรือเหลือทรัพยากร) สำหรับงาน multitasking บน Windows ค่อนข้างน้อย3. สาย HDMI หรือ DVI ในกรณีที่คุณต้องการต่อ Notebook/PC ของคุณเข้ากับจอ LCD Monitor/TV, Plasma TV หรือ A/V Receiver 4. สาย Optical หรือ Coaxial ในกรณีที่คุณต้องการต่อ Notebook/PC เข้ากับ A/V Receiver ที่ไม่สนับสนุน HDMI หรือในกรณีที่เครื่อง Notebook/PC ของคุณไม่สนับสนุนการส่งสัญญาณเสียงผ่านสาย HDMI (คุณจะต้องใช้สาย Optical หรือ Coaxial ในกรณีที่คุณต้องการให้ A/V Receiver เป็นตัวถอดรหัสเสียงเซอร์ราวด์เท่านั้น)5. สาย Stereo Minijack สำหรับต่อสัญญาณเสียงไปยังลำโพง/หูฟัง ในกรณีที่คุณไม่ต้องการส่งสัญญาณเสียงแบบดิจิตอล ด้าน Software:1. Windows Vista หรือ Windows 7 เทคนิคการเล่นหนังในบทความนี้ถูกทดสอบบน Windows 7 และ Windows Vista เราจึงไม่รับประกันว่าเทคนิคเดียวกันนี้จะสามารถใช้บน Windows XP ได้ 100%2. Driver ของ GPU เวอร์ชันล่าสุดจากผู้ผลิตแต่ละค่าย คุณสามารถหาดาวน์โหลดได้จากเว็บไซท์ของผู้ผลิต GPU หรือเว็บไซท์ผู้ผลิต Notebook/PC ของคุณ3. DirectX 9 และ DirectX 10 เนื่องจากโปรแกรมเล่นหนังที่ใช้ในบทความนี้จะดึงเอาความสามารถของ Pixel Shader จาก DirectX 9 API มาใช้ด้วย คุณจึงต้องดาวน์โหลดและติดตั้ง DirectX 9 พร้อม Update ตัวล่าสุดจากเว็บไซท์ของ Microsoft ส่วน DirectX 10 นั้นคุณไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลด เพราะมันถูกบรรจุมาพร้อมกับ Windows Vista/7 อยู่แล้ว4. โปรแกรม Media Player Classic Home Cinema (MPC) สามารถดาวน์โหลดได้จากที่นี่ เราขอแนะนำให้คุณใช้เวอร์ชันสำหรับ Windows 32 bit (X86) ถึงแม้ว่าคุณจะใช้ Windows 64 bit (X64) ก็ตาม จริงๆ แล้วคุณมีทางเลือกที่จะใช้โปรแกรมอื่นๆ ได้ แต่เราจะใช้โปรแกรม MPC เป็นหลักในบทความนี้5. Haali Media Splitter สำหรับเล่นไฟล์ M2TS, MP4 และ MKV สามารถดาวน์โหลดได้จากที่นี่6. FFDSHOW Tryouts สำหรับเล่นไฟล์หนัง format อื่นๆ ที่ MPC ไม่สนับสนุน สามารถดาวน์โหลดได้จากที่นี่7. Mediainfo dll สำหรับดูข้อมูลต่างๆ ของไฟล์หนัง ให้คุณดาวน์โหลดเฉพาะไฟล์ DLL ที่เป็นเวอร์ชัน X86 จากที่นี่ หลังจากนั้นให้ unzip ไฟล์ DLL ที่ดาวน์โหลดมาไปไว้ในโฟลเดอร์เดียวกับโปรแกรม Media Player Classicเมื่อตรวจสอบจนแน่ใจว่าเครื่อง Notebook/PC ของคุณมีคุณสมบัติ ด้าน Hardware และ Software ตรงกับที่ระบุไว้ข้างบน ก็มาเริ่มตั้งค่า Notebook/PC สำหรับการดูหนังกันเลยครับ
บลูเรย์โฮมเธียเตอร์ HB965TZ จากแอลจี มอบสุดยอดคุณภาพภาพและเสียงเหนือระดับ
โดดเด่นด้วยชุดลำโพง 5.1 แชนแนลดีไซน์บางเฉียบ เชื่อมต่อทุกคอนเทนท์ผ่านระบบไว-ไฟมอบความบันเทิงไร้ขีดจำกัดกรุงเทพฯ 31 สิงหาคม 2553 – บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำชุดบลูเรย์โฮมเธียเตอร์ รุ่น HB965TZ มอบสุดยอดพลังเสียงรอบทิศทางผ่านลำโพงดีไซน์บางเฉียบ พร้อมเชื่อมต่อทุกคอนเทนท์ด้วยระบบไร้สายแอลจี HB965TZ สุดยอดบลูเรย์โฮมเธียเตอร์ที่สมบูรณ์แบบ พร้อมสร้างประสบการณ์การรับฟังที่สมจริงแม้ในห้องที่มีขนาดใหญ่ ประกอบด้วยลำโพงคู่หน้า ให้เสียงสมจริงรอบทิศทาง และซับวูฟเฟอร์ที่ให้พลังขับสูงถึง 1,100 วัตต์ ด้วยดีไซน์ที่บางเพียง 29 มิลลิเมตร นอกจากนี้ยังได้ มาร์ค เลวินสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องเสียงชื่อดังระดับโลกเป็นผู้ปรับแต่งเสียง ทำให้คุณภาพเสียงของ HB965TZ มีพลัง คมชัดครบทุกมิติแอลจี HB965TZ โดดเด่นเหนือเครื่องเล่นบลูเรย์ทั่วไป ด้วยคุณสมบัติในการนำความบันเทิงระดับโลกเต็มรูปแบบ และข้อมูลต่างๆ เพียงแค่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านระบบไร้สายที่ทำให้ผู้ชมเพลิดเพลินไปกับคอนเทนท์ต่างๆ อย่างง่ายดาย อาทิ UGCs เว็บอัลบั้มต่างๆ รวมถึงการพยากรณ์อากาศ นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ BD-Live 2.0 และ Bonus View ช่วยปลดล็อคฟีเจอร์พิเศษของหนังที่อยู่ในแผ่นบลูเรย์ และเพื่อสร้างความมั่นใจในเรื่องคุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยม แอลจียังได้บรรจุระบบประมวลผลเสียงระดับมืออาชีพโดย LG Sound Gallery ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งเสียงตามความพึงพอใจด้วยอีควอไลเซอร์ 7 รูปแบบคือ Natural Plus, Game Equalizer, Night Mode, Clear Voice, Bass Blast, MP3 Up-Scaling และ VSM Plusบลูเรย์โฮมเธียเตอร์ HB965TZ ราคา 39,990 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) วางจำหน่ายแล้ว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่ายสินค้าแอลจีทั่วประเทศไทย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลแอลจี โทร. 02-878-5757 หรือ www.lg.com/thคุณสมบัติทางเทคนิค·          5.1 แชนแนล / พลังขับ 1,100 วัตต์·          รองรับฟังค์ชั่น BD-Live & Bonus View·          เล่นภาพยนตร์จากแผ่นบลู-เรย์ด้วยความละเอียด 1080p Full HD·          เชื่อมต่อเว็บไซต์ต่างๆ ด้วย Netcast (YouTube, Accuweather, Picasa และ CANALPLAY* เฉพาะในประเทศฝรั่งเศสเท่านั้น)·          TV Sound ez Set-up พร้อมช่องต่อออปติคอล·          LG Sound Gallery·          ช่องต่อ HDMI 2 ช่อง·          Wireless LAN & DLNA  / CIFS·          ด๊อกกิ้งเชื่อมต่อ iPod / iPhone พร้อมช่วยชาร์จแบตเตอรี่ในตัว·          รองรับการเล่นไฟล์ภาพยนตร์ MKV และ DivX HD·          เชื่อมต่อและเล่นภาพยนตร์จากฮาร์ดไดร์ฟภายนอก (FAT32, NTFS)
OLED TV จาก LG รุ่น 15EL9500 เริ่มขายแล้วที่ยุโรป พฤษภาคมนี้
By: samantagtr | Date: 3 March 2010 | อ่าน 2,610 | 2 ความเห็น

 

จากการได้ยั่วน้ำลายมาได้ซักพักกับ OLED TV จาก LG โอกาสที่เราจะได้รับชมภาพจาก OLED TV ที่ถือว่าเป็นสุดยอดของทีวี ภายในบ้านของเราเองนั้นก็ใกล้มาถึงแล้ว ด้วยความบางของจอแสดงผลที่บางเพียง 3 มิลลิเมตร อีกทั้งยังมีสเปกที่สุดแสนอลังการ อย่างค่า Contrast Ratio ที่สูงถึง 10,000,000:1 และค่าความเร็วตอบสนองที่เร็วถึง 0.001ms ที่ทาง LG บรรจงใส่ลงมาใน OLED พาเนล ขนาด 15 นิ้ว ซึ่งทั้งหมดนี้จะมีการวางจำหน่ายจริงในเดือนพฤษภาคมที่ยุโรป และที่อเมริกาก็คงเป็นช่วงฤดูร้อนนี้เช่นกัน สำหรับราคาที่จะวางจำหน่ายอยู่ที่ 2,725 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 92,000 บาท) ส่วนในตลาดของออสเตรเลียยังไม่มีใครผู้ถึงว่าจะวางจำหน่ายเมื่อใด

ที่มา : www.engadget.com

 
 
Comments ความคิดเห็น (2)
Anonymous (124.120.188.xxx) | 05/03/2553 : 05:17      

อยากให้เป็นที่นิยมเร็วๆจัง เหมือนเอาข้อดีของ LCD + Plasma มารวมกันแล้วทำให้ดึขึ้นไปอีก

สุดยอดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

ความคิดเห็นที่ 2
Anonymous (58.9.177.xxx) | 04/03/2553 : 16:00      

สรุปก็คือ 15 นิ้ว วางจำหน่ายอยู่ที่ 2,725 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 92,000 บาท)[IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/6.gif[/IMG]

ความคิดเห็นที่ 1

     ร่วมแสดงความคิดเห็น / ไม่มีการตอบกลับ

LCD SPEC COMMENT
 
user/password เดียวกับเว็บบอร์ด สมัครสมาชิก
Username: Password:
ความคิดเห็น :
 
 
 
Tag: 3D 1080p Acer benq Blu-ray Blu-ray player Bravia Brochure ces commart DLNA DVI full hd Full HD 1080P hd HDMI HDTV IPS lcd LCD monitor lcd tv LED LED backlight LED Backlit LED Monitor LED TV LG monitor OLED OLED TV Panasonic Philips Pioneer Plasma Plasma TV PS3 Samsung sharp Sony Toshiba tv USB VGA Viera wifi
COPYRIGHT@2010 LCDSPEC.COM ALL RIGHTS RESERVED.
 0 Users Online