Buver's Guide Review HD Contents HD Accessories HD Event Promotions
เทคนิคระดับเทพ เลือกซื้อจอ LCD TV
เราคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้จอแบนๆ อย่าง LCD ได้เข้ามามีบทบาทมากมายในชีวิตประจำวันของเรา และปัจจุบันนี้ก็มีจอ LCD จากผู้ผลิตหลายๆ ราย ที่แต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อมีความสามารถหลากหลายชนิดที่เรียกว่าเลือกกันไม่ถูกเลยทีเดียว ในโอกาสนี้ทีมงาน LCDSPEC.com จะแนะนำองค์ประกอบต่างๆ ที่ควรพิจารณา และเคล็ดไม่ลับในการเลือกซื้อ LCD monitor หรือ LCD TV ให้ถูกใจคุณที่สุดนะครับ เราคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้จอแบนๆ อย่าง LCD ได้เข้ามามีบทบาทมากมายในชีวิตประจำวันของเรา และปัจจุบันนี้ก็มีจอ LCD จากผู้ผลิตหลายๆ ราย ที่แต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อมีความสามารถหลากหลายชนิดที่เรียกว่าเลือกกันไม่ถูกเลยทีเดียว ในโอกาสนี้ทีมงาน LCDSPEC.com จะแนะนำองค์ประกอบต่างๆ ที่ควรพิจารณา และเคล็ดไม่ลับในการเลือกซื้อ LCD monitor หรือ LCD TV ให้ถูกใจคุณที่สุดนะครับเอ… แล้วจอ LCD มันดีตรงไหนครับ? ทำไมผมถึงจะต้องเปลี่ยนจากจอแก้วมาใช้ LCD ด้วย?คุณสมบัติแรกของ LCD TV ที่เตะตาคุณตั้งแต่แรกพบเลยก็คือ ขนาดที่กระทัดรัด และผอมบางมากเมื่อเทียบกับจอหลอดแก้ว (หรือจอ CRT) ทั่วไป นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติที่เป็น “จอแบน” อย่างแท้จริงอีกด้วย ทำให้จอ LCD สามารถแสดงภาพได้อย่างไม่บิดเบี้ยว หรือผิดเพี้ยน คุณสามารถบอกลาเส้นตรงแบบ “หลอกๆ” บนจอแก้วโค้งๆ อย่างจอ CRT ไปได้เลยครับ และด้วยความเพรียวบางของมันนี่เอง ทำให้คุณมีอิสระในการวางจอได้มากขึ้น โดยไม่ต้องอาศัยพื้นที่มากนัก หรืออาจจะแขวนไว้กับผนังก็ดูเท่ไม่เบาเลยครับ แถมมันยังสามารถเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นงามประดับห้องนั่งเล่นของคุณได้อีกด้วยนอกจากนี้จอ LCD TV ยังสามารถรองรับการใช้งานในอนาคตมากกว่าทีวีทั่วไปอีกด้วย โดยนอกจากพวกมันจะสามารถแสดงภาพความละเอียดสูงจาก source ต่างๆ เช่นเครื่องเล่น DVD, เครื่องเล่น Blu-ray disc, เครื่องเล่นเกม หรือเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว ในอนาคตถ้าฟรีทีวีบ้านเราเปลี่ยนระบบออกอากาศเป็นแบบดิจิตอล ที่ให้ความคมชัดของภาพและเสียงเหนือกว่าระบบอนาล็อกในปัจจุบันอยู่มาก คุณก็อุ่นใจได้เลยว่า LCD TV เมื่อเอาไปต่อกับ digital receiver box แล้ว LCD ตัวเก่งของคุณจะสามารถแสดง content เหล่านี้ได้สบายๆผมชักจะสนใจ LCD TV ขึ้นมาแล้วสิครับ เอ… แล้วถ้าผมอยากจะซื้อมาใช้ซักตัวนึง ผมจะต้องพิจารณาอะไรบ้างครับ? องค์ประกอบหลักๆ ที่ควรพิจารณาในการเลือกซื้อ LCD TV มีทั้งหมด 8 ประเด็นด้วยกันครับ นั่นคือ: 1. ขนาดของจอ– จอ LCD มีขนาดให้เลือกค่อนข้างหลากหลายทีเดียว ที่มีขายในบ้านเรานั้นมีให้เลือกตั้งแต่ขนาด 20 นิ้วไปจนถึงขนาด 80 นิ้ว ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งาน และงบประมาณของคุณ แน่นอนครับ ขนาดที่ใหญ่กว่าย่อมให้ภาพที่ใหญ่อลังการ และดูคล้ายกับจอหนังในโรงภาพยนตร์มากขึ้น จอใหญ่ๆ จะเหมาะสมกับห้องกว้างๆ เช่นห้องนั่งเล่น ที่คุณสามารถนั่งชมภาพยนตร์กับสมาชิกในครอบครัวได้ ส่วนจอที่มีขนาดเล็กลงมา จะเหมาะกับห้องที่มีขนาดเล็กลง เช่นห้องนอนเป็นต้น แต่อย่าลืมนะครับว่า ยิ่งจอใหญ่เท่าไหร่ ราคาก็ขยับสูงขึ้นไปเท่านั้นคนส่วนใหญ่จะเลือกซื้อจอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่งบประมาณที่ตั้งไว้จะสามารถซื้อได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเลือกขนาดของจอที่เหมาะสม ควรพิจารณาจากระยะการรับชมเป็นหลัก โดยขนาดของจอควรมีความสัมพันธ์กับระยะห่างที่คุณตั้งใจเอาไว้ว่าคุณจะนั่งดูทีวี ตัวอย่างเช่น หากคุณซื้อจอขนาด 40 นิ้ว เพื่อมานั่งชมในระยะห่างไม่ถึง 1 เมตร คุณคงรู้สึกไม่สบายตาแน่ๆ แต่ถ้าคุณนั่งห่างออกมาซัก 2 – 4 เมตร ก็จะเป็นระยะที่ดูแล้วสบายที่สุด และเป็นระยะที่จะได้รับประโยชน์จาก LCD TV ของคุณได้อย่างเต็มที่ตารางข้างล่างนี้แสดงขนาดจอที่เราแนะนำ เมื่อเปรียบเทียบกับระยะห่างในการชมที่คุณตั้งใจไว้ขนาดของจอระยะการชมที่แนะนำ (โดยประมาณ) 20 นิ้ว60 เซนติเมตร - 2 เมตร24 นิ้ว1 – 1.8 เมตร26 นิ้ว1 – 2 เมตร32 นิ้ว1.2 – 3 เมตร37 นิ้ว1.5 – 3.5 เมตร40 นิ้ว2 – 4 เมตร46 นิ้ว2.5 – 5 เมตรตัวเลขจากตารางข้างบน เป็นตัวเลขที่เราแนะนำเท่านั้น การเลือกขนาดที่เหมาะสมควรเลือกขนาดที่คุณคิดว่าลงตัวที่สุดกับระยะการชมที่คุณต้องการ หากสนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถอ่านได้จากบทความที่เว็บไซท์ www.lcdspec.com ครับ2. Response time– การวัด response time หมายถึงค่าที่ได้จากการวัดระยะเวลาของเม็ดพิกเซลที่ใช้ในการแสดงสีดำสนิท –> เปลี่ยนเป็นสีขาวสนิท –> และเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอีกครั้ง (pixel หมายถึงเม็ดสีหรือจุดสีซึ่งเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของ LCD) ยิ่งตัวเลข response time น้อยเท่าไหร่ ยิ่งหมายความว่าคุณจะเห็นเอฟเฟคท์ต่างๆ เช่น เงา (ghosting) หรือ ขอบของวัตถุที่ลากเป็นทางยาว (streaking) ได้น้อยลงเท่านั้น ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการแสดงภาพเคลื่อนไหวเร็วๆ เช่นการเล่นเกม หรือภาพการแข่งกีฬา เป็นต้นแต่เนื่องจากปัจจุบัน ผู้ผลิตแต่ละรายใช้วิธีการวัด response time ที่ไม่เหมือนกัน จึงเอาตัวเลขนี้มาเป็นหลักในการพิจารณาได้ไม่ทั้งหมด เพราะฉะนั้นคุณจึงควรเอาหนัง หรือเกมแผ่นโปรดไปเปิดทดสอบด้วยตนเองที่ร้านครับ3. ความละเอียดของ Panel (Panel resolution)– จอ LCD TV ที่มีขายในบ้านเราโดยส่วนใหญ่จะมีอยู่ 2 ประเภท นั่นคือจอ HD Ready และจอ Full HD ซึ่งตัวเลขความละเอียดของหน้าจอนั้น เป็นตัวบอกจำนวนของจุดสี (หรือเม็ดพิกเซล) ที่ประกอบขึ้นมาเป็นจอนั้น• จอ HD Ready มีความละเอียดอยู่ที่ 1366 x 768 พิกเซล ซึ่งหมายถึงว่ามีจำนวนพิกเซลในแนวนอน 1366 จุด และแนวตั้ง 768 จุด ซึ่งคำนวณออกมาแล้วจะได้จำนวนพิกเซลทั้งหมด 1,049,088 จุด หรือประมาณ 1 ล้านพิกเซลนั่นเอง• จอ Full HD มีความละเอียดอยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเมื่อคำนวณออกมาแล้วจะได้จำนวนพิกเซลทั้งหมด 2,073,600 พิกเซล หรือประมาณ 2 ล้านพิกเซลนั่นเองความละเอียดของ Panel ยิ่งสูงเท่าไหร่ ยิ่งหมายถึงว่ามันสามารถแสดงรายละเอียดของภาพได้มากขึ้นเท่านั้น ลองนึกเปรียบเทียบจอ 40 นิ้วแบบ HD Ready กับแบบ Full HD ดูนะครับ จอทั้งสองตัวนี้มีขนาด 40 นิ้วเท่ากันก็จริง แต่จอแบบ Full HD จะสามารถแสดงรายละเอียดยิบย่อยได้ดีกว่า เนื่องจากในพื้นที่ 40 นิ้วเท่ากันนั้น มันมีจำนวนเม็ดพิกเซลที่บรรจุอยู่ในนั้นมากกว่าประมาณ 2 เท่า ซึ่งทำให้ภาพดู “เนียน” มากขึ้นนั่นเองจอแบบ HD Ready ถูกออกแบบมาให้แสดงผลที่ความละเอียด 720p (720 เส้น) แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณป้อนสัญญาณที่มีความละเอียดสูงกว่านั้นเข้าไป (เช่น 1080i หรือ 1080p) จอ HD Ready ก็จะเอาสัญญาณภาพไปผ่านวงจรลดขนาดภาพให้เหลือเท่ากับ 720p เพื่อให้สามารถแสดงผลบน Panel ที่มีความละเอียดต่ำกว่าสัญญาณที่ป้อนเข้าไปได้ส่วนจอแบบ Full HD เมื่อคุณป้อนสัญญาณแบบ 1080i หรือ 1080p (1080 เส้น) เข้าไป จอก็จะเอาไปแสดงผลได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านวงจรขยายภาพก่อน แต่ถ้าคุณป้อนสัญญาณแบบ 480p หรือ 720p เข้าไป จอก็จะเอาสัญญาณนั้นไปขยายให้มีขนาดเท่ากับ 1080p เพื่อให้สามารถแสดงบน Panel ได้อย่างไรก็ตาม ความละเอียดก็ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการเลือกซื้อ LCD TV เพราะมันขึ้นอยู่กับ content ที่คุณจะเอามาแสดงบนจอด้วย คุณสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของ Panel resolution กับระยะการชม รวมถึงความแตกต่างของ 720p, 1080i และ 1080p ได้ที่เว็บไซท์ www.lcdspec.com ครับ4. ความสว่าง (brightness)– ความสว่างของจอ LCD นั้นเป็นการวัดความเข้มของแสงที่จอ LCD สามารถแสดงได้ โดยมีหน่วยเป็น cd/m2 (candela per square meter) หรือ nits — ความสว่างเป็นตัวแปรสำคัญตัวหนึ่งของจอ LCD ทีเดียว จอที่สว่างมาก ก็จะสามารถสู้แสงสว่างมากๆ ได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในกรณีที่คุณเอาทีวีไปตั้งไว้ในห้องที่มีแสงสว่างเยอะๆโดยทั่วไปแล้ว LCD ที่มีวางขายในตลาดบ้านเรา จะมีความสว่างอยู่ที่ 300 nits ขึ้นไป และความสว่างที่เหมาะสมควรอยู่ที่ประมาณ 400 nits แต่ถ้าจะสว่างกว่านั้นก็ไม่ผิดกติกาอะไรครับ5. Contrast Ratio– ความหมายของ Contrast ratio คืออัตราส่วนระหว่างจุดที่มืดที่สุดกับจุดที่สว่างที่สุดที่จอสามารถแสดงได้ในเวลาเดียวกัน ซึ่งในทางปฏิบัติแล้ว Contrast ratio ที่ดีพอ จะช่วยให้จอสามารถแสดงรายละเอียดในส่วนมืด และส่วนสว่างของภาพได้ดียิ่งขึ้น และ contrast ratio สูงๆ จะช่วยให้จอสามารถแสดงรายละเอียดของภาพในฉากที่มืดๆ ได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วยจอ LCD ที่มีขายในบ้านเราในปัจจุบัน มีค่า Contrast ratio ตั้งแต่ 2000:1 ขึ้นไปจนถึง หลายล้านต่อหนึ่งก็มี จึงทำให้ตัวเลขนี้ดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าไรนัก จอที่เราแนะนำควรจะมี dynamic contrast ratio ประมาณ 30000:1 ขึ้นไป และหากคุณสนใจเกี่ยวกับรายละเอียดในเรื่อง contrast ratio และความแตกต่างของ Panel contrast ratio กับ dynamic contrast ratio อย่าลืมเข้าไปศึกษาได้ในเว็บไซท์ของเรานะครับ6. มุมมองการรับชม (viewing angle)– มุมมองการรับชม หมายถึงมุมมองในการรับชมจากด้านข้าง, ด้านบน หรือด้านล่างที่สามารถรับชมได้โดยคุณภาพของภาพไม่ลดลง ลองนึกเปรียบเทียบกับทีวีจอแก้วเลยครับ คงไม่มีใครนั่งชมทีวีตรงหน้าจอตลอดเวลาได้แน่ๆ ถึงแม้ว่าคุณจะนั่งอยู่กลางจอพอดี แต่เพื่อนที่นั่งอยู่โซฟาตัวเดียวกับคุณก็จะต้องมองทีวีในมุมด้านข้าง หรือแม้แต่เวลาคุณวางหน้าจอไว้ที่โต๊ะ และนั่งกับพื้นเพื่อเล่นวีดีโอเกม คุณก็ต้องมองภาพบนจอจากมุมด้านล่างเช่นเดียวกันธรรมชาติของจอ LCD นั้นมีข้อจำกัดในเรื่องของมุมมอง ทำให้มันไม่สามารถมองได้ทุกมุมอย่างจอ CRT ได้ ผู้ผลิตจอจึงได้เอาตัวเลของศาการมอง (viewable angle) มาเป็นจุดขายของ LCD TV ด้วย โดยตัวเลขที่ผู้ผลิตโฆษณานั้นจะแสดงเป็นตัวเลข เช่น 160/160 หมายถึง คุณสามารถมองภาพบนจอนั้นด้วยมุมมองด้านข้าง/ด้านบนหรือล่าง ได้กว้างสูงสุดที่ 160 องศา โดยที่ภาพไม่มีอาการสีเพี้ยนให้เห็นตัวเลข viewing angle ยิ่งใกล้ 180 องศาเท่าไหร่ ยิ่งหมายความว่าจอ LCD นั้นมีมุมมองที่กว้างมากนั่นเอง7. ความสามารถในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ (connectivity)– อีกประเด็นที่ควรพิจารณาในการเลือกซื้อ LCD TV คือ จำนวนช่องสัญญาณประเภทต่างๆ ที่มีมาให้ ตรงนี้ควรเลือกให้สอดคล้องกับความต้องการของคุณ หากคุณมีแผนที่จะเอา LCD TV ตัวนี้ไปต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ เช่น เครื่องเล่น DVD, เครื่องเล่นเกมอย่าง XBOX 360 หรือ Playstation 3 หรือแม้แต่เครื่องคอมพิวเตอร์, กล้องดิจิตอล และอุปกรณ์พกพาต่างๆ คงไม่สนุกแน่ๆ ถ้าทีวีของคุณมีพอร์ท HDMI เพียงพอร์ทเดียว แต่คุณมีอุปกรณ์ที่ใช้ HDMI อยู่ 3 ชิ้น และคุณจะต้องถอดอุปกรณ์สลับไปมาเวลาที่คุณต้องการใช้งานพอร์ทต่างๆ ที่เราแนะนำว่า LCD TV ควรจะมีคือ:• พอร์ท HDMI (High Definition Multimedia Interface) สำหรับต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ที่ส่งสัญญาณแบบดิจิตอล เช่นเครื่องเล่น Blu-ray disc, เครื่องเล่น DVD และคอมพิวเตอร์ เป็นต้น เราแนะนำว่าจอ LCD ของคุณควรมีพอร์ท HDMI อย่างน้อย 2 พอร์ท• พอร์ท Component เป็นพอร์ทรับสัญญาณอนาล็อกคุณภาพสูง ซึ่งควรจะมีอย่างน้อย 2 พอร์ท• พอร์ท Composite และ S-Video สำหรับต่ออุปกรณ์ที่มีช่อง AV-Out หรือ S-Video out ทั่วไป ซึ่งพอร์ทนี้ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นมาตรฐานที่ให้มากับ LCD TV แทบจะทุกรุ่น• พอร์ท VGA หรือ D-Sub สำหรับเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์แบบอนาล็อก หรือเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ที่มีช่อง VGA out ตรงนี้สามารถเลือกให้ตรงกับความต้องการของคุณ หากคุณไม่ต้องการใช้มัน ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อ LCD TV ที่มีพอร์ทนี้• พอร์ท LAN สำหรับเชื่อมต่อ internet หรือเล่นไฟล์มัลติมีเดียจาก UPNP (DLNA) server พอร์ทนี้จะพบได้ใน LCD TV แบบไฮเอนด์ หากคุณไม่มีความจำเป็นต้องใช้มัน ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อ LCD TV ที่มีพอร์ทนี้8. เสียง (sound)– LCD TV ทั่วไปจะติดลำโพงมาด้วยอยู่แล้ว การเลือกลำโพงให้ถูกใจนั้นไม่มีกฏเกณฑ์ที่ตายตัว เพราะมันขึ้นอยู่กับรสนิยม และความต้องการของผู้ฟังเป็นหลัก ข้อควรระวังในประเด็นนื้คือ จอ LCD บางรุ่น โดยเฉพาะรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับใช้เป็น Monitor จะไม่มีลำโพงติดมาด้วย เพราะฉะนั้นคุณจะต้องหาซื้อลำโพงมาใช้ต่างหาก เราจึงขอแนะนำให้ศึกษาสเป็กให้ละเอียดก่อนเลือกซื้ออ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ทีมงาน LCDSPEC หวังว่าคุณจะสามารถเลือกซื้อ LCD TV ได้ถูกใจมากยิ่งขึ้นนะครับ หากคุณสนใจอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติม ทั้งรายละเอียดทั่วไป และรายละเอียดทางเทคนิค สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซท้ www.lcdspec.com ของเรา ซึ่งมีทั้งสาระความรู้และข่าวสารต่างๆ เกี่ยวกับวงการ LCD รวมถึงบทความน่ารู้ และรีวิวจอ LCD เด็ดๆ ให้ตัดสินใจก่อนเลือกซื้อ นอกจากนี้เรายังมีเว็บบอร์ดสำหรับให้สมาชิกได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และความรู้ต่างๆ ด้วยครับแล้วพบกันนะครับDownload บทความนี้————————————————————————————————————————————————————–สงวนสิทธิ์: 2551 LCDSPEC.com ห้ามทำซ้ำส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมดของบทความนี้โดยไม่ได้รับอนุญาติ
Review : Toshiba REGZA 42RV600T – LCD TV 42” Full HD หล่อ ดำ เข้ม ไม่เป็นรองใคร
ขอกล่าวสวัสดีเพื่อนๆ สมาชิก LCDSpec.com กันก่อน คราวนี้ก็มาพบกับ Review ของ LCD TV ตัวรองท็อป จากสังกัดญี่ปุ่นอย่าง Toshiba REGZA 42RV600T ที่มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 42 นิ้ว บนความละเอียดระดับ Full HD (1920 x 1080) ซึ่งก็ทำเอาห้องเล็กๆ แคบลงไปได้ในทันทีเหมือนกันถึงแม้การทำงานอาจจะไม่เด่นไม่แรงเหมือนกับรุ่นพี่ในรุ่น ZV ก็เถอะ แต่ก็ถือว่าคุณภาพคับตัวใช้ได้เลยทีเดียว อย่างหน่วยประมวลผลภาพ Power Meta Brain ขนาด 10 บิต ที่ให้สีได้มากถึงพันล้านสี หรือจะเป็นระบบเสียงแบบ Audyssey EQ ที่ให้เสียงออกมาได้อย่างสมจริง แถมยังดูภาพผ่านพอร์ต USB ได้โดยไม่ต้องเปิดคอมพ์อีกด้วยด้วย LCD TV ขนาดหน้าจอ 42 นิ้ว Full HD (1920 x 1080) ที่ทำให้ติดตั้งได้ในห้องขนาดใหญ่ได้แบบไม่อายใคร ด้วยคอนทราสสูงถึง 50,000:1 กับหน่วยประมวลผลภาพที่ทรงประสิทธิภาพ Power Meta Brain และช่ิองสัญญาณเชื่อมต่ออีกมากมาย รวมไปถึง USB Port ด้่วย ทำให้ได้ลูกเล่นเด็ดๆ ที่ทำให้ LCD TV กลายเป็นกรอบรูปดิจิตอลได้อย่างง่ายดายด้วยการออกแบบที่ดูเรียบง่าย กรอบแบบ Glossy ดำเงา เพิ่มความหรูด้วยลายระบายขอบขาว ตัดกับสีดำของกรอบจอ กับตัวเครื่องที่ดูแข็งแรงบึกบึนซึ่งตัวจอถึงจะไม่เงามากแต่ก็ถือว่าสะท้อนได้ดีมากทีเดียวเลยแหละขอบล่างแสดงถึงโลโก้ TOSHIBA อย่างชัดเจน ส่วนช่องสีเหลี่ยมเล็กๆ ด้านล่างจะเป็นส่วนของ Light Sensor และส่วนด้านขวาจะเป็นช่องรับสัญญาณรีโมทขอบนซ้ายไม่มีอะไรมากนอกจากโลโก้ REGZA เท่านั้นถัดมาทางขอบขวา เป็นสติกเกอร์แสดงรุ่นและสเปกโดยคร่าวๆมุมล่างซ้ายบอกถึงระบบเสียงแบบ Audyssey EQ และสัญลักษณ์ HDMIมุมล่างขวา เป็นไฟแสดงสถานะ โดยเมื่อปิดเครื่องแต่เสียบปลั๊กทิ้งไว้จะเป็นไฟสีแดง เมื่อเปิดจะเป็นสีเขียว ส่วนไฟดวงทางซ้าย เป็นไฟแสดงว่าได้มีการตั้งเวลาเปิดเครื่องอัตโนมััติเอาไว้ช่องระบายอากาศ อยู่ส่วนบนของตัวจอ วางตัวตามความหนาของจอปุ่มควบคุมการทำงานอยู่ทางด้านขวาของจอในส่วนฐานเป็นฐานสี่เหลี่ยมดำมัน Glossy แบบเดียวกับขอบจอ ที่ไม่สามารถปรับหมุนซ้าย-ขวา ได้ด้านหลังมีการติดตั้งอุปกรณ์สำหรับจัดเก็บสายไฟให้เรียบร้อยเวลาเคลื่อนย้ายได้สะดวกขึ้นตารางสรุป Connectorจากภาพสัญญาณที่ต่อผ่านทาง HDMI2 (สามารถตั้งชื่อได้) ในที่นี้ทำการต่อกับ WD TV Live HD Media Playerช่องต่อสายสัญญาณต่างๆ จะอยู่ส่วนด้านหลังทางซ้ายมือ โดยจะประกอบด้วย HDMI 3 ช่อง ช่อง PC in หรือ VGA RGB ก็แล้วแต่จะเรียกแล้วกัน อีก 1 ช่อง ใกล้ๆ กันมีช่อง Audio in สำหรับในการต่อจอกับคอมพิวเตอร์ โดยจะใช้คู่กับ RGB หรือ HDMI 1 กรณีผู้ใช้ต่อแบบ DVI (แปลง HDMI) มี Component หรือ PrPbY/CrCbY 2 ช่อง Composite (AV) 1 ช่อง พร้อม Composite Out อีก 1 ช่องช่องต่อสายอากาศ หรือ Ant. จะอยู่ด้านล่างครับส่วนด้านขวามือจะมีช่องสัญญาณอีก 4 ชุดคือ Headphone out สำหรับต่อหูฟัง Composite (AV) In เลือกระหว่าง RCA กับ S-Video HDMI ช่องที่ 4 และ USB สำหรับต่อ Flash Drive หรือ Harddisk เพื่อเล่นภาพตัวรีโมทไม่ได้ออกแบบหวือหวาอะไรมากนัก หน้าตาเหมือนกับของในทีวีรุ่นรุ่นท๊อปอย่าง ZV600T ไม่มีผิด ซึ่งรีโมทนี้สามารถใช้ร่วมกับเครื่อง DVD ของ Toshiba ได้เช่นกันการใช้งานกับเมนูเป็นปุ่มควบคุมแบบ 5 ทิศทาง ซึ่งบอกตามตรงว่าใช้งานไม่ค่อยสะดวกเท่าไรนัก เพราะปุ่ม Menu, Setup ทำออกมาได้ไม่โดดเด่นเอาซะเลย แถมปุ่มเล็กอีกต่างหากสำหรับแบตเตอรี่นั้นเป็นชนิด LR03 หรือถ่าน AAA จำนวน 2 ก้อน
บทความ: LED TV เหนือกว่า LCD TV ทั่วไปอย่างไร
คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าเทคโนโลยีอะไรที่อยู่เบื้องหลังความหรูหรา เพรียวบาง งดงามของดีไซน์ และความสามารถในการแสดงภาพของ LED TV ที่ทำได้สวยงามน่าตื่นตาตื่นใจกว่าภาพที่ได้จากจอ LCD TV ทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด?ในช่วงปี 2008 – 2009 ที่ผ่านมาเทคโนโลยี LED TV ถือว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามาพลิกโฉมหน้าของวงการ HDTV เลยทีเดียว เทคโนโลยีดังกล่าวนอกจากทำให้การออกแบบจอ LCD ให้มีความบางมากๆ ไม่ใช่ความฝันอีกต่อไปแล้วมันยังช่วยปรับปรุงและลบข้อด้อยของเทคโนโลยี LCD ในหลายๆ แง่ได้อีกด้วย และด้วยเทคโนโลยีการผลิต LED ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผลิตภัณฑ์ LED TV รุ่นหลังๆ มีประสิทธิภาพสูง ทนทาน และน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้เราได้ใช้สินค้าที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ในราคาถูกลงเรื่อยๆ ในปี 2010 นี้จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมในการลงทุนกับ LED TV ดีๆ สักเครื่อง มาติดตามกันเลยครับว่า LED TV นั้นมีข้อดีอย่างไรบ้างในด้านเทคนิค LED TV ยังถือว่าเป็น LCD TV ประเภทหนึ่ง โดยทั้งคู่ต่างก็ใช้ Liquid Crystal Display (LCD) ในการแสดงภาพที่ได้รับจากแหล่งกำเนิดสัญญาณเหมือนๆ กัน แต่สิ่งที่อยู่เบื้องหลังความแตกต่างของ LED TV นั่นคือเทคโนโลยี backlighting นั่นเองหลอด backlight ที่นิยมใช้กับ LCD TV ในปัจจุบันมี 2 ประเภท ได้แก่ backlight แบบ CCFL (Cold Cathode Fluorescent Lamp) ซึ่งเป็น backlight ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย และพบได้ทั่วไปใน LCD TV หรือ LCD Monitor ส่วน backlight อีกประเภทที่น่าจะเข้ามาแทน backlight แบบ CCFL ในไม่ช้า คือ backlight แบบ LED (Light-Emitting Diode)การนำหลอด LED มาใช้เป็น backlight แทนการใช้หลอด CCFL นั้นจะช่วยเพิ่ม contrast ratio ให้กับจอ LCD ทำให้ภาพดูมีมิติขึ้น แสดงสีดำและไล่เฉดสีเทาได้หลากหลายมากขึ้น และเนื่องจากหลอด LED มีประสิทธิภาพในการเปล่งแสงได้แรงกว่าหลอดและมีขนาดเล็กกว่า ทำให้ผู้ผลิตสามารถออกแบบ TV ที่มีขนาดบางลง และใช้พลังงานน้อยลงอีกด้วยเช่นเดียวกับเทคโนโลยีของ CCFL Backlight ที่มีหลายประเภท เทคโนโลยีของ LED Backlight นั้นก็มีหลายประเภทเช่นเดียวกันโดย LCD TV ที่ใช้ LED Backlight ที่มีขายในปัจจุบันมี 2 ประเภทด้วยกัน คือLED-backlit LCD TV หมายถึงจอ LCD TV ที่ติดตั้งหลอด LED ไว้ด้านหลัง โดยหลอด LED ดังกล่าวจะเป็นแบบสีขาวทั้งหมด หรือเป็นแบบสามสี (แดง เขียว และน้ำเงิน: RGB) ก็ได้ การติดตั้งหลอด LED ไว้ด้านหลัง จะทำให้แผงควบคุมสามารถสั่งเปิดหรือปิดหลอด LED ดังกล่าวเป็นกลุ่มๆ ตามภาพที่แสดงอยู่บนจอในขณะนั้นได้ (เราเรียกเทคนิคนี้ว่า local dimming หรือ selective dimming)ซึ่งส่งผลให้บริเวณของภาพที่เป็นสีดำนั้นกลายเป็นสีดำสนิทอย่างแท้จริง และในกรณีที่ใช้หลอด LED แบบ RGB ก็จะช่วยทลายข้อจำกัดในการแสดงสีของจอ LCD ไปได้เลย เนื่องจากหลอด LED ทั้งสามสีนั้นสามารถผสมกันเป็นสีอะไรก็ได้ ส่งผลให้จอ LCD สามารถแสดงสีได้สมจริงยิ่งขึ้น ตัวอย่างของ LCD TV ที่ใช้เทคโนโลยี LED-backlit ได้แก่ Sony Bravia 46X450A, เป็นต้นLED Edge-lit LCD TV หมายถึงจอ LCD TV ที่ติดตั้งหลอด LED สีขาวไว้ตามขอบทั้งสี่ด้านของจอ จึงทำให้ผู้ผลิตสามารถออกแบบจอให้มีความบางมากๆ ได้ และถึงแม้ LCD TV ประเภทนี้ถึงแม้จะไม่สามารถสั่งปิด backlight เป็นกลุ่มๆ ได้เหมือนแบบแรก แต่ด้วยอานิสงส์ของหลอด LED จึงทำให้ภาพที่แสดงมีมิติมากกว่า มีความสว่าง และ contrast ratio สูงกว่า และไล่ระดับสีดำและเทาได้ดีกว่าจอ LCD TV ที่ใช้ CCFL backlight ทั่วไป ตัวอย่างของ LCD TV ที่ใช้ LED Edge-lit ได้แก่ Sony Bravia EX700, NX700 และ NX800 series เป็นต้นSony Bravia EX700Sony Bravia NX700หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการเลือกซื้อ LED TV ของทุกๆ ท่าน และติดตามข่าวสารและบทความดีๆ เกี่ยวกับ HDTV ได้ที่นี่นะครับ LCDSPEC.
Grace Digital เครื่องเสียงไว้วิทยุอินเตอร์เน็ตในบ้านเหรอ
มันมีปัญหาอยู่สองอย่าง อย่างแรก ใครจะอยากจะเสียเงิน 219.99 เหรียญ เพื่อได้เครื่องเล่นวิทยุอินเตอร์เน็ตที่ Grace Digital ทำแยกออกมาอีกชิ้น อย่างที่สอง ใครอยากจะมีประสบการณ์ Lackluster UI หาอะไรในเครื่องไม่เจอกับเขาบ้าง ถ้าเป็นคนที่ไม่ดื่มด่ำกับเสียงบ่นล่ะก็ บริษัทได้ทำเครื่องที่น่าจะเอามาตั้งประดับไว้บนชั้น เครื่องที่เห็นอยู่สามารถเล่นวิทยุอินเตอร์เน็ตจาก 30,000 สถานี Pandora, iheartradio, Sirius, Live365, MP3tunes และอื่นๆ จนไม่อยากจะพิมพ์ จะต่อเน็ตกับสายหรือจะไร้สาย 802.11g ก็ได้ มีพร้อมทั้ง Composite, Toslink และ Coaxial Digital Audio ด้านหลัง มีจอ LCD ให้ดู 4 บรรทัด ที่แสดงผล Metadata ยังแทบจะไม่ครบ และอาจจะมีระบบปารีโมทได้สำหรับใครที่อยากทำคอลเลคชั่นส่วนตัว ถ้าฟังแล้วอยากได้ตอนนี้ก็มีขายแล้ว แต่ว่าไปลองก่อนจะหน้ามืดไปซื้ออะที่มา : Engadget
ตัวจริงเรื่องจอ IPS ต้อง AOC iF23
ตัวจริงเรื่องจอ IPS ต้อง AOC iF23ทามกลางอุณหภูมิที่รอนในชวงซัมเมอรนี้ หากไดเลมเกมส ดูหนัง ทองเน็ต ในหองแอรที่เย็นฉ่ํา คงจะเปนอะไรที่มีความสุขจนอธิบายออกมาเปนคําพูดไมถูกแนนอน ! เพียงแคมีจอมอนิเตอรคุณภาพสูงที่ดีซักเครื่อง ก็ทําใหการพักผอนในชวงซัมเมอรนี้เปนเรื่องงายเหมือนปลอกกลวย AOC ภูมิใจนําเสนอจอมอนิเตอร รุน iF23 เพื่อเปนตัวเลือกที่คุมคาทั้งดานประสิทธิภาพและราคาสําหรับผูบริโภคที่ฉลาดเลือกเชนคุณจอมอนิเตอร์ AOC รุ่น iF23จอทัชสกรีนที่เปี่ยมด้วยความเสถียรและประสิทธิภาพที่เชื่อถือได้ : จอคู่ใจสำหรับทุกครอบครัวหลายครอบครัวคงเคยมีประสบการณเชนนี้ เมื่อลูกนอยเอามือไปแตะบนหนาจอมอนิเตอร โดยสวนใหญก็จะเกิดรอยนิ้วมือเปนคลื่นหรือหลุมชั่วขณะ และจะมีอาการจอกระพริบและมีภาพซ้อนเกิดขึ้นตามมา ซึ่งสงผลกระทบโดยตรงตอการรับชมภาพโดยตรง แต AOC iF23 สามารถแกไขปญหาเหลานี้ได ดวยการคิดคนเทคโนโลยีที่พัฒนารวมกับผูผลิต Panel ยักษใหญระดับโลกอยาง LGD เพื่อสรางสรรคผลิตภัณฑจอ LCD คุณภาพสูงในระดับแถวหนาของโลก ดวยนวัตกรรมใหม่ลาสุดในการแปลงมาตราฐานการเรียงตัวของโมเลกุลใหมีคุณสมบัติพิเศซึ่งจะทําใหโครงสรางทางกายภาพของผลึกเหลวมีความแข็งแกรงทนทานมากยิ่งขึ้นจอ Panel แบบ IPS จาก AOC iF23 สามารถแสดงสีไดสมจริงและสวยกวาจอ Panel แบบ TN อยางเห็นไดชัดให้มุมมองภาพที่กว้าง : คำตอบสุดท้ายสำหรับนักออกแบบกราฟิกเนื่องจากจอ LCD มอนิเตอรทั่วไปจะมีขอจํากัดในเรื่องมุมและองศาในการมองเห็น แมจะปรับทิศทางองศาเพื่อใหมองเห็นภาพไดก็ตาม แตก็อาจทําใหเกิดปญหาเรื่องคาความสวางและความเพี้ยนของสี และสงผลกระทบโดยตรงตอนักออกแบบกราฟฟก แตหากคุณเลือกที่จะใชจอมอนิเตอร AOC iF23 คุณก็จะไมตองกังวลถึงปญหาเหลานี้อีกตอไป ดวยมุมมองภาพที่กวางถึง 178° ซึ่งเปนมาตราฐานสูงสุดและสามารถมองเห็นภาพในระดับแนวดิ่งได สงผลให้ AOC iF23 ลบขอจํากัดเรื่อง “จุดบอด” ในการมองเห็นได และไมวาผูใชจะมองจากมุมไหนก็สามารถมองเห็นภาพที่คมชัดและสีที่แมนยําสมจริง จึงเปนตัวเลือกที่ดีที่สุดที่นักออกแบบกราฟฟกไมอาจปฎิเสธไดดวยมุมมองภาพที่กวางของ AOC iF23 ไมวาจะมองจากมุมไหนก็ไดภาพที่มีสีสันสมจริงที่สุดภาพเคลื่อนไหวที่คมชัด : ให้อรรถรสในการดูหนังเล่นเกมส์ที่สุดประทับใจไมวาเราจะเลนเกมสแบบ Stand Alone หรือ Online หรือแมกระทั้งในขณะดูหนัง บอยครั้งที่พบเจออาการการไมสามารถตอบสนองตอความเร็วในการเคลื่อนไหวของภาพบนหนาจอ LCD แทที่จริงแลวจําเปนตองใชจอ LCD ที่มีคุณภาพ และประสิทธิภาพสูงในการแสดงภาพเคลื่อนไหวความละเอียดสูงและ AOC iF23 สามารถตอบโจทยในเรื่องนี้ไดอยางไม่ตองสงสัย ดวยจุดเดนในการแสดงผลของภาพเคลื่อนไหวและเอฟเฟคตางๆที่มีความซับซอนใหมีความเสถียรและใหภาพที่มีความคมชัดสม สีสันสดใส สมจริงตลอดเวลาเพื่อสัมผัสประสบการณการรับชมที่สมบูรณแบบ แมในขณะเลนเกมสหรือเพลิดเพลินกับการดูหนังฟงเพลง นอกจากนี้ ดวยดีไซนภาพนอกของ AOC iF23 ที่มีลักษณะเหมือนกรอบรูป ยิ่งทําใหการแสดงผลของภาพนิ่งมีชีวิตชีวา ดุจดั่งภาพที่อยูในกรอบรูปจริงๆ แถมยังดูดี มีสไตล ไมตกเทรนดอีกดวย!ไมวาจะเลนเกมหรือดูหนัง AOC iF23 สามารถตอบสนองในการแสดงภาพเคลื่อนไหวที่คมชัดสมจริงเสมอ
LCDSPEC เผย LCD Monitor ที่น่าสนใจและโดดเด่นในงาน Commart Thailand Summer Sale 2010
By: samantagtr | Date: 20 March 2010 | อ่าน 97,608 | ไม่มีความเห็น

IMG_3207

จากที่เคยได้พูดไว้แล้วว่าจะนำ LCD Monitor รุ่นต่างๆ ที่มีจำหน่ายอยู่ในงาน Commart นี้ มาไล่เรียงกันรุ่นที่ดูเตะตาและน่าสนใจกัน ซึ่งจากบทความ: LCDSPEC Buyer’s Guide แนะนำ LCD Monitor ที่น่าสนใจ ก่อนถึงงาน Commart Thailand Summer Sale 2010 ที่ได้นำเสนอไว้ จากเท่าที่ดูก็มีจำหน่ายในงานกันทุกรุ่นเลยครับ ในส่วนของราคานั้น ก็มีลดบ้างนิดหน่อยหากเทียบจากราคาข้างนอกงาน

เดี๋ยวเราจะมาดูกันว่ารุ่นไหนในงานที่โดนใจกันบ้าง รวมถึงมีรุ่นที่มีีโปรโมชั่นเด็ดๆ ภายในงานด้วย ซึ่งทุกรุ่นในบทความก่อนหน้านี้ก็ยังน่าสนใจอยู่ สำหรับบทความจะถือว่าเป็นการอัพเดทเพิ่มเติมก็แล้วกันนะครับ

 

1. Acer: G205HBbd >>>

G235H-stand-01

-       ขนาดหน้าจอ 20 นิ้ว Wide Screen (16:9)

-       ความละเอียด 1600 x 900 พิกเซล

-       Response Time 5 ms.

-       อัตราความคมชัด 50,000:1 (ACM)

-       ความสว่าง 250 cd/m2

-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI

ราคาในงาน  3,990 บาท

สเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/158-Acer-G205Hbd.html

*** โปรโมชั่นพิเศษ รับเช็คของขวัญมูลค่า 1,000 บาท

เมื่อซื้อเป็นเงินสดหรือบัตรเครดิตเต็มจำนวน ลงทะเบียนรับสิทธิ์ ภายในเวลา 11.00 น. ของทุกวัน (จำนวนจำกัดวันละ 40 เครื่อง)

IMG_3092

 

2. Acer: D241Hbmi >>>acer-d241h-03-05-2010

-       ขนาดหน้าจอ 24 นิ้ว Wide Screen (16:9)

-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล

-       Response Time 5 ms.

-       อัตราความคมชัด 80,000:1 (ACM)

-       ความสว่าง 250 cd/m2

-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMI, Audio-in, USB Hub, Card Reader, LAN, MIC Out

-       มีลำโพงในตัว

-       เล่นอินเตอร์เน็ตได้ โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับ PC

สเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/196-Acer-D241Hbmi.html

ราคาในงาน  19,900 บาท

 

3. Benq: M2200HD >>>

benq-e2200hd-e2400hd-m2200hd-and-m2400hd-hd-16-9-lcd-monitors

-       ขนาดหน้าจอ 21.5 นิ้ว Wide Screen (16:9)

-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล

-       Response Time 5 ms.

-       อัตราความคมชัด 10,000:1 (DCR)

-       ความสว่าง 250 cd/m2

-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMI, Audio-in

-       มีลำโพงในตัว

-       มีกล้องเว็บแคมความละเอียด 2 ล้านพิกเซล

สเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/147-Benq-M2200HD.html

ราคาในงาน  6,900 บาท

 

4. Benq: G2412HD >>>

benq_g2412hd_23_6__full_hd_dvi_hdmi

-       ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว Wide Screen (16:9)

-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)

-       Response Time 2 ms.

-       อัตราความคมชัด4,000:1 (DCR)

-       ความสว่าง 300 cd/m2

-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMI, Audio-in

-       มีลำโพงในตัว

สเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/188-Benq-G2412HD.html

ราคา 8,190 บาท – ราคาในงาน 6,190 บาท

 

5. LG: E1940T-PN (LED Monitor) >>>

3619071

-       ขนาดหน้าจอ 18.5 นิ้ว Wide Screen (16:9)

-       ความละเอียด 1366 x 768 พิกเซล

-       Response Time 5 ms.

-       อัตราความคมชัด 2,000,000:1 (DFC)

-       ความสว่าง 250 cd/m2

-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI

สเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/175-LG-E1940T-PN.html

ราคา 4,700 บาท

 

6. LG: M227WA

lg-monitor-M227WA-3-4view-gallery

-       ขนาดหน้าจอ 21.5 นิ้ว Wide Screen (16:9)

-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)

-       Response Time 5 ms.

-       อัตราความคมชัด 50,000:1 (DFC)

-       ความสว่าง 250 cd/m2

-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMIx2, Composite, Scart, Audio-in

-       ดูทีวีได้ พร้อมมีรีโมทคอนโทรล

-       มีลำโพงในตัว

สเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/179-LG-M227WA.html

ราคา 7,990 บาท

 

7. Samsung: P2370HD >>>

samsung_70_series_p2370hd_23_inch_1080p_lcd_monitor_tv

-       ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว Wide Screen (16:9)

-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)

-       Response Time 5 ms.

-       อัตราความคมชัด 50,000:1 (DFC)

-       ความสว่าง 250 cd/m2

-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMIx2, Audio-in, Component, Composite

-       ดูทีวีได้ พร้อมมีรีโมทคอนโทรล

-       มีลำโพงในตัว

สเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/212-Samsung-P2370HD.html

ราคา 9,990 บาท

 

8. Samsung: XL2370 (LED Monitor) >>>

Samsung-SyncMaster-XL2370

-       ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว Wide Screen (16:9)

-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)

-       Response Time 2 ms.

-       อัตราความคมชัด 5,000,000:1 (DCR)

-       ความสว่าง 250 cd/m2

-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMI, Audio-in

-       มีลำโพงในตัว

สเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/213-Samsung-XL2370.html

ราคา 13,500 บาท

*** พิเศษราคา 9,900 บาท

ลุ้นทุกๆ 2 ชั่วโมงตามรอบกิจกรรม 10.31-11.00 น., 13.01-13.30 น., 15.31-16.00 น., 18.01-18.30 น.

banner580x270new

สำหรับใครยังไม่ได้ไปชมงานหรือไปเดินซื้อของที่งานคอมมาร์ตก็รีบๆ หาโอกาสไปกันนะครับ รับรองว่าถูกใจคอไอที ทั้ง LCD Monitor และ LCD TV อย่างแน่นอนครับ LCDSPEC.

 

     ร่วมแสดงความคิดเห็น / ไม่มีการตอบกลับ

LCD SPEC COMMENT
 
user/password เดียวกับเว็บบอร์ด สมัครสมาชิก
Username: Password:
ความคิดเห็น :
 
 
 
Tag: 3D 1080p Acer benq Blu-ray Blu-ray player Bravia Brochure ces commart DLNA DVI full hd Full HD 1080P hd HDMI HDTV IPS lcd LCD monitor lcd tv LED LED backlight LED Backlit LED Monitor LED TV LG monitor OLED OLED TV Panasonic Philips Pioneer Plasma Plasma TV PS3 Samsung sharp Sony Toshiba tv USB VGA Viera wifi
COPYRIGHT@2010 LCDSPEC.COM ALL RIGHTS RESERVED.
 0 Users Online