Buver's Guide Review HD Contents HD Accessories HD Event Promotions
เทคนิคระดับเทพ เลือกซื้อจอ LCD TV
เราคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้จอแบนๆ อย่าง LCD ได้เข้ามามีบทบาทมากมายในชีวิตประจำวันของเรา และปัจจุบันนี้ก็มีจอ LCD จากผู้ผลิตหลายๆ ราย ที่แต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อมีความสามารถหลากหลายชนิดที่เรียกว่าเลือกกันไม่ถูกเลยทีเดียว ในโอกาสนี้ทีมงาน LCDSPEC.com จะแนะนำองค์ประกอบต่างๆ ที่ควรพิจารณา และเคล็ดไม่ลับในการเลือกซื้อ LCD monitor หรือ LCD TV ให้ถูกใจคุณที่สุดนะครับ เราคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้จอแบนๆ อย่าง LCD ได้เข้ามามีบทบาทมากมายในชีวิตประจำวันของเรา และปัจจุบันนี้ก็มีจอ LCD จากผู้ผลิตหลายๆ ราย ที่แต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อมีความสามารถหลากหลายชนิดที่เรียกว่าเลือกกันไม่ถูกเลยทีเดียว ในโอกาสนี้ทีมงาน LCDSPEC.com จะแนะนำองค์ประกอบต่างๆ ที่ควรพิจารณา และเคล็ดไม่ลับในการเลือกซื้อ LCD monitor หรือ LCD TV ให้ถูกใจคุณที่สุดนะครับเอ… แล้วจอ LCD มันดีตรงไหนครับ? ทำไมผมถึงจะต้องเปลี่ยนจากจอแก้วมาใช้ LCD ด้วย?คุณสมบัติแรกของ LCD TV ที่เตะตาคุณตั้งแต่แรกพบเลยก็คือ ขนาดที่กระทัดรัด และผอมบางมากเมื่อเทียบกับจอหลอดแก้ว (หรือจอ CRT) ทั่วไป นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติที่เป็น “จอแบน” อย่างแท้จริงอีกด้วย ทำให้จอ LCD สามารถแสดงภาพได้อย่างไม่บิดเบี้ยว หรือผิดเพี้ยน คุณสามารถบอกลาเส้นตรงแบบ “หลอกๆ” บนจอแก้วโค้งๆ อย่างจอ CRT ไปได้เลยครับ และด้วยความเพรียวบางของมันนี่เอง ทำให้คุณมีอิสระในการวางจอได้มากขึ้น โดยไม่ต้องอาศัยพื้นที่มากนัก หรืออาจจะแขวนไว้กับผนังก็ดูเท่ไม่เบาเลยครับ แถมมันยังสามารถเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นงามประดับห้องนั่งเล่นของคุณได้อีกด้วยนอกจากนี้จอ LCD TV ยังสามารถรองรับการใช้งานในอนาคตมากกว่าทีวีทั่วไปอีกด้วย โดยนอกจากพวกมันจะสามารถแสดงภาพความละเอียดสูงจาก source ต่างๆ เช่นเครื่องเล่น DVD, เครื่องเล่น Blu-ray disc, เครื่องเล่นเกม หรือเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว ในอนาคตถ้าฟรีทีวีบ้านเราเปลี่ยนระบบออกอากาศเป็นแบบดิจิตอล ที่ให้ความคมชัดของภาพและเสียงเหนือกว่าระบบอนาล็อกในปัจจุบันอยู่มาก คุณก็อุ่นใจได้เลยว่า LCD TV เมื่อเอาไปต่อกับ digital receiver box แล้ว LCD ตัวเก่งของคุณจะสามารถแสดง content เหล่านี้ได้สบายๆผมชักจะสนใจ LCD TV ขึ้นมาแล้วสิครับ เอ… แล้วถ้าผมอยากจะซื้อมาใช้ซักตัวนึง ผมจะต้องพิจารณาอะไรบ้างครับ? องค์ประกอบหลักๆ ที่ควรพิจารณาในการเลือกซื้อ LCD TV มีทั้งหมด 8 ประเด็นด้วยกันครับ นั่นคือ: 1. ขนาดของจอ– จอ LCD มีขนาดให้เลือกค่อนข้างหลากหลายทีเดียว ที่มีขายในบ้านเรานั้นมีให้เลือกตั้งแต่ขนาด 20 นิ้วไปจนถึงขนาด 80 นิ้ว ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งาน และงบประมาณของคุณ แน่นอนครับ ขนาดที่ใหญ่กว่าย่อมให้ภาพที่ใหญ่อลังการ และดูคล้ายกับจอหนังในโรงภาพยนตร์มากขึ้น จอใหญ่ๆ จะเหมาะสมกับห้องกว้างๆ เช่นห้องนั่งเล่น ที่คุณสามารถนั่งชมภาพยนตร์กับสมาชิกในครอบครัวได้ ส่วนจอที่มีขนาดเล็กลงมา จะเหมาะกับห้องที่มีขนาดเล็กลง เช่นห้องนอนเป็นต้น แต่อย่าลืมนะครับว่า ยิ่งจอใหญ่เท่าไหร่ ราคาก็ขยับสูงขึ้นไปเท่านั้นคนส่วนใหญ่จะเลือกซื้อจอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่งบประมาณที่ตั้งไว้จะสามารถซื้อได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเลือกขนาดของจอที่เหมาะสม ควรพิจารณาจากระยะการรับชมเป็นหลัก โดยขนาดของจอควรมีความสัมพันธ์กับระยะห่างที่คุณตั้งใจเอาไว้ว่าคุณจะนั่งดูทีวี ตัวอย่างเช่น หากคุณซื้อจอขนาด 40 นิ้ว เพื่อมานั่งชมในระยะห่างไม่ถึง 1 เมตร คุณคงรู้สึกไม่สบายตาแน่ๆ แต่ถ้าคุณนั่งห่างออกมาซัก 2 – 4 เมตร ก็จะเป็นระยะที่ดูแล้วสบายที่สุด และเป็นระยะที่จะได้รับประโยชน์จาก LCD TV ของคุณได้อย่างเต็มที่ตารางข้างล่างนี้แสดงขนาดจอที่เราแนะนำ เมื่อเปรียบเทียบกับระยะห่างในการชมที่คุณตั้งใจไว้ขนาดของจอระยะการชมที่แนะนำ (โดยประมาณ) 20 นิ้ว60 เซนติเมตร - 2 เมตร24 นิ้ว1 – 1.8 เมตร26 นิ้ว1 – 2 เมตร32 นิ้ว1.2 – 3 เมตร37 นิ้ว1.5 – 3.5 เมตร40 นิ้ว2 – 4 เมตร46 นิ้ว2.5 – 5 เมตรตัวเลขจากตารางข้างบน เป็นตัวเลขที่เราแนะนำเท่านั้น การเลือกขนาดที่เหมาะสมควรเลือกขนาดที่คุณคิดว่าลงตัวที่สุดกับระยะการชมที่คุณต้องการ หากสนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถอ่านได้จากบทความที่เว็บไซท์ www.lcdspec.com ครับ2. Response time– การวัด response time หมายถึงค่าที่ได้จากการวัดระยะเวลาของเม็ดพิกเซลที่ใช้ในการแสดงสีดำสนิท –> เปลี่ยนเป็นสีขาวสนิท –> และเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอีกครั้ง (pixel หมายถึงเม็ดสีหรือจุดสีซึ่งเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของ LCD) ยิ่งตัวเลข response time น้อยเท่าไหร่ ยิ่งหมายความว่าคุณจะเห็นเอฟเฟคท์ต่างๆ เช่น เงา (ghosting) หรือ ขอบของวัตถุที่ลากเป็นทางยาว (streaking) ได้น้อยลงเท่านั้น ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการแสดงภาพเคลื่อนไหวเร็วๆ เช่นการเล่นเกม หรือภาพการแข่งกีฬา เป็นต้นแต่เนื่องจากปัจจุบัน ผู้ผลิตแต่ละรายใช้วิธีการวัด response time ที่ไม่เหมือนกัน จึงเอาตัวเลขนี้มาเป็นหลักในการพิจารณาได้ไม่ทั้งหมด เพราะฉะนั้นคุณจึงควรเอาหนัง หรือเกมแผ่นโปรดไปเปิดทดสอบด้วยตนเองที่ร้านครับ3. ความละเอียดของ Panel (Panel resolution)– จอ LCD TV ที่มีขายในบ้านเราโดยส่วนใหญ่จะมีอยู่ 2 ประเภท นั่นคือจอ HD Ready และจอ Full HD ซึ่งตัวเลขความละเอียดของหน้าจอนั้น เป็นตัวบอกจำนวนของจุดสี (หรือเม็ดพิกเซล) ที่ประกอบขึ้นมาเป็นจอนั้น• จอ HD Ready มีความละเอียดอยู่ที่ 1366 x 768 พิกเซล ซึ่งหมายถึงว่ามีจำนวนพิกเซลในแนวนอน 1366 จุด และแนวตั้ง 768 จุด ซึ่งคำนวณออกมาแล้วจะได้จำนวนพิกเซลทั้งหมด 1,049,088 จุด หรือประมาณ 1 ล้านพิกเซลนั่นเอง• จอ Full HD มีความละเอียดอยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเมื่อคำนวณออกมาแล้วจะได้จำนวนพิกเซลทั้งหมด 2,073,600 พิกเซล หรือประมาณ 2 ล้านพิกเซลนั่นเองความละเอียดของ Panel ยิ่งสูงเท่าไหร่ ยิ่งหมายถึงว่ามันสามารถแสดงรายละเอียดของภาพได้มากขึ้นเท่านั้น ลองนึกเปรียบเทียบจอ 40 นิ้วแบบ HD Ready กับแบบ Full HD ดูนะครับ จอทั้งสองตัวนี้มีขนาด 40 นิ้วเท่ากันก็จริง แต่จอแบบ Full HD จะสามารถแสดงรายละเอียดยิบย่อยได้ดีกว่า เนื่องจากในพื้นที่ 40 นิ้วเท่ากันนั้น มันมีจำนวนเม็ดพิกเซลที่บรรจุอยู่ในนั้นมากกว่าประมาณ 2 เท่า ซึ่งทำให้ภาพดู “เนียน” มากขึ้นนั่นเองจอแบบ HD Ready ถูกออกแบบมาให้แสดงผลที่ความละเอียด 720p (720 เส้น) แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณป้อนสัญญาณที่มีความละเอียดสูงกว่านั้นเข้าไป (เช่น 1080i หรือ 1080p) จอ HD Ready ก็จะเอาสัญญาณภาพไปผ่านวงจรลดขนาดภาพให้เหลือเท่ากับ 720p เพื่อให้สามารถแสดงผลบน Panel ที่มีความละเอียดต่ำกว่าสัญญาณที่ป้อนเข้าไปได้ส่วนจอแบบ Full HD เมื่อคุณป้อนสัญญาณแบบ 1080i หรือ 1080p (1080 เส้น) เข้าไป จอก็จะเอาไปแสดงผลได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านวงจรขยายภาพก่อน แต่ถ้าคุณป้อนสัญญาณแบบ 480p หรือ 720p เข้าไป จอก็จะเอาสัญญาณนั้นไปขยายให้มีขนาดเท่ากับ 1080p เพื่อให้สามารถแสดงบน Panel ได้อย่างไรก็ตาม ความละเอียดก็ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการเลือกซื้อ LCD TV เพราะมันขึ้นอยู่กับ content ที่คุณจะเอามาแสดงบนจอด้วย คุณสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของ Panel resolution กับระยะการชม รวมถึงความแตกต่างของ 720p, 1080i และ 1080p ได้ที่เว็บไซท์ www.lcdspec.com ครับ4. ความสว่าง (brightness)– ความสว่างของจอ LCD นั้นเป็นการวัดความเข้มของแสงที่จอ LCD สามารถแสดงได้ โดยมีหน่วยเป็น cd/m2 (candela per square meter) หรือ nits — ความสว่างเป็นตัวแปรสำคัญตัวหนึ่งของจอ LCD ทีเดียว จอที่สว่างมาก ก็จะสามารถสู้แสงสว่างมากๆ ได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในกรณีที่คุณเอาทีวีไปตั้งไว้ในห้องที่มีแสงสว่างเยอะๆโดยทั่วไปแล้ว LCD ที่มีวางขายในตลาดบ้านเรา จะมีความสว่างอยู่ที่ 300 nits ขึ้นไป และความสว่างที่เหมาะสมควรอยู่ที่ประมาณ 400 nits แต่ถ้าจะสว่างกว่านั้นก็ไม่ผิดกติกาอะไรครับ5. Contrast Ratio– ความหมายของ Contrast ratio คืออัตราส่วนระหว่างจุดที่มืดที่สุดกับจุดที่สว่างที่สุดที่จอสามารถแสดงได้ในเวลาเดียวกัน ซึ่งในทางปฏิบัติแล้ว Contrast ratio ที่ดีพอ จะช่วยให้จอสามารถแสดงรายละเอียดในส่วนมืด และส่วนสว่างของภาพได้ดียิ่งขึ้น และ contrast ratio สูงๆ จะช่วยให้จอสามารถแสดงรายละเอียดของภาพในฉากที่มืดๆ ได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วยจอ LCD ที่มีขายในบ้านเราในปัจจุบัน มีค่า Contrast ratio ตั้งแต่ 2000:1 ขึ้นไปจนถึง หลายล้านต่อหนึ่งก็มี จึงทำให้ตัวเลขนี้ดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าไรนัก จอที่เราแนะนำควรจะมี dynamic contrast ratio ประมาณ 30000:1 ขึ้นไป และหากคุณสนใจเกี่ยวกับรายละเอียดในเรื่อง contrast ratio และความแตกต่างของ Panel contrast ratio กับ dynamic contrast ratio อย่าลืมเข้าไปศึกษาได้ในเว็บไซท์ของเรานะครับ6. มุมมองการรับชม (viewing angle)– มุมมองการรับชม หมายถึงมุมมองในการรับชมจากด้านข้าง, ด้านบน หรือด้านล่างที่สามารถรับชมได้โดยคุณภาพของภาพไม่ลดลง ลองนึกเปรียบเทียบกับทีวีจอแก้วเลยครับ คงไม่มีใครนั่งชมทีวีตรงหน้าจอตลอดเวลาได้แน่ๆ ถึงแม้ว่าคุณจะนั่งอยู่กลางจอพอดี แต่เพื่อนที่นั่งอยู่โซฟาตัวเดียวกับคุณก็จะต้องมองทีวีในมุมด้านข้าง หรือแม้แต่เวลาคุณวางหน้าจอไว้ที่โต๊ะ และนั่งกับพื้นเพื่อเล่นวีดีโอเกม คุณก็ต้องมองภาพบนจอจากมุมด้านล่างเช่นเดียวกันธรรมชาติของจอ LCD นั้นมีข้อจำกัดในเรื่องของมุมมอง ทำให้มันไม่สามารถมองได้ทุกมุมอย่างจอ CRT ได้ ผู้ผลิตจอจึงได้เอาตัวเลของศาการมอง (viewable angle) มาเป็นจุดขายของ LCD TV ด้วย โดยตัวเลขที่ผู้ผลิตโฆษณานั้นจะแสดงเป็นตัวเลข เช่น 160/160 หมายถึง คุณสามารถมองภาพบนจอนั้นด้วยมุมมองด้านข้าง/ด้านบนหรือล่าง ได้กว้างสูงสุดที่ 160 องศา โดยที่ภาพไม่มีอาการสีเพี้ยนให้เห็นตัวเลข viewing angle ยิ่งใกล้ 180 องศาเท่าไหร่ ยิ่งหมายความว่าจอ LCD นั้นมีมุมมองที่กว้างมากนั่นเอง7. ความสามารถในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ (connectivity)– อีกประเด็นที่ควรพิจารณาในการเลือกซื้อ LCD TV คือ จำนวนช่องสัญญาณประเภทต่างๆ ที่มีมาให้ ตรงนี้ควรเลือกให้สอดคล้องกับความต้องการของคุณ หากคุณมีแผนที่จะเอา LCD TV ตัวนี้ไปต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ เช่น เครื่องเล่น DVD, เครื่องเล่นเกมอย่าง XBOX 360 หรือ Playstation 3 หรือแม้แต่เครื่องคอมพิวเตอร์, กล้องดิจิตอล และอุปกรณ์พกพาต่างๆ คงไม่สนุกแน่ๆ ถ้าทีวีของคุณมีพอร์ท HDMI เพียงพอร์ทเดียว แต่คุณมีอุปกรณ์ที่ใช้ HDMI อยู่ 3 ชิ้น และคุณจะต้องถอดอุปกรณ์สลับไปมาเวลาที่คุณต้องการใช้งานพอร์ทต่างๆ ที่เราแนะนำว่า LCD TV ควรจะมีคือ:• พอร์ท HDMI (High Definition Multimedia Interface) สำหรับต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ที่ส่งสัญญาณแบบดิจิตอล เช่นเครื่องเล่น Blu-ray disc, เครื่องเล่น DVD และคอมพิวเตอร์ เป็นต้น เราแนะนำว่าจอ LCD ของคุณควรมีพอร์ท HDMI อย่างน้อย 2 พอร์ท• พอร์ท Component เป็นพอร์ทรับสัญญาณอนาล็อกคุณภาพสูง ซึ่งควรจะมีอย่างน้อย 2 พอร์ท• พอร์ท Composite และ S-Video สำหรับต่ออุปกรณ์ที่มีช่อง AV-Out หรือ S-Video out ทั่วไป ซึ่งพอร์ทนี้ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นมาตรฐานที่ให้มากับ LCD TV แทบจะทุกรุ่น• พอร์ท VGA หรือ D-Sub สำหรับเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์แบบอนาล็อก หรือเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ที่มีช่อง VGA out ตรงนี้สามารถเลือกให้ตรงกับความต้องการของคุณ หากคุณไม่ต้องการใช้มัน ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อ LCD TV ที่มีพอร์ทนี้• พอร์ท LAN สำหรับเชื่อมต่อ internet หรือเล่นไฟล์มัลติมีเดียจาก UPNP (DLNA) server พอร์ทนี้จะพบได้ใน LCD TV แบบไฮเอนด์ หากคุณไม่มีความจำเป็นต้องใช้มัน ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อ LCD TV ที่มีพอร์ทนี้8. เสียง (sound)– LCD TV ทั่วไปจะติดลำโพงมาด้วยอยู่แล้ว การเลือกลำโพงให้ถูกใจนั้นไม่มีกฏเกณฑ์ที่ตายตัว เพราะมันขึ้นอยู่กับรสนิยม และความต้องการของผู้ฟังเป็นหลัก ข้อควรระวังในประเด็นนื้คือ จอ LCD บางรุ่น โดยเฉพาะรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับใช้เป็น Monitor จะไม่มีลำโพงติดมาด้วย เพราะฉะนั้นคุณจะต้องหาซื้อลำโพงมาใช้ต่างหาก เราจึงขอแนะนำให้ศึกษาสเป็กให้ละเอียดก่อนเลือกซื้ออ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ทีมงาน LCDSPEC หวังว่าคุณจะสามารถเลือกซื้อ LCD TV ได้ถูกใจมากยิ่งขึ้นนะครับ หากคุณสนใจอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติม ทั้งรายละเอียดทั่วไป และรายละเอียดทางเทคนิค สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซท้ www.lcdspec.com ของเรา ซึ่งมีทั้งสาระความรู้และข่าวสารต่างๆ เกี่ยวกับวงการ LCD รวมถึงบทความน่ารู้ และรีวิวจอ LCD เด็ดๆ ให้ตัดสินใจก่อนเลือกซื้อ นอกจากนี้เรายังมีเว็บบอร์ดสำหรับให้สมาชิกได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และความรู้ต่างๆ ด้วยครับแล้วพบกันนะครับDownload บทความนี้————————————————————————————————————————————————————–สงวนสิทธิ์: 2551 LCDSPEC.com ห้ามทำซ้ำส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมดของบทความนี้โดยไม่ได้รับอนุญาติ
Review: Acer S231HL – LED Monitor 23″ Full HD ประสิทธิภาพเต็มที่ ดีไซน์บางเฉียบ
ในวันนี้ LCDSPEC ได้มีโอกาสสัมผัสกับ LED Monitor รุ่นใหม่จากทาง Acer กัน ในรุ่น S231HL เป็นจอ Widescreen ที่มีขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว สัดส่วนยอดนิยม 16:9 อีกทั้งยังมีความละเอียดระดับ Full HD (1920×1080พิกเซล) มีคอนทราสต์ที่สูงถึง 12,000,000:1 และอัตราความเร็วตอบสนองที่ 5msหน้าจอเป็นแบบจอด้าน สำหรับความสามารถอื่นๆ LED Monitor รุ่นนี้ พูดกันตามความเป็นจริงก็บอกได้เลยครับว่าไม่มี ก็แน่ล่ะราคาแค่หกพันบาทต้นๆ จะใส่อะไรมากมายได้อย่าง ทำให้การรีวิวครั้งนี้เราก็จะมาเน้นในส่วนของเวลานำไปใช้งานจริงกันนะครับ ว่าสามารถตอบโจทย์การใช้งานแต่ละประเภทว่าได้ดีเพียงใดครับคราวนี้เรามาลองแกะกล่องดูกันเลยดีีกว่าว่าเจ้า LED Monitor: Acer S231HL นั้นจะมีอะไรมาบ้าง ซึ่งพร้อมด้วย สายสัญญาณทั้ง Digital (DVI) และ Analog (D-Sub) และที่จะขาดซะไม่ได้ก็เห็นจะเป็นอแดปเตอร์ไฟแบบภายนอก เนื่องจากจอได้ออกแบบมาให้มีความบางค่อนข้างมากเลยทำให้ต้องแยกภาคจ่ายไฟออก มาวางไว้ข้างนอกอีกทีLED Monitor Acer S231HL ที่มากับขนาดจอใหญ่ถึง 23 นิ้ว แบบไวด์สกรีน 16:9 บนความละเอียดสูงสุดที่ 1920 x 1080 จุดภาพ (FullHD) ที่ให้อัตราความคมชัดมากถึง 12ล้าน:1 (ACM) และความเร็วตอบสนองที่อาจจะดูเป็นมาตรฐานสักหน่อยคือ 5ms โดยสนนราคาค่าตัวตามโบร์ชัวอยู่ที่  6,540 บาท ซึ่งในส่วนของราคาจะเห็นว่าราคาก็จัดได้ว่าสมเหตุสมผลอยู่ แต่ยังไงก็ยังน่าเสียดายที่น่าจะติดตั้งพอร์ต HDMI มาให้ด้วยเลย เผื่อว่าใครอย่างเอาไปต่อกับเครื่องเล่นเกมคอนโซล หรือแม้แต่การ์ดจอพีซีรุ่นใหม่ๆ ที่ในปัจุบันควรจะมี HDMI กันหมดแล้วครับหลังจากที่ได้แกะออกมาแล้ว ก็พบกับ… โฟมครับ… อ่อไม่ใช่ครับ พระเอกของเราเองครับ LED Monitor: Acer S231HL ที่เล่นกับตัวกรอบแบบ Glossy ในสีที่ดำสนิท หน้าตาโดยรวมดูเรียบหรูในส่วนฐานก็ไม่ได้ดูหวือหวาอะไรมากนักเป็นเพียงฐานกลมรีขัดมันแบบ Glossy ลักษณะเดียวกับตัวจอส่วนด้านหลังนั้นก็ออกมาแบบเรียบๆ ครับ มีป้ายสติกเกอร์บ่งบอกว่าเป็น S231HL เพียงจุดเดียวของเครื่อง ถัดมาตรงกลางของเครื่องจะเป็นสกรูสำหรับขันยึดกับขาตั้ง และขวาสุดเป็นพอร์ตต่างๆ ครับอ่อทางมุมบนซ้ายเป็นตัวอัดนูนโลโก้ acer ที่เห็นได้อย่างชัดเจนลองมาดูความบางของตัวจอกันหน่อยละกันปุ่มต่างๆ นั้นจะอยู่บริเวณด้านล่างขวาของตัวจอ แต่อาจจะสังเกตยากสักหน่อย ที่้เห็นจากในภาพนั่นเป็นปุ่มเปิด/ปิดครับ เวลาจอทำงานจะมีแสงสีฟ้าออกมา ส่วนถ้าเป็นสถานะ Standby จะเป็นสีเหลืองครับมากันที่อีกมุมนึง ที่ดูสวยหรูเรียบๆการเชื่อมต่อของ LED Monitor: Acer S231HL นั้นก็ไม่มีอะไรมากมาย ซึ่งที่แต่ละพอร์ตก็มีการเขียนไว้อย่างชัดเจนด้วย จากซ้าย คือ DVI-D, D-Sub และขวาสุดเป็นช่องต่อเสียบอแดปเตอร์หรือแหล่งพลังงานแหล่งเดียวของจอเลยครับ (ว่าแต่จะมีจอไหนมีช่องต่อไฟเกิน 1 ช่องบ้างเนี่ย –.-” )
บทความ: LED TV เหนือกว่า LCD TV ทั่วไปอย่างไร
คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าเทคโนโลยีอะไรที่อยู่เบื้องหลังความหรูหรา เพรียวบาง งดงามของดีไซน์ และความสามารถในการแสดงภาพของ LED TV ที่ทำได้สวยงามน่าตื่นตาตื่นใจกว่าภาพที่ได้จากจอ LCD TV ทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด?ในช่วงปี 2008 – 2009 ที่ผ่านมาเทคโนโลยี LED TV ถือว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามาพลิกโฉมหน้าของวงการ HDTV เลยทีเดียว เทคโนโลยีดังกล่าวนอกจากทำให้การออกแบบจอ LCD ให้มีความบางมากๆ ไม่ใช่ความฝันอีกต่อไปแล้วมันยังช่วยปรับปรุงและลบข้อด้อยของเทคโนโลยี LCD ในหลายๆ แง่ได้อีกด้วย และด้วยเทคโนโลยีการผลิต LED ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผลิตภัณฑ์ LED TV รุ่นหลังๆ มีประสิทธิภาพสูง ทนทาน และน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้เราได้ใช้สินค้าที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ในราคาถูกลงเรื่อยๆ ในปี 2010 นี้จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมในการลงทุนกับ LED TV ดีๆ สักเครื่อง มาติดตามกันเลยครับว่า LED TV นั้นมีข้อดีอย่างไรบ้างในด้านเทคนิค LED TV ยังถือว่าเป็น LCD TV ประเภทหนึ่ง โดยทั้งคู่ต่างก็ใช้ Liquid Crystal Display (LCD) ในการแสดงภาพที่ได้รับจากแหล่งกำเนิดสัญญาณเหมือนๆ กัน แต่สิ่งที่อยู่เบื้องหลังความแตกต่างของ LED TV นั่นคือเทคโนโลยี backlighting นั่นเองหลอด backlight ที่นิยมใช้กับ LCD TV ในปัจจุบันมี 2 ประเภท ได้แก่ backlight แบบ CCFL (Cold Cathode Fluorescent Lamp) ซึ่งเป็น backlight ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย และพบได้ทั่วไปใน LCD TV หรือ LCD Monitor ส่วน backlight อีกประเภทที่น่าจะเข้ามาแทน backlight แบบ CCFL ในไม่ช้า คือ backlight แบบ LED (Light-Emitting Diode)การนำหลอด LED มาใช้เป็น backlight แทนการใช้หลอด CCFL นั้นจะช่วยเพิ่ม contrast ratio ให้กับจอ LCD ทำให้ภาพดูมีมิติขึ้น แสดงสีดำและไล่เฉดสีเทาได้หลากหลายมากขึ้น และเนื่องจากหลอด LED มีประสิทธิภาพในการเปล่งแสงได้แรงกว่าหลอดและมีขนาดเล็กกว่า ทำให้ผู้ผลิตสามารถออกแบบ TV ที่มีขนาดบางลง และใช้พลังงานน้อยลงอีกด้วยเช่นเดียวกับเทคโนโลยีของ CCFL Backlight ที่มีหลายประเภท เทคโนโลยีของ LED Backlight นั้นก็มีหลายประเภทเช่นเดียวกันโดย LCD TV ที่ใช้ LED Backlight ที่มีขายในปัจจุบันมี 2 ประเภทด้วยกัน คือLED-backlit LCD TV หมายถึงจอ LCD TV ที่ติดตั้งหลอด LED ไว้ด้านหลัง โดยหลอด LED ดังกล่าวจะเป็นแบบสีขาวทั้งหมด หรือเป็นแบบสามสี (แดง เขียว และน้ำเงิน: RGB) ก็ได้ การติดตั้งหลอด LED ไว้ด้านหลัง จะทำให้แผงควบคุมสามารถสั่งเปิดหรือปิดหลอด LED ดังกล่าวเป็นกลุ่มๆ ตามภาพที่แสดงอยู่บนจอในขณะนั้นได้ (เราเรียกเทคนิคนี้ว่า local dimming หรือ selective dimming)ซึ่งส่งผลให้บริเวณของภาพที่เป็นสีดำนั้นกลายเป็นสีดำสนิทอย่างแท้จริง และในกรณีที่ใช้หลอด LED แบบ RGB ก็จะช่วยทลายข้อจำกัดในการแสดงสีของจอ LCD ไปได้เลย เนื่องจากหลอด LED ทั้งสามสีนั้นสามารถผสมกันเป็นสีอะไรก็ได้ ส่งผลให้จอ LCD สามารถแสดงสีได้สมจริงยิ่งขึ้น ตัวอย่างของ LCD TV ที่ใช้เทคโนโลยี LED-backlit ได้แก่ Sony Bravia 46X450A, เป็นต้นLED Edge-lit LCD TV หมายถึงจอ LCD TV ที่ติดตั้งหลอด LED สีขาวไว้ตามขอบทั้งสี่ด้านของจอ จึงทำให้ผู้ผลิตสามารถออกแบบจอให้มีความบางมากๆ ได้ และถึงแม้ LCD TV ประเภทนี้ถึงแม้จะไม่สามารถสั่งปิด backlight เป็นกลุ่มๆ ได้เหมือนแบบแรก แต่ด้วยอานิสงส์ของหลอด LED จึงทำให้ภาพที่แสดงมีมิติมากกว่า มีความสว่าง และ contrast ratio สูงกว่า และไล่ระดับสีดำและเทาได้ดีกว่าจอ LCD TV ที่ใช้ CCFL backlight ทั่วไป ตัวอย่างของ LCD TV ที่ใช้ LED Edge-lit ได้แก่ Sony Bravia EX700, NX700 และ NX800 series เป็นต้นSony Bravia EX700Sony Bravia NX700หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการเลือกซื้อ LED TV ของทุกๆ ท่าน และติดตามข่าวสารและบทความดีๆ เกี่ยวกับ HDTV ได้ที่นี่นะครับ LCDSPEC.
PS3 กับ 1080p แบบสามมิติ จะไปด้วยกันได้หรือไม่
ปัญหาให้สับสนเล่นกันอีกแล้ว เมื่อคู่มือการทำเกมสามมิติอย่างเป็นทางการของ PlayStation 3 กลับระบุว่า เครื่องจะแสดงผลแค่ 720p เท่านั้น ตอนนี้ทาง Sony เองก็ได้ออกมาให้รายละเอียดในการประชุมกลุ่มนักพัฒนาที่ผ่านมาแล้ว คุณ Simon Benson จาก Sony ได้อธิบายว่า แม้เกมอย่าง Super Stardust HD จะรันอยู่ที่ 1080p โดยตัวมันเองแล้ว แต่ภาพจะโดนลดขนาดมาเป็น 720p สองภาพแทน (แต่ละภาพสำหรับตาแต่ละข้าง) แต่แน่นอนเครื่อง PlayStation 3 สามารถแสดงผลภาพสามมิติด้วยความละเอียดขนาดนั้นได้ รวมทั้งภาพของ Blu-Ray ที่จะอัพเกรดในอนาคตด้วย เขายังบอกอีกว่า มันสามารถรันภาพ 720p ได้ที่ 60 เฟรมอยู่แล้ว สำหรับ Blu-Ray จะรันที่ 24 เฟรม สำหรับพวก Cinematic Game นั้นเหมาะจะรันที่เฟรมต่ำแต่ความละเอียดสูงๆ แต่ ณ ตอนนี้ตามคู่มือยังไม่สามารถทำได้ปัญหานี้อาจจะไม่ส่งผลอย่างเห็นได้ชัดกับตัวคนเล่น คุณ Benson บอกอีกว่า แม้ตัวนักออกแบบกราฟิกที่ชำนาญยังแยกภาพความละเอียดทั้งสองแทบไม่ออก เรื่องนี้ก็คงเป็นปัญหาให้คนที่มีเวลาว่างพอจะมานั่งนับพิกเซลไปเถียงเล่นกันสักพักที่มา : joystiq.com
LCDSPEC พาเที่ยวงาน Electronica Showcase 2010 ภาค1
พบกับ LCDSPEC  อาสาพาเที่ยวงาน Power Mall Electronica Showcase @ Siam Paragon กันนะครับ ซึ่งงานนี้อย่างที่ทราบกันคืองานมหกรรมที่รวบรวมเครื่องใช้ไฟฟ้า (อย่าง TV ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย) และสินค้าไอทีต่างๆ อาทิ โน้ตบุ๊ก คอมพิวเตอร์ กล้องดิจิตอล และโทรศัพท์มือถือ ที่จัดได้ว่าใหญ่ที่สุดแห่งปีงานหนึ่ง ที่ให้คุณได้ช้อปสนั่นกรุงก่อนใครรับส่วนลดคืน รวมสูงสุด 21% ในวันที่ 30 มิถุนายน – 11 กรกฎาคมนี้  ณ Royal Paragon Hall ชั้น 5 สยามพารากอนสำหรับใครที่ยังไม่ได้ชมพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ ก็สามารถชมกันได้ ที่นี่ ครับบริเวณด้านหน้าของงาน ที่จัดขึ้น Royal Paragon Hall ชั้น 5 สยามพารากอน สำหรับการเดินทางแนะนำให้มารถไฟฟ้ากันนะครับ แล้วตรงขึ้นลิพท์มาเลย น่าจะสะดวกสุดตรงบันไดเลื่อนก็จะมี Directory Board อยู่ ใครเข้ามาแล้วยังงงๆ สามารถดูตรงจุดนี้ได้ด้านหน้าของทางเข้าจะเป็นเวทีที่ไว้จับลุ้นโชค iPad ทุกวัน สำหรับคนที่ซื้อสินค้าทุกๆ 3,000 บาท รวมถึงยังเป็นที่ประมูลสินค้าอีกด้วยด้านหน้างานอีกเช่นกัน เราจะพบกับสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ที่มาพร้อมกับดีไซน์ที่เป็นแฟชั่น จัดแสดงอยู่เครื่องซักผ้า ทีวี ชุดโฮมเธียร์เตอร์ ก็จัดได้ว่าอยู่ในรูปแบบของแฟชั่นเห็นน้องเค้ายืนเหงาๆ เลยกดมาฝากกันซักหนึ่งภาพครับส่ววนี่ก็จะเป็นของรางวัลต่างๆ เพียงคุณจับจ่ายสินค้าภายในงาน Power Mall Electronica Showcaseก่อนเข้างาน แวะมาดูการประมูล ชุดโฮมเธียร์เตอร์จาก Philips สุดเร้าใจซักเล็กน้อยเอาล่ะครับ มาเข้าชมงานกันดีกว่าเจอก่อนเลยกับบูธ Canon ที่ขนกล้องดิจิตอล มาแบบทุกรุ่น ทุกซีรี่ย์อดใจไม่ได้ กับความน่ารักของพริ้ตตี้สาวโทรศัพท์มือถือก็มีมานะครับทุกรุ่นทุกยี่ห้อที่เดียวผู้ให้บริการก็มีมา อย่างบูธนี้ก็จะเป็น DTAC  ที่มี BB โปรโมชั่นเด็ดมาพร้อมกับพริ้ตตี้สาวคนเดิม (น่ารักเหมือนเดิมด้วย)บูธ AIS ก็มานะครับ พร้อมให้ทดลองการใช้งาน 3G กันแบบสดๆ ภาพ โน้ตบุ๊กพร้อมมีพริ้ตตี้สาวคอยให้บริการต่างๆ เกี่ยวกับข้อมูลสินค้าป็นอย่างดีกล้องต่างๆ ก็มากันเพียบอย่าง Fujifilm ที่มีตัว HS10 สุดแจ่มOlympus ก็นำ PEN E-PL1 มายั่วน้ำลายเช่นกันNikon ก็ไม่พลาดเหมือนกันที่จะมาเปิดบูธ พร้อมกับมีเลนส์ Super Tele มาโชว์อีกเช่นเคย ว่าแต่จะลองขึ้นไปส่องสาว แต่ดันไม่มีมุม – -aPanasonic นำกล้องดิจิตอล Lumix มาทั้งกองทัพกล้องวีดีโอก็มีอย่าง JVC และ Sanyoแต่ ณ นาทีนี้ คงไม่มีใครโดดเด่นเท่า Sony NeX-5 อีกแล้วเด่น ไม่เด่นยังไง ดูจากภาพนี้ได้ ว่าผมไปโฟกัสที่ไหนไปต่อกันเลยที่หน้า 2 >>>
LCDSpec พาสัมผัสปรากฎการณ์แห่งภาพและเสียงระดับมาสเตอร์พีซ “ซัมซุง C9000 3D แอลอีดีทีวี”
สวัสดีครับ ช่วงนี้ดูเหมือนฟ้าฝนจะตกกันแบบไม่ลืมหูลืมตากันเลยนะครับ เล่นเอาต้องเดินลุยน้ำเข้าที่พักกันเลยทีเดียว มาคราวนี้ก็พบกับการเที่ยวชมกันสักหน่อย ด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ กับผลิตภัณฑ์ระดับมาสเตอร์พีซ ซัมซุง C9000 3D แอลอีดีทีวี ที่ออกมาสั่นสะเทือนวงการภาพและเสียงทั่วโลก ด้วยนวัตกรรมและโดเด่นที่สุดของการออกแบบ ที่ทำให้ผู้ชมดื่มด่ำทุกสัมผัส เต็มอิ่มทุกอารมณ์ในมิติของภาพด้วยเทคโนโลยี 3D HyperReal Engine ซึ่งได้รับการันตีด้วยรางวัล Innovation Award จาก ICES2010สถานที่จัดงานครั้งนี้ก็โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพ เมื่อออกจากลิฟต์แล้วเราก็จะพบกับ Samsung C9000 3D LEDTV ที่ได้ชื่อว่าทีวีที่มีคนอยากดูมากที่สุด (แม้ขณะปิดเครื่อง) และเป็น LEDTV ที่บางที่สุดในโลกก็ว่าได้ ซึ่งมีความหนาเพียง 7.9 มิลลิเมตรเท่านั้นเมื่อเริ่มงานอย่างเป็นทางการ คุณรัชตะ สุทธาพัฒน์ธานนท์ ผู้จัดการอาวุโสกิจภาพและเสียง บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิกส์ จำกัด กล่าวต้อนรับพร้อมและแนะนำผลิตภัณฑ์พร้อมร่วมพูดคุยกับสื่อมวลชนและตามมาด้วยการสาธิตผลิตภัณฑ์ โดยคุณอัศวิน ชูสถานพรกุล ผู้จัดการผลิตภัณฑ์แอลอีดีทีวีและแอลซีดีทีวี บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิกส์ จำกัดด้วยความโดดเด่นของตัวเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ แบบ Titanium Brushed ที่ดูหรูหราสะดุดตา หน้าจอใหญ่ถึง 55 นิ้ว และความบางที่บางเฉียบ หนาเพียงแค่ 7.9 ม.ม. ซึ่งอาจจะทำให้เจ้าเหมียวที่บ้านแอบงอนได้ TT-TT (เพราะไม่มีที่บนทีวีให้นอน)สเปกของ Samsung C9000 3D LEDTVปุ่มควบคุมแบบสัมผัส (สัมผัสตั้งแต่ตอนเปิด) โดยเมื่อไฟที่ปุ่มดับลง แผงควบคุมจะสไลด์กับเข้าไปเองมาลองดูอุปกรณ์ที่ใหญ่กว่าทีวีดูบ้าง (ออกคำสั่งทีวีได้) Remote Control นั่นเอง โดยรีโมทตัวนี้เป็นแบบ Touch Remote Control มีหน้าจอแบบ LCD Touch Screen หน้าตาและขนาดก็อย่างที่เห็นอยู่ในมือนั่นแหละครับ ดูเผินๆ ก็นึกว่าเป็นโทรศัพท์มือถืออยู่เหมือนกัน o_O (ถ้าใส่ซิมได้ก็คงใช่)และจุดเด่นอีกอย่างของ Touch Remote Control ตัวนี้ยังไม่หมดกันง่ายๆ เคยมั้ยกับการดูหนัง ดูบอล ชอตกำลังสำคัญเลย แต่ดันต้องลุกไปเข้าห้องน้ำ… คราวนี้ก็หมดห่วงว่าจะพลาดชอตเด็ดไปได้เลยเมื่อพกทีวีเครื่องที่สองไปด้วย ด้วยหน้าจอ LCD 3 นิ้ว ถ่ายทอดทั้งภาพและเสียง เพียงแค่กดที่รีโมท Touch Remote ก็จะกลายเป็นทีวีได้อย่างง่ายดายและปิดท้ายด้วยภาพหล่อๆ ของผู้บริหารจาก บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิกส์ จำกัดสรุปแล้ววันนี้กับเวิร์คช็อป สัมผัสปรากฎการณ์แห่งภาพและเสียงระดับมาสเตอร์พีซ “ซัมซุง C9000 3D แอลอีดีทีวี” ได้สัมผัสปรากฎการณ์ใหม่จริงๆ ครับ ทั้งภาพที่เฉียบคม ความสามารถด้าน 3D ที่สามารถแปลงจาก 2D ไปเป็น 3D ทำให้เราได้เล่น 3D ไปก่อนที่คอนเทนต์ 3D จริงๆ จะออกมามากขึ้น หรือรีโมทตัวใหม่ที่สามารถเป็นทีวีได้อีกเครื่องเมื่อจำเป็นต้องละจากจอหลักที่กำลังดูอยู่
Review: LG INFINIA 42LE8500 – Full LED TV Slim ครั้งแรกของโลก ที่สุดแห่งสีดำเนียนสนิท
By: samantagtr | Date: 6 June 2010 | อ่าน 40,485 | 5 ความเห็น

« ก่อนหน้านี้     หน้าต่อไป »  

นาทีนี้ใครๆ ก็คงจะกำลังจะเห่อกับทีวี 3มิติ ที่มีการเปิดกันมาบ้างแล้วในปี 2010 นี้ แต่สำหรับใครที่ไม่สนใจ 3มิติ แล้วล่ะก็ วันนี้ LCDSPEC ก็ขอเสนอรีวิว LED TV รุ่นใหม่ล่าสุดจากทาง LG อย่าง LG INFINIA LE8500 พร้อมมีรางวัลการันตีด้านดีไซน์มาด้วย ที่รับรองว่าจะต้องถูกใจทุกๆ คน แน่นอน

LG INFINIA LE8500 เป็น LED TV แบบ Full LED Slim ที่รองรับความละเอียดหน้าจอได้สูงสุดที่ Full HD (1920×1080) มีเทคโนโลยี TruMotion 240 Hz และฟังก์ชั่น THX Display Certification ที่ช่วยเพิ่มอรรถรสในการชมภาพยนตร์และรายการต่างๆ ในส่วนของการประหยัดพลังงานยังมีฟังก์ชั่น Intelligent Sensor ช่วยปรับระดับความสว่างของภาพอัตโนมัติหากแสงในห้องเปลี่ยนไป พร้อมด้วย NetCast, Wireless-ready ที่สามารถทำให้ทีวีดู YouTube ได้ อีกทั้งยังติดตั้งพอร์ต USB 2 พอร์ต สำหรับขนาดหน้าจอมีให้เลือกทั้งหมด 3 ขนาด ได้แก่ 42นิ้ว, 47นิ้ว และ 55นิ้ว ซึ่งในรีวิวนี้ เราได้เลือกตัว 42นิ้ว มารีวิวครับ

LG-LED-TV-LE8500-INFINIA-Large

อย่างที่บอกไปว่าเราจะมารีวิว LED TV จาก LG กัน ซึ่งเพิ่งจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันนี้เอง กับ LED TV แบบ Full LED Slim ที่ถือว่าเป็นครั้งแรกของโลก สำหรับปี 2010 ที่ไร้ขอบจาก LG โดยยังอยู่ภายใต้แนวคิด LIVE) BORDERLESS เหมือนเมื่อปี 2009 ที่ผ่านมา  ที่ได้มีการเปิดตัวทีวีที่ดีไซน์ไร้กรอบ ไร้ขอบ ออกมา อีกทั้งในปีนี้ยังมีแนวคิด INFINIA ที่มีความหมายว่า “ไม่มีที่สิ้นสุด” ออกมาย้ำถึงรูปร่างหน้าตาที่สวยเฉียบจากการที่ไร้ขอบ ด้วยดีไซน์โดยการใช้กระจกผ่านแผ่นเดียวไปจนถึงสุดขอบ อีกทั้งในแง่ของการทำความสะอาดยังทำได้ง่ายโดยง่าย พร้อมทั้งมีความแข็งแรงทนทานมากกว่าทีวีทั่วไป

ledlocaldimming-low

และที่พิเศษสุดนั่นก็คือ LG INFINIA 42LE8500 เป็น LED TV แบบ Full LED Slim นั่นก็หมายความว่ามีความสามารถในการ Local Dimming ได้ (โดย LG จะเรียกว่า Spot Control) สามารถควบคุมการเปิดปิดของตำแหน่งหลอด LED ได้อย่างอิสระ ทำให้การแสดงภาพที่มีสีดำ หรืออยู่ในความมืด ได้สมจริงมากยิ่งขึ้นครับ

ยังไงก่อนจะเข้าบทความรีวิว LG INFINIA 42LE8500 เราจะมาดูจุดเด่นที่น่าสนใจกันก่อนนะครับ

1. เป็น LED TV แบบ Full LED Slim รุ่นแรกของโลก ที่มีความสามารถในการ Local Dimming

2. มีหน้าจอขนาด 42นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD 1080p

3. มี TruMotion 240Hz ทำให้ภาพเคลื่อนไหวไม่กระตุกหรือเบลอ

4. ดีไซน์เรียบหรูไร้ขอบแบบ BORDERLESS แถมยังบางเฉียบ พร้อมมีรางวัลการันตี

5. มีฟีเจอร์ที่น่าสนใจอย่าง Blutooth, NetCast, Wireless Link AV

Specification

LE8500_view

ด้วยสเปกเบื้องต้นก็ถือได้ว่าเป็น LED TV Full HD ที่น่าสนใจไม่น้อยตัวหนึ่ง ด้วยขนาดหน้าจอที่ใหญ่ถึง 42 นิ้ว พร้อมให้ HDMI มา 4 พอร์ตด้วยกัน แถมยังมี Contrast Ratio สูงถึง 9,000,000: 1, Respone Time เพียง 2.4 ms, Trumotion 240Hz พาเนลเป็นพาเนลชั้นดีอย่าง Super IPS Panel ทำให้ได้รับชมมุมมองได้กว้างกว่า และยังให้โทนสีที่ถนอมสายตากว่าพาเนลทั่วไป

ที่สำคัญแตกต่างกับแบรนด์ทีสีอื่นๆ โดย LG ได้ติดตั้ง Bluetooth มารองรับการทำงานเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกอีกด้วย และที่สำคัญยังมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจอย่าง NetCast ที่รองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต และ Wireless Link AV ที่ทำหน้าที่ในการส่งสัญญาณภาพแบบไร้สาย

Design

LE8500_R75_on

รูปร่างหน้าตาจะออกไปแนวเรียบหรู เน้นโทนสีดำแบบ Glossy เป็นหลัก ใช้วัสดุเป็นพลาสติกทั้งหมด แต่ก็ยังคงความแข็งแรงอยู่พอสมควร

LE8500_142

สำหรับการออกแบบดีไซน์นั้นได้กล่าวไปแล้วในข้างต้นว่ารุ่นนี้อยู่ภายใต้แนวคิด INFINIA LIVE) BORDERLESS ซึ่งก็คือไร้ขอบนั่นเอง แน่นอนว่าหลายๆ คนดูแล้ว ก็ยังสงสัยว่าไร้ขอบจะไร้ขอบได้อย่างไร? ยังเห็นขอบดำหนาอยู่เลย

LE8500_147

ซึ่งไร้ขอบในที่นี้หมายถึง การที่ LG INFINIA 42LE8500 ได้นำกระจกมาซ้อนทับข้างหน้าอีกชั้นหนึ่ง ทำให้จอที่เป็นพื้นที่ในส่วนของแสดงผลกับส่วนบอดี้จอไม่มีส่วนที่สูงต่ำกัน โดยบริเวณขอบสุดของจอจะเป็นแบบใสๆ เสริมความหรูหราเข้าไปอีกทีนึง

LE8500_176

ไร้ขอบแบบว่าถ้าเราลากนิ้วไปมาก็จะไม่มีพิ้นที่สะดุดเลยครับ

IMG_7556

มุมซ้ายล่างจะเห็นเป็นสติ๊กเกอร์บอกคุณลักษณะต่างๆ ที่ LG INFINIA 42LE8500 มีมาให้ อย่างเช่น FULL LED Slim TV, Borderless Design, TruMotion 240Hz, Web TV เป็นต้น

LE8500_165 บริเวณมุมล่างขวา จะเห็นเป็นไฟสถานะต่างๆ โดยโหมด Standby จะมีไฟเป็นสีแดง

IMG_7591

ต้องขอบอกเลยว่าเจ้าตัวที่ได้มานั้น ส่งตรงมาจากแดนกิมจิจริงๆ ขนาดชื่อเมนูยังเป็นภาษาเกาหลีเลย แต่ก็คาดว่าเครื่องจำหน่ายจริงก็จะเป็นภาษาอังกฤษตามปกติครับ

จากพาเนลการควบคุมเมนูต่างๆ จะเห็นว่ามีไฟสถานะเป็นสีขาวสว่างไสว พร้อมกับเป็นระบบสัมผัส เพียงแค่แตะไปเบาๆ ก็จากสามารถปรับเปลี่ยนค่าต่างๆ ได้ ตามต้องการแล้ว ส่วนขอบของจอโดยรอบจะขลิบด้วยกระจกใสๆ เพื่อความสวยงามอีกชั้นนึง

LE8500_172

ถัดมาหน่อยก็จะเป็นช่องรับสัญญาณจากรีโมทและ Intelligent Sensor ที่คอยตรวจสอบความสว่างของห้อง

LE8500_168

ในส่วนของโลโก้ LG จะติดขึ้นเมื่อเปิดเครื่องพร้อมใช้งาน (ถ้าปิดเครื่องจะไม่เห็นอะไรเลย)

LE8500_183

มาดูที่ด้านหลังกันบ้าง จะเห็นว่าเป็นแผ่นโลหะสีดำแผ่นเดียวยึดไว้อยู่

LE8500_179

ด้านบนจะเป็นช่องระบายความร้อนที่มาจากตัวเครื่องระหว่างการทำงาน

LE8500_155

ไหนๆ ก็เป็นโลหะแล้ว ก็เลยได้ปั้มโลโก้ LG ลงไปให้เห็นอย่างชัดเจน

LE8500_153

สายไฟเป็บแบบติดกับตัวเครื่องไม่สามารถสายให้ยาวกว่าเดิมได้ ในกรณีที่สายไฟยาวไม่พอคงต้องหาปลั๊กสามตามาเสียบต่อเพียงอย่างเดียว

LE8500_156

สติ๊กเกอร์ด้านหลังที่บอกรายละเอียดของ LED TV รุ่นนี้เอาไว้ ซึ่งเป็นภาษาเกาหลีทั้งนั้น

LE8500_178

มาดูด้านข้าง แล้วเราจะพบกับความบางที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็น LED TV แบบ Full LED เพราะโดยปกติในยี่ห้ออื่นๆ จะมีความหนามากกว่านี้มาก LG INFINIA LE8500 จึงสมกับที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น Full LED TV Slim จริงๆ ครับ

LE8500_145

สำหรับฐานจอก็เป็นพลาสติกแบบสีดำ Glossy เช่นกัน ซึ่งก็นับได้ว่าเป็นฐานที่มีขนาดใหญ่ทีเดียว มั่นคงในการรับน้ำหนักของจอได้อย่างสบายๆ

LE8500_152

ในส่วนของขาที่ยึดจอกับฐานนั้นมีขนาดใหญ่รูปร่างดูแข็งแรงใช้ได้ทีเดียว พร้อมทั้งยังสามารถปรับมุมซ้าย-ขวาได้

Connectivity

เราจะมาดูในส่วนของการเชื่อมต่อกันบ้างว่า LG INFINIA 42LE8500 มีช่องทางการเชื่อมต่อไปยังอุปกรณ์ต่างๆ อะไรบ้าง

LE8500_151 เรามาดูในพอร์ตต่างๆ กันก่อนนะครับ ซึ่งถ้าดูแบบผิวเผินจากภาพด้านบน ก็รู้ว่ามีพอร์ตการเชื่อมต่อที่ครบครันอย่างแน่นอน ที่สำคัญมีพอร์ต Wireless Control ซะด้วย แต่น่าเสียดายทีไม่มีอุปกรณ์มาให้ จึงทำให้ไม่ได้ทดสอบในส่วนของ Wireless AV Link เลย

LE8500_159

ที่น่าสังเกตอีกอย่างก็คือให้พอร์ต USB มาถึง 2 พอร์ตด้วยกัน ซึ่งคาดไว้ว่าน่าจะเอามาเชื่อมต่อกับคีย์บอร์ด ในกรณีที่เราใช้งานอินเตอร์เน็ตครับ เพื่อสะดวกในการกรอกตัวอักษร

IMG_7434

เมื่อกดเปลี่ยน Input ที่รีโมทคอนโทรล จะมีไอคอนขึ้นมากลางจอภาพ โดยให้เราให้เลือกว่าเลือกเป็น Input สัญญาณจากช่องทางไหน โดยในรูปด้านบนนี้ ได้เลือก HDMI 1 ครับ

remote

LE8500_180

ด้วยที่เป็นทีวีระดับสูง รีโมทคอนโทรล LG INFINIA 42LE8500 จึงเป็นแบบ full function รองรับการควบคุม อุปกรณ์เครื่องเล่นต่างๆ ของ LG ได้อีกด้วย วัสดุที่ใช้ทำ ค่อนข้างเรียบแบน และ เบา ผิวสัมผัสมีการพิมพ์ให้เป็นลายเหมือนหนัง ปุ่มกดมีขนาดใหญ่พอสมควร จัดได้ว่าใช้งานสะดวก ไม่รกหูรกตาจนเกินไป แต่ด้วยความที่รีโมทเป็นทรงยาว ทำให้การกดปุ่มต่อเนื่องหลายๆปุ่ม อาจจะต้องมีการเอื้อมนิ้วเล็กน้อย แต่โดยรวม การจัดวางปุ่ม ค่อนข้างสะดวกใช้ดีได้ครับ

LE8500_181

มีไฟส่องสว่างเสียด้วย ซึ่งนับว่าสะดวกมากๆ ในกรณีที่เรากำลังชมภาพพยนตร์ในห้องที่มืดหรือมีแสงน้อย เวลาปรับค่าต่างๆ จะได้ไม่ต้องลุกขึ้นมาเปิดไฟดู

« ก่อนหน้านี้ 1 2 3 4 หน้าต่อไป »

 
 
Comments ความคิดเห็น (5)
Anonymous (158.108.237.xxx) | 30/06/2553 : 14:34      

ถ้ามีตัง ก็คงซื้อครับ 5555

ความคิดเห็นที่ 5
Anonymous (124.120.1.xxx) | 20/06/2553 : 00:01      

แจ๋ว

ความคิดเห็นที่ 4
Anonymous (61.7.136.xxx) | 08/06/2553 : 18:53      

[IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/3.gif[/IMG]สุดโค่ยยยยยย

ความคิดเห็นที่ 3
samantagtr (58.8.137.xxx) | 07/06/2553 : 20:14      

ขอบคุณครับ ส่วนนิ้วสวยถือว่าเป็นคำชมก็แล้วกันครับ ^^

ความคิดเห็นที่ 2
Anonymous (61.7.134.xxx) | 07/06/2553 : 15:00      

นิ้วคนรีวิวส๊วยสวย 55
ส่วนรีวิวก็เข้าใจง่ายดีคะ

ความคิดเห็นที่ 1

     ร่วมแสดงความคิดเห็น / ไม่มีการตอบกลับ

LCD SPEC COMMENT
 
user/password เดียวกับเว็บบอร์ด สมัครสมาชิก
Username: Password:
ความคิดเห็น :
 
 
 
Tag: 3D 1080p Acer benq Blu-ray Blu-ray player Bravia Brochure ces commart DLNA DVI full hd Full HD 1080P hd HDMI HDTV IPS lcd LCD monitor lcd tv LED LED backlight LED Backlit LED Monitor LED TV LG monitor OLED OLED TV Panasonic Philips Pioneer Plasma Plasma TV PS3 Samsung sharp Sony Toshiba tv USB VGA Viera wifi
COPYRIGHT@2010 LCDSPEC.COM ALL RIGHTS RESERVED.
 0 Users Online