Buver's Guide Review HD Contents HD Accessories HD Event Promotions
เทคนิคระดับเทพ เลือกซื้อจอ LCD TV
เราคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้จอแบนๆ อย่าง LCD ได้เข้ามามีบทบาทมากมายในชีวิตประจำวันของเรา และปัจจุบันนี้ก็มีจอ LCD จากผู้ผลิตหลายๆ ราย ที่แต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อมีความสามารถหลากหลายชนิดที่เรียกว่าเลือกกันไม่ถูกเลยทีเดียว ในโอกาสนี้ทีมงาน LCDSPEC.com จะแนะนำองค์ประกอบต่างๆ ที่ควรพิจารณา และเคล็ดไม่ลับในการเลือกซื้อ LCD monitor หรือ LCD TV ให้ถูกใจคุณที่สุดนะครับ เราคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้จอแบนๆ อย่าง LCD ได้เข้ามามีบทบาทมากมายในชีวิตประจำวันของเรา และปัจจุบันนี้ก็มีจอ LCD จากผู้ผลิตหลายๆ ราย ที่แต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อมีความสามารถหลากหลายชนิดที่เรียกว่าเลือกกันไม่ถูกเลยทีเดียว ในโอกาสนี้ทีมงาน LCDSPEC.com จะแนะนำองค์ประกอบต่างๆ ที่ควรพิจารณา และเคล็ดไม่ลับในการเลือกซื้อ LCD monitor หรือ LCD TV ให้ถูกใจคุณที่สุดนะครับเอ… แล้วจอ LCD มันดีตรงไหนครับ? ทำไมผมถึงจะต้องเปลี่ยนจากจอแก้วมาใช้ LCD ด้วย?คุณสมบัติแรกของ LCD TV ที่เตะตาคุณตั้งแต่แรกพบเลยก็คือ ขนาดที่กระทัดรัด และผอมบางมากเมื่อเทียบกับจอหลอดแก้ว (หรือจอ CRT) ทั่วไป นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติที่เป็น “จอแบน” อย่างแท้จริงอีกด้วย ทำให้จอ LCD สามารถแสดงภาพได้อย่างไม่บิดเบี้ยว หรือผิดเพี้ยน คุณสามารถบอกลาเส้นตรงแบบ “หลอกๆ” บนจอแก้วโค้งๆ อย่างจอ CRT ไปได้เลยครับ และด้วยความเพรียวบางของมันนี่เอง ทำให้คุณมีอิสระในการวางจอได้มากขึ้น โดยไม่ต้องอาศัยพื้นที่มากนัก หรืออาจจะแขวนไว้กับผนังก็ดูเท่ไม่เบาเลยครับ แถมมันยังสามารถเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นงามประดับห้องนั่งเล่นของคุณได้อีกด้วยนอกจากนี้จอ LCD TV ยังสามารถรองรับการใช้งานในอนาคตมากกว่าทีวีทั่วไปอีกด้วย โดยนอกจากพวกมันจะสามารถแสดงภาพความละเอียดสูงจาก source ต่างๆ เช่นเครื่องเล่น DVD, เครื่องเล่น Blu-ray disc, เครื่องเล่นเกม หรือเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว ในอนาคตถ้าฟรีทีวีบ้านเราเปลี่ยนระบบออกอากาศเป็นแบบดิจิตอล ที่ให้ความคมชัดของภาพและเสียงเหนือกว่าระบบอนาล็อกในปัจจุบันอยู่มาก คุณก็อุ่นใจได้เลยว่า LCD TV เมื่อเอาไปต่อกับ digital receiver box แล้ว LCD ตัวเก่งของคุณจะสามารถแสดง content เหล่านี้ได้สบายๆผมชักจะสนใจ LCD TV ขึ้นมาแล้วสิครับ เอ… แล้วถ้าผมอยากจะซื้อมาใช้ซักตัวนึง ผมจะต้องพิจารณาอะไรบ้างครับ? องค์ประกอบหลักๆ ที่ควรพิจารณาในการเลือกซื้อ LCD TV มีทั้งหมด 8 ประเด็นด้วยกันครับ นั่นคือ: 1. ขนาดของจอ– จอ LCD มีขนาดให้เลือกค่อนข้างหลากหลายทีเดียว ที่มีขายในบ้านเรานั้นมีให้เลือกตั้งแต่ขนาด 20 นิ้วไปจนถึงขนาด 80 นิ้ว ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งาน และงบประมาณของคุณ แน่นอนครับ ขนาดที่ใหญ่กว่าย่อมให้ภาพที่ใหญ่อลังการ และดูคล้ายกับจอหนังในโรงภาพยนตร์มากขึ้น จอใหญ่ๆ จะเหมาะสมกับห้องกว้างๆ เช่นห้องนั่งเล่น ที่คุณสามารถนั่งชมภาพยนตร์กับสมาชิกในครอบครัวได้ ส่วนจอที่มีขนาดเล็กลงมา จะเหมาะกับห้องที่มีขนาดเล็กลง เช่นห้องนอนเป็นต้น แต่อย่าลืมนะครับว่า ยิ่งจอใหญ่เท่าไหร่ ราคาก็ขยับสูงขึ้นไปเท่านั้นคนส่วนใหญ่จะเลือกซื้อจอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่งบประมาณที่ตั้งไว้จะสามารถซื้อได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเลือกขนาดของจอที่เหมาะสม ควรพิจารณาจากระยะการรับชมเป็นหลัก โดยขนาดของจอควรมีความสัมพันธ์กับระยะห่างที่คุณตั้งใจเอาไว้ว่าคุณจะนั่งดูทีวี ตัวอย่างเช่น หากคุณซื้อจอขนาด 40 นิ้ว เพื่อมานั่งชมในระยะห่างไม่ถึง 1 เมตร คุณคงรู้สึกไม่สบายตาแน่ๆ แต่ถ้าคุณนั่งห่างออกมาซัก 2 – 4 เมตร ก็จะเป็นระยะที่ดูแล้วสบายที่สุด และเป็นระยะที่จะได้รับประโยชน์จาก LCD TV ของคุณได้อย่างเต็มที่ตารางข้างล่างนี้แสดงขนาดจอที่เราแนะนำ เมื่อเปรียบเทียบกับระยะห่างในการชมที่คุณตั้งใจไว้ขนาดของจอระยะการชมที่แนะนำ (โดยประมาณ) 20 นิ้ว60 เซนติเมตร - 2 เมตร24 นิ้ว1 – 1.8 เมตร26 นิ้ว1 – 2 เมตร32 นิ้ว1.2 – 3 เมตร37 นิ้ว1.5 – 3.5 เมตร40 นิ้ว2 – 4 เมตร46 นิ้ว2.5 – 5 เมตรตัวเลขจากตารางข้างบน เป็นตัวเลขที่เราแนะนำเท่านั้น การเลือกขนาดที่เหมาะสมควรเลือกขนาดที่คุณคิดว่าลงตัวที่สุดกับระยะการชมที่คุณต้องการ หากสนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถอ่านได้จากบทความที่เว็บไซท์ www.lcdspec.com ครับ2. Response time– การวัด response time หมายถึงค่าที่ได้จากการวัดระยะเวลาของเม็ดพิกเซลที่ใช้ในการแสดงสีดำสนิท –> เปลี่ยนเป็นสีขาวสนิท –> และเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอีกครั้ง (pixel หมายถึงเม็ดสีหรือจุดสีซึ่งเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของ LCD) ยิ่งตัวเลข response time น้อยเท่าไหร่ ยิ่งหมายความว่าคุณจะเห็นเอฟเฟคท์ต่างๆ เช่น เงา (ghosting) หรือ ขอบของวัตถุที่ลากเป็นทางยาว (streaking) ได้น้อยลงเท่านั้น ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการแสดงภาพเคลื่อนไหวเร็วๆ เช่นการเล่นเกม หรือภาพการแข่งกีฬา เป็นต้นแต่เนื่องจากปัจจุบัน ผู้ผลิตแต่ละรายใช้วิธีการวัด response time ที่ไม่เหมือนกัน จึงเอาตัวเลขนี้มาเป็นหลักในการพิจารณาได้ไม่ทั้งหมด เพราะฉะนั้นคุณจึงควรเอาหนัง หรือเกมแผ่นโปรดไปเปิดทดสอบด้วยตนเองที่ร้านครับ3. ความละเอียดของ Panel (Panel resolution)– จอ LCD TV ที่มีขายในบ้านเราโดยส่วนใหญ่จะมีอยู่ 2 ประเภท นั่นคือจอ HD Ready และจอ Full HD ซึ่งตัวเลขความละเอียดของหน้าจอนั้น เป็นตัวบอกจำนวนของจุดสี (หรือเม็ดพิกเซล) ที่ประกอบขึ้นมาเป็นจอนั้น• จอ HD Ready มีความละเอียดอยู่ที่ 1366 x 768 พิกเซล ซึ่งหมายถึงว่ามีจำนวนพิกเซลในแนวนอน 1366 จุด และแนวตั้ง 768 จุด ซึ่งคำนวณออกมาแล้วจะได้จำนวนพิกเซลทั้งหมด 1,049,088 จุด หรือประมาณ 1 ล้านพิกเซลนั่นเอง• จอ Full HD มีความละเอียดอยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเมื่อคำนวณออกมาแล้วจะได้จำนวนพิกเซลทั้งหมด 2,073,600 พิกเซล หรือประมาณ 2 ล้านพิกเซลนั่นเองความละเอียดของ Panel ยิ่งสูงเท่าไหร่ ยิ่งหมายถึงว่ามันสามารถแสดงรายละเอียดของภาพได้มากขึ้นเท่านั้น ลองนึกเปรียบเทียบจอ 40 นิ้วแบบ HD Ready กับแบบ Full HD ดูนะครับ จอทั้งสองตัวนี้มีขนาด 40 นิ้วเท่ากันก็จริง แต่จอแบบ Full HD จะสามารถแสดงรายละเอียดยิบย่อยได้ดีกว่า เนื่องจากในพื้นที่ 40 นิ้วเท่ากันนั้น มันมีจำนวนเม็ดพิกเซลที่บรรจุอยู่ในนั้นมากกว่าประมาณ 2 เท่า ซึ่งทำให้ภาพดู “เนียน” มากขึ้นนั่นเองจอแบบ HD Ready ถูกออกแบบมาให้แสดงผลที่ความละเอียด 720p (720 เส้น) แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณป้อนสัญญาณที่มีความละเอียดสูงกว่านั้นเข้าไป (เช่น 1080i หรือ 1080p) จอ HD Ready ก็จะเอาสัญญาณภาพไปผ่านวงจรลดขนาดภาพให้เหลือเท่ากับ 720p เพื่อให้สามารถแสดงผลบน Panel ที่มีความละเอียดต่ำกว่าสัญญาณที่ป้อนเข้าไปได้ส่วนจอแบบ Full HD เมื่อคุณป้อนสัญญาณแบบ 1080i หรือ 1080p (1080 เส้น) เข้าไป จอก็จะเอาไปแสดงผลได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านวงจรขยายภาพก่อน แต่ถ้าคุณป้อนสัญญาณแบบ 480p หรือ 720p เข้าไป จอก็จะเอาสัญญาณนั้นไปขยายให้มีขนาดเท่ากับ 1080p เพื่อให้สามารถแสดงบน Panel ได้อย่างไรก็ตาม ความละเอียดก็ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการเลือกซื้อ LCD TV เพราะมันขึ้นอยู่กับ content ที่คุณจะเอามาแสดงบนจอด้วย คุณสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของ Panel resolution กับระยะการชม รวมถึงความแตกต่างของ 720p, 1080i และ 1080p ได้ที่เว็บไซท์ www.lcdspec.com ครับ4. ความสว่าง (brightness)– ความสว่างของจอ LCD นั้นเป็นการวัดความเข้มของแสงที่จอ LCD สามารถแสดงได้ โดยมีหน่วยเป็น cd/m2 (candela per square meter) หรือ nits — ความสว่างเป็นตัวแปรสำคัญตัวหนึ่งของจอ LCD ทีเดียว จอที่สว่างมาก ก็จะสามารถสู้แสงสว่างมากๆ ได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในกรณีที่คุณเอาทีวีไปตั้งไว้ในห้องที่มีแสงสว่างเยอะๆโดยทั่วไปแล้ว LCD ที่มีวางขายในตลาดบ้านเรา จะมีความสว่างอยู่ที่ 300 nits ขึ้นไป และความสว่างที่เหมาะสมควรอยู่ที่ประมาณ 400 nits แต่ถ้าจะสว่างกว่านั้นก็ไม่ผิดกติกาอะไรครับ5. Contrast Ratio– ความหมายของ Contrast ratio คืออัตราส่วนระหว่างจุดที่มืดที่สุดกับจุดที่สว่างที่สุดที่จอสามารถแสดงได้ในเวลาเดียวกัน ซึ่งในทางปฏิบัติแล้ว Contrast ratio ที่ดีพอ จะช่วยให้จอสามารถแสดงรายละเอียดในส่วนมืด และส่วนสว่างของภาพได้ดียิ่งขึ้น และ contrast ratio สูงๆ จะช่วยให้จอสามารถแสดงรายละเอียดของภาพในฉากที่มืดๆ ได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วยจอ LCD ที่มีขายในบ้านเราในปัจจุบัน มีค่า Contrast ratio ตั้งแต่ 2000:1 ขึ้นไปจนถึง หลายล้านต่อหนึ่งก็มี จึงทำให้ตัวเลขนี้ดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าไรนัก จอที่เราแนะนำควรจะมี dynamic contrast ratio ประมาณ 30000:1 ขึ้นไป และหากคุณสนใจเกี่ยวกับรายละเอียดในเรื่อง contrast ratio และความแตกต่างของ Panel contrast ratio กับ dynamic contrast ratio อย่าลืมเข้าไปศึกษาได้ในเว็บไซท์ของเรานะครับ6. มุมมองการรับชม (viewing angle)– มุมมองการรับชม หมายถึงมุมมองในการรับชมจากด้านข้าง, ด้านบน หรือด้านล่างที่สามารถรับชมได้โดยคุณภาพของภาพไม่ลดลง ลองนึกเปรียบเทียบกับทีวีจอแก้วเลยครับ คงไม่มีใครนั่งชมทีวีตรงหน้าจอตลอดเวลาได้แน่ๆ ถึงแม้ว่าคุณจะนั่งอยู่กลางจอพอดี แต่เพื่อนที่นั่งอยู่โซฟาตัวเดียวกับคุณก็จะต้องมองทีวีในมุมด้านข้าง หรือแม้แต่เวลาคุณวางหน้าจอไว้ที่โต๊ะ และนั่งกับพื้นเพื่อเล่นวีดีโอเกม คุณก็ต้องมองภาพบนจอจากมุมด้านล่างเช่นเดียวกันธรรมชาติของจอ LCD นั้นมีข้อจำกัดในเรื่องของมุมมอง ทำให้มันไม่สามารถมองได้ทุกมุมอย่างจอ CRT ได้ ผู้ผลิตจอจึงได้เอาตัวเลของศาการมอง (viewable angle) มาเป็นจุดขายของ LCD TV ด้วย โดยตัวเลขที่ผู้ผลิตโฆษณานั้นจะแสดงเป็นตัวเลข เช่น 160/160 หมายถึง คุณสามารถมองภาพบนจอนั้นด้วยมุมมองด้านข้าง/ด้านบนหรือล่าง ได้กว้างสูงสุดที่ 160 องศา โดยที่ภาพไม่มีอาการสีเพี้ยนให้เห็นตัวเลข viewing angle ยิ่งใกล้ 180 องศาเท่าไหร่ ยิ่งหมายความว่าจอ LCD นั้นมีมุมมองที่กว้างมากนั่นเอง7. ความสามารถในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ (connectivity)– อีกประเด็นที่ควรพิจารณาในการเลือกซื้อ LCD TV คือ จำนวนช่องสัญญาณประเภทต่างๆ ที่มีมาให้ ตรงนี้ควรเลือกให้สอดคล้องกับความต้องการของคุณ หากคุณมีแผนที่จะเอา LCD TV ตัวนี้ไปต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ เช่น เครื่องเล่น DVD, เครื่องเล่นเกมอย่าง XBOX 360 หรือ Playstation 3 หรือแม้แต่เครื่องคอมพิวเตอร์, กล้องดิจิตอล และอุปกรณ์พกพาต่างๆ คงไม่สนุกแน่ๆ ถ้าทีวีของคุณมีพอร์ท HDMI เพียงพอร์ทเดียว แต่คุณมีอุปกรณ์ที่ใช้ HDMI อยู่ 3 ชิ้น และคุณจะต้องถอดอุปกรณ์สลับไปมาเวลาที่คุณต้องการใช้งานพอร์ทต่างๆ ที่เราแนะนำว่า LCD TV ควรจะมีคือ:• พอร์ท HDMI (High Definition Multimedia Interface) สำหรับต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ที่ส่งสัญญาณแบบดิจิตอล เช่นเครื่องเล่น Blu-ray disc, เครื่องเล่น DVD และคอมพิวเตอร์ เป็นต้น เราแนะนำว่าจอ LCD ของคุณควรมีพอร์ท HDMI อย่างน้อย 2 พอร์ท• พอร์ท Component เป็นพอร์ทรับสัญญาณอนาล็อกคุณภาพสูง ซึ่งควรจะมีอย่างน้อย 2 พอร์ท• พอร์ท Composite และ S-Video สำหรับต่ออุปกรณ์ที่มีช่อง AV-Out หรือ S-Video out ทั่วไป ซึ่งพอร์ทนี้ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นมาตรฐานที่ให้มากับ LCD TV แทบจะทุกรุ่น• พอร์ท VGA หรือ D-Sub สำหรับเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์แบบอนาล็อก หรือเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ที่มีช่อง VGA out ตรงนี้สามารถเลือกให้ตรงกับความต้องการของคุณ หากคุณไม่ต้องการใช้มัน ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อ LCD TV ที่มีพอร์ทนี้• พอร์ท LAN สำหรับเชื่อมต่อ internet หรือเล่นไฟล์มัลติมีเดียจาก UPNP (DLNA) server พอร์ทนี้จะพบได้ใน LCD TV แบบไฮเอนด์ หากคุณไม่มีความจำเป็นต้องใช้มัน ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อ LCD TV ที่มีพอร์ทนี้8. เสียง (sound)– LCD TV ทั่วไปจะติดลำโพงมาด้วยอยู่แล้ว การเลือกลำโพงให้ถูกใจนั้นไม่มีกฏเกณฑ์ที่ตายตัว เพราะมันขึ้นอยู่กับรสนิยม และความต้องการของผู้ฟังเป็นหลัก ข้อควรระวังในประเด็นนื้คือ จอ LCD บางรุ่น โดยเฉพาะรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับใช้เป็น Monitor จะไม่มีลำโพงติดมาด้วย เพราะฉะนั้นคุณจะต้องหาซื้อลำโพงมาใช้ต่างหาก เราจึงขอแนะนำให้ศึกษาสเป็กให้ละเอียดก่อนเลือกซื้ออ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ทีมงาน LCDSPEC หวังว่าคุณจะสามารถเลือกซื้อ LCD TV ได้ถูกใจมากยิ่งขึ้นนะครับ หากคุณสนใจอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติม ทั้งรายละเอียดทั่วไป และรายละเอียดทางเทคนิค สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซท้ www.lcdspec.com ของเรา ซึ่งมีทั้งสาระความรู้และข่าวสารต่างๆ เกี่ยวกับวงการ LCD รวมถึงบทความน่ารู้ และรีวิวจอ LCD เด็ดๆ ให้ตัดสินใจก่อนเลือกซื้อ นอกจากนี้เรายังมีเว็บบอร์ดสำหรับให้สมาชิกได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และความรู้ต่างๆ ด้วยครับแล้วพบกันนะครับDownload บทความนี้————————————————————————————————————————————————————–สงวนสิทธิ์: 2551 LCDSPEC.com ห้ามทำซ้ำส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมดของบทความนี้โดยไม่ได้รับอนุญาติ
Review : Sharp LC-52A77M LCD TV ใหญ่สะใจ ไม่เกรงใจใคร
สวัสดีครับ… หลังจากที่รีวิว Sharp LC-42LE700M ผ่านไป ถ้าใครยังไม่จุใจกับขนาดเพียงแค่ 42 นิ้วหล่ะก็ มาลองดู Sharp LC-52A77M LCD TV Full HD กันหน่อยเป็นไง กับขนาดที่ใหญ่ถึง 52 นิ้วกันไปเลย ซึ่งก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอีกรุ่นหนึ่งลองส่องๆ ดูสเปกกันสักนิด ด้วยหน้าจอขนาด 52 นิ้ว บนความละเอียดระดับ Full HD (1920 x 1080) ที่มาพร้อมกับความคมชัดขนาด 50,000:1 ความสว่างหน้าจอที่ 450 cd/m2 ระบบเสียงแบบ SRS TruSurround XT และพอร์ตเชื่อมต่อจำนวนมากหลังจากได้ดูสเปกเครื่องกันมาแล้ว คราวนี้ก็มาแกะกล่องประกอบเครื่องกันดูบ้างดีกว่าว่าจะใหญ่โตสักเท่าไหร่… จะว่าไปก็ไม่ได้โตอะไรมากหรอกครับ แค่เกินครึ่งห้องที่เราใช้ในการรีวิวมานิดหน่อยก็แค่นั้นเอง –.-‘ ดูเอาง่ายๆ ครับ โต๊ะที่วางนั่นก็โต๊ะวางคอมพิวเตอร์ขนาดปกติ (ปกติ แบบที่ว่า วางเฉพาะคอมนะครับ ไม่มีที่ให้วางเครื่องพิมพ์หรืออุปกรณ์อื่น) ก็ใหญ่กว่าโต๊ะไปประมาณข้างละฟุตเห็นจะได้ครับ.. และแล้วโฉมหน้าของ Sharp LC-52A77M ก็เป็นอย่างที่เห็นนี่หล่ะครับ ตัวบอดี้แบบดำกรอสซี่ และพาเนลสีดำสนิทและก็คล้ายๆ กับตัวก่อนๆ ที่สัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าเป็น AQUOS ก็จะอยู่ที่มุมบนด้านขวา มองเห็นได้อย่างชัดเจนขอบล่างคือการบ่งบอกตัวตนความเป็นชาร์ป ด้วยโลโก้ SHARP สีเงินตัดกับตัวบอดี้สีดำ ส่วนฐานออกแบบมาในรูปแบบทรงรีปลายแหลม และที่สำคัญฐานของจอนี้สามารถปรับมุมส่ายได้อีกด้วยระบบเสียงแบบ SRS TruSurround XTอีกแล้วครับ เกมที่แล้วเรายังไม่เฉลยกันเลย มาเล่นเกมกันอีกรอบละกัน ถามว่าช่องไหนรับสัญญาณรีโมท ช่องไหนเป็นเซนเซอร์วัดแสง ด้วยคำถามเดิม กติกาเดิม (ภาพเกือบเดิม)  ส่วนสองจุดทางขวาก็ไฟสถานะของ Power ถ้าเปิดจะเป็นสีเขียว ส่วนสถานะ Standby จะเป็นสีแดง และไฟดวงขวาสุด เป็นสถานะการเปิด OPC การปรับแสงตามความสว่างห้องเติมความหรูด้วยขอบล่างกึ่งใสสีชามุมมองด้านข้างกันบ้าง ซึ่งก็ดูไม่หนามากเมื่อเทียบกับขนาดความกว้างของจอปุ่มควบคุมจะอยู่ทางด้านขวาของตัวเครื่อง และที่น่าสังเกตคือจะไม่มีปุ่ม Power ที่เป็นแบบ Soft-off คือเป็นการปิดแบบไม่มีการตอบสนองกับรีโมทหรือปุ่มอื่นๆ แต่ยังมีการกินไฟอยู่เหมือนเดิม แต่จะกินน้อยกว่าการปิดแบบ Standby หรือการใช้รีโมทปิดนั่นเอง และเงาลางๆ ข้างในนั้นจะเป็นพอร์ตสัญญาณต่างๆ ครับด้านหลังเครื่อง กับพลาสติกแบบด้าน ตรงกลางมีคำว่า AQUOS ปั้มนูนอยู่ด้วย ช่องระบายอากาศเจาะกระจายทั่วด้านหลัง และพอร์ตสัญญาณจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ ส่วนปลั๊กไฟอยู่ทางขวามือมาดูป้ายบอกคุณสมบัติเครื่องซะหน่อย บอกอย่างชัดเจนว่าเป็น รุ่น LC-52A77M ขนาดจอ 52 นิ้ว ใช้ไฟ 110-240 โวลต์ กินไฟประมาณ 294 วัตต์
บทความ: LED TV เหนือกว่า LCD TV ทั่วไปอย่างไร
คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าเทคโนโลยีอะไรที่อยู่เบื้องหลังความหรูหรา เพรียวบาง งดงามของดีไซน์ และความสามารถในการแสดงภาพของ LED TV ที่ทำได้สวยงามน่าตื่นตาตื่นใจกว่าภาพที่ได้จากจอ LCD TV ทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด?ในช่วงปี 2008 – 2009 ที่ผ่านมาเทคโนโลยี LED TV ถือว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามาพลิกโฉมหน้าของวงการ HDTV เลยทีเดียว เทคโนโลยีดังกล่าวนอกจากทำให้การออกแบบจอ LCD ให้มีความบางมากๆ ไม่ใช่ความฝันอีกต่อไปแล้วมันยังช่วยปรับปรุงและลบข้อด้อยของเทคโนโลยี LCD ในหลายๆ แง่ได้อีกด้วย และด้วยเทคโนโลยีการผลิต LED ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผลิตภัณฑ์ LED TV รุ่นหลังๆ มีประสิทธิภาพสูง ทนทาน และน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้เราได้ใช้สินค้าที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ในราคาถูกลงเรื่อยๆ ในปี 2010 นี้จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมในการลงทุนกับ LED TV ดีๆ สักเครื่อง มาติดตามกันเลยครับว่า LED TV นั้นมีข้อดีอย่างไรบ้างในด้านเทคนิค LED TV ยังถือว่าเป็น LCD TV ประเภทหนึ่ง โดยทั้งคู่ต่างก็ใช้ Liquid Crystal Display (LCD) ในการแสดงภาพที่ได้รับจากแหล่งกำเนิดสัญญาณเหมือนๆ กัน แต่สิ่งที่อยู่เบื้องหลังความแตกต่างของ LED TV นั่นคือเทคโนโลยี backlighting นั่นเองหลอด backlight ที่นิยมใช้กับ LCD TV ในปัจจุบันมี 2 ประเภท ได้แก่ backlight แบบ CCFL (Cold Cathode Fluorescent Lamp) ซึ่งเป็น backlight ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย และพบได้ทั่วไปใน LCD TV หรือ LCD Monitor ส่วน backlight อีกประเภทที่น่าจะเข้ามาแทน backlight แบบ CCFL ในไม่ช้า คือ backlight แบบ LED (Light-Emitting Diode)การนำหลอด LED มาใช้เป็น backlight แทนการใช้หลอด CCFL นั้นจะช่วยเพิ่ม contrast ratio ให้กับจอ LCD ทำให้ภาพดูมีมิติขึ้น แสดงสีดำและไล่เฉดสีเทาได้หลากหลายมากขึ้น และเนื่องจากหลอด LED มีประสิทธิภาพในการเปล่งแสงได้แรงกว่าหลอดและมีขนาดเล็กกว่า ทำให้ผู้ผลิตสามารถออกแบบ TV ที่มีขนาดบางลง และใช้พลังงานน้อยลงอีกด้วยเช่นเดียวกับเทคโนโลยีของ CCFL Backlight ที่มีหลายประเภท เทคโนโลยีของ LED Backlight นั้นก็มีหลายประเภทเช่นเดียวกันโดย LCD TV ที่ใช้ LED Backlight ที่มีขายในปัจจุบันมี 2 ประเภทด้วยกัน คือLED-backlit LCD TV หมายถึงจอ LCD TV ที่ติดตั้งหลอด LED ไว้ด้านหลัง โดยหลอด LED ดังกล่าวจะเป็นแบบสีขาวทั้งหมด หรือเป็นแบบสามสี (แดง เขียว และน้ำเงิน: RGB) ก็ได้ การติดตั้งหลอด LED ไว้ด้านหลัง จะทำให้แผงควบคุมสามารถสั่งเปิดหรือปิดหลอด LED ดังกล่าวเป็นกลุ่มๆ ตามภาพที่แสดงอยู่บนจอในขณะนั้นได้ (เราเรียกเทคนิคนี้ว่า local dimming หรือ selective dimming)ซึ่งส่งผลให้บริเวณของภาพที่เป็นสีดำนั้นกลายเป็นสีดำสนิทอย่างแท้จริง และในกรณีที่ใช้หลอด LED แบบ RGB ก็จะช่วยทลายข้อจำกัดในการแสดงสีของจอ LCD ไปได้เลย เนื่องจากหลอด LED ทั้งสามสีนั้นสามารถผสมกันเป็นสีอะไรก็ได้ ส่งผลให้จอ LCD สามารถแสดงสีได้สมจริงยิ่งขึ้น ตัวอย่างของ LCD TV ที่ใช้เทคโนโลยี LED-backlit ได้แก่ Sony Bravia 46X450A, เป็นต้นLED Edge-lit LCD TV หมายถึงจอ LCD TV ที่ติดตั้งหลอด LED สีขาวไว้ตามขอบทั้งสี่ด้านของจอ จึงทำให้ผู้ผลิตสามารถออกแบบจอให้มีความบางมากๆ ได้ และถึงแม้ LCD TV ประเภทนี้ถึงแม้จะไม่สามารถสั่งปิด backlight เป็นกลุ่มๆ ได้เหมือนแบบแรก แต่ด้วยอานิสงส์ของหลอด LED จึงทำให้ภาพที่แสดงมีมิติมากกว่า มีความสว่าง และ contrast ratio สูงกว่า และไล่ระดับสีดำและเทาได้ดีกว่าจอ LCD TV ที่ใช้ CCFL backlight ทั่วไป ตัวอย่างของ LCD TV ที่ใช้ LED Edge-lit ได้แก่ Sony Bravia EX700, NX700 และ NX800 series เป็นต้นSony Bravia EX700Sony Bravia NX700หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการเลือกซื้อ LED TV ของทุกๆ ท่าน และติดตามข่าวสารและบทความดีๆ เกี่ยวกับ HDTV ได้ที่นี่นะครับ LCDSPEC.
LCDSPEC พาเที่ยวงาน Electronica Showcase 2010 ภาค1
พบกับ LCDSPEC  อาสาพาเที่ยวงาน Power Mall Electronica Showcase @ Siam Paragon กันนะครับ ซึ่งงานนี้อย่างที่ทราบกันคืองานมหกรรมที่รวบรวมเครื่องใช้ไฟฟ้า (อย่าง TV ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย) และสินค้าไอทีต่างๆ อาทิ โน้ตบุ๊ก คอมพิวเตอร์ กล้องดิจิตอล และโทรศัพท์มือถือ ที่จัดได้ว่าใหญ่ที่สุดแห่งปีงานหนึ่ง ที่ให้คุณได้ช้อปสนั่นกรุงก่อนใครรับส่วนลดคืน รวมสูงสุด 21% ในวันที่ 30 มิถุนายน – 11 กรกฎาคมนี้  ณ Royal Paragon Hall ชั้น 5 สยามพารากอนสำหรับใครที่ยังไม่ได้ชมพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ ก็สามารถชมกันได้ ที่นี่ ครับบริเวณด้านหน้าของงาน ที่จัดขึ้น Royal Paragon Hall ชั้น 5 สยามพารากอน สำหรับการเดินทางแนะนำให้มารถไฟฟ้ากันนะครับ แล้วตรงขึ้นลิพท์มาเลย น่าจะสะดวกสุดตรงบันไดเลื่อนก็จะมี Directory Board อยู่ ใครเข้ามาแล้วยังงงๆ สามารถดูตรงจุดนี้ได้ด้านหน้าของทางเข้าจะเป็นเวทีที่ไว้จับลุ้นโชค iPad ทุกวัน สำหรับคนที่ซื้อสินค้าทุกๆ 3,000 บาท รวมถึงยังเป็นที่ประมูลสินค้าอีกด้วยด้านหน้างานอีกเช่นกัน เราจะพบกับสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ที่มาพร้อมกับดีไซน์ที่เป็นแฟชั่น จัดแสดงอยู่เครื่องซักผ้า ทีวี ชุดโฮมเธียร์เตอร์ ก็จัดได้ว่าอยู่ในรูปแบบของแฟชั่นเห็นน้องเค้ายืนเหงาๆ เลยกดมาฝากกันซักหนึ่งภาพครับส่ววนี่ก็จะเป็นของรางวัลต่างๆ เพียงคุณจับจ่ายสินค้าภายในงาน Power Mall Electronica Showcaseก่อนเข้างาน แวะมาดูการประมูล ชุดโฮมเธียร์เตอร์จาก Philips สุดเร้าใจซักเล็กน้อยเอาล่ะครับ มาเข้าชมงานกันดีกว่าเจอก่อนเลยกับบูธ Canon ที่ขนกล้องดิจิตอล มาแบบทุกรุ่น ทุกซีรี่ย์อดใจไม่ได้ กับความน่ารักของพริ้ตตี้สาวโทรศัพท์มือถือก็มีมานะครับทุกรุ่นทุกยี่ห้อที่เดียวผู้ให้บริการก็มีมา อย่างบูธนี้ก็จะเป็น DTAC  ที่มี BB โปรโมชั่นเด็ดมาพร้อมกับพริ้ตตี้สาวคนเดิม (น่ารักเหมือนเดิมด้วย)บูธ AIS ก็มานะครับ พร้อมให้ทดลองการใช้งาน 3G กันแบบสดๆ ภาพ โน้ตบุ๊กพร้อมมีพริ้ตตี้สาวคอยให้บริการต่างๆ เกี่ยวกับข้อมูลสินค้าป็นอย่างดีกล้องต่างๆ ก็มากันเพียบอย่าง Fujifilm ที่มีตัว HS10 สุดแจ่มOlympus ก็นำ PEN E-PL1 มายั่วน้ำลายเช่นกันNikon ก็ไม่พลาดเหมือนกันที่จะมาเปิดบูธ พร้อมกับมีเลนส์ Super Tele มาโชว์อีกเช่นเคย ว่าแต่จะลองขึ้นไปส่องสาว แต่ดันไม่มีมุม – -aPanasonic นำกล้องดิจิตอล Lumix มาทั้งกองทัพกล้องวีดีโอก็มีอย่าง JVC และ Sanyoแต่ ณ นาทีนี้ คงไม่มีใครโดดเด่นเท่า Sony NeX-5 อีกแล้วเด่น ไม่เด่นยังไง ดูจากภาพนี้ได้ ว่าผมไปโฟกัสที่ไหนไปต่อกันเลยที่หน้า 2 >>>
โซนี่ไทย ร่วมเปิดนิทรรศการภาพถ่าย See Saw Seen ครั้งที่ 3
โดย 16 ศิลปินช่างภาพผ่านเลนส์กล้อง Alpha NEX Series (กรุงเทพฯ / 1 ก.ย. 53) – บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด ร่วมมือกับหอศิลป์ร่วมสมัยอาร์เดล โดยผู้ช่วยศาสตรจารย์ ถาวร โกอุดมวิทย์ เปิดนิทรรศการภาพถ่าย See Saw Seen III (หรือ “เห็น III”) เพื่อจัดแสดงภาพถ่ายที่ถ่ายทอดด้วยกล้อง Alpha NEX3 และ NEX5 โดย 16 ศิลปินช่างภาพชื่อดัง ตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม ถึง 26 กันยายน 2553 ณ ดีโอบีหัวลำโพงแกลเลอรี โดยมีคุณฐาปณ สิริวัฒนภักดี นายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานนิทรรศการ พร้อมด้วยคุณฟาริดา เฮงษฎีกุล ผู้จัดการแผนกสื่อสารการตลาด บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด ผู้สนับสนุนหลักในการจัดงานนิทรรศการ SEE SAW SEEN III ครั้งนี้สำหรับนิทรรศการ “See Saw Seen ครั้งที่ 3” หรือ “เห็น III” เป็น การนำเสนอผลงานภาพถ่าย และภาพเคลื่อนไหวที่แปลกใหม่ด้วยมุมมอง และแนวคิดในการสร้างสรรค์ผลงานที่แตกต่าง หากเต็มไปด้วยสัมผัสอันละเอียดอ่อนทางความคิดที่กลั่นกรองออกมา ผสมผสานกับเทคโนโลยี และคุณสมบัติชั้นเลิศของกล้อง Alpha NEX series โดยศิลปินภาพถ่ายชั้นนำของเมืองไทยที่เคยแสดงผลงานในนิทรรศการ “เห็น” ทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา พร้อมด้วยศิลปินรับเชิญอีก 5 ท่าน ซึ่งได้เคยฝากฝีมือไว้ในวงการถ่ายภาพ และการประกวดผลงามภาพถ่ายในระดับนานาชาติมาแล้ว รวมทั้งสิ้น 16 คน คือ นิติกร กรัยวิเชียร, คณชัย เบญจรงคกุล, นภดล โชตะสิริ, อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ, อานนท์ ฮุนตระกูล, ถาวร โกอุดมวิทย์, อนัฆ นวราช, สตีเฟน เพตติเฟอร์, โอม พันธุ์ไพโรจน์, ชฤต ภู่ศิริ, โดมินิค เราซ, ศุภร ชูทรงเดช, อลงกรณ์ ศรีประเสริฐ, กนก สุริยสัตย์, ราล์ฟ ทูเท็น และดาว วาสิกศิริ
พาชมบรรยากาศเปิดงาน Power Mall Electronica Showcase 2010 @ Siam Paragon ที่สุดของมหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า
By: samantagtr | Date: 1 July 2010 | อ่าน 79,833 | ไม่มีความเห็น

« ก่อนหน้านี้     หน้าต่อไป »  

่”Power Mall” ชวนเปิดประสบการณ์แห่งดิจิตอลแฟชั่น จัดงาน “Power Mall Electronica Showcase” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “My Digital Fashion Showcase” ตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็น Digital Lifestyle Entertainment พร้อมผนึกกำลังพันธมิตรสินค้าดิจิตอลแฟชั่นชั้นนำกว่า 100 แบรนด์ยอดนิยมและ 15 สถาบันการเงิน ตั้งแต่วันนี้ – 11 กรกฎาคม 2553 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน

Power Mall_Electronica 2010_ 128

ถึงคราวที่ LCDSPEC ขออาสาพาชมแฟนๆ ทุกท่าน ชมพิธีการเปิดงาน “Power Mall Electronica Showcase” นะครับ

*** ในรูปแบบวีดีโอ สามารถรับชมกันได้ในส่วนนี้ครับ ***

Power Mall_Electronica 2010_ 129

ขอเริ่มตั้งแต่ทางหน้าเข้าฮอลล์ชั้น 5 ของสยามพารากอน ก่อนเลย

Power Mall_Electronica 2010_ 1

เมื่อถึงเวลาก็มีพิธีกรสาวสวยมาเป็นกล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชนเข้าสู่งาน

Power Mall_Electronica 2010_ 2

ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน VJ. ลูกเกดนี่เองครับ

Power Mall_Electronica 2010_ 4

ถัดมา คุณจักรกฤษณ์ กีรติโชคชัยกุล ผู้อำนวยการใหญ่บริหารสินค้า Power Mall บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าววัตถุประสงค์ในการจัดงาน

Power Mall_Electronica 2010_ 5

จากนั้น คุณกฤษณา  อัมพุช รองประธานกรรมการบริหารอาวุโส บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ทำพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ

Power Mall_Electronica 2010_ 6

เปิดงานอย่างเป็นทางการด้วย iPad สุดยอด Gadget แห่งปี โดยงานนี้มีจับแจกทุกวันด้วย (ตามรายละเอียดได้ที่นี่ครับ)

Power Mall_Electronica 2010_ 8

คณะผู้บริหารพร้อมพันธมิตรทางการค้าร่วมถ่ายภาพร่วมกัน

Power Mall_Electronica 2010_ 12

ต่อมาจะเป็นแฟชั่นโชว์ “My Digital Fashion Showcase” โดยจะมีเหล่าเซเลปริตี้และดาราชื่อดังต่างๆ มาร่วมด้วย อาทิ นุช นีรนาถ โคทส์, ซาร่า มาลากุล เลน, หมู-พลพัฒน์ อัศวประภา, สมาร์ท-กฤษฎา พรเวโรจน์, ครอบครัวคุณมุก-เพลินจันทร์ และ คุณแจ๊ค-ปริญญา

Power Mall_Electronica 2010_ 15

ซึ่งมีคอนเซ็ปต์แบ่งออกเป็น 5 คาแรคเตอร์ โดยมีเหล่าเซเลบริตี้และดาราคาคนดังมาร่วมสะท้อนตัวตน ผ่านสินค้าดิจิตอลแฟชั่สุดอินเทรนด์ ในแต่ละไลฟ์สไตล์ ส่วนใครจะเป็นอย่างไรเดี๋ยวตามไปชมพร้อมๆ กันครับ

Power Mall_Electronica 2010_ 14

Power Mall_Electronica 2010_ 18

เริ่มที่คนแรกเลยกับ นุช นีรนาถ โคทส์ นางแบบวัยทีนที่มา แรงแห่งยุค ที่มาพร้อมกับ iPad

Power Mall_Electronica 2010_ 19

Power Mall_Electronica 2010_ 20

Power Mall_Electronica 2010_ 21

กับอีกสองนางแบบสาว ที่ถือ MP3 Player Philips และ  กล้องวีดีโอ Samsung

Power Mall_Electronica 2010_ 22

Power Mall_Electronica 2010_ 23

มองมุมไหนก็น่ารัก หากใครนึกไม่ออกก็ลองไปหาชมภาพยนตร์เรื่อง “Roommate เพื่อนร่วมห้องต้องแอบรัก” กันนะครับ โดยส่วนตัว ผมชอบมากๆ ^^

Power Mall_Electronica 2010_ 24

Power Mall_Electronica 2010_ 25

ต่อมาก็เป็น ซาร่า มาลากุล เลน นักแสดงสาวมากความสามารถ ที่ออกมาพร้อมกับ Blackberry Bold 9700

Power Mall_Electronica 2010_ 28

Power Mall_Electronica 2010_ 30

Power Mall_Electronica 2010_ 31

Power Mall_Electronica 2010_ 32

Power Mall_Electronica 2010_ 35

Power Mall_Electronica 2010_ 36

Power Mall_Electronica 2010_ 38

Power Mall_Electronica 2010_ 39

Power Mall_Electronica 2010_ 40

Power Mall_Electronica 2010_ 41

Power Mall_Electronica 2010_ 46

ถัดมาจะเป็น นักธุรกิจและ Personal Stylist สยามพารากอน ที่ออกมาพร้อมกับ กล้อง DSRL Canon EOS  และ โน้ตบุ๊ก Toshiba

Power Mall_Electronica 2010_ 42

Power Mall_Electronica 2010_ 43

Power Mall_Electronica 2010_ 44

Power Mall_Electronica 2010_ 45

« ก่อนหน้านี้ 1 2 3 4 หน้าต่อไป »

 

     ร่วมแสดงความคิดเห็น / ไม่มีการตอบกลับ

LCD SPEC COMMENT
 
user/password เดียวกับเว็บบอร์ด สมัครสมาชิก
Username: Password:
ความคิดเห็น :
 
 
 
Tag: 3D 1080p Acer benq Blu-ray Blu-ray player Bravia Brochure ces commart DLNA DVI full hd Full HD 1080P hd HDMI HDTV IPS lcd LCD monitor lcd tv LED LED backlight LED Backlit LED Monitor LED TV LG monitor OLED OLED TV Panasonic Philips Pioneer Plasma Plasma TV PS3 Samsung sharp Sony Toshiba tv USB VGA Viera wifi
COPYRIGHT@2010 LCDSPEC.COM ALL RIGHTS RESERVED.
 0 Users Online