Buver's Guide Review HD Contents HD Accessories HD Event Promotions
เทคนิคระดับเทพ เลือกซื้อจอ LCD TV
เราคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้จอแบนๆ อย่าง LCD ได้เข้ามามีบทบาทมากมายในชีวิตประจำวันของเรา และปัจจุบันนี้ก็มีจอ LCD จากผู้ผลิตหลายๆ ราย ที่แต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อมีความสามารถหลากหลายชนิดที่เรียกว่าเลือกกันไม่ถูกเลยทีเดียว ในโอกาสนี้ทีมงาน LCDSPEC.com จะแนะนำองค์ประกอบต่างๆ ที่ควรพิจารณา และเคล็ดไม่ลับในการเลือกซื้อ LCD monitor หรือ LCD TV ให้ถูกใจคุณที่สุดนะครับ เราคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้จอแบนๆ อย่าง LCD ได้เข้ามามีบทบาทมากมายในชีวิตประจำวันของเรา และปัจจุบันนี้ก็มีจอ LCD จากผู้ผลิตหลายๆ ราย ที่แต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อมีความสามารถหลากหลายชนิดที่เรียกว่าเลือกกันไม่ถูกเลยทีเดียว ในโอกาสนี้ทีมงาน LCDSPEC.com จะแนะนำองค์ประกอบต่างๆ ที่ควรพิจารณา และเคล็ดไม่ลับในการเลือกซื้อ LCD monitor หรือ LCD TV ให้ถูกใจคุณที่สุดนะครับเอ… แล้วจอ LCD มันดีตรงไหนครับ? ทำไมผมถึงจะต้องเปลี่ยนจากจอแก้วมาใช้ LCD ด้วย?คุณสมบัติแรกของ LCD TV ที่เตะตาคุณตั้งแต่แรกพบเลยก็คือ ขนาดที่กระทัดรัด และผอมบางมากเมื่อเทียบกับจอหลอดแก้ว (หรือจอ CRT) ทั่วไป นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติที่เป็น “จอแบน” อย่างแท้จริงอีกด้วย ทำให้จอ LCD สามารถแสดงภาพได้อย่างไม่บิดเบี้ยว หรือผิดเพี้ยน คุณสามารถบอกลาเส้นตรงแบบ “หลอกๆ” บนจอแก้วโค้งๆ อย่างจอ CRT ไปได้เลยครับ และด้วยความเพรียวบางของมันนี่เอง ทำให้คุณมีอิสระในการวางจอได้มากขึ้น โดยไม่ต้องอาศัยพื้นที่มากนัก หรืออาจจะแขวนไว้กับผนังก็ดูเท่ไม่เบาเลยครับ แถมมันยังสามารถเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นงามประดับห้องนั่งเล่นของคุณได้อีกด้วยนอกจากนี้จอ LCD TV ยังสามารถรองรับการใช้งานในอนาคตมากกว่าทีวีทั่วไปอีกด้วย โดยนอกจากพวกมันจะสามารถแสดงภาพความละเอียดสูงจาก source ต่างๆ เช่นเครื่องเล่น DVD, เครื่องเล่น Blu-ray disc, เครื่องเล่นเกม หรือเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว ในอนาคตถ้าฟรีทีวีบ้านเราเปลี่ยนระบบออกอากาศเป็นแบบดิจิตอล ที่ให้ความคมชัดของภาพและเสียงเหนือกว่าระบบอนาล็อกในปัจจุบันอยู่มาก คุณก็อุ่นใจได้เลยว่า LCD TV เมื่อเอาไปต่อกับ digital receiver box แล้ว LCD ตัวเก่งของคุณจะสามารถแสดง content เหล่านี้ได้สบายๆผมชักจะสนใจ LCD TV ขึ้นมาแล้วสิครับ เอ… แล้วถ้าผมอยากจะซื้อมาใช้ซักตัวนึง ผมจะต้องพิจารณาอะไรบ้างครับ? องค์ประกอบหลักๆ ที่ควรพิจารณาในการเลือกซื้อ LCD TV มีทั้งหมด 8 ประเด็นด้วยกันครับ นั่นคือ: 1. ขนาดของจอ– จอ LCD มีขนาดให้เลือกค่อนข้างหลากหลายทีเดียว ที่มีขายในบ้านเรานั้นมีให้เลือกตั้งแต่ขนาด 20 นิ้วไปจนถึงขนาด 80 นิ้ว ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งาน และงบประมาณของคุณ แน่นอนครับ ขนาดที่ใหญ่กว่าย่อมให้ภาพที่ใหญ่อลังการ และดูคล้ายกับจอหนังในโรงภาพยนตร์มากขึ้น จอใหญ่ๆ จะเหมาะสมกับห้องกว้างๆ เช่นห้องนั่งเล่น ที่คุณสามารถนั่งชมภาพยนตร์กับสมาชิกในครอบครัวได้ ส่วนจอที่มีขนาดเล็กลงมา จะเหมาะกับห้องที่มีขนาดเล็กลง เช่นห้องนอนเป็นต้น แต่อย่าลืมนะครับว่า ยิ่งจอใหญ่เท่าไหร่ ราคาก็ขยับสูงขึ้นไปเท่านั้นคนส่วนใหญ่จะเลือกซื้อจอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่งบประมาณที่ตั้งไว้จะสามารถซื้อได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเลือกขนาดของจอที่เหมาะสม ควรพิจารณาจากระยะการรับชมเป็นหลัก โดยขนาดของจอควรมีความสัมพันธ์กับระยะห่างที่คุณตั้งใจเอาไว้ว่าคุณจะนั่งดูทีวี ตัวอย่างเช่น หากคุณซื้อจอขนาด 40 นิ้ว เพื่อมานั่งชมในระยะห่างไม่ถึง 1 เมตร คุณคงรู้สึกไม่สบายตาแน่ๆ แต่ถ้าคุณนั่งห่างออกมาซัก 2 – 4 เมตร ก็จะเป็นระยะที่ดูแล้วสบายที่สุด และเป็นระยะที่จะได้รับประโยชน์จาก LCD TV ของคุณได้อย่างเต็มที่ตารางข้างล่างนี้แสดงขนาดจอที่เราแนะนำ เมื่อเปรียบเทียบกับระยะห่างในการชมที่คุณตั้งใจไว้ขนาดของจอระยะการชมที่แนะนำ (โดยประมาณ) 20 นิ้ว60 เซนติเมตร - 2 เมตร24 นิ้ว1 – 1.8 เมตร26 นิ้ว1 – 2 เมตร32 นิ้ว1.2 – 3 เมตร37 นิ้ว1.5 – 3.5 เมตร40 นิ้ว2 – 4 เมตร46 นิ้ว2.5 – 5 เมตรตัวเลขจากตารางข้างบน เป็นตัวเลขที่เราแนะนำเท่านั้น การเลือกขนาดที่เหมาะสมควรเลือกขนาดที่คุณคิดว่าลงตัวที่สุดกับระยะการชมที่คุณต้องการ หากสนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถอ่านได้จากบทความที่เว็บไซท์ www.lcdspec.com ครับ2. Response time– การวัด response time หมายถึงค่าที่ได้จากการวัดระยะเวลาของเม็ดพิกเซลที่ใช้ในการแสดงสีดำสนิท –> เปลี่ยนเป็นสีขาวสนิท –> และเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอีกครั้ง (pixel หมายถึงเม็ดสีหรือจุดสีซึ่งเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของ LCD) ยิ่งตัวเลข response time น้อยเท่าไหร่ ยิ่งหมายความว่าคุณจะเห็นเอฟเฟคท์ต่างๆ เช่น เงา (ghosting) หรือ ขอบของวัตถุที่ลากเป็นทางยาว (streaking) ได้น้อยลงเท่านั้น ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการแสดงภาพเคลื่อนไหวเร็วๆ เช่นการเล่นเกม หรือภาพการแข่งกีฬา เป็นต้นแต่เนื่องจากปัจจุบัน ผู้ผลิตแต่ละรายใช้วิธีการวัด response time ที่ไม่เหมือนกัน จึงเอาตัวเลขนี้มาเป็นหลักในการพิจารณาได้ไม่ทั้งหมด เพราะฉะนั้นคุณจึงควรเอาหนัง หรือเกมแผ่นโปรดไปเปิดทดสอบด้วยตนเองที่ร้านครับ3. ความละเอียดของ Panel (Panel resolution)– จอ LCD TV ที่มีขายในบ้านเราโดยส่วนใหญ่จะมีอยู่ 2 ประเภท นั่นคือจอ HD Ready และจอ Full HD ซึ่งตัวเลขความละเอียดของหน้าจอนั้น เป็นตัวบอกจำนวนของจุดสี (หรือเม็ดพิกเซล) ที่ประกอบขึ้นมาเป็นจอนั้น• จอ HD Ready มีความละเอียดอยู่ที่ 1366 x 768 พิกเซล ซึ่งหมายถึงว่ามีจำนวนพิกเซลในแนวนอน 1366 จุด และแนวตั้ง 768 จุด ซึ่งคำนวณออกมาแล้วจะได้จำนวนพิกเซลทั้งหมด 1,049,088 จุด หรือประมาณ 1 ล้านพิกเซลนั่นเอง• จอ Full HD มีความละเอียดอยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเมื่อคำนวณออกมาแล้วจะได้จำนวนพิกเซลทั้งหมด 2,073,600 พิกเซล หรือประมาณ 2 ล้านพิกเซลนั่นเองความละเอียดของ Panel ยิ่งสูงเท่าไหร่ ยิ่งหมายถึงว่ามันสามารถแสดงรายละเอียดของภาพได้มากขึ้นเท่านั้น ลองนึกเปรียบเทียบจอ 40 นิ้วแบบ HD Ready กับแบบ Full HD ดูนะครับ จอทั้งสองตัวนี้มีขนาด 40 นิ้วเท่ากันก็จริง แต่จอแบบ Full HD จะสามารถแสดงรายละเอียดยิบย่อยได้ดีกว่า เนื่องจากในพื้นที่ 40 นิ้วเท่ากันนั้น มันมีจำนวนเม็ดพิกเซลที่บรรจุอยู่ในนั้นมากกว่าประมาณ 2 เท่า ซึ่งทำให้ภาพดู “เนียน” มากขึ้นนั่นเองจอแบบ HD Ready ถูกออกแบบมาให้แสดงผลที่ความละเอียด 720p (720 เส้น) แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณป้อนสัญญาณที่มีความละเอียดสูงกว่านั้นเข้าไป (เช่น 1080i หรือ 1080p) จอ HD Ready ก็จะเอาสัญญาณภาพไปผ่านวงจรลดขนาดภาพให้เหลือเท่ากับ 720p เพื่อให้สามารถแสดงผลบน Panel ที่มีความละเอียดต่ำกว่าสัญญาณที่ป้อนเข้าไปได้ส่วนจอแบบ Full HD เมื่อคุณป้อนสัญญาณแบบ 1080i หรือ 1080p (1080 เส้น) เข้าไป จอก็จะเอาไปแสดงผลได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านวงจรขยายภาพก่อน แต่ถ้าคุณป้อนสัญญาณแบบ 480p หรือ 720p เข้าไป จอก็จะเอาสัญญาณนั้นไปขยายให้มีขนาดเท่ากับ 1080p เพื่อให้สามารถแสดงบน Panel ได้อย่างไรก็ตาม ความละเอียดก็ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการเลือกซื้อ LCD TV เพราะมันขึ้นอยู่กับ content ที่คุณจะเอามาแสดงบนจอด้วย คุณสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของ Panel resolution กับระยะการชม รวมถึงความแตกต่างของ 720p, 1080i และ 1080p ได้ที่เว็บไซท์ www.lcdspec.com ครับ4. ความสว่าง (brightness)– ความสว่างของจอ LCD นั้นเป็นการวัดความเข้มของแสงที่จอ LCD สามารถแสดงได้ โดยมีหน่วยเป็น cd/m2 (candela per square meter) หรือ nits — ความสว่างเป็นตัวแปรสำคัญตัวหนึ่งของจอ LCD ทีเดียว จอที่สว่างมาก ก็จะสามารถสู้แสงสว่างมากๆ ได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในกรณีที่คุณเอาทีวีไปตั้งไว้ในห้องที่มีแสงสว่างเยอะๆโดยทั่วไปแล้ว LCD ที่มีวางขายในตลาดบ้านเรา จะมีความสว่างอยู่ที่ 300 nits ขึ้นไป และความสว่างที่เหมาะสมควรอยู่ที่ประมาณ 400 nits แต่ถ้าจะสว่างกว่านั้นก็ไม่ผิดกติกาอะไรครับ5. Contrast Ratio– ความหมายของ Contrast ratio คืออัตราส่วนระหว่างจุดที่มืดที่สุดกับจุดที่สว่างที่สุดที่จอสามารถแสดงได้ในเวลาเดียวกัน ซึ่งในทางปฏิบัติแล้ว Contrast ratio ที่ดีพอ จะช่วยให้จอสามารถแสดงรายละเอียดในส่วนมืด และส่วนสว่างของภาพได้ดียิ่งขึ้น และ contrast ratio สูงๆ จะช่วยให้จอสามารถแสดงรายละเอียดของภาพในฉากที่มืดๆ ได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วยจอ LCD ที่มีขายในบ้านเราในปัจจุบัน มีค่า Contrast ratio ตั้งแต่ 2000:1 ขึ้นไปจนถึง หลายล้านต่อหนึ่งก็มี จึงทำให้ตัวเลขนี้ดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าไรนัก จอที่เราแนะนำควรจะมี dynamic contrast ratio ประมาณ 30000:1 ขึ้นไป และหากคุณสนใจเกี่ยวกับรายละเอียดในเรื่อง contrast ratio และความแตกต่างของ Panel contrast ratio กับ dynamic contrast ratio อย่าลืมเข้าไปศึกษาได้ในเว็บไซท์ของเรานะครับ6. มุมมองการรับชม (viewing angle)– มุมมองการรับชม หมายถึงมุมมองในการรับชมจากด้านข้าง, ด้านบน หรือด้านล่างที่สามารถรับชมได้โดยคุณภาพของภาพไม่ลดลง ลองนึกเปรียบเทียบกับทีวีจอแก้วเลยครับ คงไม่มีใครนั่งชมทีวีตรงหน้าจอตลอดเวลาได้แน่ๆ ถึงแม้ว่าคุณจะนั่งอยู่กลางจอพอดี แต่เพื่อนที่นั่งอยู่โซฟาตัวเดียวกับคุณก็จะต้องมองทีวีในมุมด้านข้าง หรือแม้แต่เวลาคุณวางหน้าจอไว้ที่โต๊ะ และนั่งกับพื้นเพื่อเล่นวีดีโอเกม คุณก็ต้องมองภาพบนจอจากมุมด้านล่างเช่นเดียวกันธรรมชาติของจอ LCD นั้นมีข้อจำกัดในเรื่องของมุมมอง ทำให้มันไม่สามารถมองได้ทุกมุมอย่างจอ CRT ได้ ผู้ผลิตจอจึงได้เอาตัวเลของศาการมอง (viewable angle) มาเป็นจุดขายของ LCD TV ด้วย โดยตัวเลขที่ผู้ผลิตโฆษณานั้นจะแสดงเป็นตัวเลข เช่น 160/160 หมายถึง คุณสามารถมองภาพบนจอนั้นด้วยมุมมองด้านข้าง/ด้านบนหรือล่าง ได้กว้างสูงสุดที่ 160 องศา โดยที่ภาพไม่มีอาการสีเพี้ยนให้เห็นตัวเลข viewing angle ยิ่งใกล้ 180 องศาเท่าไหร่ ยิ่งหมายความว่าจอ LCD นั้นมีมุมมองที่กว้างมากนั่นเอง7. ความสามารถในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ (connectivity)– อีกประเด็นที่ควรพิจารณาในการเลือกซื้อ LCD TV คือ จำนวนช่องสัญญาณประเภทต่างๆ ที่มีมาให้ ตรงนี้ควรเลือกให้สอดคล้องกับความต้องการของคุณ หากคุณมีแผนที่จะเอา LCD TV ตัวนี้ไปต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ เช่น เครื่องเล่น DVD, เครื่องเล่นเกมอย่าง XBOX 360 หรือ Playstation 3 หรือแม้แต่เครื่องคอมพิวเตอร์, กล้องดิจิตอล และอุปกรณ์พกพาต่างๆ คงไม่สนุกแน่ๆ ถ้าทีวีของคุณมีพอร์ท HDMI เพียงพอร์ทเดียว แต่คุณมีอุปกรณ์ที่ใช้ HDMI อยู่ 3 ชิ้น และคุณจะต้องถอดอุปกรณ์สลับไปมาเวลาที่คุณต้องการใช้งานพอร์ทต่างๆ ที่เราแนะนำว่า LCD TV ควรจะมีคือ:• พอร์ท HDMI (High Definition Multimedia Interface) สำหรับต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ที่ส่งสัญญาณแบบดิจิตอล เช่นเครื่องเล่น Blu-ray disc, เครื่องเล่น DVD และคอมพิวเตอร์ เป็นต้น เราแนะนำว่าจอ LCD ของคุณควรมีพอร์ท HDMI อย่างน้อย 2 พอร์ท• พอร์ท Component เป็นพอร์ทรับสัญญาณอนาล็อกคุณภาพสูง ซึ่งควรจะมีอย่างน้อย 2 พอร์ท• พอร์ท Composite และ S-Video สำหรับต่ออุปกรณ์ที่มีช่อง AV-Out หรือ S-Video out ทั่วไป ซึ่งพอร์ทนี้ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นมาตรฐานที่ให้มากับ LCD TV แทบจะทุกรุ่น• พอร์ท VGA หรือ D-Sub สำหรับเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์แบบอนาล็อก หรือเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ที่มีช่อง VGA out ตรงนี้สามารถเลือกให้ตรงกับความต้องการของคุณ หากคุณไม่ต้องการใช้มัน ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อ LCD TV ที่มีพอร์ทนี้• พอร์ท LAN สำหรับเชื่อมต่อ internet หรือเล่นไฟล์มัลติมีเดียจาก UPNP (DLNA) server พอร์ทนี้จะพบได้ใน LCD TV แบบไฮเอนด์ หากคุณไม่มีความจำเป็นต้องใช้มัน ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อ LCD TV ที่มีพอร์ทนี้8. เสียง (sound)– LCD TV ทั่วไปจะติดลำโพงมาด้วยอยู่แล้ว การเลือกลำโพงให้ถูกใจนั้นไม่มีกฏเกณฑ์ที่ตายตัว เพราะมันขึ้นอยู่กับรสนิยม และความต้องการของผู้ฟังเป็นหลัก ข้อควรระวังในประเด็นนื้คือ จอ LCD บางรุ่น โดยเฉพาะรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับใช้เป็น Monitor จะไม่มีลำโพงติดมาด้วย เพราะฉะนั้นคุณจะต้องหาซื้อลำโพงมาใช้ต่างหาก เราจึงขอแนะนำให้ศึกษาสเป็กให้ละเอียดก่อนเลือกซื้ออ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ทีมงาน LCDSPEC หวังว่าคุณจะสามารถเลือกซื้อ LCD TV ได้ถูกใจมากยิ่งขึ้นนะครับ หากคุณสนใจอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติม ทั้งรายละเอียดทั่วไป และรายละเอียดทางเทคนิค สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซท้ www.lcdspec.com ของเรา ซึ่งมีทั้งสาระความรู้และข่าวสารต่างๆ เกี่ยวกับวงการ LCD รวมถึงบทความน่ารู้ และรีวิวจอ LCD เด็ดๆ ให้ตัดสินใจก่อนเลือกซื้อ นอกจากนี้เรายังมีเว็บบอร์ดสำหรับให้สมาชิกได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และความรู้ต่างๆ ด้วยครับแล้วพบกันนะครับDownload บทความนี้————————————————————————————————————————————————————–สงวนสิทธิ์: 2551 LCDSPEC.com ห้ามทำซ้ำส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมดของบทความนี้โดยไม่ได้รับอนุญาติ
Review: Acer S231HL – LED Monitor 23″ Full HD ประสิทธิภาพเต็มที่ ดีไซน์บางเฉียบ
ในวันนี้ LCDSPEC ได้มีโอกาสสัมผัสกับ LED Monitor รุ่นใหม่จากทาง Acer กัน ในรุ่น S231HL เป็นจอ Widescreen ที่มีขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว สัดส่วนยอดนิยม 16:9 อีกทั้งยังมีความละเอียดระดับ Full HD (1920×1080พิกเซล) มีคอนทราสต์ที่สูงถึง 12,000,000:1 และอัตราความเร็วตอบสนองที่ 5msหน้าจอเป็นแบบจอด้าน สำหรับความสามารถอื่นๆ LED Monitor รุ่นนี้ พูดกันตามความเป็นจริงก็บอกได้เลยครับว่าไม่มี ก็แน่ล่ะราคาแค่หกพันบาทต้นๆ จะใส่อะไรมากมายได้อย่าง ทำให้การรีวิวครั้งนี้เราก็จะมาเน้นในส่วนของเวลานำไปใช้งานจริงกันนะครับ ว่าสามารถตอบโจทย์การใช้งานแต่ละประเภทว่าได้ดีเพียงใดครับคราวนี้เรามาลองแกะกล่องดูกันเลยดีีกว่าว่าเจ้า LED Monitor: Acer S231HL นั้นจะมีอะไรมาบ้าง ซึ่งพร้อมด้วย สายสัญญาณทั้ง Digital (DVI) และ Analog (D-Sub) และที่จะขาดซะไม่ได้ก็เห็นจะเป็นอแดปเตอร์ไฟแบบภายนอก เนื่องจากจอได้ออกแบบมาให้มีความบางค่อนข้างมากเลยทำให้ต้องแยกภาคจ่ายไฟออก มาวางไว้ข้างนอกอีกทีLED Monitor Acer S231HL ที่มากับขนาดจอใหญ่ถึง 23 นิ้ว แบบไวด์สกรีน 16:9 บนความละเอียดสูงสุดที่ 1920 x 1080 จุดภาพ (FullHD) ที่ให้อัตราความคมชัดมากถึง 12ล้าน:1 (ACM) และความเร็วตอบสนองที่อาจจะดูเป็นมาตรฐานสักหน่อยคือ 5ms โดยสนนราคาค่าตัวตามโบร์ชัวอยู่ที่  6,540 บาท ซึ่งในส่วนของราคาจะเห็นว่าราคาก็จัดได้ว่าสมเหตุสมผลอยู่ แต่ยังไงก็ยังน่าเสียดายที่น่าจะติดตั้งพอร์ต HDMI มาให้ด้วยเลย เผื่อว่าใครอย่างเอาไปต่อกับเครื่องเล่นเกมคอนโซล หรือแม้แต่การ์ดจอพีซีรุ่นใหม่ๆ ที่ในปัจุบันควรจะมี HDMI กันหมดแล้วครับหลังจากที่ได้แกะออกมาแล้ว ก็พบกับ… โฟมครับ… อ่อไม่ใช่ครับ พระเอกของเราเองครับ LED Monitor: Acer S231HL ที่เล่นกับตัวกรอบแบบ Glossy ในสีที่ดำสนิท หน้าตาโดยรวมดูเรียบหรูในส่วนฐานก็ไม่ได้ดูหวือหวาอะไรมากนักเป็นเพียงฐานกลมรีขัดมันแบบ Glossy ลักษณะเดียวกับตัวจอส่วนด้านหลังนั้นก็ออกมาแบบเรียบๆ ครับ มีป้ายสติกเกอร์บ่งบอกว่าเป็น S231HL เพียงจุดเดียวของเครื่อง ถัดมาตรงกลางของเครื่องจะเป็นสกรูสำหรับขันยึดกับขาตั้ง และขวาสุดเป็นพอร์ตต่างๆ ครับอ่อทางมุมบนซ้ายเป็นตัวอัดนูนโลโก้ acer ที่เห็นได้อย่างชัดเจนลองมาดูความบางของตัวจอกันหน่อยละกันปุ่มต่างๆ นั้นจะอยู่บริเวณด้านล่างขวาของตัวจอ แต่อาจจะสังเกตยากสักหน่อย ที่้เห็นจากในภาพนั่นเป็นปุ่มเปิด/ปิดครับ เวลาจอทำงานจะมีแสงสีฟ้าออกมา ส่วนถ้าเป็นสถานะ Standby จะเป็นสีเหลืองครับมากันที่อีกมุมนึง ที่ดูสวยหรูเรียบๆการเชื่อมต่อของ LED Monitor: Acer S231HL นั้นก็ไม่มีอะไรมากมาย ซึ่งที่แต่ละพอร์ตก็มีการเขียนไว้อย่างชัดเจนด้วย จากซ้าย คือ DVI-D, D-Sub และขวาสุดเป็นช่องต่อเสียบอแดปเตอร์หรือแหล่งพลังงานแหล่งเดียวของจอเลยครับ (ว่าแต่จะมีจอไหนมีช่องต่อไฟเกิน 1 ช่องบ้างเนี่ย –.-” )
ตั้งค่าอย่างไรให้ Notebook เล่นหนัง HD ได้แจ่มที่สุด
คุณอาจสังเกตว่า Notebook ที่มีวางจำหน่ายในปัจจุบันจำนวนไม่น้อยที่ให้พอร์ท HDMI มาด้วย ซึ่งทำให้สามารถต่อพ่วง Notebook ตัวเก่งกับอุปกรณ์ประเภทต่างๆ ที่สนับสนุนมาตรฐาน HDMI ได้ เช่น LCD Monitor/TV, Plasma TV และ A/V Receiver เป็นต้น นอกจากนี้ ชิปประมวลผลกราฟฟิค (GPU) ที่ติดมากับ Notebook ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นชิปตระกูล Intel, Nvidia หรือ ATI ต่างก็มีความสามารถในการเร่งการแสดงผลภาพวีดีโอแบบ HD ทั้งสิ้น โดย GPU ที่มีความสามารถนี้จะรับภาระการถอดรหัส และแสดงผลวีดีโอเอาไว้ด้วยตัวเอง จึงลดบทบาทของ CPU ลงไปได้ ทำให้ CPU ของคุณมีทรัพยากรเหลือสำหรับการประมวลผลอื่นๆ มากขึ้น หากไม่อาศัยความช่วยเหลือจาก GPU แล้ว คุณอาจพบว่า CPU ของคุณทำงานเกือบ 100% และ Notebook ตัวเก่งของคุณตัวร้อนจี๋ เมื่อคุณเล่นวีดีโอคลิปแบบ HD บางคลิปเลยทีเดียวถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ใช้ Notebook เล่นหนังเป็นประจำ วันนี้เรามีเทคนิคดีๆ เกี่ยวกับการตั้งค่าต่างๆ บน Notebook (หรือจะใช้ PC ก็ไม่ผิดกติกาอะไร) เพื่อให้เล่นหนังได้ลื่นไหลไม่กระตุก ภาพสวย และใช้ CPU น้อยที่สุดมาฝากครับ สิ่งที่คุณต้องมี:ด้าน Hardware:1. Notebook หรือ PC ที่ใช้ GPU ที่มีตัวเร่งการแสดงผลวีดีโอแบบ HD โชคดีว่า Notebook ที่มีจำหน่ายในท้องตลาดในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาจะใช้ GPU ที่มีความสามารถนี้ แต่เราแนะนำให้ใช้ GPU ที่สนับสนุน Bitstream Decoding ที่สามารถปลดแอกกระบวนการถอดรหัสออกจาก CPU ได้ 100% โดยมีข้อแม้ว่าคุณต้องเล่นไฟล์หนัง HD ที่เข้ากันได้กับตัวถอดรหัสดังกล่าว ซึ่ง GPU ที่สนับสนุน Bitstream Decoding ที่มีจำหน่ายในปัจจุบันได้แก่ GPU ดังต่อไปนี้Intel: GPU ตระกูล 4500MHDATI: GPU ตระกูล Radeon HD 4000 seriesNvidia: GPU ตระกูล Geforce 200, 8000 และ 9000 series (ยกเว้น Geforce 8800 Ultra, 8800 GTX, 8800 GTS (320/640MB)) สำหรับ GPU อื่นๆ ที่วางจำหน่ายในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา (ที่ไม่ได้อยู่ในรายการข้างบน) ก็มีตัวเร่งการเล่นหนัง HD เช่นกัน แต่จะเป็นการช่วยรับภาระการถอดรหัสหนังบางส่วนเท่านั้น และยังใช้ CPU ช่วยในกระบวนการถอดรหัสอยู่ คุณสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสามารถในการช่วยถอดรหัสหนังของ GPU รุ่นต่างๆ ได้จาก link ต่อไปนี้Wikipedia: Nvidia PureVideoWikipedia: ATI – Unified Video Decoder (UVD)Wikipedia: DirectX Video Acceleration (DXVA) 2. Notebook หรือ PC ที่ใช้ CPU ที่มีความสามารถสูงพอ จริงอยู่ที่ GPU ที่สนับสนุน Bitstream Decoding สามารถปลดแอกกระบวนการถอดรหัสและการประมวลผลวีดีโอได้ 100% แต่ในขณะเล่นหนัง CPU ของคุณยังคงต้องทำงานต่างๆ อยู่ดี เช่นอ่านไฟล์หนังจากดิสก์, ประมวลผลคำสั่งต่างๆ จากโปรแกรมเล่นหนัง และยังต้องประมวลผล Background Process อื่นๆ ของ Windows อีกด้วย ซึ่งจุดนี้อาจเป็นอุปสรรคในการเล่นหนังได้อย่างได้อย่างลื่นไหล สำหรับ Notebook บางเครื่องที่ถึงแม้จะมี GPU ที่สนับสนุน Bitstream Decoding แต่ใช้ CPU ความเร็วไม่สูงมากนัก (เช่น CPU ตระกูล Atom, Core Solo หรือ CPU แบบ ULV บางตัว)ฉะนั้นเมื่อคุณเปิดใช้ตัวเร่งของ GPU บนเครื่องที่ใช้ CPU ความเร็วต่ำ แล้วสังเกตเห็นว่าเครื่องยังใช้ CPU มากกว่า 70% ในการเล่นหนัง HD คุณอาจต้องทำใจว่าโอกาสที่หนังจะกระตุกในบางช่วงมีอยู่สูง เนื่องจาก CPU มี headroom (หรือเหลือทรัพยากร) สำหรับงาน multitasking บน Windows ค่อนข้างน้อย3. สาย HDMI หรือ DVI ในกรณีที่คุณต้องการต่อ Notebook/PC ของคุณเข้ากับจอ LCD Monitor/TV, Plasma TV หรือ A/V Receiver 4. สาย Optical หรือ Coaxial ในกรณีที่คุณต้องการต่อ Notebook/PC เข้ากับ A/V Receiver ที่ไม่สนับสนุน HDMI หรือในกรณีที่เครื่อง Notebook/PC ของคุณไม่สนับสนุนการส่งสัญญาณเสียงผ่านสาย HDMI (คุณจะต้องใช้สาย Optical หรือ Coaxial ในกรณีที่คุณต้องการให้ A/V Receiver เป็นตัวถอดรหัสเสียงเซอร์ราวด์เท่านั้น)5. สาย Stereo Minijack สำหรับต่อสัญญาณเสียงไปยังลำโพง/หูฟัง ในกรณีที่คุณไม่ต้องการส่งสัญญาณเสียงแบบดิจิตอล ด้าน Software:1. Windows Vista หรือ Windows 7 เทคนิคการเล่นหนังในบทความนี้ถูกทดสอบบน Windows 7 และ Windows Vista เราจึงไม่รับประกันว่าเทคนิคเดียวกันนี้จะสามารถใช้บน Windows XP ได้ 100%2. Driver ของ GPU เวอร์ชันล่าสุดจากผู้ผลิตแต่ละค่าย คุณสามารถหาดาวน์โหลดได้จากเว็บไซท์ของผู้ผลิต GPU หรือเว็บไซท์ผู้ผลิต Notebook/PC ของคุณ3. DirectX 9 และ DirectX 10 เนื่องจากโปรแกรมเล่นหนังที่ใช้ในบทความนี้จะดึงเอาความสามารถของ Pixel Shader จาก DirectX 9 API มาใช้ด้วย คุณจึงต้องดาวน์โหลดและติดตั้ง DirectX 9 พร้อม Update ตัวล่าสุดจากเว็บไซท์ของ Microsoft ส่วน DirectX 10 นั้นคุณไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลด เพราะมันถูกบรรจุมาพร้อมกับ Windows Vista/7 อยู่แล้ว4. โปรแกรม Media Player Classic Home Cinema (MPC) สามารถดาวน์โหลดได้จากที่นี่ เราขอแนะนำให้คุณใช้เวอร์ชันสำหรับ Windows 32 bit (X86) ถึงแม้ว่าคุณจะใช้ Windows 64 bit (X64) ก็ตาม จริงๆ แล้วคุณมีทางเลือกที่จะใช้โปรแกรมอื่นๆ ได้ แต่เราจะใช้โปรแกรม MPC เป็นหลักในบทความนี้5. Haali Media Splitter สำหรับเล่นไฟล์ M2TS, MP4 และ MKV สามารถดาวน์โหลดได้จากที่นี่6. FFDSHOW Tryouts สำหรับเล่นไฟล์หนัง format อื่นๆ ที่ MPC ไม่สนับสนุน สามารถดาวน์โหลดได้จากที่นี่7. Mediainfo dll สำหรับดูข้อมูลต่างๆ ของไฟล์หนัง ให้คุณดาวน์โหลดเฉพาะไฟล์ DLL ที่เป็นเวอร์ชัน X86 จากที่นี่ หลังจากนั้นให้ unzip ไฟล์ DLL ที่ดาวน์โหลดมาไปไว้ในโฟลเดอร์เดียวกับโปรแกรม Media Player Classicเมื่อตรวจสอบจนแน่ใจว่าเครื่อง Notebook/PC ของคุณมีคุณสมบัติ ด้าน Hardware และ Software ตรงกับที่ระบุไว้ข้างบน ก็มาเริ่มตั้งค่า Notebook/PC สำหรับการดูหนังกันเลยครับ
Okoro SX100 HTPC อยากอัดทีวีพร้อมกันสี่ช่องก็เอาเลย
เพื่อนๆ คนไหนเคยอยากจะอัดรายการโทรทัศน์ทีเดียวหลายๆ ช่องพร้อมกันไหมครับ รับรองไม่ต้องไปหาซื้อซูเปอร์คอมพิวเตอร์มาใช้หรอก เพราะทาง Okoro Media Systems ได้ออก HTPC รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง OMS-SX100 ออกมาแล้ว ด้วยขนาดความสูงแค่ 3 นิ้ว ไม่ต้องกลัวว่ามันจะขัดหูขัดตาเลยตั้งคู่กับเครื่องๆ อื่นๆ ถึงแม้ตัวจะเล็กแต่ไส้ในไม่เล็กตาม เพราะอัดแน่นมาด้วย Intel Core-i3 530 2.93 GHz หน่วยความจำแบบ DDR3 จำนวน 4 GB เครื่องเล่น Blu-Ray ฮาร์ดดิสก์ขนาด 2 TB ระบบเสียงรอบทิศทาง 7.1 รองรับ Gigabit Ethernet และทำงานบนระบบปฏิบัติการ Windows 7 อ้อ และแน่นอนที่จั่วหัวไป เครื่องนี้ยังมี HD Tuner มาให้ถึงสี่ตัวด้วย ตัวเครื่องอัดได้ถึง 219 ชั่วโมง พ่อแม่ลูกไม่ต้องทะเลาะกันแล้วว่าจะดูรายการอะไรที่มา : okoromedia.com
LCDSPEC พาเที่ยวงาน Electronica Showcase 2010 ภาค1
พบกับ LCDSPEC  อาสาพาเที่ยวงาน Power Mall Electronica Showcase @ Siam Paragon กันนะครับ ซึ่งงานนี้อย่างที่ทราบกันคืองานมหกรรมที่รวบรวมเครื่องใช้ไฟฟ้า (อย่าง TV ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย) และสินค้าไอทีต่างๆ อาทิ โน้ตบุ๊ก คอมพิวเตอร์ กล้องดิจิตอล และโทรศัพท์มือถือ ที่จัดได้ว่าใหญ่ที่สุดแห่งปีงานหนึ่ง ที่ให้คุณได้ช้อปสนั่นกรุงก่อนใครรับส่วนลดคืน รวมสูงสุด 21% ในวันที่ 30 มิถุนายน – 11 กรกฎาคมนี้  ณ Royal Paragon Hall ชั้น 5 สยามพารากอนสำหรับใครที่ยังไม่ได้ชมพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ ก็สามารถชมกันได้ ที่นี่ ครับบริเวณด้านหน้าของงาน ที่จัดขึ้น Royal Paragon Hall ชั้น 5 สยามพารากอน สำหรับการเดินทางแนะนำให้มารถไฟฟ้ากันนะครับ แล้วตรงขึ้นลิพท์มาเลย น่าจะสะดวกสุดตรงบันไดเลื่อนก็จะมี Directory Board อยู่ ใครเข้ามาแล้วยังงงๆ สามารถดูตรงจุดนี้ได้ด้านหน้าของทางเข้าจะเป็นเวทีที่ไว้จับลุ้นโชค iPad ทุกวัน สำหรับคนที่ซื้อสินค้าทุกๆ 3,000 บาท รวมถึงยังเป็นที่ประมูลสินค้าอีกด้วยด้านหน้างานอีกเช่นกัน เราจะพบกับสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ที่มาพร้อมกับดีไซน์ที่เป็นแฟชั่น จัดแสดงอยู่เครื่องซักผ้า ทีวี ชุดโฮมเธียร์เตอร์ ก็จัดได้ว่าอยู่ในรูปแบบของแฟชั่นเห็นน้องเค้ายืนเหงาๆ เลยกดมาฝากกันซักหนึ่งภาพครับส่ววนี่ก็จะเป็นของรางวัลต่างๆ เพียงคุณจับจ่ายสินค้าภายในงาน Power Mall Electronica Showcaseก่อนเข้างาน แวะมาดูการประมูล ชุดโฮมเธียร์เตอร์จาก Philips สุดเร้าใจซักเล็กน้อยเอาล่ะครับ มาเข้าชมงานกันดีกว่าเจอก่อนเลยกับบูธ Canon ที่ขนกล้องดิจิตอล มาแบบทุกรุ่น ทุกซีรี่ย์อดใจไม่ได้ กับความน่ารักของพริ้ตตี้สาวโทรศัพท์มือถือก็มีมานะครับทุกรุ่นทุกยี่ห้อที่เดียวผู้ให้บริการก็มีมา อย่างบูธนี้ก็จะเป็น DTAC  ที่มี BB โปรโมชั่นเด็ดมาพร้อมกับพริ้ตตี้สาวคนเดิม (น่ารักเหมือนเดิมด้วย)บูธ AIS ก็มานะครับ พร้อมให้ทดลองการใช้งาน 3G กันแบบสดๆ ภาพ โน้ตบุ๊กพร้อมมีพริ้ตตี้สาวคอยให้บริการต่างๆ เกี่ยวกับข้อมูลสินค้าป็นอย่างดีกล้องต่างๆ ก็มากันเพียบอย่าง Fujifilm ที่มีตัว HS10 สุดแจ่มOlympus ก็นำ PEN E-PL1 มายั่วน้ำลายเช่นกันNikon ก็ไม่พลาดเหมือนกันที่จะมาเปิดบูธ พร้อมกับมีเลนส์ Super Tele มาโชว์อีกเช่นเคย ว่าแต่จะลองขึ้นไปส่องสาว แต่ดันไม่มีมุม – -aPanasonic นำกล้องดิจิตอล Lumix มาทั้งกองทัพกล้องวีดีโอก็มีอย่าง JVC และ Sanyoแต่ ณ นาทีนี้ คงไม่มีใครโดดเด่นเท่า Sony NeX-5 อีกแล้วเด่น ไม่เด่นยังไง ดูจากภาพนี้ได้ ว่าผมไปโฟกัสที่ไหนไปต่อกันเลยที่หน้า 2 >>>
เพาเวอร์บาย แถลงข่าวการจัดงาน POWER BUY EXPO 2010
บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด ศูนย์รวมเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าไอที และ อุปกรณ์เล็กทรอนิกส์ครบวงจร จัดงานแถลงข่าว POWER BUY EXPO 2010 วันพฤหัสบดีที่ 15 กรกฎาคม 2553 เวลา 10.30 – 12.30 น. ณ ห้องประชุมเตียง จิราธิวัฒน์ ชั้น 16 อาคารชิดลมทาวเวอร์ (เซ็นทรัลชิดลม)โดยทุ่มงบกว่า 60 ล้านบาท จัดงาน “Power Buy Expo 2010″ ขนสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าไอทีนวัตกรรมใหม่กว่า 200 แบรนด์ มาจำหน่ายราคาพิเศษ พร้อมร่วมกับบัตรเครดิตชั้นนำให้ส่วนลดสูงสุดอีก 21%…นาย สุทธิสาร จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด ศูนย์รวมเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าไอที และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ครบวงจร ในเครือบริษัทเซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทได้ทุ่มงบกว่า 60 ล้านบาท จัดงาน “Power Buy Expo 2010″ ขนสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าไอทีนวัตกรรมใหม่กว่า 200 แบรนด์ มาจำหน่ายราคาพิเศษ พร้อมร่วมกับบัตรเครดิตชั้นนำให้ส่วนลดสูงสุดอีก 21% บนพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร ที่บริเวณสกายฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ค.-3 ส.ค.นี้นอกจากนี้ยังมีช่วง นาทีทองลดถล่มราคาแบบวันต่อวัน ทั้งแอลซีดีทีวี โทรศัพท์มือถือ และเครื่องปรับอากาศ โดยแอลซีดีทีวีขนาด 46 นิ้ว ลดราคาเหลือเครื่องละ 19,000 บาท จากเครื่องละ 40,000 บาท ซึ่งมีจำนวนจำกัดเพียงแค่ 30 เครื่องเท่านั้น เพื่อกระตุ้นอารมณ์การจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค หลังการเมืองเริ่มนิ่ง เศรษฐกิจภายในประเทศเริ่มดีขึ้น ตั้งเป้างานดังกล่าวจะมีลูกค้าร่วมชมงานไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน และมีเงินสะพัดกว่า 450 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อนที่มียอดขาย 400 ล้านบาท เพราะงานครั้งนี้สินค้าส่วนใหญ่มีราคาไม่แพงและจับต้องได้มากขึ้น“กำลัง ซื้อผู้บริโภคช่วงครึ่งปีหลัง ยังไม่สามารถคาดเดาได้เพราะเพิ่งผ่านมาแค่ครึ่งเดือน แต่ก็คาดหวังว่าน่าจะดีขึ้น เพราะในช่วงที่มีการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 ช่วงที่รัฐบาลมีมาตรการไทยเข้มแข็ง ช่วยสนับสนุนเรื่องภาษีค่าธรรมเนียมการโอนอสังหาริมทรัพย์ ยอดขายดีขึ้นมาก สำหรับครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ยอดขายของเพาเวอร์บายเติบโตมากกว่า 20% ซึ่งเป็นผลจากไตรมาสแรกยอดขายเติบโตมากถึง 30%”.สอบถามข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บ.เพาเวอร์บาย จก.  โทร. 02 101 7725 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02 101 7725 PR.Power Buy
มาตราฐานต่างๆของจอภาพที่เรียกกัน WXGA, XGA..?? คืออะไรกัน
By: admin | Date: 2 July 2009 | อ่าน 204,185 | 66 ความเห็น

« ก่อนหน้านี้     หน้าต่อไป »  

คำถามมากมายเกี่ยวกับมาตราฐานของจอภาพที่เรียกกัน XGA, WXGA, WSXGA บลาๆๆ รู้หรือไม่ว่ามันคืออะไร??

วันนี้ทีมงาน LCDSPEC มีคำตอบให้ แค่ 5 นาที ก็จะถึงบางอ้อกันเลยทีเดียว

ด้านล่างเป็นการอ่านค่ามาตราฐานต่างๆ

display chart

จอภาพ Notebook รุ่นใหม่ทั่วไปในตลาดจะเป็น WXGA 1388×768 ที่เรียกกันว่าเป็นแบบ HD (Hi-Definition) สามารถเล่นหนังแบบความละเอียดสูงได้เต็มจอ ไม่มีขอบสีดำด้านบนล่าง (อ่านบทความเพิ่มเติม)  ด้านล่างจะเป็นตารางบอกความละเอียดจอภาพตามชนิดต่างๆ

table1

ทั้งจอภาพโน้ตบุค จอภาพคอมพิวเตอร์ นั้น ส่วนใหญ่จะมีสัดส่วนจอภาพให้เลือกอยู่ 3 ขนาด คือ 4:3 / 16:10 และ 16:9

toshiba-nb43benq43
รูปภาพจาก Toshiba, Benq

ดยแรกเริ่ม เขาใช้จอ 4:3 มานานแล้วครับ ตั้งแต่จอคอมแบบ CRT หรือ จอโทรทัศน์แบบหลอด จนมาเป็นโน้ตบุคที่ใช้จอ LCD ก็ยังคงใช้ 4:3 ความละเอียดตั้งแต่ VGA: 640×480 SVGA: 800×600 XGA: 1024×768 SXGA: 1280×1024 สำหรับโน้ตบุคในตลาดตอนนี้ ไม่มี สัดส่วนนี้ขายแล้วครับ จะมีก็แต่จอคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ที่ยังพอมีเหลือให้เห็นกันบ้าง.. จอสัดส่วนนี้มีดีตรงที่ เหมาะสำหรับใช้ทำงานพวกเอกสาร ทำงานทั่วไป จะแสดงผลแนวตั้งได้ดีครับ ไม่ต้องเลื่อนจอขึ้นลง ให้ปวดหัว แต่จะมีปัญหาก็ตรงที่เวลาดูหนังจาก DVD จะปรากฏขอบหนาๆให้เห็นครับ แต่สำหรับไฟล์หนังจาก VCD เขาอัดมาเป็น 4:3 อยู่แล้วครับ ก็ดูได้เต็มจอ ไม่มีขอบ เหมือนดูในโทรทัศน์จอแก้ว เลยครับ

dell16102dell1610
รูปภาพจาก Dell

จนกระทั่งกระแสจอ Widescreen เริ่มเข้ามา เมื่อไม่กี่ปีมานี้ ก็เริ่มใช้จอ 16:10 กับ เครื่องคอมพิวเตอร์กันครับ ในขณะที่ จอ LCD TV เขาใช้กันแบบ 16:9 ที่เป็นสัดส่วนในการดูภาพยนตร์จาก DVD ความละเอียดของ 16:10 ที่เห็นกันบ่อยๆ น่าจะเป็น WXGA:1280×800 WXGA+:1440×900 แต่จริงๆแล้วสัดส่วน 16:10 เนี้ย ก็มีความละเอียดให้เลือกอีกนะครับ เช่น WVGA: 840×480 หรือมากกว่านั้นก็เช่น WSXGA: 1680×1050 WUXGA: 1920×1200 แต่ความละเอียดพวกนี้ น้อยค่ายครับ ที่จะยกลงมาใส่ลงโน้ตบุค ถ้าเครื่องนั้นไม่ได้เป็นเครื่องแบบ workstation ที่ต้องการจอภาพใหญ่ ที่ความละเอียดสูงๆน่ะครับ แต่เมื่อเวลานำโน้ตบุคออกไปพรีเซนต์งานกัน ครั้งแรกคุณอาจจะต้องเซตกันให้วุ่นวายเลย เพราะ เครื่องโปรเจคเตอร์ที่ออฟฟิศ ส่วนมากจะเป็นรุ่นไม่ใหม่มากนัก และยังไม่รองรับ Widescreen เลยต้องปรับไปใช้สัดส่วน 4:3 กัน พื้นที่ทำงานก็น้อยลง งานที่ทำมาก็ผิดสัดส่วนอีก แต่ช่วงหลังๆมานี่ โปรเจคเตอร์ก็มี Widescreen ให้เลือกปรับกันแล้ว น่าจะสบายขึ้นมา(บ้าง)นะครับ

และแล้ว จอ 16:10 ที่ใช้กันมาจนมีอายุอานามร่วม 5 ปีเศษ ก็ต้องถูกแทนที่ด้วยมาตรฐานใหม่ นั่นคือ 16:9 ครับ จะได้เหมือนๆกับพวก LCD TV ซะที ช่วงที่ใช้ 16:10 กันเนี้ย จะมีเสียงบ่นมาว่า

“จอของฉัน เป็นจอ Widescreen แต่ทำไมดูหนัง DVD แล้วยังมีขอบบน-ขอบล่าง โผล่มาให้เห็นอีก”

ขอตอบว่า เพราะหนังที่อัดมาใน DVD นั้น เขาทำมาเป็นสัดส่วน 16:9 ครับ แต่จอเป็น 16:10 เลยทำให้เหลือขอบอีก 0.5 ทั้งบน และ ล่าง

“แต่ขอบที่ฉันว่า มันหนามาก หนาเป็นไส้กรอกขอบชีสยังไงยังงั้นเลย”

ขอตอบว่า แสดงว่าหนังเรื่องนั้น เป็นภาพยนตร์ที่ทำมาเป็นสัดส่วน Anamorphic Widescreen ที่ต้องการให้เห็น รายละเอียดกว้างครบทั้งจอ เหมือนกับที่ฉายในโรงหนังครับ ปรับสัดส่วนได้ แต่หน้าคนจะยืดยาวขึ้นมานะครับ

ตอนนี้ก็เลยมีจอ 16:9 มาเป็นอีกมาตรฐานหนึ่ง สำหรับโน้ตบุคแล้ว ความละเอียดที่พบเห็นกันได้มากที่สุด มีสองขนาดครับคือ 1366×768 (เท่ากับ LCD TV แบบ HD-ready เลย) กับแบบ Full HD 1920×1080 แต่จริงๆแล้ว เขาใช้มาตรฐานคล้ายๆกับ 16:10 ในการเรียกชื่อพวก WXGA/WSVGA อะไรพวกนี้ ต้องบอกก่อนเลย เมื่อแรกเห็นจอโน้ตบุคแบบ 16:9

เป็นเรื่องปกติครับ เราลองดูรูปเปรียบเทียบ ภาพทุกสัดส่วนที่เป็นมาตรฐาน ณ ปัจจุบันนี้ดูนะครับ

วิธีการอ่าน Chart

chart

749px-vector_video_standards2svg

รูปภาพจาก wikipedia

สรุป คือ เลือกหน้าจอที่มีความละเอียดที่สูงที่สุดเท่าที่เลือกได้ตามงบประมาณที่มี และให้มีสัดส่วนของหน้าจอเป็น 16:9 เพราะหนังและเกมส์ใหม่ๆ ที่ออกมา่ใหม่จะรองรับสัดส่วนนี้เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเกือบทุกรุ่นจะขึ้นต้นด้วย W(wide screen-จอกว้าง) เช่น WXGA, Wxxx

ท่านที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียดได้ที่ wikipedia หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับเราได้ที่ เวปบอร์ด กูรูของเราจะตอบทุกคำถามเกี่ยวกับ Monitor/LCD

-

« ก่อนหน้านี้ 1 2 หน้าต่อไป »

 
 
Comments ความคิดเห็น (66)
Anonymous (124.157.135.xxx) | 01/10/2552 : 13:18      

[IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/9.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/8.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/4.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/5.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/7.gif[/IMG]

ความคิดเห็นที่ 66
Anonymous (202.28.78.xxx) | 01/10/2552 : 12:58      

[IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/1.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/2.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/3.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/4.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/5.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/6.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/7.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/8.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/9.gif[/IMG]

ความคิดเห็นที่ 65
Anonymous (110.49.90.xxx) | 28/09/2552 : 22:43      

[IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/2.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/1.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/8.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/7.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/6.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/5.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/5.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/4.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/3.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/9.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/9.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/9.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/9.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/9.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/11.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/10.gif[/IMG]

ความคิดเห็นที่ 64
Anonymous (124.121.138.xxx) | 28/09/2552 : 03:58      

[IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/1.gif[/IMG]

ความคิดเห็นที่ 63
Anonymous (124.120.176.xxx) | 27/09/2552 : 23:02      

[IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/3.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/7.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/10.gif[/IMG]

ความคิดเห็นที่ 62
Anonymous (61.19.237.xxx) | 23/09/2552 : 17:50      

[IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/7.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/6.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/5.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/9.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/4.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/3.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/2.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/1.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/8.gif[/IMG]

ความคิดเห็นที่ 61
Anonymous (113.53.150.xxx) | 22/09/2552 : 14:59      

[IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/7.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/2.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/1.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/3.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/4.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/5.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/6.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/8.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/9.gif[/IMG]

ความคิดเห็นที่ 60
Anonymous (113.53.150.xxx) | 22/09/2552 : 14:58      

[IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/4.gif[/IMG]

ความคิดเห็นที่ 59
Anonymous (58.8.155.xxx) | 19/09/2552 : 23:39      

[IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/8.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/6.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/3.gif[/IMG]

ความคิดเห็นที่ 58
Anonymous (58.181.182.xxx) | 18/09/2552 : 09:22      

[IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/6.gif[/IMG]

ความคิดเห็นที่ 57
Anonymous (203.131.209.xxx) | 16/09/2552 : 19:24      

[IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/9.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/1.gif[/IMG]

ความคิดเห็นที่ 56
Anonymous (118.173.254.xxx) | 15/09/2552 : 01:05      

[IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/3.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/3.gif[/IMG]

ความคิดเห็นที่ 55
Anonymous (61.7.153.xxx) | 14/09/2552 : 13:08      

[IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/3.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/5.gif[/IMG]

ความคิดเห็นที่ 54
สมาชิก LCD (118.172.83.xxx) | 05/09/2552 : 22:49      

[IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/9.gif[/IMG]

ความคิดเห็นที่ 53
Anonymous (124.120.190.xxx) | 05/09/2552 : 18:59      

[IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/5.gif[/IMG]

ความคิดเห็นที่ 52
admin (124.120.102.xxx) | 03/09/2552 : 08:47      

เด๋วมีมา update เพิ่มเติมกัน

ความคิดเห็นที่ 51

     ร่วมแสดงความคิดเห็น / ไม่มีการตอบกลับ

LCD SPEC COMMENT
 
user/password เดียวกับเว็บบอร์ด สมัครสมาชิก
Username: Password:
ความคิดเห็น :
 
 
 
Tag: 3D 1080p Acer benq Blu-ray Blu-ray player Bravia Brochure ces commart DLNA DVI full hd Full HD 1080P hd HDMI HDTV iphone lcd LCD monitor lcd tv LED LED backlight LED Backlit LED Monitor LED TV LG monitor Netflix OLED OLED TV Panasonic Philips Plasma Plasma TV PS3 Samsung sharp Sony Toshiba tv USB VGA Viera wifi
COPYRIGHT@2010 LCDSPEC.COM ALL RIGHTS RESERVED.
 0 Users Online