|
อย่างที่เรารู้กัน ว่าเป็นคอมพิวเตอร์ มันต้องมีจอภาพ.. ปกติแล้ว เวลาเราซื้อโน้ตบุคสักเครื่อง เราคงมองกันแค่ว่า
“ฉันต้องการ CPU แรงๆ แรมเยอะๆ การ์ดจอแรงๆ จอ 14 นิ้วก็พอ”
“ผมเอา CPU กลางๆ แรมเยอะๆ การ์ดจอไม่ต้องมีก็ได้ จอ 12 นิ้วก็พอ ผมเน้นพกพา”
“ผมอยากได้เน็ตบุค จอเล็กๆ แบตทนๆ น้ำหนักน้อยๆ ราคาประหยัด”
ว่าแต่เอ๊ะ ต้องการแค่จอ 14, 12 นิ้ว ฯลฯ แค่นี้เองหรอ???
ผมว่าความต้องการแค่นั้น มันหมดยุคไปแล้วหละครับ เพราะสมัยนี้ จอโน้ตบุค ไม่ได้ให้แต่การแสดงผลที่ชัดเจนเพียงเท่านั้น ตอนนี้ นอกจากขนาด และ ความละเอียดแล้ว ส่วนใหญ่ เขาจะแข่งกันอยู่สามสี่เรื่องครับ
1. ความคมชัด ทั้งแสดงรูปภาพ อักษร
2. การให้สีสันที่ตรงกับความเป็นจริง เป็นธรรมชาติ
3. มีการแสดงผลที่ไว ต่อภาพที่ต้องเคลื่อนไหวเร็วๆ เช่นเกมต่างๆ
4. มีมุมมองที่กว้าง มองมุมไหนก็ชัด
ถ้าเป็นโน้ตบุค อาจจะเพิ่มอีกสี่ข้อ คือ
5. ประหยัดพลังงาน
6. สู้ต่อแสงแดด เมื่อทำงานกลางแจ้ง
7. ถนอมสายตา เมื่อใช้เป็นเวลานาน
8. ไม่สร้างความร้อนขึ้นมา

รูปภาพจาก akihabaranews
สี่ข้อแรก คงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก มันเป็นเรื่องปกติของคนที่จะซื้อจอ ไม่ว่าจะเป็นจอคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ หรือ ว่าเป็นจอภาพที่ติดมากับโน้ตบุคก็ตาม เพราะถ้าแสดงรูปภาพ หรือ อักษรไม่ชัดจะเอามาทำอะไร สีสันนี่ ถ้าเพี้ยนไป คงทำงานที่ต้องใช้สีที่ตรงจริงๆ ลำบากแน่ อาจจะต้องหาเครื่องมา Calibrate กันให้ยุ่งยาก ส่วนความไว ที่เค้าจะระบุค่ากันเป็น millisecond เนี้ย อย่างที่รู้กันว่ายิ่งน้อย มันยิ่งดี เจ้าสองค่าแรกเนี้ย เราอาจจะพิสูจน์ได้ด้วยตานะ แต่ข้อที่สามเนี้ย ตอนนี้รู้สึกมีแค่เพียงยี่ห้อเดียวเองนะครับ ที่เขาระบุว่า จอเขาแสดงผลได้เร็ว กี่ ms ก็ว่ากันไป… แถมเป็นยี่ห้อ ที่ขยันโถมการ์ดจอแรงๆมาใส่โน้ตบุคด้วยสิ มุมมองที่กว้าง หรือ view angle ช่วยให้คุณมองจอแล้ว มองมุมไหน ก็ได้สีสัน แสงสี ที่ใกล้เคียงกับการมองตรงๆ อันนี้แล้วแต่คนชอบนะครับ ผู้ใช้โน้ตบุคบางคนอาจจะต้องการความเป็นส่วนตัว เมื่อนำเครื่องออกไปใช้ในที่สาธารณะ
เอาหละ มาว่ากันด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆกันดีกว่า
1. การประหยัดพลังงาน แน่นอน ถ้าจอภาพใช้พลังงานน้อยลง แบตเตอรรี่ก็จะหมดช้าลง โน้ตบุคสมัยนี้ CPU, Ram, Harddisk ก็กินไฟมากพออยู่แล้ว จะให้มาเพิ่มภาระตรงส่วนแสดงผลอีกน่ะหรอ โน้ตบุคบางเครื่องตอนนี้มี Hybrid modeแล้ว ที่สามารถเลือกการทำงาน ระหว่างการ์ดจอแยก กับ การ์ดจอออนบอร์ดได้ ถ้าจะให้ผลักภาระมาที่จอแสดงผล ผมว่าไม่ค่อยคุ้มเท่าไร ถ้าจอประหยัดพลังงานมากขึ้น ก็คงดีไม่น้อย

รูปภาพจาก talklaptops
2. จอที่สู้ต่อแสงแดดได้ เมื่อทำงานกลางแจ้ง โน้ตบุคเป็นคอมพิวเตอร์ที่พกพาไปไหนได้ แม้กระทั่ง การทำงานกลางแจ้ง หรือที่ที่มีแสงสะท้อน ถ้าเป็นจอโน้ตบุค รุ่นเก่าๆ อาจจะต้องเร่งแสงกันสุดฤทธิ์ เพื่อให้มองเห็นรายละเอียดได้ บางทีเร่งจนไม่รู้จะเร่งอย่างไรแล้ว อย่าลืมนะครับว่าจอโน้ตบุค ปรับได้แค่ค่า Brightness หรือ ความสว่าง ไม่สามารถปรับค่าอื่นๆได้เลย เร่งเท่าไรแล้วก็ยังไม่ดีขึ้นเลย มันคงดีนะ ถ้ามันจะสู้ต่อแสงแดดกลางแจ้งได้

3. จอภาพถนอมสายตา อันนี้สำคัญมาก เพราะ จอโน้ตบุค ถูกวางในตำแหน่งที่ใกล้ตา มากกว่าจอของคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ถ้าเราต้องทำงานเป็นเวลานาน เราอาจจะปรับแสงให้ลดลงไปบ้าง แต่ก็ต้องแลกมากับรายละเอียดที่น้อยลง ถ้าเกิดว่า ตัวจอภาพมีรายละเอียดดีอยู่แล้ว การเร่งแสง ก็จะไม่ทำให้รายละเอียดภาพลดลง เราก็ไม่ต้องเพ่งจอภาพนานๆ ที่อาจทำให้แสบตา และ ส่งผลเสียต่อสายตาได้
สุดท้าย 4. จอภาพไม่สร้างความร้อนขึ้นมา อันนี้ก็สำคัญมากเหมือนกัน เพราะท่อนล่างของโน้ตบุคเนี้ย มันก็ร้อนพอแล้ว บางรุ่นดีหน่อย ทำช่องระบายความร้อนไว้ด้านข้าง หรือ ด้านหลัง แต่บางยี่ห้อนี่สิ ไว้ใต้คีย์บอร์ดเลย พอใช้งานเสร็จ พับจอลงมา จอสร้างความร้อนขึ้นมา แถมถูกปิดอบลงไปอีกตังหาก ยิ่งทำให้ร้อนหนักเข้าไปใหญ่ ยิ่งตอนนี้ นี่นิยมกันมากเลย สำหรับเจ้า ซิลิโคนติดคีย์บอร์ดเนี้ย ถ้าเกิดมามาเจอกับจอร้อนๆ เมื่อปิดฝาลงไปแล้ว ผมไม่อยากจะคิดเลย ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น..

รูปภาพจาก labtopskin
นอกจากรายละเอียดที่ผมว่าไปทั้งหมดแล้ว เรามาดูว่า เราจะมีวิธีเลือกกันอย่างไรนะครับ
ณ ตอนนี้ จอโน้ตบุค มีเพียงสองประเภทให้เลือกครับ ไม่ต้องคิดอะไรให้มากมาย คือ TFT ชนิด TN และ LED ครับ ผมจะไม่อธิบายหลักการทำงานให้ปวดหัวแล้วกัน แต่จะอธิบายคุณสมบัติให้ฟังแล้วกัน
1. TFT แบบ TN
จอแบบนี้เป็นที่นิยมมาก เพราะนอกจากจะให้รายละเอียดภาพที่คมชัด สีสันที่เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป ดูสบายตา แสดงผลได้รวดเร็ว แล้วยังราคาไม่แพงอีกด้วย แต่ต้องแลกมากับสีสันที่อาจจะผิดเพี้ยนไป เรื่องความร้อน เกิดแน่นอนครับ แต่ก็แค่ระดับอุ่นๆ เรื่องการสู้แดดนั้น ยังทำได้ไม่ดีนักเนื่องจาก Panel แบบ TN ไม่มี layer สำหรับดูดซับแสงจากภายนอก
จอ LCD มีให้เลือกทั้งแบบด้าน (ไม่เงา) และ แบบcoated (พ่อค้ามักจะเรียกกันว่า จอกระจก เพราะมันเงา) แต่ส่วนใหญ่จะเป็นแบบเคลือบเงา เพื่อให้ดูแล้ว สีสันสดใสขึ้น และมีคอนทราสท์มากขึ้น แต่บางคนบ่นว่าแสดงมันสะท้อนเข้าตา อันนี้ก็แล้วแต่คนมองนะครับ

รูปภาพจาก drycreekphoto
จอ TFT มีให้เลือกทั้งแบบ ด้าน (ไม่เงา) และ แบบcoated (พ่อค้ามักจะเรียกกันว่า จอกระจก เพราะมันเงา) แต่ส่วนใหญ่จะเป็นแบบเคลือบเงา เพื่อให้ดูแล้ว สีสันสดใสขึ้น สว่างมากขึ้น แต่บางคนบ่นว่าแสดงมันสะท้อนเข้าตา อันนี้ก็แล้วแต่คนมองนะครับ

รูปภาพจาก nvworld
2. LED
เป็นเทคโนโลยี backlighting แบบใหม่ ซึ่งเปลี่ยนมาใช้หลอด LED เป็นแหล่งกำเนิดแสงแทนการใช้หลอดฟลูออเรสเซนท์แบบเดิมๆ สิ่งแรกที่สามารถสังเกตได้คือ “มันบางลง” และ “น้ำหนักเบา” กว่าเดิม แล้วยังให้สีสันที่สดสวย และการตัดกันของสีที่ดีกว่าอีกด้วย อีกอย่างหนึ่งคือ มันประหยัดไฟมากขึ้น ความร้อนลดน้อยลงครับ ส่วนเรื่องราคา ยอมรับว่าในปัจจุบันยังแพงกว่าจอที่ไม่ใช้ LED backlight อยู่พอสมควร แต่กำลังมีแนวโน้มว่าจอที่ใช้ LED จะถูกลงเรื่อยๆ และ จะมาแทนที่จอแบบเดิมๆ ในที่สุด
สรุป
ตอนนี้คุณคงได้ทราบแล้วว่า จะเลือกใช้จออะไร สัดส่วนเท่าไรดี หลังจากนั้นก็เป็นเรื่องของขนาดของหน้าจอ อันนี้ก็แล้วแต่คุณชอบแล้วหละครับ ตอนนี้เน็ตบุค จอเล็กๆ ก็เริ่มมีจอ LED ให้ใช้กันแล้ว โน้ตบุคขนาดจอตั้งแต่ 13 นิ้วขึ้นไป ก็มีจอ LED แบบ 16:9 ให้เลือกแล้วเหมือนกัน นอกจากนั้น อยู่ที่”ตา”ของคุณแล้วหละ ว่าชอบจอของเครื่องไหนมากกว่ากัน นอกจากจะดูที่เสปคของเครื่องแล้ว จอภาพผมว่าก็เป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งเลยนะครับ เพราะเป็นส่วนที่ติดต่อกับผู้ใช้โดยตรงเลย ถ้าจอภาพดีคุณก็จะใช้เครื่องอย่างมีความสุข กับ เสปคที่คุณพึงพอใจ แต่ถ้าจอภาพไม่ดี แม้เครื่องคอมพิวเตอร์จะดีแค่ไหน คุณก็อาจจะไม่มีความสุขกับมัน (คุณว่ามั๊ย??)
สุดท้ายนี้ ก็ขอให้เลือกซื้อโน้ตบุคเครื่องที่ถูกใจ ในงานที่ใกล้จะถึงนี้นะครับ ขอบคุณครับ ^^*
the_bunz,
« ก่อนหน้านี้ 1 2 หน้าต่อไป »
|