|
นาทีนี้หลายคนอาจจะกำลังหามอนิเตอร์ตัวใหม่ ที่ไว้ใช้งานทั่วไปอย่างงานเอกสารหรือท่องอินเตอร์เน็ต จนไปถึงรองรับความบันเทิงอย่างชมภาพยนตร์หรือเล่นเกมสามมิติ โดยส่วนมากจะเลือกขนาดหน้าจอกันที่ประมาณ 21.5 นิ้วขึ้นไป จะแบบจอด้านหรือจอกระจก ก็แล้วแต่จะชอบใจกัน

ซึ่งในตลาดมอนิเตอร์ตอนนี้ก็มีให้เลือกมากมายหลายรุ่นหลายราคา ทั้งแบบ LCD และ LED บางคนอาจจะยังเลือกไม่ถูก ถ้ายังไม่ได้ตัดสินว่าจะซื้อรุ่นไหน ก็ลองชมรีวิว LED Monitor: BenQ V2420 นี้ ดูนะครับ

ซึ่งในวันนี้ LCDSPEC ขอนำเสนอบทความทดสอบ LED Monitor จาก BenQ ที่มาให้ดีไซน์หรูหรา พร้อมได้รับรางวัล iF Product Design Award ประจำปี พ.ศ. 2553 ซึ่งแฝงไว้ด้วยเทคโนโลยี LED backlight ที่ประหยัดพลังงาน และการแสดงผลที่เหนือว่า LCD แบบเดิมๆ

มาดูที่อุปกรณ์ที่ให้มาในกล่อง ก็มีมาเป็นมาตรฐานอย่าง คู่มือ CD สายสัญญาณ D-sub และอแดปเตอร์ภายนอกพร้อมสายไฟ ส่วนสายสัญญาณ DVI นั้นไม่มีมาให้แต่อย่างใด (ไม่น่าพลาดตรงจุดนี้ เส้นไม่กี่บาท กลับไปแถมมาให้ ต้องเสียเวลาไปหาซื้อเองอีก) พร้อมด้วยตัวจอที่มีดีไซน์มีความบางและน้ำหนักเบาสมกับที่ เป็น LED Monitor

LED Monitor จากทาง BenQ V2420 ขนาดหน้าจอ 24 นิ้ว Widescreen สัดส่วนเป็น 16:9 ความละเอียดสูงสุดที่ 1920×1080 พิกเซล (Full HD) มีค่า Contrast Ratio แบบ Native 1,000:1 หรือในแบบ Dynamic Contrast Ratio ที่สูงถึง 10,000,000:1 อัตราความเร็วตอบสนองเพียง 5ms พอร์ตการเชื่อมต่อสนับสนุนทั้งแบบอนาล๊อกในรูปแบบของ D-Sub และดิจิตอลที่เป็น DVI แน่นอนว่าด้วยความที่มันเป็นจอ LED ดีไซน์ของจอเลยบางพิเศษกว่า LCD Monitor ธรรมดาทั่วไป ด้วยราคาค่าตัว 7,690 บาท (อ้างอิงจากเว็บ BenQ ประเทศไทย)

จัดว่าเป็น LED Monitor ที่คุ้มค่าตัวหนึ่ง กับขนาดหน้าจอ 24 นิ้ว พร้อมดีไซน์ที่ดูหรูหรา เน้นเรื่องของการใช้งานจริงเป็นหลัก และด้วยเทคโนโลยี Senseye® ของทาง BenQ ที่คอยปรับสีสันของภาพให้มีความเหมาะสมตามลักษณะการใช้งาน อีกทั้งยังมี Eco Mode ที่ช่วยประหยัดพลังงานอีกแรงด้วย

ส่วนของการดีไซน์ออกแบบ จะเห็นว่าเป็นรูปลักษณ์ใหม่ของ BenQ ที่มีความหรูหรา ด้วยสีดำมันวาว Glossy ในแบบเรียบๆ แต่ก็ทำให้เป็นรอยนิ้วมือหรือรอยขนแมวได้ง่ายเช่นกัน

ด้านหน้าตรง

ดูในมุมเอียงซ้ายกันหน่อย

ตรงกลางขอบจอด้านล่างจะเป็นโลโก้ยี่ห้อ BenQ โดยจะมีตัวหนังสือเป็นสีเงินนูนขึ้นมา

ด้านบนมุมขวา จะมีการระบุชื่อรุ่นเอาไว้ โดยที่มีตัวหนังสือเป็นสีเทา

เทคโนโลยี Senseye 3 ให้สีสันสดใสสมจริง เอกสิทธิ์เฉพาะ BenQ

มาดูกันที่ปุ่มปรับตั้งค่าต่างๆ ของจอ จะเห็นได้ว่าจะเป็นตัวหนังสือสีขวา ทำให้มองเห็นได้ชัดเจน ส่วนปุ่มกดจะอยู่บริเวณขอบล่างของจอ นับจากทางซ้ายไปขวาจะเป็นปุ่ม Auto, Menu, เพิ่ม-ลด ความสว่าง, Enter โดยที่เวลาอยู่ในสถานะ standby หรือไม่มีสัญญาณเข้า จะมีไฟเป็นสีส้ม

ซึ่งเมื่อพร้อมใช้งานจะเป็นไฟสีเขียว

ขอบจอมีลักษณะค่อนข้างจะหนานิดหน่อย แต่ก็เป็นปกติของมอนิเตอร์ทั่วไป ไม่ต้องไปกังวลแต่อย่างใด

คราวนี้เรามาลองดูในมุมด้านข้างกันบ้าง ซึ่งดูจากภาพแล้วจะเห็นเลยว่าความบางของเครื่องจัดได้ว่าเป็น LED Monitor ที่ไม่ได้มีความบางจัดมากนัก แต่ถ้าเราซื้อมาใช้งานเป็นหลัก ส่วนนี้ก็ไม่ต้องไปสนใจมากเท่าใดนัก

มาชมกันที่ด้านหลังกันบ้าง จะเห็นว่าก็จะเป็นสีดำ Glossy เช่นกัน โดยจะดูโล่งๆ เรียบๆ ไม่มีการเล่นลวดลายใดๆ

ตรงกลางด้านหลังก็จะมีโลโก้ BenQ เป็นแบบร่องลึกลงไป และเป็นที่น่าสังเกตว่าไม่มีในส่วนของ Wall-Mount ที่ไว้ยืดติดกับผนัง

ด้านมุมขวาล่างจะเป็นตัวล๊อค Kensington ที่ไว้ใช้ยึดกับโต๊ะ เพื่อป้องกันการเคลื่อนย้าย

ด้านใต้ของจอจะเป็นสติ๊กเกอร์บอกรายละเอียดของตัวเครื่องเล็กน้อย

อย่างที่บอกไป ว่าปุ่มกดจะอยู่บริเวณขอบล่างของจอ

มาถึงในส่วนพอร์ตการเชื่อมต่อภายนอกที่รองรับรับทั้งดิจิตอลและอนาล็อก ที่จะอยู่บริเวณด้านล่างตรงกลางของจอภาพ จากรูปภาพด้านบนไล่จากทางซ้ายไปทางขวาจะเป็น พอร์ต DVI, พอร์ต D-Sub และสุดท้ายก็จะเป็นช่องเสียบอแดปเตอร์ เพื่อส่งพลังงานมายังจอมอนิเตอร์

ฐานตั้งเป็นลักษณะกลมๆ มีขนาดที่ใหญ่พอสมควร รองรับจอขนาด 24 นิ้ว ได้อย่างสบายๆ โดยมีการเล่นขอบเงินเพื่อความสวยงามอยู่รอบฐาน แถมยังมีสติ๊กเกอร์ Compatible with Windows 7 แปะไว้อีกด้วย

จากภาพจะเห็นว่าด้านหลังของฐานจอ สูงกว่าด้านหน้า แต่ก็น่าเสียดายในเรื่องของการใช้งงานที่ไม่สามารถหมุนได้
« ก่อนหน้านี้ 1 2 3 4 หน้าต่อไป »
|