Buver's Guide Review HD Contents HD Accessories HD Event Promotions
LCDSPEC เผย LCD Monitor ที่น่าสนใจและโดดเด่นในงาน Commart Thailand Summer Sale 2010
จากที่เคยได้พูดไว้แล้วว่าจะนำ LCD Monitor รุ่นต่างๆ ที่มีจำหน่ายอยู่ในงาน Commart นี้ มาไล่เรียงกันรุ่นที่ดูเตะตาและน่าสนใจกัน ซึ่งจากบทความ: LCDSPEC Buyer’s Guide แนะนำ LCD Monitor ที่น่าสนใจ ก่อนถึงงาน Commart Thailand Summer Sale 2010 ที่ได้นำเสนอไว้ จากเท่าที่ดูก็มีจำหน่ายในงานกันทุกรุ่นเลยครับ ในส่วนของราคานั้น ก็มีลดบ้างนิดหน่อยหากเทียบจากราคาข้างนอกงานเดี๋ยวเราจะมาดูกันว่ารุ่นไหนในงานที่โดนใจกันบ้าง รวมถึงมีรุ่นที่มีีโปรโมชั่นเด็ดๆ ภายในงานด้วย ซึ่งทุกรุ่นในบทความก่อนหน้านี้ก็ยังน่าสนใจอยู่ สำหรับบทความจะถือว่าเป็นการอัพเดทเพิ่มเติมก็แล้วกันนะครับ 1. Acer: G205HBbd >>>-       ขนาดหน้าจอ 20 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1600 x 900 พิกเซล-       Response Time 5 ms.-       อัตราความคมชัด 50,000:1 (ACM)-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVIราคาในงาน  3,990 บาทสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/158-Acer-G205Hbd.html*** โปรโมชั่นพิเศษ รับเช็คของขวัญมูลค่า 1,000 บาทเมื่อซื้อเป็นเงินสดหรือบัตรเครดิตเต็มจำนวน ลงทะเบียนรับสิทธิ์ ภายในเวลา 11.00 น. ของทุกวัน (จำนวนจำกัดวันละ 40 เครื่อง) 2. Acer: D241Hbmi >>> -       ขนาดหน้าจอ 24 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล-       Response Time 5 ms.-       อัตราความคมชัด 80,000:1 (ACM)-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMI, Audio-in, USB Hub, Card Reader, LAN, MIC Out-       มีลำโพงในตัว-       เล่นอินเตอร์เน็ตได้ โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับ PCสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/196-Acer-D241Hbmi.htmlราคาในงาน  19,900 บาท 3. Benq: M2200HD >>> -       ขนาดหน้าจอ 21.5 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล-       Response Time 5 ms.-       อัตราความคมชัด 10,000:1 (DCR)-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMI, Audio-in-       มีลำโพงในตัว-       มีกล้องเว็บแคมความละเอียด 2 ล้านพิกเซลสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/147-Benq-M2200HD.htmlราคาในงาน  6,900 บาท 4. Benq: G2412HD >>>-       ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 2 ms.-       อัตราความคมชัด4,000:1 (DCR)-       ความสว่าง 300 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMI, Audio-in-       มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/188-Benq-G2412HD.htmlราคา 8,190 บาท – ราคาในงาน 6,190 บาท 5. LG: E1940T-PN (LED Monitor) >>>-       ขนาดหน้าจอ 18.5 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1366 x 768 พิกเซล-       Response Time 5 ms.-       อัตราความคมชัด 2,000,000:1 (DFC)-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVIสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/175-LG-E1940T-PN.htmlราคา 4,700 บาท 6. LG: M227WA-       ขนาดหน้าจอ 21.5 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 5 ms.-       อัตราความคมชัด 50,000:1 (DFC)-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMIx2, Composite, Scart, Audio-in-       ดูทีวีได้ พร้อมมีรีโมทคอนโทรล-       มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/179-LG-M227WA.htmlราคา 7,990 บาท 7. Samsung: P2370HD >>>-       ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 5 ms.-       อัตราความคมชัด 50,000:1 (DFC)-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMIx2, Audio-in, Component, Composite-       ดูทีวีได้ พร้อมมีรีโมทคอนโทรล-       มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/212-Samsung-P2370HD.htmlราคา 9,990 บาท 8. Samsung: XL2370 (LED Monitor) >>>-       ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 2 ms.-       อัตราความคมชัด 5,000,000:1 (DCR)-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMI, Audio-in-       มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/213-Samsung-XL2370.htmlราคา 13,500 บาท*** พิเศษราคา 9,900 บาทลุ้นทุกๆ 2 ชั่วโมงตามรอบกิจกรรม 10.31-11.00 น., 13.01-13.30 น., 15.31-16.00 น., 18.01-18.30 น.สำหรับใครยังไม่ได้ไปชมงานหรือไปเดินซื้อของที่งานคอมมาร์ตก็รีบๆ หาโอกาสไปกันนะครับ รับรองว่าถูกใจคอไอที ทั้ง LCD Monitor และ LCD TV อย่างแน่นอนครับ LCDSPEC.
Review : Sharp LC-32L50M ความลงตัวของภาพ และ เสียง ในราคาสุดคุ้ม
Sharp Aqous เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ LCD TV ที่มีคุณภาพดีมากแบรนด์หนึ่ง แต่อาจจะดูไม่โดดเด่นเท่าแบรนด์อื่นๆที่อาจจะโถมสเปค ลูกเล่น และ โฆษณามากมายอะไร เรียกได้ว่าโดดเด่นแบบเรียบง่ายแล้วกัน ปีนี้ Sharp เริ่มจะเอาจริงกับ LCD TV มากขึ้น ไม่ใช่แค่ออกรุ่นใหม่ๆพร้อมสเปคที่ทันสมัยแล้ว ยังมีการโปรโมตมากขึ้น (สังเกตุได้จากสื่อโฆษณาทางทีวี และ วิทยุ) หลายๆค่ายต้องระวัง Sharp กันบ้างแล้วน๊าาา เค้าเอาจริงแล้ววววSharp LC-32L50M เป็นหนึ่งรุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวในปี 2010 นี้พร้อมกับรุ่นพี่หลายๆรุ่น ไม่ว่าจะเป็น Full LED TV ที่เราจะได้ติดตามที่นี่เร็วๆนี้ด้วยกัน หรือไม่ว่าจะเป็น LCD TV 100Hz คุณภาพสูง ที่คุณภาพของ Sharp นี้เรียกได้ว่าไม่เป็นรองใคร สำหรับวันนี้เราจะมาพูดถึง LC-32L50M น้องนุชสุดคุ้มเครื่องนี้กันเป็นการเรียกน้ำย่อยก่อนแล้วกันSharp LC-32L50M นี้ถือว่าเป็นรุ่นต่อจากรุ่นยอดฮิต อย่าง Sharp LC-32D30M ที่เราเคยได้ Preview กันไปแล้ว นับเป็นรุ่นสุดคุ้ม ยอดนิยม และ เป็นยังรุ่นที่ทำให้หลายคนรู้จัก Sharp Aquos LCD TV มากขึ้น โดยรุ่นใหม่นี้ก็ยังคงคอนเซปความสวยงาม ด้วยกรอบจอที่มีให้เลือก 3 สี ให้คุณนำไปติดตั้งให้เข้ากับการตกแต่งภายในห้องได้อย่าลงตัวอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น ว่า Sharp LC-32L50M นี้ ถือเป็นการพัฒนาต่อจากรุ่น 32D30M ซึ่งแน่นอนว่าการออกแบบของ 32L50M นี้จะคล้ายคลึ่งกับรุ่นเดิมอยู่หลักๆคือ กรอบจอให้เลือก 3 สี คือ ขาว ดำ แดงฐานตั้งเป็นทรงเหลี่ยม ไม่สามารถหมุนปรับซ้ายขวาได้ ซึ่งให้ความมั่นคงให้กับเครื่องได้เป็นอย่างดีเพิ่มความหรูหราด้วยวัสดุแบบเงา Glossyด้านบนซ้ายมีโลโก้สัญลักษณ์บอกรุ่น Aquosทางด้านล่างของจอ เป็นแถบลำโพงยาวสไตล์ Sound bar ซึ่งทำให้เสียงมุ่งตรงไปยังผู้ชมด้านหน้า ทำให้ได้รับเสียงที่ชัดเจนผนวกกับที่มุมของเครื่องเป็นช่องของลำโพง Tweeter ที่จะเพิ่มคุณภาพเสียงแหลมได้ดียิ่งขึ้นด้านหน้ามีไฟบอกสถานะการเปิดเครื่อง และ ช่องรับสัญญาณรีโมท (ไม่มี Sensor OPC เหมือนรุ่นใหญ่ๆ)ใต้จอเป็นโลโก้ Sharpและด้วยการออกแบบที่เน้นการทำงานเป็นหลัก ความเพรียวบางเลยอาจจะลดลง แต่เรื่องน้ำหนักนั้นก็ไม่ได้หนักอย่างที่คิดเลยครับ สามารถยกคนเดียวได้อย่างสะดวกเลยทีเดียวสำหรับใครที่ทำรีโมทหาย ก็คงไม่ต้องซื้อทีวีเพราะหาปุ่มไม่เจอแล้วหล่ะครับ เพราะว่าปุ่มควบคุมการทำงานอยู่ทางด้านซ้ายของเครื่อง และจุดสังเกตอย่างหนึ่ง ถ้าเราทำการปิดเครื่องด้วยปุ่ม Power ที่อยู่ข้างเครื่อง ทีวีจะไม่ตอบสนองกับการกดปุ่มบนรีโมท นั่นแสดงว่าทีวีเข้าสู่โหมด Off อย่างแท้จริง ไม่ได้เป็นโหมด Standby เหมือนกับการกดปิดด้วยรีโมทพอร์ตการเชื่อมต่อ รวมกันอยู่ที่ข้างหลัง (ไม่มีพอร์ตการเชื่อมต่อด้านข้าง) มีการระบุชื่อพอร์ตอย่างชัดเจน แต่เอ๊ะ หน้าตามันคุ้นๆนะ คล้ายๆ D30 รุ่นพี่อยู่มากๆ ทั้งตำแหน่งพอร์ต และ ฝาปิดช่องเก็บสายไฟด้านล่าง ที่มีไว้ให้จัดสายไฟอย่างเป็นระเบียบ ส่วนสายไฟ Power เป็นแบบติดตั้งกับตัวเครื่อง ไม่สามารถเปลี่ยนได้สำหรับสายอากาศ ที่ค่อนข้างเป็นสายที่แข็ง ทำให้ยากต่อการติดตั้งในที่แคบๆ Sharp ก็ได้ย้ายช่องต่อสายอากาศ ให้อยู่ในแนวตั้ง แยกออกมาจากแผงการเชื่อมต่อรวม
ตั้งค่าอย่างไรให้ Notebook เล่นหนัง HD ได้แจ่มที่สุด
คุณอาจสังเกตว่า Notebook ที่มีวางจำหน่ายในปัจจุบันจำนวนไม่น้อยที่ให้พอร์ท HDMI มาด้วย ซึ่งทำให้สามารถต่อพ่วง Notebook ตัวเก่งกับอุปกรณ์ประเภทต่างๆ ที่สนับสนุนมาตรฐาน HDMI ได้ เช่น LCD Monitor/TV, Plasma TV และ A/V Receiver เป็นต้น นอกจากนี้ ชิปประมวลผลกราฟฟิค (GPU) ที่ติดมากับ Notebook ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นชิปตระกูล Intel, Nvidia หรือ ATI ต่างก็มีความสามารถในการเร่งการแสดงผลภาพวีดีโอแบบ HD ทั้งสิ้น โดย GPU ที่มีความสามารถนี้จะรับภาระการถอดรหัส และแสดงผลวีดีโอเอาไว้ด้วยตัวเอง จึงลดบทบาทของ CPU ลงไปได้ ทำให้ CPU ของคุณมีทรัพยากรเหลือสำหรับการประมวลผลอื่นๆ มากขึ้น หากไม่อาศัยความช่วยเหลือจาก GPU แล้ว คุณอาจพบว่า CPU ของคุณทำงานเกือบ 100% และ Notebook ตัวเก่งของคุณตัวร้อนจี๋ เมื่อคุณเล่นวีดีโอคลิปแบบ HD บางคลิปเลยทีเดียวถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ใช้ Notebook เล่นหนังเป็นประจำ วันนี้เรามีเทคนิคดีๆ เกี่ยวกับการตั้งค่าต่างๆ บน Notebook (หรือจะใช้ PC ก็ไม่ผิดกติกาอะไร) เพื่อให้เล่นหนังได้ลื่นไหลไม่กระตุก ภาพสวย และใช้ CPU น้อยที่สุดมาฝากครับ สิ่งที่คุณต้องมี:ด้าน Hardware:1. Notebook หรือ PC ที่ใช้ GPU ที่มีตัวเร่งการแสดงผลวีดีโอแบบ HD โชคดีว่า Notebook ที่มีจำหน่ายในท้องตลาดในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาจะใช้ GPU ที่มีความสามารถนี้ แต่เราแนะนำให้ใช้ GPU ที่สนับสนุน Bitstream Decoding ที่สามารถปลดแอกกระบวนการถอดรหัสออกจาก CPU ได้ 100% โดยมีข้อแม้ว่าคุณต้องเล่นไฟล์หนัง HD ที่เข้ากันได้กับตัวถอดรหัสดังกล่าว ซึ่ง GPU ที่สนับสนุน Bitstream Decoding ที่มีจำหน่ายในปัจจุบันได้แก่ GPU ดังต่อไปนี้Intel: GPU ตระกูล 4500MHDATI: GPU ตระกูล Radeon HD 4000 seriesNvidia: GPU ตระกูล Geforce 200, 8000 และ 9000 series (ยกเว้น Geforce 8800 Ultra, 8800 GTX, 8800 GTS (320/640MB)) สำหรับ GPU อื่นๆ ที่วางจำหน่ายในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา (ที่ไม่ได้อยู่ในรายการข้างบน) ก็มีตัวเร่งการเล่นหนัง HD เช่นกัน แต่จะเป็นการช่วยรับภาระการถอดรหัสหนังบางส่วนเท่านั้น และยังใช้ CPU ช่วยในกระบวนการถอดรหัสอยู่ คุณสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสามารถในการช่วยถอดรหัสหนังของ GPU รุ่นต่างๆ ได้จาก link ต่อไปนี้Wikipedia: Nvidia PureVideoWikipedia: ATI – Unified Video Decoder (UVD)Wikipedia: DirectX Video Acceleration (DXVA) 2. Notebook หรือ PC ที่ใช้ CPU ที่มีความสามารถสูงพอ จริงอยู่ที่ GPU ที่สนับสนุน Bitstream Decoding สามารถปลดแอกกระบวนการถอดรหัสและการประมวลผลวีดีโอได้ 100% แต่ในขณะเล่นหนัง CPU ของคุณยังคงต้องทำงานต่างๆ อยู่ดี เช่นอ่านไฟล์หนังจากดิสก์, ประมวลผลคำสั่งต่างๆ จากโปรแกรมเล่นหนัง และยังต้องประมวลผล Background Process อื่นๆ ของ Windows อีกด้วย ซึ่งจุดนี้อาจเป็นอุปสรรคในการเล่นหนังได้อย่างได้อย่างลื่นไหล สำหรับ Notebook บางเครื่องที่ถึงแม้จะมี GPU ที่สนับสนุน Bitstream Decoding แต่ใช้ CPU ความเร็วไม่สูงมากนัก (เช่น CPU ตระกูล Atom, Core Solo หรือ CPU แบบ ULV บางตัว)ฉะนั้นเมื่อคุณเปิดใช้ตัวเร่งของ GPU บนเครื่องที่ใช้ CPU ความเร็วต่ำ แล้วสังเกตเห็นว่าเครื่องยังใช้ CPU มากกว่า 70% ในการเล่นหนัง HD คุณอาจต้องทำใจว่าโอกาสที่หนังจะกระตุกในบางช่วงมีอยู่สูง เนื่องจาก CPU มี headroom (หรือเหลือทรัพยากร) สำหรับงาน multitasking บน Windows ค่อนข้างน้อย3. สาย HDMI หรือ DVI ในกรณีที่คุณต้องการต่อ Notebook/PC ของคุณเข้ากับจอ LCD Monitor/TV, Plasma TV หรือ A/V Receiver 4. สาย Optical หรือ Coaxial ในกรณีที่คุณต้องการต่อ Notebook/PC เข้ากับ A/V Receiver ที่ไม่สนับสนุน HDMI หรือในกรณีที่เครื่อง Notebook/PC ของคุณไม่สนับสนุนการส่งสัญญาณเสียงผ่านสาย HDMI (คุณจะต้องใช้สาย Optical หรือ Coaxial ในกรณีที่คุณต้องการให้ A/V Receiver เป็นตัวถอดรหัสเสียงเซอร์ราวด์เท่านั้น)5. สาย Stereo Minijack สำหรับต่อสัญญาณเสียงไปยังลำโพง/หูฟัง ในกรณีที่คุณไม่ต้องการส่งสัญญาณเสียงแบบดิจิตอล ด้าน Software:1. Windows Vista หรือ Windows 7 เทคนิคการเล่นหนังในบทความนี้ถูกทดสอบบน Windows 7 และ Windows Vista เราจึงไม่รับประกันว่าเทคนิคเดียวกันนี้จะสามารถใช้บน Windows XP ได้ 100%2. Driver ของ GPU เวอร์ชันล่าสุดจากผู้ผลิตแต่ละค่าย คุณสามารถหาดาวน์โหลดได้จากเว็บไซท์ของผู้ผลิต GPU หรือเว็บไซท์ผู้ผลิต Notebook/PC ของคุณ3. DirectX 9 และ DirectX 10 เนื่องจากโปรแกรมเล่นหนังที่ใช้ในบทความนี้จะดึงเอาความสามารถของ Pixel Shader จาก DirectX 9 API มาใช้ด้วย คุณจึงต้องดาวน์โหลดและติดตั้ง DirectX 9 พร้อม Update ตัวล่าสุดจากเว็บไซท์ของ Microsoft ส่วน DirectX 10 นั้นคุณไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลด เพราะมันถูกบรรจุมาพร้อมกับ Windows Vista/7 อยู่แล้ว4. โปรแกรม Media Player Classic Home Cinema (MPC) สามารถดาวน์โหลดได้จากที่นี่ เราขอแนะนำให้คุณใช้เวอร์ชันสำหรับ Windows 32 bit (X86) ถึงแม้ว่าคุณจะใช้ Windows 64 bit (X64) ก็ตาม จริงๆ แล้วคุณมีทางเลือกที่จะใช้โปรแกรมอื่นๆ ได้ แต่เราจะใช้โปรแกรม MPC เป็นหลักในบทความนี้5. Haali Media Splitter สำหรับเล่นไฟล์ M2TS, MP4 และ MKV สามารถดาวน์โหลดได้จากที่นี่6. FFDSHOW Tryouts สำหรับเล่นไฟล์หนัง format อื่นๆ ที่ MPC ไม่สนับสนุน สามารถดาวน์โหลดได้จากที่นี่7. Mediainfo dll สำหรับดูข้อมูลต่างๆ ของไฟล์หนัง ให้คุณดาวน์โหลดเฉพาะไฟล์ DLL ที่เป็นเวอร์ชัน X86 จากที่นี่ หลังจากนั้นให้ unzip ไฟล์ DLL ที่ดาวน์โหลดมาไปไว้ในโฟลเดอร์เดียวกับโปรแกรม Media Player Classicเมื่อตรวจสอบจนแน่ใจว่าเครื่อง Notebook/PC ของคุณมีคุณสมบัติ ด้าน Hardware และ Software ตรงกับที่ระบุไว้ข้างบน ก็มาเริ่มตั้งค่า Notebook/PC สำหรับการดูหนังกันเลยครับ
ภาค2 LCDSPEC พาเที่ยวงาน Electronica Showcase 2010 (มีวีดีโอประกอบ)
หลังจากที่ชมส่วนอื่นๆ ของงาน Power Mall Electronica Showcase ในภาค 1 กันไปแล้ว ถึงตอนนี้เรามาเน้นหนักที่ TV กันดีกว่าสำหรับใครที่ยังไม่ได้ชมภาค 1 สามารถชมกันได้ ที่นี่ ครับหรือจะชมกันในรูปแบบวีดีโอก็ด้านล่างเลยครับมาเริ่มกันเลยกับบูธ Panasonic  คราวนี้ก็ยกขยวบ Viera รุ่นใหม่ๆ มาอีกเช่นเคยPlasma TV 3D ก็มีมาโชว์และให้ทดลองใช้งานกันภายในบูธจัดได้ค่อนข้างน่าสนใจมุมทดลองการใช้งาน Plasma TV 3Dง่ายๆ เพียงสวมแว่นตาที่ได้จัดเตรียมไว้ แล้วเปิดสวิตช์เพียงเท่านี้ เราก็จะได้สัมผัสกับภาพ 3 มิติ แล้วมีหลายมุม ให้เราได้ทดลองใช้งานผลิตภัณฑ์ต่างๆ กันมาดูส่วนของตัว TV กันบ้าง อย่างตัวนี้ก็จะเป็นตัวเด่นของ Panasonic ในครั้งนี้เลย กับรุ่น TH-P50U20 ซึ่งทาง LCDSPEC เพิ่งจะรีวิว ไปมาดๆ เองครับ <ชมรีวิวได้ที่นี่>ราคาในงานก็อาจจะดูธรรมดา แต่ที่พิเศษคือแถมเครื่องเล่น Blu-ray ซะด้วยพร้อมด้วยการรับประกันอีก 3 ปีเต็มหน้าตาของเครื่องเล่น Blu-ray ที่เราจะได้มาฟรีๆ ครับสำหรับใน Plasma TV รุ่นใหม่ๆ จาก Panasonic จะรองรับการใช้งาน Skype ด้วย แต่ในงานนี้เป็นกล้องเว็บแคมหลอกนะครับ ไม่ใช่กล้องจริงๆ แต่อย่างใดมีตัววัดการใช้พลังงานของ LCD TV ซะด้วย โชว์ให้เห็นถึงการบริโภคไฟกันไปเลยสเปกเต็มๆ ของตัวด้านบนมาชมในส่วนของราคาของ TV ต่างๆ ภายในงานบ้าง ดูกันไปเรื่อยๆ ยาวๆ เลยนะครับถ้าสังเกตกันจะเห็นว่า Panasonic รับประกันทีวีภายในงาน ขยายเป็น 3 ปีทั้งหมดเลยตัวน้องรองของ TH-P50U20เพิ่มอีก 5,000 บาท ก็ได้จอที่ใหญ่ขึ้น แถมยังได้เครื่องเล่น Blu-ray อีกด้วยรุ่นยอดนิยมเลยรุ่นนี้รุ่นนี้ก็ด้วยตัวเทพ ราคาพิเศษSony ก็มาในรูปแบบฟุตบอลโลกเลยมีการจัดมุมจำลองการใช้งานจริงของ TV Bravia ซะด้วยไมโครไฮไฟราคาเบาๆ มีให้เลือกหลายสีด้วยอีกฝั่งของ Sony จะเป็นมุม 3 มิติ ที่ให้ได้ทดลองใช้งานกันที่น่าสนใจก็คือกล้องดิจิตอล NEX-5 สามารถถ่ายภาพ 3D Panorama แล้วก็นำมาเปิดกับ TV 3 มิติ ได้อีกด้วยขนกันมาทุกซีรี่ย์ Bravia เลยรุ่นใหม่น่าสนใจก็ต้อง LED TV: EX600 เลยไปต่อกันเลยที่หน้า 2 ครับ >>>
LCDSpec พาสัมผัสปรากฎการณ์แห่งภาพและเสียงระดับมาสเตอร์พีซ “ซัมซุง C9000 3D แอลอีดีทีวี”
สวัสดีครับ ช่วงนี้ดูเหมือนฟ้าฝนจะตกกันแบบไม่ลืมหูลืมตากันเลยนะครับ เล่นเอาต้องเดินลุยน้ำเข้าที่พักกันเลยทีเดียว มาคราวนี้ก็พบกับการเที่ยวชมกันสักหน่อย ด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ กับผลิตภัณฑ์ระดับมาสเตอร์พีซ ซัมซุง C9000 3D แอลอีดีทีวี ที่ออกมาสั่นสะเทือนวงการภาพและเสียงทั่วโลก ด้วยนวัตกรรมและโดเด่นที่สุดของการออกแบบ ที่ทำให้ผู้ชมดื่มด่ำทุกสัมผัส เต็มอิ่มทุกอารมณ์ในมิติของภาพด้วยเทคโนโลยี 3D HyperReal Engine ซึ่งได้รับการันตีด้วยรางวัล Innovation Award จาก ICES2010สถานที่จัดงานครั้งนี้ก็โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพ เมื่อออกจากลิฟต์แล้วเราก็จะพบกับ Samsung C9000 3D LEDTV ที่ได้ชื่อว่าทีวีที่มีคนอยากดูมากที่สุด (แม้ขณะปิดเครื่อง) และเป็น LEDTV ที่บางที่สุดในโลกก็ว่าได้ ซึ่งมีความหนาเพียง 7.9 มิลลิเมตรเท่านั้นเมื่อเริ่มงานอย่างเป็นทางการ คุณรัชตะ สุทธาพัฒน์ธานนท์ ผู้จัดการอาวุโสกิจภาพและเสียง บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิกส์ จำกัด กล่าวต้อนรับพร้อมและแนะนำผลิตภัณฑ์พร้อมร่วมพูดคุยกับสื่อมวลชนและตามมาด้วยการสาธิตผลิตภัณฑ์ โดยคุณอัศวิน ชูสถานพรกุล ผู้จัดการผลิตภัณฑ์แอลอีดีทีวีและแอลซีดีทีวี บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิกส์ จำกัดด้วยความโดดเด่นของตัวเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ แบบ Titanium Brushed ที่ดูหรูหราสะดุดตา หน้าจอใหญ่ถึง 55 นิ้ว และความบางที่บางเฉียบ หนาเพียงแค่ 7.9 ม.ม. ซึ่งอาจจะทำให้เจ้าเหมียวที่บ้านแอบงอนได้ TT-TT (เพราะไม่มีที่บนทีวีให้นอน)สเปกของ Samsung C9000 3D LEDTVปุ่มควบคุมแบบสัมผัส (สัมผัสตั้งแต่ตอนเปิด) โดยเมื่อไฟที่ปุ่มดับลง แผงควบคุมจะสไลด์กับเข้าไปเองมาลองดูอุปกรณ์ที่ใหญ่กว่าทีวีดูบ้าง (ออกคำสั่งทีวีได้) Remote Control นั่นเอง โดยรีโมทตัวนี้เป็นแบบ Touch Remote Control มีหน้าจอแบบ LCD Touch Screen หน้าตาและขนาดก็อย่างที่เห็นอยู่ในมือนั่นแหละครับ ดูเผินๆ ก็นึกว่าเป็นโทรศัพท์มือถืออยู่เหมือนกัน o_O (ถ้าใส่ซิมได้ก็คงใช่)และจุดเด่นอีกอย่างของ Touch Remote Control ตัวนี้ยังไม่หมดกันง่ายๆ เคยมั้ยกับการดูหนัง ดูบอล ชอตกำลังสำคัญเลย แต่ดันต้องลุกไปเข้าห้องน้ำ… คราวนี้ก็หมดห่วงว่าจะพลาดชอตเด็ดไปได้เลยเมื่อพกทีวีเครื่องที่สองไปด้วย ด้วยหน้าจอ LCD 3 นิ้ว ถ่ายทอดทั้งภาพและเสียง เพียงแค่กดที่รีโมท Touch Remote ก็จะกลายเป็นทีวีได้อย่างง่ายดายและปิดท้ายด้วยภาพหล่อๆ ของผู้บริหารจาก บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิกส์ จำกัดสรุปแล้ววันนี้กับเวิร์คช็อป สัมผัสปรากฎการณ์แห่งภาพและเสียงระดับมาสเตอร์พีซ “ซัมซุง C9000 3D แอลอีดีทีวี” ได้สัมผัสปรากฎการณ์ใหม่จริงๆ ครับ ทั้งภาพที่เฉียบคม ความสามารถด้าน 3D ที่สามารถแปลงจาก 2D ไปเป็น 3D ทำให้เราได้เล่น 3D ไปก่อนที่คอนเทนต์ 3D จริงๆ จะออกมามากขึ้น หรือรีโมทตัวใหม่ที่สามารถเป็นทีวีได้อีกเครื่องเมื่อจำเป็นต้องละจากจอหลักที่กำลังดูอยู่
รีโมทอัจฉริยะจาก Intel ที่ปรับแต่งได้ตามใจปรารถนา
By: samantagtr | Date: 14 July 2010 | อ่าน 2,535 | ไม่มีความเห็น

ricavision_vista_mce_sideshow_bluetooth_remote

เดี๋ยวนี้จะควบคุมอะไร ก็ดูเหมือนจะอยู่ในกำมือไปซะหมด แน่หล่ะที่จะพูดถึงมันคือรีโมทคอนโทรล แต่ถ้าเป็นรีโมททั่วไปก็ดูจะธรรมดาไปหน่อย ทางแลปของอินเทลจึงได้เสนอรีโมทรุ่นใหม่ที่มีระบบระบุตัวตนของผู้ใช้ได้รวมลงไปในตัวด้วย โดยตัวมันจะเรียนรู้จากการใช้งานของผู้ใช้เอง โดยมีการติดตั้ง motion sensor เพื่อใช้ในการเปลี่ยนช่องโดยใช้การรู้จำจากการถือของผู้ใช้ ซึ่ง accelerometer นี้จะอ่านค่าทุก 100ns (100/1,000,000,000 วินาที) และจะสร้างขึ้นเป็นรูปแบบเฉพาะในการใช้งานของแต่ละบุคคล โดยตัวรีโมทนี้จะรู้ทันทีว่าผู้ใช้เป็นใครเมื่อผู้ใช้ถือมันขึ้นมาในครั้งถัด ๆ ไป ซึ่งความถูกต้องที่ทำได้นั้นสูงถึง 100 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ดีก็ยังหวังที่จะให้มีการพัฒนาไปให้มากกว่านี้ ปัจจุบันระบบนี้คิดว่าระบบนี้จะเอามาช่วยในการนำเสนอเสียมากกว่า
ที่มา : www.engadget.com

 

     ร่วมแสดงความคิดเห็น / ไม่มีการตอบกลับ

LCD SPEC COMMENT
 
user/password เดียวกับเว็บบอร์ด สมัครสมาชิก
Username: Password:
ความคิดเห็น :
 
 
 
Tag: 3D 1080p Acer benq Blu-ray Blu-ray player Bravia Brochure ces commart DLNA DVI full hd Full HD 1080P hd HDMI HDTV IPS lcd LCD monitor lcd tv LED LED backlight LED Backlit LED Monitor LED TV LG monitor OLED OLED TV Panasonic Philips Pioneer Plasma Plasma TV PS3 Samsung sharp Sony Toshiba tv USB VGA Viera wifi
COPYRIGHT@2010 LCDSPEC.COM ALL RIGHTS RESERVED.
 0 Users Online