Buver's Guide Review HD Contents HD Accessories HD Event Promotions
เทคนิคระดับเทพ เลือกซื้อจอ LCD TV
เราคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้จอแบนๆ อย่าง LCD ได้เข้ามามีบทบาทมากมายในชีวิตประจำวันของเรา และปัจจุบันนี้ก็มีจอ LCD จากผู้ผลิตหลายๆ ราย ที่แต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อมีความสามารถหลากหลายชนิดที่เรียกว่าเลือกกันไม่ถูกเลยทีเดียว ในโอกาสนี้ทีมงาน LCDSPEC.com จะแนะนำองค์ประกอบต่างๆ ที่ควรพิจารณา และเคล็ดไม่ลับในการเลือกซื้อ LCD monitor หรือ LCD TV ให้ถูกใจคุณที่สุดนะครับ เราคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้จอแบนๆ อย่าง LCD ได้เข้ามามีบทบาทมากมายในชีวิตประจำวันของเรา และปัจจุบันนี้ก็มีจอ LCD จากผู้ผลิตหลายๆ ราย ที่แต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อมีความสามารถหลากหลายชนิดที่เรียกว่าเลือกกันไม่ถูกเลยทีเดียว ในโอกาสนี้ทีมงาน LCDSPEC.com จะแนะนำองค์ประกอบต่างๆ ที่ควรพิจารณา และเคล็ดไม่ลับในการเลือกซื้อ LCD monitor หรือ LCD TV ให้ถูกใจคุณที่สุดนะครับเอ… แล้วจอ LCD มันดีตรงไหนครับ? ทำไมผมถึงจะต้องเปลี่ยนจากจอแก้วมาใช้ LCD ด้วย?คุณสมบัติแรกของ LCD TV ที่เตะตาคุณตั้งแต่แรกพบเลยก็คือ ขนาดที่กระทัดรัด และผอมบางมากเมื่อเทียบกับจอหลอดแก้ว (หรือจอ CRT) ทั่วไป นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติที่เป็น “จอแบน” อย่างแท้จริงอีกด้วย ทำให้จอ LCD สามารถแสดงภาพได้อย่างไม่บิดเบี้ยว หรือผิดเพี้ยน คุณสามารถบอกลาเส้นตรงแบบ “หลอกๆ” บนจอแก้วโค้งๆ อย่างจอ CRT ไปได้เลยครับ และด้วยความเพรียวบางของมันนี่เอง ทำให้คุณมีอิสระในการวางจอได้มากขึ้น โดยไม่ต้องอาศัยพื้นที่มากนัก หรืออาจจะแขวนไว้กับผนังก็ดูเท่ไม่เบาเลยครับ แถมมันยังสามารถเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นงามประดับห้องนั่งเล่นของคุณได้อีกด้วยนอกจากนี้จอ LCD TV ยังสามารถรองรับการใช้งานในอนาคตมากกว่าทีวีทั่วไปอีกด้วย โดยนอกจากพวกมันจะสามารถแสดงภาพความละเอียดสูงจาก source ต่างๆ เช่นเครื่องเล่น DVD, เครื่องเล่น Blu-ray disc, เครื่องเล่นเกม หรือเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว ในอนาคตถ้าฟรีทีวีบ้านเราเปลี่ยนระบบออกอากาศเป็นแบบดิจิตอล ที่ให้ความคมชัดของภาพและเสียงเหนือกว่าระบบอนาล็อกในปัจจุบันอยู่มาก คุณก็อุ่นใจได้เลยว่า LCD TV เมื่อเอาไปต่อกับ digital receiver box แล้ว LCD ตัวเก่งของคุณจะสามารถแสดง content เหล่านี้ได้สบายๆผมชักจะสนใจ LCD TV ขึ้นมาแล้วสิครับ เอ… แล้วถ้าผมอยากจะซื้อมาใช้ซักตัวนึง ผมจะต้องพิจารณาอะไรบ้างครับ? องค์ประกอบหลักๆ ที่ควรพิจารณาในการเลือกซื้อ LCD TV มีทั้งหมด 8 ประเด็นด้วยกันครับ นั่นคือ: 1. ขนาดของจอ– จอ LCD มีขนาดให้เลือกค่อนข้างหลากหลายทีเดียว ที่มีขายในบ้านเรานั้นมีให้เลือกตั้งแต่ขนาด 20 นิ้วไปจนถึงขนาด 80 นิ้ว ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งาน และงบประมาณของคุณ แน่นอนครับ ขนาดที่ใหญ่กว่าย่อมให้ภาพที่ใหญ่อลังการ และดูคล้ายกับจอหนังในโรงภาพยนตร์มากขึ้น จอใหญ่ๆ จะเหมาะสมกับห้องกว้างๆ เช่นห้องนั่งเล่น ที่คุณสามารถนั่งชมภาพยนตร์กับสมาชิกในครอบครัวได้ ส่วนจอที่มีขนาดเล็กลงมา จะเหมาะกับห้องที่มีขนาดเล็กลง เช่นห้องนอนเป็นต้น แต่อย่าลืมนะครับว่า ยิ่งจอใหญ่เท่าไหร่ ราคาก็ขยับสูงขึ้นไปเท่านั้นคนส่วนใหญ่จะเลือกซื้อจอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่งบประมาณที่ตั้งไว้จะสามารถซื้อได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเลือกขนาดของจอที่เหมาะสม ควรพิจารณาจากระยะการรับชมเป็นหลัก โดยขนาดของจอควรมีความสัมพันธ์กับระยะห่างที่คุณตั้งใจเอาไว้ว่าคุณจะนั่งดูทีวี ตัวอย่างเช่น หากคุณซื้อจอขนาด 40 นิ้ว เพื่อมานั่งชมในระยะห่างไม่ถึง 1 เมตร คุณคงรู้สึกไม่สบายตาแน่ๆ แต่ถ้าคุณนั่งห่างออกมาซัก 2 – 4 เมตร ก็จะเป็นระยะที่ดูแล้วสบายที่สุด และเป็นระยะที่จะได้รับประโยชน์จาก LCD TV ของคุณได้อย่างเต็มที่ตารางข้างล่างนี้แสดงขนาดจอที่เราแนะนำ เมื่อเปรียบเทียบกับระยะห่างในการชมที่คุณตั้งใจไว้ขนาดของจอระยะการชมที่แนะนำ (โดยประมาณ) 20 นิ้ว60 เซนติเมตร - 2 เมตร24 นิ้ว1 – 1.8 เมตร26 นิ้ว1 – 2 เมตร32 นิ้ว1.2 – 3 เมตร37 นิ้ว1.5 – 3.5 เมตร40 นิ้ว2 – 4 เมตร46 นิ้ว2.5 – 5 เมตรตัวเลขจากตารางข้างบน เป็นตัวเลขที่เราแนะนำเท่านั้น การเลือกขนาดที่เหมาะสมควรเลือกขนาดที่คุณคิดว่าลงตัวที่สุดกับระยะการชมที่คุณต้องการ หากสนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถอ่านได้จากบทความที่เว็บไซท์ www.lcdspec.com ครับ2. Response time– การวัด response time หมายถึงค่าที่ได้จากการวัดระยะเวลาของเม็ดพิกเซลที่ใช้ในการแสดงสีดำสนิท –> เปลี่ยนเป็นสีขาวสนิท –> และเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอีกครั้ง (pixel หมายถึงเม็ดสีหรือจุดสีซึ่งเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของ LCD) ยิ่งตัวเลข response time น้อยเท่าไหร่ ยิ่งหมายความว่าคุณจะเห็นเอฟเฟคท์ต่างๆ เช่น เงา (ghosting) หรือ ขอบของวัตถุที่ลากเป็นทางยาว (streaking) ได้น้อยลงเท่านั้น ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการแสดงภาพเคลื่อนไหวเร็วๆ เช่นการเล่นเกม หรือภาพการแข่งกีฬา เป็นต้นแต่เนื่องจากปัจจุบัน ผู้ผลิตแต่ละรายใช้วิธีการวัด response time ที่ไม่เหมือนกัน จึงเอาตัวเลขนี้มาเป็นหลักในการพิจารณาได้ไม่ทั้งหมด เพราะฉะนั้นคุณจึงควรเอาหนัง หรือเกมแผ่นโปรดไปเปิดทดสอบด้วยตนเองที่ร้านครับ3. ความละเอียดของ Panel (Panel resolution)– จอ LCD TV ที่มีขายในบ้านเราโดยส่วนใหญ่จะมีอยู่ 2 ประเภท นั่นคือจอ HD Ready และจอ Full HD ซึ่งตัวเลขความละเอียดของหน้าจอนั้น เป็นตัวบอกจำนวนของจุดสี (หรือเม็ดพิกเซล) ที่ประกอบขึ้นมาเป็นจอนั้น• จอ HD Ready มีความละเอียดอยู่ที่ 1366 x 768 พิกเซล ซึ่งหมายถึงว่ามีจำนวนพิกเซลในแนวนอน 1366 จุด และแนวตั้ง 768 จุด ซึ่งคำนวณออกมาแล้วจะได้จำนวนพิกเซลทั้งหมด 1,049,088 จุด หรือประมาณ 1 ล้านพิกเซลนั่นเอง• จอ Full HD มีความละเอียดอยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเมื่อคำนวณออกมาแล้วจะได้จำนวนพิกเซลทั้งหมด 2,073,600 พิกเซล หรือประมาณ 2 ล้านพิกเซลนั่นเองความละเอียดของ Panel ยิ่งสูงเท่าไหร่ ยิ่งหมายถึงว่ามันสามารถแสดงรายละเอียดของภาพได้มากขึ้นเท่านั้น ลองนึกเปรียบเทียบจอ 40 นิ้วแบบ HD Ready กับแบบ Full HD ดูนะครับ จอทั้งสองตัวนี้มีขนาด 40 นิ้วเท่ากันก็จริง แต่จอแบบ Full HD จะสามารถแสดงรายละเอียดยิบย่อยได้ดีกว่า เนื่องจากในพื้นที่ 40 นิ้วเท่ากันนั้น มันมีจำนวนเม็ดพิกเซลที่บรรจุอยู่ในนั้นมากกว่าประมาณ 2 เท่า ซึ่งทำให้ภาพดู “เนียน” มากขึ้นนั่นเองจอแบบ HD Ready ถูกออกแบบมาให้แสดงผลที่ความละเอียด 720p (720 เส้น) แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณป้อนสัญญาณที่มีความละเอียดสูงกว่านั้นเข้าไป (เช่น 1080i หรือ 1080p) จอ HD Ready ก็จะเอาสัญญาณภาพไปผ่านวงจรลดขนาดภาพให้เหลือเท่ากับ 720p เพื่อให้สามารถแสดงผลบน Panel ที่มีความละเอียดต่ำกว่าสัญญาณที่ป้อนเข้าไปได้ส่วนจอแบบ Full HD เมื่อคุณป้อนสัญญาณแบบ 1080i หรือ 1080p (1080 เส้น) เข้าไป จอก็จะเอาไปแสดงผลได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านวงจรขยายภาพก่อน แต่ถ้าคุณป้อนสัญญาณแบบ 480p หรือ 720p เข้าไป จอก็จะเอาสัญญาณนั้นไปขยายให้มีขนาดเท่ากับ 1080p เพื่อให้สามารถแสดงบน Panel ได้อย่างไรก็ตาม ความละเอียดก็ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการเลือกซื้อ LCD TV เพราะมันขึ้นอยู่กับ content ที่คุณจะเอามาแสดงบนจอด้วย คุณสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของ Panel resolution กับระยะการชม รวมถึงความแตกต่างของ 720p, 1080i และ 1080p ได้ที่เว็บไซท์ www.lcdspec.com ครับ4. ความสว่าง (brightness)– ความสว่างของจอ LCD นั้นเป็นการวัดความเข้มของแสงที่จอ LCD สามารถแสดงได้ โดยมีหน่วยเป็น cd/m2 (candela per square meter) หรือ nits — ความสว่างเป็นตัวแปรสำคัญตัวหนึ่งของจอ LCD ทีเดียว จอที่สว่างมาก ก็จะสามารถสู้แสงสว่างมากๆ ได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในกรณีที่คุณเอาทีวีไปตั้งไว้ในห้องที่มีแสงสว่างเยอะๆโดยทั่วไปแล้ว LCD ที่มีวางขายในตลาดบ้านเรา จะมีความสว่างอยู่ที่ 300 nits ขึ้นไป และความสว่างที่เหมาะสมควรอยู่ที่ประมาณ 400 nits แต่ถ้าจะสว่างกว่านั้นก็ไม่ผิดกติกาอะไรครับ5. Contrast Ratio– ความหมายของ Contrast ratio คืออัตราส่วนระหว่างจุดที่มืดที่สุดกับจุดที่สว่างที่สุดที่จอสามารถแสดงได้ในเวลาเดียวกัน ซึ่งในทางปฏิบัติแล้ว Contrast ratio ที่ดีพอ จะช่วยให้จอสามารถแสดงรายละเอียดในส่วนมืด และส่วนสว่างของภาพได้ดียิ่งขึ้น และ contrast ratio สูงๆ จะช่วยให้จอสามารถแสดงรายละเอียดของภาพในฉากที่มืดๆ ได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วยจอ LCD ที่มีขายในบ้านเราในปัจจุบัน มีค่า Contrast ratio ตั้งแต่ 2000:1 ขึ้นไปจนถึง หลายล้านต่อหนึ่งก็มี จึงทำให้ตัวเลขนี้ดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าไรนัก จอที่เราแนะนำควรจะมี dynamic contrast ratio ประมาณ 30000:1 ขึ้นไป และหากคุณสนใจเกี่ยวกับรายละเอียดในเรื่อง contrast ratio และความแตกต่างของ Panel contrast ratio กับ dynamic contrast ratio อย่าลืมเข้าไปศึกษาได้ในเว็บไซท์ของเรานะครับ6. มุมมองการรับชม (viewing angle)– มุมมองการรับชม หมายถึงมุมมองในการรับชมจากด้านข้าง, ด้านบน หรือด้านล่างที่สามารถรับชมได้โดยคุณภาพของภาพไม่ลดลง ลองนึกเปรียบเทียบกับทีวีจอแก้วเลยครับ คงไม่มีใครนั่งชมทีวีตรงหน้าจอตลอดเวลาได้แน่ๆ ถึงแม้ว่าคุณจะนั่งอยู่กลางจอพอดี แต่เพื่อนที่นั่งอยู่โซฟาตัวเดียวกับคุณก็จะต้องมองทีวีในมุมด้านข้าง หรือแม้แต่เวลาคุณวางหน้าจอไว้ที่โต๊ะ และนั่งกับพื้นเพื่อเล่นวีดีโอเกม คุณก็ต้องมองภาพบนจอจากมุมด้านล่างเช่นเดียวกันธรรมชาติของจอ LCD นั้นมีข้อจำกัดในเรื่องของมุมมอง ทำให้มันไม่สามารถมองได้ทุกมุมอย่างจอ CRT ได้ ผู้ผลิตจอจึงได้เอาตัวเลของศาการมอง (viewable angle) มาเป็นจุดขายของ LCD TV ด้วย โดยตัวเลขที่ผู้ผลิตโฆษณานั้นจะแสดงเป็นตัวเลข เช่น 160/160 หมายถึง คุณสามารถมองภาพบนจอนั้นด้วยมุมมองด้านข้าง/ด้านบนหรือล่าง ได้กว้างสูงสุดที่ 160 องศา โดยที่ภาพไม่มีอาการสีเพี้ยนให้เห็นตัวเลข viewing angle ยิ่งใกล้ 180 องศาเท่าไหร่ ยิ่งหมายความว่าจอ LCD นั้นมีมุมมองที่กว้างมากนั่นเอง7. ความสามารถในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ (connectivity)– อีกประเด็นที่ควรพิจารณาในการเลือกซื้อ LCD TV คือ จำนวนช่องสัญญาณประเภทต่างๆ ที่มีมาให้ ตรงนี้ควรเลือกให้สอดคล้องกับความต้องการของคุณ หากคุณมีแผนที่จะเอา LCD TV ตัวนี้ไปต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ เช่น เครื่องเล่น DVD, เครื่องเล่นเกมอย่าง XBOX 360 หรือ Playstation 3 หรือแม้แต่เครื่องคอมพิวเตอร์, กล้องดิจิตอล และอุปกรณ์พกพาต่างๆ คงไม่สนุกแน่ๆ ถ้าทีวีของคุณมีพอร์ท HDMI เพียงพอร์ทเดียว แต่คุณมีอุปกรณ์ที่ใช้ HDMI อยู่ 3 ชิ้น และคุณจะต้องถอดอุปกรณ์สลับไปมาเวลาที่คุณต้องการใช้งานพอร์ทต่างๆ ที่เราแนะนำว่า LCD TV ควรจะมีคือ:• พอร์ท HDMI (High Definition Multimedia Interface) สำหรับต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ที่ส่งสัญญาณแบบดิจิตอล เช่นเครื่องเล่น Blu-ray disc, เครื่องเล่น DVD และคอมพิวเตอร์ เป็นต้น เราแนะนำว่าจอ LCD ของคุณควรมีพอร์ท HDMI อย่างน้อย 2 พอร์ท• พอร์ท Component เป็นพอร์ทรับสัญญาณอนาล็อกคุณภาพสูง ซึ่งควรจะมีอย่างน้อย 2 พอร์ท• พอร์ท Composite และ S-Video สำหรับต่ออุปกรณ์ที่มีช่อง AV-Out หรือ S-Video out ทั่วไป ซึ่งพอร์ทนี้ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นมาตรฐานที่ให้มากับ LCD TV แทบจะทุกรุ่น• พอร์ท VGA หรือ D-Sub สำหรับเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์แบบอนาล็อก หรือเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ที่มีช่อง VGA out ตรงนี้สามารถเลือกให้ตรงกับความต้องการของคุณ หากคุณไม่ต้องการใช้มัน ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อ LCD TV ที่มีพอร์ทนี้• พอร์ท LAN สำหรับเชื่อมต่อ internet หรือเล่นไฟล์มัลติมีเดียจาก UPNP (DLNA) server พอร์ทนี้จะพบได้ใน LCD TV แบบไฮเอนด์ หากคุณไม่มีความจำเป็นต้องใช้มัน ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อ LCD TV ที่มีพอร์ทนี้8. เสียง (sound)– LCD TV ทั่วไปจะติดลำโพงมาด้วยอยู่แล้ว การเลือกลำโพงให้ถูกใจนั้นไม่มีกฏเกณฑ์ที่ตายตัว เพราะมันขึ้นอยู่กับรสนิยม และความต้องการของผู้ฟังเป็นหลัก ข้อควรระวังในประเด็นนื้คือ จอ LCD บางรุ่น โดยเฉพาะรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับใช้เป็น Monitor จะไม่มีลำโพงติดมาด้วย เพราะฉะนั้นคุณจะต้องหาซื้อลำโพงมาใช้ต่างหาก เราจึงขอแนะนำให้ศึกษาสเป็กให้ละเอียดก่อนเลือกซื้ออ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ทีมงาน LCDSPEC หวังว่าคุณจะสามารถเลือกซื้อ LCD TV ได้ถูกใจมากยิ่งขึ้นนะครับ หากคุณสนใจอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติม ทั้งรายละเอียดทั่วไป และรายละเอียดทางเทคนิค สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซท้ www.lcdspec.com ของเรา ซึ่งมีทั้งสาระความรู้และข่าวสารต่างๆ เกี่ยวกับวงการ LCD รวมถึงบทความน่ารู้ และรีวิวจอ LCD เด็ดๆ ให้ตัดสินใจก่อนเลือกซื้อ นอกจากนี้เรายังมีเว็บบอร์ดสำหรับให้สมาชิกได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และความรู้ต่างๆ ด้วยครับแล้วพบกันนะครับDownload บทความนี้————————————————————————————————————————————————————–สงวนสิทธิ์: 2551 LCDSPEC.com ห้ามทำซ้ำส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมดของบทความนี้โดยไม่ได้รับอนุญาติ
Review : Sharp LC-32L50M ความลงตัวของภาพ และ เสียง ในราคาสุดคุ้ม
Sharp Aqous เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ LCD TV ที่มีคุณภาพดีมากแบรนด์หนึ่ง แต่อาจจะดูไม่โดดเด่นเท่าแบรนด์อื่นๆที่อาจจะโถมสเปค ลูกเล่น และ โฆษณามากมายอะไร เรียกได้ว่าโดดเด่นแบบเรียบง่ายแล้วกัน ปีนี้ Sharp เริ่มจะเอาจริงกับ LCD TV มากขึ้น ไม่ใช่แค่ออกรุ่นใหม่ๆพร้อมสเปคที่ทันสมัยแล้ว ยังมีการโปรโมตมากขึ้น (สังเกตุได้จากสื่อโฆษณาทางทีวี และ วิทยุ) หลายๆค่ายต้องระวัง Sharp กันบ้างแล้วน๊าาา เค้าเอาจริงแล้ววววSharp LC-32L50M เป็นหนึ่งรุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวในปี 2010 นี้พร้อมกับรุ่นพี่หลายๆรุ่น ไม่ว่าจะเป็น Full LED TV ที่เราจะได้ติดตามที่นี่เร็วๆนี้ด้วยกัน หรือไม่ว่าจะเป็น LCD TV 100Hz คุณภาพสูง ที่คุณภาพของ Sharp นี้เรียกได้ว่าไม่เป็นรองใคร สำหรับวันนี้เราจะมาพูดถึง LC-32L50M น้องนุชสุดคุ้มเครื่องนี้กันเป็นการเรียกน้ำย่อยก่อนแล้วกันSharp LC-32L50M นี้ถือว่าเป็นรุ่นต่อจากรุ่นยอดฮิต อย่าง Sharp LC-32D30M ที่เราเคยได้ Preview กันไปแล้ว นับเป็นรุ่นสุดคุ้ม ยอดนิยม และ เป็นยังรุ่นที่ทำให้หลายคนรู้จัก Sharp Aquos LCD TV มากขึ้น โดยรุ่นใหม่นี้ก็ยังคงคอนเซปความสวยงาม ด้วยกรอบจอที่มีให้เลือก 3 สี ให้คุณนำไปติดตั้งให้เข้ากับการตกแต่งภายในห้องได้อย่าลงตัวอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น ว่า Sharp LC-32L50M นี้ ถือเป็นการพัฒนาต่อจากรุ่น 32D30M ซึ่งแน่นอนว่าการออกแบบของ 32L50M นี้จะคล้ายคลึ่งกับรุ่นเดิมอยู่หลักๆคือ กรอบจอให้เลือก 3 สี คือ ขาว ดำ แดงฐานตั้งเป็นทรงเหลี่ยม ไม่สามารถหมุนปรับซ้ายขวาได้ ซึ่งให้ความมั่นคงให้กับเครื่องได้เป็นอย่างดีเพิ่มความหรูหราด้วยวัสดุแบบเงา Glossyด้านบนซ้ายมีโลโก้สัญลักษณ์บอกรุ่น Aquosทางด้านล่างของจอ เป็นแถบลำโพงยาวสไตล์ Sound bar ซึ่งทำให้เสียงมุ่งตรงไปยังผู้ชมด้านหน้า ทำให้ได้รับเสียงที่ชัดเจนผนวกกับที่มุมของเครื่องเป็นช่องของลำโพง Tweeter ที่จะเพิ่มคุณภาพเสียงแหลมได้ดียิ่งขึ้นด้านหน้ามีไฟบอกสถานะการเปิดเครื่อง และ ช่องรับสัญญาณรีโมท (ไม่มี Sensor OPC เหมือนรุ่นใหญ่ๆ)ใต้จอเป็นโลโก้ Sharpและด้วยการออกแบบที่เน้นการทำงานเป็นหลัก ความเพรียวบางเลยอาจจะลดลง แต่เรื่องน้ำหนักนั้นก็ไม่ได้หนักอย่างที่คิดเลยครับ สามารถยกคนเดียวได้อย่างสะดวกเลยทีเดียวสำหรับใครที่ทำรีโมทหาย ก็คงไม่ต้องซื้อทีวีเพราะหาปุ่มไม่เจอแล้วหล่ะครับ เพราะว่าปุ่มควบคุมการทำงานอยู่ทางด้านซ้ายของเครื่อง และจุดสังเกตอย่างหนึ่ง ถ้าเราทำการปิดเครื่องด้วยปุ่ม Power ที่อยู่ข้างเครื่อง ทีวีจะไม่ตอบสนองกับการกดปุ่มบนรีโมท นั่นแสดงว่าทีวีเข้าสู่โหมด Off อย่างแท้จริง ไม่ได้เป็นโหมด Standby เหมือนกับการกดปิดด้วยรีโมทพอร์ตการเชื่อมต่อ รวมกันอยู่ที่ข้างหลัง (ไม่มีพอร์ตการเชื่อมต่อด้านข้าง) มีการระบุชื่อพอร์ตอย่างชัดเจน แต่เอ๊ะ หน้าตามันคุ้นๆนะ คล้ายๆ D30 รุ่นพี่อยู่มากๆ ทั้งตำแหน่งพอร์ต และ ฝาปิดช่องเก็บสายไฟด้านล่าง ที่มีไว้ให้จัดสายไฟอย่างเป็นระเบียบ ส่วนสายไฟ Power เป็นแบบติดตั้งกับตัวเครื่อง ไม่สามารถเปลี่ยนได้สำหรับสายอากาศ ที่ค่อนข้างเป็นสายที่แข็ง ทำให้ยากต่อการติดตั้งในที่แคบๆ Sharp ก็ได้ย้ายช่องต่อสายอากาศ ให้อยู่ในแนวตั้ง แยกออกมาจากแผงการเชื่อมต่อรวม
บทความ: LED TV เหนือกว่า LCD TV ทั่วไปอย่างไร
คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าเทคโนโลยีอะไรที่อยู่เบื้องหลังความหรูหรา เพรียวบาง งดงามของดีไซน์ และความสามารถในการแสดงภาพของ LED TV ที่ทำได้สวยงามน่าตื่นตาตื่นใจกว่าภาพที่ได้จากจอ LCD TV ทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด?ในช่วงปี 2008 – 2009 ที่ผ่านมาเทคโนโลยี LED TV ถือว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามาพลิกโฉมหน้าของวงการ HDTV เลยทีเดียว เทคโนโลยีดังกล่าวนอกจากทำให้การออกแบบจอ LCD ให้มีความบางมากๆ ไม่ใช่ความฝันอีกต่อไปแล้วมันยังช่วยปรับปรุงและลบข้อด้อยของเทคโนโลยี LCD ในหลายๆ แง่ได้อีกด้วย และด้วยเทคโนโลยีการผลิต LED ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผลิตภัณฑ์ LED TV รุ่นหลังๆ มีประสิทธิภาพสูง ทนทาน และน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้เราได้ใช้สินค้าที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ในราคาถูกลงเรื่อยๆ ในปี 2010 นี้จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมในการลงทุนกับ LED TV ดีๆ สักเครื่อง มาติดตามกันเลยครับว่า LED TV นั้นมีข้อดีอย่างไรบ้างในด้านเทคนิค LED TV ยังถือว่าเป็น LCD TV ประเภทหนึ่ง โดยทั้งคู่ต่างก็ใช้ Liquid Crystal Display (LCD) ในการแสดงภาพที่ได้รับจากแหล่งกำเนิดสัญญาณเหมือนๆ กัน แต่สิ่งที่อยู่เบื้องหลังความแตกต่างของ LED TV นั่นคือเทคโนโลยี backlighting นั่นเองหลอด backlight ที่นิยมใช้กับ LCD TV ในปัจจุบันมี 2 ประเภท ได้แก่ backlight แบบ CCFL (Cold Cathode Fluorescent Lamp) ซึ่งเป็น backlight ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย และพบได้ทั่วไปใน LCD TV หรือ LCD Monitor ส่วน backlight อีกประเภทที่น่าจะเข้ามาแทน backlight แบบ CCFL ในไม่ช้า คือ backlight แบบ LED (Light-Emitting Diode)การนำหลอด LED มาใช้เป็น backlight แทนการใช้หลอด CCFL นั้นจะช่วยเพิ่ม contrast ratio ให้กับจอ LCD ทำให้ภาพดูมีมิติขึ้น แสดงสีดำและไล่เฉดสีเทาได้หลากหลายมากขึ้น และเนื่องจากหลอด LED มีประสิทธิภาพในการเปล่งแสงได้แรงกว่าหลอดและมีขนาดเล็กกว่า ทำให้ผู้ผลิตสามารถออกแบบ TV ที่มีขนาดบางลง และใช้พลังงานน้อยลงอีกด้วยเช่นเดียวกับเทคโนโลยีของ CCFL Backlight ที่มีหลายประเภท เทคโนโลยีของ LED Backlight นั้นก็มีหลายประเภทเช่นเดียวกันโดย LCD TV ที่ใช้ LED Backlight ที่มีขายในปัจจุบันมี 2 ประเภทด้วยกัน คือLED-backlit LCD TV หมายถึงจอ LCD TV ที่ติดตั้งหลอด LED ไว้ด้านหลัง โดยหลอด LED ดังกล่าวจะเป็นแบบสีขาวทั้งหมด หรือเป็นแบบสามสี (แดง เขียว และน้ำเงิน: RGB) ก็ได้ การติดตั้งหลอด LED ไว้ด้านหลัง จะทำให้แผงควบคุมสามารถสั่งเปิดหรือปิดหลอด LED ดังกล่าวเป็นกลุ่มๆ ตามภาพที่แสดงอยู่บนจอในขณะนั้นได้ (เราเรียกเทคนิคนี้ว่า local dimming หรือ selective dimming)ซึ่งส่งผลให้บริเวณของภาพที่เป็นสีดำนั้นกลายเป็นสีดำสนิทอย่างแท้จริง และในกรณีที่ใช้หลอด LED แบบ RGB ก็จะช่วยทลายข้อจำกัดในการแสดงสีของจอ LCD ไปได้เลย เนื่องจากหลอด LED ทั้งสามสีนั้นสามารถผสมกันเป็นสีอะไรก็ได้ ส่งผลให้จอ LCD สามารถแสดงสีได้สมจริงยิ่งขึ้น ตัวอย่างของ LCD TV ที่ใช้เทคโนโลยี LED-backlit ได้แก่ Sony Bravia 46X450A, เป็นต้นLED Edge-lit LCD TV หมายถึงจอ LCD TV ที่ติดตั้งหลอด LED สีขาวไว้ตามขอบทั้งสี่ด้านของจอ จึงทำให้ผู้ผลิตสามารถออกแบบจอให้มีความบางมากๆ ได้ และถึงแม้ LCD TV ประเภทนี้ถึงแม้จะไม่สามารถสั่งปิด backlight เป็นกลุ่มๆ ได้เหมือนแบบแรก แต่ด้วยอานิสงส์ของหลอด LED จึงทำให้ภาพที่แสดงมีมิติมากกว่า มีความสว่าง และ contrast ratio สูงกว่า และไล่ระดับสีดำและเทาได้ดีกว่าจอ LCD TV ที่ใช้ CCFL backlight ทั่วไป ตัวอย่างของ LCD TV ที่ใช้ LED Edge-lit ได้แก่ Sony Bravia EX700, NX700 และ NX800 series เป็นต้นSony Bravia EX700Sony Bravia NX700หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการเลือกซื้อ LED TV ของทุกๆ ท่าน และติดตามข่าวสารและบทความดีๆ เกี่ยวกับ HDTV ได้ที่นี่นะครับ LCDSPEC.
Grace Digital เครื่องเสียงไว้วิทยุอินเตอร์เน็ตในบ้านเหรอ
มันมีปัญหาอยู่สองอย่าง อย่างแรก ใครจะอยากจะเสียเงิน 219.99 เหรียญ เพื่อได้เครื่องเล่นวิทยุอินเตอร์เน็ตที่ Grace Digital ทำแยกออกมาอีกชิ้น อย่างที่สอง ใครอยากจะมีประสบการณ์ Lackluster UI หาอะไรในเครื่องไม่เจอกับเขาบ้าง ถ้าเป็นคนที่ไม่ดื่มด่ำกับเสียงบ่นล่ะก็ บริษัทได้ทำเครื่องที่น่าจะเอามาตั้งประดับไว้บนชั้น เครื่องที่เห็นอยู่สามารถเล่นวิทยุอินเตอร์เน็ตจาก 30,000 สถานี Pandora, iheartradio, Sirius, Live365, MP3tunes และอื่นๆ จนไม่อยากจะพิมพ์ จะต่อเน็ตกับสายหรือจะไร้สาย 802.11g ก็ได้ มีพร้อมทั้ง Composite, Toslink และ Coaxial Digital Audio ด้านหลัง มีจอ LCD ให้ดู 4 บรรทัด ที่แสดงผล Metadata ยังแทบจะไม่ครบ และอาจจะมีระบบปารีโมทได้สำหรับใครที่อยากทำคอลเลคชั่นส่วนตัว ถ้าฟังแล้วอยากได้ตอนนี้ก็มีขายแล้ว แต่ว่าไปลองก่อนจะหน้ามืดไปซื้ออะที่มา : Engadget
LCDSpec.com พาทัวร์งาน Sony Happy Days 3-5 กันยา ‘53 @QSNCC (มีวีดีโอประกอบ)
สวัสดีครับ… งวดนี้ LCDSpec.com ขอพาเที่ยวงาน Sony Happy Days @ QSNCC กันนะครับ งานนี้จัดเอาใจสาวกโซนี่ไม่ว่าจะเก่าหรือใหม่ แบบเอาใจกันสุดๆ เลยทีเดียว ด้วยสินค้าลดสูงสุดถึง 80% กันเลยทีเดียว ซึ่งจัดขึ้นเพียง 3 วันเท่านั้น สำหรับใครที่ยังไม่รู้จะไปไหนในวันหยุดเสาร์อาทิตย์นี้ดี ก็ลองแว๊ะไปจับจองสินค้าโซนี่ในราคาพิเศษกันได้ที่ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ การเดินทางก็สะดวกมากมาย ขึ้นจากรถไฟฟ้าใต้ดิน ก็เดินเข้างานได้เลย อ้อ… ลืมบอกไปว่างานนี้จัดที่ โซน A นะครับงานนี้ถึงการมีสิทธิ์ก่อน ไปถึงก็จับจองกันได้เลยครับมีเวลาให้จับจองกันตั้งแต่ สิบโมงเช้า ถึงสองทุ่มกันเลยทีเดียว แต่งานนี้หมดแต่วันที่ 5 กันยานี้แล้วนะครับงานเดียวที่ทำให้ได้รับสิทธิ์พิเศษ 7 ต่อ (*)มาถึงเช้าๆ ก็เห็นมีคนมารอกันเยอะแล้ว ว่าแล้วก็ขอเก็บภาพมาฝากสักหน่อย :)และด้วยงานใหญ่มาก…. เอาลงภาพเดียวยังล้นเลย (เอ๊ะ!!! –*-)1 ใน 7 สิทธิพิเศษ กับ สินค้านาทีทอง…. วันไหนมีอะไรน่าสนบ้าง…แน่นอนงานนี้ใครใช้บัตรเครดิต (ตามนั้น) ได้สิทธิ์เพิ่มอีก 1-2 สิทธิ์กับอีก 3 สิทธิ์ อยู่แถวๆ นี้แหละ อิอิตอนนี้ก็ใกล้เวลาเปิดงานเข้ามาทุกทีแล้วครับ หวังว่าคงได้กันครบทั้ง 7 สิทธิ์นะครับ ว่าแต่ใครมางานนี้แล้ว จะเข้ามาร่วมแจมความคิดเห็นก็ SMS มาได้ที่… เอ้ย… ส่งเข้ามาที่บอร์ดท้ายรายการได้เลย ไม่ต้อง SMS –.-“เริ่มต้นกันกับ BRAVIA ที่ระดมกันเข้ามาหลายรุ่น หลายขนาดให้เลือกกันมีหลากหลายโปรโมชั่นสุดคุ้มทั้งแลกซื้อ…. O_o ชิ้นที่สองลด 80% *0*หรือจะแถมฟรีกันไปเลย…ไม่แถม ไม่ต้องซื้อเพิ่ม… ลดกันไปเลยจากราคาป้าย *0*o_O ทีวี 54 นิ้ว ราคาไม่ถึง 2 หมื่น…. (ใครว่าหล่ะ นั่นมัน 32 นิ้ว แถม 22 นิ้ว)EX5|32 ก็มาด้วยรึนั่นBX400 จัดโปรแล้ว… EX400 จะจัดโปรบ้างมั้ย…แน่นอน จัดอยู่แล้ว อิอิอะไรอีกหล่ะเนี่ย… *0* โฮมเทียเตอร์ ก็มาด้วย…มีทีวีแล้ว ก็ลองดู DVD/Blu-ray Player ไปก็แล้วกัน
แอลจี เปิดตัวจอมอนิเตอร์ LG E60 Series หลากรุ่น
แอลจี เปิดตัวจอมอนิเตอร์ LG E60 Series หลากรุ่นนำคุณสู่มิติใหม่แห่งความบันเทิง ด้วยที่สุดแห่งดีไซน์ และเทคโนโลยีหลอดภาพแอลอีดีกรุงเทพฯ 17 สิงหาคม 2553 – บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว LG E60 Series ใหม่ ผลิตภัณฑ์จอมอนิเตอร์หลากรุ่นที่มาพร้อมดีไซน์หรูล้ำสมัย ผสานที่สุดแห่งเทคโนโลยีหลอดภาพแอลอีดี เพื่อนำคุณสู่มิติใหม่แห่งความบันเทิง ด้วยภาพคมชัดสีสันสวยสมจริงอย่างไม่เคยมีมาก่อนแอลจีตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์แอลอีดี ด้วยการเปิดตัวจอมอนิเตอร์ LG E60 Series ที่ฉีกกฎการดีไซน์แบบเดิมๆ ด้วยจอไร้ขอบขนาดบางเฉียบซึ่งโดดเด่นในทุกมุมมอง และเข้ากับทุกสไตล์การตกแต่งทั้งภายในบ้านและที่ทำงาน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในระดับพรีเมี่ยมLG E60 Series มาพร้อมนวัตกรรมแห่งการออกแบบ ด้วยจอบางเฉียบเพียง 12.9 มิลลิเมตร พร้อมดีไซน์ ไร้ขอบสะท้อนความเพรียวบางล้ำสมัย นอกจากนี้ยังเติมเต็มความหรูหราด้วยขาตั้งคริสตัลโปร่งใสแวววาว ในรูปทรงโฉบเฉี่ยวอย่างมีสไตล์ ซึ่งติดตั้งไฟสีฟ้าไว้ภายในและสามารถเปลี่ยนเป็นสีแดงเมื่อเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงาน LG E60 Series จึงเป็นคำตอบที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ใช้ที่กำลังมองหาจอมอนิเตอร์แอลอีดี เพื่อเพิ่มความหรูหราให้กับทุกห้องได้อย่างลงตัวนอกเหนือจากดีไซน์อันโดดเด่นแล้ว LG E60 Series ยังมาพร้อมฟีเจอร์ครบครัน ซึ่งตอกย้ำความเป็นผลิตภัณฑ์ในระดับพรีเมี่ยม ให้รายละเอียดภาพที่คมชัดและสีสันสวยสดใสยิ่งกว่า ด้วยเทคโนโลยีหลอดภาพแอลอีดี ที่ให้อัตราความเข้มของแสงแบบ Mega Contrast Ratio จึงสามารถรับชมภาพในระดับ Full HD ได้อย่างสมจริงในทุกมุมมอง นอกจากนี้ยังใช้งานได้ง่ายด้วยฟังก์ชั่น EZ Control OSD ที่มีระบบปรับสัดส่วนภาพอัตโนมัติสำหรับการชมภาพยนตร์ และเพิ่มลูกเล่นการปรับแต่งภาพถ่ายได้อย่างหลากหลาย พร้อมอัตราตอบสนองที่รวดเร็วเพียง 5 วินาที จึงช่วยลดการเกิดเงาเบลอหลังภาพ ที่สำคัญยังรองรับพอร์ตการเชื่อมต่ออย่างครบครัน เพื่อความสะดวกในการรับชมคอนเทนท์ทั้ง VGA และ DVI-D โดยในรุ่น E2260V และ E2360V ยังรองรับ HDMI อีกด้วยLG E60 Series ยังพัฒนาขึ้นภายใต้ความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อมของแอลจี จึงมาพร้อมฟีเจอร์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อาทิ การใช้พลังงานที่ลดลงถึง 45% เมื่อเทียบกับจอแอลซีดี และการลดใช้ส่วนประกอบที่เป็นสารพิษ อาทิ ฮาโลเจน และตะกั่ว เพื่อสุขภาพที่ดีของผู้ใช้LG E60 Series พร้อมตอบโจทย์การใช้งานด้วยเทคโนโลยีแอลอีดี และที่สุดแห่งฟังก์ชั่นและดีไซน์ วางจำหน่ายแล้วในขนาด 20, 21.5 และ 23 นิ้ว ในราคาเริ่มต้นที่ 4,490 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่   ศูนย์ข้อมูลแอลจี โทร. 02-878-5757 หรือ www.lg.com/th
POWER BUY EXPO 2010 อลังการสุดยอดเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าไอที และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ครบวงจร
By: monkomoro45 | Date: 18 July 2010 | อ่าน 14,931 | ไม่มีความเห็น

สร้างสรรค์ ผสานเทคโนโลยี รวมเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์มนุษย์ได้อย่างลงตัว
เพาเวอร์บาย ศูนย์รวมเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าไอที และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ครบวงจร ในเครือบริษัท เซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ระดมพันธมิตรยักษ์ใหญ่ แห่งวงการเครื่องใช้ไฟฟ้า กว่า 200 แบรนด์ดัง ระดับโลก จัดงานยิ่งใหญ่แห่งปี “Power Buy Expo 2010” ทุ่มงบกว่า 60 ล้านบาท อัดโปรโมชั่นกระตุ้นอารมณ์การจับจ่าย เสริมทัพด้วยสิทธิประโยชน์มากมาย ตอกย้ำกับส่วนลดสูงสุด 21 %กับบัตรเครดิตชั้นนำ จุใจกับเงื่อนไขพิเศษมากมายแห่งปี พร้อมสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า ‘นาทีทอง’ ลดถล่มราคา วันต่อวัน ชี้แอลซีดี ทีวี โทรศัพท์มือถือ และเครื่องปรับอากาศ ได้รับการตอบรับสูงอย่างต่อเนื่อง มาแรงกวาดยอดขายในงาน สวนกระแสการเมืองไทยคาดยอดขายกว่า 450 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเติบโตกว่า 10% โดยปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่  23 ก.ค. – 3 ส.ค. เต็มพื้นที่กว่า 10,000 ตร.ม. ของชั้น 1, 3 (สกายฮอลล์), 4 และ 5  ศูนย์ การค้าเซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว


.นาย สุทธิสาร จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด กล่าวถึงแนวคิดใหม่ ในการจัดงาน Power Buy Expo 2010 ในครั้งนี้ว่า “เพาเวอร์บาย เน้นความพิเศษ ด้วยนวัตกรรมสินค้าที่สร้างสรรค์ความสะดวกสบายให้ผู้บริโภคและยังเน้นเรื่อง ของแฟชั่นเพื่อชีวิตที่ทันสมัยในโลกยุคปัจจุบันการตั้งเป้ายอดขายโดยรวมของ งาน นายสุทธิสาร กล่าวเพิ่มเติมว่า .. บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 450  ล้านบาท ซึ่งเติบโตจากปีที่แล้ว 10% ปีนี้เชื่อว่าลูกค้าส่วนใหญ่ชะลอการจับจ่ายไว้เพื่อมาซื้อในงานที่กำลังจะ จัดขึ้น เนื่องจากได้รับส่วนลดและโปรโมชั่นทั้งจากทางเพาเวอร์บายเอง รวมถึงพันธมิตรแต่ละแบรนด์อีกด้วย  และใช้งบประมาณการตลาด ไปกว่า 60 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยสำคัญ ที่มีส่วนในการกระตุ้นยอดขายนั่นคือ โปรโมชั่นจากบัตรเครดิต การให้บริการสินเชื่อผ่อนชำระ จากสถาบันการเงินต่างๆ ที่จูงใจให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อได้ในทันที โดยเฉพาะ ข้อเสนอพิเศษโปรโมชั่น 0% และของสมนาคุณมากมายแนวคิดสำคัญการจัดงาน เน้นความพิเศษ ด้วยนวัตกรรมสินค้าที่สร้างสรรค์ความสะดวกสบายให้ผู้บริโภคและยังเน้นเรื่อง ของแฟชั่นเพื่อชีวิตที่ทันสมัยในโลกยุคปัจจุบัน  โดยพิธีเปิดจะนำเสนอแนวคิด “Futuristic Fashion Show” ที่ได้รับการสร้างสรรค์ ผสานเทคโนโลยี เข้ารวมเป็นส่วนหนึ่งของมนุษย์ ได้อย่างกลมกลืน ผ่านเสื้อผ้า Haute couture ที่ออกแบบพิเศษ ทั้ง 10 ชุด  โดยการนำวัสดุจากเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์ ที่ใช้แล้ว นำกลับมาใช้ซ้ำ อาทิ การนำชิ้นส่วนหลอด LED ที่ใช้แล้ว นำมาประดับเป็นชุด โดยใช้แสงไฟจากพลังงานแบตเตอรี่ที่ติดอยู่กับชุด เป็นตัวเล่นสีสันให้กับงาน ฯลฯ

.
ในส่วนพื้นที่จัดแสดงสินค้า ปีนี้มีความพิเศษกว่าครั้งก่อน แบ่งพื้นที่ในการโชว์สินค้า กว่า 10,000 ตร.ม. ได้เป็นสัดส่วนอย่างลงตัว ทั่วทั้งศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว  ได้แก่ …
บริเวณชั้น 1 โซนโทรศัพท์มือถือ , กล้องดิจิตอล ( Mobile Phone  , Camera , Acc , GPS , Apple)
บริเวณ ชั้น 3 (สกายฮอลล์)  (Home Appliance) โซนเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน ไม่ว่าจะป็น ตู้เย็น , เครื่องซักผ้า , เครื่องปรับอากาศ , ไมโครเวฟ , เตารีด , เครื่องดูดฝุ่น และอื่นๆอีกมากมาย
บริเวณ ชั้น 4 โซนอุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงาน , อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ รวมถึงเพิ่มความพิเศษสำหรับโซนนี้ด้วยสินค้าจาก Homeworks  และ Supersports
บริเวณ ชั้น 5 (บางกอกคอนเวนชั่นฮอลล์) (AV + Music + Computer + OA. Zone) โซน แอลอีดี /             แอลซีดี ทีวี , พลาสมา ทีวี , ชุดโฮมเธียเตอร์ , เครื่องเสียง , คอมพิวเตอร์ และ เครื่องใช้สำนักงาน)
และภายในงานฯ พบกับสินค้านวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่พร้อมนำเสนอในงานนี้ ได้แก่ …

  • ADAMO Notebook by DELL มีจุดเด่นอยู่ที่ความเพรียวบาง หนาเพียง 9.9 มิลลิเมตร (บางที่สุดในโลก) น้ำหนัก 1.44 กก. ตัวบอดี้ทำจากอลูมิเนียม ขึ้นรูปเพียงชิ้นเดียว เมื่อเปิดเครื่อง ส่วนหลังจะทำหน้าที่เป็นขาตั้ง เพื่อสะดวกในการพิมพ์ มาพร้อมสมรรถนะ Intel Core 2Duo (1.4 GHz.) จอขนาด 13.4 นิ้ว
  • Panasonic: Lumix G2K ให้คุณเป็นมืออาชีพได้ง่ายๆ กับกล้อง Single เลนส์ระบบ Micro 4/3 Live MOS Sensor เลนส์ Lumix G 14-42 มม. / F 3.5 มาพร้อมโหมดอัจฉริยะ iA และจอ LCD ระบบสัมผัสขนาด 3 นิ้ว แบบพับหมุนได้
  • HTC WILDFIRE เป็นโทรศัพท์ที่จะได้อัพเดตเป็น Android 2.2 โดยจะเป็นการอัพเดตแบบ OTA (โดยการอัพเดตผ่านทางเครือข่ายโทรศัพท์มือถือโดยตรง ) ระบบ Android 2.1 with HTC Sense มาพร้อมหน้าจอ Capasitive ขนาด 3.2 นิ้ว พร้อม hTC SENSE รองรับการแสดงผลแบบ QVGA 240 x 320 pixels ,                CPU : Qualcomm ความเร็ว 528 GHz กล้องดิจิตอล 5.0 Megapixles พร้อม Autofocus , รองรับระบบ 3 G (HSDPA) , Wi-Fi , มีระบบนำทาง GPS , A-GPS T FT จอสัมผัส Capacitive และ Multi-touch
  • FORA : Solar set นวัตกรรมใหม่ที่มีอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งชุด ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar cell) ประกอบด้วย พัดลม ไฟตั้งโต๊ะ โคมไฟแขวนผนัง วิทยุนาฬิกา และเครื่องเล่น CD /MP3 มาพร้อมดีไซน์ทันสมัย ได้รับรางวัลถึง 3 รางวัล Reddot Design Award, Good Design และ iF Product Design Award

.
จากความสำเร็จทุกครั้งที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าลูกค้าตอบรับงาน Power Buy Expo  เป็นอย่างมาก ทำให้มียอดขายและจำนวนผู้เข้าร่วมงานเพิ่มขึ้นทุกครั้ง โดยตั้งเป้าขยายกลุ่มลูกค้าเพิ่มขึ้น ด้วยความพร้อมด้านสถานที่จัดงานคือ  ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว    การเดินทางสะดวกสบาย  ไม่ว่าจะเป็นทางรถยนต์ หรือ ทางรถไฟฟ้า (BTS) ทั้งสถานีหมอชิต หรือรถฟ้าใต้ดิน (MRT) สถานีพหลโยธิน ซึ่งสามารถรองรับผู้เข้าชมงานที่อาศัยอยู่ในตัวเมืองต่างๆ ได้อย่างดี พร้อมที่จอดรถรองรับรถยนต์ หมุนเวียนเข้า – ออกได้ถึง 35,000 คันต่อวัน และยังเป็นงานยิ่งใหญ่อีกงาน ก่อนที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว จะปิดทำการปรับปรุงในต้นปี 2554 อีกด้วย

.
ด้านไฮไลท์โปรโมชั่นภายในงานฯ ทางเพาเวอร์บาย มอบทางเลือก ทั้งผ่อน ทั้งลดและรับเพิ่มของสมนาคุณสุดคุ้ม กับบัตรเครดิต ชั้นนำ หรือ เลือกลดเพิ่ม 3 ต่อ สูงสุด 21 %  ต่อที่ 1 อภิสิทธิ์เฉพาะบัตรเซ็นทรัล เครดิตคาร์ด และ โรบินสัน วีซ่า  ต่อที่ 2 รับบัตรกำนัลเพาเวอร์บายสูงสุดถึง 16,000 บาท (ทั้งชำระเต็มจำนวน และแบ่งชำระ) ต่อที่ 3 รับบัตรกำนัลเพาเวอร์บาย 10,000 บาทเมื่อซื้อสินค้าตั้งแต่ 200,000 บาทขึ้นไป และใช้คะแนน              The 1 Card 5,000 คะแนน
ในส่วนโปรโมชั่นพิเศษที่คาดว่าจะได้รับความสนใจมากอีกเช่นเคย ได้แก่ ‘สินค้านาทีทอง’ ลดถล่มราคา        วันต่อวัน  โดยจะจัดวันละ 3 รอบ เฉพาะช่วงเวลา 12.00 , 16.00 และรอบ 20.00 น. นอกจากนี้ ยังมีให้เลือกรับเพิ่มกับของสมนาคุณสุดคุ้ม กับบัตรเครดิตชั้นนำ และสิทธิพิเศษจาก The  1 Card  เมื่อนำคะแนน 600 คะแนน แลกรับส่วนลด 100 บาท (จากปกติ 800 คะแนน แลกรับส่วนลด 100 บาท)  และบริการอื่นๆอีกมากมาย

.
นอกจากนี้เรายังได้รวมเอางานกอล์ฟ ของ Supersports และสินค้าตกแต่งบ้านจาก Homeworks มาร่วมแสดงและจำหน่ายอยู่ภายในงานฯอีกด้วย โดยมีสินค้าตกแต่งบ้านจาก “โฮมเวิร์ค”(Homeworks) เช่น เก้าอี้นวดไฟฟ้า, เครื่องนอน, ชุดครัว, เครื่องครัว, โคมไฟ, อุปกรณ์ไฟฟ้า,อุปกรณ์ตกแต่งห้องน้ำ ฯลฯ มอบส่วนลดสูงสุด 70% พร้อมผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน และสามารถรวมยอดซื้อกับ เพาเวอร์บาย เพื่อรับของสมนาคุณจากบัตรเครดิตต่างๆที่ร่วมรายการ (ยกเว้น UOB แบบผ่อนชำระ)
ส่วน “ซูเปอร์สปอร์ต”(Supersports) จัดงาน “Supersports Golf Sale 2010” ขนสินค้าและอุปกรณ์กอล์ฟจากหลายหลากแบรนด์ดังลดสูงสุด 70%  อาทิ TITLEIST, COBRA, FOOTJOY, TAYLORMADE, ADIDAS, CALLAWAY, ODYSSEY, NIKE GOLF, KASCO, MIZUNO, TOURSTATE, PING, HONMA, TSURUYA, WILSON ฯลฯ  นอกจากนั้นยังได้พบกับสินค้ารุ่นใหม่ล่าสุดในราคาพิเศษ, สินค้าราคาพิเศษลดสูงสุดภายในงานซึ่งมีจำนวนจำกัด   สิทธิพิเศษสุด!! สำหรับสมาชิกบัตรเครดิต Central Card รับส่วนลดเพิ่มสูงสุดถึง 27%   และสมาชิก The1Card  รับสิทธิพิเศษ 3 ต่อทันที  ต่อที่ 1 ลดเพิ่ม 10%  เมื่อซื้ออุปกรณ์กอล์ฟที่ร่วมรายการ ต่อที่ 2 คะแนน The1Card 500 คะแนนแลกรับส่วนลด 100 บาท(จากปกติ 800 คะแนน )ต่อที่ 3  ทุก 25 บาทรับคะแนนthe1Card 1 คะแนน สะสมใช้เป็นส่วนลดในการซื้อสินค้า

.
ด้านกลยุทธ์ทางการตลาดและแผนโฆษณา ประชาสัมพันธ์ในงาน บริษัทฯ ใช้ทุ่มงบประมาณทางการตลาดกว่า 60 ล้านบาท ครอบคลุมทุกสื่อ เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคเป้าหมายให้มากที่สุด อาทิ บิลบอร์ด 15 จุด ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล  / สื่อสิ่งพิมพ์ ทั้งหนังสือพิมพ์รายวัน รายสัปดาห์ และนิตยสารไอที  / สื่อโทรทัศน์ ได้แก่ รายการสกู๊ปข่าว สื่อวิทยุ รวมทั้ง สื่อโฆษณาบนรถไฟฟ้า BTS  Banner และสื่อ Smart sign ทุกจุด ทั่วกรุงเทพฯ นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือกับบัตรเครดิตในการแทรกโปรโมชั่นใน Direct mail กว่า 3 ล้านรายชื่อ  และกระจายแผ่นพับ ทั่วกรุงเทพและปริมณฑลกว่า 500,000 ใบ พร้อมสร้างกระแสผ่านอินเตอร์เน็ตในรูปแบบ Viral Marketing และเว็บไซท์ต่างๆ อีก”
นายสุทธิสาร ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “พิธีเปิดงานในครั้งนี้ จัดยิ่งใหญ่กว่าทุกปี นอกจากเปิดตัว 4 สุดยอดสินค้านวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของปี 2553 แล้ว ยังมีสุดยอดโชว์ “Futuristic Fashion Show”  อย่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้น ยังได้รับเกียรติจากแขกผู้มีเกียรติ และผู้บริหาร จากแบรนด์พันธมิตรยักษ์ใหญ่ให้เกียรติร่วมงานเป็นจำนวนมาก โดยพิธีเปิดงาน “Power Buy Expo 2010” จะมีขึ้นอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 23 กรกฎาคม นี้  เวลา 10.30 – 12.00 น. ณ ห้องบางกอกคอนเวนชั่น ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว” นายสุทธิสารกล่าว

 

     ร่วมแสดงความคิดเห็น / ไม่มีการตอบกลับ

LCD SPEC COMMENT
 
user/password เดียวกับเว็บบอร์ด สมัครสมาชิก
Username: Password:
ความคิดเห็น :
 
 
 
Tag: 3D 1080p Acer benq Blu-ray Blu-ray player Bravia Brochure ces commart DLNA DVI full hd Full HD 1080P hd HDMI HDTV IPS lcd LCD monitor lcd tv LED LED backlight LED Backlit LED Monitor LED TV LG monitor OLED OLED TV Panasonic Philips Pioneer Plasma Plasma TV PS3 Samsung sharp Sony Toshiba tv USB VGA Viera wifi
COPYRIGHT@2010 LCDSPEC.COM ALL RIGHTS RESERVED.
 0 Users Online