Buver's Guide Review HD Contents HD Accessories HD Event Promotions
LCDSPEC Buyer’s Guide แนะนำ LCD Monitor ที่น่าสนใจ ก่อนถึงงาน Commart Thailand Summer Sale 2010
สวัสดีครับแฟนๆ LCDSPEC ทุกท่าน ในงานคอมมาร์ตที่จะถึงนี้ คาดว่าหลายท่านคงจะมีโครงการสอยอุปกรณ์ไอที หรือไม่ก็ LCD Monitor มาใช้สักตัวอย่างแน่นอนในวันนี้ LCDSPEC ของเรา จึงขออาสาพาทุกท่านที่สนใจที่จะซื้อ LCD Monitor มาใช้งาน โดยจะเลือกรุ่นที่ดูคุ้มค่าและน่าสนใจในตลาดตอนนี้ และเป็นที่น่าสังเกตว่าในบ้านเราตอนนี้จะเห็น LED Monitor มากขึ้น ซึ่ง LCDSPEC ก็จะนำมาเป็นตัวเลือกด้วยเช่นกันครับ ซึ่งเพื่อความสะดวกเราจะขอแบ่งเป็นช่วงราคา 4 ช่วงด้วยกันนะครับ คือ ต่ำกว่า 5,000 บาท, 5,000 – 7,000 บาท, 7,000 – 10,000 บาท และช่วงราคาสุดท้ายก็คือมากกว่า 10,000 บาท สำหรับรุ่นต่างๆ ที่เลือกมาอาจจะมีหรือไม่มีวางจำหน่ายในงานคอมมาร์ตก็เป็นได้ครับ แนะนำไว้ให้ดูเป็นแนวทางก่อน ส่วนถ้าถึงวันงานแล้ว เราจะมาอัพเดทกันอีกที ว่ามีรุ่นไหนน่าสนใจภายในงานน่าจับจองบ้างสำหรับบางท่านที่ยังไม่รู้ว่าจะการเลือกซื้อ Monitor ให้ถูกใจได้อย่างไร แนะนำให้อ่าน บทความ: เลือกซื้อ LCD Monitor และ LED Monitor แบบของจริง ก่อนก็ได้ครับ งบน้อย ลองดู ต่ำกว่า 5,000 บาท >>>งบเท่านี้อาจจะได้ขนาดหน้า 18.5 นิ้ว – 20 นิ้ว ความละเอียดสุงสุดที่จะได้คือ 1600×900 พิกเซล ซึ่งเหมาะสำหรับใช้งานทั่วไป มีพอร์ต VGA, DVI มีครบถ้วน แถมยังได้เทคโนโลยี LED ด้วยในบางรุ่นAcer: P195HQLbd (LED Monitor) -       ขนาดหน้าจอ 18.5 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1366 x 768 พิกเซล-       Response Time 5 ms.-       อัตราความคมชัด 8,000,000:1 (ACM)-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVIสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/160-Acer-P195HQLbd.htmlราคา 4,490 บาทLG: E1940T-PN (LED Monitor) >>> -       ขนาดหน้าจอ 18.5 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1366 x 768 พิกเซล-       Response Time 5 ms.-       อัตราความคมชัด 2,000,000:1 (DFC)-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVIสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/175-LG-E1940T-PN.htmlราคา 4,700 บาทSamsung: 2043SWX Plus >>>  -       ขนาดหน้าจอ 20 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1600 x 900 พิกเซล-       Response Time 5 ms.-       อัตราความคมชัด 50,000:1-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVIสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/77-Samsung-S1-2043SWX+.htmlราคา 4,990 บาท พอมีพอใช้ ลองดู 5,000 – 7,000 บาทงบเท่านี้ยังไงก็ได้ความละเอียด Full HD แน่นอนครับ รวมถึงยังได้ขนาดหน้าจอ 21.5 นิ้ว ขึ้นไป เหมาะสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย มีพอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน ในบางรุ่นยังได้ HDMI อีกด้วย สำหรับในบางรุ่นยังได้เป็น LED Monitor อีกด้วยBenq: G2220HD >>> -       ขนาดหน้าจอ 21.5 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 5 ms.-       อัตราความคมชัด 40,000:1 (DCR)-       ความสว่าง 300 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVIสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/28-Benq-G2220HD.htmlราคา 5,390 บาทLG: E2240T-PN (LED Monitor) >>> -       ขนาดหน้าจอ 21.5 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 5 ms.-       อัตราความคมชัด 2,000,000:1 (DFC)-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVIสเปกเต็ม http://www.lcdspec.com/monitor/177-LG-E2240T-PN.htmlราคา 6,200 บาทSamsung: B2330 >>> -       ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 5 ms.-       อัตราความคมชัด 70,000:1 (DCR)-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVIสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/164-Samsung-B2330.htmlราคา 6,500 บาทAcer: G235HBd >>> -       ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 5 ms.-       อัตราความคมชัด 80,000:1-       ความสว่าง 300 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVIสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/190-Acer-G235Hbd.htmlราคา 6,290 บาท งบถึง เงินถึง ลองดู 7,000 – 10,000 บาทงบระดับนี้ในบางรุ่นจะใส่ฟังก์ชั่นการใช้งานพิเศษมาด้วย อย่างตอนนี้เด่นๆ จก็ะเป็น LCD Monitor ที่ใส่ความสามารถในการดู TV ได้ ขนาดหน้าจอก็ 21.5 นิ้วขึ้นไป เหมาะสำหรับไว้ดูหนังฟังเพลงเล่นเกม พร้อมมีลำโพงติดตั้งมาในตัว พร้อมการเชื่อมต่อภายนอกครบครันLG: M227WA -       ขนาดหน้าจอ 21.5 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 5 ms.-       อัตราความคมชัด 50,000:1 (DFC)-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMIx2, Composite, Scart, Audio-in-       ดูทีวีได้ พร้อมมีรีโมทคอนโทรล-       มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/179-LG-M227WA.htmlราคา 7,990 บาทBenq: G2412HD >>> -       ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 2 ms.-       อัตราความคมชัด4,000:1 (DCR)-       ความสว่าง 300 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMI, Audio-in-       มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/188-Benq-G2412HD.htmlราคา 8,190 บาทLG: W2286L >>> -       ขนาดหน้าจอ 22 นิ้ว Wide Screen (16:10)-       ความละเอียด 1680 x 1050 พิกเซล-       Response Time 2 ms.-       อัตราความคมชัด 2,000,000:1 (DFC)-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMIx2, Audio-in-       มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/178-LG-W2286L.htmlราคา 8,990 บาทSamsung: P2370HD >>> -       ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 5 ms.-       อัตราความคมชัด 50,000:1 (DFC)-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMIx2, Audio-in, Component, Composite-       ดูทีวีได้ พร้อมมีรีโมทคอนโทรล-       มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/212-Samsung-P2370HD.htmlราคา 9,990 บาทAcer: H235Hbmid >>> -       ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 2 ms.-       อัตราความคมชัด 100,000:1 (ACM)-       ความสว่าง 300 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMI, Audio-in-       มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/159-Acer-H235Hbmid.htmlราคา 9,900 บาท เหลือกิน เหลือใช้ ลองดู 10,000 บาทขึ้นไป งบเหลือเหลือๆ ขาดนี้ ขนาดหน้าจอที่ได้คือ 23 นิ้ว ขึ้นไปอย่างแน่นอน มาพร้อมกับฟังก์ชั่นพิเศษหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง ทัชกรีน หรือ LED เหมาะสำหรับคนที่ชอบอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ พร้อมพอร์ตการเชื่อมต่อครบถ้วน อย่าง HDMI นี่ มีเป็นพื้นฐานเลยครับAcer: S243HLbmii (LED Monitor) >>> ,u -       ขนาดหน้าจอ 24 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 2 ms.-       อัตราความคมชัด 8,000,000:1 (ACM)-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMIx2, Audio-in-       มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/194-Acer-S243HLbmii.htmlราคา 12,900 บาทAcer: T230Hbmidh >>> -       ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว Wide Screen Touch Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 2 ms.-       อัตราความคมชัด 80,000:1 (DCR)-       ความสว่าง 300 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMI, Audio-in-       ทัชกรีนที่หน้าจอได้ พร้อมรองรับมัลติทัชกรีน-       มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/193-Acer-T230Hbmidh.htmlราคา 13,500 บาทSamsung: XL2370 (LED Monitor) >>> -       ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 2 ms.-       อัตราความคมชัด 5,000,000:1 (DCR)-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMI, Audio-in-       มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/213-Samsung-XL2370.htmlราคา 13,500 บาท อย่างที่บอกไว้ตั้งแต่ตอนต้นนะครับว่าให้ดูไว้แนวทางก่อนที่จะไปเดินภายในงานคอมมาร์ต รุ่นที่ LCDSPEC เลือกมา อาจจะไม่มีมาวางจำหน่ายในงานคอมมาร์ตครั้งนี้ก็เป็นได้ ซึ่งถ้าเราลองสังเกตจากการเลือกรุ่นที่น่าสนใจมาจะเห็นว่า หากเรามีงบประมาณ 5,000 บาท ต้นๆ ก็สามารถจับจอง LCD Monitor ที่มีความละเอียดแบบ 1920 x 1080 Full HD ได้แล้ว หรือถ้าสนใจจอแบบ LED Monitor ก็มีราคาตั้งแต่ 4,000 บาท กลางๆ ให้เลือก ไปจนถึงหลักหมื่นบาทกันทีเดียว และสำหรับคนที่ต้องการ LCD Monitor ที่มีพอร์ต HDMI ไว้สำหรับเชื่อมต่อภายนอกจาก Notebook หรือ Playstation 3 มีงบประมาณเพียง 6,000 กว่าบาท ก็สามารถซื้อหามาใช้งานกันได้อย่างสบายๆ สุดท้ายนี้ไว้ยังไงให้ถึงวันงานก่อน ทาง LCDSPEC จะมาอัพเดทแบบเกาะติดขอบงานอีกรอบหนึ่งครับ LCDSPEC.
Review : Sharp LC-32L50M ความลงตัวของภาพ และ เสียง ในราคาสุดคุ้ม
Sharp Aqous เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ LCD TV ที่มีคุณภาพดีมากแบรนด์หนึ่ง แต่อาจจะดูไม่โดดเด่นเท่าแบรนด์อื่นๆที่อาจจะโถมสเปค ลูกเล่น และ โฆษณามากมายอะไร เรียกได้ว่าโดดเด่นแบบเรียบง่ายแล้วกัน ปีนี้ Sharp เริ่มจะเอาจริงกับ LCD TV มากขึ้น ไม่ใช่แค่ออกรุ่นใหม่ๆพร้อมสเปคที่ทันสมัยแล้ว ยังมีการโปรโมตมากขึ้น (สังเกตุได้จากสื่อโฆษณาทางทีวี และ วิทยุ) หลายๆค่ายต้องระวัง Sharp กันบ้างแล้วน๊าาา เค้าเอาจริงแล้ววววSharp LC-32L50M เป็นหนึ่งรุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวในปี 2010 นี้พร้อมกับรุ่นพี่หลายๆรุ่น ไม่ว่าจะเป็น Full LED TV ที่เราจะได้ติดตามที่นี่เร็วๆนี้ด้วยกัน หรือไม่ว่าจะเป็น LCD TV 100Hz คุณภาพสูง ที่คุณภาพของ Sharp นี้เรียกได้ว่าไม่เป็นรองใคร สำหรับวันนี้เราจะมาพูดถึง LC-32L50M น้องนุชสุดคุ้มเครื่องนี้กันเป็นการเรียกน้ำย่อยก่อนแล้วกันSharp LC-32L50M นี้ถือว่าเป็นรุ่นต่อจากรุ่นยอดฮิต อย่าง Sharp LC-32D30M ที่เราเคยได้ Preview กันไปแล้ว นับเป็นรุ่นสุดคุ้ม ยอดนิยม และ เป็นยังรุ่นที่ทำให้หลายคนรู้จัก Sharp Aquos LCD TV มากขึ้น โดยรุ่นใหม่นี้ก็ยังคงคอนเซปความสวยงาม ด้วยกรอบจอที่มีให้เลือก 3 สี ให้คุณนำไปติดตั้งให้เข้ากับการตกแต่งภายในห้องได้อย่าลงตัวอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น ว่า Sharp LC-32L50M นี้ ถือเป็นการพัฒนาต่อจากรุ่น 32D30M ซึ่งแน่นอนว่าการออกแบบของ 32L50M นี้จะคล้ายคลึ่งกับรุ่นเดิมอยู่หลักๆคือ กรอบจอให้เลือก 3 สี คือ ขาว ดำ แดงฐานตั้งเป็นทรงเหลี่ยม ไม่สามารถหมุนปรับซ้ายขวาได้ ซึ่งให้ความมั่นคงให้กับเครื่องได้เป็นอย่างดีเพิ่มความหรูหราด้วยวัสดุแบบเงา Glossyด้านบนซ้ายมีโลโก้สัญลักษณ์บอกรุ่น Aquosทางด้านล่างของจอ เป็นแถบลำโพงยาวสไตล์ Sound bar ซึ่งทำให้เสียงมุ่งตรงไปยังผู้ชมด้านหน้า ทำให้ได้รับเสียงที่ชัดเจนผนวกกับที่มุมของเครื่องเป็นช่องของลำโพง Tweeter ที่จะเพิ่มคุณภาพเสียงแหลมได้ดียิ่งขึ้นด้านหน้ามีไฟบอกสถานะการเปิดเครื่อง และ ช่องรับสัญญาณรีโมท (ไม่มี Sensor OPC เหมือนรุ่นใหญ่ๆ)ใต้จอเป็นโลโก้ Sharpและด้วยการออกแบบที่เน้นการทำงานเป็นหลัก ความเพรียวบางเลยอาจจะลดลง แต่เรื่องน้ำหนักนั้นก็ไม่ได้หนักอย่างที่คิดเลยครับ สามารถยกคนเดียวได้อย่างสะดวกเลยทีเดียวสำหรับใครที่ทำรีโมทหาย ก็คงไม่ต้องซื้อทีวีเพราะหาปุ่มไม่เจอแล้วหล่ะครับ เพราะว่าปุ่มควบคุมการทำงานอยู่ทางด้านซ้ายของเครื่อง และจุดสังเกตอย่างหนึ่ง ถ้าเราทำการปิดเครื่องด้วยปุ่ม Power ที่อยู่ข้างเครื่อง ทีวีจะไม่ตอบสนองกับการกดปุ่มบนรีโมท นั่นแสดงว่าทีวีเข้าสู่โหมด Off อย่างแท้จริง ไม่ได้เป็นโหมด Standby เหมือนกับการกดปิดด้วยรีโมทพอร์ตการเชื่อมต่อ รวมกันอยู่ที่ข้างหลัง (ไม่มีพอร์ตการเชื่อมต่อด้านข้าง) มีการระบุชื่อพอร์ตอย่างชัดเจน แต่เอ๊ะ หน้าตามันคุ้นๆนะ คล้ายๆ D30 รุ่นพี่อยู่มากๆ ทั้งตำแหน่งพอร์ต และ ฝาปิดช่องเก็บสายไฟด้านล่าง ที่มีไว้ให้จัดสายไฟอย่างเป็นระเบียบ ส่วนสายไฟ Power เป็นแบบติดตั้งกับตัวเครื่อง ไม่สามารถเปลี่ยนได้สำหรับสายอากาศ ที่ค่อนข้างเป็นสายที่แข็ง ทำให้ยากต่อการติดตั้งในที่แคบๆ Sharp ก็ได้ย้ายช่องต่อสายอากาศ ให้อยู่ในแนวตั้ง แยกออกมาจากแผงการเชื่อมต่อรวม
100Hz.. มันมีดีอะไร มีแล้วดีอย่างไร จำเป็นต้องมีไหม?? อยากรู้ ไปดูกัน
เวลาเราจะซื้อทีวีสักเครื่อง เวลาไปเดินตามห้าง หรือ ดูในโบรชัวร์ จะเห็นคำนึงที่เขียนว่า เครื่องนี้รองรับ 100Hz / 120Hz บางยี่ห้อยิ่งเอาค่านี้มาแข่งกันเลย บางเครื่องอาจจะบอกว่าเครื่องนี้ 400Hz 600Hz โหยยย อะไรมันจะมากมายกันนักกันหนาค่า Hz เนี้ยเป็นการนำเสนอของ Refresh Rate ครับ ค่านี้ไม่ได้เพิ่งมีนะครับ มีมานานแล้ว คุณสมบัตินี้มีมาตั้งแต่สมัยเราใช้จอแก้ว หรือ CRT แล้ว สำหรับทีวีนั้น จะมีแต่รุ่นที่ค่อนข้าง hi-end นิดนึง และ แน่นอนว่า ราคาจะสูงกว่ารุ่นธรรมดา แต่ก็แลกมากับคุณภาพที่ดีกว่า ส่วนจะดีกว่ายังไง เดี๋ยวเราจะได้รู้กันครับโดยปกติแล้ว การออกอากาศของระบบโทรทัศน์ ในแถบอเมริกา จะใช้ระบบ NTSC จะมีความถี่ของสัญญาณ 60Hz และ ในแถบยุโรป รวมทั้งเอเชีย และ ประเทศไทย จะใช้ระบบ PAL (หรือ SECAM) จะมีความถี่ของสัญญาณ 50Hz ซึ่งแน่นอนว่า เมื่อออกอากาศผ่านสายอากาศ หรือ เคเบิ้ลทีวี จะต้องถูกสัญญาณรบกวนจะภาวะรอบข้าง และระบบของไฟฟ้าของไทยเรา ก็ใช้ 50Hz เช่นกัน แน่นอนว่า ง่ายต่อการถูกรบกวนแน่ๆRefresh Rate คือค่าความไวในการเปลี่ยนภาพ ขณะที่เราดูทีวี แน่นอนว่ามันเป็นภาพเคลื่อนไหว หลักการของภาพเคลื่อนไหว นั่นคือ การมีภาพนิ่งหลายๆมาเรียงต่อกัน และ ระบบที่จอ CRT หรือจอกระจกใช้ นั่นคือปืนอิเลกตรอนที่อยู่ภายในหลอดภาพ โดยมันจะยิ่งมาที่แต่ละ pixel บน panel ด้านหน้าที่เคลือบสารเคมีจำพวกสารเรืองแสงเอาไว้ ทีละบรรทัด ให้เกิดแสงสีในแต่ละ pixel ไล่จากซ้ายไปขวา และ ไล่ลงมาเรื่อยๆจากบนลงล่าง พอยิงครบหนึ่งภาพ เขาจะเรียกว่า 1 Frame ครับ ซึ่งโดยปกติจอ TV แบบ CRT นั้นจะมีความไวที่เท่ากับระบบการออกอากาศ นั่นคือ 50-60Hz ครับการที่มีค่า Refresh Rate สูงกว่า source นั่นหมายความว่า การเปลี่ยนภาพในแต่ละภาพ (Frame) จะมีความไวขึ้น ถ้าเกิดว่าโทรทัศน์เครื่องนั้น เป็นระบบ 100Hz นั่นหมายความว่า จะมีระบบแสกนภาพเร็วเป็นสองเท่า โดยใน TV แต่ละเครื่องจะมีชิปประมวลผลที่จะ ทำนายการเคลื่อนไหวของframeถัดไปที่กำลังจะตามมา แล้วนำframeนั้นมาแทนที่ ทำให้เกิดความนิ่งมากขึ้น สัญญาณรบกวนที่เกิดจากสิ่งรอบด้านก็ลดลงไปด้วยครับเพราะข้อดีเรื่องความนิ่งของภาพ การกระพริบที่ลดน้อยลง ระบบแสกนภาพสูงๆ จึงถูกนำมาประยุกต์ใช้ในจอ Monitor ของ Computer เพราะจอ Computer เป็นจอที่ผู้ใช้ต้องนั่งจ้องตัวอักษรในระยะใกล้ การปรับค่า Refresh Rate จึงมีอยู่ใน Computer ทุกเครื่องถ้าคุณเคยดูข่าว หรือ รายการทีวีที่เขาเอากล้องไปถ่ายจอโทรทัศน์ จะเห็นว่า จะมีเส้นดำๆ วิ่งจอตลอดเวลา เพราะว่ากล้องนั้นมี Refresh rate ที่ต่างจาก จอTVเครื่องนั้นเมื่อถึงเวลาที่จอ CRT เริ่มจะหายไปจากตลาด จอ LCD/Plasma เริ่มมีความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ก็เริ่มพัฒนาจากระบบ 50Hz ก่อนครับ และ วางขายกันมาจนถึงปัจจุบัน แต่ปัญหาเก่าๆก็ตามมาอีกแล้ว นั่นคือภาพที่เกิดการกระพริบระหว่างการแสกนภาพ อันที่จริงแล้วปัญหานี้มันควรจะหายไปได้แล้ว เพราะจอ LCD นั้นมีหลักการแสดงภาพที่ไม่ต้องอาศัยปืนอิเลกตรอนภายในหลอดภาพอีกแล้ว แต่จริงๆแล้ว LCD จะมีค่าที่เรียกว่า Response time ขึ้นมาครับ โดยมันจะเป็นความเร็วในการที่แสง backlight จะสองไปยัง pixel ที่ใช้แสดงสีออกมาก่อนจะออกมาเป็นภาพหนึ่งภาพ โดยค่า Response Time นั้นจะมีหน่วยเป็น Milli-Second (ms) ถ้ายิ่งน้อย ก็จะยิ่งดี ยิ่งเปลี่ยนภาพได้ไว ผนวกกับความถี่ของแสง backlight นั้นที่มีความถี่ 50Hzระบบ100Hz บนจอLCD/Plasma มีข้อดีไม่ต่างจาก CRT เลยครับ เพราะจะให้ภาพที่นิ่งกว่า 50Hzแบบเดิมๆ นั่นทำให้ตอนนี้หลายๆค่ายเริ่มจะออกมาให้ความสำคัญกับระบบใหม่นี้กันแล้วครับ จึงมีให้เลือกตั้งแต่ 100Hz สำหรับ PAL/SECAM และ 120Hz สำหรับ NTSC บางรุ่นทยานสูงไปถึง 200Hz 240Hz เลยครับแต่มีค่านึงที่ผมดูว่าอาจจะเยอะไปซะหน่อย นั่นคือ 600Hz ตรงนั้นจะมีกำกับไว้ว่าเป็น Sub Field Drive จริงๆแล้วระบบนี้มีความคล้ายคลึงกับระบบการแสกนภาพ 100Hz นั่นแหละครับ แต่ Sub Field Drive นี้เป็นขั้นตอนที่จะแสดงภาพออกมาด้วยความเร็วสูงบนจอ โดยเวลาที่แต่ละ frame แสดงขึ้นบนจอ Sub Field Drive จะแสดงภาพ 10 ครั้ง (หรือมากกว่า) นั่นหมายความว่า มันกระพริบ 600 ครั้งต่อวินาที (สำหรับ 600Hz) ยิ่งภาพหนึ่งภาพ กระพริบในจำนวน frame ที่มากๆ สิ่งที่ตามมา นั่นคือภาพเคลื่อนไหวที่เนียนเป็นธรรมชาติ เงาซ้อนก่อนจะเปลี่ยนภาพ ก็จะลดเลือนหายไปที่กล่าวมาทั้งหมดนี่คือเทคโนโลยีในการแสดงภาพของ TV สมัยใหม่ แต่การจะนำระบบการแสกนภาพแบบนี้ ต้องใช้อุปกรณ์ที่มีราคาค่อนข้างสูง ค่ายบางค่ายจึงไม่ได้นำ 100Hz มาใส่ แต่จะมีเทคโนโลยีอื่นๆ ที่พยายามจะทดแทน แต่ผมว่ายังไม่ดีพอ เช่น Clear TV, TV Plus ฯลฯ ส่วนจะดีกว่าหรือเปล่า ต้องใช้ตาคุณเองพิสูจน์แล้วหละครับ ^^*
Grace Digital เครื่องเสียงไว้วิทยุอินเตอร์เน็ตในบ้านเหรอ
มันมีปัญหาอยู่สองอย่าง อย่างแรก ใครจะอยากจะเสียเงิน 219.99 เหรียญ เพื่อได้เครื่องเล่นวิทยุอินเตอร์เน็ตที่ Grace Digital ทำแยกออกมาอีกชิ้น อย่างที่สอง ใครอยากจะมีประสบการณ์ Lackluster UI หาอะไรในเครื่องไม่เจอกับเขาบ้าง ถ้าเป็นคนที่ไม่ดื่มด่ำกับเสียงบ่นล่ะก็ บริษัทได้ทำเครื่องที่น่าจะเอามาตั้งประดับไว้บนชั้น เครื่องที่เห็นอยู่สามารถเล่นวิทยุอินเตอร์เน็ตจาก 30,000 สถานี Pandora, iheartradio, Sirius, Live365, MP3tunes และอื่นๆ จนไม่อยากจะพิมพ์ จะต่อเน็ตกับสายหรือจะไร้สาย 802.11g ก็ได้ มีพร้อมทั้ง Composite, Toslink และ Coaxial Digital Audio ด้านหลัง มีจอ LCD ให้ดู 4 บรรทัด ที่แสดงผล Metadata ยังแทบจะไม่ครบ และอาจจะมีระบบปารีโมทได้สำหรับใครที่อยากทำคอลเลคชั่นส่วนตัว ถ้าฟังแล้วอยากได้ตอนนี้ก็มีขายแล้ว แต่ว่าไปลองก่อนจะหน้ามืดไปซื้ออะที่มา : Engadget
มินิรีวิว Samsung "C9000 3D LED TV" สุดยอดความบางขั้นเทพ พร้อมรีโมทแบบหน้าจอสัมผัส ในงานเปิดตัว
มินิรีวิว “Samsung C9000 3D LED TV” สุดยอดความบางขั้นเทพ พร้อมรีโมทแบบหน้าจอสัมผัส ในงานเปิดตัวกรุงเทพฯ (15 กรกฎาคม 2553) – ซัมซุงแนะนำ “ซัมซุง C9000 3D แอลอีดีทีวี” (Samsung C9000 3D LED TV) มาสเตอร์พีซแห่งทีวีชิ้นงามที่ล้ำหน้าด้วยนวัตกรรมและโดดเด่นด้วยที่สุดของการออกแบบ ที่ทำให้ผู้ชมดื่มด่ำทุกสัมผัส เต็มอิ่มทุกอารมณ์ ในทุกมิติของภาพด้วยเทคโนโลยี 3D HyperReal Engine ซึ่งได้รับการันตีด้วยรางวัล Innovation Award จาก ICES2010 ดีไซน์บางสวยเร้าใจเพียง 7.9 มม.หรือบางกว่าปากกา ให้ภาพคมชัดในทุกรายละเอียดและความเคลื่อนไหวด้วยเทคโนโลยี Precision Dimming การออกแบบหลอด LED แบบ Diamond Shape เทคโนโลยีเอกสิทธิ์เฉพาะของซัมซุง และมีการถ่ายทอดภาพเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วประมาณ 960 เฟรมต่อวินาที ซึ่งจะช่วยทำให้การแสดงภาพฟูลเอชดี 3 มิติมีความราบรื่น ดูเป็นธรรมชาติมีชีวิตชีวาและสมจริงอย่างสมบูรณ์แบบ โดยชมผ่าน   “3D Active Glasses” แว่นตาที่ออกแบบมาพิเศษดีไซน์สวยหรู น้ำหนักเบาเพียง 30 กรัม โดยใช้เทคโนโลยีการสลับมุมภาพของตาซ้ายและตาขวาเพื่อให้ภาพออกมาเป็นแบบ 3 มิติ ดูสบายตา อีกทั้งยังสามารถเปลี่ยนภาพจากระบบ 2 มิติ เป็น 3 มิติได้อีกด้วย>>> สเปก Samsung C9000 3D LED TV เต็มๆ ครับ <<<นอกจากนี้ยังล้ำหน้ายิ่งกว่าด้วย Touch Remote Control รีโมทคอนโทรลหน้าจอแอลอีดีแบบสัมผัสที่เป็นเสมือนทีวีเครื่องจิ๋วอีกเครื่องในมือ ที่ทำให้ผู้ชมได้รับชมรายการโปรดได้ทุกที่ไม่ว่าจะอยู่มุมใดภายในบ้าน รวมถึงเทคโนโลยี Planet First ที่ทำให้ทีวีของซัมซุงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพราะประหยัดพลังงานกว่าแอลซีดีทั่วไปสูงสุดถึง 43% ซึ่งนับเป็นการผสมผสานที่ลงตัวอย่างแท้จริงของเทคโนโลยีเหนือระดับกับการออกแบบชั้นเยี่ยม “ซัมซุง C9000 3D แอลอีดีทีวี” วางจำหน่ายแล้ว ณ ร้านซัมซุงแบรนด์ช็อปและร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศในราคาเครื่องละ 279,990 บาท สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าซัมซุง 0-2689-3232 หรือโทรฟรีจากโทรศัพท์บ้าน 1-800-29-3232เอาล่ะครับ อดใจไว้ชมมินิรีวิว Samsung C9000 3D LED TV ตอนท้าย ตอนนี้เรามาชมบรรยากาศงานก่อนดีกว่าในงานวันนี้ได้จัดขึ้นที่โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ ซึ่งภาพด้านบนเป็นด้านหน้าของงานครับโดยมี backdrop เป็น Samsung Masterpiece C9000 อย่างชัดเจนบรรดาผู้บริหารร่วมถ่ายภาพร่วมกันเข้ามาหน่อยก็จะเป็นส่วนลงทะเบียนของงาน (พริตตี้แจ่มๆ ตามไปดูกันได้ที่หน้าสุดท้ายนะครับ ^^)โดยที่พิเศษหน่อยสำหรับแขกคนสำคัญก็จะมีการเซ็นชื่อบนหน้าจอทัชกรีนขนาดใหญ่โดยส่วนตัวผมก็ไม่สัดทัดเกี่ยวคนดังซะเท่าไหร่ เลยไม่รู้ว่าใครเป็นใคร – -aและยังมีนักธุรกิจ ดารา มาร่วมงานมากกมายอีกด้วยคราวนี้เราเข้ามาดูในส่วนของห้องที่จัดงานกันดีกว่าจะเห็นได้ว่าหรูหรา อลังการ สมกับเป็นงานเป็นตัว Samsung C9000 3D LED TVอีกทั้งยังมีอาหารไว้รองรับแขกผู้มีเกียรติมากมาย รวมไปถึงสื่อมวลชนอย่างผมด้วยเรียกได้ว่าผมก็รองท้องไปเยอะเหมือนกัน ทางคาว ทั้งหวาน ^^ในหน้าถัดไปก็จะเป็นส่วนของพิธีการของงานแล้วนะครับ
โซนี่ไทย ร่วมเปิดนิทรรศการภาพถ่าย See Saw Seen ครั้งที่ 3
โดย 16 ศิลปินช่างภาพผ่านเลนส์กล้อง Alpha NEX Series (กรุงเทพฯ / 1 ก.ย. 53) – บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด ร่วมมือกับหอศิลป์ร่วมสมัยอาร์เดล โดยผู้ช่วยศาสตรจารย์ ถาวร โกอุดมวิทย์ เปิดนิทรรศการภาพถ่าย See Saw Seen III (หรือ “เห็น III”) เพื่อจัดแสดงภาพถ่ายที่ถ่ายทอดด้วยกล้อง Alpha NEX3 และ NEX5 โดย 16 ศิลปินช่างภาพชื่อดัง ตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม ถึง 26 กันยายน 2553 ณ ดีโอบีหัวลำโพงแกลเลอรี โดยมีคุณฐาปณ สิริวัฒนภักดี นายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานนิทรรศการ พร้อมด้วยคุณฟาริดา เฮงษฎีกุล ผู้จัดการแผนกสื่อสารการตลาด บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด ผู้สนับสนุนหลักในการจัดงานนิทรรศการ SEE SAW SEEN III ครั้งนี้สำหรับนิทรรศการ “See Saw Seen ครั้งที่ 3” หรือ “เห็น III” เป็น การนำเสนอผลงานภาพถ่าย และภาพเคลื่อนไหวที่แปลกใหม่ด้วยมุมมอง และแนวคิดในการสร้างสรรค์ผลงานที่แตกต่าง หากเต็มไปด้วยสัมผัสอันละเอียดอ่อนทางความคิดที่กลั่นกรองออกมา ผสมผสานกับเทคโนโลยี และคุณสมบัติชั้นเลิศของกล้อง Alpha NEX series โดยศิลปินภาพถ่ายชั้นนำของเมืองไทยที่เคยแสดงผลงานในนิทรรศการ “เห็น” ทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา พร้อมด้วยศิลปินรับเชิญอีก 5 ท่าน ซึ่งได้เคยฝากฝีมือไว้ในวงการถ่ายภาพ และการประกวดผลงามภาพถ่ายในระดับนานาชาติมาแล้ว รวมทั้งสิ้น 16 คน คือ นิติกร กรัยวิเชียร, คณชัย เบญจรงคกุล, นภดล โชตะสิริ, อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ, อานนท์ ฮุนตระกูล, ถาวร โกอุดมวิทย์, อนัฆ นวราช, สตีเฟน เพตติเฟอร์, โอม พันธุ์ไพโรจน์, ชฤต ภู่ศิริ, โดมินิค เราซ, ศุภร ชูทรงเดช, อลงกรณ์ ศรีประเสริฐ, กนก สุริยสัตย์, ราล์ฟ ทูเท็น และดาว วาสิกศิริ
Panasonic งัด Blu-Ray 3D/HDD All-in-One Plasma พร้อมแว่น 3 มิติชาร์ตไฟได้มาโชว์
By: monkomoro45 | Date: 25 July 2010 | อ่าน 549 | ไม่มีความเห็น

Panasonic ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ายักใหญ่จากญี่ปุ่น ได้ประกาศเปิดตัวทีวีในซีรีส์ RT2B เป็น ทีวี Plasma แบบ All-in-One ซึ่งจะยัดรวมเอา Harddisk ขนาดใหญ่ไว้อัดรายการและเครื่อง Blu-Ray เข้าไว้ในตัวทีวีเลย

clip_image002

นอกจากนั้นยังบอกอีกว่ามันเป็น All-in-One ตัวแรกที่เล่น Blu-Ray 3 มิติ ได้ด้วย ว้าวๆ ตัวจอจะมี 2 ขนาดให้เลือกคือ 42 นิ้วและ 46 นิ้ว เพราะผู้ผลิตเขาอยากให้ลูกค้าได้ดูจอใหญ่ๆ กัน บอกว่าเห็นลูกค้าเก็บกดกับจอเล็กๆ มานานแล้ว นอกจากเรื่องของทีวีแล้วอีกเรื่องที่น่าสนใจคือ เขาทำแว่นตา 3 มิติ ที่ออกแบบใหม่ให้เหมาะกับทุกเพศทุกวัย มีทั้งของเด็กและผู้ใหญ่ ไม่ต้องมาโวยวายเพราะลูกน้อยใส่ไม่พอดี สามารถชาร์ตไฟผ่านทาง USB ได้ด้วย ซึ่งแบบเดิมจะเป็นแบบถ่านนาฬิกาที่หมดแล้วต้องเปลี่ยนเอา สำหรับระยะเวลาแล้ว การชาร์ตไฟ 2 ชั่วโมงจะใช้ดูหนังได้ 30 ชั่วโมง แต่อย่าลืมปิดล่ะ น้ำหนักน้องแว่นจะอยู่ที่ราวๆ 38 กรัม หุ่นกำลังดี ทาง Panasonic ยัง บอกอีกด้วยว่า แว่นสำหรับเด็กรุ่น TY-EW3D2SW เป็นรุ่นที่เบาที่สุด แต่สิ่งไม่เคยเปลี่ยนเลยก็คือ ราคา อ้าวจบข่าวกันเหอะ ยังขายกันอยู่ที่ 149 เหรียญ และทั้งหมดจะเริ่มออกวางจำหน่ายในวันที่ 27 สิงหาคม ลดๆ มั่งก็ดีนะพี่

clip_image004

ที่มา : engadget.com

 

     ร่วมแสดงความคิดเห็น / ไม่มีการตอบกลับ

LCD SPEC COMMENT
 
user/password เดียวกับเว็บบอร์ด สมัครสมาชิก
Username: Password:
ความคิดเห็น :
 
 
 
Tag: 3D 1080p Acer benq Blu-ray Blu-ray player Bravia Brochure ces commart DLNA DVI full hd Full HD 1080P hd HDMI HDTV IPS lcd LCD monitor lcd tv LED LED backlight LED Backlit LED Monitor LED TV LG monitor OLED OLED TV Panasonic Philips Pioneer Plasma Plasma TV PS3 Samsung sharp Sony Toshiba tv USB VGA Viera wifi
COPYRIGHT@2010 LCDSPEC.COM ALL RIGHTS RESERVED.
 0 Users Online