Buver's Guide Review HD Contents HD Accessories HD Event Promotions
เทคนิคระดับเทพ เลือกซื้อจอ LCD TV
เราคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้จอแบนๆ อย่าง LCD ได้เข้ามามีบทบาทมากมายในชีวิตประจำวันของเรา และปัจจุบันนี้ก็มีจอ LCD จากผู้ผลิตหลายๆ ราย ที่แต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อมีความสามารถหลากหลายชนิดที่เรียกว่าเลือกกันไม่ถูกเลยทีเดียว ในโอกาสนี้ทีมงาน LCDSPEC.com จะแนะนำองค์ประกอบต่างๆ ที่ควรพิจารณา และเคล็ดไม่ลับในการเลือกซื้อ LCD monitor หรือ LCD TV ให้ถูกใจคุณที่สุดนะครับ เราคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้จอแบนๆ อย่าง LCD ได้เข้ามามีบทบาทมากมายในชีวิตประจำวันของเรา และปัจจุบันนี้ก็มีจอ LCD จากผู้ผลิตหลายๆ ราย ที่แต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อมีความสามารถหลากหลายชนิดที่เรียกว่าเลือกกันไม่ถูกเลยทีเดียว ในโอกาสนี้ทีมงาน LCDSPEC.com จะแนะนำองค์ประกอบต่างๆ ที่ควรพิจารณา และเคล็ดไม่ลับในการเลือกซื้อ LCD monitor หรือ LCD TV ให้ถูกใจคุณที่สุดนะครับเอ… แล้วจอ LCD มันดีตรงไหนครับ? ทำไมผมถึงจะต้องเปลี่ยนจากจอแก้วมาใช้ LCD ด้วย?คุณสมบัติแรกของ LCD TV ที่เตะตาคุณตั้งแต่แรกพบเลยก็คือ ขนาดที่กระทัดรัด และผอมบางมากเมื่อเทียบกับจอหลอดแก้ว (หรือจอ CRT) ทั่วไป นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติที่เป็น “จอแบน” อย่างแท้จริงอีกด้วย ทำให้จอ LCD สามารถแสดงภาพได้อย่างไม่บิดเบี้ยว หรือผิดเพี้ยน คุณสามารถบอกลาเส้นตรงแบบ “หลอกๆ” บนจอแก้วโค้งๆ อย่างจอ CRT ไปได้เลยครับ และด้วยความเพรียวบางของมันนี่เอง ทำให้คุณมีอิสระในการวางจอได้มากขึ้น โดยไม่ต้องอาศัยพื้นที่มากนัก หรืออาจจะแขวนไว้กับผนังก็ดูเท่ไม่เบาเลยครับ แถมมันยังสามารถเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นงามประดับห้องนั่งเล่นของคุณได้อีกด้วยนอกจากนี้จอ LCD TV ยังสามารถรองรับการใช้งานในอนาคตมากกว่าทีวีทั่วไปอีกด้วย โดยนอกจากพวกมันจะสามารถแสดงภาพความละเอียดสูงจาก source ต่างๆ เช่นเครื่องเล่น DVD, เครื่องเล่น Blu-ray disc, เครื่องเล่นเกม หรือเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว ในอนาคตถ้าฟรีทีวีบ้านเราเปลี่ยนระบบออกอากาศเป็นแบบดิจิตอล ที่ให้ความคมชัดของภาพและเสียงเหนือกว่าระบบอนาล็อกในปัจจุบันอยู่มาก คุณก็อุ่นใจได้เลยว่า LCD TV เมื่อเอาไปต่อกับ digital receiver box แล้ว LCD ตัวเก่งของคุณจะสามารถแสดง content เหล่านี้ได้สบายๆผมชักจะสนใจ LCD TV ขึ้นมาแล้วสิครับ เอ… แล้วถ้าผมอยากจะซื้อมาใช้ซักตัวนึง ผมจะต้องพิจารณาอะไรบ้างครับ? องค์ประกอบหลักๆ ที่ควรพิจารณาในการเลือกซื้อ LCD TV มีทั้งหมด 8 ประเด็นด้วยกันครับ นั่นคือ: 1. ขนาดของจอ– จอ LCD มีขนาดให้เลือกค่อนข้างหลากหลายทีเดียว ที่มีขายในบ้านเรานั้นมีให้เลือกตั้งแต่ขนาด 20 นิ้วไปจนถึงขนาด 80 นิ้ว ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งาน และงบประมาณของคุณ แน่นอนครับ ขนาดที่ใหญ่กว่าย่อมให้ภาพที่ใหญ่อลังการ และดูคล้ายกับจอหนังในโรงภาพยนตร์มากขึ้น จอใหญ่ๆ จะเหมาะสมกับห้องกว้างๆ เช่นห้องนั่งเล่น ที่คุณสามารถนั่งชมภาพยนตร์กับสมาชิกในครอบครัวได้ ส่วนจอที่มีขนาดเล็กลงมา จะเหมาะกับห้องที่มีขนาดเล็กลง เช่นห้องนอนเป็นต้น แต่อย่าลืมนะครับว่า ยิ่งจอใหญ่เท่าไหร่ ราคาก็ขยับสูงขึ้นไปเท่านั้นคนส่วนใหญ่จะเลือกซื้อจอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่งบประมาณที่ตั้งไว้จะสามารถซื้อได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเลือกขนาดของจอที่เหมาะสม ควรพิจารณาจากระยะการรับชมเป็นหลัก โดยขนาดของจอควรมีความสัมพันธ์กับระยะห่างที่คุณตั้งใจเอาไว้ว่าคุณจะนั่งดูทีวี ตัวอย่างเช่น หากคุณซื้อจอขนาด 40 นิ้ว เพื่อมานั่งชมในระยะห่างไม่ถึง 1 เมตร คุณคงรู้สึกไม่สบายตาแน่ๆ แต่ถ้าคุณนั่งห่างออกมาซัก 2 – 4 เมตร ก็จะเป็นระยะที่ดูแล้วสบายที่สุด และเป็นระยะที่จะได้รับประโยชน์จาก LCD TV ของคุณได้อย่างเต็มที่ตารางข้างล่างนี้แสดงขนาดจอที่เราแนะนำ เมื่อเปรียบเทียบกับระยะห่างในการชมที่คุณตั้งใจไว้ขนาดของจอระยะการชมที่แนะนำ (โดยประมาณ) 20 นิ้ว60 เซนติเมตร - 2 เมตร24 นิ้ว1 – 1.8 เมตร26 นิ้ว1 – 2 เมตร32 นิ้ว1.2 – 3 เมตร37 นิ้ว1.5 – 3.5 เมตร40 นิ้ว2 – 4 เมตร46 นิ้ว2.5 – 5 เมตรตัวเลขจากตารางข้างบน เป็นตัวเลขที่เราแนะนำเท่านั้น การเลือกขนาดที่เหมาะสมควรเลือกขนาดที่คุณคิดว่าลงตัวที่สุดกับระยะการชมที่คุณต้องการ หากสนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถอ่านได้จากบทความที่เว็บไซท์ www.lcdspec.com ครับ2. Response time– การวัด response time หมายถึงค่าที่ได้จากการวัดระยะเวลาของเม็ดพิกเซลที่ใช้ในการแสดงสีดำสนิท –> เปลี่ยนเป็นสีขาวสนิท –> และเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอีกครั้ง (pixel หมายถึงเม็ดสีหรือจุดสีซึ่งเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของ LCD) ยิ่งตัวเลข response time น้อยเท่าไหร่ ยิ่งหมายความว่าคุณจะเห็นเอฟเฟคท์ต่างๆ เช่น เงา (ghosting) หรือ ขอบของวัตถุที่ลากเป็นทางยาว (streaking) ได้น้อยลงเท่านั้น ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการแสดงภาพเคลื่อนไหวเร็วๆ เช่นการเล่นเกม หรือภาพการแข่งกีฬา เป็นต้นแต่เนื่องจากปัจจุบัน ผู้ผลิตแต่ละรายใช้วิธีการวัด response time ที่ไม่เหมือนกัน จึงเอาตัวเลขนี้มาเป็นหลักในการพิจารณาได้ไม่ทั้งหมด เพราะฉะนั้นคุณจึงควรเอาหนัง หรือเกมแผ่นโปรดไปเปิดทดสอบด้วยตนเองที่ร้านครับ3. ความละเอียดของ Panel (Panel resolution)– จอ LCD TV ที่มีขายในบ้านเราโดยส่วนใหญ่จะมีอยู่ 2 ประเภท นั่นคือจอ HD Ready และจอ Full HD ซึ่งตัวเลขความละเอียดของหน้าจอนั้น เป็นตัวบอกจำนวนของจุดสี (หรือเม็ดพิกเซล) ที่ประกอบขึ้นมาเป็นจอนั้น• จอ HD Ready มีความละเอียดอยู่ที่ 1366 x 768 พิกเซล ซึ่งหมายถึงว่ามีจำนวนพิกเซลในแนวนอน 1366 จุด และแนวตั้ง 768 จุด ซึ่งคำนวณออกมาแล้วจะได้จำนวนพิกเซลทั้งหมด 1,049,088 จุด หรือประมาณ 1 ล้านพิกเซลนั่นเอง• จอ Full HD มีความละเอียดอยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเมื่อคำนวณออกมาแล้วจะได้จำนวนพิกเซลทั้งหมด 2,073,600 พิกเซล หรือประมาณ 2 ล้านพิกเซลนั่นเองความละเอียดของ Panel ยิ่งสูงเท่าไหร่ ยิ่งหมายถึงว่ามันสามารถแสดงรายละเอียดของภาพได้มากขึ้นเท่านั้น ลองนึกเปรียบเทียบจอ 40 นิ้วแบบ HD Ready กับแบบ Full HD ดูนะครับ จอทั้งสองตัวนี้มีขนาด 40 นิ้วเท่ากันก็จริง แต่จอแบบ Full HD จะสามารถแสดงรายละเอียดยิบย่อยได้ดีกว่า เนื่องจากในพื้นที่ 40 นิ้วเท่ากันนั้น มันมีจำนวนเม็ดพิกเซลที่บรรจุอยู่ในนั้นมากกว่าประมาณ 2 เท่า ซึ่งทำให้ภาพดู “เนียน” มากขึ้นนั่นเองจอแบบ HD Ready ถูกออกแบบมาให้แสดงผลที่ความละเอียด 720p (720 เส้น) แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณป้อนสัญญาณที่มีความละเอียดสูงกว่านั้นเข้าไป (เช่น 1080i หรือ 1080p) จอ HD Ready ก็จะเอาสัญญาณภาพไปผ่านวงจรลดขนาดภาพให้เหลือเท่ากับ 720p เพื่อให้สามารถแสดงผลบน Panel ที่มีความละเอียดต่ำกว่าสัญญาณที่ป้อนเข้าไปได้ส่วนจอแบบ Full HD เมื่อคุณป้อนสัญญาณแบบ 1080i หรือ 1080p (1080 เส้น) เข้าไป จอก็จะเอาไปแสดงผลได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านวงจรขยายภาพก่อน แต่ถ้าคุณป้อนสัญญาณแบบ 480p หรือ 720p เข้าไป จอก็จะเอาสัญญาณนั้นไปขยายให้มีขนาดเท่ากับ 1080p เพื่อให้สามารถแสดงบน Panel ได้อย่างไรก็ตาม ความละเอียดก็ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการเลือกซื้อ LCD TV เพราะมันขึ้นอยู่กับ content ที่คุณจะเอามาแสดงบนจอด้วย คุณสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของ Panel resolution กับระยะการชม รวมถึงความแตกต่างของ 720p, 1080i และ 1080p ได้ที่เว็บไซท์ www.lcdspec.com ครับ4. ความสว่าง (brightness)– ความสว่างของจอ LCD นั้นเป็นการวัดความเข้มของแสงที่จอ LCD สามารถแสดงได้ โดยมีหน่วยเป็น cd/m2 (candela per square meter) หรือ nits — ความสว่างเป็นตัวแปรสำคัญตัวหนึ่งของจอ LCD ทีเดียว จอที่สว่างมาก ก็จะสามารถสู้แสงสว่างมากๆ ได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในกรณีที่คุณเอาทีวีไปตั้งไว้ในห้องที่มีแสงสว่างเยอะๆโดยทั่วไปแล้ว LCD ที่มีวางขายในตลาดบ้านเรา จะมีความสว่างอยู่ที่ 300 nits ขึ้นไป และความสว่างที่เหมาะสมควรอยู่ที่ประมาณ 400 nits แต่ถ้าจะสว่างกว่านั้นก็ไม่ผิดกติกาอะไรครับ5. Contrast Ratio– ความหมายของ Contrast ratio คืออัตราส่วนระหว่างจุดที่มืดที่สุดกับจุดที่สว่างที่สุดที่จอสามารถแสดงได้ในเวลาเดียวกัน ซึ่งในทางปฏิบัติแล้ว Contrast ratio ที่ดีพอ จะช่วยให้จอสามารถแสดงรายละเอียดในส่วนมืด และส่วนสว่างของภาพได้ดียิ่งขึ้น และ contrast ratio สูงๆ จะช่วยให้จอสามารถแสดงรายละเอียดของภาพในฉากที่มืดๆ ได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วยจอ LCD ที่มีขายในบ้านเราในปัจจุบัน มีค่า Contrast ratio ตั้งแต่ 2000:1 ขึ้นไปจนถึง หลายล้านต่อหนึ่งก็มี จึงทำให้ตัวเลขนี้ดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าไรนัก จอที่เราแนะนำควรจะมี dynamic contrast ratio ประมาณ 30000:1 ขึ้นไป และหากคุณสนใจเกี่ยวกับรายละเอียดในเรื่อง contrast ratio และความแตกต่างของ Panel contrast ratio กับ dynamic contrast ratio อย่าลืมเข้าไปศึกษาได้ในเว็บไซท์ของเรานะครับ6. มุมมองการรับชม (viewing angle)– มุมมองการรับชม หมายถึงมุมมองในการรับชมจากด้านข้าง, ด้านบน หรือด้านล่างที่สามารถรับชมได้โดยคุณภาพของภาพไม่ลดลง ลองนึกเปรียบเทียบกับทีวีจอแก้วเลยครับ คงไม่มีใครนั่งชมทีวีตรงหน้าจอตลอดเวลาได้แน่ๆ ถึงแม้ว่าคุณจะนั่งอยู่กลางจอพอดี แต่เพื่อนที่นั่งอยู่โซฟาตัวเดียวกับคุณก็จะต้องมองทีวีในมุมด้านข้าง หรือแม้แต่เวลาคุณวางหน้าจอไว้ที่โต๊ะ และนั่งกับพื้นเพื่อเล่นวีดีโอเกม คุณก็ต้องมองภาพบนจอจากมุมด้านล่างเช่นเดียวกันธรรมชาติของจอ LCD นั้นมีข้อจำกัดในเรื่องของมุมมอง ทำให้มันไม่สามารถมองได้ทุกมุมอย่างจอ CRT ได้ ผู้ผลิตจอจึงได้เอาตัวเลของศาการมอง (viewable angle) มาเป็นจุดขายของ LCD TV ด้วย โดยตัวเลขที่ผู้ผลิตโฆษณานั้นจะแสดงเป็นตัวเลข เช่น 160/160 หมายถึง คุณสามารถมองภาพบนจอนั้นด้วยมุมมองด้านข้าง/ด้านบนหรือล่าง ได้กว้างสูงสุดที่ 160 องศา โดยที่ภาพไม่มีอาการสีเพี้ยนให้เห็นตัวเลข viewing angle ยิ่งใกล้ 180 องศาเท่าไหร่ ยิ่งหมายความว่าจอ LCD นั้นมีมุมมองที่กว้างมากนั่นเอง7. ความสามารถในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ (connectivity)– อีกประเด็นที่ควรพิจารณาในการเลือกซื้อ LCD TV คือ จำนวนช่องสัญญาณประเภทต่างๆ ที่มีมาให้ ตรงนี้ควรเลือกให้สอดคล้องกับความต้องการของคุณ หากคุณมีแผนที่จะเอา LCD TV ตัวนี้ไปต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ เช่น เครื่องเล่น DVD, เครื่องเล่นเกมอย่าง XBOX 360 หรือ Playstation 3 หรือแม้แต่เครื่องคอมพิวเตอร์, กล้องดิจิตอล และอุปกรณ์พกพาต่างๆ คงไม่สนุกแน่ๆ ถ้าทีวีของคุณมีพอร์ท HDMI เพียงพอร์ทเดียว แต่คุณมีอุปกรณ์ที่ใช้ HDMI อยู่ 3 ชิ้น และคุณจะต้องถอดอุปกรณ์สลับไปมาเวลาที่คุณต้องการใช้งานพอร์ทต่างๆ ที่เราแนะนำว่า LCD TV ควรจะมีคือ:• พอร์ท HDMI (High Definition Multimedia Interface) สำหรับต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ที่ส่งสัญญาณแบบดิจิตอล เช่นเครื่องเล่น Blu-ray disc, เครื่องเล่น DVD และคอมพิวเตอร์ เป็นต้น เราแนะนำว่าจอ LCD ของคุณควรมีพอร์ท HDMI อย่างน้อย 2 พอร์ท• พอร์ท Component เป็นพอร์ทรับสัญญาณอนาล็อกคุณภาพสูง ซึ่งควรจะมีอย่างน้อย 2 พอร์ท• พอร์ท Composite และ S-Video สำหรับต่ออุปกรณ์ที่มีช่อง AV-Out หรือ S-Video out ทั่วไป ซึ่งพอร์ทนี้ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นมาตรฐานที่ให้มากับ LCD TV แทบจะทุกรุ่น• พอร์ท VGA หรือ D-Sub สำหรับเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์แบบอนาล็อก หรือเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ที่มีช่อง VGA out ตรงนี้สามารถเลือกให้ตรงกับความต้องการของคุณ หากคุณไม่ต้องการใช้มัน ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อ LCD TV ที่มีพอร์ทนี้• พอร์ท LAN สำหรับเชื่อมต่อ internet หรือเล่นไฟล์มัลติมีเดียจาก UPNP (DLNA) server พอร์ทนี้จะพบได้ใน LCD TV แบบไฮเอนด์ หากคุณไม่มีความจำเป็นต้องใช้มัน ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อ LCD TV ที่มีพอร์ทนี้8. เสียง (sound)– LCD TV ทั่วไปจะติดลำโพงมาด้วยอยู่แล้ว การเลือกลำโพงให้ถูกใจนั้นไม่มีกฏเกณฑ์ที่ตายตัว เพราะมันขึ้นอยู่กับรสนิยม และความต้องการของผู้ฟังเป็นหลัก ข้อควรระวังในประเด็นนื้คือ จอ LCD บางรุ่น โดยเฉพาะรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับใช้เป็น Monitor จะไม่มีลำโพงติดมาด้วย เพราะฉะนั้นคุณจะต้องหาซื้อลำโพงมาใช้ต่างหาก เราจึงขอแนะนำให้ศึกษาสเป็กให้ละเอียดก่อนเลือกซื้ออ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ทีมงาน LCDSPEC หวังว่าคุณจะสามารถเลือกซื้อ LCD TV ได้ถูกใจมากยิ่งขึ้นนะครับ หากคุณสนใจอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติม ทั้งรายละเอียดทั่วไป และรายละเอียดทางเทคนิค สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซท้ www.lcdspec.com ของเรา ซึ่งมีทั้งสาระความรู้และข่าวสารต่างๆ เกี่ยวกับวงการ LCD รวมถึงบทความน่ารู้ และรีวิวจอ LCD เด็ดๆ ให้ตัดสินใจก่อนเลือกซื้อ นอกจากนี้เรายังมีเว็บบอร์ดสำหรับให้สมาชิกได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และความรู้ต่างๆ ด้วยครับแล้วพบกันนะครับDownload บทความนี้————————————————————————————————————————————————————–สงวนสิทธิ์: 2551 LCDSPEC.com ห้ามทำซ้ำส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมดของบทความนี้โดยไม่ได้รับอนุญาติ
Review:Asus MS246 – LCD Monitor 24” Full HD บางเบา ดีไซน์เฉียบ
ตอนนี้หากจะซื้อมอนิเตอร์ซักตัวเพื่อเอามาใช้งาน ซึ่งถ้าไม่เกี่ยงเรื่องราคา LED Monitor ก็คงจะเป็นคำตอบในใจของหลายๆ ท่าน แต่นอกเหนือไปจากที่จะมองที่ตัวประสิทธิภาพการทำงานของตัวมอนิเตอร์แล้ว การดีไซน์ออกแบบก็เป็นอีกส่วนที่สำคัญไม่แพ้กันอย่างในวันนี้ LCDSPEC ได้มีการรีวิว LCD Monitor: Asus MS246 ที่โดดเด่นในเรื่องของการดีไซน์ออกแบบที่สวยงาม บางเบา หรูหรา เปรียบเสมือนเฟอร์นิเจอร์อีกชิ้นหนึ่งภายในบ้านกันเลยทีเดียว แต่ในเรื่องของประสิทธิภาพการทำงานผลก็โดดเด่นไม่แพ้กัน โดยมีราคาปัจจุบันอยู่ที่ หนึ่งหมื่นบาทต้นๆคาดว่าหลายๆ คน น้อยคนนักที่จะได้พบจอกับมอนิเตอร์จากทาง Asus ตามห้างไอทีต่างๆ ซึ่งในความจริงนั้น Asus ในประเทศไทย ค่อนข้างที่จะมีมอนิเตอร์มากมายรุ่นที่จัดจำหน่ายภายใน แต่พอไปถึงหน้าร้านกลับกลายเป็นของหายากไปได้  ซึ่งยังไงก็แล้วแต่ LCDSPEC จะขวนขวายหามารีวิวมาชมกันให้ได้บ่อยๆ ครับ เอาล่ะเรามาเข้าเรื่องของการรีวิวกันดีกว่าLCD Monitor จากทาง Asus ในรุ่น MS246 หากดูผ่านๆ ก็คงคิดว่าเป็น LED Monitor แต่แท้จริงแล้วเป็น LCD Monitor จอแบบ Widescreen ที่มีขนาดหน้าจอ 23.6 นิ้ว สัดส่วนยอดนิยม 16:9 อีกทั้งยังมีความละเอียดระดับ Full HD (1920×1080พิกเซล) มีคอนทราสต์ที่ 50,000:1 และอัตราความเร็วตอบสนองที่ 2ms หน้าจอเป็นแบบจอด้าน มีพอร์ตเชื่อมต่อการแสดงผลทั้งดิจิตอลและอนาลีอก อย่าง D-Sub และ HDMI แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าไม่มีลำโพงในตัว แต่ก็ยังมีช่อง Earphone เพื่อไว้เชื่อมต่อลำโพงภายนอกหรือหูฟังอีกทีหนึ่ง ในกรณีที่เราเชื่อมต่อผ่านพอร์ต HDMI ครับLCD Monitor: ASUS MS246 เป็นมอนิเตอร์รุ่นใหม่ที่ได้รับการผสมผสานระหว่างสไตล์การออกแบบที่แตกต่าง ในลักษณะ Ultra-Slim โดยได้รับแรงบันดาลใจการออกแบบมาจากเลขฐานสองด้วยองค์ประกอบที่ตัดกันของเลข 1 และเลข 0 ผสมผสานเข้ารูปทรงแนวเส้นตรง  หรูหรามีระดับด้วยสีดำมันวาวแบบเปียโน พร้อมความบางพิเศษเพียง 16.5 มิลลิเมตร ซึ่งนับเป็นความบางของ LCD Monitor ในรูปแบบ LED ที่ยังไม่มีผู้ผลิตรายใดเคยทำมาก่อนเลยอย่างที่บอกไปว่าตัวบอดี้จะมีลักษณะเป็นสีดำมันวาว ทำให้มันค่อยข้างที่จะสะท้อนกับสิ่งรอบข้างลองชมในมุมที่ก็จะไม่สะท้อนแสงแล้ว ส่วนหน้าจอเป็นแบบด้าน ไม่มีการสะท้อนเลยมุมด้านซ้ายบน มีคำว่า HDMI ติดอยู่ บ่งบอกถึงรองรับการใช้งานเชื่อมต่อผ่าน HDMIส่วนมุมซ้ายล่างก็จะเป็นโลโก้ Asus สีเงิน ติดอยู่อย่างหรูหราบริเวณมุมจอด้านขวาล่างจะเป็นปุ่มเมนูต่างๆ รวมถึงปุ่ม Power ด้วย (อยู่ด้านขวามุมสุด) ซึ่งลักษณะการใช้งานจะเป็นรูปแบบสัมผัส พร้อมมีไฟเรืองแสงขึ้นมา เมื่อใช้งานครับขอบจอมีลักษณะค่อนข้างจะหนานิดหน่อย แต่ก็เป็นปกติของมอนิเตอร์ทั่วไปมาชมกันที่ด้านหลังของมอนิเตอร์กันบ้าง จากภาพจะเห็นเป็นสีขวาทั้งหมด โดยจริงๆ แล้ว บริเวณกลางจอจะมีโลโก้ Asus แบบเป็นร่องลงไปแต่ไม่ลึก จึงทำให้มองไม่เห็นครับฐานจอจะมีลักษณะเป็นวงกลม (จะว่าไปเรียกว่าตัวไว้พิงน่าจะถูกกว่า) ซึ่งเป็นตัวแทนของเลขศูนย์ โดยที่ตัวจอนั้นสามารถปรับก้ม – เงย ได้นิดหน่อยแต่ก็ใช่ว่าจะมีเลขศูนย์อยู่อย่างเดียวมันจะทรงตัวอยู่ได้ แน่นอนมันจะต้องประกอบด้วยขาตั้งเล็กๆ ใสๆ ด้วยมาชมกันบริเวณมุมขวากันบ้าง ก็จะเป็นช่องเสียบอแดปเตอร์, ตัวล็อค Kensington และพอร์ตการเชื่อมต่อ อาทิ อินเตอร์เฟช HDMI, D-Sub และช่องหูฟัง ซึ่งแต่ละพอร์ตก็จะมีสัญญาณกำกับเอาไว้อยู่ และก็อย่างที่ทราบกันว่ามอนิเตอร์รุ่นนี้ไม่ลำโพง ในการใช้งานพอร์ต HDMI เมื่อต้องการให้เสียงออก เราก็ต้องต่อสายลำโพงเข้าไปยังช่องเสียบหูฟังขยับไปทางซ้ายอีกฝากนึงเราก็จะเจอกับสติ๊กเกอร์ ที่ไว้ใช้บอกรายละเอียดของตัวจอรุ่นนี้บริเวณขอบจอด้านล่างก็จะมีตัวรอง (ลักษณะคล้ายๆ ยาง) ไม่ให้ขอบสัมผัสกับพื้นตรงๆ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความหนืดในการวางจออีกด้วยอย่างที่บอกไปว่าตัวจอมีความหนาเพียง 16.5 มิลลิเมตร เราก็เลยมาดูเก็บภาพมาให้ได้ชมกันซะหน่อยและด้วยเหตุที่บางจึงทำให้อแดปเตอร์ไฟ ต้องแยกมาอยู่ด้านนอก แต่ขนาดก็จัดได้ว่าเล็ก ไม่รบกวนหรือเกะกะพื้นที่เท่าไหร่นัก
บทความ: มาเรียนรู้หลักการทำงานการแสดงภาพ 3มิติ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันกันเถอะ
คงต้องยอมรับกันนะครับ ปีนี้กระแส 3มิติ มาแรงเหลือเกิน ถ้าติดตามข่าวสารเกี่ยวกับวงการไอทีกันมาบ้าง เราก็จะเห็นผู้ผลิตทีวีหลายๆ ค่าย เปิดตัวทีวี 3มิติกันอย่างพร้อมเพียงกัน ตั้งแต่งาน CES 2010 เมื่อต้นปีที่ผ่านมาแล้ว อีกทั้งในตอนนี้ก็ผู้ผลิตภาพยนตร์ต่างๆ ก็สนใจที่จะนำเสนอภาพยนตร์ที่เป็น 3มิติ กันทั้งนั้นเลย ถ้าหากยังนึกไม่ออกว่ามีภาพยนตร์เรื่องอะไรที่เป็น 3มิติ บ้าง ก็ลองนึกถึงภาพยนตร์เรื่อง “Avatar” กันดูนะครับ ซึ่งถ้าใครได้มีโอกาสไปชมเรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์ 3มิติ อย่างโรง IMAX สยามพารากอน หรือตอนนี้ถ้าใครได้ถอยทีวี 3มิติ พร้อมกับภาพยนตร์ Avatar ที่เป็น Blu-ray แบบ 3มิติ มาแล้วล่ะก็ เรียกได้ว่าเหมือนได้ร่วมผจญภัยอยู่บนดาวแพนโดร่าก็ไม่ปานนะครับแต่สำหรับใครที่จะซื้อทีวี 3มิติ เพื่อมาไว้รับชมกันภายในบ้าน ภายในครอบครัว ก่อนที่จะไปสัมผัสตัวจริงกันอยากจะให้มาเรียนรู้หลักการแสดงภาพ 3มิติ ก่อน ซึ่งจะแบ่งได้เป็น 4หลักการทำงาน คือ Anaglyph(แว่นตาน้ำเงิน/แดง)อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าจริงๆ เทคโนโลยีอย่างการแสดงภาพ 3มิติ มันมีมานาน ถ้านับกันจริงๆ ก็ตั้งแต่ ค.ศ. 1920 แล้ว ซึ่งในยุคนั้นจะใช้เป็น แว่นตาสีแดง-น้ำเงิน เครื่องอุปกรณ์เสริม เพื่อช่วยให้เราสามารถรับชมภาพ 3มิติ ได้ โดยมีหลักการทำงานอย่างง่ายๆ คือ การแสดงภาพสองภาพลงไปบนเฟรมเดียวกัน ซึ่งภาพทั้งสองภาพนั้นจะมีโทนสีที่แตกต่างกันคือมี สีแดงและสีน้ำเงิน อีกทั้งยังมีมุมมองเหลื่อมกันอยู่เล็กน้อย ถ้าเรามองด้วยตาเปล่า เราก็จะเห็นเป็นเพียงภาพเบลอๆ เรียกได้ว่าถ้าดูนานๆ อาจจะตาลายหรือเวียนหัวกันทีเดียว เพราะฉะนั้นเราจึงต้องมีอุปกรณ์อย่างแว่นแดง-น้ำเงิน ซึ่งจะมาทำหน้าที่เป็นตัวฟิลเตอร์ กรองสีที่ไม่ตรงกับสีของแว่นตาออกไป โดยที่แว่นตาสีแดงจะกรองภาพสีแดงออกไปให้เห็นแต่ภาพสีน้ำเงิน ส่วนแว่นตาสีน้ำเงินก็จะกรองภาพส่วนที่เป็นสีแดงออกไป ทำให้ตาทั้งสองเห็นภาพที่แตกต่างกัน สมองจะตีความด้วยการรวมภาพที่มองเห็นแตกต่างกันสองภาพ อีกทั้งมีมุมแตกต่างกัน ผลที่ได้คือเราจะมองเห็นเป็นภาพ 3มิติ  นั่นเอง ข้อสังเกตของหลักการ  Anaglyph ก็คือ ภาพที่เรารับชมจะมีสีสันไม่สดใสเท่าที่ควร แต่มีต้นทุนในการผลิตที่ไม่สูงมาก Polarized 3-D Glassesหลักการแบบ Polarized นี่คือหลักการทำงานของ 3มิติ ที่อยู่ในยุคปัจจุบัน อย่างภาพยนตร์เรื่อง Avatar ก็ใช้เทคนิคนี้เช่นกัน รวมถึงโรงภาพพยนตร์ 3มิติ อย่าง IMAX อีกด้วยการทำงานจะมีความคล้ายคลึงกับ Anaglyph โดยใช้การแสดงภาพมาลงที่เฟรมเดียวกันเหมือนเดิม แต่ในคราวนี้จะไม่ใช่สีเป็นตัวฟิลเตอร์ แต่จะใช้แนวการวางตัวของช่องการมองเห็นแต่ละภาพที่ฉายซ้อน กันอยู่ เช่น จากในภาพแว่นตาข้างซ้ายจะเห็นมองเป็นภาพที่ผ่านช่องในแนวตั้ง ส่วนตาขวาจะมองเห็นภาพที่ช่องในแนวนอน ซึ่งทั้งสองภาพมีมุมมองที่แตกต่างกัน ดังนั้นมันก็จะเข้าหลักการเดิม นั่นก็คือ การทำให้ตาแต่ละข้างของเรามองเห็นภาพที่ไม่เหมือนกัน เมื่อสมองพยายามรวมภาพทั้งสองที่มีความแตกต่างของมุมมอง ภาพที่เห็นจึงเกิดเป็น 3มิติ ซึ่งแว่นตาของ Polarized จะมีราคาที่ไม่สูงมากนัก Paralax Barrier ในปัจจุบันนั้นเราอาจจะยังไม่เห็นหลักการทำงานแบบ Paralax Barrier นี้เท่าไหร่นัก แต่เชื่อได้เลยว่ามันจะต้องเป็นหลักการทำงานที่ทีวี 3มิติ ยุคถัดๆ ไป นำใช้กันอย่างแน่นอน เพราะว่า Paralax Barrier ไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์อย่างแว่นตา 3มิติ มาให้เราสวมใส่ เราก็สามารถรับชมภาพ 3มิติ ได้ด้วยตาเปล่าๆ ของเราเองได้ทันที ที่พอจะนึกออกตอนนี้ก็จะมีเพียงกล้องดิจิตอล Fujifilm 3D W1 ที่เราสามารถมองเห็นภาพถ่ายบนจอ LCD ของกล้องเป็น 3มิติ ได้ทันที โดยไม่ต้องอาศัยแว่นตาแต่อย่างใด ซึ่งหลักการทำงานของมันก็คือ จะใช้วิธีแบ่งภาพที่มีมุมมองต่างกันเป็นแท่งๆ วางตัวสลับกัน (เหมือนเส้นสแกนในทีวี แต่ทีวีจะใช้ภาพมุมมองเดียวกัน) โดยมี Parallax Barrier ที่เป็นชั้นกรองพิเศษสามารถแบ่งแต่ละส่วนของภาพให้ตาแต่ละข้างที่มองผ่าน ชั้นนี้มองเห็นภาพที่ไม่เหมือนกันได้พร้อมกัน แน่นอนว่าสมองของเราพยายามที่จะรวมภาพที่มีมุมมองต่างกันให้เป็นภาพเดียว เราก็จะมองเห็น เป็นภาพ 3มิติ ซึ่งถ้าจะอธิบายกันง่ายๆ ก็คือ Parallax Barrier ทำหน้าที่ฟิลเตอร์ภาพทั้งสองภาพ ให้ตาแต่ละข้างได้มองเห็นคนละภาพกันครับ  Active Shutter Glassesหลักการทำงานนี้เรียกได้ว่านิยมใช้งานกันอย่างแพร่หลายกันเลยทีเดียว สำหรับทีวี 3มิติ ในยุคปัจจุบัน ที่แน่ๆ ตอนนี้ก็มี Samsung และ Panasonic ที่ใช้หลักการของ Active Shutter Glasses นับได้ว่าจากที่ผมเคยทดลองใช้งานแล้ว มันก็ได้ผลลัพธ์ทีน่าประทับใจจริงๆ ซึ่งการทำงานของ Active Shutter Glasses จะต้องอาศัยทีวีที่มีความถี่ในการแสดงภาพ 120Hz เป็นอย่างต่ำด้วย เพราะจะต้องแสดงภาพในเฟรมแรก สมมุติว่าเป็นตาซ้าย เฟรมถัดมาจะเป็นตาขวา เพราะฉนั้นการแสดงภาพจะเป็น ซ้าย – ขวา – ซ้าย – ขวา … จนครบ 120 เฟรม คิดเป็น 1 วินาที จะเห็นว่าตาซ้ายและขวาจะเห็นข้างละ 60 เฟรมพอดี ซึ่งเป็นความถี่ขั้นต่ำที่ทำให้ไม่รู้สึกว่าภาพสั่น อีกทั้งการทำงานนี้จะต้องอาศัยแว่นตา Active Shutter อีกด้วย เนื่องจากตัวแว่นจะทำหน้าที่สื่อสารกับตัวทีวีว่าจะบังตาข้างไหน เช่น เฟรมแรกเป็นตาซ้าย ทีวีจะบอกให้แว่นปิดตาขวา หรือถ้าทีวีแสดงเฟรมที่ต้องใช้ตาขวาดู ก็จะบอกให้แว่นบังตาซ้ายเอาไว้ เพราะฉะนั้นตัวแว่นเองก็ต้องใช้แบตเตอรี่ในการสื่อสารกับทีวี จึงทำให้แว่นแบบนี้มีราคาสูงกว่าแว่นตาที่ใช้หลักการ Polarized ที่ไม่มีระบบอิเล็กทรอนิกส์อยู่เลยครับทั้งหมดนี่คือหลักการทำงานของการแสดงภาพ 3มิติ ที่มีมาตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบันนะครับ  ยังไงเร็วๆ นี้ จะมีบทความเจาะลึกเกี่ยวกับเทคโนโลยี 3มิติ ที่อยู่บนทีวีโดยเฉพาะเลย ยังไงอย่าลืมติดตามชมกันให้ได้นะครับ LCDSPEC.  ขอขอบคุณข้อมูลจาก: http://www.onlineschools.org/blog/how-3d-works/
เล่นภาพยนตร์ทุกฟอร์แมตที่ระดับ 1080p กับ Buffalo’s LT-V100 Link Theater
หากตอนนี้ใครยังไม่มีเครื่องเล่นไฟล์ผ่านแลน หรือ media streamer ตอนนี้ทาง Buffalo ได้ออก เครื่องเล่นภาพยนตร์ตัวใหม่ในชื่อ LT-V100 Link Theater โดยให้ช่องสัญญาณมาอยางเพียงพอต่การใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น HDMI Composite Audio Out แบบ Analog 3.5mm และ Digital Optical สามารถเล่นไฟล์ได้ทั้ง 1080p หรือ upscale ก็ได้ ผ่านทาง Ethernet หรือจะต่อตรงกับสื่อบันทึก อย่าง Ext. Harddisk ผ่านทาง USB ก็ได้ ซึ่งสามารถเล่นไฟล์มาตรฐานได้แทบจะทุกค่าย ไม่ว่าจะเป็น RealVideo MPEG WMV Xdiv รวมถึงไฟล์รูปภาพและเพลงอีกด้วย โดยจะเริ่มวางจำหน่ายภายในสิ้นเดือนนี้ที่ญี่ปุ่น ซึ่งได้ตั้งราคาไว้ที่ 11,500 เยนหรือประมาณ 4,500 บาทที่มา : engadget.comหากตอนนี้ใครยังไม่มีเครื่องเล่นไฟล์ผ่านแลน หรือ media streamer ตอนนี้ทาง Buffalo ได้ออก เครื่องเล่นภาพยนตร์ตัวใหม่ในชื่อ LT-V100 Link Theater โดยให้ช่องสัญญาณมาอยางเพียงพอต่การใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น HDMI Composite Audio Out แบบ Analog 3.5mm และ Digital Optical สามารถเล่นไฟล์ได้ทั้ง 1080p หรือ upscale ก็ได้ ผ่านทาง Ethernet หรือจะต่อตรงกับสื่อบันทึก อย่าง Ext. Harddisk ผ่านทาง USB ก็ได้ ซึ่งสามารถเล่นไฟล์มาตรฐานได้แทบจะทุกค่าย ไม่ว่าจะเป็น RealVideo MPEG WMV Xdiv รวมถึงไฟล์รูปภาพและเพลงอีกด้วย โดยจะเริ่มวางจำหน่ายภายในสิ้นเดือนนี้ที่ญี่ปุ่น ซึ่งได้ตั้งราคาไว้ที่ 11,500 เยนหรือประมาณ 4,500 บาทที่มา : engadget.com
ภาค2 LCDSPEC พาเที่ยวงาน Electronica Showcase 2010 (มีวีดีโอประกอบ)
หลังจากที่ชมส่วนอื่นๆ ของงาน Power Mall Electronica Showcase ในภาค 1 กันไปแล้ว ถึงตอนนี้เรามาเน้นหนักที่ TV กันดีกว่าสำหรับใครที่ยังไม่ได้ชมภาค 1 สามารถชมกันได้ ที่นี่ ครับหรือจะชมกันในรูปแบบวีดีโอก็ด้านล่างเลยครับมาเริ่มกันเลยกับบูธ Panasonic  คราวนี้ก็ยกขยวบ Viera รุ่นใหม่ๆ มาอีกเช่นเคยPlasma TV 3D ก็มีมาโชว์และให้ทดลองใช้งานกันภายในบูธจัดได้ค่อนข้างน่าสนใจมุมทดลองการใช้งาน Plasma TV 3Dง่ายๆ เพียงสวมแว่นตาที่ได้จัดเตรียมไว้ แล้วเปิดสวิตช์เพียงเท่านี้ เราก็จะได้สัมผัสกับภาพ 3 มิติ แล้วมีหลายมุม ให้เราได้ทดลองใช้งานผลิตภัณฑ์ต่างๆ กันมาดูส่วนของตัว TV กันบ้าง อย่างตัวนี้ก็จะเป็นตัวเด่นของ Panasonic ในครั้งนี้เลย กับรุ่น TH-P50U20 ซึ่งทาง LCDSPEC เพิ่งจะรีวิว ไปมาดๆ เองครับ <ชมรีวิวได้ที่นี่>ราคาในงานก็อาจจะดูธรรมดา แต่ที่พิเศษคือแถมเครื่องเล่น Blu-ray ซะด้วยพร้อมด้วยการรับประกันอีก 3 ปีเต็มหน้าตาของเครื่องเล่น Blu-ray ที่เราจะได้มาฟรีๆ ครับสำหรับใน Plasma TV รุ่นใหม่ๆ จาก Panasonic จะรองรับการใช้งาน Skype ด้วย แต่ในงานนี้เป็นกล้องเว็บแคมหลอกนะครับ ไม่ใช่กล้องจริงๆ แต่อย่างใดมีตัววัดการใช้พลังงานของ LCD TV ซะด้วย โชว์ให้เห็นถึงการบริโภคไฟกันไปเลยสเปกเต็มๆ ของตัวด้านบนมาชมในส่วนของราคาของ TV ต่างๆ ภายในงานบ้าง ดูกันไปเรื่อยๆ ยาวๆ เลยนะครับถ้าสังเกตกันจะเห็นว่า Panasonic รับประกันทีวีภายในงาน ขยายเป็น 3 ปีทั้งหมดเลยตัวน้องรองของ TH-P50U20เพิ่มอีก 5,000 บาท ก็ได้จอที่ใหญ่ขึ้น แถมยังได้เครื่องเล่น Blu-ray อีกด้วยรุ่นยอดนิยมเลยรุ่นนี้รุ่นนี้ก็ด้วยตัวเทพ ราคาพิเศษSony ก็มาในรูปแบบฟุตบอลโลกเลยมีการจัดมุมจำลองการใช้งานจริงของ TV Bravia ซะด้วยไมโครไฮไฟราคาเบาๆ มีให้เลือกหลายสีด้วยอีกฝั่งของ Sony จะเป็นมุม 3 มิติ ที่ให้ได้ทดลองใช้งานกันที่น่าสนใจก็คือกล้องดิจิตอล NEX-5 สามารถถ่ายภาพ 3D Panorama แล้วก็นำมาเปิดกับ TV 3 มิติ ได้อีกด้วยขนกันมาทุกซีรี่ย์ Bravia เลยรุ่นใหม่น่าสนใจก็ต้อง LED TV: EX600 เลยไปต่อกันเลยที่หน้า 2 ครับ >>>
เพาเวอร์บาย แถลงข่าวการจัดงาน POWER BUY EXPO 2010
บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด ศูนย์รวมเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าไอที และ อุปกรณ์เล็กทรอนิกส์ครบวงจร จัดงานแถลงข่าว POWER BUY EXPO 2010 วันพฤหัสบดีที่ 15 กรกฎาคม 2553 เวลา 10.30 – 12.30 น. ณ ห้องประชุมเตียง จิราธิวัฒน์ ชั้น 16 อาคารชิดลมทาวเวอร์ (เซ็นทรัลชิดลม)โดยทุ่มงบกว่า 60 ล้านบาท จัดงาน “Power Buy Expo 2010″ ขนสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าไอทีนวัตกรรมใหม่กว่า 200 แบรนด์ มาจำหน่ายราคาพิเศษ พร้อมร่วมกับบัตรเครดิตชั้นนำให้ส่วนลดสูงสุดอีก 21%…นาย สุทธิสาร จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด ศูนย์รวมเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าไอที และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ครบวงจร ในเครือบริษัทเซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทได้ทุ่มงบกว่า 60 ล้านบาท จัดงาน “Power Buy Expo 2010″ ขนสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าไอทีนวัตกรรมใหม่กว่า 200 แบรนด์ มาจำหน่ายราคาพิเศษ พร้อมร่วมกับบัตรเครดิตชั้นนำให้ส่วนลดสูงสุดอีก 21% บนพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร ที่บริเวณสกายฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ค.-3 ส.ค.นี้นอกจากนี้ยังมีช่วง นาทีทองลดถล่มราคาแบบวันต่อวัน ทั้งแอลซีดีทีวี โทรศัพท์มือถือ และเครื่องปรับอากาศ โดยแอลซีดีทีวีขนาด 46 นิ้ว ลดราคาเหลือเครื่องละ 19,000 บาท จากเครื่องละ 40,000 บาท ซึ่งมีจำนวนจำกัดเพียงแค่ 30 เครื่องเท่านั้น เพื่อกระตุ้นอารมณ์การจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค หลังการเมืองเริ่มนิ่ง เศรษฐกิจภายในประเทศเริ่มดีขึ้น ตั้งเป้างานดังกล่าวจะมีลูกค้าร่วมชมงานไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน และมีเงินสะพัดกว่า 450 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อนที่มียอดขาย 400 ล้านบาท เพราะงานครั้งนี้สินค้าส่วนใหญ่มีราคาไม่แพงและจับต้องได้มากขึ้น“กำลัง ซื้อผู้บริโภคช่วงครึ่งปีหลัง ยังไม่สามารถคาดเดาได้เพราะเพิ่งผ่านมาแค่ครึ่งเดือน แต่ก็คาดหวังว่าน่าจะดีขึ้น เพราะในช่วงที่มีการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 ช่วงที่รัฐบาลมีมาตรการไทยเข้มแข็ง ช่วยสนับสนุนเรื่องภาษีค่าธรรมเนียมการโอนอสังหาริมทรัพย์ ยอดขายดีขึ้นมาก สำหรับครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ยอดขายของเพาเวอร์บายเติบโตมากกว่า 20% ซึ่งเป็นผลจากไตรมาสแรกยอดขายเติบโตมากถึง 30%”.สอบถามข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บ.เพาเวอร์บาย จก.  โทร. 02 101 7725 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02 101 7725 PR.Power Buy
LCD, Plasma, LED TV ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ จาก Power Buy
By: admin | Date: 7 September 2009 | อ่าน 17,469 | 3 ความเห็น

« ก่อนหน้านี้     หน้าต่อไป »  

สวัสดีพี่น้องสมาชิก LCDSPEC เมื่ออาทิตย์ที่แล้วได้มีโอกาสเข้าไปถ่ายรูปที่ร้าน POWER BUY สาขา Central World เลยไปถ่ายรูปเกือบแทบทุกรุ่นที่ร้านมีขายเลยทีเดียว แคงคิดว่าเกือบครบทุก Series ที่มีขายอยู่ตามท้องตลาด เดินไปถ่ายตามมุมต่างๆแล้วก็เรียบเรียงมาตามยี่ห้อ แต่ไม่ได้เรียงตามขนาดของหน้าจอ เนื่องจากเยอะมากมาย แต่สำหรับเดือนกันยายนรับรองว่าจะปรับปรุงให้อ่านง่ายมากขึ้น รูปใดที่ดูไม่ชัดสามารถ click เพื่อดูรูปขนาดใหญ่ได้เลยครับ เรื่องของราคาอาจจะมีการปรับเปลี่ยนเพราะว่าราคาตอนถ่ายเป็นของวันที่ 22 เดือนสิงหาคม 2552

บทความนี้จะ update ให้ทุกเดือน อย่าลืมคิดตามกันน่ะครับ ทางทีมงานยินดีให้บริการฟันธงสำหรับผู้ที่ไม่รู้ว่าจะเลือก TV ยี่ห้อไหน รุ่นไหนดี สามารถโพสคำถามได้ที่ <เวปบอร์ด> ทาง mrzane กูรูของเวปจะเข้าไปตอบกระทู้ทุกวันครับ

Enjoy shopping TV with Powerbuy

LCDSPEC-PowerBuy

LCDSPEC-PowerBuy

LCDSPEC-PowerBuy

LCDSPEC-PowerBuy

LCDSPEC-PowerBuy

LCDSPEC-PowerBuy

LCDSPEC-PowerBuy

LCDSPEC-PowerBuy

LCDSPEC-PowerBuy

LCDSPEC-PowerBuy

LCDSPEC-PowerBuy

LCDSPEC-PowerBuy

LCDSPEC-PowerBuy

LCDSPEC-PowerBuy

LCDSPEC-PowerBuy

LCDSPEC-PowerBuy

LCDSPEC-PowerBuy

LCDSPEC-PowerBuy

LCDSPEC-PowerBuy

LCDSPEC-PowerBuy

LCDSPEC-PowerBuy

LCDSPEC-PowerBuy

LCDSPEC-PowerBuy

LCDSPEC-PowerBuy

LCDSPEC-PowerBuy

LCDSPEC-PowerBuy

LCDSPEC-PowerBuy

LCDSPEC-PowerBuy

LCDSPEC-PowerBuy

LCDSPEC-PowerBuy

LCDSPEC-PowerBuy

LCDSPEC-PowerBuy

LCDSPEC-PowerBuy

LCDSPEC-PowerBuy

LCDSPEC-PowerBuy

LCDSPEC-PowerBuy

LCDSPEC-PowerBuy

LCDSPEC-PowerBuy

LCDSPEC-PowerBuy

LCDSPEC-PowerBuy

LCDSPEC-PowerBuy

LCDSPEC-PowerBuy

LCDSPEC-PowerBuy

LCDSPEC-PowerBuy

LCDSPEC-PowerBuy

« ก่อนหน้านี้ 1 2 3 4 5 หน้าต่อไป »

 
 
Comments ความคิดเห็น (3)
สมาชิก LCD (124.121.144.xxx) | 14/09/2552 : 22:16      

[IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/1.gif[/IMG]

ความคิดเห็นที่ 3
Anonymous (58.9.171.xxx) | 08/09/2552 : 08:52      

รอOLEDดีกว่า LCDก็ออกมานานหลายปีแล้ว ส่วนLEDก็ออกมา2-3ปีล่ะ แต่ก็ยังมีให้เห็นไม่ครบทุกแบรนด์เลย คงเพราะเพิ่มความสว่างอย่างเดียวเลยไม่มี

ความคิดเห็นที่ 2
สมาชิก LCD (203.146.16.xxx) | 07/09/2552 : 12:50      

เห็นแล้วมึน แพงๆ ทั้งน้านนนน [IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/7.gif[/IMG]

ความคิดเห็นที่ 1

     ร่วมแสดงความคิดเห็น / ไม่มีการตอบกลับ

LCD SPEC COMMENT
 
user/password เดียวกับเว็บบอร์ด สมัครสมาชิก
Username: Password:
ความคิดเห็น :
 
 
 
Tag: 3D 1080p Acer benq Blu-ray Blu-ray player Bravia Brochure ces commart DLNA DVI full hd Full HD 1080P hd HDMI HDTV iphone lcd LCD monitor lcd tv LED LED backlight LED Backlit LED Monitor LED TV LG monitor Netflix OLED OLED TV Panasonic Philips Plasma Plasma TV PS3 Samsung sharp Sony Toshiba tv USB VGA Viera wifi
COPYRIGHT@2010 LCDSPEC.COM ALL RIGHTS RESERVED.
 0 Users Online