Buver's Guide Review HD Contents HD Accessories HD Event Promotions
เทคนิคระดับเทพ เลือกซื้อจอ LCD TV
เราคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้จอแบนๆ อย่าง LCD ได้เข้ามามีบทบาทมากมายในชีวิตประจำวันของเรา และปัจจุบันนี้ก็มีจอ LCD จากผู้ผลิตหลายๆ ราย ที่แต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อมีความสามารถหลากหลายชนิดที่เรียกว่าเลือกกันไม่ถูกเลยทีเดียว ในโอกาสนี้ทีมงาน LCDSPEC.com จะแนะนำองค์ประกอบต่างๆ ที่ควรพิจารณา และเคล็ดไม่ลับในการเลือกซื้อ LCD monitor หรือ LCD TV ให้ถูกใจคุณที่สุดนะครับ เราคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้จอแบนๆ อย่าง LCD ได้เข้ามามีบทบาทมากมายในชีวิตประจำวันของเรา และปัจจุบันนี้ก็มีจอ LCD จากผู้ผลิตหลายๆ ราย ที่แต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อมีความสามารถหลากหลายชนิดที่เรียกว่าเลือกกันไม่ถูกเลยทีเดียว ในโอกาสนี้ทีมงาน LCDSPEC.com จะแนะนำองค์ประกอบต่างๆ ที่ควรพิจารณา และเคล็ดไม่ลับในการเลือกซื้อ LCD monitor หรือ LCD TV ให้ถูกใจคุณที่สุดนะครับเอ… แล้วจอ LCD มันดีตรงไหนครับ? ทำไมผมถึงจะต้องเปลี่ยนจากจอแก้วมาใช้ LCD ด้วย?คุณสมบัติแรกของ LCD TV ที่เตะตาคุณตั้งแต่แรกพบเลยก็คือ ขนาดที่กระทัดรัด และผอมบางมากเมื่อเทียบกับจอหลอดแก้ว (หรือจอ CRT) ทั่วไป นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติที่เป็น “จอแบน” อย่างแท้จริงอีกด้วย ทำให้จอ LCD สามารถแสดงภาพได้อย่างไม่บิดเบี้ยว หรือผิดเพี้ยน คุณสามารถบอกลาเส้นตรงแบบ “หลอกๆ” บนจอแก้วโค้งๆ อย่างจอ CRT ไปได้เลยครับ และด้วยความเพรียวบางของมันนี่เอง ทำให้คุณมีอิสระในการวางจอได้มากขึ้น โดยไม่ต้องอาศัยพื้นที่มากนัก หรืออาจจะแขวนไว้กับผนังก็ดูเท่ไม่เบาเลยครับ แถมมันยังสามารถเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นงามประดับห้องนั่งเล่นของคุณได้อีกด้วยนอกจากนี้จอ LCD TV ยังสามารถรองรับการใช้งานในอนาคตมากกว่าทีวีทั่วไปอีกด้วย โดยนอกจากพวกมันจะสามารถแสดงภาพความละเอียดสูงจาก source ต่างๆ เช่นเครื่องเล่น DVD, เครื่องเล่น Blu-ray disc, เครื่องเล่นเกม หรือเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว ในอนาคตถ้าฟรีทีวีบ้านเราเปลี่ยนระบบออกอากาศเป็นแบบดิจิตอล ที่ให้ความคมชัดของภาพและเสียงเหนือกว่าระบบอนาล็อกในปัจจุบันอยู่มาก คุณก็อุ่นใจได้เลยว่า LCD TV เมื่อเอาไปต่อกับ digital receiver box แล้ว LCD ตัวเก่งของคุณจะสามารถแสดง content เหล่านี้ได้สบายๆผมชักจะสนใจ LCD TV ขึ้นมาแล้วสิครับ เอ… แล้วถ้าผมอยากจะซื้อมาใช้ซักตัวนึง ผมจะต้องพิจารณาอะไรบ้างครับ? องค์ประกอบหลักๆ ที่ควรพิจารณาในการเลือกซื้อ LCD TV มีทั้งหมด 8 ประเด็นด้วยกันครับ นั่นคือ: 1. ขนาดของจอ– จอ LCD มีขนาดให้เลือกค่อนข้างหลากหลายทีเดียว ที่มีขายในบ้านเรานั้นมีให้เลือกตั้งแต่ขนาด 20 นิ้วไปจนถึงขนาด 80 นิ้ว ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งาน และงบประมาณของคุณ แน่นอนครับ ขนาดที่ใหญ่กว่าย่อมให้ภาพที่ใหญ่อลังการ และดูคล้ายกับจอหนังในโรงภาพยนตร์มากขึ้น จอใหญ่ๆ จะเหมาะสมกับห้องกว้างๆ เช่นห้องนั่งเล่น ที่คุณสามารถนั่งชมภาพยนตร์กับสมาชิกในครอบครัวได้ ส่วนจอที่มีขนาดเล็กลงมา จะเหมาะกับห้องที่มีขนาดเล็กลง เช่นห้องนอนเป็นต้น แต่อย่าลืมนะครับว่า ยิ่งจอใหญ่เท่าไหร่ ราคาก็ขยับสูงขึ้นไปเท่านั้นคนส่วนใหญ่จะเลือกซื้อจอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่งบประมาณที่ตั้งไว้จะสามารถซื้อได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเลือกขนาดของจอที่เหมาะสม ควรพิจารณาจากระยะการรับชมเป็นหลัก โดยขนาดของจอควรมีความสัมพันธ์กับระยะห่างที่คุณตั้งใจเอาไว้ว่าคุณจะนั่งดูทีวี ตัวอย่างเช่น หากคุณซื้อจอขนาด 40 นิ้ว เพื่อมานั่งชมในระยะห่างไม่ถึง 1 เมตร คุณคงรู้สึกไม่สบายตาแน่ๆ แต่ถ้าคุณนั่งห่างออกมาซัก 2 – 4 เมตร ก็จะเป็นระยะที่ดูแล้วสบายที่สุด และเป็นระยะที่จะได้รับประโยชน์จาก LCD TV ของคุณได้อย่างเต็มที่ตารางข้างล่างนี้แสดงขนาดจอที่เราแนะนำ เมื่อเปรียบเทียบกับระยะห่างในการชมที่คุณตั้งใจไว้ขนาดของจอระยะการชมที่แนะนำ (โดยประมาณ) 20 นิ้ว60 เซนติเมตร - 2 เมตร24 นิ้ว1 – 1.8 เมตร26 นิ้ว1 – 2 เมตร32 นิ้ว1.2 – 3 เมตร37 นิ้ว1.5 – 3.5 เมตร40 นิ้ว2 – 4 เมตร46 นิ้ว2.5 – 5 เมตรตัวเลขจากตารางข้างบน เป็นตัวเลขที่เราแนะนำเท่านั้น การเลือกขนาดที่เหมาะสมควรเลือกขนาดที่คุณคิดว่าลงตัวที่สุดกับระยะการชมที่คุณต้องการ หากสนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถอ่านได้จากบทความที่เว็บไซท์ www.lcdspec.com ครับ2. Response time– การวัด response time หมายถึงค่าที่ได้จากการวัดระยะเวลาของเม็ดพิกเซลที่ใช้ในการแสดงสีดำสนิท –> เปลี่ยนเป็นสีขาวสนิท –> และเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอีกครั้ง (pixel หมายถึงเม็ดสีหรือจุดสีซึ่งเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของ LCD) ยิ่งตัวเลข response time น้อยเท่าไหร่ ยิ่งหมายความว่าคุณจะเห็นเอฟเฟคท์ต่างๆ เช่น เงา (ghosting) หรือ ขอบของวัตถุที่ลากเป็นทางยาว (streaking) ได้น้อยลงเท่านั้น ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการแสดงภาพเคลื่อนไหวเร็วๆ เช่นการเล่นเกม หรือภาพการแข่งกีฬา เป็นต้นแต่เนื่องจากปัจจุบัน ผู้ผลิตแต่ละรายใช้วิธีการวัด response time ที่ไม่เหมือนกัน จึงเอาตัวเลขนี้มาเป็นหลักในการพิจารณาได้ไม่ทั้งหมด เพราะฉะนั้นคุณจึงควรเอาหนัง หรือเกมแผ่นโปรดไปเปิดทดสอบด้วยตนเองที่ร้านครับ3. ความละเอียดของ Panel (Panel resolution)– จอ LCD TV ที่มีขายในบ้านเราโดยส่วนใหญ่จะมีอยู่ 2 ประเภท นั่นคือจอ HD Ready และจอ Full HD ซึ่งตัวเลขความละเอียดของหน้าจอนั้น เป็นตัวบอกจำนวนของจุดสี (หรือเม็ดพิกเซล) ที่ประกอบขึ้นมาเป็นจอนั้น• จอ HD Ready มีความละเอียดอยู่ที่ 1366 x 768 พิกเซล ซึ่งหมายถึงว่ามีจำนวนพิกเซลในแนวนอน 1366 จุด และแนวตั้ง 768 จุด ซึ่งคำนวณออกมาแล้วจะได้จำนวนพิกเซลทั้งหมด 1,049,088 จุด หรือประมาณ 1 ล้านพิกเซลนั่นเอง• จอ Full HD มีความละเอียดอยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเมื่อคำนวณออกมาแล้วจะได้จำนวนพิกเซลทั้งหมด 2,073,600 พิกเซล หรือประมาณ 2 ล้านพิกเซลนั่นเองความละเอียดของ Panel ยิ่งสูงเท่าไหร่ ยิ่งหมายถึงว่ามันสามารถแสดงรายละเอียดของภาพได้มากขึ้นเท่านั้น ลองนึกเปรียบเทียบจอ 40 นิ้วแบบ HD Ready กับแบบ Full HD ดูนะครับ จอทั้งสองตัวนี้มีขนาด 40 นิ้วเท่ากันก็จริง แต่จอแบบ Full HD จะสามารถแสดงรายละเอียดยิบย่อยได้ดีกว่า เนื่องจากในพื้นที่ 40 นิ้วเท่ากันนั้น มันมีจำนวนเม็ดพิกเซลที่บรรจุอยู่ในนั้นมากกว่าประมาณ 2 เท่า ซึ่งทำให้ภาพดู “เนียน” มากขึ้นนั่นเองจอแบบ HD Ready ถูกออกแบบมาให้แสดงผลที่ความละเอียด 720p (720 เส้น) แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณป้อนสัญญาณที่มีความละเอียดสูงกว่านั้นเข้าไป (เช่น 1080i หรือ 1080p) จอ HD Ready ก็จะเอาสัญญาณภาพไปผ่านวงจรลดขนาดภาพให้เหลือเท่ากับ 720p เพื่อให้สามารถแสดงผลบน Panel ที่มีความละเอียดต่ำกว่าสัญญาณที่ป้อนเข้าไปได้ส่วนจอแบบ Full HD เมื่อคุณป้อนสัญญาณแบบ 1080i หรือ 1080p (1080 เส้น) เข้าไป จอก็จะเอาไปแสดงผลได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านวงจรขยายภาพก่อน แต่ถ้าคุณป้อนสัญญาณแบบ 480p หรือ 720p เข้าไป จอก็จะเอาสัญญาณนั้นไปขยายให้มีขนาดเท่ากับ 1080p เพื่อให้สามารถแสดงบน Panel ได้อย่างไรก็ตาม ความละเอียดก็ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการเลือกซื้อ LCD TV เพราะมันขึ้นอยู่กับ content ที่คุณจะเอามาแสดงบนจอด้วย คุณสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของ Panel resolution กับระยะการชม รวมถึงความแตกต่างของ 720p, 1080i และ 1080p ได้ที่เว็บไซท์ www.lcdspec.com ครับ4. ความสว่าง (brightness)– ความสว่างของจอ LCD นั้นเป็นการวัดความเข้มของแสงที่จอ LCD สามารถแสดงได้ โดยมีหน่วยเป็น cd/m2 (candela per square meter) หรือ nits — ความสว่างเป็นตัวแปรสำคัญตัวหนึ่งของจอ LCD ทีเดียว จอที่สว่างมาก ก็จะสามารถสู้แสงสว่างมากๆ ได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในกรณีที่คุณเอาทีวีไปตั้งไว้ในห้องที่มีแสงสว่างเยอะๆโดยทั่วไปแล้ว LCD ที่มีวางขายในตลาดบ้านเรา จะมีความสว่างอยู่ที่ 300 nits ขึ้นไป และความสว่างที่เหมาะสมควรอยู่ที่ประมาณ 400 nits แต่ถ้าจะสว่างกว่านั้นก็ไม่ผิดกติกาอะไรครับ5. Contrast Ratio– ความหมายของ Contrast ratio คืออัตราส่วนระหว่างจุดที่มืดที่สุดกับจุดที่สว่างที่สุดที่จอสามารถแสดงได้ในเวลาเดียวกัน ซึ่งในทางปฏิบัติแล้ว Contrast ratio ที่ดีพอ จะช่วยให้จอสามารถแสดงรายละเอียดในส่วนมืด และส่วนสว่างของภาพได้ดียิ่งขึ้น และ contrast ratio สูงๆ จะช่วยให้จอสามารถแสดงรายละเอียดของภาพในฉากที่มืดๆ ได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วยจอ LCD ที่มีขายในบ้านเราในปัจจุบัน มีค่า Contrast ratio ตั้งแต่ 2000:1 ขึ้นไปจนถึง หลายล้านต่อหนึ่งก็มี จึงทำให้ตัวเลขนี้ดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าไรนัก จอที่เราแนะนำควรจะมี dynamic contrast ratio ประมาณ 30000:1 ขึ้นไป และหากคุณสนใจเกี่ยวกับรายละเอียดในเรื่อง contrast ratio และความแตกต่างของ Panel contrast ratio กับ dynamic contrast ratio อย่าลืมเข้าไปศึกษาได้ในเว็บไซท์ของเรานะครับ6. มุมมองการรับชม (viewing angle)– มุมมองการรับชม หมายถึงมุมมองในการรับชมจากด้านข้าง, ด้านบน หรือด้านล่างที่สามารถรับชมได้โดยคุณภาพของภาพไม่ลดลง ลองนึกเปรียบเทียบกับทีวีจอแก้วเลยครับ คงไม่มีใครนั่งชมทีวีตรงหน้าจอตลอดเวลาได้แน่ๆ ถึงแม้ว่าคุณจะนั่งอยู่กลางจอพอดี แต่เพื่อนที่นั่งอยู่โซฟาตัวเดียวกับคุณก็จะต้องมองทีวีในมุมด้านข้าง หรือแม้แต่เวลาคุณวางหน้าจอไว้ที่โต๊ะ และนั่งกับพื้นเพื่อเล่นวีดีโอเกม คุณก็ต้องมองภาพบนจอจากมุมด้านล่างเช่นเดียวกันธรรมชาติของจอ LCD นั้นมีข้อจำกัดในเรื่องของมุมมอง ทำให้มันไม่สามารถมองได้ทุกมุมอย่างจอ CRT ได้ ผู้ผลิตจอจึงได้เอาตัวเลของศาการมอง (viewable angle) มาเป็นจุดขายของ LCD TV ด้วย โดยตัวเลขที่ผู้ผลิตโฆษณานั้นจะแสดงเป็นตัวเลข เช่น 160/160 หมายถึง คุณสามารถมองภาพบนจอนั้นด้วยมุมมองด้านข้าง/ด้านบนหรือล่าง ได้กว้างสูงสุดที่ 160 องศา โดยที่ภาพไม่มีอาการสีเพี้ยนให้เห็นตัวเลข viewing angle ยิ่งใกล้ 180 องศาเท่าไหร่ ยิ่งหมายความว่าจอ LCD นั้นมีมุมมองที่กว้างมากนั่นเอง7. ความสามารถในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ (connectivity)– อีกประเด็นที่ควรพิจารณาในการเลือกซื้อ LCD TV คือ จำนวนช่องสัญญาณประเภทต่างๆ ที่มีมาให้ ตรงนี้ควรเลือกให้สอดคล้องกับความต้องการของคุณ หากคุณมีแผนที่จะเอา LCD TV ตัวนี้ไปต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ เช่น เครื่องเล่น DVD, เครื่องเล่นเกมอย่าง XBOX 360 หรือ Playstation 3 หรือแม้แต่เครื่องคอมพิวเตอร์, กล้องดิจิตอล และอุปกรณ์พกพาต่างๆ คงไม่สนุกแน่ๆ ถ้าทีวีของคุณมีพอร์ท HDMI เพียงพอร์ทเดียว แต่คุณมีอุปกรณ์ที่ใช้ HDMI อยู่ 3 ชิ้น และคุณจะต้องถอดอุปกรณ์สลับไปมาเวลาที่คุณต้องการใช้งานพอร์ทต่างๆ ที่เราแนะนำว่า LCD TV ควรจะมีคือ:• พอร์ท HDMI (High Definition Multimedia Interface) สำหรับต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ที่ส่งสัญญาณแบบดิจิตอล เช่นเครื่องเล่น Blu-ray disc, เครื่องเล่น DVD และคอมพิวเตอร์ เป็นต้น เราแนะนำว่าจอ LCD ของคุณควรมีพอร์ท HDMI อย่างน้อย 2 พอร์ท• พอร์ท Component เป็นพอร์ทรับสัญญาณอนาล็อกคุณภาพสูง ซึ่งควรจะมีอย่างน้อย 2 พอร์ท• พอร์ท Composite และ S-Video สำหรับต่ออุปกรณ์ที่มีช่อง AV-Out หรือ S-Video out ทั่วไป ซึ่งพอร์ทนี้ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นมาตรฐานที่ให้มากับ LCD TV แทบจะทุกรุ่น• พอร์ท VGA หรือ D-Sub สำหรับเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์แบบอนาล็อก หรือเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ที่มีช่อง VGA out ตรงนี้สามารถเลือกให้ตรงกับความต้องการของคุณ หากคุณไม่ต้องการใช้มัน ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อ LCD TV ที่มีพอร์ทนี้• พอร์ท LAN สำหรับเชื่อมต่อ internet หรือเล่นไฟล์มัลติมีเดียจาก UPNP (DLNA) server พอร์ทนี้จะพบได้ใน LCD TV แบบไฮเอนด์ หากคุณไม่มีความจำเป็นต้องใช้มัน ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อ LCD TV ที่มีพอร์ทนี้8. เสียง (sound)– LCD TV ทั่วไปจะติดลำโพงมาด้วยอยู่แล้ว การเลือกลำโพงให้ถูกใจนั้นไม่มีกฏเกณฑ์ที่ตายตัว เพราะมันขึ้นอยู่กับรสนิยม และความต้องการของผู้ฟังเป็นหลัก ข้อควรระวังในประเด็นนื้คือ จอ LCD บางรุ่น โดยเฉพาะรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับใช้เป็น Monitor จะไม่มีลำโพงติดมาด้วย เพราะฉะนั้นคุณจะต้องหาซื้อลำโพงมาใช้ต่างหาก เราจึงขอแนะนำให้ศึกษาสเป็กให้ละเอียดก่อนเลือกซื้ออ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ทีมงาน LCDSPEC หวังว่าคุณจะสามารถเลือกซื้อ LCD TV ได้ถูกใจมากยิ่งขึ้นนะครับ หากคุณสนใจอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติม ทั้งรายละเอียดทั่วไป และรายละเอียดทางเทคนิค สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซท้ www.lcdspec.com ของเรา ซึ่งมีทั้งสาระความรู้และข่าวสารต่างๆ เกี่ยวกับวงการ LCD รวมถึงบทความน่ารู้ และรีวิวจอ LCD เด็ดๆ ให้ตัดสินใจก่อนเลือกซื้อ นอกจากนี้เรายังมีเว็บบอร์ดสำหรับให้สมาชิกได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และความรู้ต่างๆ ด้วยครับแล้วพบกันนะครับDownload บทความนี้————————————————————————————————————————————————————–สงวนสิทธิ์: 2551 LCDSPEC.com ห้ามทำซ้ำส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมดของบทความนี้โดยไม่ได้รับอนุญาติ
Review : Toshiba REGZA 42RV600T – LCD TV 42” Full HD หล่อ ดำ เข้ม ไม่เป็นรองใคร
ขอกล่าวสวัสดีเพื่อนๆ สมาชิก LCDSpec.com กันก่อน คราวนี้ก็มาพบกับ Review ของ LCD TV ตัวรองท็อป จากสังกัดญี่ปุ่นอย่าง Toshiba REGZA 42RV600T ที่มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 42 นิ้ว บนความละเอียดระดับ Full HD (1920 x 1080) ซึ่งก็ทำเอาห้องเล็กๆ แคบลงไปได้ในทันทีเหมือนกันถึงแม้การทำงานอาจจะไม่เด่นไม่แรงเหมือนกับรุ่นพี่ในรุ่น ZV ก็เถอะ แต่ก็ถือว่าคุณภาพคับตัวใช้ได้เลยทีเดียว อย่างหน่วยประมวลผลภาพ Power Meta Brain ขนาด 10 บิต ที่ให้สีได้มากถึงพันล้านสี หรือจะเป็นระบบเสียงแบบ Audyssey EQ ที่ให้เสียงออกมาได้อย่างสมจริง แถมยังดูภาพผ่านพอร์ต USB ได้โดยไม่ต้องเปิดคอมพ์อีกด้วยด้วย LCD TV ขนาดหน้าจอ 42 นิ้ว Full HD (1920 x 1080) ที่ทำให้ติดตั้งได้ในห้องขนาดใหญ่ได้แบบไม่อายใคร ด้วยคอนทราสสูงถึง 50,000:1 กับหน่วยประมวลผลภาพที่ทรงประสิทธิภาพ Power Meta Brain และช่ิองสัญญาณเชื่อมต่ออีกมากมาย รวมไปถึง USB Port ด้่วย ทำให้ได้ลูกเล่นเด็ดๆ ที่ทำให้ LCD TV กลายเป็นกรอบรูปดิจิตอลได้อย่างง่ายดายด้วยการออกแบบที่ดูเรียบง่าย กรอบแบบ Glossy ดำเงา เพิ่มความหรูด้วยลายระบายขอบขาว ตัดกับสีดำของกรอบจอ กับตัวเครื่องที่ดูแข็งแรงบึกบึนซึ่งตัวจอถึงจะไม่เงามากแต่ก็ถือว่าสะท้อนได้ดีมากทีเดียวเลยแหละขอบล่างแสดงถึงโลโก้ TOSHIBA อย่างชัดเจน ส่วนช่องสีเหลี่ยมเล็กๆ ด้านล่างจะเป็นส่วนของ Light Sensor และส่วนด้านขวาจะเป็นช่องรับสัญญาณรีโมทขอบนซ้ายไม่มีอะไรมากนอกจากโลโก้ REGZA เท่านั้นถัดมาทางขอบขวา เป็นสติกเกอร์แสดงรุ่นและสเปกโดยคร่าวๆมุมล่างซ้ายบอกถึงระบบเสียงแบบ Audyssey EQ และสัญลักษณ์ HDMIมุมล่างขวา เป็นไฟแสดงสถานะ โดยเมื่อปิดเครื่องแต่เสียบปลั๊กทิ้งไว้จะเป็นไฟสีแดง เมื่อเปิดจะเป็นสีเขียว ส่วนไฟดวงทางซ้าย เป็นไฟแสดงว่าได้มีการตั้งเวลาเปิดเครื่องอัตโนมััติเอาไว้ช่องระบายอากาศ อยู่ส่วนบนของตัวจอ วางตัวตามความหนาของจอปุ่มควบคุมการทำงานอยู่ทางด้านขวาของจอในส่วนฐานเป็นฐานสี่เหลี่ยมดำมัน Glossy แบบเดียวกับขอบจอ ที่ไม่สามารถปรับหมุนซ้าย-ขวา ได้ด้านหลังมีการติดตั้งอุปกรณ์สำหรับจัดเก็บสายไฟให้เรียบร้อยเวลาเคลื่อนย้ายได้สะดวกขึ้นตารางสรุป Connectorจากภาพสัญญาณที่ต่อผ่านทาง HDMI2 (สามารถตั้งชื่อได้) ในที่นี้ทำการต่อกับ WD TV Live HD Media Playerช่องต่อสายสัญญาณต่างๆ จะอยู่ส่วนด้านหลังทางซ้ายมือ โดยจะประกอบด้วย HDMI 3 ช่อง ช่อง PC in หรือ VGA RGB ก็แล้วแต่จะเรียกแล้วกัน อีก 1 ช่อง ใกล้ๆ กันมีช่อง Audio in สำหรับในการต่อจอกับคอมพิวเตอร์ โดยจะใช้คู่กับ RGB หรือ HDMI 1 กรณีผู้ใช้ต่อแบบ DVI (แปลง HDMI) มี Component หรือ PrPbY/CrCbY 2 ช่อง Composite (AV) 1 ช่อง พร้อม Composite Out อีก 1 ช่องช่องต่อสายอากาศ หรือ Ant. จะอยู่ด้านล่างครับส่วนด้านขวามือจะมีช่องสัญญาณอีก 4 ชุดคือ Headphone out สำหรับต่อหูฟัง Composite (AV) In เลือกระหว่าง RCA กับ S-Video HDMI ช่องที่ 4 และ USB สำหรับต่อ Flash Drive หรือ Harddisk เพื่อเล่นภาพตัวรีโมทไม่ได้ออกแบบหวือหวาอะไรมากนัก หน้าตาเหมือนกับของในทีวีรุ่นรุ่นท๊อปอย่าง ZV600T ไม่มีผิด ซึ่งรีโมทนี้สามารถใช้ร่วมกับเครื่อง DVD ของ Toshiba ได้เช่นกันการใช้งานกับเมนูเป็นปุ่มควบคุมแบบ 5 ทิศทาง ซึ่งบอกตามตรงว่าใช้งานไม่ค่อยสะดวกเท่าไรนัก เพราะปุ่ม Menu, Setup ทำออกมาได้ไม่โดดเด่นเอาซะเลย แถมปุ่มเล็กอีกต่างหากสำหรับแบตเตอรี่นั้นเป็นชนิด LR03 หรือถ่าน AAA จำนวน 2 ก้อน
บทความ: มาเรียนรู้หลักการทำงานการแสดงภาพ 3มิติ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันกันเถอะ
คงต้องยอมรับกันนะครับ ปีนี้กระแส 3มิติ มาแรงเหลือเกิน ถ้าติดตามข่าวสารเกี่ยวกับวงการไอทีกันมาบ้าง เราก็จะเห็นผู้ผลิตทีวีหลายๆ ค่าย เปิดตัวทีวี 3มิติกันอย่างพร้อมเพียงกัน ตั้งแต่งาน CES 2010 เมื่อต้นปีที่ผ่านมาแล้ว อีกทั้งในตอนนี้ก็ผู้ผลิตภาพยนตร์ต่างๆ ก็สนใจที่จะนำเสนอภาพยนตร์ที่เป็น 3มิติ กันทั้งนั้นเลย ถ้าหากยังนึกไม่ออกว่ามีภาพยนตร์เรื่องอะไรที่เป็น 3มิติ บ้าง ก็ลองนึกถึงภาพยนตร์เรื่อง “Avatar” กันดูนะครับ ซึ่งถ้าใครได้มีโอกาสไปชมเรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์ 3มิติ อย่างโรง IMAX สยามพารากอน หรือตอนนี้ถ้าใครได้ถอยทีวี 3มิติ พร้อมกับภาพยนตร์ Avatar ที่เป็น Blu-ray แบบ 3มิติ มาแล้วล่ะก็ เรียกได้ว่าเหมือนได้ร่วมผจญภัยอยู่บนดาวแพนโดร่าก็ไม่ปานนะครับแต่สำหรับใครที่จะซื้อทีวี 3มิติ เพื่อมาไว้รับชมกันภายในบ้าน ภายในครอบครัว ก่อนที่จะไปสัมผัสตัวจริงกันอยากจะให้มาเรียนรู้หลักการแสดงภาพ 3มิติ ก่อน ซึ่งจะแบ่งได้เป็น 4หลักการทำงาน คือ Anaglyph(แว่นตาน้ำเงิน/แดง)อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าจริงๆ เทคโนโลยีอย่างการแสดงภาพ 3มิติ มันมีมานาน ถ้านับกันจริงๆ ก็ตั้งแต่ ค.ศ. 1920 แล้ว ซึ่งในยุคนั้นจะใช้เป็น แว่นตาสีแดง-น้ำเงิน เครื่องอุปกรณ์เสริม เพื่อช่วยให้เราสามารถรับชมภาพ 3มิติ ได้ โดยมีหลักการทำงานอย่างง่ายๆ คือ การแสดงภาพสองภาพลงไปบนเฟรมเดียวกัน ซึ่งภาพทั้งสองภาพนั้นจะมีโทนสีที่แตกต่างกันคือมี สีแดงและสีน้ำเงิน อีกทั้งยังมีมุมมองเหลื่อมกันอยู่เล็กน้อย ถ้าเรามองด้วยตาเปล่า เราก็จะเห็นเป็นเพียงภาพเบลอๆ เรียกได้ว่าถ้าดูนานๆ อาจจะตาลายหรือเวียนหัวกันทีเดียว เพราะฉะนั้นเราจึงต้องมีอุปกรณ์อย่างแว่นแดง-น้ำเงิน ซึ่งจะมาทำหน้าที่เป็นตัวฟิลเตอร์ กรองสีที่ไม่ตรงกับสีของแว่นตาออกไป โดยที่แว่นตาสีแดงจะกรองภาพสีแดงออกไปให้เห็นแต่ภาพสีน้ำเงิน ส่วนแว่นตาสีน้ำเงินก็จะกรองภาพส่วนที่เป็นสีแดงออกไป ทำให้ตาทั้งสองเห็นภาพที่แตกต่างกัน สมองจะตีความด้วยการรวมภาพที่มองเห็นแตกต่างกันสองภาพ อีกทั้งมีมุมแตกต่างกัน ผลที่ได้คือเราจะมองเห็นเป็นภาพ 3มิติ  นั่นเอง ข้อสังเกตของหลักการ  Anaglyph ก็คือ ภาพที่เรารับชมจะมีสีสันไม่สดใสเท่าที่ควร แต่มีต้นทุนในการผลิตที่ไม่สูงมาก Polarized 3-D Glassesหลักการแบบ Polarized นี่คือหลักการทำงานของ 3มิติ ที่อยู่ในยุคปัจจุบัน อย่างภาพยนตร์เรื่อง Avatar ก็ใช้เทคนิคนี้เช่นกัน รวมถึงโรงภาพพยนตร์ 3มิติ อย่าง IMAX อีกด้วยการทำงานจะมีความคล้ายคลึงกับ Anaglyph โดยใช้การแสดงภาพมาลงที่เฟรมเดียวกันเหมือนเดิม แต่ในคราวนี้จะไม่ใช่สีเป็นตัวฟิลเตอร์ แต่จะใช้แนวการวางตัวของช่องการมองเห็นแต่ละภาพที่ฉายซ้อน กันอยู่ เช่น จากในภาพแว่นตาข้างซ้ายจะเห็นมองเป็นภาพที่ผ่านช่องในแนวตั้ง ส่วนตาขวาจะมองเห็นภาพที่ช่องในแนวนอน ซึ่งทั้งสองภาพมีมุมมองที่แตกต่างกัน ดังนั้นมันก็จะเข้าหลักการเดิม นั่นก็คือ การทำให้ตาแต่ละข้างของเรามองเห็นภาพที่ไม่เหมือนกัน เมื่อสมองพยายามรวมภาพทั้งสองที่มีความแตกต่างของมุมมอง ภาพที่เห็นจึงเกิดเป็น 3มิติ ซึ่งแว่นตาของ Polarized จะมีราคาที่ไม่สูงมากนัก Paralax Barrier ในปัจจุบันนั้นเราอาจจะยังไม่เห็นหลักการทำงานแบบ Paralax Barrier นี้เท่าไหร่นัก แต่เชื่อได้เลยว่ามันจะต้องเป็นหลักการทำงานที่ทีวี 3มิติ ยุคถัดๆ ไป นำใช้กันอย่างแน่นอน เพราะว่า Paralax Barrier ไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์อย่างแว่นตา 3มิติ มาให้เราสวมใส่ เราก็สามารถรับชมภาพ 3มิติ ได้ด้วยตาเปล่าๆ ของเราเองได้ทันที ที่พอจะนึกออกตอนนี้ก็จะมีเพียงกล้องดิจิตอล Fujifilm 3D W1 ที่เราสามารถมองเห็นภาพถ่ายบนจอ LCD ของกล้องเป็น 3มิติ ได้ทันที โดยไม่ต้องอาศัยแว่นตาแต่อย่างใด ซึ่งหลักการทำงานของมันก็คือ จะใช้วิธีแบ่งภาพที่มีมุมมองต่างกันเป็นแท่งๆ วางตัวสลับกัน (เหมือนเส้นสแกนในทีวี แต่ทีวีจะใช้ภาพมุมมองเดียวกัน) โดยมี Parallax Barrier ที่เป็นชั้นกรองพิเศษสามารถแบ่งแต่ละส่วนของภาพให้ตาแต่ละข้างที่มองผ่าน ชั้นนี้มองเห็นภาพที่ไม่เหมือนกันได้พร้อมกัน แน่นอนว่าสมองของเราพยายามที่จะรวมภาพที่มีมุมมองต่างกันให้เป็นภาพเดียว เราก็จะมองเห็น เป็นภาพ 3มิติ ซึ่งถ้าจะอธิบายกันง่ายๆ ก็คือ Parallax Barrier ทำหน้าที่ฟิลเตอร์ภาพทั้งสองภาพ ให้ตาแต่ละข้างได้มองเห็นคนละภาพกันครับ  Active Shutter Glassesหลักการทำงานนี้เรียกได้ว่านิยมใช้งานกันอย่างแพร่หลายกันเลยทีเดียว สำหรับทีวี 3มิติ ในยุคปัจจุบัน ที่แน่ๆ ตอนนี้ก็มี Samsung และ Panasonic ที่ใช้หลักการของ Active Shutter Glasses นับได้ว่าจากที่ผมเคยทดลองใช้งานแล้ว มันก็ได้ผลลัพธ์ทีน่าประทับใจจริงๆ ซึ่งการทำงานของ Active Shutter Glasses จะต้องอาศัยทีวีที่มีความถี่ในการแสดงภาพ 120Hz เป็นอย่างต่ำด้วย เพราะจะต้องแสดงภาพในเฟรมแรก สมมุติว่าเป็นตาซ้าย เฟรมถัดมาจะเป็นตาขวา เพราะฉนั้นการแสดงภาพจะเป็น ซ้าย – ขวา – ซ้าย – ขวา … จนครบ 120 เฟรม คิดเป็น 1 วินาที จะเห็นว่าตาซ้ายและขวาจะเห็นข้างละ 60 เฟรมพอดี ซึ่งเป็นความถี่ขั้นต่ำที่ทำให้ไม่รู้สึกว่าภาพสั่น อีกทั้งการทำงานนี้จะต้องอาศัยแว่นตา Active Shutter อีกด้วย เนื่องจากตัวแว่นจะทำหน้าที่สื่อสารกับตัวทีวีว่าจะบังตาข้างไหน เช่น เฟรมแรกเป็นตาซ้าย ทีวีจะบอกให้แว่นปิดตาขวา หรือถ้าทีวีแสดงเฟรมที่ต้องใช้ตาขวาดู ก็จะบอกให้แว่นบังตาซ้ายเอาไว้ เพราะฉะนั้นตัวแว่นเองก็ต้องใช้แบตเตอรี่ในการสื่อสารกับทีวี จึงทำให้แว่นแบบนี้มีราคาสูงกว่าแว่นตาที่ใช้หลักการ Polarized ที่ไม่มีระบบอิเล็กทรอนิกส์อยู่เลยครับทั้งหมดนี่คือหลักการทำงานของการแสดงภาพ 3มิติ ที่มีมาตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบันนะครับ  ยังไงเร็วๆ นี้ จะมีบทความเจาะลึกเกี่ยวกับเทคโนโลยี 3มิติ ที่อยู่บนทีวีโดยเฉพาะเลย ยังไงอย่าลืมติดตามชมกันให้ได้นะครับ LCDSPEC.  ขอขอบคุณข้อมูลจาก: http://www.onlineschools.org/blog/how-3d-works/
LCDSPEC พาเที่ยวงาน Electronica Showcase 2010 ภาค1
พบกับ LCDSPEC  อาสาพาเที่ยวงาน Power Mall Electronica Showcase @ Siam Paragon กันนะครับ ซึ่งงานนี้อย่างที่ทราบกันคืองานมหกรรมที่รวบรวมเครื่องใช้ไฟฟ้า (อย่าง TV ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย) และสินค้าไอทีต่างๆ อาทิ โน้ตบุ๊ก คอมพิวเตอร์ กล้องดิจิตอล และโทรศัพท์มือถือ ที่จัดได้ว่าใหญ่ที่สุดแห่งปีงานหนึ่ง ที่ให้คุณได้ช้อปสนั่นกรุงก่อนใครรับส่วนลดคืน รวมสูงสุด 21% ในวันที่ 30 มิถุนายน – 11 กรกฎาคมนี้  ณ Royal Paragon Hall ชั้น 5 สยามพารากอนสำหรับใครที่ยังไม่ได้ชมพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ ก็สามารถชมกันได้ ที่นี่ ครับบริเวณด้านหน้าของงาน ที่จัดขึ้น Royal Paragon Hall ชั้น 5 สยามพารากอน สำหรับการเดินทางแนะนำให้มารถไฟฟ้ากันนะครับ แล้วตรงขึ้นลิพท์มาเลย น่าจะสะดวกสุดตรงบันไดเลื่อนก็จะมี Directory Board อยู่ ใครเข้ามาแล้วยังงงๆ สามารถดูตรงจุดนี้ได้ด้านหน้าของทางเข้าจะเป็นเวทีที่ไว้จับลุ้นโชค iPad ทุกวัน สำหรับคนที่ซื้อสินค้าทุกๆ 3,000 บาท รวมถึงยังเป็นที่ประมูลสินค้าอีกด้วยด้านหน้างานอีกเช่นกัน เราจะพบกับสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ที่มาพร้อมกับดีไซน์ที่เป็นแฟชั่น จัดแสดงอยู่เครื่องซักผ้า ทีวี ชุดโฮมเธียร์เตอร์ ก็จัดได้ว่าอยู่ในรูปแบบของแฟชั่นเห็นน้องเค้ายืนเหงาๆ เลยกดมาฝากกันซักหนึ่งภาพครับส่ววนี่ก็จะเป็นของรางวัลต่างๆ เพียงคุณจับจ่ายสินค้าภายในงาน Power Mall Electronica Showcaseก่อนเข้างาน แวะมาดูการประมูล ชุดโฮมเธียร์เตอร์จาก Philips สุดเร้าใจซักเล็กน้อยเอาล่ะครับ มาเข้าชมงานกันดีกว่าเจอก่อนเลยกับบูธ Canon ที่ขนกล้องดิจิตอล มาแบบทุกรุ่น ทุกซีรี่ย์อดใจไม่ได้ กับความน่ารักของพริ้ตตี้สาวโทรศัพท์มือถือก็มีมานะครับทุกรุ่นทุกยี่ห้อที่เดียวผู้ให้บริการก็มีมา อย่างบูธนี้ก็จะเป็น DTAC  ที่มี BB โปรโมชั่นเด็ดมาพร้อมกับพริ้ตตี้สาวคนเดิม (น่ารักเหมือนเดิมด้วย)บูธ AIS ก็มานะครับ พร้อมให้ทดลองการใช้งาน 3G กันแบบสดๆ ภาพ โน้ตบุ๊กพร้อมมีพริ้ตตี้สาวคอยให้บริการต่างๆ เกี่ยวกับข้อมูลสินค้าป็นอย่างดีกล้องต่างๆ ก็มากันเพียบอย่าง Fujifilm ที่มีตัว HS10 สุดแจ่มOlympus ก็นำ PEN E-PL1 มายั่วน้ำลายเช่นกันNikon ก็ไม่พลาดเหมือนกันที่จะมาเปิดบูธ พร้อมกับมีเลนส์ Super Tele มาโชว์อีกเช่นเคย ว่าแต่จะลองขึ้นไปส่องสาว แต่ดันไม่มีมุม – -aPanasonic นำกล้องดิจิตอล Lumix มาทั้งกองทัพกล้องวีดีโอก็มีอย่าง JVC และ Sanyoแต่ ณ นาทีนี้ คงไม่มีใครโดดเด่นเท่า Sony NeX-5 อีกแล้วเด่น ไม่เด่นยังไง ดูจากภาพนี้ได้ ว่าผมไปโฟกัสที่ไหนไปต่อกันเลยที่หน้า 2 >>>
แอลจี เปิดตัวจอมอนิเตอร์ LG E60 Series หลากรุ่น
แอลจี เปิดตัวจอมอนิเตอร์ LG E60 Series หลากรุ่นนำคุณสู่มิติใหม่แห่งความบันเทิง ด้วยที่สุดแห่งดีไซน์ และเทคโนโลยีหลอดภาพแอลอีดีกรุงเทพฯ 17 สิงหาคม 2553 – บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว LG E60 Series ใหม่ ผลิตภัณฑ์จอมอนิเตอร์หลากรุ่นที่มาพร้อมดีไซน์หรูล้ำสมัย ผสานที่สุดแห่งเทคโนโลยีหลอดภาพแอลอีดี เพื่อนำคุณสู่มิติใหม่แห่งความบันเทิง ด้วยภาพคมชัดสีสันสวยสมจริงอย่างไม่เคยมีมาก่อนแอลจีตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์แอลอีดี ด้วยการเปิดตัวจอมอนิเตอร์ LG E60 Series ที่ฉีกกฎการดีไซน์แบบเดิมๆ ด้วยจอไร้ขอบขนาดบางเฉียบซึ่งโดดเด่นในทุกมุมมอง และเข้ากับทุกสไตล์การตกแต่งทั้งภายในบ้านและที่ทำงาน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในระดับพรีเมี่ยมLG E60 Series มาพร้อมนวัตกรรมแห่งการออกแบบ ด้วยจอบางเฉียบเพียง 12.9 มิลลิเมตร พร้อมดีไซน์ ไร้ขอบสะท้อนความเพรียวบางล้ำสมัย นอกจากนี้ยังเติมเต็มความหรูหราด้วยขาตั้งคริสตัลโปร่งใสแวววาว ในรูปทรงโฉบเฉี่ยวอย่างมีสไตล์ ซึ่งติดตั้งไฟสีฟ้าไว้ภายในและสามารถเปลี่ยนเป็นสีแดงเมื่อเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงาน LG E60 Series จึงเป็นคำตอบที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ใช้ที่กำลังมองหาจอมอนิเตอร์แอลอีดี เพื่อเพิ่มความหรูหราให้กับทุกห้องได้อย่างลงตัวนอกเหนือจากดีไซน์อันโดดเด่นแล้ว LG E60 Series ยังมาพร้อมฟีเจอร์ครบครัน ซึ่งตอกย้ำความเป็นผลิตภัณฑ์ในระดับพรีเมี่ยม ให้รายละเอียดภาพที่คมชัดและสีสันสวยสดใสยิ่งกว่า ด้วยเทคโนโลยีหลอดภาพแอลอีดี ที่ให้อัตราความเข้มของแสงแบบ Mega Contrast Ratio จึงสามารถรับชมภาพในระดับ Full HD ได้อย่างสมจริงในทุกมุมมอง นอกจากนี้ยังใช้งานได้ง่ายด้วยฟังก์ชั่น EZ Control OSD ที่มีระบบปรับสัดส่วนภาพอัตโนมัติสำหรับการชมภาพยนตร์ และเพิ่มลูกเล่นการปรับแต่งภาพถ่ายได้อย่างหลากหลาย พร้อมอัตราตอบสนองที่รวดเร็วเพียง 5 วินาที จึงช่วยลดการเกิดเงาเบลอหลังภาพ ที่สำคัญยังรองรับพอร์ตการเชื่อมต่ออย่างครบครัน เพื่อความสะดวกในการรับชมคอนเทนท์ทั้ง VGA และ DVI-D โดยในรุ่น E2260V และ E2360V ยังรองรับ HDMI อีกด้วยLG E60 Series ยังพัฒนาขึ้นภายใต้ความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อมของแอลจี จึงมาพร้อมฟีเจอร์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อาทิ การใช้พลังงานที่ลดลงถึง 45% เมื่อเทียบกับจอแอลซีดี และการลดใช้ส่วนประกอบที่เป็นสารพิษ อาทิ ฮาโลเจน และตะกั่ว เพื่อสุขภาพที่ดีของผู้ใช้LG E60 Series พร้อมตอบโจทย์การใช้งานด้วยเทคโนโลยีแอลอีดี และที่สุดแห่งฟังก์ชั่นและดีไซน์ วางจำหน่ายแล้วในขนาด 20, 21.5 และ 23 นิ้ว ในราคาเริ่มต้นที่ 4,490 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่   ศูนย์ข้อมูลแอลจี โทร. 02-878-5757 หรือ www.lg.com/th
ตั้งค่าอย่างไรให้ Notebook เล่นหนัง HD ได้แจ่มที่สุด
By: mrzane | Date: 8 September 2009 | อ่าน 203,649 | 12 ความเห็น

« ก่อนหน้านี้     หน้าต่อไป »  

imageคุณอาจสังเกตว่า Notebook ที่มีวางจำหน่ายในปัจจุบันจำนวนไม่น้อยที่ให้พอร์ท HDMI มาด้วย ซึ่งทำให้สามารถต่อพ่วง Notebook ตัวเก่งกับอุปกรณ์ประเภทต่างๆ ที่สนับสนุนมาตรฐาน HDMI ได้ เช่น LCD Monitor/TV, Plasma TV และ A/V Receiver เป็นต้น นอกจากนี้ ชิปประมวลผลกราฟฟิค (GPU) ที่ติดมากับ Notebook ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นชิปตระกูล Intel, Nvidia หรือ ATI ต่างก็มีความสามารถในการเร่งการแสดงผลภาพวีดีโอแบบ HD ทั้งสิ้น โดย GPU ที่มีความสามารถนี้จะรับภาระการถอดรหัส และแสดงผลวีดีโอเอาไว้ด้วยตัวเอง จึงลดบทบาทของ CPU ลงไปได้ ทำให้ CPU ของคุณมีทรัพยากรเหลือสำหรับการประมวลผลอื่นๆ มากขึ้น หากไม่อาศัยความช่วยเหลือจาก GPU แล้ว คุณอาจพบว่า CPU ของคุณทำงานเกือบ 100% และ Notebook ตัวเก่งของคุณตัวร้อนจี๋ เมื่อคุณเล่นวีดีโอคลิปแบบ HD บางคลิปเลยทีเดียว

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ใช้ Notebook เล่นหนังเป็นประจำ วันนี้เรามีเทคนิคดีๆ เกี่ยวกับการตั้งค่าต่างๆ บน Notebook (หรือจะใช้ PC ก็ไม่ผิดกติกาอะไร) เพื่อให้เล่นหนังได้ลื่นไหลไม่กระตุก ภาพสวย และใช้ CPU น้อยที่สุดมาฝากครับ

สิ่งที่คุณต้องมี:

ด้าน Hardware:

1. Notebook หรือ PC ที่ใช้ GPU ที่มีตัวเร่งการแสดงผลวีดีโอแบบ HD โชคดีว่า Notebook ที่มีจำหน่ายในท้องตลาดในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาจะใช้ GPU ที่มีความสามารถนี้ แต่เราแนะนำให้ใช้ GPU ที่สนับสนุน Bitstream Decoding ที่สามารถปลดแอกกระบวนการถอดรหัสออกจาก CPU ได้ 100% โดยมีข้อแม้ว่าคุณต้องเล่นไฟล์หนัง HD ที่เข้ากันได้กับตัวถอดรหัสดังกล่าว ซึ่ง GPU ที่สนับสนุน Bitstream Decoding ที่มีจำหน่ายในปัจจุบันได้แก่ GPU ดังต่อไปนี้

  • Intel: GPU ตระกูล 4500MHD
  • ATI: GPU ตระกูล Radeon HD 4000 series
  • Nvidia: GPU ตระกูล Geforce 200, 8000 และ 9000 series (ยกเว้น Geforce 8800 Ultra, 8800 GTX, 8800 GTS (320/640MB))

image image

image

image

image สำหรับ GPU อื่นๆ ที่วางจำหน่ายในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา (ที่ไม่ได้อยู่ในรายการข้างบน) ก็มีตัวเร่งการเล่นหนัง HD เช่นกัน แต่จะเป็นการช่วยรับภาระการถอดรหัสหนังบางส่วนเท่านั้น และยังใช้ CPU ช่วยในกระบวนการถอดรหัสอยู่ คุณสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสามารถในการช่วยถอดรหัสหนังของ GPU รุ่นต่างๆ ได้จาก link ต่อไปนี้

2. Notebook หรือ PC ที่ใช้ CPU ที่มีความสามารถสูงพอ จริงอยู่ที่ GPU ที่สนับสนุน Bitstream Decoding สามารถปลดแอกกระบวนการถอดรหัสและการประมวลผลวีดีโอได้ 100% แต่ในขณะเล่นหนัง CPU ของคุณยังคงต้องทำงานต่างๆ อยู่ดี เช่นอ่านไฟล์หนังจากดิสก์, ประมวลผลคำสั่งต่างๆ จากโปรแกรมเล่นหนัง และยังต้องประมวลผล Background Process อื่นๆ ของ Windows อีกด้วย ซึ่งจุดนี้อาจเป็นอุปสรรคในการเล่นหนังได้อย่างได้อย่างลื่นไหล สำหรับ Notebook บางเครื่องที่ถึงแม้จะมี GPU ที่สนับสนุน Bitstream Decoding แต่ใช้ CPU ความเร็วไม่สูงมากนัก (เช่น CPU ตระกูล Atom, Core Solo หรือ CPU แบบ ULV บางตัว)

ฉะนั้นเมื่อคุณเปิดใช้ตัวเร่งของ GPU บนเครื่องที่ใช้ CPU ความเร็วต่ำ แล้วสังเกตเห็นว่าเครื่องยังใช้ CPU มากกว่า 70% ในการเล่นหนัง HD คุณอาจต้องทำใจว่าโอกาสที่หนังจะกระตุกในบางช่วงมีอยู่สูง เนื่องจาก CPU มี headroom (หรือเหลือทรัพยากร) สำหรับงาน multitasking บน Windows ค่อนข้างน้อย

3. สาย HDMI หรือ DVI ในกรณีที่คุณต้องการต่อ Notebook/PC ของคุณเข้ากับจอ LCD Monitor/TV, Plasma TV หรือ A/V Receiver

imageimage

4. สาย Optical หรือ Coaxial ในกรณีที่คุณต้องการต่อ Notebook/PC เข้ากับ A/V Receiver ที่ไม่สนับสนุน HDMI หรือในกรณีที่เครื่อง Notebook/PC ของคุณไม่สนับสนุนการส่งสัญญาณเสียงผ่านสาย HDMI (คุณจะต้องใช้สาย Optical หรือ Coaxial ในกรณีที่คุณต้องการให้ A/V Receiver เป็นตัวถอดรหัสเสียงเซอร์ราวด์เท่านั้น)

imageimage

5. สาย Stereo Minijack สำหรับต่อสัญญาณเสียงไปยังลำโพง/หูฟัง ในกรณีที่คุณไม่ต้องการส่งสัญญาณเสียงแบบดิจิตอล

image

ด้าน Software:

1. Windows Vista หรือ Windows 7 เทคนิคการเล่นหนังในบทความนี้ถูกทดสอบบน Windows 7 และ Windows Vista เราจึงไม่รับประกันว่าเทคนิคเดียวกันนี้จะสามารถใช้บน Windows XP ได้ 100%

2. Driver ของ GPU เวอร์ชันล่าสุดจากผู้ผลิตแต่ละค่าย คุณสามารถหาดาวน์โหลดได้จากเว็บไซท์ของผู้ผลิต GPU หรือเว็บไซท์ผู้ผลิต Notebook/PC ของคุณ

3. DirectX 9 และ DirectX 10 เนื่องจากโปรแกรมเล่นหนังที่ใช้ในบทความนี้จะดึงเอาความสามารถของ Pixel Shader จาก DirectX 9 API มาใช้ด้วย คุณจึงต้องดาวน์โหลดและติดตั้ง DirectX 9 พร้อม Update ตัวล่าสุดจากเว็บไซท์ของ Microsoft ส่วน DirectX 10 นั้นคุณไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลด เพราะมันถูกบรรจุมาพร้อมกับ Windows Vista/7 อยู่แล้ว

4. โปรแกรม Media Player Classic Home Cinema (MPC) สามารถดาวน์โหลดได้จากที่นี่ เราขอแนะนำให้คุณใช้เวอร์ชันสำหรับ Windows 32 bit (X86) ถึงแม้ว่าคุณจะใช้ Windows 64 bit (X64) ก็ตาม จริงๆ แล้วคุณมีทางเลือกที่จะใช้โปรแกรมอื่นๆ ได้ แต่เราจะใช้โปรแกรม MPC เป็นหลักในบทความนี้

5. Haali Media Splitter สำหรับเล่นไฟล์ M2TS, MP4 และ MKV สามารถดาวน์โหลดได้จากที่นี่

6. FFDSHOW Tryouts สำหรับเล่นไฟล์หนัง format อื่นๆ ที่ MPC ไม่สนับสนุน สามารถดาวน์โหลดได้จากที่นี่

7. Mediainfo dll สำหรับดูข้อมูลต่างๆ ของไฟล์หนัง ให้คุณดาวน์โหลดเฉพาะไฟล์ DLL ที่เป็นเวอร์ชัน X86 จากที่นี่ หลังจากนั้นให้ unzip ไฟล์ DLL ที่ดาวน์โหลดมาไปไว้ในโฟลเดอร์เดียวกับโปรแกรม Media Player Classic

เมื่อตรวจสอบจนแน่ใจว่าเครื่อง Notebook/PC ของคุณมีคุณสมบัติ ด้าน Hardware และ Software ตรงกับที่ระบุไว้ข้างบน ก็มาเริ่มตั้งค่า Notebook/PC สำหรับการดูหนังกันเลยครับ

« ก่อนหน้านี้ 1 2 3 4 หน้าต่อไป »

 
 
Comments ความคิดเห็น (12)
Anonymous (125.26.193.xxx) | 19/04/2553 : 19:28      

[IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/9.gif[/IMG] [IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/9.gif[/IMG] [IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/11.gif[/IMG]

hgy
[PHP][/PHP]

ความคิดเห็นที่ 12
Anonymous (58.8.177.xxx) | 02/04/2553 : 09:47      

[IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/6.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/6.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/6.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/6.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/6.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/6.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/6.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/6.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/6.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/6.gif[/IMG]

ความคิดเห็นที่ 11
Anonymous (118.173.155.xxx) | 02/03/2553 : 17:38      

[IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/10.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/10.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/10.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/10.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/10.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/3.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/1.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/1.gif[/IMG]

ความคิดเห็นที่ 10
Anonymous (61.19.66.xxx) | 10/02/2553 : 16:48      

[IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/5.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/1.gif[/IMG]

ความคิดเห็นที่ 9
สมาชิก LCD (125.25.10.xxx) | 10/01/2553 : 09:58      

ผมขอติคนเขียนบทความนี้หน่อยนะครับ

[COLOR=#ff0000][B]5. [/B][/COLOR][B][COLOR=#ff0000]Haali Media Splitter[/COLOR] [/B]สำหรับเล่นไฟล์ M2TS, MP4 และ MKV

ตัวนี้ไม่ได้เป็นตัวให้เล่นไฟล์เลย มันแค่เป็นตัวแบ่ง Content ข้างในออกมาแค่นั้นเอง (รึว่าแปลคำว่า Splitter ไม่ออก?)

ความคิดเห็นที่ 8
test (125.26.146.xxx) | 18/12/2552 : 11:13      

windows 7 ถ้าต้องการใช้ DXVA ลองปรับที่ output-resizer ให้ลองเปลี่ยนเป็น Bilinear ดูนะครับ
เท่าที่ลองดูถ้าใช้ตัวอื่นๆ จอมืดมีแต่เสียง

ความคิดเห็นที่ 7
Anonymous (124.121.48.xxx) | 04/12/2552 : 00:19      

[COLOR=#ff0000][B]7. [/B][B]Mediainfo dll[/B][B] [/B][/COLOR]สำหรับดูข้อมูลต่างๆ ของไฟล์หนัง ให้คุณดาวน์โหลดเฉพาะไฟล์ DLL ที่เป็นเวอร์ชัน X86 [URL=http://mediainfo.sourceforge.net/en/Download/Windows][COLOR=#0000ff][U]จากที่นี่[/U][/COLOR][/URL] หลังจากนั้นให้ unzip ไฟล์ DLL ที่ดาวน์โหลดมาไปไว้ในโฟลเดอร์เดียวกับโปรแกรม Media Player Classic
[URL]http://mediainfo.sourceforge.net/en/Download/Windows[/URL]
เมื่อเข้าไปที่ link ข้างบนแล้วโหลดอันไหนครับ มันมี 3 อัน

ความคิดเห็นที่ 6
Anonymous (125.27.25.xxx) | 25/11/2552 : 10:46      

[IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/8.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/8.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/8.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/2.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/5.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/4.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/4.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/6.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/6.gif[/IMG]

ความคิดเห็นที่ 5
สมาชิก LCD (125.27.46.xxx) | 24/11/2552 : 21:01      

[IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/7.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/6.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/6.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/6.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/6.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/5.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/5.gif[/IMG]

ความคิดเห็นที่ 4
Anonymous (61.7.188.xxx) | 21/11/2552 : 13:22      

[IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/6.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/7.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/8.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/9.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/7.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/6.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/5.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/4.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/3.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/2.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/1.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/6.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/6.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/6.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/6.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/6.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/6.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/6.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/6.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/5.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/5.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/5.gif[/IMG][IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/5.gif[/IMG]

ความคิดเห็นที่ 3
Anonymous (124.120.149.xxx) | 08/11/2552 : 00:18      

[IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/4.gif[/IMG]

ความคิดเห็นที่ 2
eol (124.157.201.xxx) | 09/09/2552 : 06:39      

กด ctrl + j เอาก็ได้ครับ เวลาจะดูว่ามันได้ใช้ hardware decode หรือเปล่า *-*! [IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/1.gif[/IMG]

ความคิดเห็นที่ 1

     ร่วมแสดงความคิดเห็น / ไม่มีการตอบกลับ

LCD SPEC COMMENT
 
user/password เดียวกับเว็บบอร์ด สมัครสมาชิก
Username: Password:
ความคิดเห็น :
 
 
 
Tag: 3D 1080p Acer benq Blu-ray Blu-ray player Bravia Brochure ces commart DLNA DVI full hd Full HD 1080P hd HDMI HDTV IPS lcd LCD monitor lcd tv LED LED backlight LED Backlit LED Monitor LED TV LG monitor OLED OLED TV Panasonic Philips Pioneer Plasma Plasma TV PS3 Samsung sharp Sony Toshiba tv USB VGA Viera wifi
COPYRIGHT@2010 LCDSPEC.COM ALL RIGHTS RESERVED.
 0 Users Online