|
สำหรับคอเกม และแฟนพันธุ์แท้ของ Playstation ผมเชื่อว่าคงไม่เป็นเรื่องนอกเหนือความคาดหมายที่ Sony จะออก Playstation ตัวใหม่ที่มีขนาดเล็กลง กินไฟน้อยกว่าเดิม และมีฟีเจอร์ที่แตกต่างออกไปจากตัวแรกเล็กน้อย พร้อมด้วยราคาที่ (น่าจะ) ถูกกว่าเดิม เช่นเดียวกับยุค Playstation 2 ที่ Sony เข็นเอา PS2 Slim ออกมาวางจำหน่ายหลังจากวางขาย PS2 ตัวหนาไปกว่า 4 ปี ซึ่ง PS2 Slim นี้ก็ช่วยยืดอายุของผลิตภัณฑ์ไปได้อีกในระยะเวลาหนึ่ง แม้กระทั่งในปัจจุบัน คุณก็ยังสามารถหาซื้อ PS2 Slim ได้ในราคาต่ำกว่า 4,000 บาท

แน่นอนว่าเทรนด์นี้ได้ถูกนำมาใช้กับ console ตัวปัจจุบันของ Sony หรือ Playstation 3 ด้วย — ซึ่งเทคโนโลยีการผลิตที่สูงขึ้น ทำให้ผู้ผลิต Chipset สามารถผลิต Cell และ GPU ให้มีขนาดเล็กลง โดยลดขนาดของ Cell ให้เหลือ 45nm (จากรุ่นก่อนๆ ที่เป็น 90nm หรือ 65nm) และใช้ RSX (หรือ GPU) ที่มีขนาด 65nm* และด้วยขนาดของ Cell/RSX ที่เล็กลง ทำให้ Sony สามารถออกแบบแผงวงจรที่มีขนาดเล็กลงได้ ส่งผลให้เครื่องมีขนาดเล็กลง ปล่อยความร้อนน้อยกว่า ใช้พลังงานน้อยกว่าเดิม และที่สำคัญช่วยให้ต้นทุนการผลิตโดยรวมลดลง ส่งผลให้สามารถจำหน่ายเครื่องในราคาถูกลงได้ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกเลยทีเดียวที่ PS3 รุ่น 120 GB ลดราคาเหลือ 299 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 10,500 บาท)
หมายเหตุ: *PS3 รุ่นแรกๆ ใช้ RSX ขนาด 90nm และเริ่มลดขนาดจนเหลือ 65nm ตั้งแต่รุ่น 40 GB ที่วางจำหน่ายเมื่อปี 2008

ด้วยราคาที่สูสีกับเครื่องเล่น Blu-ray Disc แบบ Standalone และความสามารถที่เพิ่มเติมจาก PS3 ตัวอ้วน ในแง่ของการส่งเสียง HD แบบ bitstream ออกไปถอดรหัสที่ A/V Receiver ได้ ทำให้ PS3 Slim ดูเนื้อหอมขึ้นมาทันที เพราะนอกจากสามารถดูหนัง HD เรื่องโปรดจาก Blu-ray disc ด้วย PS3 Slim แล้ว คุณยังได้เครื่องเล่นเกมชั้นดีไว้เล่นเพลินๆ อีกด้วย
หลายๆ ท่านคงเคยอ่านบทความรีวิวเกี่ยวกับ PS3 ตัวอ้วนมาแล้ว ทั้งในแง่ของการเล่นเกม และฟังก์ชันการเล่นหนังฟังเพลงต่างๆ วันนี้ผมขออนุญาติถอดหมวก Gamer เก็บไว้ก่อน และจะรีวิว PS3 Slim ในแง่ของการเล่นหนัง HD โดยเน้นเฉพาะความแตกต่างระหว่างเครื่อง Slim กับเครื่องอ้วนเป็นหลักครับ
PS3 Slim มีขนาดเล็กว่า PS3 ตัวอ้วนประมาณ 33% และมีน้ำหนักเบากว่าเดิมถึง 36% เมื่อนำมาตั้งเปรียบเทียบกันแล้วจะเห็นว่ามันเล็กกว่ารุ่นพี่พอสมควรทีเดียว และยังมีขนาดเล็กกว่า XBOX 360 ด้วยซ้ำ ตรงนี้ถือว่า Sony ทำออกมาได้น่าประทับใจ เพราะสามารถออกแบบเครื่องให้มีขนาดกะทัดรัดโดยไม่ต้องแยก Power Supply ออกมาข้างนอกเหมือนกับ XBOX 360 และหากคุณชอบยกเครื่องเกมไปเล่นนอกสถานที่บ่อยๆ ก็สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวกขึ้นเป็นอย่างมาก เพราะเจ้า PS3 Slim สามารถเข้าไปนอนในกระเป๋า Notebook พร้อมกับ joystick 1-2 ตัวได้อย่างสบายๆ



Design:
ในแง่งานประกอบและวัสดุ Sony ออกแบบ PS3 Slim โดยใช้พลาสติกแบบพิมพ์ลายเท็กซ์เจอร์ (หรือ “matte”) ซึ่งในความเห็นของหลายๆ คนอาจจะมองว่าวัสดุแบบนี้แลดูเหมือนกับ “ของราคาถูก” เมื่อเทียบกับวัสดุที่ใช้ใน PS3 ตัวอ้วน แต่ผมมองว่า ถึงแม้ราคาเปิดตัวจะถูกกว่า PS3 ตัวอ้วนก็จริง Sony คงไม่อยากให้แฟนๆ มองว่า PS3 Slim เป็น PS3 รุ่นราคาถูก เจตนาจริงๆ ของ Sony น่าจะเป็นความต้องการให้ PS3 Slim มีบุคลิกที่ดูเป็นกันเอง และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายขึ้น (หรือดู “Casual” มากขึ้นนั่นเอง)
เมื่อพิจารณางานออกแบบของ PS3 Slim แล้วจะพบว่าเป็นการออกแบบที่รอบคอบทีเดียว แต่วัสดุหลายๆ อย่าง เช่นกระจกบนแผง Panel ซึ่งเป็นตำแหน่งที่วางปุ่ม Power และปุ่ม Eject นั้นเป็นแม่เหล็กดูดรอยนิ้วมือและคราบเหงื่อได้อย่างดี และตัวเครื่องเองที่เป็นพลาสติกด้านก็สามารถติดคราบน้ำมันจากนิ้วมือ และคราบเหงื่อต่างๆ ได้ง่ายไม่ต่างจาก PS3 ตัวอ้วนแม้แต่น้อย ใครที่ต้องย้ายเครื่อง PS3 Slim ไปมาบ่อยๆ คงจะต้องเตรียมผ้าไว้เช็ดทำความสะอาดไว้ด้วยอย่างแน่นอน
PS3 Slim ไม่สนับสนุนการวางในแนวตั้งเหมือนกับ PS3 ตัวอ้วน แต่ Sony แจ้งว่าจะมีอุปกรณ์เสริมเป็นขาตั้งเพื่อให้วาง PS3 Slim ในแนวตั้งได้ อีกไม่นานคงจะมี Accessory ดังกล่าว ทั้งจาก Sony เอง หรือจาก 3rd Party มาให้เลือกใช้กันแน่นอนครับ

ปุ่ม Power และปุ่ม Eject บน PS3 Slim นั้นเป็นปุ่มแบบ mechanic หรือปุ่มจริงๆ ที่ไม่ใช่ปุ่มสัมผัสแบบ PS3 ตัวอ้วน เมื่ออยู่ในโหมดสแตนด์บาย จะมีไฟเรืองแสงสีแดงกำกับ แต่เมื่อเครื่องกำลังทำงาน ไฟก็จะกลายเป็นสีเขียว และแสง backlight สีขาวบนปุ่มก็จะเรืองแสงขึ้นมาด้วย ทำให้มองเห็นได้ชัดเจนในความมืด



ระบบการโหลดแผ่นของ PS3 Slim เป็นระบบแบบ Slot-loading เหมือนกับที่ใช้ใน PS3 ตัวอ้วนทุกประการ

และยังเป็นเรื่องน่าเสียดายเช่นเดิม ที่ Sony ให้พอร์ท USB 2.0 กับเจ้า PS3 Slim มาเพียง 2 พอร์ทเท่านั้น แต่โชคดีที่คุณสามารถต่อกับ USB Hub เพื่อเพิ่มจำนวนพอร์ทให้มากขึ้นได้ ส่วนไฟแสดงสถานะการทำงานของ Harddisk และ WIFI ก็อยู่ในตำแหน่งเดียวกับ PS3 ตัวอ้วน โดยไฟแสดงสถานะการอ่าน Harddisk จะเป็นสีส้มอมเหลือง และไฟสถานะ WIFI จะเป็นสีเขียว

สำหรับช่องเก็บ Harddisk จะอยู่ในตำแหน่งใต้ BD Drive พอดี (ตำแหน่งที่มีโลโก้ต่างๆ) ซึ่งคุณสามารถถอด Harddisk ออกมาเปลี่ยนเป็นขนาดใหญ่ขึ้น หรือเล็กลงได้ตามใจชอบ โดย PS3 Slim สนับสนุน Harddisk แบบ 2.5” เหมือนกับ PS3 ตัวอ้วน

ด้านล่างของเครื่องใช้วัสดุแบบเดียวกับฝาด้านบน มีโลโก้ PS3 อยู่ด้านขวา

พื้นที่ส่วนใหญ่ของด้านหลังตัวเครื่องจะเป็นรูระบายอากาศ ส่วนพอร์ทต่างๆ ที่ให้มานั้นเหมือนกับ PS3 ตัวอ้วนรุ่นพี่ทุกอย่าง ยกเว้นพอร์ท Power ซึ่งได้รับการออกแบบให้มีขนาดเล็กลง
Port ด้านหลังของ PS3 Slim ประกอบด้วย Port ดังต่อไปนี้ (จากซ้ายไปขวา):
- Gigabit LAN Port
- HDMI 1.3
- Optical
- Sony A/V Port
- Power Port


Features:
PS3 Slim มีความสามารถทุกอย่างเกือบเทียบเท่ากับรุ่นพี่ ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อกับเครือข่ายผ่าน WIFI หรือผ่านพอร์ท LAN และ USB Port 2.0 ด้านหน้าตัวเครื่องจำนวน 2 พอร์ท เท่ากับเครื่อง PS3 ตัวอ้วนที่จำหน่ายในปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังสามารถใช้ Accessories หรืออุปกรณ์เสริมต่างๆ ร่วมกับรุ่นพี่ได้อีกด้วย สำหรับ Controller ที่ให้มากับ PS3 Slim นั้นจะเป็น Dualshock 3 Controller เหมือนกับที่แถมมากับเครื่อง PS3 อ้วนที่เริ่มจำหน่ายเมื่อกลางปี 2008
สำหรับฟีเจอร์ที่แตกต่างจาก PS3 อ้วน ได้แก่:
- ความสามารถในการติดตั้งระบบปฏิบัติการอื่นๆ – PS3 Slim จะไม่สามารถติดตั้ง Secondary OS (Linux) ได้
- สามารถส่ง Bitstream HD Audio ไปถอดรหัสที่ A/V Receiver ที่สนับสนุนได้ (อ่านต่อได้จากบททดสอบในหน้าถัดไป)
- ไม่สามารถเล่นเกม PS2 ได้ เช่นเดียวกับ PS3 อ้วนที่วางจำหน่ายในช่วงปีที่ผ่านมา
« ก่อนหน้านี้ 1 2 หน้าต่อไป »
|