Buver's Guide Review HD Contents HD Accessories HD Event Promotions
LCDSPEC Buyer’s Guide แนะนำ LCD Monitor ที่น่าสนใจ ก่อนถึงงาน Commart Thailand Summer Sale 2010
สวัสดีครับแฟนๆ LCDSPEC ทุกท่าน ในงานคอมมาร์ตที่จะถึงนี้ คาดว่าหลายท่านคงจะมีโครงการสอยอุปกรณ์ไอที หรือไม่ก็ LCD Monitor มาใช้สักตัวอย่างแน่นอนในวันนี้ LCDSPEC ของเรา จึงขออาสาพาทุกท่านที่สนใจที่จะซื้อ LCD Monitor มาใช้งาน โดยจะเลือกรุ่นที่ดูคุ้มค่าและน่าสนใจในตลาดตอนนี้ และเป็นที่น่าสังเกตว่าในบ้านเราตอนนี้จะเห็น LED Monitor มากขึ้น ซึ่ง LCDSPEC ก็จะนำมาเป็นตัวเลือกด้วยเช่นกันครับ ซึ่งเพื่อความสะดวกเราจะขอแบ่งเป็นช่วงราคา 4 ช่วงด้วยกันนะครับ คือ ต่ำกว่า 5,000 บาท, 5,000 – 7,000 บาท, 7,000 – 10,000 บาท และช่วงราคาสุดท้ายก็คือมากกว่า 10,000 บาท สำหรับรุ่นต่างๆ ที่เลือกมาอาจจะมีหรือไม่มีวางจำหน่ายในงานคอมมาร์ตก็เป็นได้ครับ แนะนำไว้ให้ดูเป็นแนวทางก่อน ส่วนถ้าถึงวันงานแล้ว เราจะมาอัพเดทกันอีกที ว่ามีรุ่นไหนน่าสนใจภายในงานน่าจับจองบ้างสำหรับบางท่านที่ยังไม่รู้ว่าจะการเลือกซื้อ Monitor ให้ถูกใจได้อย่างไร แนะนำให้อ่าน บทความ: เลือกซื้อ LCD Monitor และ LED Monitor แบบของจริง ก่อนก็ได้ครับ งบน้อย ลองดู ต่ำกว่า 5,000 บาท >>>งบเท่านี้อาจจะได้ขนาดหน้า 18.5 นิ้ว – 20 นิ้ว ความละเอียดสุงสุดที่จะได้คือ 1600×900 พิกเซล ซึ่งเหมาะสำหรับใช้งานทั่วไป มีพอร์ต VGA, DVI มีครบถ้วน แถมยังได้เทคโนโลยี LED ด้วยในบางรุ่นAcer: P195HQLbd (LED Monitor) -       ขนาดหน้าจอ 18.5 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1366 x 768 พิกเซล-       Response Time 5 ms.-       อัตราความคมชัด 8,000,000:1 (ACM)-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVIสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/160-Acer-P195HQLbd.htmlราคา 4,490 บาทLG: E1940T-PN (LED Monitor) >>> -       ขนาดหน้าจอ 18.5 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1366 x 768 พิกเซล-       Response Time 5 ms.-       อัตราความคมชัด 2,000,000:1 (DFC)-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVIสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/175-LG-E1940T-PN.htmlราคา 4,700 บาทSamsung: 2043SWX Plus >>>  -       ขนาดหน้าจอ 20 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1600 x 900 พิกเซล-       Response Time 5 ms.-       อัตราความคมชัด 50,000:1-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVIสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/77-Samsung-S1-2043SWX+.htmlราคา 4,990 บาท พอมีพอใช้ ลองดู 5,000 – 7,000 บาทงบเท่านี้ยังไงก็ได้ความละเอียด Full HD แน่นอนครับ รวมถึงยังได้ขนาดหน้าจอ 21.5 นิ้ว ขึ้นไป เหมาะสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย มีพอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน ในบางรุ่นยังได้ HDMI อีกด้วย สำหรับในบางรุ่นยังได้เป็น LED Monitor อีกด้วยBenq: G2220HD >>> -       ขนาดหน้าจอ 21.5 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 5 ms.-       อัตราความคมชัด 40,000:1 (DCR)-       ความสว่าง 300 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVIสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/28-Benq-G2220HD.htmlราคา 5,390 บาทLG: E2240T-PN (LED Monitor) >>> -       ขนาดหน้าจอ 21.5 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 5 ms.-       อัตราความคมชัด 2,000,000:1 (DFC)-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVIสเปกเต็ม http://www.lcdspec.com/monitor/177-LG-E2240T-PN.htmlราคา 6,200 บาทSamsung: B2330 >>> -       ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 5 ms.-       อัตราความคมชัด 70,000:1 (DCR)-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVIสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/164-Samsung-B2330.htmlราคา 6,500 บาทAcer: G235HBd >>> -       ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 5 ms.-       อัตราความคมชัด 80,000:1-       ความสว่าง 300 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVIสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/190-Acer-G235Hbd.htmlราคา 6,290 บาท งบถึง เงินถึง ลองดู 7,000 – 10,000 บาทงบระดับนี้ในบางรุ่นจะใส่ฟังก์ชั่นการใช้งานพิเศษมาด้วย อย่างตอนนี้เด่นๆ จก็ะเป็น LCD Monitor ที่ใส่ความสามารถในการดู TV ได้ ขนาดหน้าจอก็ 21.5 นิ้วขึ้นไป เหมาะสำหรับไว้ดูหนังฟังเพลงเล่นเกม พร้อมมีลำโพงติดตั้งมาในตัว พร้อมการเชื่อมต่อภายนอกครบครันLG: M227WA -       ขนาดหน้าจอ 21.5 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 5 ms.-       อัตราความคมชัด 50,000:1 (DFC)-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMIx2, Composite, Scart, Audio-in-       ดูทีวีได้ พร้อมมีรีโมทคอนโทรล-       มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/179-LG-M227WA.htmlราคา 7,990 บาทBenq: G2412HD >>> -       ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 2 ms.-       อัตราความคมชัด4,000:1 (DCR)-       ความสว่าง 300 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMI, Audio-in-       มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/188-Benq-G2412HD.htmlราคา 8,190 บาทLG: W2286L >>> -       ขนาดหน้าจอ 22 นิ้ว Wide Screen (16:10)-       ความละเอียด 1680 x 1050 พิกเซล-       Response Time 2 ms.-       อัตราความคมชัด 2,000,000:1 (DFC)-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMIx2, Audio-in-       มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/178-LG-W2286L.htmlราคา 8,990 บาทSamsung: P2370HD >>> -       ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 5 ms.-       อัตราความคมชัด 50,000:1 (DFC)-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMIx2, Audio-in, Component, Composite-       ดูทีวีได้ พร้อมมีรีโมทคอนโทรล-       มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/212-Samsung-P2370HD.htmlราคา 9,990 บาทAcer: H235Hbmid >>> -       ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 2 ms.-       อัตราความคมชัด 100,000:1 (ACM)-       ความสว่าง 300 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMI, Audio-in-       มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/159-Acer-H235Hbmid.htmlราคา 9,900 บาท เหลือกิน เหลือใช้ ลองดู 10,000 บาทขึ้นไป งบเหลือเหลือๆ ขาดนี้ ขนาดหน้าจอที่ได้คือ 23 นิ้ว ขึ้นไปอย่างแน่นอน มาพร้อมกับฟังก์ชั่นพิเศษหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง ทัชกรีน หรือ LED เหมาะสำหรับคนที่ชอบอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ พร้อมพอร์ตการเชื่อมต่อครบถ้วน อย่าง HDMI นี่ มีเป็นพื้นฐานเลยครับAcer: S243HLbmii (LED Monitor) >>> ,u -       ขนาดหน้าจอ 24 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 2 ms.-       อัตราความคมชัด 8,000,000:1 (ACM)-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMIx2, Audio-in-       มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/194-Acer-S243HLbmii.htmlราคา 12,900 บาทAcer: T230Hbmidh >>> -       ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว Wide Screen Touch Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 2 ms.-       อัตราความคมชัด 80,000:1 (DCR)-       ความสว่าง 300 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMI, Audio-in-       ทัชกรีนที่หน้าจอได้ พร้อมรองรับมัลติทัชกรีน-       มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/193-Acer-T230Hbmidh.htmlราคา 13,500 บาทSamsung: XL2370 (LED Monitor) >>> -       ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 2 ms.-       อัตราความคมชัด 5,000,000:1 (DCR)-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMI, Audio-in-       มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/213-Samsung-XL2370.htmlราคา 13,500 บาท อย่างที่บอกไว้ตั้งแต่ตอนต้นนะครับว่าให้ดูไว้แนวทางก่อนที่จะไปเดินภายในงานคอมมาร์ต รุ่นที่ LCDSPEC เลือกมา อาจจะไม่มีมาวางจำหน่ายในงานคอมมาร์ตครั้งนี้ก็เป็นได้ ซึ่งถ้าเราลองสังเกตจากการเลือกรุ่นที่น่าสนใจมาจะเห็นว่า หากเรามีงบประมาณ 5,000 บาท ต้นๆ ก็สามารถจับจอง LCD Monitor ที่มีความละเอียดแบบ 1920 x 1080 Full HD ได้แล้ว หรือถ้าสนใจจอแบบ LED Monitor ก็มีราคาตั้งแต่ 4,000 บาท กลางๆ ให้เลือก ไปจนถึงหลักหมื่นบาทกันทีเดียว และสำหรับคนที่ต้องการ LCD Monitor ที่มีพอร์ต HDMI ไว้สำหรับเชื่อมต่อภายนอกจาก Notebook หรือ Playstation 3 มีงบประมาณเพียง 6,000 กว่าบาท ก็สามารถซื้อหามาใช้งานกันได้อย่างสบายๆ สุดท้ายนี้ไว้ยังไงให้ถึงวันงานก่อน ทาง LCDSPEC จะมาอัพเดทแบบเกาะติดขอบงานอีกรอบหนึ่งครับ LCDSPEC.
Review : Samsung UA46C7000WRXXT : FullHD 3D LED TV มิติใหม่ของโทรทัศน์
จะว่าเดี๋ยวนี้อะไร อะไร ก็สามมิติกันไปหมด พูดถึงสามมิติแล้ว หวังว่าเพื่อนสมาชิก LCDSpec.com หลายๆ คนคงมีโอการได้ไปดูภาพยนตร์ในรูปแบบ 3D กันมาบ้างแล้ว จะเป็น Digital 3D หรือจะเป็น IMAX 3D ก็ดี แล้วจะดีสักแค่ไหนถ้าเราสามารถที่จะดู 3D ที่บ้านได้ ใช่แล้วครับ ด้วย Technology 3D จาก Samsung ใน Samsung UA46C7000 FullHD 3D LED TV ที่สามารถทำให้ท่านมีโรงภาพยนตร์ 3D ได้ที่บ้านด้วยหน้าจอขนาด 46 นิ้ว กับความสามารถอันหลากหลายที่อัดแน่นมาบนความหนาประมาณ 2 เ็ซนฯครึ่ง ไม่ว่าจะเป็น Eco Sensor ที่สามารถปรับความสว่างหน้าจอได้เหมาะกับความสว่างภายในห้อง หรือจะเป็น Anynet+ ที่สามารถใช้ Remote เพียงอันเดียวสามารถควบคุมได้ทั้ง ทีวี บลูเรย์ กล้องวีดีโอ หรือเครื่องเสียงของ Samsung ที่เชื่อมต่อผ่านทาง HDMI ที่เด็ดไปกว่านั้นยังสามารถเล่นไฟล์ภาพยนตร์ผ่านจาก Flash Drive หรือ Ext. Harddrive ได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้เครื่องเล่นอื่นเลย และที่เด็ดสุดกับใช้ทีวีเล่นอินเตอร์เน็ตไปกับ Internet@TV และที่ขาดไม่ได้ (ถ้าทำไม่ได้ ไม่ใช่ 3D TV แน่ๆ) กับ ความสามารถในการแสดง 3D โดยการใช้ควบคู่กับแว่น Active Shutter Glasses ในชุด Samsung 3D Starter Kitหลังจากเรียกน้ำย่อยกันมาพอสมควรแล้วความนี้ก็เสริฟกระเพาะปลาเลยละกัน เอ้ย…ไม่ใช่โต๊ะจีนครับ มาดูสเปกกันสักนิดนึงละกันกับ Samsung UA46C7000WRXXT กับหน้าจอขนาด 46 นิ้ว ด้วยความละเอียดระดับ Full HD (1920 x 1080 Pixel) ประมวลผลภาพและสีด้วย 3D HyperReal Engine พร้อมด้วยระบบเสียง SRS TheaterSound ที่ให้เสียงได้อย่างชัดเจน้ สเปกแบบเต็มๆ http://www.lcdspec.com/lcd/181-Samsung-UA46C7000.htmlมาดูกันซิว่าหลังจากแกะกล่องและมาทำการประกอบแล้ว Samsung UA46C7000 จะเป็นยังไงกันบ้างโดดเด่นมาแต่ไกลเลยครับกับขาตั้งแบบสี่ขาโลหะขัดมันเงา ที่ตัดกับสีดำแบบ Glossy อย่างหน้าและกรอบจอที่ดำและเงามากและการแสดงความเป็น Samsung อย่างชัดเจนด้วยโลโก้ SAMSUNG สีขาวบริเวณขอบจอด้านล่างทางด้านล่างขวาเป็นส่วนของปุ่มต่างๆ จะเรียกปุ่มก็ไม่ถูกสักเท่าไหร่ เพราะมันไม่ใช่ปุ่มครับ เป็นแค่แถบสัมผัสเฉยๆ ไม่ต้องออกแรงกดอะไรมาก แค่แตะๆ ก็ออกคำสั่งได้แล้วด้านซ้ายกับสัญลักษณ์บ่งบอกว่าเป็น Full HD 1080p กับระบบเสียง SRS TheaterSound กับ DD Plus Pulse และสามารถส่งเสียงผ่าน Optical เป็น dts2.0ลองมาดูด้านหลังกันบ้าง ฝาหลังทำด้วยโลหะ ส่วนสายต่อสัญญาณจะหายากสักนิดนึงครับ การต่อต้องผ่านสายแปลงทั้งหมดเพื่อความบางยกเว้น HDMI เนื่องจากมันบางอยู่แล้วช่องระบายอากาศที่ค่อนบนเกือบสุดของจอ กับจำนวนที่เจาะมาไม่มาก แสดงถึงความร้อนที่เกิดจากตัวเครื่องนั้นไม่เยอะมากส่วนรูกลมๆ ที่เจาะรวมกันเป็นวงกลม ตรงนั้นเป็นส่วนของลำโพงวูฟเฟอร์ เพื่อให้เสียง Bass ที่ดียิ่งขึ้นด้วยการออกแบบเพื่อความบางอย่างแท้จริง ทำให้การต่อสายสัญญาณต่างๆ  ต้องต่อผ่านสายแปลงที่มาพร้อมกับเครื่องเท่านั้นการต่อสายนั้นไม่ต้องกังวลครับว่าจะต่อไม่ถูก เพราะทุกช่องมีการเขียนกำกับไว้ทั้งหมดแล้วว่าช่องไหนสำหรับต่ออะไรสำหรับรูปแบบการต่อสายก็ตามเห็นเลยครับ เริ่มจากซ้ายละกัน เป็นช่องสำหรับต่อสายแลน ถัดมาสายอากาศ Component+Audio Composite*2 VGA+Audio ตามลำดับ ส่วนจากล่างขึ้นบนก็เป็น HDMI*4 USB ช่องที่1 Audio Optical Out USB ช่องที่2 และ Audio Out
100Hz.. มันมีดีอะไร มีแล้วดีอย่างไร จำเป็นต้องมีไหม?? อยากรู้ ไปดูกัน
เวลาเราจะซื้อทีวีสักเครื่อง เวลาไปเดินตามห้าง หรือ ดูในโบรชัวร์ จะเห็นคำนึงที่เขียนว่า เครื่องนี้รองรับ 100Hz / 120Hz บางยี่ห้อยิ่งเอาค่านี้มาแข่งกันเลย บางเครื่องอาจจะบอกว่าเครื่องนี้ 400Hz 600Hz โหยยย อะไรมันจะมากมายกันนักกันหนาค่า Hz เนี้ยเป็นการนำเสนอของ Refresh Rate ครับ ค่านี้ไม่ได้เพิ่งมีนะครับ มีมานานแล้ว คุณสมบัตินี้มีมาตั้งแต่สมัยเราใช้จอแก้ว หรือ CRT แล้ว สำหรับทีวีนั้น จะมีแต่รุ่นที่ค่อนข้าง hi-end นิดนึง และ แน่นอนว่า ราคาจะสูงกว่ารุ่นธรรมดา แต่ก็แลกมากับคุณภาพที่ดีกว่า ส่วนจะดีกว่ายังไง เดี๋ยวเราจะได้รู้กันครับโดยปกติแล้ว การออกอากาศของระบบโทรทัศน์ ในแถบอเมริกา จะใช้ระบบ NTSC จะมีความถี่ของสัญญาณ 60Hz และ ในแถบยุโรป รวมทั้งเอเชีย และ ประเทศไทย จะใช้ระบบ PAL (หรือ SECAM) จะมีความถี่ของสัญญาณ 50Hz ซึ่งแน่นอนว่า เมื่อออกอากาศผ่านสายอากาศ หรือ เคเบิ้ลทีวี จะต้องถูกสัญญาณรบกวนจะภาวะรอบข้าง และระบบของไฟฟ้าของไทยเรา ก็ใช้ 50Hz เช่นกัน แน่นอนว่า ง่ายต่อการถูกรบกวนแน่ๆRefresh Rate คือค่าความไวในการเปลี่ยนภาพ ขณะที่เราดูทีวี แน่นอนว่ามันเป็นภาพเคลื่อนไหว หลักการของภาพเคลื่อนไหว นั่นคือ การมีภาพนิ่งหลายๆมาเรียงต่อกัน และ ระบบที่จอ CRT หรือจอกระจกใช้ นั่นคือปืนอิเลกตรอนที่อยู่ภายในหลอดภาพ โดยมันจะยิ่งมาที่แต่ละ pixel บน panel ด้านหน้าที่เคลือบสารเคมีจำพวกสารเรืองแสงเอาไว้ ทีละบรรทัด ให้เกิดแสงสีในแต่ละ pixel ไล่จากซ้ายไปขวา และ ไล่ลงมาเรื่อยๆจากบนลงล่าง พอยิงครบหนึ่งภาพ เขาจะเรียกว่า 1 Frame ครับ ซึ่งโดยปกติจอ TV แบบ CRT นั้นจะมีความไวที่เท่ากับระบบการออกอากาศ นั่นคือ 50-60Hz ครับการที่มีค่า Refresh Rate สูงกว่า source นั่นหมายความว่า การเปลี่ยนภาพในแต่ละภาพ (Frame) จะมีความไวขึ้น ถ้าเกิดว่าโทรทัศน์เครื่องนั้น เป็นระบบ 100Hz นั่นหมายความว่า จะมีระบบแสกนภาพเร็วเป็นสองเท่า โดยใน TV แต่ละเครื่องจะมีชิปประมวลผลที่จะ ทำนายการเคลื่อนไหวของframeถัดไปที่กำลังจะตามมา แล้วนำframeนั้นมาแทนที่ ทำให้เกิดความนิ่งมากขึ้น สัญญาณรบกวนที่เกิดจากสิ่งรอบด้านก็ลดลงไปด้วยครับเพราะข้อดีเรื่องความนิ่งของภาพ การกระพริบที่ลดน้อยลง ระบบแสกนภาพสูงๆ จึงถูกนำมาประยุกต์ใช้ในจอ Monitor ของ Computer เพราะจอ Computer เป็นจอที่ผู้ใช้ต้องนั่งจ้องตัวอักษรในระยะใกล้ การปรับค่า Refresh Rate จึงมีอยู่ใน Computer ทุกเครื่องถ้าคุณเคยดูข่าว หรือ รายการทีวีที่เขาเอากล้องไปถ่ายจอโทรทัศน์ จะเห็นว่า จะมีเส้นดำๆ วิ่งจอตลอดเวลา เพราะว่ากล้องนั้นมี Refresh rate ที่ต่างจาก จอTVเครื่องนั้นเมื่อถึงเวลาที่จอ CRT เริ่มจะหายไปจากตลาด จอ LCD/Plasma เริ่มมีความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ก็เริ่มพัฒนาจากระบบ 50Hz ก่อนครับ และ วางขายกันมาจนถึงปัจจุบัน แต่ปัญหาเก่าๆก็ตามมาอีกแล้ว นั่นคือภาพที่เกิดการกระพริบระหว่างการแสกนภาพ อันที่จริงแล้วปัญหานี้มันควรจะหายไปได้แล้ว เพราะจอ LCD นั้นมีหลักการแสดงภาพที่ไม่ต้องอาศัยปืนอิเลกตรอนภายในหลอดภาพอีกแล้ว แต่จริงๆแล้ว LCD จะมีค่าที่เรียกว่า Response time ขึ้นมาครับ โดยมันจะเป็นความเร็วในการที่แสง backlight จะสองไปยัง pixel ที่ใช้แสดงสีออกมาก่อนจะออกมาเป็นภาพหนึ่งภาพ โดยค่า Response Time นั้นจะมีหน่วยเป็น Milli-Second (ms) ถ้ายิ่งน้อย ก็จะยิ่งดี ยิ่งเปลี่ยนภาพได้ไว ผนวกกับความถี่ของแสง backlight นั้นที่มีความถี่ 50Hzระบบ100Hz บนจอLCD/Plasma มีข้อดีไม่ต่างจาก CRT เลยครับ เพราะจะให้ภาพที่นิ่งกว่า 50Hzแบบเดิมๆ นั่นทำให้ตอนนี้หลายๆค่ายเริ่มจะออกมาให้ความสำคัญกับระบบใหม่นี้กันแล้วครับ จึงมีให้เลือกตั้งแต่ 100Hz สำหรับ PAL/SECAM และ 120Hz สำหรับ NTSC บางรุ่นทยานสูงไปถึง 200Hz 240Hz เลยครับแต่มีค่านึงที่ผมดูว่าอาจจะเยอะไปซะหน่อย นั่นคือ 600Hz ตรงนั้นจะมีกำกับไว้ว่าเป็น Sub Field Drive จริงๆแล้วระบบนี้มีความคล้ายคลึงกับระบบการแสกนภาพ 100Hz นั่นแหละครับ แต่ Sub Field Drive นี้เป็นขั้นตอนที่จะแสดงภาพออกมาด้วยความเร็วสูงบนจอ โดยเวลาที่แต่ละ frame แสดงขึ้นบนจอ Sub Field Drive จะแสดงภาพ 10 ครั้ง (หรือมากกว่า) นั่นหมายความว่า มันกระพริบ 600 ครั้งต่อวินาที (สำหรับ 600Hz) ยิ่งภาพหนึ่งภาพ กระพริบในจำนวน frame ที่มากๆ สิ่งที่ตามมา นั่นคือภาพเคลื่อนไหวที่เนียนเป็นธรรมชาติ เงาซ้อนก่อนจะเปลี่ยนภาพ ก็จะลดเลือนหายไปที่กล่าวมาทั้งหมดนี่คือเทคโนโลยีในการแสดงภาพของ TV สมัยใหม่ แต่การจะนำระบบการแสกนภาพแบบนี้ ต้องใช้อุปกรณ์ที่มีราคาค่อนข้างสูง ค่ายบางค่ายจึงไม่ได้นำ 100Hz มาใส่ แต่จะมีเทคโนโลยีอื่นๆ ที่พยายามจะทดแทน แต่ผมว่ายังไม่ดีพอ เช่น Clear TV, TV Plus ฯลฯ ส่วนจะดีกว่าหรือเปล่า ต้องใช้ตาคุณเองพิสูจน์แล้วหละครับ ^^*
Grace Digital เครื่องเสียงไว้วิทยุอินเตอร์เน็ตในบ้านเหรอ
มันมีปัญหาอยู่สองอย่าง อย่างแรก ใครจะอยากจะเสียเงิน 219.99 เหรียญ เพื่อได้เครื่องเล่นวิทยุอินเตอร์เน็ตที่ Grace Digital ทำแยกออกมาอีกชิ้น อย่างที่สอง ใครอยากจะมีประสบการณ์ Lackluster UI หาอะไรในเครื่องไม่เจอกับเขาบ้าง ถ้าเป็นคนที่ไม่ดื่มด่ำกับเสียงบ่นล่ะก็ บริษัทได้ทำเครื่องที่น่าจะเอามาตั้งประดับไว้บนชั้น เครื่องที่เห็นอยู่สามารถเล่นวิทยุอินเตอร์เน็ตจาก 30,000 สถานี Pandora, iheartradio, Sirius, Live365, MP3tunes และอื่นๆ จนไม่อยากจะพิมพ์ จะต่อเน็ตกับสายหรือจะไร้สาย 802.11g ก็ได้ มีพร้อมทั้ง Composite, Toslink และ Coaxial Digital Audio ด้านหลัง มีจอ LCD ให้ดู 4 บรรทัด ที่แสดงผล Metadata ยังแทบจะไม่ครบ และอาจจะมีระบบปารีโมทได้สำหรับใครที่อยากทำคอลเลคชั่นส่วนตัว ถ้าฟังแล้วอยากได้ตอนนี้ก็มีขายแล้ว แต่ว่าไปลองก่อนจะหน้ามืดไปซื้ออะที่มา : Engadget
มินิรีวิว Samsung "C9000 3D LED TV" สุดยอดความบางขั้นเทพ พร้อมรีโมทแบบหน้าจอสัมผัส ในงานเปิดตัว
มินิรีวิว “Samsung C9000 3D LED TV” สุดยอดความบางขั้นเทพ พร้อมรีโมทแบบหน้าจอสัมผัส ในงานเปิดตัวกรุงเทพฯ (15 กรกฎาคม 2553) – ซัมซุงแนะนำ “ซัมซุง C9000 3D แอลอีดีทีวี” (Samsung C9000 3D LED TV) มาสเตอร์พีซแห่งทีวีชิ้นงามที่ล้ำหน้าด้วยนวัตกรรมและโดดเด่นด้วยที่สุดของการออกแบบ ที่ทำให้ผู้ชมดื่มด่ำทุกสัมผัส เต็มอิ่มทุกอารมณ์ ในทุกมิติของภาพด้วยเทคโนโลยี 3D HyperReal Engine ซึ่งได้รับการันตีด้วยรางวัล Innovation Award จาก ICES2010 ดีไซน์บางสวยเร้าใจเพียง 7.9 มม.หรือบางกว่าปากกา ให้ภาพคมชัดในทุกรายละเอียดและความเคลื่อนไหวด้วยเทคโนโลยี Precision Dimming การออกแบบหลอด LED แบบ Diamond Shape เทคโนโลยีเอกสิทธิ์เฉพาะของซัมซุง และมีการถ่ายทอดภาพเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วประมาณ 960 เฟรมต่อวินาที ซึ่งจะช่วยทำให้การแสดงภาพฟูลเอชดี 3 มิติมีความราบรื่น ดูเป็นธรรมชาติมีชีวิตชีวาและสมจริงอย่างสมบูรณ์แบบ โดยชมผ่าน   “3D Active Glasses” แว่นตาที่ออกแบบมาพิเศษดีไซน์สวยหรู น้ำหนักเบาเพียง 30 กรัม โดยใช้เทคโนโลยีการสลับมุมภาพของตาซ้ายและตาขวาเพื่อให้ภาพออกมาเป็นแบบ 3 มิติ ดูสบายตา อีกทั้งยังสามารถเปลี่ยนภาพจากระบบ 2 มิติ เป็น 3 มิติได้อีกด้วย>>> สเปก Samsung C9000 3D LED TV เต็มๆ ครับ <<<นอกจากนี้ยังล้ำหน้ายิ่งกว่าด้วย Touch Remote Control รีโมทคอนโทรลหน้าจอแอลอีดีแบบสัมผัสที่เป็นเสมือนทีวีเครื่องจิ๋วอีกเครื่องในมือ ที่ทำให้ผู้ชมได้รับชมรายการโปรดได้ทุกที่ไม่ว่าจะอยู่มุมใดภายในบ้าน รวมถึงเทคโนโลยี Planet First ที่ทำให้ทีวีของซัมซุงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพราะประหยัดพลังงานกว่าแอลซีดีทั่วไปสูงสุดถึง 43% ซึ่งนับเป็นการผสมผสานที่ลงตัวอย่างแท้จริงของเทคโนโลยีเหนือระดับกับการออกแบบชั้นเยี่ยม “ซัมซุง C9000 3D แอลอีดีทีวี” วางจำหน่ายแล้ว ณ ร้านซัมซุงแบรนด์ช็อปและร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศในราคาเครื่องละ 279,990 บาท สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าซัมซุง 0-2689-3232 หรือโทรฟรีจากโทรศัพท์บ้าน 1-800-29-3232เอาล่ะครับ อดใจไว้ชมมินิรีวิว Samsung C9000 3D LED TV ตอนท้าย ตอนนี้เรามาชมบรรยากาศงานก่อนดีกว่าในงานวันนี้ได้จัดขึ้นที่โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ ซึ่งภาพด้านบนเป็นด้านหน้าของงานครับโดยมี backdrop เป็น Samsung Masterpiece C9000 อย่างชัดเจนบรรดาผู้บริหารร่วมถ่ายภาพร่วมกันเข้ามาหน่อยก็จะเป็นส่วนลงทะเบียนของงาน (พริตตี้แจ่มๆ ตามไปดูกันได้ที่หน้าสุดท้ายนะครับ ^^)โดยที่พิเศษหน่อยสำหรับแขกคนสำคัญก็จะมีการเซ็นชื่อบนหน้าจอทัชกรีนขนาดใหญ่โดยส่วนตัวผมก็ไม่สัดทัดเกี่ยวคนดังซะเท่าไหร่ เลยไม่รู้ว่าใครเป็นใคร – -aและยังมีนักธุรกิจ ดารา มาร่วมงานมากกมายอีกด้วยคราวนี้เราเข้ามาดูในส่วนของห้องที่จัดงานกันดีกว่าจะเห็นได้ว่าหรูหรา อลังการ สมกับเป็นงานเป็นตัว Samsung C9000 3D LED TVอีกทั้งยังมีอาหารไว้รองรับแขกผู้มีเกียรติมากมาย รวมไปถึงสื่อมวลชนอย่างผมด้วยเรียกได้ว่าผมก็รองท้องไปเยอะเหมือนกัน ทางคาว ทั้งหวาน ^^ในหน้าถัดไปก็จะเป็นส่วนของพิธีการของงานแล้วนะครับ
โซนี่ไทย ร่วมเปิดนิทรรศการภาพถ่าย See Saw Seen ครั้งที่ 3
โดย 16 ศิลปินช่างภาพผ่านเลนส์กล้อง Alpha NEX Series (กรุงเทพฯ / 1 ก.ย. 53) – บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด ร่วมมือกับหอศิลป์ร่วมสมัยอาร์เดล โดยผู้ช่วยศาสตรจารย์ ถาวร โกอุดมวิทย์ เปิดนิทรรศการภาพถ่าย See Saw Seen III (หรือ “เห็น III”) เพื่อจัดแสดงภาพถ่ายที่ถ่ายทอดด้วยกล้อง Alpha NEX3 และ NEX5 โดย 16 ศิลปินช่างภาพชื่อดัง ตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม ถึง 26 กันยายน 2553 ณ ดีโอบีหัวลำโพงแกลเลอรี โดยมีคุณฐาปณ สิริวัฒนภักดี นายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานนิทรรศการ พร้อมด้วยคุณฟาริดา เฮงษฎีกุล ผู้จัดการแผนกสื่อสารการตลาด บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด ผู้สนับสนุนหลักในการจัดงานนิทรรศการ SEE SAW SEEN III ครั้งนี้สำหรับนิทรรศการ “See Saw Seen ครั้งที่ 3” หรือ “เห็น III” เป็น การนำเสนอผลงานภาพถ่าย และภาพเคลื่อนไหวที่แปลกใหม่ด้วยมุมมอง และแนวคิดในการสร้างสรรค์ผลงานที่แตกต่าง หากเต็มไปด้วยสัมผัสอันละเอียดอ่อนทางความคิดที่กลั่นกรองออกมา ผสมผสานกับเทคโนโลยี และคุณสมบัติชั้นเลิศของกล้อง Alpha NEX series โดยศิลปินภาพถ่ายชั้นนำของเมืองไทยที่เคยแสดงผลงานในนิทรรศการ “เห็น” ทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา พร้อมด้วยศิลปินรับเชิญอีก 5 ท่าน ซึ่งได้เคยฝากฝีมือไว้ในวงการถ่ายภาพ และการประกวดผลงามภาพถ่ายในระดับนานาชาติมาแล้ว รวมทั้งสิ้น 16 คน คือ นิติกร กรัยวิเชียร, คณชัย เบญจรงคกุล, นภดล โชตะสิริ, อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ, อานนท์ ฮุนตระกูล, ถาวร โกอุดมวิทย์, อนัฆ นวราช, สตีเฟน เพตติเฟอร์, โอม พันธุ์ไพโรจน์, ชฤต ภู่ศิริ, โดมินิค เราซ, ศุภร ชูทรงเดช, อลงกรณ์ ศรีประเสริฐ, กนก สุริยสัตย์, ราล์ฟ ทูเท็น และดาว วาสิกศิริ
Sony Playstation 3 Slim Review: สุดยอด Multimedia Hub ความสามารถรอบตัว (ตอนที่ 1)
By: mrzane | Date: 4 October 2009 | อ่าน 38,046 | 9 ความเห็น

« ก่อนหน้านี้     หน้าต่อไป »  

Performance:

ผมขอข้ามการทดสอบความสามารถในด้านการเล่นเกมของ PS3 Slim ไป เนื่องจาก PS3 Slim ทำได้ทุกอย่างเทียบเท่ากับ PS3 ตัวอ้วน บทความนี้จะเน้นกล่าวถึงความแตกต่างด้านการเล่น BD/AVCHD และการส่งเสียง HD Audio ออกไปยัง A/V Receiver เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ผมมีข้อสังเกตด้านการทำงานของเครื่อง (ที่ไม่เกี่ยวกับความสามารถในการเล่นเกม) ดังนี้:

  • เครื่องทำงานเสียงดังขึ้น โดยสังเกตได้ชัดเจนเมื่อเปิดเครื่องครั้งแรก เสียงพัดลมจาก PS3 Slim จะดังกว่า PS3 ตัวอ้วนอยู่เล็กน้อย แต่จะดังสม่ำเสมอ ต่างจาก PS3 ตัวอ้วนที่เสียงพัดลมอาจเบาในช่วงแรก แต่จะดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อใช้งานต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานๆ
  • จากการทดสอบ ผมไม่พบความแตกต่างในแง่ของความเร็วการโหลดแผ่นระหว่าง PS3 Slim และ PS3 ตัวอ้วน แต่พบว่า PS3 Slim นั้นอ่านแผ่นเสียงดังกว่าเล็กน้อย โดยเฉพาะในขณะเล่นเกม ซึ่งปกติแล้วจะต้องมีการอ่านข้อมูลแบบ random ทำให้หัวอ่านต้องย้ายตำแหน่งอยู่บ่อยๆ แต่สำหรับการเล่นหนัง DVD/BD นั้นจะมีเสียงจากไดร์ฟเฉพาะตอนที่โหลดแผ่นเข้าไปครั้งแรกเท่านั้น เนื่องจากการเล่นหนังหัวอ่านจะการอ่านข้อมูลแบบเรียงลำดับกันไปเรื่อยๆ (sequential reading) ทำให้ไม่มีเสียงอ่านแผ่นแต่อย่างใด
  • PS3 Slim ค่อนข้างจะมีความร้อนสะสมเมื่อใช้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานๆ แต่ก็ไม่ร้อนมากจนน่าเป็นกังวล
  • เมื่อกดปุ่มจาก Dualshock 3 เพื่อเปิดเกมขึ้นมา จะไม่มีโลโก้ Playstation 3 ขึ้นมาเหมือนกับ PS3 ตัวอ้วน แต่จะเป็นหน้าจอสีดำก่อนที่เกมจะถูกโหลดขึ้นมา

ระบบเมนูแบบ Xross Media Bar ของ PS3 Slim มีหน้าตาและฟังก์ชันเหมือนกับ PS3 รุ่นพี่เกือบทุกอย่าง และสามารถใช้ Firmware ร่วมกับรุ่นพี่ได้อีกด้วย

DSCF0239

DSCF0242

Sony ได้เปลี่ยน HDMI Chipset ของ PS3 Slim ใหม่ ทำให้มันสามารถส่งสัญญาณเสียงแบบ HD แบบ bitstream ไปถอดรหัสที่ A/V Receiver ที่สนับสนุนได้ ต่างจาก PS3 ตัวอ้วน ซึ่งต้องถอดรหัสด้วย Software ของมันเอง แล้วจึงส่งสัญญาณเป็น Multichannel PCM ไปยัง A/V Receiver อีกทีหนึ่ง ถึงแม้ว่าเสียง Lossless อย่าง Dolby TrueHD หรือ DTS-HD Master Audio จะเป็นแบบ mathematically lossless หรือว่ากันตามหลักการแล้ว ไม่ว่าจะถอดรหัสโดย PS3 หรือ A/V Receiver คุณภาพเสียงก็ควรจะไม่ต่างกัน แต่ Audiophile หลายๆ ท่านคงจะพอใจกับการมอบภาระถอดรหัสเสียงให้กับ A/V Receiver ตัวโปรดมากกว่า เพราะอย่างน้อยก็ทำให้มันใจว่าสัญญาณเสียงที่ส่งออกมาจาก PS3 Slim นั้นจะไม่ถูกแตะต้องจนกว่ามันจะถูกส่งมายัง A/V Receiver

PS3 Slim จะตรวจสอบความสามารถ (capability) ของ A/V Receiver ที่เชื่อมต่ออยู่โดยอัตโนมัติ จากภาพด้านล่างจะสังเกตเห็นว่ามันสามารถเลือกระบบเสียงที่ A/V Receiver สนับสนุนได้โดยอัตโนมัติ

DSCF0243

DSCF0244

เมื่อตั้งค่าให้ PS3 ส่งเสียง HD แบบ Bitstream มายัง A/V Receiver พบว่า PS3 Slim สอบผ่านฉลุยจากการทดสอบเล่น Blu-ray disc ที่มีระบบเสียงแบบ Dolby TrueHD และ DTS-HD Master Audio โดย A/V Receiver สามารถตรวจสอบและถอดรหัสสัญญาณเสียงทั้งสองประเภทได้อย่างถูกต้อง รวมถึงสามารถเล่นภาพยนตร์ที่บันทึกมาแบบ 24p ได้อย่างถูกต้องอีกด้วย

PS3 ตัวอ้วน ถือว่าเป็นราชาแห่งการโหลดแผ่น และการโหลด BD-J เพราะสามารถทำได้รวดเร็วกว่าเครื่องเล่น BD แบบ Standalone ส่วนใหญ่ในตลาด และผมมีความยินดีที่จะแจ้งว่า PS3 Slim ก็ไม่ทำให้คุณผิดหวังเช่นเดียวกัน

DSCF0246

DSCF0248

DSCF0248

DSCF0232

DSCF0258

DSCF0258

DSCF0233

ในแง่การสนับสนุน BD-Live (Profile 2.0) – PS3 Slim ก็ทำได้เช่นเดียวกับรุ่นพี่

DSCF0252

สำหรับแฟนๆ หนัง AVCHD ไม่ว่าจะเล่นจากแผ่น DVD 5/9 หรือเล่นจากไฟล์ที่ rip มาจากแผ่น Blu-ray โดยตรงผ่าน External Harddisk คุณสามารถเล่นหนังดังกล่าวด้วย PS3 Slim เช่นเดียวกัน และถ้าหนังของคุณมีแทร็กเสียงแบบ Dolby TrueHD หรือ DTS-HD Master Audio คุณก็สามารถส่งเสียงดังกล่าวเป็นแบบ bitstream เพื่อไปถอดรหัสที่ A/V Receiver ได้เช่นเดียวกับการเล่นหนังจาก Blu-ray disc ทุกประการ

เช่นเดียวกับ PS3 รุ่นพี่ — รุ่นน้องอย่าง PS3 Slim สนับสนุนการเล่นไฟล์มัลติมีเดียหลากหลาย อาทิ MPEG-1, MPEG-2, MPEG-4/h.264 และ WMV ผ่านทางฮาร์ดดิสก์, แผ่น DVD/BD, USB 2.0 หรือ DLNA Server และสามารถเล่นไฟล์เพลง MP3, AAC, MP4 และ ATRAC3 ได้อีกด้วย นอกจากนี้ฟังก์ชัน Slideshow ยังมีลูกเล่นที่หลากหลาย และยังมีความสามารถในการ browse ดูเว็บ รวมถึงดูคลิปวีดีโอจาก Youtube และเว็บไซท์อื่นๆ ที่สนับสนุน Flash Video ได้อีกด้วย

DSCF0259

DSCF0261

DSCF0262

DSCF0262

Conclusion:

PS3 Slim เป็นอีกหนึ่งในทางเลือกที่เหมาะสมทีเดียวหากคุณกำลังมองหาเครื่องเล่น Blu-ray Disc สักเครื่อง เพราะนอกจากราคาที่ใกล้เคียงกับเครื่องเล่น BD แบบ standalone แล้ว คุณยังได้รับ Multimedia Hub ชั้นดีที่สามารถเล่นเกม ดูภาพ ดูหนัง ฟังเพลงได้อย่างครบครัน และด้วยขนาดของ Cell ที่เล็กลง ทำให้เครื่องกินพลังงานน้อยกว่า PS3 ตัวอ้วนอยู่มาก คุณจึงไม่ต้องกังวลกับบิลค่าไฟมหาโหดอีกด้วย

ส่วนข้อดี/ข้อเสียของ PS3 Slim จากการรีวิว สามารถสรุปได้ดังนี้ครับ

ข้อดี:

  • ขนาดเล็ก พกพาสะดวก และมี Power Supply ในตัว (Hello Microsoft!!)
  • ใช้พลังงานน้อยกว่า PS3 ตัวอ้วน
  • สนับสนุน Bitstream HD Audio ผ่าน HDMI
  • เสียงพัดลมที่เบากว่า PS3 ตัวอ้วนเมื่อใช้งานแบบ Full Load

ข้อเสีย:

  • ความร้อนสะสมของตัวเครื่องในขณะทำงาน ถึงแม้ว่าจะน้อยกว่า PS3 ตัวอ้วน แต่ก็ถือว่าค่อนข้างร้อนอยู่
  • วัสดุเป็นรอยนิ้วมือ และคราบไขมันได้ง่าย
  • BD Drive ส่งเสียงดังในขณะเล่นเกม
  • เสียงพัดลมภายในที่ส่งเสียงฮัมเบาๆ อาจทำให้คุณรำคาญขณะชมภาพยนตร์ เมื่อเทียบกับเครื่องเล่น BD โดยเฉพาะ
  • USB 2.0 Port ที่ให้มาเพียง 2 Port เท่านั้น
  • ไม่สนับสนุนเกม PS2
  • ไม่มีพอร์ท IR และ Card Reader

« ก่อนหน้านี้ 1 2 หน้าต่อไป »

 
 
Comments ความคิดเห็น (9)
Anonymous (202.173.216.xxx) | 13/07/2553 : 13:43      

สุดยอดไปเลย

ความคิดเห็นที่ 9
Anonymous (114.165.154.xxx) | 27/02/2553 : 22:28      

มันก็เสียงดัง ไม่ต่างกันคับ การอ่านเเผ่น เพียงเเต่ว่า slim นั้น กรอบมันบางขึ้นมันก้เลยทำให้เสียงฟังดุดังขึ้นมา
ตัวอ้วนดำ กรอบมันหนา มันเลยกลบเสียง ในขณะอ่านเเผ่น พัดลมมันก้ดังขึ้น เรื่อยๆ ทำให้ไม่ได้ยินเสียงอ่านแผ่นสักเท่าไร
ที่สังเกตดูนะ เพราะผมมี ทั้ง รุ่น 60 G เเละslim 250 G (ตัวใหม่) ผมเทสดูเเล้ว

ความคิดเห็นที่ 8
Video Review: PS3 Slim – สุดยอด Multimedia Hub ความสามารถรอบตัว (ตอนที่ 2) | LCDSPEC.COM (203.150.224.xxx) | 21/12/2552 : 00:59      

[...] LCDSpec ได้นำเสนอบทความรีวิว Playstation 3 Slim ที่กล่าวถึงความแตกต่างระหว่าง PS3 [...]

ความคิดเห็นที่ 7
Anonymous (61.91.73.xxx) | 07/12/2552 : 21:43      

[IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/7.gif[/IMG]อยากได้..อยากได้..

ความคิดเห็นที่ 6
พาเดินเล่นสบายๆ แบบเอาใจคอเกมเมอร์ที่บูธPS3 ณ งาน Commart Comtech ‘09 | LCDSPEC.COM (203.150.224.xxx) | 06/11/2552 : 02:57      

[...] Sony Playstation 3 Slim Review  ทางทีมงาน LCDSPEC [...]

ความคิดเห็นที่ 5
Anonymous (202.149.25.xxx) | 18/10/2552 : 00:25      

สุดยอดเลยครับ อยากได้สักเครื่อง (เดี๋ยวเตรียมหาตังก่อน)[IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/9.gif[/IMG]

ความคิดเห็นที่ 4
Anonymous (124.121.24.xxx) | 17/10/2552 : 11:28      

[IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/2.gif[/IMG]ว้า…ถ้าซื้อตัวนี้มา แผ่น ps2ที่บ้านเยอะแยะก็ใช้มะได้ดิ..เฮ้อ..กำเจงๆ[IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/2.gif[/IMG]

ความคิดเห็นที่ 3
สมาชิก LCD (124.157.132.xxx) | 07/10/2552 : 18:25      

แหล่มมากเลย นะนี่ [IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/5.gif[/IMG]

ความคิดเห็นที่ 2
สมาชิก LCD (202.91.19.xxx) | 06/10/2552 : 14:31      

สุโค่ย [IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/1.gif[/IMG]

ความคิดเห็นที่ 1

     ร่วมแสดงความคิดเห็น / ไม่มีการตอบกลับ

LCD SPEC COMMENT
 
user/password เดียวกับเว็บบอร์ด สมัครสมาชิก
Username: Password:
ความคิดเห็น :
 
 
 
Tag: 3D 1080p Acer benq Blu-ray Blu-ray player Bravia Brochure ces commart DLNA DVI full hd Full HD 1080P hd HDMI HDTV IPS lcd LCD monitor lcd tv LED LED backlight LED Backlit LED Monitor LED TV LG monitor OLED OLED TV Panasonic Philips Pioneer Plasma Plasma TV PS3 Samsung sharp Sony Toshiba tv USB VGA Viera wifi
COPYRIGHT@2010 LCDSPEC.COM ALL RIGHTS RESERVED.
 0 Users Online