Buver's Guide Review HD Contents HD Accessories HD Event Promotions
เทคนิคระดับเทพ เลือกซื้อจอ LCD TV
เราคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้จอแบนๆ อย่าง LCD ได้เข้ามามีบทบาทมากมายในชีวิตประจำวันของเรา และปัจจุบันนี้ก็มีจอ LCD จากผู้ผลิตหลายๆ ราย ที่แต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อมีความสามารถหลากหลายชนิดที่เรียกว่าเลือกกันไม่ถูกเลยทีเดียว ในโอกาสนี้ทีมงาน LCDSPEC.com จะแนะนำองค์ประกอบต่างๆ ที่ควรพิจารณา และเคล็ดไม่ลับในการเลือกซื้อ LCD monitor หรือ LCD TV ให้ถูกใจคุณที่สุดนะครับ เราคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้จอแบนๆ อย่าง LCD ได้เข้ามามีบทบาทมากมายในชีวิตประจำวันของเรา และปัจจุบันนี้ก็มีจอ LCD จากผู้ผลิตหลายๆ ราย ที่แต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อมีความสามารถหลากหลายชนิดที่เรียกว่าเลือกกันไม่ถูกเลยทีเดียว ในโอกาสนี้ทีมงาน LCDSPEC.com จะแนะนำองค์ประกอบต่างๆ ที่ควรพิจารณา และเคล็ดไม่ลับในการเลือกซื้อ LCD monitor หรือ LCD TV ให้ถูกใจคุณที่สุดนะครับเอ… แล้วจอ LCD มันดีตรงไหนครับ? ทำไมผมถึงจะต้องเปลี่ยนจากจอแก้วมาใช้ LCD ด้วย?คุณสมบัติแรกของ LCD TV ที่เตะตาคุณตั้งแต่แรกพบเลยก็คือ ขนาดที่กระทัดรัด และผอมบางมากเมื่อเทียบกับจอหลอดแก้ว (หรือจอ CRT) ทั่วไป นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติที่เป็น “จอแบน” อย่างแท้จริงอีกด้วย ทำให้จอ LCD สามารถแสดงภาพได้อย่างไม่บิดเบี้ยว หรือผิดเพี้ยน คุณสามารถบอกลาเส้นตรงแบบ “หลอกๆ” บนจอแก้วโค้งๆ อย่างจอ CRT ไปได้เลยครับ และด้วยความเพรียวบางของมันนี่เอง ทำให้คุณมีอิสระในการวางจอได้มากขึ้น โดยไม่ต้องอาศัยพื้นที่มากนัก หรืออาจจะแขวนไว้กับผนังก็ดูเท่ไม่เบาเลยครับ แถมมันยังสามารถเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นงามประดับห้องนั่งเล่นของคุณได้อีกด้วยนอกจากนี้จอ LCD TV ยังสามารถรองรับการใช้งานในอนาคตมากกว่าทีวีทั่วไปอีกด้วย โดยนอกจากพวกมันจะสามารถแสดงภาพความละเอียดสูงจาก source ต่างๆ เช่นเครื่องเล่น DVD, เครื่องเล่น Blu-ray disc, เครื่องเล่นเกม หรือเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว ในอนาคตถ้าฟรีทีวีบ้านเราเปลี่ยนระบบออกอากาศเป็นแบบดิจิตอล ที่ให้ความคมชัดของภาพและเสียงเหนือกว่าระบบอนาล็อกในปัจจุบันอยู่มาก คุณก็อุ่นใจได้เลยว่า LCD TV เมื่อเอาไปต่อกับ digital receiver box แล้ว LCD ตัวเก่งของคุณจะสามารถแสดง content เหล่านี้ได้สบายๆผมชักจะสนใจ LCD TV ขึ้นมาแล้วสิครับ เอ… แล้วถ้าผมอยากจะซื้อมาใช้ซักตัวนึง ผมจะต้องพิจารณาอะไรบ้างครับ? องค์ประกอบหลักๆ ที่ควรพิจารณาในการเลือกซื้อ LCD TV มีทั้งหมด 8 ประเด็นด้วยกันครับ นั่นคือ: 1. ขนาดของจอ– จอ LCD มีขนาดให้เลือกค่อนข้างหลากหลายทีเดียว ที่มีขายในบ้านเรานั้นมีให้เลือกตั้งแต่ขนาด 20 นิ้วไปจนถึงขนาด 80 นิ้ว ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งาน และงบประมาณของคุณ แน่นอนครับ ขนาดที่ใหญ่กว่าย่อมให้ภาพที่ใหญ่อลังการ และดูคล้ายกับจอหนังในโรงภาพยนตร์มากขึ้น จอใหญ่ๆ จะเหมาะสมกับห้องกว้างๆ เช่นห้องนั่งเล่น ที่คุณสามารถนั่งชมภาพยนตร์กับสมาชิกในครอบครัวได้ ส่วนจอที่มีขนาดเล็กลงมา จะเหมาะกับห้องที่มีขนาดเล็กลง เช่นห้องนอนเป็นต้น แต่อย่าลืมนะครับว่า ยิ่งจอใหญ่เท่าไหร่ ราคาก็ขยับสูงขึ้นไปเท่านั้นคนส่วนใหญ่จะเลือกซื้อจอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่งบประมาณที่ตั้งไว้จะสามารถซื้อได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเลือกขนาดของจอที่เหมาะสม ควรพิจารณาจากระยะการรับชมเป็นหลัก โดยขนาดของจอควรมีความสัมพันธ์กับระยะห่างที่คุณตั้งใจเอาไว้ว่าคุณจะนั่งดูทีวี ตัวอย่างเช่น หากคุณซื้อจอขนาด 40 นิ้ว เพื่อมานั่งชมในระยะห่างไม่ถึง 1 เมตร คุณคงรู้สึกไม่สบายตาแน่ๆ แต่ถ้าคุณนั่งห่างออกมาซัก 2 – 4 เมตร ก็จะเป็นระยะที่ดูแล้วสบายที่สุด และเป็นระยะที่จะได้รับประโยชน์จาก LCD TV ของคุณได้อย่างเต็มที่ตารางข้างล่างนี้แสดงขนาดจอที่เราแนะนำ เมื่อเปรียบเทียบกับระยะห่างในการชมที่คุณตั้งใจไว้ขนาดของจอระยะการชมที่แนะนำ (โดยประมาณ) 20 นิ้ว60 เซนติเมตร - 2 เมตร24 นิ้ว1 – 1.8 เมตร26 นิ้ว1 – 2 เมตร32 นิ้ว1.2 – 3 เมตร37 นิ้ว1.5 – 3.5 เมตร40 นิ้ว2 – 4 เมตร46 นิ้ว2.5 – 5 เมตรตัวเลขจากตารางข้างบน เป็นตัวเลขที่เราแนะนำเท่านั้น การเลือกขนาดที่เหมาะสมควรเลือกขนาดที่คุณคิดว่าลงตัวที่สุดกับระยะการชมที่คุณต้องการ หากสนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถอ่านได้จากบทความที่เว็บไซท์ www.lcdspec.com ครับ2. Response time– การวัด response time หมายถึงค่าที่ได้จากการวัดระยะเวลาของเม็ดพิกเซลที่ใช้ในการแสดงสีดำสนิท –> เปลี่ยนเป็นสีขาวสนิท –> และเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอีกครั้ง (pixel หมายถึงเม็ดสีหรือจุดสีซึ่งเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของ LCD) ยิ่งตัวเลข response time น้อยเท่าไหร่ ยิ่งหมายความว่าคุณจะเห็นเอฟเฟคท์ต่างๆ เช่น เงา (ghosting) หรือ ขอบของวัตถุที่ลากเป็นทางยาว (streaking) ได้น้อยลงเท่านั้น ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการแสดงภาพเคลื่อนไหวเร็วๆ เช่นการเล่นเกม หรือภาพการแข่งกีฬา เป็นต้นแต่เนื่องจากปัจจุบัน ผู้ผลิตแต่ละรายใช้วิธีการวัด response time ที่ไม่เหมือนกัน จึงเอาตัวเลขนี้มาเป็นหลักในการพิจารณาได้ไม่ทั้งหมด เพราะฉะนั้นคุณจึงควรเอาหนัง หรือเกมแผ่นโปรดไปเปิดทดสอบด้วยตนเองที่ร้านครับ3. ความละเอียดของ Panel (Panel resolution)– จอ LCD TV ที่มีขายในบ้านเราโดยส่วนใหญ่จะมีอยู่ 2 ประเภท นั่นคือจอ HD Ready และจอ Full HD ซึ่งตัวเลขความละเอียดของหน้าจอนั้น เป็นตัวบอกจำนวนของจุดสี (หรือเม็ดพิกเซล) ที่ประกอบขึ้นมาเป็นจอนั้น• จอ HD Ready มีความละเอียดอยู่ที่ 1366 x 768 พิกเซล ซึ่งหมายถึงว่ามีจำนวนพิกเซลในแนวนอน 1366 จุด และแนวตั้ง 768 จุด ซึ่งคำนวณออกมาแล้วจะได้จำนวนพิกเซลทั้งหมด 1,049,088 จุด หรือประมาณ 1 ล้านพิกเซลนั่นเอง• จอ Full HD มีความละเอียดอยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเมื่อคำนวณออกมาแล้วจะได้จำนวนพิกเซลทั้งหมด 2,073,600 พิกเซล หรือประมาณ 2 ล้านพิกเซลนั่นเองความละเอียดของ Panel ยิ่งสูงเท่าไหร่ ยิ่งหมายถึงว่ามันสามารถแสดงรายละเอียดของภาพได้มากขึ้นเท่านั้น ลองนึกเปรียบเทียบจอ 40 นิ้วแบบ HD Ready กับแบบ Full HD ดูนะครับ จอทั้งสองตัวนี้มีขนาด 40 นิ้วเท่ากันก็จริง แต่จอแบบ Full HD จะสามารถแสดงรายละเอียดยิบย่อยได้ดีกว่า เนื่องจากในพื้นที่ 40 นิ้วเท่ากันนั้น มันมีจำนวนเม็ดพิกเซลที่บรรจุอยู่ในนั้นมากกว่าประมาณ 2 เท่า ซึ่งทำให้ภาพดู “เนียน” มากขึ้นนั่นเองจอแบบ HD Ready ถูกออกแบบมาให้แสดงผลที่ความละเอียด 720p (720 เส้น) แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณป้อนสัญญาณที่มีความละเอียดสูงกว่านั้นเข้าไป (เช่น 1080i หรือ 1080p) จอ HD Ready ก็จะเอาสัญญาณภาพไปผ่านวงจรลดขนาดภาพให้เหลือเท่ากับ 720p เพื่อให้สามารถแสดงผลบน Panel ที่มีความละเอียดต่ำกว่าสัญญาณที่ป้อนเข้าไปได้ส่วนจอแบบ Full HD เมื่อคุณป้อนสัญญาณแบบ 1080i หรือ 1080p (1080 เส้น) เข้าไป จอก็จะเอาไปแสดงผลได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านวงจรขยายภาพก่อน แต่ถ้าคุณป้อนสัญญาณแบบ 480p หรือ 720p เข้าไป จอก็จะเอาสัญญาณนั้นไปขยายให้มีขนาดเท่ากับ 1080p เพื่อให้สามารถแสดงบน Panel ได้อย่างไรก็ตาม ความละเอียดก็ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการเลือกซื้อ LCD TV เพราะมันขึ้นอยู่กับ content ที่คุณจะเอามาแสดงบนจอด้วย คุณสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของ Panel resolution กับระยะการชม รวมถึงความแตกต่างของ 720p, 1080i และ 1080p ได้ที่เว็บไซท์ www.lcdspec.com ครับ4. ความสว่าง (brightness)– ความสว่างของจอ LCD นั้นเป็นการวัดความเข้มของแสงที่จอ LCD สามารถแสดงได้ โดยมีหน่วยเป็น cd/m2 (candela per square meter) หรือ nits — ความสว่างเป็นตัวแปรสำคัญตัวหนึ่งของจอ LCD ทีเดียว จอที่สว่างมาก ก็จะสามารถสู้แสงสว่างมากๆ ได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในกรณีที่คุณเอาทีวีไปตั้งไว้ในห้องที่มีแสงสว่างเยอะๆโดยทั่วไปแล้ว LCD ที่มีวางขายในตลาดบ้านเรา จะมีความสว่างอยู่ที่ 300 nits ขึ้นไป และความสว่างที่เหมาะสมควรอยู่ที่ประมาณ 400 nits แต่ถ้าจะสว่างกว่านั้นก็ไม่ผิดกติกาอะไรครับ5. Contrast Ratio– ความหมายของ Contrast ratio คืออัตราส่วนระหว่างจุดที่มืดที่สุดกับจุดที่สว่างที่สุดที่จอสามารถแสดงได้ในเวลาเดียวกัน ซึ่งในทางปฏิบัติแล้ว Contrast ratio ที่ดีพอ จะช่วยให้จอสามารถแสดงรายละเอียดในส่วนมืด และส่วนสว่างของภาพได้ดียิ่งขึ้น และ contrast ratio สูงๆ จะช่วยให้จอสามารถแสดงรายละเอียดของภาพในฉากที่มืดๆ ได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วยจอ LCD ที่มีขายในบ้านเราในปัจจุบัน มีค่า Contrast ratio ตั้งแต่ 2000:1 ขึ้นไปจนถึง หลายล้านต่อหนึ่งก็มี จึงทำให้ตัวเลขนี้ดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าไรนัก จอที่เราแนะนำควรจะมี dynamic contrast ratio ประมาณ 30000:1 ขึ้นไป และหากคุณสนใจเกี่ยวกับรายละเอียดในเรื่อง contrast ratio และความแตกต่างของ Panel contrast ratio กับ dynamic contrast ratio อย่าลืมเข้าไปศึกษาได้ในเว็บไซท์ของเรานะครับ6. มุมมองการรับชม (viewing angle)– มุมมองการรับชม หมายถึงมุมมองในการรับชมจากด้านข้าง, ด้านบน หรือด้านล่างที่สามารถรับชมได้โดยคุณภาพของภาพไม่ลดลง ลองนึกเปรียบเทียบกับทีวีจอแก้วเลยครับ คงไม่มีใครนั่งชมทีวีตรงหน้าจอตลอดเวลาได้แน่ๆ ถึงแม้ว่าคุณจะนั่งอยู่กลางจอพอดี แต่เพื่อนที่นั่งอยู่โซฟาตัวเดียวกับคุณก็จะต้องมองทีวีในมุมด้านข้าง หรือแม้แต่เวลาคุณวางหน้าจอไว้ที่โต๊ะ และนั่งกับพื้นเพื่อเล่นวีดีโอเกม คุณก็ต้องมองภาพบนจอจากมุมด้านล่างเช่นเดียวกันธรรมชาติของจอ LCD นั้นมีข้อจำกัดในเรื่องของมุมมอง ทำให้มันไม่สามารถมองได้ทุกมุมอย่างจอ CRT ได้ ผู้ผลิตจอจึงได้เอาตัวเลของศาการมอง (viewable angle) มาเป็นจุดขายของ LCD TV ด้วย โดยตัวเลขที่ผู้ผลิตโฆษณานั้นจะแสดงเป็นตัวเลข เช่น 160/160 หมายถึง คุณสามารถมองภาพบนจอนั้นด้วยมุมมองด้านข้าง/ด้านบนหรือล่าง ได้กว้างสูงสุดที่ 160 องศา โดยที่ภาพไม่มีอาการสีเพี้ยนให้เห็นตัวเลข viewing angle ยิ่งใกล้ 180 องศาเท่าไหร่ ยิ่งหมายความว่าจอ LCD นั้นมีมุมมองที่กว้างมากนั่นเอง7. ความสามารถในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ (connectivity)– อีกประเด็นที่ควรพิจารณาในการเลือกซื้อ LCD TV คือ จำนวนช่องสัญญาณประเภทต่างๆ ที่มีมาให้ ตรงนี้ควรเลือกให้สอดคล้องกับความต้องการของคุณ หากคุณมีแผนที่จะเอา LCD TV ตัวนี้ไปต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ เช่น เครื่องเล่น DVD, เครื่องเล่นเกมอย่าง XBOX 360 หรือ Playstation 3 หรือแม้แต่เครื่องคอมพิวเตอร์, กล้องดิจิตอล และอุปกรณ์พกพาต่างๆ คงไม่สนุกแน่ๆ ถ้าทีวีของคุณมีพอร์ท HDMI เพียงพอร์ทเดียว แต่คุณมีอุปกรณ์ที่ใช้ HDMI อยู่ 3 ชิ้น และคุณจะต้องถอดอุปกรณ์สลับไปมาเวลาที่คุณต้องการใช้งานพอร์ทต่างๆ ที่เราแนะนำว่า LCD TV ควรจะมีคือ:• พอร์ท HDMI (High Definition Multimedia Interface) สำหรับต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ที่ส่งสัญญาณแบบดิจิตอล เช่นเครื่องเล่น Blu-ray disc, เครื่องเล่น DVD และคอมพิวเตอร์ เป็นต้น เราแนะนำว่าจอ LCD ของคุณควรมีพอร์ท HDMI อย่างน้อย 2 พอร์ท• พอร์ท Component เป็นพอร์ทรับสัญญาณอนาล็อกคุณภาพสูง ซึ่งควรจะมีอย่างน้อย 2 พอร์ท• พอร์ท Composite และ S-Video สำหรับต่ออุปกรณ์ที่มีช่อง AV-Out หรือ S-Video out ทั่วไป ซึ่งพอร์ทนี้ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นมาตรฐานที่ให้มากับ LCD TV แทบจะทุกรุ่น• พอร์ท VGA หรือ D-Sub สำหรับเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์แบบอนาล็อก หรือเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ที่มีช่อง VGA out ตรงนี้สามารถเลือกให้ตรงกับความต้องการของคุณ หากคุณไม่ต้องการใช้มัน ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อ LCD TV ที่มีพอร์ทนี้• พอร์ท LAN สำหรับเชื่อมต่อ internet หรือเล่นไฟล์มัลติมีเดียจาก UPNP (DLNA) server พอร์ทนี้จะพบได้ใน LCD TV แบบไฮเอนด์ หากคุณไม่มีความจำเป็นต้องใช้มัน ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อ LCD TV ที่มีพอร์ทนี้8. เสียง (sound)– LCD TV ทั่วไปจะติดลำโพงมาด้วยอยู่แล้ว การเลือกลำโพงให้ถูกใจนั้นไม่มีกฏเกณฑ์ที่ตายตัว เพราะมันขึ้นอยู่กับรสนิยม และความต้องการของผู้ฟังเป็นหลัก ข้อควรระวังในประเด็นนื้คือ จอ LCD บางรุ่น โดยเฉพาะรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับใช้เป็น Monitor จะไม่มีลำโพงติดมาด้วย เพราะฉะนั้นคุณจะต้องหาซื้อลำโพงมาใช้ต่างหาก เราจึงขอแนะนำให้ศึกษาสเป็กให้ละเอียดก่อนเลือกซื้ออ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ทีมงาน LCDSPEC หวังว่าคุณจะสามารถเลือกซื้อ LCD TV ได้ถูกใจมากยิ่งขึ้นนะครับ หากคุณสนใจอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติม ทั้งรายละเอียดทั่วไป และรายละเอียดทางเทคนิค สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซท้ www.lcdspec.com ของเรา ซึ่งมีทั้งสาระความรู้และข่าวสารต่างๆ เกี่ยวกับวงการ LCD รวมถึงบทความน่ารู้ และรีวิวจอ LCD เด็ดๆ ให้ตัดสินใจก่อนเลือกซื้อ นอกจากนี้เรายังมีเว็บบอร์ดสำหรับให้สมาชิกได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และความรู้ต่างๆ ด้วยครับแล้วพบกันนะครับDownload บทความนี้————————————————————————————————————————————————————–สงวนสิทธิ์: 2551 LCDSPEC.com ห้ามทำซ้ำส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมดของบทความนี้โดยไม่ได้รับอนุญาติ
Review: Acer S231HL – LED Monitor 23″ Full HD ประสิทธิภาพเต็มที่ ดีไซน์บางเฉียบ
ในวันนี้ LCDSPEC ได้มีโอกาสสัมผัสกับ LED Monitor รุ่นใหม่จากทาง Acer กัน ในรุ่น S231HL เป็นจอ Widescreen ที่มีขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว สัดส่วนยอดนิยม 16:9 อีกทั้งยังมีความละเอียดระดับ Full HD (1920×1080พิกเซล) มีคอนทราสต์ที่สูงถึง 12,000,000:1 และอัตราความเร็วตอบสนองที่ 5msหน้าจอเป็นแบบจอด้าน สำหรับความสามารถอื่นๆ LED Monitor รุ่นนี้ พูดกันตามความเป็นจริงก็บอกได้เลยครับว่าไม่มี ก็แน่ล่ะราคาแค่หกพันบาทต้นๆ จะใส่อะไรมากมายได้อย่าง ทำให้การรีวิวครั้งนี้เราก็จะมาเน้นในส่วนของเวลานำไปใช้งานจริงกันนะครับ ว่าสามารถตอบโจทย์การใช้งานแต่ละประเภทว่าได้ดีเพียงใดครับคราวนี้เรามาลองแกะกล่องดูกันเลยดีีกว่าว่าเจ้า LED Monitor: Acer S231HL นั้นจะมีอะไรมาบ้าง ซึ่งพร้อมด้วย สายสัญญาณทั้ง Digital (DVI) และ Analog (D-Sub) และที่จะขาดซะไม่ได้ก็เห็นจะเป็นอแดปเตอร์ไฟแบบภายนอก เนื่องจากจอได้ออกแบบมาให้มีความบางค่อนข้างมากเลยทำให้ต้องแยกภาคจ่ายไฟออก มาวางไว้ข้างนอกอีกทีLED Monitor Acer S231HL ที่มากับขนาดจอใหญ่ถึง 23 นิ้ว แบบไวด์สกรีน 16:9 บนความละเอียดสูงสุดที่ 1920 x 1080 จุดภาพ (FullHD) ที่ให้อัตราความคมชัดมากถึง 12ล้าน:1 (ACM) และความเร็วตอบสนองที่อาจจะดูเป็นมาตรฐานสักหน่อยคือ 5ms โดยสนนราคาค่าตัวตามโบร์ชัวอยู่ที่  6,540 บาท ซึ่งในส่วนของราคาจะเห็นว่าราคาก็จัดได้ว่าสมเหตุสมผลอยู่ แต่ยังไงก็ยังน่าเสียดายที่น่าจะติดตั้งพอร์ต HDMI มาให้ด้วยเลย เผื่อว่าใครอย่างเอาไปต่อกับเครื่องเล่นเกมคอนโซล หรือแม้แต่การ์ดจอพีซีรุ่นใหม่ๆ ที่ในปัจุบันควรจะมี HDMI กันหมดแล้วครับหลังจากที่ได้แกะออกมาแล้ว ก็พบกับ… โฟมครับ… อ่อไม่ใช่ครับ พระเอกของเราเองครับ LED Monitor: Acer S231HL ที่เล่นกับตัวกรอบแบบ Glossy ในสีที่ดำสนิท หน้าตาโดยรวมดูเรียบหรูในส่วนฐานก็ไม่ได้ดูหวือหวาอะไรมากนักเป็นเพียงฐานกลมรีขัดมันแบบ Glossy ลักษณะเดียวกับตัวจอส่วนด้านหลังนั้นก็ออกมาแบบเรียบๆ ครับ มีป้ายสติกเกอร์บ่งบอกว่าเป็น S231HL เพียงจุดเดียวของเครื่อง ถัดมาตรงกลางของเครื่องจะเป็นสกรูสำหรับขันยึดกับขาตั้ง และขวาสุดเป็นพอร์ตต่างๆ ครับอ่อทางมุมบนซ้ายเป็นตัวอัดนูนโลโก้ acer ที่เห็นได้อย่างชัดเจนลองมาดูความบางของตัวจอกันหน่อยละกันปุ่มต่างๆ นั้นจะอยู่บริเวณด้านล่างขวาของตัวจอ แต่อาจจะสังเกตยากสักหน่อย ที่้เห็นจากในภาพนั่นเป็นปุ่มเปิด/ปิดครับ เวลาจอทำงานจะมีแสงสีฟ้าออกมา ส่วนถ้าเป็นสถานะ Standby จะเป็นสีเหลืองครับมากันที่อีกมุมนึง ที่ดูสวยหรูเรียบๆการเชื่อมต่อของ LED Monitor: Acer S231HL นั้นก็ไม่มีอะไรมากมาย ซึ่งที่แต่ละพอร์ตก็มีการเขียนไว้อย่างชัดเจนด้วย จากซ้าย คือ DVI-D, D-Sub และขวาสุดเป็นช่องต่อเสียบอแดปเตอร์หรือแหล่งพลังงานแหล่งเดียวของจอเลยครับ (ว่าแต่จะมีจอไหนมีช่องต่อไฟเกิน 1 ช่องบ้างเนี่ย –.-” )
มาตราฐานต่างๆของจอภาพที่เรียกกัน WXGA, XGA..?? คืออะไรกัน
คำถามมากมายเกี่ยวกับมาตราฐานของจอภาพที่เรียกกัน XGA, WXGA, WSXGA บลาๆๆ รู้หรือไม่ว่ามันคืออะไร??วันนี้ทีมงาน LCDSPEC มีคำตอบให้ แค่ 5 นาที ก็จะถึงบางอ้อกันเลยทีเดียวด้านล่างเป็นการอ่านค่ามาตราฐานต่างๆจอภาพ Notebook รุ่นใหม่ทั่วไปในตลาดจะเป็น WXGA 1388×768 ที่เรียกกันว่าเป็นแบบ HD (Hi-Definition) สามารถเล่นหนังแบบความละเอียดสูงได้เต็มจอ ไม่มีขอบสีดำด้านบนล่าง (อ่านบทความเพิ่มเติม)  ด้านล่างจะเป็นตารางบอกความละเอียดจอภาพตามชนิดต่างๆทั้งจอภาพโน้ตบุค จอภาพคอมพิวเตอร์ นั้น ส่วนใหญ่จะมีสัดส่วนจอภาพให้เลือกอยู่ 3 ขนาด คือ 4:3 / 16:10 และ 16:9รูปภาพจาก Toshiba, Benqโดยแรกเริ่ม เขาใช้จอ 4:3 มานานแล้วครับ ตั้งแต่จอคอมแบบ CRT หรือ จอโทรทัศน์แบบหลอด จนมาเป็นโน้ตบุคที่ใช้จอ LCD ก็ยังคงใช้ 4:3 ความละเอียดตั้งแต่ VGA: 640×480 SVGA: 800×600 XGA: 1024×768 SXGA: 1280×1024 สำหรับโน้ตบุคในตลาดตอนนี้ ไม่มี สัดส่วนนี้ขายแล้วครับ จะมีก็แต่จอคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ที่ยังพอมีเหลือให้เห็นกันบ้าง.. จอสัดส่วนนี้มีดีตรงที่ เหมาะสำหรับใช้ทำงานพวกเอกสาร ทำงานทั่วไป จะแสดงผลแนวตั้งได้ดีครับ ไม่ต้องเลื่อนจอขึ้นลง ให้ปวดหัว แต่จะมีปัญหาก็ตรงที่เวลาดูหนังจาก DVD จะปรากฏขอบหนาๆให้เห็นครับ แต่สำหรับไฟล์หนังจาก VCD เขาอัดมาเป็น 4:3 อยู่แล้วครับ ก็ดูได้เต็มจอ ไม่มีขอบ เหมือนดูในโทรทัศน์จอแก้ว เลยครับรูปภาพจาก Dellจนกระทั่งกระแสจอ Widescreen เริ่มเข้ามา เมื่อไม่กี่ปีมานี้ ก็เริ่มใช้จอ 16:10 กับ เครื่องคอมพิวเตอร์กันครับ ในขณะที่ จอ LCD TV เขาใช้กันแบบ 16:9 ที่เป็นสัดส่วนในการดูภาพยนตร์จาก DVD ความละเอียดของ 16:10 ที่เห็นกันบ่อยๆ น่าจะเป็น WXGA:1280×800 WXGA+:1440×900 แต่จริงๆแล้วสัดส่วน 16:10 เนี้ย ก็มีความละเอียดให้เลือกอีกนะครับ เช่น WVGA: 840×480 หรือมากกว่านั้นก็เช่น WSXGA: 1680×1050 WUXGA: 1920×1200 แต่ความละเอียดพวกนี้ น้อยค่ายครับ ที่จะยกลงมาใส่ลงโน้ตบุค ถ้าเครื่องนั้นไม่ได้เป็นเครื่องแบบ workstation ที่ต้องการจอภาพใหญ่ ที่ความละเอียดสูงๆน่ะครับ แต่เมื่อเวลานำโน้ตบุคออกไปพรีเซนต์งานกัน ครั้งแรกคุณอาจจะต้องเซตกันให้วุ่นวายเลย เพราะ เครื่องโปรเจคเตอร์ที่ออฟฟิศ ส่วนมากจะเป็นรุ่นไม่ใหม่มากนัก และยังไม่รองรับ Widescreen เลยต้องปรับไปใช้สัดส่วน 4:3 กัน พื้นที่ทำงานก็น้อยลง งานที่ทำมาก็ผิดสัดส่วนอีก แต่ช่วงหลังๆมานี่ โปรเจคเตอร์ก็มี Widescreen ให้เลือกปรับกันแล้ว น่าจะสบายขึ้นมา(บ้าง)นะครับและแล้ว จอ 16:10 ที่ใช้กันมาจนมีอายุอานามร่วม 5 ปีเศษ ก็ต้องถูกแทนที่ด้วยมาตรฐานใหม่ นั่นคือ 16:9 ครับ จะได้เหมือนๆกับพวก LCD TV ซะที ช่วงที่ใช้ 16:10 กันเนี้ย จะมีเสียงบ่นมาว่า“จอของฉัน เป็นจอ Widescreen แต่ทำไมดูหนัง DVD แล้วยังมีขอบบน-ขอบล่าง โผล่มาให้เห็นอีก”ขอตอบว่า เพราะหนังที่อัดมาใน DVD นั้น เขาทำมาเป็นสัดส่วน 16:9 ครับ แต่จอเป็น 16:10 เลยทำให้เหลือขอบอีก 0.5 ทั้งบน และ ล่าง“แต่ขอบที่ฉันว่า มันหนามาก หนาเป็นไส้กรอกขอบชีสยังไงยังงั้นเลย”ขอตอบว่า แสดงว่าหนังเรื่องนั้น เป็นภาพยนตร์ที่ทำมาเป็นสัดส่วน Anamorphic Widescreen ที่ต้องการให้เห็น รายละเอียดกว้างครบทั้งจอ เหมือนกับที่ฉายในโรงหนังครับ ปรับสัดส่วนได้ แต่หน้าคนจะยืดยาวขึ้นมานะครับตอนนี้ก็เลยมีจอ 16:9 มาเป็นอีกมาตรฐานหนึ่ง สำหรับโน้ตบุคแล้ว ความละเอียดที่พบเห็นกันได้มากที่สุด มีสองขนาดครับคือ 1366×768 (เท่ากับ LCD TV แบบ HD-ready เลย) กับแบบ Full HD 1920×1080 แต่จริงๆแล้ว เขาใช้มาตรฐานคล้ายๆกับ 16:10 ในการเรียกชื่อพวก WXGA/WSVGA อะไรพวกนี้ ต้องบอกก่อนเลย เมื่อแรกเห็นจอโน้ตบุคแบบ 16:9เป็นเรื่องปกติครับ เราลองดูรูปเปรียบเทียบ ภาพทุกสัดส่วนที่เป็นมาตรฐาน ณ ปัจจุบันนี้ดูนะครับวิธีการอ่าน Chartรูปภาพจาก wikipediaสรุป คือ เลือกหน้าจอที่มีความละเอียดที่สูงที่สุดเท่าที่เลือกได้ตามงบประมาณที่มี และให้มีสัดส่วนของหน้าจอเป็น 16:9 เพราะหนังและเกมส์ใหม่ๆ ที่ออกมา่ใหม่จะรองรับสัดส่วนนี้เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเกือบทุกรุ่นจะขึ้นต้นด้วย W(wide screen-จอกว้าง) เช่น WXGA, Wxxxท่านที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียดได้ที่ wikipedia หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับเราได้ที่ เวปบอร์ด กูรูของเราจะตอบทุกคำถามเกี่ยวกับ Monitor/LCD-
PS3 กับ 1080p แบบสามมิติ จะไปด้วยกันได้หรือไม่
ปัญหาให้สับสนเล่นกันอีกแล้ว เมื่อคู่มือการทำเกมสามมิติอย่างเป็นทางการของ PlayStation 3 กลับระบุว่า เครื่องจะแสดงผลแค่ 720p เท่านั้น ตอนนี้ทาง Sony เองก็ได้ออกมาให้รายละเอียดในการประชุมกลุ่มนักพัฒนาที่ผ่านมาแล้ว คุณ Simon Benson จาก Sony ได้อธิบายว่า แม้เกมอย่าง Super Stardust HD จะรันอยู่ที่ 1080p โดยตัวมันเองแล้ว แต่ภาพจะโดนลดขนาดมาเป็น 720p สองภาพแทน (แต่ละภาพสำหรับตาแต่ละข้าง) แต่แน่นอนเครื่อง PlayStation 3 สามารถแสดงผลภาพสามมิติด้วยความละเอียดขนาดนั้นได้ รวมทั้งภาพของ Blu-Ray ที่จะอัพเกรดในอนาคตด้วย เขายังบอกอีกว่า มันสามารถรันภาพ 720p ได้ที่ 60 เฟรมอยู่แล้ว สำหรับ Blu-Ray จะรันที่ 24 เฟรม สำหรับพวก Cinematic Game นั้นเหมาะจะรันที่เฟรมต่ำแต่ความละเอียดสูงๆ แต่ ณ ตอนนี้ตามคู่มือยังไม่สามารถทำได้ปัญหานี้อาจจะไม่ส่งผลอย่างเห็นได้ชัดกับตัวคนเล่น คุณ Benson บอกอีกว่า แม้ตัวนักออกแบบกราฟิกที่ชำนาญยังแยกภาพความละเอียดทั้งสองแทบไม่ออก เรื่องนี้ก็คงเป็นปัญหาให้คนที่มีเวลาว่างพอจะมานั่งนับพิกเซลไปเถียงเล่นกันสักพักที่มา : joystiq.com
ชมสาวๆ Commart X’Gen พร้อมเดินเล่นชิลๆ ไปกลับ LCDSPEC ในรูปแบบ VDO กัน
และแล้วก็เข้าสู่วันสุดท้ายของงาน Commart X’Gen 2010 กันแล้ว ส่วนใครยังไม่ได้เสียตังค์ก็คงต้องบอกว่ารีบๆ กันหน่อย เพราะอีกหลายเดือนกว่าจะได้เสียตังค์กันใหม่ และที่ขาดกันไม่ได้เช่นเคยกับสีสันของงาน Commart นั่นก็คงเหล่าสาวๆ ที่ทำให้การเดินซื้อสินค้าในงานเป็นเรื่องที่สนุกมากยิ่งขึ้น แล้วมีหรือที่ LCDSPEC จะไม่นำภาพมาฝากไว้ให้แฟนๆ ได้ชมกัน พร้อมทั้งมีในส่วนของ VDO พาชมบูธ Digital Bestbuy อีกด้วยครับ ยังไงติดตามชมกันได้ในหน้าสุดท้ายครับ แต่ตอนนี้อย่าเพิ่งเสียเวลาไปกับสิ่งใด เรามาชมภาพสาวๆ กันก่อนเลยดีกว่า
เพาเวอร์บาย แถลงข่าวการจัดงาน POWER BUY EXPO 2010
บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด ศูนย์รวมเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าไอที และ อุปกรณ์เล็กทรอนิกส์ครบวงจร จัดงานแถลงข่าว POWER BUY EXPO 2010 วันพฤหัสบดีที่ 15 กรกฎาคม 2553 เวลา 10.30 – 12.30 น. ณ ห้องประชุมเตียง จิราธิวัฒน์ ชั้น 16 อาคารชิดลมทาวเวอร์ (เซ็นทรัลชิดลม)โดยทุ่มงบกว่า 60 ล้านบาท จัดงาน “Power Buy Expo 2010″ ขนสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าไอทีนวัตกรรมใหม่กว่า 200 แบรนด์ มาจำหน่ายราคาพิเศษ พร้อมร่วมกับบัตรเครดิตชั้นนำให้ส่วนลดสูงสุดอีก 21%…นาย สุทธิสาร จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด ศูนย์รวมเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าไอที และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ครบวงจร ในเครือบริษัทเซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทได้ทุ่มงบกว่า 60 ล้านบาท จัดงาน “Power Buy Expo 2010″ ขนสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าไอทีนวัตกรรมใหม่กว่า 200 แบรนด์ มาจำหน่ายราคาพิเศษ พร้อมร่วมกับบัตรเครดิตชั้นนำให้ส่วนลดสูงสุดอีก 21% บนพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร ที่บริเวณสกายฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ค.-3 ส.ค.นี้นอกจากนี้ยังมีช่วง นาทีทองลดถล่มราคาแบบวันต่อวัน ทั้งแอลซีดีทีวี โทรศัพท์มือถือ และเครื่องปรับอากาศ โดยแอลซีดีทีวีขนาด 46 นิ้ว ลดราคาเหลือเครื่องละ 19,000 บาท จากเครื่องละ 40,000 บาท ซึ่งมีจำนวนจำกัดเพียงแค่ 30 เครื่องเท่านั้น เพื่อกระตุ้นอารมณ์การจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค หลังการเมืองเริ่มนิ่ง เศรษฐกิจภายในประเทศเริ่มดีขึ้น ตั้งเป้างานดังกล่าวจะมีลูกค้าร่วมชมงานไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน และมีเงินสะพัดกว่า 450 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อนที่มียอดขาย 400 ล้านบาท เพราะงานครั้งนี้สินค้าส่วนใหญ่มีราคาไม่แพงและจับต้องได้มากขึ้น“กำลัง ซื้อผู้บริโภคช่วงครึ่งปีหลัง ยังไม่สามารถคาดเดาได้เพราะเพิ่งผ่านมาแค่ครึ่งเดือน แต่ก็คาดหวังว่าน่าจะดีขึ้น เพราะในช่วงที่มีการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 ช่วงที่รัฐบาลมีมาตรการไทยเข้มแข็ง ช่วยสนับสนุนเรื่องภาษีค่าธรรมเนียมการโอนอสังหาริมทรัพย์ ยอดขายดีขึ้นมาก สำหรับครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ยอดขายของเพาเวอร์บายเติบโตมากกว่า 20% ซึ่งเป็นผลจากไตรมาสแรกยอดขายเติบโตมากถึง 30%”.สอบถามข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บ.เพาเวอร์บาย จก.  โทร. 02 101 7725 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02 101 7725 PR.Power Buy
Review: Acer T230H – LCD Monitor Multi-Touch สัมผัสเพียงปลายนิ้ว
By: samantagtr | Date: 19 November 2009 | อ่าน 29,364 | 13 ความเห็น

« ก่อนหน้านี้     หน้าต่อไป »  

LCDSPEC วันนี้เรา เต็มใจนำเสนอบทความทดสอบ LCD Monitor Multi-Touch Screen สุดยอดของความล้ำยุคจาก Acer รุ่น T230H ที่รองรับการใช้งานบนระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows 7 ได้อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งในแบบสั่งงานผ่านหน้าเพียงปลายนิ้วหรือจะเป็นการคีย์ข้อมูลผ่านหน้าจอก็สามารถทำได้โดยง่ายอีกด้วย และถ้าหากหลายคนยังคิดไม่ออกว่า Multi-Touch Screen มีลักษณะการทำงานอย่างไร ลองนึกถึง iPhone ที่เราใช้สองนิ้วในการย่อ-ขยายภาพได้กันดูสิครับ

T230H_0044

หลังจากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการได้ไม่นานในงาน Commart ที่ผ่านมา ก็ได้มาอยู่ในมือของเราอย่างรวดเร็ว และเพื่อไม่ให้เสียเวลาไปมากกว่านี้เราลองมาแกะกล่องไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่าครับ เพื่อมาดูว่าจอ LCD Monitor Multi-Touch Screen จาก Acer รุ่น T230H ว่ามีรูปร่างหล่อเหลาขนาดไหน นอกจากกล่องที่บรรจุมาที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่โตมากหากเทียบกับกล่องจอ LCD โดยทั่วไป รวมถึงน้ำหนักที่มาก เกือบจะ 10 กิโลเห็นจะได้

T230H_0035

จากสเปกที่ดูเหมือนจะเป็นมาตรฐานของจอ LCD ขนาด 23นิ้ว โดยทั่วไป ที่มีความละเอียดที่ 1920×1080 หรือเราๆ ท่านๆ เรียกกันคือ Full HD นั่นเอง สัดส่วนยอดนิยม 16:9 Widescreen อัตราความคมชัดอยู่ที่ 80,000:1 ในโหมดของ ACM (Adaptive Contrast Management) ความเร็วตอบสนองเพียง 2ms ลักษณะของเป็นจอกระจกพื้นผิวมันวาวและค่อนข้างแข็งทนทานออกแบบมาเพื่อทนแทนต่อแรงกด พร้อมการเชื่อมต่อภายนอกที่ครบครันอย่าง D-Sub, DVI, HDMI, Audio 3.5 ม.ม. และยังมีลำโพงสเตอริโอขนาด1.5W 2 ตัว ติดตั้งมาพร้อมใช้งานได้ทันที

T230H_0042

ข้างกล่องมีสเปกโดยคร่าวๆ แปะไว้อยู่ให้พอได้ทราบกัน

T230H_0043

ด้านหน้าของกล่องมุมชวาบน มีรูปภาพ Multi-Touch Screen ในแบบต่างๆ แสดงเป็นตัวอย่างอยู่

T230H_0038

พอเราแกะกล่องออกมาก็จะพบกับหนังสือคู่มือ, CDคู่มือ และสายสัญญาณต่างๆ ที่ให้มาอย่างครบครัน ไม่ขาดไม่เกินซึ่งประกอบไปด้วยสาย D-Sub, DVI, HDMI, สายสัญญาณเสียง 3.5 ม.ม., สายUSB เชื่อมต่อในส่วนของการ Touch Screen และสุดท้ายคือสายไฟ เป็นที่น่าสงเกตว่าไม่มีแผ่นโปรแกรมหรือไดร์ฟเวอร์เกี่ยวกับระบบ Multi-Touch Screen มาให้เลย เข้าใจว่าในส่วนของ Windows 7 มีมารองรับทั้งหมดอยู่แล้ว

spec

T230H_0049

ลักษณะเด่นที่ไม่พูดถึงไม่ได้ของ LCD Monitor จาก Acer ในรุ่น T230H ก็คือระบบ Multi-Touch Screen ซึ่งในก่อนหน้านี้จอ LCD มีระบบ Touch Screen ก็พอจะมีให้เห็นกันอยู่บ้าง แต่ด้วยราคาค่าตัวที่ค่อนข้างสูงจะแล้ว ทำให้ดูเหมือนมันจะกลายเป็นเรื่องที่ดูค่อนข้างไกลตัว แต่ด้วย ณ ตอนนี้ที่เทคโนโลยีTouch Screen มีราคาที่ถูกลงมา รวมถึง Windows7 ได้เปิดตัวขึ้นมา พร้อมระบบTouch Screen ที่สมบูรณ์แบบ รวมถึงมีระบบ Multi-Touch Screen ที่หลายๆ ท่านเฝ้ารอกัน

คุณสมบัติทางเทคนิคของ Acer T230H:

clip_image003

สเปกโดยละเอียดแล้วก็อาจจะดูเหมือนจอ LCD Monitor ทั่วๆ ไป ที่พิเศษขึ้นหน่อยก็จะเป็นการติดตั้งลำโพงมา 2 ตัวเป็นระบบสเตอริโอกำลังข้างละ 1.5W อีกอย่างคือการเชื่อมต่อที่ค่อนข้างให้มาครบรวมถึงแถมสายสัญญาณมาให้แบบไม่มีกั๊กอีกด้วย ในส่วนของราคาก็ถือว่าไม่สูงมากนัก อาจจะเรียกได้ว่าเป็นจุดเด่นรองมาจากระบบ Multi-Touch Screen ทีเดียวครับ

Design1

T230H_0047

T230H_0023

ถ้ามองผ่านๆ หน้าตาของรุ่นนี้อาจจะไปเหมือนกับตัว X223H ที่อาจจะไม่ได้เน้นความสวยงาม หรูหราซักเท่าไหร่ วัสดุที่ใช้เป็นพลาสติกด้านๆ แต่ที่มีลักษณะเด่นที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดของรุ่นนี้คือ ฐานของจอได้รับการออกแบบให้มีขนาดใหญ่ดูมั่นคงแข็งแรงเพื่อรองรับหน้าจอที่มีน้ำหนักมากขอรุ่นนี้ โดยมีพื้นผิวเป็นแบบ Glossy

T230H_0027

T230H_0017

บริเวณมุมขวาบนของขอบจอมีชื่อรุ่นระบุไว้อย่างเด่นชัด

T230H_0019

เราลองเลื่อนลงมาดูบริเวณด้านล่างของขอบจอกันบ้าง

T230H_0018

จะเห็นได้ว่าในส่วนตรงกลางของขอบจอล่างมีโลโก้บ่งบอกความเป็นอยู่ acer

T230H_0016

คราวนี้เราลองเลื่อนไปทางขวามือจะพบกับปุ่มควบคุมต่างๆ ไล่มาจากทางซ้ายมือก็จะเป็น ปุ่ม Empowering Key ที่มีไว้ให้ปรับเลือกตามลักษณะการใช้งานต่างๆ, ปุ่ม Auto adjust/ออกจากเมนูต่างๆ, ปุ่มเมนูหลัก, ปุ่มเพิ่มหรือลดค่าต่างๆ และสุดท้ายก็คือปุ่มเปิด-ปิดของเครื่อง จากการทดสอบพบปัญหาเล็กน้อยในการใช้งานที่ไม่ค่อยสะดวก เนื่องมาจากในส่วนของปุ่ม Auto adjust/ออกจากเมนูต่างๆ, ปุ่มเมนูหลักและปุ่มเพิ่มหรือลดค่าต่างๆ ทำมาให้มีลักษณะติดเป็นปุ่มเดียวกัน ไม่ได้แยกเป็นอิสระ

T230H_0022

มามองแบบในมุมด้านข้างกันบ้าง จะเห็นได้ว่าจอมีความหนาพอสมควร (ถึงว่าหนักดีจริง) ขาตั้งก็มีขนาดใหญ่เล่นริ้วสีเงินเป็นทางยาว ซึ่งก็ดูดีไปอีกแบบ

T230H_0124

ที่นี้มาชมในส่วนของด้านหลังกันบ้างนะครับ ดูๆ ไปก็เท่ไม่หยอกทีเดียว

T230H_0003

ในส่วนของมุมซ้ายบนจะเป็นโลโก้ acer ที่มีลักษณะยุบลงไป

T230H_0014

T230H_0120

T230H_0119

เขยิบขึ้นมาดูด้านบนหน่อย จะเห็นว่าเป็นช่องระบายความร้อนของจอ ซึ่งมีขนาดช่องว่างที่ค่อนข้างใหญ่ พอก้มมองลงไปจะเห็นว่ามีลำโพงสีดำเล็กๆ ซ้าย-ขวาติดตั้งอยู่ คุณภาพของเสียงก็ถือว่าอยู่ในขั้นที่ใช้ได้

T230H_0013

คราวนี้เราลองเลื่อนมาดูทางมุมขวาล่างบ้าง จะเห็นสติ๊กเกอร์บอกรายละเอียดของตัวจอและตัวล๊อค Kensington ที่เราคุ้นเคย

T230H_0025

ถัดมาดูส่วนของขาตั้งที่ยึดจอกับฐานไว้ให้เป็นชิ้นเดียวกัน ไม่เพียงเท่านั้น จอรุ่นนี้สามารถปรับหมุนซ้าย-ขวา, ก้ม-เงย และขึ้น-ลงของหน้าจอได้อย่างอิสระ เพื่อความสะดวกสบายในการใช้งานหน้าจอ Touch Screen ในทุกรูปแบบ

T230H_0004

ที่เห็นเป็นปุ่มเลื่อนนี้ เป็นปุ่มที่ไว้ใช้ล๊อคในการปรับหน้าจอให้ขึ้น-ลง เพื่อให้เหมาะสมตามลักษณะการใช้งาน วิธีใช้เพียงแค่เรากดจอลงไปเบาๆ จากนั้นเลื่อนตัวล๊อคไปทางขวา เพียงเท่านี้เราก็สามารถปรับจอขึ้นลงได้ตามต้องการแล้วครับ

T230H_0006

ลองขยับเข้ามาดูกันใกล้ๆ กัน จะเห็นในส่วนของปรับก้มเงยของหน้าจอ

T230H_0026

ถัดลงมาจะเป็นส่วนของฐานจอที่มีจุดหมุนเพื่อไว้ใช้หมุนหน้าจอไปทางซ้าย-ขวา

T230H_0012

ด้านหลังของฐานก็โลโก้ Acer โดดเด่น สวยงามอยู่และจากที่ฐานเป็น Glossy จึงอาจจะต้องระวังเรื่องรอยขนแมวซักหน่อยนะครับ

T230H_0001

คราวนี้มาดูในส่วนของพอร์ตการเชื่อมต่อเพื่อแสดงผลกันบ้างที่อยู่ฝั่งขวาใต้จอ นับจากทางซ้ายมือจะเป็น USB เพื่อเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์เพื่อให้จอรองรับกับระบบ Touch Screen, ช่องสัญญาณเสียงขนาด 3.5 ม.ม. ที่เรารู้จักกันดีอยู่แล้ว, พอร์ต HDMI พระเอกของพอร์ตแสดงผลดิจิตอลยุคนี้ , พอร์ต DVI ที่เราคุ้นเคย(แต่อีกไม่นานอาจจะหายไป)และสุดท้ายก็คือ พอร์ต D-Sub เรียกได้ว่าเป็น ”พอร์ตอนาล๊อกที่ไม่รู้จักตาย” กันทีเดียวเชียว

(ในกรณีที่เราเชื่อมต่อด้วยพอร์ต D-Sub,DVI ที่ไม่มีสัญญาณเสียงส่งมา เพียงเรานำสายสัญญาณ 3.5 ม.ม. ต่อจากคอมพิวเตอร์ของเรามาเสียบใส่ที่จอ เพียงเท่านี้ลำโพงของจอก็สามารถใช้งานได้แล้ว)

T230H_0002

ส่วนของฝั่งซ้ายใต้จอจะมีเพียงช่องเสียบสายไฟและในรุ่นนี้จะเป็นอแดปเตอร์ไฟแบบติดตั้งอยู่ภายในจอ

« ก่อนหน้านี้ 1 2 3 4 หน้าต่อไป »

 
 
Comments ความคิดเห็น (13)
Anonymous (61.19.231.xxx) | 03/06/2553 : 20:16      

อยากทราบว่าจอเป็นแบบ resistive หรือ capacitive คับ กรุณาช่วยตอบหน่อยนะคับ ขอบคุณคับ

ความคิดเห็นที่ 13
Anonymous (110.169.25.xxx) | 11/03/2553 : 14:12      

เคยอ่านเจอ มันไม่ใช่ทัชสกีนครับ มันติดกล้าง กล้องเซ็นเซอร์2ตัวที่มุมบนซ้ายขวา คำนวนนิ้วของเราที่บริเวณหน้าจอ ทำให้มันดีเลย์กว่าจอทัชสกีนจริงๆ อยู่เล็กน้อยครับ ความแม่นยำต่ำกว่าและมีปัญหาเวลาเปลี่ยนความละเอียดหน้าจอด้วย
แต่ก็เป็นเทคนิคที่ทำให้ใช้งานทัชสกีนแบบถูกๆมากๆได้ เพราะทัชสกีนจริงๆคงแพงนรกกว่านี้มาก แต่แบบนี้ก็เสื่อมยากดีเพราะไม่ได้สำผัส
อะไรกับเซ็นเซอร์เลย
ว่าไปแล้วคล้ายๆกับ โปรเจคนาธานบนxboxนะ

ความคิดเห็นที่ 12
Anonymous (58.8.105.xxx) | 28/12/2552 : 20:09      

ซื้อมาแล้วคับ l4d สุดยอด มันหยด ติงๆ เลย

ความคิดเห็นที่ 11
สมาชิก LCD (202.28.62.xxx) | 01/12/2552 : 19:31      

ละเอียดมากเลย ขอบคุณมากครับ [IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/3.gif[/IMG]

ความคิดเห็นที่ 10
สมาชิก LCD (58.11.74.xxx) | 29/11/2552 : 01:11      

น่าใช้มากๆเลย^^

ความคิดเห็นที่ 9
สมาชิก LCD (118.172.32.xxx) | 25/11/2552 : 02:36      

ทดสอบ

ความคิดเห็นที่ 8
สมาชิก LCD (124.121.229.xxx) | 25/11/2552 : 02:29      

แล้วต้องทำเท่าไหรหรือคับที่เรียกว่า Review [IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/2.gif[/IMG]

ความคิดเห็นที่ 7
สมาชิก LCD (58.64.81.xxx) | 23/11/2552 : 20:46      

ทำเท่านี้ก็เรียกเป็นรีวิวได้ :) สุโค่ย

ความคิดเห็นที่ 6
    สมาชิก LCD (118.172.88.xxx) | 04/12/2552 : 10:57      

    คงไม่ต้องถึงกับขนาดแกะ lcd ออกมานั่งนับ pixel กันหรอกครับ [IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/1.gif[/IMG]

    ความคิดเห็นที่ 2
สมาชิก LCD (58.64.84.xxx) | 07/12/2552 : 11:53      

อืม เห็นด้วย น่าจะเรียกว่า พรีวิวมากกว่านะครับ

ความคิดเห็นที่ 1
สมาชิก LCD (125.26.1.xxx) | 22/11/2552 : 23:21      

หนักกี่โลจะวัดไปทามไมครับ ไม่ใช่โน๊ตบุ๊กนะครับที่ต้องยกบ่อยๆ ยังไงในสเปกเขาก็บอกอยู่แล้วนะครับ
จอ แอลซีดีนะครับซื้อมาแล้วก็ตั้งอยุ่กับที่ นานทีปีหนจะยกย้ายที่ซะที

FPS อันนี้ก็แปรผันกับโปรแกรมทดสอบและตัวสเปกเครืื่องทดสอบอีกคงจะไม่สามารถวัดได้ 100% หรอกนะครับ

รีวิวก็แค่ส่วนหนึ่งครับคงจะตอบทุกคำตอบไม่ได้ทั้งหมดเพราะยังไงเสียคนซื้อก็ต้องตัดสินใจเองอยุ่ดีนะครับ

ความคิดเห็นที่ 1
สมาชิก LCD (58.64.81.xxx) | 22/11/2552 : 11:08      

ผมว่ารีวิวยังไม่ค่อยละเอียด น่าจะมีเครื่องวัดต่างๆ

หนักกี่โล สว่างเท่าไหร่ FPSเท่าไหร่ ฯลฯ

ความคิดเห็นที่ 0
Anonymous (124.120.147.xxx) | 19/11/2552 : 10:27      

การออกแบบสวยดีนะครับ รองรับการทำงานครบเลย น่าซื้อไว้ใช้จัง

ความคิดเห็นที่ -1

     ร่วมแสดงความคิดเห็น / ไม่มีการตอบกลับ

LCD SPEC COMMENT
 
user/password เดียวกับเว็บบอร์ด สมัครสมาชิก
Username: Password:
ความคิดเห็น :
 
 
 
Tag: 3D 1080p Acer benq Blu-ray Blu-ray player Bravia Brochure ces commart DLNA DVI full hd Full HD 1080P hd HDMI HDTV iphone lcd LCD monitor lcd tv LED LED backlight LED Backlit LED Monitor LED TV LG monitor Netflix OLED OLED TV Panasonic Philips Plasma Plasma TV PS3 Samsung sharp Sony Toshiba tv USB VGA Viera wifi
COPYRIGHT@2010 LCDSPEC.COM ALL RIGHTS RESERVED.
 0 Users Online