Buver's Guide Review HD Contents HD Accessories HD Event Promotions
อ่านสเป็ก LCD Monitor ให้เป็นภายใน 10 นาที กับ LCDSpec.com
LCDSpec ขอต้อนรับงาน Commart Comtech ‘09 ด้วยการนำเสนอเทคนิคดีๆ ในการเลือกซื้อ LCD monitor ให้ถูกใจสักเครื่องครับคำกล่าวที่ว่า “ควรเลือกจอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่งบประมาณจะหาซื้อได้” อาจใช้ไม่ได้กับทุกสถานการณ์เสมอไป หากคุณกำลังมองหา LCD monitor ที่ถูกใจ และตรงตามความต้องการสักเครื่องในงาน Commart ล่ะก็ เว็บไซท์ www.lcdspec.com มีเทคนิคง่ายๆ ที่ช่วยให้คุณเลือกซื้อ LCD monitor ที่ถูกใจได้ด้วยหลักการพิจารณาสเป็กสั้นๆ เพียง 9 ขั้นตอนครับขนาด: ขนาดของ LCD monitor คือความยาวของเส้นทแยงมุมของจอนั้นๆ มีหน่วยเป็นนิ้ว จอ LCD ส่วนใหญ่ที่มีขายในตลาดจะมีขนาดตั้งแต่ 15 นิ้วไปจนถึง 30 นิ้ว และขนาดที่ได้รับความนิยมสูงสุดอยู่ในช่วง 19 – 24 นิ้ว คุณควรเลือกขนาดที่เหมาะสมกับการใช้งาน ระยะการรับชม และพื้นที่ที่จะใช้วางจอ และพยายามเลือกจอที่มีฐานที่สามารถปรับระดับความสูงขึ้น/ลงได้ เพื่อความสะดวกในการจัดวาง และการปรับระดับความสูงของจอให้พอดีกับระดับความสูงของที่นั่งสัดส่วน (Aspect Ratio): สัดส่วนของ LCD monitor ในปัจจุบันมีให้เลือกทั้งแบบ 4:3, 5:4, 16:10 และ 16:9 คุณควรเลือกสัดส่วนจอโดยคำนึงถึงประเภทของงาน และ content ที่จะแสดงบนจอเป็นหลัก ปัจจุบันนี้จอ LCD สัดส่วนแบบ 16:9 กำลังเป็นที่นิยม เพราะมีสัดส่วนเดียวกับภาพยนตร์จอกว้าง ทำให้สามารถแสดงภาพยนตร์จอกว้างได้โดยไร้ขอบดำด้านบน-ล่าง ของจอ แต่ถ้าคุณคำนึงถึงพื้นที่ใช้สอยเป็นหลัก อาจพิจารณาจอแบบ 16:10 เพราะพื้นที่ในแนวตั้งที่มากขึ้นจะช่วยลดภาระในการลากเม้าส์เพื่ออ่านเอกสาร/เว็บเพจยาวๆ ได้ความละเอียด (Native Resolution): ความละเอียดที่ LCD monitor สามารถแสดงได้ มีหน่วยเป็นพิกเซล ซึ่งมีให้เลือกหลาย resolution ด้วยกัน เช่น 1,400 x 900, 1,600 x 900, 1,680 x 1,950, 1,920 x 1,080, 1,920 x 1,200 เป็นต้น สำหรับ resolution ที่ได้รับความนิยมกับจอ 22 นิ้วแบบ 16:9 ได้แก่ขนาด 1,600 x 900 หรือ 1,920 x 1,080 (Full HD) จอ LCD จะทำงานได้ดีที่สุดต่อเมื่อมันคุณป้อนสัญญาณที่มีความละเอียดตรงกับ native resolution ของมันเท่านั้น ดังนั้นหากคุณต้องการเลือกจอไปใช้สำหรับการเล่นเกม ควรเลือกจอที่มี resolution ที่สัมพันธ์กับขีดความสามารถของการ์ดจอของคุณด้วยContrast Ratio: คืออัตราส่วนของสีขาวที่สว่างที่สุด กับสีดำที่มืดที่สุด ตัวเลขที่สูงกว่าแสดงถึงความสามารถในการไล่ความสว่างของเฉดสีต่างๆ ได้หลายระดับมากขึ้น ทำให้มองเห็นรายละเอียดต่างๆ ในภาพชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะรายละเอียดต่างๆ ของภาพในหนัง/เกมในฉากมืดๆ ปัจจุบัน Native contrast ratio ของ LCD monitor อยู่ที่ประมาณ 600:1 ถึง 1,000:1Dynamic Contrast Ratio: เนื่องจากหลอด backlight (หลอดไฟที่ช่วยทำให้เม็ดสีของจอ LCD เรืองแสง) ของ LCD monitor ในปัจจุบันสามารถปรับระดับความสว่างตามลักษณะของ content ที่แสดงอยู่บนจอ ณ ขณะนั้นได้ ทั้งนี้เพื่อให้นำมาซึ่ง Contrast Ratio ที่สูงขึ้น พูดง่ายๆ คือ Dynamic Contrast Ratio เป็น Contrast Ratio สูงสุดที่จอสามารถทำได้ โดยตั้งอยู่บนสมมติฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง ผู้ผลิตส่วนใหญ่ในปัจจุบันจึงมักทำตลาดจอของตนด้วยตัวเลข Dynamic Contrast Ratio แทนการใช้ Native Contrast Ratio ซึ่งปัจจุบันมีตั้งแต่ 10,000:1 ไปจนถึง 5,000,000:1 เลยก็มีResponse Time: เป็นระยะเวลาที่เม็ดสีบนจอ LCD ใช้ในการเปลี่ยนสถานะจากสีหนึ่งไปยังอีกสีหนึ่ง ฉะนั้นยิ่งตัวเลข response time น้อย ยิ่งหมายถึงการแสดงภาพเคลื่อนไหวที่เป็นธรรมชาติ ไร้เงา (ghosting) มากขึ้นBrightness: ความสว่างของจอ LCD ในปัจจุบันจะอยู่ที่ 250 – 500 cd/m2 (candela per square meter – แรงเทียนต่อตารางเมตร) หากคุณต้องการนำจอไปวางไว้ในห้องที่สว่างมากๆ อาจต้องพิจารณาจอที่มีความสว่างมากขึ้น หรืออาจเลือกจอที่สว่างมากๆ เอาไว้ก่อน แล้วค่อยปรับให้สว่างน้อยลงตามสภาพแสงในห้องของคุณก็ได้Viewing Angle: มุมมองการรับชมของจอในแนวตั้งและแนวนอน ปัจจุบันจอส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 160/160 หรือมากกว่า (160 องศาในแนวตั้ง และ 160 องศาในแนวนอน) ซึ่งตัวเลขนี้เป็นตัวบอกจุดทำมุมสูงสุดที่คุณสามารถรับชมภาพจากจอได้โดยที่สีและความสว่างไม่เพี้ยน (เช่นมองจากด้านข้างทำมุมสูงสุดได้ 160 องศาโดยที่สีและความสว่างไม่เพี้ยน เป็นต้น) เนื่องจากLCD monitor ถูกออกแบบมาให้ใช้กับคอมพิวเตอร์ (ซึ่งต้องมองตรงๆ) เป็นหลัก คุณจึงไม่ควรกังวลกับตัวเลขนี้มากเกินไปนักConnectivity Interface: LCD monitor ในปัจจุบันส่วนใหญ่จะมาพร้อมกับพอร์ท VGA (หรือ D-Sub) และพอร์ท DVI ซึ่งพอร์ท DVI นั้นจะให้ภาพที่มีคุณภาพดีกว่า เนื่องจากเป็นการเชื่อมต่อแบบดิจิตอล ส่วน VGA เป็นพอร์ทอนาล็อกแบบเก่าซึ่งใช้กันอย่างกว้างขวางทั้งใน PC/Notebook คุณจึงควรเลือก LCD monitor ที่มีพอร์ททั้งสองประเภท เพื่อความยืดหยุ่นในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ หรืออาจเลือกจอที่มีพอร์ท HDMI ไปเลยก็ได้ หากคุณต้องการนำไปเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีพอร์ท HDMIพอร์ท VGAพอร์ท DVI   พอร์ท HDMILCDSpec.com หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย และหากคุณยังตัดสินใจไม่ถูกว่าจะซื้อ LCD Monitor รุ่นไหนในงาน Commart ให้เหมาะกับความต้องการ และงบประมาณของคุณ สามารถเข้าไปยังเว็บไซท์ของเราเพื่ออ่านบทความแนะนำ LCD monitor ที่น่าสนใจสำหรับงบประมาณต่างๆ โดยคลิกที่นี่ครับ
Review : Sharp LC-52A77M LCD TV ใหญ่สะใจ ไม่เกรงใจใคร
สวัสดีครับ… หลังจากที่รีวิว Sharp LC-42LE700M ผ่านไป ถ้าใครยังไม่จุใจกับขนาดเพียงแค่ 42 นิ้วหล่ะก็ มาลองดู Sharp LC-52A77M LCD TV Full HD กันหน่อยเป็นไง กับขนาดที่ใหญ่ถึง 52 นิ้วกันไปเลย ซึ่งก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอีกรุ่นหนึ่งลองส่องๆ ดูสเปกกันสักนิด ด้วยหน้าจอขนาด 52 นิ้ว บนความละเอียดระดับ Full HD (1920 x 1080) ที่มาพร้อมกับความคมชัดขนาด 50,000:1 ความสว่างหน้าจอที่ 450 cd/m2 ระบบเสียงแบบ SRS TruSurround XT และพอร์ตเชื่อมต่อจำนวนมากหลังจากได้ดูสเปกเครื่องกันมาแล้ว คราวนี้ก็มาแกะกล่องประกอบเครื่องกันดูบ้างดีกว่าว่าจะใหญ่โตสักเท่าไหร่… จะว่าไปก็ไม่ได้โตอะไรมากหรอกครับ แค่เกินครึ่งห้องที่เราใช้ในการรีวิวมานิดหน่อยก็แค่นั้นเอง –.-‘ ดูเอาง่ายๆ ครับ โต๊ะที่วางนั่นก็โต๊ะวางคอมพิวเตอร์ขนาดปกติ (ปกติ แบบที่ว่า วางเฉพาะคอมนะครับ ไม่มีที่ให้วางเครื่องพิมพ์หรืออุปกรณ์อื่น) ก็ใหญ่กว่าโต๊ะไปประมาณข้างละฟุตเห็นจะได้ครับ.. และแล้วโฉมหน้าของ Sharp LC-52A77M ก็เป็นอย่างที่เห็นนี่หล่ะครับ ตัวบอดี้แบบดำกรอสซี่ และพาเนลสีดำสนิทและก็คล้ายๆ กับตัวก่อนๆ ที่สัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าเป็น AQUOS ก็จะอยู่ที่มุมบนด้านขวา มองเห็นได้อย่างชัดเจนขอบล่างคือการบ่งบอกตัวตนความเป็นชาร์ป ด้วยโลโก้ SHARP สีเงินตัดกับตัวบอดี้สีดำ ส่วนฐานออกแบบมาในรูปแบบทรงรีปลายแหลม และที่สำคัญฐานของจอนี้สามารถปรับมุมส่ายได้อีกด้วยระบบเสียงแบบ SRS TruSurround XTอีกแล้วครับ เกมที่แล้วเรายังไม่เฉลยกันเลย มาเล่นเกมกันอีกรอบละกัน ถามว่าช่องไหนรับสัญญาณรีโมท ช่องไหนเป็นเซนเซอร์วัดแสง ด้วยคำถามเดิม กติกาเดิม (ภาพเกือบเดิม)  ส่วนสองจุดทางขวาก็ไฟสถานะของ Power ถ้าเปิดจะเป็นสีเขียว ส่วนสถานะ Standby จะเป็นสีแดง และไฟดวงขวาสุด เป็นสถานะการเปิด OPC การปรับแสงตามความสว่างห้องเติมความหรูด้วยขอบล่างกึ่งใสสีชามุมมองด้านข้างกันบ้าง ซึ่งก็ดูไม่หนามากเมื่อเทียบกับขนาดความกว้างของจอปุ่มควบคุมจะอยู่ทางด้านขวาของตัวเครื่อง และที่น่าสังเกตคือจะไม่มีปุ่ม Power ที่เป็นแบบ Soft-off คือเป็นการปิดแบบไม่มีการตอบสนองกับรีโมทหรือปุ่มอื่นๆ แต่ยังมีการกินไฟอยู่เหมือนเดิม แต่จะกินน้อยกว่าการปิดแบบ Standby หรือการใช้รีโมทปิดนั่นเอง และเงาลางๆ ข้างในนั้นจะเป็นพอร์ตสัญญาณต่างๆ ครับด้านหลังเครื่อง กับพลาสติกแบบด้าน ตรงกลางมีคำว่า AQUOS ปั้มนูนอยู่ด้วย ช่องระบายอากาศเจาะกระจายทั่วด้านหลัง และพอร์ตสัญญาณจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ ส่วนปลั๊กไฟอยู่ทางขวามือมาดูป้ายบอกคุณสมบัติเครื่องซะหน่อย บอกอย่างชัดเจนว่าเป็น รุ่น LC-52A77M ขนาดจอ 52 นิ้ว ใช้ไฟ 110-240 โวลต์ กินไฟประมาณ 294 วัตต์
ตั้งค่าอย่างไรให้ Notebook เล่นหนัง HD ได้แจ่มที่สุด
คุณอาจสังเกตว่า Notebook ที่มีวางจำหน่ายในปัจจุบันจำนวนไม่น้อยที่ให้พอร์ท HDMI มาด้วย ซึ่งทำให้สามารถต่อพ่วง Notebook ตัวเก่งกับอุปกรณ์ประเภทต่างๆ ที่สนับสนุนมาตรฐาน HDMI ได้ เช่น LCD Monitor/TV, Plasma TV และ A/V Receiver เป็นต้น นอกจากนี้ ชิปประมวลผลกราฟฟิค (GPU) ที่ติดมากับ Notebook ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นชิปตระกูล Intel, Nvidia หรือ ATI ต่างก็มีความสามารถในการเร่งการแสดงผลภาพวีดีโอแบบ HD ทั้งสิ้น โดย GPU ที่มีความสามารถนี้จะรับภาระการถอดรหัส และแสดงผลวีดีโอเอาไว้ด้วยตัวเอง จึงลดบทบาทของ CPU ลงไปได้ ทำให้ CPU ของคุณมีทรัพยากรเหลือสำหรับการประมวลผลอื่นๆ มากขึ้น หากไม่อาศัยความช่วยเหลือจาก GPU แล้ว คุณอาจพบว่า CPU ของคุณทำงานเกือบ 100% และ Notebook ตัวเก่งของคุณตัวร้อนจี๋ เมื่อคุณเล่นวีดีโอคลิปแบบ HD บางคลิปเลยทีเดียวถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ใช้ Notebook เล่นหนังเป็นประจำ วันนี้เรามีเทคนิคดีๆ เกี่ยวกับการตั้งค่าต่างๆ บน Notebook (หรือจะใช้ PC ก็ไม่ผิดกติกาอะไร) เพื่อให้เล่นหนังได้ลื่นไหลไม่กระตุก ภาพสวย และใช้ CPU น้อยที่สุดมาฝากครับ สิ่งที่คุณต้องมี:ด้าน Hardware:1. Notebook หรือ PC ที่ใช้ GPU ที่มีตัวเร่งการแสดงผลวีดีโอแบบ HD โชคดีว่า Notebook ที่มีจำหน่ายในท้องตลาดในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาจะใช้ GPU ที่มีความสามารถนี้ แต่เราแนะนำให้ใช้ GPU ที่สนับสนุน Bitstream Decoding ที่สามารถปลดแอกกระบวนการถอดรหัสออกจาก CPU ได้ 100% โดยมีข้อแม้ว่าคุณต้องเล่นไฟล์หนัง HD ที่เข้ากันได้กับตัวถอดรหัสดังกล่าว ซึ่ง GPU ที่สนับสนุน Bitstream Decoding ที่มีจำหน่ายในปัจจุบันได้แก่ GPU ดังต่อไปนี้Intel: GPU ตระกูล 4500MHDATI: GPU ตระกูล Radeon HD 4000 seriesNvidia: GPU ตระกูล Geforce 200, 8000 และ 9000 series (ยกเว้น Geforce 8800 Ultra, 8800 GTX, 8800 GTS (320/640MB)) สำหรับ GPU อื่นๆ ที่วางจำหน่ายในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา (ที่ไม่ได้อยู่ในรายการข้างบน) ก็มีตัวเร่งการเล่นหนัง HD เช่นกัน แต่จะเป็นการช่วยรับภาระการถอดรหัสหนังบางส่วนเท่านั้น และยังใช้ CPU ช่วยในกระบวนการถอดรหัสอยู่ คุณสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสามารถในการช่วยถอดรหัสหนังของ GPU รุ่นต่างๆ ได้จาก link ต่อไปนี้Wikipedia: Nvidia PureVideoWikipedia: ATI – Unified Video Decoder (UVD)Wikipedia: DirectX Video Acceleration (DXVA) 2. Notebook หรือ PC ที่ใช้ CPU ที่มีความสามารถสูงพอ จริงอยู่ที่ GPU ที่สนับสนุน Bitstream Decoding สามารถปลดแอกกระบวนการถอดรหัสและการประมวลผลวีดีโอได้ 100% แต่ในขณะเล่นหนัง CPU ของคุณยังคงต้องทำงานต่างๆ อยู่ดี เช่นอ่านไฟล์หนังจากดิสก์, ประมวลผลคำสั่งต่างๆ จากโปรแกรมเล่นหนัง และยังต้องประมวลผล Background Process อื่นๆ ของ Windows อีกด้วย ซึ่งจุดนี้อาจเป็นอุปสรรคในการเล่นหนังได้อย่างได้อย่างลื่นไหล สำหรับ Notebook บางเครื่องที่ถึงแม้จะมี GPU ที่สนับสนุน Bitstream Decoding แต่ใช้ CPU ความเร็วไม่สูงมากนัก (เช่น CPU ตระกูล Atom, Core Solo หรือ CPU แบบ ULV บางตัว)ฉะนั้นเมื่อคุณเปิดใช้ตัวเร่งของ GPU บนเครื่องที่ใช้ CPU ความเร็วต่ำ แล้วสังเกตเห็นว่าเครื่องยังใช้ CPU มากกว่า 70% ในการเล่นหนัง HD คุณอาจต้องทำใจว่าโอกาสที่หนังจะกระตุกในบางช่วงมีอยู่สูง เนื่องจาก CPU มี headroom (หรือเหลือทรัพยากร) สำหรับงาน multitasking บน Windows ค่อนข้างน้อย3. สาย HDMI หรือ DVI ในกรณีที่คุณต้องการต่อ Notebook/PC ของคุณเข้ากับจอ LCD Monitor/TV, Plasma TV หรือ A/V Receiver 4. สาย Optical หรือ Coaxial ในกรณีที่คุณต้องการต่อ Notebook/PC เข้ากับ A/V Receiver ที่ไม่สนับสนุน HDMI หรือในกรณีที่เครื่อง Notebook/PC ของคุณไม่สนับสนุนการส่งสัญญาณเสียงผ่านสาย HDMI (คุณจะต้องใช้สาย Optical หรือ Coaxial ในกรณีที่คุณต้องการให้ A/V Receiver เป็นตัวถอดรหัสเสียงเซอร์ราวด์เท่านั้น)5. สาย Stereo Minijack สำหรับต่อสัญญาณเสียงไปยังลำโพง/หูฟัง ในกรณีที่คุณไม่ต้องการส่งสัญญาณเสียงแบบดิจิตอล ด้าน Software:1. Windows Vista หรือ Windows 7 เทคนิคการเล่นหนังในบทความนี้ถูกทดสอบบน Windows 7 และ Windows Vista เราจึงไม่รับประกันว่าเทคนิคเดียวกันนี้จะสามารถใช้บน Windows XP ได้ 100%2. Driver ของ GPU เวอร์ชันล่าสุดจากผู้ผลิตแต่ละค่าย คุณสามารถหาดาวน์โหลดได้จากเว็บไซท์ของผู้ผลิต GPU หรือเว็บไซท์ผู้ผลิต Notebook/PC ของคุณ3. DirectX 9 และ DirectX 10 เนื่องจากโปรแกรมเล่นหนังที่ใช้ในบทความนี้จะดึงเอาความสามารถของ Pixel Shader จาก DirectX 9 API มาใช้ด้วย คุณจึงต้องดาวน์โหลดและติดตั้ง DirectX 9 พร้อม Update ตัวล่าสุดจากเว็บไซท์ของ Microsoft ส่วน DirectX 10 นั้นคุณไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลด เพราะมันถูกบรรจุมาพร้อมกับ Windows Vista/7 อยู่แล้ว4. โปรแกรม Media Player Classic Home Cinema (MPC) สามารถดาวน์โหลดได้จากที่นี่ เราขอแนะนำให้คุณใช้เวอร์ชันสำหรับ Windows 32 bit (X86) ถึงแม้ว่าคุณจะใช้ Windows 64 bit (X64) ก็ตาม จริงๆ แล้วคุณมีทางเลือกที่จะใช้โปรแกรมอื่นๆ ได้ แต่เราจะใช้โปรแกรม MPC เป็นหลักในบทความนี้5. Haali Media Splitter สำหรับเล่นไฟล์ M2TS, MP4 และ MKV สามารถดาวน์โหลดได้จากที่นี่6. FFDSHOW Tryouts สำหรับเล่นไฟล์หนัง format อื่นๆ ที่ MPC ไม่สนับสนุน สามารถดาวน์โหลดได้จากที่นี่7. Mediainfo dll สำหรับดูข้อมูลต่างๆ ของไฟล์หนัง ให้คุณดาวน์โหลดเฉพาะไฟล์ DLL ที่เป็นเวอร์ชัน X86 จากที่นี่ หลังจากนั้นให้ unzip ไฟล์ DLL ที่ดาวน์โหลดมาไปไว้ในโฟลเดอร์เดียวกับโปรแกรม Media Player Classicเมื่อตรวจสอบจนแน่ใจว่าเครื่อง Notebook/PC ของคุณมีคุณสมบัติ ด้าน Hardware และ Software ตรงกับที่ระบุไว้ข้างบน ก็มาเริ่มตั้งค่า Notebook/PC สำหรับการดูหนังกันเลยครับ
ภาค2 LCDSPEC พาเที่ยวงาน Electronica Showcase 2010 (มีวีดีโอประกอบ)
หลังจากที่ชมส่วนอื่นๆ ของงาน Power Mall Electronica Showcase ในภาค 1 กันไปแล้ว ถึงตอนนี้เรามาเน้นหนักที่ TV กันดีกว่าสำหรับใครที่ยังไม่ได้ชมภาค 1 สามารถชมกันได้ ที่นี่ ครับหรือจะชมกันในรูปแบบวีดีโอก็ด้านล่างเลยครับมาเริ่มกันเลยกับบูธ Panasonic  คราวนี้ก็ยกขยวบ Viera รุ่นใหม่ๆ มาอีกเช่นเคยPlasma TV 3D ก็มีมาโชว์และให้ทดลองใช้งานกันภายในบูธจัดได้ค่อนข้างน่าสนใจมุมทดลองการใช้งาน Plasma TV 3Dง่ายๆ เพียงสวมแว่นตาที่ได้จัดเตรียมไว้ แล้วเปิดสวิตช์เพียงเท่านี้ เราก็จะได้สัมผัสกับภาพ 3 มิติ แล้วมีหลายมุม ให้เราได้ทดลองใช้งานผลิตภัณฑ์ต่างๆ กันมาดูส่วนของตัว TV กันบ้าง อย่างตัวนี้ก็จะเป็นตัวเด่นของ Panasonic ในครั้งนี้เลย กับรุ่น TH-P50U20 ซึ่งทาง LCDSPEC เพิ่งจะรีวิว ไปมาดๆ เองครับ <ชมรีวิวได้ที่นี่>ราคาในงานก็อาจจะดูธรรมดา แต่ที่พิเศษคือแถมเครื่องเล่น Blu-ray ซะด้วยพร้อมด้วยการรับประกันอีก 3 ปีเต็มหน้าตาของเครื่องเล่น Blu-ray ที่เราจะได้มาฟรีๆ ครับสำหรับใน Plasma TV รุ่นใหม่ๆ จาก Panasonic จะรองรับการใช้งาน Skype ด้วย แต่ในงานนี้เป็นกล้องเว็บแคมหลอกนะครับ ไม่ใช่กล้องจริงๆ แต่อย่างใดมีตัววัดการใช้พลังงานของ LCD TV ซะด้วย โชว์ให้เห็นถึงการบริโภคไฟกันไปเลยสเปกเต็มๆ ของตัวด้านบนมาชมในส่วนของราคาของ TV ต่างๆ ภายในงานบ้าง ดูกันไปเรื่อยๆ ยาวๆ เลยนะครับถ้าสังเกตกันจะเห็นว่า Panasonic รับประกันทีวีภายในงาน ขยายเป็น 3 ปีทั้งหมดเลยตัวน้องรองของ TH-P50U20เพิ่มอีก 5,000 บาท ก็ได้จอที่ใหญ่ขึ้น แถมยังได้เครื่องเล่น Blu-ray อีกด้วยรุ่นยอดนิยมเลยรุ่นนี้รุ่นนี้ก็ด้วยตัวเทพ ราคาพิเศษSony ก็มาในรูปแบบฟุตบอลโลกเลยมีการจัดมุมจำลองการใช้งานจริงของ TV Bravia ซะด้วยไมโครไฮไฟราคาเบาๆ มีให้เลือกหลายสีด้วยอีกฝั่งของ Sony จะเป็นมุม 3 มิติ ที่ให้ได้ทดลองใช้งานกันที่น่าสนใจก็คือกล้องดิจิตอล NEX-5 สามารถถ่ายภาพ 3D Panorama แล้วก็นำมาเปิดกับ TV 3 มิติ ได้อีกด้วยขนกันมาทุกซีรี่ย์ Bravia เลยรุ่นใหม่น่าสนใจก็ต้อง LED TV: EX600 เลยไปต่อกันเลยที่หน้า 2 ครับ >>>
แอลจี เปิดตัวจอมอนิเตอร์ LG E60 Series หลากรุ่น
แอลจี เปิดตัวจอมอนิเตอร์ LG E60 Series หลากรุ่นนำคุณสู่มิติใหม่แห่งความบันเทิง ด้วยที่สุดแห่งดีไซน์ และเทคโนโลยีหลอดภาพแอลอีดีกรุงเทพฯ 17 สิงหาคม 2553 – บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว LG E60 Series ใหม่ ผลิตภัณฑ์จอมอนิเตอร์หลากรุ่นที่มาพร้อมดีไซน์หรูล้ำสมัย ผสานที่สุดแห่งเทคโนโลยีหลอดภาพแอลอีดี เพื่อนำคุณสู่มิติใหม่แห่งความบันเทิง ด้วยภาพคมชัดสีสันสวยสมจริงอย่างไม่เคยมีมาก่อนแอลจีตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์แอลอีดี ด้วยการเปิดตัวจอมอนิเตอร์ LG E60 Series ที่ฉีกกฎการดีไซน์แบบเดิมๆ ด้วยจอไร้ขอบขนาดบางเฉียบซึ่งโดดเด่นในทุกมุมมอง และเข้ากับทุกสไตล์การตกแต่งทั้งภายในบ้านและที่ทำงาน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในระดับพรีเมี่ยมLG E60 Series มาพร้อมนวัตกรรมแห่งการออกแบบ ด้วยจอบางเฉียบเพียง 12.9 มิลลิเมตร พร้อมดีไซน์ ไร้ขอบสะท้อนความเพรียวบางล้ำสมัย นอกจากนี้ยังเติมเต็มความหรูหราด้วยขาตั้งคริสตัลโปร่งใสแวววาว ในรูปทรงโฉบเฉี่ยวอย่างมีสไตล์ ซึ่งติดตั้งไฟสีฟ้าไว้ภายในและสามารถเปลี่ยนเป็นสีแดงเมื่อเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงาน LG E60 Series จึงเป็นคำตอบที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ใช้ที่กำลังมองหาจอมอนิเตอร์แอลอีดี เพื่อเพิ่มความหรูหราให้กับทุกห้องได้อย่างลงตัวนอกเหนือจากดีไซน์อันโดดเด่นแล้ว LG E60 Series ยังมาพร้อมฟีเจอร์ครบครัน ซึ่งตอกย้ำความเป็นผลิตภัณฑ์ในระดับพรีเมี่ยม ให้รายละเอียดภาพที่คมชัดและสีสันสวยสดใสยิ่งกว่า ด้วยเทคโนโลยีหลอดภาพแอลอีดี ที่ให้อัตราความเข้มของแสงแบบ Mega Contrast Ratio จึงสามารถรับชมภาพในระดับ Full HD ได้อย่างสมจริงในทุกมุมมอง นอกจากนี้ยังใช้งานได้ง่ายด้วยฟังก์ชั่น EZ Control OSD ที่มีระบบปรับสัดส่วนภาพอัตโนมัติสำหรับการชมภาพยนตร์ และเพิ่มลูกเล่นการปรับแต่งภาพถ่ายได้อย่างหลากหลาย พร้อมอัตราตอบสนองที่รวดเร็วเพียง 5 วินาที จึงช่วยลดการเกิดเงาเบลอหลังภาพ ที่สำคัญยังรองรับพอร์ตการเชื่อมต่ออย่างครบครัน เพื่อความสะดวกในการรับชมคอนเทนท์ทั้ง VGA และ DVI-D โดยในรุ่น E2260V และ E2360V ยังรองรับ HDMI อีกด้วยLG E60 Series ยังพัฒนาขึ้นภายใต้ความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อมของแอลจี จึงมาพร้อมฟีเจอร์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อาทิ การใช้พลังงานที่ลดลงถึง 45% เมื่อเทียบกับจอแอลซีดี และการลดใช้ส่วนประกอบที่เป็นสารพิษ อาทิ ฮาโลเจน และตะกั่ว เพื่อสุขภาพที่ดีของผู้ใช้LG E60 Series พร้อมตอบโจทย์การใช้งานด้วยเทคโนโลยีแอลอีดี และที่สุดแห่งฟังก์ชั่นและดีไซน์ วางจำหน่ายแล้วในขนาด 20, 21.5 และ 23 นิ้ว ในราคาเริ่มต้นที่ 4,490 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่   ศูนย์ข้อมูลแอลจี โทร. 02-878-5757 หรือ www.lg.com/th
Review: Acer T230H – LCD Monitor Multi-Touch สัมผัสเพียงปลายนิ้ว
By: samantagtr | Date: 19 November 2009 | อ่าน 31,872 | 13 ความเห็น

« ก่อนหน้านี้     หน้าต่อไป »  

LCDSPEC วันนี้เรา เต็มใจนำเสนอบทความทดสอบ LCD Monitor Multi-Touch Screen สุดยอดของความล้ำยุคจาก Acer รุ่น T230H ที่รองรับการใช้งานบนระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows 7 ได้อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งในแบบสั่งงานผ่านหน้าเพียงปลายนิ้วหรือจะเป็นการคีย์ข้อมูลผ่านหน้าจอก็สามารถทำได้โดยง่ายอีกด้วย และถ้าหากหลายคนยังคิดไม่ออกว่า Multi-Touch Screen มีลักษณะการทำงานอย่างไร ลองนึกถึง iPhone ที่เราใช้สองนิ้วในการย่อ-ขยายภาพได้กันดูสิครับ

T230H_0044

หลังจากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการได้ไม่นานในงาน Commart ที่ผ่านมา ก็ได้มาอยู่ในมือของเราอย่างรวดเร็ว และเพื่อไม่ให้เสียเวลาไปมากกว่านี้เราลองมาแกะกล่องไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่าครับ เพื่อมาดูว่าจอ LCD Monitor Multi-Touch Screen จาก Acer รุ่น T230H ว่ามีรูปร่างหล่อเหลาขนาดไหน นอกจากกล่องที่บรรจุมาที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่โตมากหากเทียบกับกล่องจอ LCD โดยทั่วไป รวมถึงน้ำหนักที่มาก เกือบจะ 10 กิโลเห็นจะได้

T230H_0035

จากสเปกที่ดูเหมือนจะเป็นมาตรฐานของจอ LCD ขนาด 23นิ้ว โดยทั่วไป ที่มีความละเอียดที่ 1920×1080 หรือเราๆ ท่านๆ เรียกกันคือ Full HD นั่นเอง สัดส่วนยอดนิยม 16:9 Widescreen อัตราความคมชัดอยู่ที่ 80,000:1 ในโหมดของ ACM (Adaptive Contrast Management) ความเร็วตอบสนองเพียง 2ms ลักษณะของเป็นจอกระจกพื้นผิวมันวาวและค่อนข้างแข็งทนทานออกแบบมาเพื่อทนแทนต่อแรงกด พร้อมการเชื่อมต่อภายนอกที่ครบครันอย่าง D-Sub, DVI, HDMI, Audio 3.5 ม.ม. และยังมีลำโพงสเตอริโอขนาด1.5W 2 ตัว ติดตั้งมาพร้อมใช้งานได้ทันที

T230H_0042

ข้างกล่องมีสเปกโดยคร่าวๆ แปะไว้อยู่ให้พอได้ทราบกัน

T230H_0043

ด้านหน้าของกล่องมุมชวาบน มีรูปภาพ Multi-Touch Screen ในแบบต่างๆ แสดงเป็นตัวอย่างอยู่

T230H_0038

พอเราแกะกล่องออกมาก็จะพบกับหนังสือคู่มือ, CDคู่มือ และสายสัญญาณต่างๆ ที่ให้มาอย่างครบครัน ไม่ขาดไม่เกินซึ่งประกอบไปด้วยสาย D-Sub, DVI, HDMI, สายสัญญาณเสียง 3.5 ม.ม., สายUSB เชื่อมต่อในส่วนของการ Touch Screen และสุดท้ายคือสายไฟ เป็นที่น่าสงเกตว่าไม่มีแผ่นโปรแกรมหรือไดร์ฟเวอร์เกี่ยวกับระบบ Multi-Touch Screen มาให้เลย เข้าใจว่าในส่วนของ Windows 7 มีมารองรับทั้งหมดอยู่แล้ว

spec

T230H_0049

ลักษณะเด่นที่ไม่พูดถึงไม่ได้ของ LCD Monitor จาก Acer ในรุ่น T230H ก็คือระบบ Multi-Touch Screen ซึ่งในก่อนหน้านี้จอ LCD มีระบบ Touch Screen ก็พอจะมีให้เห็นกันอยู่บ้าง แต่ด้วยราคาค่าตัวที่ค่อนข้างสูงจะแล้ว ทำให้ดูเหมือนมันจะกลายเป็นเรื่องที่ดูค่อนข้างไกลตัว แต่ด้วย ณ ตอนนี้ที่เทคโนโลยีTouch Screen มีราคาที่ถูกลงมา รวมถึง Windows7 ได้เปิดตัวขึ้นมา พร้อมระบบTouch Screen ที่สมบูรณ์แบบ รวมถึงมีระบบ Multi-Touch Screen ที่หลายๆ ท่านเฝ้ารอกัน

คุณสมบัติทางเทคนิคของ Acer T230H:

clip_image003

สเปกโดยละเอียดแล้วก็อาจจะดูเหมือนจอ LCD Monitor ทั่วๆ ไป ที่พิเศษขึ้นหน่อยก็จะเป็นการติดตั้งลำโพงมา 2 ตัวเป็นระบบสเตอริโอกำลังข้างละ 1.5W อีกอย่างคือการเชื่อมต่อที่ค่อนข้างให้มาครบรวมถึงแถมสายสัญญาณมาให้แบบไม่มีกั๊กอีกด้วย ในส่วนของราคาก็ถือว่าไม่สูงมากนัก อาจจะเรียกได้ว่าเป็นจุดเด่นรองมาจากระบบ Multi-Touch Screen ทีเดียวครับ

Design1

T230H_0047

T230H_0023

ถ้ามองผ่านๆ หน้าตาของรุ่นนี้อาจจะไปเหมือนกับตัว X223H ที่อาจจะไม่ได้เน้นความสวยงาม หรูหราซักเท่าไหร่ วัสดุที่ใช้เป็นพลาสติกด้านๆ แต่ที่มีลักษณะเด่นที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดของรุ่นนี้คือ ฐานของจอได้รับการออกแบบให้มีขนาดใหญ่ดูมั่นคงแข็งแรงเพื่อรองรับหน้าจอที่มีน้ำหนักมากขอรุ่นนี้ โดยมีพื้นผิวเป็นแบบ Glossy

T230H_0027

T230H_0017

บริเวณมุมขวาบนของขอบจอมีชื่อรุ่นระบุไว้อย่างเด่นชัด

T230H_0019

เราลองเลื่อนลงมาดูบริเวณด้านล่างของขอบจอกันบ้าง

T230H_0018

จะเห็นได้ว่าในส่วนตรงกลางของขอบจอล่างมีโลโก้บ่งบอกความเป็นอยู่ acer

T230H_0016

คราวนี้เราลองเลื่อนไปทางขวามือจะพบกับปุ่มควบคุมต่างๆ ไล่มาจากทางซ้ายมือก็จะเป็น ปุ่ม Empowering Key ที่มีไว้ให้ปรับเลือกตามลักษณะการใช้งานต่างๆ, ปุ่ม Auto adjust/ออกจากเมนูต่างๆ, ปุ่มเมนูหลัก, ปุ่มเพิ่มหรือลดค่าต่างๆ และสุดท้ายก็คือปุ่มเปิด-ปิดของเครื่อง จากการทดสอบพบปัญหาเล็กน้อยในการใช้งานที่ไม่ค่อยสะดวก เนื่องมาจากในส่วนของปุ่ม Auto adjust/ออกจากเมนูต่างๆ, ปุ่มเมนูหลักและปุ่มเพิ่มหรือลดค่าต่างๆ ทำมาให้มีลักษณะติดเป็นปุ่มเดียวกัน ไม่ได้แยกเป็นอิสระ

T230H_0022

มามองแบบในมุมด้านข้างกันบ้าง จะเห็นได้ว่าจอมีความหนาพอสมควร (ถึงว่าหนักดีจริง) ขาตั้งก็มีขนาดใหญ่เล่นริ้วสีเงินเป็นทางยาว ซึ่งก็ดูดีไปอีกแบบ

T230H_0124

ที่นี้มาชมในส่วนของด้านหลังกันบ้างนะครับ ดูๆ ไปก็เท่ไม่หยอกทีเดียว

T230H_0003

ในส่วนของมุมซ้ายบนจะเป็นโลโก้ acer ที่มีลักษณะยุบลงไป

T230H_0014

T230H_0120

T230H_0119

เขยิบขึ้นมาดูด้านบนหน่อย จะเห็นว่าเป็นช่องระบายความร้อนของจอ ซึ่งมีขนาดช่องว่างที่ค่อนข้างใหญ่ พอก้มมองลงไปจะเห็นว่ามีลำโพงสีดำเล็กๆ ซ้าย-ขวาติดตั้งอยู่ คุณภาพของเสียงก็ถือว่าอยู่ในขั้นที่ใช้ได้

T230H_0013

คราวนี้เราลองเลื่อนมาดูทางมุมขวาล่างบ้าง จะเห็นสติ๊กเกอร์บอกรายละเอียดของตัวจอและตัวล๊อค Kensington ที่เราคุ้นเคย

T230H_0025

ถัดมาดูส่วนของขาตั้งที่ยึดจอกับฐานไว้ให้เป็นชิ้นเดียวกัน ไม่เพียงเท่านั้น จอรุ่นนี้สามารถปรับหมุนซ้าย-ขวา, ก้ม-เงย และขึ้น-ลงของหน้าจอได้อย่างอิสระ เพื่อความสะดวกสบายในการใช้งานหน้าจอ Touch Screen ในทุกรูปแบบ

T230H_0004

ที่เห็นเป็นปุ่มเลื่อนนี้ เป็นปุ่มที่ไว้ใช้ล๊อคในการปรับหน้าจอให้ขึ้น-ลง เพื่อให้เหมาะสมตามลักษณะการใช้งาน วิธีใช้เพียงแค่เรากดจอลงไปเบาๆ จากนั้นเลื่อนตัวล๊อคไปทางขวา เพียงเท่านี้เราก็สามารถปรับจอขึ้นลงได้ตามต้องการแล้วครับ

T230H_0006

ลองขยับเข้ามาดูกันใกล้ๆ กัน จะเห็นในส่วนของปรับก้มเงยของหน้าจอ

T230H_0026

ถัดลงมาจะเป็นส่วนของฐานจอที่มีจุดหมุนเพื่อไว้ใช้หมุนหน้าจอไปทางซ้าย-ขวา

T230H_0012

ด้านหลังของฐานก็โลโก้ Acer โดดเด่น สวยงามอยู่และจากที่ฐานเป็น Glossy จึงอาจจะต้องระวังเรื่องรอยขนแมวซักหน่อยนะครับ

T230H_0001

คราวนี้มาดูในส่วนของพอร์ตการเชื่อมต่อเพื่อแสดงผลกันบ้างที่อยู่ฝั่งขวาใต้จอ นับจากทางซ้ายมือจะเป็น USB เพื่อเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์เพื่อให้จอรองรับกับระบบ Touch Screen, ช่องสัญญาณเสียงขนาด 3.5 ม.ม. ที่เรารู้จักกันดีอยู่แล้ว, พอร์ต HDMI พระเอกของพอร์ตแสดงผลดิจิตอลยุคนี้ , พอร์ต DVI ที่เราคุ้นเคย(แต่อีกไม่นานอาจจะหายไป)และสุดท้ายก็คือ พอร์ต D-Sub เรียกได้ว่าเป็น ”พอร์ตอนาล๊อกที่ไม่รู้จักตาย” กันทีเดียวเชียว

(ในกรณีที่เราเชื่อมต่อด้วยพอร์ต D-Sub,DVI ที่ไม่มีสัญญาณเสียงส่งมา เพียงเรานำสายสัญญาณ 3.5 ม.ม. ต่อจากคอมพิวเตอร์ของเรามาเสียบใส่ที่จอ เพียงเท่านี้ลำโพงของจอก็สามารถใช้งานได้แล้ว)

T230H_0002

ส่วนของฝั่งซ้ายใต้จอจะมีเพียงช่องเสียบสายไฟและในรุ่นนี้จะเป็นอแดปเตอร์ไฟแบบติดตั้งอยู่ภายในจอ

« ก่อนหน้านี้ 1 2 3 4 หน้าต่อไป »

 
 
Comments ความคิดเห็น (13)
Anonymous (61.19.231.xxx) | 03/06/2553 : 20:16      

อยากทราบว่าจอเป็นแบบ resistive หรือ capacitive คับ กรุณาช่วยตอบหน่อยนะคับ ขอบคุณคับ

ความคิดเห็นที่ 13
Anonymous (110.169.25.xxx) | 11/03/2553 : 14:12      

เคยอ่านเจอ มันไม่ใช่ทัชสกีนครับ มันติดกล้าง กล้องเซ็นเซอร์2ตัวที่มุมบนซ้ายขวา คำนวนนิ้วของเราที่บริเวณหน้าจอ ทำให้มันดีเลย์กว่าจอทัชสกีนจริงๆ อยู่เล็กน้อยครับ ความแม่นยำต่ำกว่าและมีปัญหาเวลาเปลี่ยนความละเอียดหน้าจอด้วย
แต่ก็เป็นเทคนิคที่ทำให้ใช้งานทัชสกีนแบบถูกๆมากๆได้ เพราะทัชสกีนจริงๆคงแพงนรกกว่านี้มาก แต่แบบนี้ก็เสื่อมยากดีเพราะไม่ได้สำผัส
อะไรกับเซ็นเซอร์เลย
ว่าไปแล้วคล้ายๆกับ โปรเจคนาธานบนxboxนะ

ความคิดเห็นที่ 12
Anonymous (58.8.105.xxx) | 28/12/2552 : 20:09      

ซื้อมาแล้วคับ l4d สุดยอด มันหยด ติงๆ เลย

ความคิดเห็นที่ 11
สมาชิก LCD (202.28.62.xxx) | 01/12/2552 : 19:31      

ละเอียดมากเลย ขอบคุณมากครับ [IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/3.gif[/IMG]

ความคิดเห็นที่ 10
สมาชิก LCD (58.11.74.xxx) | 29/11/2552 : 01:11      

น่าใช้มากๆเลย^^

ความคิดเห็นที่ 9
สมาชิก LCD (118.172.32.xxx) | 25/11/2552 : 02:36      

ทดสอบ

ความคิดเห็นที่ 8
สมาชิก LCD (124.121.229.xxx) | 25/11/2552 : 02:29      

แล้วต้องทำเท่าไหรหรือคับที่เรียกว่า Review [IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/2.gif[/IMG]

ความคิดเห็นที่ 7
สมาชิก LCD (58.64.81.xxx) | 23/11/2552 : 20:46      

ทำเท่านี้ก็เรียกเป็นรีวิวได้ :) สุโค่ย

ความคิดเห็นที่ 6
    สมาชิก LCD (118.172.88.xxx) | 04/12/2552 : 10:57      

    คงไม่ต้องถึงกับขนาดแกะ lcd ออกมานั่งนับ pixel กันหรอกครับ [IMG]http://www.lcdspec.com/web/wp-content/themes/yamidoo/js/hoteditor/smileys/1.gif[/IMG]

    ความคิดเห็นที่ 2
สมาชิก LCD (58.64.84.xxx) | 07/12/2552 : 11:53      

อืม เห็นด้วย น่าจะเรียกว่า พรีวิวมากกว่านะครับ

ความคิดเห็นที่ 1
สมาชิก LCD (125.26.1.xxx) | 22/11/2552 : 23:21      

หนักกี่โลจะวัดไปทามไมครับ ไม่ใช่โน๊ตบุ๊กนะครับที่ต้องยกบ่อยๆ ยังไงในสเปกเขาก็บอกอยู่แล้วนะครับ
จอ แอลซีดีนะครับซื้อมาแล้วก็ตั้งอยุ่กับที่ นานทีปีหนจะยกย้ายที่ซะที

FPS อันนี้ก็แปรผันกับโปรแกรมทดสอบและตัวสเปกเครืื่องทดสอบอีกคงจะไม่สามารถวัดได้ 100% หรอกนะครับ

รีวิวก็แค่ส่วนหนึ่งครับคงจะตอบทุกคำตอบไม่ได้ทั้งหมดเพราะยังไงเสียคนซื้อก็ต้องตัดสินใจเองอยุ่ดีนะครับ

ความคิดเห็นที่ 1
สมาชิก LCD (58.64.81.xxx) | 22/11/2552 : 11:08      

ผมว่ารีวิวยังไม่ค่อยละเอียด น่าจะมีเครื่องวัดต่างๆ

หนักกี่โล สว่างเท่าไหร่ FPSเท่าไหร่ ฯลฯ

ความคิดเห็นที่ 0
Anonymous (124.120.147.xxx) | 19/11/2552 : 10:27      

การออกแบบสวยดีนะครับ รองรับการทำงานครบเลย น่าซื้อไว้ใช้จัง

ความคิดเห็นที่ -1

     ร่วมแสดงความคิดเห็น / ไม่มีการตอบกลับ

LCD SPEC COMMENT
 
user/password เดียวกับเว็บบอร์ด สมัครสมาชิก
Username: Password:
ความคิดเห็น :
 
 
 
Tag: 3D 1080p Acer benq Blu-ray Blu-ray player Bravia Brochure ces commart DLNA DVI full hd Full HD 1080P hd HDMI HDTV IPS lcd LCD monitor lcd tv LED LED backlight LED Backlit LED Monitor LED TV LG monitor OLED OLED TV Panasonic Philips Pioneer Plasma Plasma TV PS3 Samsung sharp Sony Toshiba tv USB VGA Viera wifi
COPYRIGHT@2010 LCDSPEC.COM ALL RIGHTS RESERVED.
 0 Users Online