Buver's Guide Review HD Contents HD Accessories HD Event Promotions
เทคนิคระดับเทพ เลือกซื้อจอ LCD TV
เราคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้จอแบนๆ อย่าง LCD ได้เข้ามามีบทบาทมากมายในชีวิตประจำวันของเรา และปัจจุบันนี้ก็มีจอ LCD จากผู้ผลิตหลายๆ ราย ที่แต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อมีความสามารถหลากหลายชนิดที่เรียกว่าเลือกกันไม่ถูกเลยทีเดียว ในโอกาสนี้ทีมงาน LCDSPEC.com จะแนะนำองค์ประกอบต่างๆ ที่ควรพิจารณา และเคล็ดไม่ลับในการเลือกซื้อ LCD monitor หรือ LCD TV ให้ถูกใจคุณที่สุดนะครับ เราคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้จอแบนๆ อย่าง LCD ได้เข้ามามีบทบาทมากมายในชีวิตประจำวันของเรา และปัจจุบันนี้ก็มีจอ LCD จากผู้ผลิตหลายๆ ราย ที่แต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อมีความสามารถหลากหลายชนิดที่เรียกว่าเลือกกันไม่ถูกเลยทีเดียว ในโอกาสนี้ทีมงาน LCDSPEC.com จะแนะนำองค์ประกอบต่างๆ ที่ควรพิจารณา และเคล็ดไม่ลับในการเลือกซื้อ LCD monitor หรือ LCD TV ให้ถูกใจคุณที่สุดนะครับเอ… แล้วจอ LCD มันดีตรงไหนครับ? ทำไมผมถึงจะต้องเปลี่ยนจากจอแก้วมาใช้ LCD ด้วย?คุณสมบัติแรกของ LCD TV ที่เตะตาคุณตั้งแต่แรกพบเลยก็คือ ขนาดที่กระทัดรัด และผอมบางมากเมื่อเทียบกับจอหลอดแก้ว (หรือจอ CRT) ทั่วไป นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติที่เป็น “จอแบน” อย่างแท้จริงอีกด้วย ทำให้จอ LCD สามารถแสดงภาพได้อย่างไม่บิดเบี้ยว หรือผิดเพี้ยน คุณสามารถบอกลาเส้นตรงแบบ “หลอกๆ” บนจอแก้วโค้งๆ อย่างจอ CRT ไปได้เลยครับ และด้วยความเพรียวบางของมันนี่เอง ทำให้คุณมีอิสระในการวางจอได้มากขึ้น โดยไม่ต้องอาศัยพื้นที่มากนัก หรืออาจจะแขวนไว้กับผนังก็ดูเท่ไม่เบาเลยครับ แถมมันยังสามารถเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นงามประดับห้องนั่งเล่นของคุณได้อีกด้วยนอกจากนี้จอ LCD TV ยังสามารถรองรับการใช้งานในอนาคตมากกว่าทีวีทั่วไปอีกด้วย โดยนอกจากพวกมันจะสามารถแสดงภาพความละเอียดสูงจาก source ต่างๆ เช่นเครื่องเล่น DVD, เครื่องเล่น Blu-ray disc, เครื่องเล่นเกม หรือเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว ในอนาคตถ้าฟรีทีวีบ้านเราเปลี่ยนระบบออกอากาศเป็นแบบดิจิตอล ที่ให้ความคมชัดของภาพและเสียงเหนือกว่าระบบอนาล็อกในปัจจุบันอยู่มาก คุณก็อุ่นใจได้เลยว่า LCD TV เมื่อเอาไปต่อกับ digital receiver box แล้ว LCD ตัวเก่งของคุณจะสามารถแสดง content เหล่านี้ได้สบายๆผมชักจะสนใจ LCD TV ขึ้นมาแล้วสิครับ เอ… แล้วถ้าผมอยากจะซื้อมาใช้ซักตัวนึง ผมจะต้องพิจารณาอะไรบ้างครับ? องค์ประกอบหลักๆ ที่ควรพิจารณาในการเลือกซื้อ LCD TV มีทั้งหมด 8 ประเด็นด้วยกันครับ นั่นคือ: 1. ขนาดของจอ– จอ LCD มีขนาดให้เลือกค่อนข้างหลากหลายทีเดียว ที่มีขายในบ้านเรานั้นมีให้เลือกตั้งแต่ขนาด 20 นิ้วไปจนถึงขนาด 80 นิ้ว ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งาน และงบประมาณของคุณ แน่นอนครับ ขนาดที่ใหญ่กว่าย่อมให้ภาพที่ใหญ่อลังการ และดูคล้ายกับจอหนังในโรงภาพยนตร์มากขึ้น จอใหญ่ๆ จะเหมาะสมกับห้องกว้างๆ เช่นห้องนั่งเล่น ที่คุณสามารถนั่งชมภาพยนตร์กับสมาชิกในครอบครัวได้ ส่วนจอที่มีขนาดเล็กลงมา จะเหมาะกับห้องที่มีขนาดเล็กลง เช่นห้องนอนเป็นต้น แต่อย่าลืมนะครับว่า ยิ่งจอใหญ่เท่าไหร่ ราคาก็ขยับสูงขึ้นไปเท่านั้นคนส่วนใหญ่จะเลือกซื้อจอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่งบประมาณที่ตั้งไว้จะสามารถซื้อได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเลือกขนาดของจอที่เหมาะสม ควรพิจารณาจากระยะการรับชมเป็นหลัก โดยขนาดของจอควรมีความสัมพันธ์กับระยะห่างที่คุณตั้งใจเอาไว้ว่าคุณจะนั่งดูทีวี ตัวอย่างเช่น หากคุณซื้อจอขนาด 40 นิ้ว เพื่อมานั่งชมในระยะห่างไม่ถึง 1 เมตร คุณคงรู้สึกไม่สบายตาแน่ๆ แต่ถ้าคุณนั่งห่างออกมาซัก 2 – 4 เมตร ก็จะเป็นระยะที่ดูแล้วสบายที่สุด และเป็นระยะที่จะได้รับประโยชน์จาก LCD TV ของคุณได้อย่างเต็มที่ตารางข้างล่างนี้แสดงขนาดจอที่เราแนะนำ เมื่อเปรียบเทียบกับระยะห่างในการชมที่คุณตั้งใจไว้ขนาดของจอระยะการชมที่แนะนำ (โดยประมาณ) 20 นิ้ว60 เซนติเมตร - 2 เมตร24 นิ้ว1 – 1.8 เมตร26 นิ้ว1 – 2 เมตร32 นิ้ว1.2 – 3 เมตร37 นิ้ว1.5 – 3.5 เมตร40 นิ้ว2 – 4 เมตร46 นิ้ว2.5 – 5 เมตรตัวเลขจากตารางข้างบน เป็นตัวเลขที่เราแนะนำเท่านั้น การเลือกขนาดที่เหมาะสมควรเลือกขนาดที่คุณคิดว่าลงตัวที่สุดกับระยะการชมที่คุณต้องการ หากสนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถอ่านได้จากบทความที่เว็บไซท์ www.lcdspec.com ครับ2. Response time– การวัด response time หมายถึงค่าที่ได้จากการวัดระยะเวลาของเม็ดพิกเซลที่ใช้ในการแสดงสีดำสนิท –> เปลี่ยนเป็นสีขาวสนิท –> และเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอีกครั้ง (pixel หมายถึงเม็ดสีหรือจุดสีซึ่งเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของ LCD) ยิ่งตัวเลข response time น้อยเท่าไหร่ ยิ่งหมายความว่าคุณจะเห็นเอฟเฟคท์ต่างๆ เช่น เงา (ghosting) หรือ ขอบของวัตถุที่ลากเป็นทางยาว (streaking) ได้น้อยลงเท่านั้น ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการแสดงภาพเคลื่อนไหวเร็วๆ เช่นการเล่นเกม หรือภาพการแข่งกีฬา เป็นต้นแต่เนื่องจากปัจจุบัน ผู้ผลิตแต่ละรายใช้วิธีการวัด response time ที่ไม่เหมือนกัน จึงเอาตัวเลขนี้มาเป็นหลักในการพิจารณาได้ไม่ทั้งหมด เพราะฉะนั้นคุณจึงควรเอาหนัง หรือเกมแผ่นโปรดไปเปิดทดสอบด้วยตนเองที่ร้านครับ3. ความละเอียดของ Panel (Panel resolution)– จอ LCD TV ที่มีขายในบ้านเราโดยส่วนใหญ่จะมีอยู่ 2 ประเภท นั่นคือจอ HD Ready และจอ Full HD ซึ่งตัวเลขความละเอียดของหน้าจอนั้น เป็นตัวบอกจำนวนของจุดสี (หรือเม็ดพิกเซล) ที่ประกอบขึ้นมาเป็นจอนั้น• จอ HD Ready มีความละเอียดอยู่ที่ 1366 x 768 พิกเซล ซึ่งหมายถึงว่ามีจำนวนพิกเซลในแนวนอน 1366 จุด และแนวตั้ง 768 จุด ซึ่งคำนวณออกมาแล้วจะได้จำนวนพิกเซลทั้งหมด 1,049,088 จุด หรือประมาณ 1 ล้านพิกเซลนั่นเอง• จอ Full HD มีความละเอียดอยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเมื่อคำนวณออกมาแล้วจะได้จำนวนพิกเซลทั้งหมด 2,073,600 พิกเซล หรือประมาณ 2 ล้านพิกเซลนั่นเองความละเอียดของ Panel ยิ่งสูงเท่าไหร่ ยิ่งหมายถึงว่ามันสามารถแสดงรายละเอียดของภาพได้มากขึ้นเท่านั้น ลองนึกเปรียบเทียบจอ 40 นิ้วแบบ HD Ready กับแบบ Full HD ดูนะครับ จอทั้งสองตัวนี้มีขนาด 40 นิ้วเท่ากันก็จริง แต่จอแบบ Full HD จะสามารถแสดงรายละเอียดยิบย่อยได้ดีกว่า เนื่องจากในพื้นที่ 40 นิ้วเท่ากันนั้น มันมีจำนวนเม็ดพิกเซลที่บรรจุอยู่ในนั้นมากกว่าประมาณ 2 เท่า ซึ่งทำให้ภาพดู “เนียน” มากขึ้นนั่นเองจอแบบ HD Ready ถูกออกแบบมาให้แสดงผลที่ความละเอียด 720p (720 เส้น) แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณป้อนสัญญาณที่มีความละเอียดสูงกว่านั้นเข้าไป (เช่น 1080i หรือ 1080p) จอ HD Ready ก็จะเอาสัญญาณภาพไปผ่านวงจรลดขนาดภาพให้เหลือเท่ากับ 720p เพื่อให้สามารถแสดงผลบน Panel ที่มีความละเอียดต่ำกว่าสัญญาณที่ป้อนเข้าไปได้ส่วนจอแบบ Full HD เมื่อคุณป้อนสัญญาณแบบ 1080i หรือ 1080p (1080 เส้น) เข้าไป จอก็จะเอาไปแสดงผลได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านวงจรขยายภาพก่อน แต่ถ้าคุณป้อนสัญญาณแบบ 480p หรือ 720p เข้าไป จอก็จะเอาสัญญาณนั้นไปขยายให้มีขนาดเท่ากับ 1080p เพื่อให้สามารถแสดงบน Panel ได้อย่างไรก็ตาม ความละเอียดก็ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการเลือกซื้อ LCD TV เพราะมันขึ้นอยู่กับ content ที่คุณจะเอามาแสดงบนจอด้วย คุณสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของ Panel resolution กับระยะการชม รวมถึงความแตกต่างของ 720p, 1080i และ 1080p ได้ที่เว็บไซท์ www.lcdspec.com ครับ4. ความสว่าง (brightness)– ความสว่างของจอ LCD นั้นเป็นการวัดความเข้มของแสงที่จอ LCD สามารถแสดงได้ โดยมีหน่วยเป็น cd/m2 (candela per square meter) หรือ nits — ความสว่างเป็นตัวแปรสำคัญตัวหนึ่งของจอ LCD ทีเดียว จอที่สว่างมาก ก็จะสามารถสู้แสงสว่างมากๆ ได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในกรณีที่คุณเอาทีวีไปตั้งไว้ในห้องที่มีแสงสว่างเยอะๆโดยทั่วไปแล้ว LCD ที่มีวางขายในตลาดบ้านเรา จะมีความสว่างอยู่ที่ 300 nits ขึ้นไป และความสว่างที่เหมาะสมควรอยู่ที่ประมาณ 400 nits แต่ถ้าจะสว่างกว่านั้นก็ไม่ผิดกติกาอะไรครับ5. Contrast Ratio– ความหมายของ Contrast ratio คืออัตราส่วนระหว่างจุดที่มืดที่สุดกับจุดที่สว่างที่สุดที่จอสามารถแสดงได้ในเวลาเดียวกัน ซึ่งในทางปฏิบัติแล้ว Contrast ratio ที่ดีพอ จะช่วยให้จอสามารถแสดงรายละเอียดในส่วนมืด และส่วนสว่างของภาพได้ดียิ่งขึ้น และ contrast ratio สูงๆ จะช่วยให้จอสามารถแสดงรายละเอียดของภาพในฉากที่มืดๆ ได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วยจอ LCD ที่มีขายในบ้านเราในปัจจุบัน มีค่า Contrast ratio ตั้งแต่ 2000:1 ขึ้นไปจนถึง หลายล้านต่อหนึ่งก็มี จึงทำให้ตัวเลขนี้ดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าไรนัก จอที่เราแนะนำควรจะมี dynamic contrast ratio ประมาณ 30000:1 ขึ้นไป และหากคุณสนใจเกี่ยวกับรายละเอียดในเรื่อง contrast ratio และความแตกต่างของ Panel contrast ratio กับ dynamic contrast ratio อย่าลืมเข้าไปศึกษาได้ในเว็บไซท์ของเรานะครับ6. มุมมองการรับชม (viewing angle)– มุมมองการรับชม หมายถึงมุมมองในการรับชมจากด้านข้าง, ด้านบน หรือด้านล่างที่สามารถรับชมได้โดยคุณภาพของภาพไม่ลดลง ลองนึกเปรียบเทียบกับทีวีจอแก้วเลยครับ คงไม่มีใครนั่งชมทีวีตรงหน้าจอตลอดเวลาได้แน่ๆ ถึงแม้ว่าคุณจะนั่งอยู่กลางจอพอดี แต่เพื่อนที่นั่งอยู่โซฟาตัวเดียวกับคุณก็จะต้องมองทีวีในมุมด้านข้าง หรือแม้แต่เวลาคุณวางหน้าจอไว้ที่โต๊ะ และนั่งกับพื้นเพื่อเล่นวีดีโอเกม คุณก็ต้องมองภาพบนจอจากมุมด้านล่างเช่นเดียวกันธรรมชาติของจอ LCD นั้นมีข้อจำกัดในเรื่องของมุมมอง ทำให้มันไม่สามารถมองได้ทุกมุมอย่างจอ CRT ได้ ผู้ผลิตจอจึงได้เอาตัวเลของศาการมอง (viewable angle) มาเป็นจุดขายของ LCD TV ด้วย โดยตัวเลขที่ผู้ผลิตโฆษณานั้นจะแสดงเป็นตัวเลข เช่น 160/160 หมายถึง คุณสามารถมองภาพบนจอนั้นด้วยมุมมองด้านข้าง/ด้านบนหรือล่าง ได้กว้างสูงสุดที่ 160 องศา โดยที่ภาพไม่มีอาการสีเพี้ยนให้เห็นตัวเลข viewing angle ยิ่งใกล้ 180 องศาเท่าไหร่ ยิ่งหมายความว่าจอ LCD นั้นมีมุมมองที่กว้างมากนั่นเอง7. ความสามารถในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ (connectivity)– อีกประเด็นที่ควรพิจารณาในการเลือกซื้อ LCD TV คือ จำนวนช่องสัญญาณประเภทต่างๆ ที่มีมาให้ ตรงนี้ควรเลือกให้สอดคล้องกับความต้องการของคุณ หากคุณมีแผนที่จะเอา LCD TV ตัวนี้ไปต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ เช่น เครื่องเล่น DVD, เครื่องเล่นเกมอย่าง XBOX 360 หรือ Playstation 3 หรือแม้แต่เครื่องคอมพิวเตอร์, กล้องดิจิตอล และอุปกรณ์พกพาต่างๆ คงไม่สนุกแน่ๆ ถ้าทีวีของคุณมีพอร์ท HDMI เพียงพอร์ทเดียว แต่คุณมีอุปกรณ์ที่ใช้ HDMI อยู่ 3 ชิ้น และคุณจะต้องถอดอุปกรณ์สลับไปมาเวลาที่คุณต้องการใช้งานพอร์ทต่างๆ ที่เราแนะนำว่า LCD TV ควรจะมีคือ:• พอร์ท HDMI (High Definition Multimedia Interface) สำหรับต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ที่ส่งสัญญาณแบบดิจิตอล เช่นเครื่องเล่น Blu-ray disc, เครื่องเล่น DVD และคอมพิวเตอร์ เป็นต้น เราแนะนำว่าจอ LCD ของคุณควรมีพอร์ท HDMI อย่างน้อย 2 พอร์ท• พอร์ท Component เป็นพอร์ทรับสัญญาณอนาล็อกคุณภาพสูง ซึ่งควรจะมีอย่างน้อย 2 พอร์ท• พอร์ท Composite และ S-Video สำหรับต่ออุปกรณ์ที่มีช่อง AV-Out หรือ S-Video out ทั่วไป ซึ่งพอร์ทนี้ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นมาตรฐานที่ให้มากับ LCD TV แทบจะทุกรุ่น• พอร์ท VGA หรือ D-Sub สำหรับเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์แบบอนาล็อก หรือเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ที่มีช่อง VGA out ตรงนี้สามารถเลือกให้ตรงกับความต้องการของคุณ หากคุณไม่ต้องการใช้มัน ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อ LCD TV ที่มีพอร์ทนี้• พอร์ท LAN สำหรับเชื่อมต่อ internet หรือเล่นไฟล์มัลติมีเดียจาก UPNP (DLNA) server พอร์ทนี้จะพบได้ใน LCD TV แบบไฮเอนด์ หากคุณไม่มีความจำเป็นต้องใช้มัน ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อ LCD TV ที่มีพอร์ทนี้8. เสียง (sound)– LCD TV ทั่วไปจะติดลำโพงมาด้วยอยู่แล้ว การเลือกลำโพงให้ถูกใจนั้นไม่มีกฏเกณฑ์ที่ตายตัว เพราะมันขึ้นอยู่กับรสนิยม และความต้องการของผู้ฟังเป็นหลัก ข้อควรระวังในประเด็นนื้คือ จอ LCD บางรุ่น โดยเฉพาะรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับใช้เป็น Monitor จะไม่มีลำโพงติดมาด้วย เพราะฉะนั้นคุณจะต้องหาซื้อลำโพงมาใช้ต่างหาก เราจึงขอแนะนำให้ศึกษาสเป็กให้ละเอียดก่อนเลือกซื้ออ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ทีมงาน LCDSPEC หวังว่าคุณจะสามารถเลือกซื้อ LCD TV ได้ถูกใจมากยิ่งขึ้นนะครับ หากคุณสนใจอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติม ทั้งรายละเอียดทั่วไป และรายละเอียดทางเทคนิค สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซท้ www.lcdspec.com ของเรา ซึ่งมีทั้งสาระความรู้และข่าวสารต่างๆ เกี่ยวกับวงการ LCD รวมถึงบทความน่ารู้ และรีวิวจอ LCD เด็ดๆ ให้ตัดสินใจก่อนเลือกซื้อ นอกจากนี้เรายังมีเว็บบอร์ดสำหรับให้สมาชิกได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และความรู้ต่างๆ ด้วยครับแล้วพบกันนะครับDownload บทความนี้————————————————————————————————————————————————————–สงวนสิทธิ์: 2551 LCDSPEC.com ห้ามทำซ้ำส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมดของบทความนี้โดยไม่ได้รับอนุญาติ
Review : Sharp LC-40LE700M จอ Direct LED TV สุดล้ำ แทบหาที่ติไม่ได้ !!
หลังจากเข้าหน้าฝนกันมาได้สักระยะ ช่วงนี้ก็รู้สึกว่าฝนจะตกกันทุกวันเลย หวังว่าเพื่อนๆ คงสบายดีกันนะครับ ใครที่ไม่สบายแล้วก็อย่าลืมไปเยี่ยมคุณหมอกันด้วยนะครับ จะได้หายไวๆ มานั่งอ่านรีวิวกันต่อ อิอิ อ่อเกือบลืมกล่าวสวัสดีชาว LCDSpec.com กันเลยทีเดียว คราวนี้ก็มาคิวของ Sharp LC-40LE700M Direct LED TV กันบ้างLC-40LE700M เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดจาก Sharp ยี่ห้อชั้นนำจากญี่ปุ่น ที่ใส่ใจคุณภาพของการแสดงผลอย่างมาก และ ยังเป็น LCD TV ยี่ห้อแรกๆในตลาด ที่ผ่านมา Sharp ได้รับการตอบรับที่ดีในระดับหนึ่งอยู่แล้ว และเมื่อต้นปี 2010 นี้ Sharp ก็ได้เปิดตัว LCD TV รุ่นใหม่ๆ รวมทั้ง LED รุ่นนี้นี่เอง ซึ่งเรียกได้ว่า เปิดตัว LED รุ่นแรกก็เปิดตัวอย่างสวยงาม ด้วย Direct LED TV เลยจริงๆแล้ว LC-40LE700M นี้มีรุ่นแฝด คือ LC-40LB700M ซึ่งเสปคและรูปทรงทุกอย่างแทบจะเหมือนกันหมด แต่จะมีเพิ่มเครื่องเล่น Bluray Player มาในตัว เพื่อประหยัดพื้นที่การติดตั้ง และ สะดวกในการควบคุมจากรีโมทเพียงอันเดียว อาจจะดูแปลกใหม่ในบ้านเรา แต่ที่ญี่ปุ่น การพ่วงเครื่องเล่นแบบนี้ เป็นที่นิยมมากหน้าจอมีให้เลือกขนาดเดียว คือ 40 นิ้วนั่นเอง มาพร้อมการแสดงสีที่จัดจ้าน และสีดำที่ดำสนิท ด้วยเทคโนโลยี Direct LED อาจจะฟังแล้วงงๆ กันอยู่ แล้วถ้าบอกว่าเป็น Full LED หล่ะ หลายๆ คนคงจะถึงบางอ้อกันเลยทีเดียว ว่าแล้วก็มาแกะกล่องประกอบกันสักครู่ก่อน แล้วเดี๋ยวจะมาเล่าให้ฟัง… เอ๊ะยังไง อืมเอาเป็นว่าประกอบกันจริงๆ ละกันครับ แกะกล่องมามี ตัวเครื่อง ฐาน คานเหล็กสำหรับยึดฐานกับตัวเครื่อง สกรู 8 ตัว แล้วก็สายไฟ รีโมท แล้วก็คู่มือ ส่วนโฟม พลาสติกแล้วก็สก็อตเทปคงไม่ต้องไปพูดถึงมันนะว่ามีมาด้วยร่ายกันมาเยอะแล้วคิดว่าคงอยากเห็นสเปกกันแล้วหล่ะมั้ง … เมื่อกี้ใครยกมือว่าไม่อยากดูครับ เอามือลงก่อน ไม่อยากดูก็อยากจะบอก.. ฮืมเอาสิ –.-“จุดเด่นของ LC40LE700M เครื่องนี้ Sharp ใช้หน้าจอแบบ AQUOS LED ที่ได้ผสมผสาน หน้าจอแบบ X-GEN กับ หลอด LED ขนาดเล็กทั่วหน้าจอ ในรูปแบบ Ultra-rilliant จึงทำให้สามารถแสดงผลที่ความคมชุดสูง สีดำที่เข้มสนิท ให้มิติความชัดลึกที่ยอดเยี่ยม และ ประหยัดพลังงานกว่าหน้าจอแบบ X-Gen Panel จะมีการจัดเรียงของ Pattern ที่ดีกว่าหน้าจอแบบอื่น ทำให้ลดอาการแสงเล็ดลอด (หรือแสงรั่ว) จากแสง Backlight จากหลังหน้าจอ ผนวกกับ Crystal Clear Technology ที่ช่วยลดแสงสะท้อนที่ตกกระทบมาบนผิวจอ ไม่กระจายแผ่ไปทั่ว จนกระทบต่อการรับชมสีเข้มๆ หรือ บริเวณภาพมืดๆ จึงทำให้เราสามารถเห็นสีดำที่สนิทกว่าจอทั่วๆไปอีกจุดเด่นสำคัญ คือหน้าจอนี้เป็นแบบDirect LED (หรือค่ายอื่นอาจจะเรียกว่า Full LED) ซึ่ง Sharp ใช้เทคโนโลยี Brilliant LED ทั่วทั้งหน้าจอ การติดตั้งของหลอดระยะห่างของแสงจากหลอด LED ที่ส่องไปยังหน้าจอ มีความเท่ากันทั้งจอ ซึ่งได้เปรียบกว่าแบบ Edge Light Method ที่ยังใช้งานร่วมกับหลอด CCFL ที่ให้ความสว่างแตกต่างกันในส่วนของหลอด CCFL และ LED นอกจากนี้การใช้ LED ทั่วทั้งจอ ยังช่วยลดการใช้พลังงานอีกด้วย ซึ่งหลอด LED นี้มีอายุการใช้งานยาวนานถึง 100,000 ชั่วโมงเลยทีเดียวก็อย่างที่บอกนะ (ตอนไหน) ว่าเป็น Full HD เพราะฉะนั้นความละเอียดหน้าจอคงจะหนีไปไหนไม่ได้ นอกจาก 1920 x 1080 Pixel ให้ค่าความสว่างสูงถึง 450 cd/m2 และให้ภาพดูราบรื่นไม่มีสะดุด ด้วยเทคโนโลยี 100/120Hz Fine Motion Advance  สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดกับการปรับแสงสว่างหน้าจอให้เหมาะกับสภาพแสงสว่างภายในห้องอย่าง Advance OPC และระบบรีโมทเดียวหลายเครื่องเล่น ผ่านทาง AQUOS LINKการออกแบบของ Sharp LC-40LE700M นี้มาใน Theme เดียวกับ Sharp รุ่นของปีที่ผ่านๆมาอย่าง A77 ที่ตัวเครื่องจะเป็นทรงสี่เหลี่ยม ดูแข็งแรง และ บึกบึน ผสมกับความหรูหราเช่นเคย มีการเพิ่มมิติด้วยเฉดสีแดงด้านล่างของตัวเครื่อง มาพร้อมฐานตั้งทรงสี่เหลี่ยมที่รับกับตัวเครื่องได้เป็นอย่างดี ฐานตั้งนี้ไม่สามารถหมุนปรับซ้ายขวาได้ ซึ่งให้ความแข็งแรงเป็นอย่างดีด้วยดีไซน์เรียบๆ ที่แอบพกความหรูหรามาด้วย กับกรอบจอสีดำแบบกรอสซี ที่ตัดกับตัว “A” ไฟสีฟ้าสัญลักษณ์การทำงานของหลอด LED BRILLIANTมาดูกันชัดๆ ไปเลย อ๊ะ.. ไฟมี 2 ดวง… ไม่ใช่แล้ว จะบอกว่าฐานก็ออกแบบมาเป็นแบบพลาสติกสีดำกรอสซี่ที่มีความเงามากต่างหาก เงาซะสะท้อนโลโก้ได้ซะชัดเลย ซึ่งไฟดวงนี้ สามารถสั่งปิดได้ เพื่อไม่ให้รบกวนการรับชมรายการได้จากเมนูหลักมุมบนซ้ายไม่มีอะไรมากกว่าบอกว่าเป็น AQUOS ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Sharp Aquos LCD/LED TV ทุกรุ่นส่วนบนขวาเป็นสติ๊กเกอร์บอกถึงรุ่น Sharp LE700 ว่าจอนี้เป็น AQUOS LED ที่ให้ภาพได้ถึง FullHD@1080P ความคมชัดระดับ MEGA Contrast ที่มี 100/120Hz Fine Motion Advance มีระบบ OPC สำหรับปรับแสงหน้าจออัตโนมัติ รับสัญญาณภาพแบบ 1080@24P ที่ทำให้ได้อารมณเหมือนชมจากฟิล์มภาพยนตร์ก็ได้ เสียงหนักแน่นด้วย Bass Enhancer สุดท้ายด้วย AQUOs Link ที่สามารถใช้ร่วมกับ AQUOS ตัวอื่นๆ ได้ผ่านทาง HDMI-CECมุมล่างขวาบอกว่าระบบเสียงนี้เป็น SRS TruSurround XT กับไฟสถานะ Power กับ OPC ส่วนสองจุดด้านขวาสุดให้ทายละกันครับว่าจุดไหนรับรีโมท จุดไหนเป็นเซนเซอร์วัดแสง โพสกันสนุกๆ ได้ที่ท้ายรายการนะครับ (ไม่มีเฉลย ไม่มีของรางวัล มีแต่ความสนุกเท่านั้น อิอิ)ด้านหลังก็เรียบๆ ตรงกลางมีชื่อ Aquos บอกให้รู้ว่าฉันเป็นใคร จะสังเกตุได้ว่าเครื่องค่อนข้างเหลี่ยมตั้งแต่ด้านหน้า ด้านหลัง และ ตามช่องเล็กช่องน้อย ซึ่งดูแล้วแข็งแรง และ เป็นระเบียบดี แบ่งช่องเสียบออกเป็นสองส่วน ซ้ายมือเป็นช่องสัญญาณ ขวามือเป็นปลั๊กไฟ (ถอดเปลี่ยนสายได้) ส่วนการแขวนผนังนั้นใช้กับ Wall Mount ที่เป็น VESA mount 400mm ครับ ว่าแต่เคยมีใครบ้างที่วางจออยู่นานนึกจะแขวนขึ้นมาประกฏว่ามีแมลงที่ไหนเอาดินมาอุดก็ไม่รู้ ต่อไปนี้ก็หมดปัญหาได้แล้วครับ ด้วยอุปกรณ์อันแสนล้ำลึกที่มีชื่อว่า “จุกยาง” ครับ เราต้องแย่งมันอุดไว้ก่อน o.Oอืม…ถ้าใครทำรีโมทหายไปแล้ว ปุ่มควบคุมต่างๆ อยู่ข้างเครื่องนะครับ อ่อยังมีช่องสัญญาณบางช่องแอบอยู่แถวนี้ด้วย และด้วยจอนี้เป็นแบบ Direct LED หรือ Full LED นั่นเอง การจัดเรียงหลอด LED จึงเข้าใกล้หน้าจอยิ่งขึ้น บวกกับไม่มีการใช้หลอดไฟ CCFL ด้วย จึงทำให้ตัวจอดูเหมือนจะบางกว่า Sharp รุ่นอื่นๆซะหน่อย แม้จอจะบางลงแต่ฐานจอยังกว้างเท่าเดิม ก็เท่านั้นนะ ฮ่าๆ เอ่อ…. เริ่มออกนอกเรื่องอีกแล้ว
บทความ: LED TV เหนือกว่า LCD TV ทั่วไปอย่างไร
คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าเทคโนโลยีอะไรที่อยู่เบื้องหลังความหรูหรา เพรียวบาง งดงามของดีไซน์ และความสามารถในการแสดงภาพของ LED TV ที่ทำได้สวยงามน่าตื่นตาตื่นใจกว่าภาพที่ได้จากจอ LCD TV ทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด?ในช่วงปี 2008 – 2009 ที่ผ่านมาเทคโนโลยี LED TV ถือว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามาพลิกโฉมหน้าของวงการ HDTV เลยทีเดียว เทคโนโลยีดังกล่าวนอกจากทำให้การออกแบบจอ LCD ให้มีความบางมากๆ ไม่ใช่ความฝันอีกต่อไปแล้วมันยังช่วยปรับปรุงและลบข้อด้อยของเทคโนโลยี LCD ในหลายๆ แง่ได้อีกด้วย และด้วยเทคโนโลยีการผลิต LED ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผลิตภัณฑ์ LED TV รุ่นหลังๆ มีประสิทธิภาพสูง ทนทาน และน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้เราได้ใช้สินค้าที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ในราคาถูกลงเรื่อยๆ ในปี 2010 นี้จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมในการลงทุนกับ LED TV ดีๆ สักเครื่อง มาติดตามกันเลยครับว่า LED TV นั้นมีข้อดีอย่างไรบ้างในด้านเทคนิค LED TV ยังถือว่าเป็น LCD TV ประเภทหนึ่ง โดยทั้งคู่ต่างก็ใช้ Liquid Crystal Display (LCD) ในการแสดงภาพที่ได้รับจากแหล่งกำเนิดสัญญาณเหมือนๆ กัน แต่สิ่งที่อยู่เบื้องหลังความแตกต่างของ LED TV นั่นคือเทคโนโลยี backlighting นั่นเองหลอด backlight ที่นิยมใช้กับ LCD TV ในปัจจุบันมี 2 ประเภท ได้แก่ backlight แบบ CCFL (Cold Cathode Fluorescent Lamp) ซึ่งเป็น backlight ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย และพบได้ทั่วไปใน LCD TV หรือ LCD Monitor ส่วน backlight อีกประเภทที่น่าจะเข้ามาแทน backlight แบบ CCFL ในไม่ช้า คือ backlight แบบ LED (Light-Emitting Diode)การนำหลอด LED มาใช้เป็น backlight แทนการใช้หลอด CCFL นั้นจะช่วยเพิ่ม contrast ratio ให้กับจอ LCD ทำให้ภาพดูมีมิติขึ้น แสดงสีดำและไล่เฉดสีเทาได้หลากหลายมากขึ้น และเนื่องจากหลอด LED มีประสิทธิภาพในการเปล่งแสงได้แรงกว่าหลอดและมีขนาดเล็กกว่า ทำให้ผู้ผลิตสามารถออกแบบ TV ที่มีขนาดบางลง และใช้พลังงานน้อยลงอีกด้วยเช่นเดียวกับเทคโนโลยีของ CCFL Backlight ที่มีหลายประเภท เทคโนโลยีของ LED Backlight นั้นก็มีหลายประเภทเช่นเดียวกันโดย LCD TV ที่ใช้ LED Backlight ที่มีขายในปัจจุบันมี 2 ประเภทด้วยกัน คือLED-backlit LCD TV หมายถึงจอ LCD TV ที่ติดตั้งหลอด LED ไว้ด้านหลัง โดยหลอด LED ดังกล่าวจะเป็นแบบสีขาวทั้งหมด หรือเป็นแบบสามสี (แดง เขียว และน้ำเงิน: RGB) ก็ได้ การติดตั้งหลอด LED ไว้ด้านหลัง จะทำให้แผงควบคุมสามารถสั่งเปิดหรือปิดหลอด LED ดังกล่าวเป็นกลุ่มๆ ตามภาพที่แสดงอยู่บนจอในขณะนั้นได้ (เราเรียกเทคนิคนี้ว่า local dimming หรือ selective dimming)ซึ่งส่งผลให้บริเวณของภาพที่เป็นสีดำนั้นกลายเป็นสีดำสนิทอย่างแท้จริง และในกรณีที่ใช้หลอด LED แบบ RGB ก็จะช่วยทลายข้อจำกัดในการแสดงสีของจอ LCD ไปได้เลย เนื่องจากหลอด LED ทั้งสามสีนั้นสามารถผสมกันเป็นสีอะไรก็ได้ ส่งผลให้จอ LCD สามารถแสดงสีได้สมจริงยิ่งขึ้น ตัวอย่างของ LCD TV ที่ใช้เทคโนโลยี LED-backlit ได้แก่ Sony Bravia 46X450A, เป็นต้นLED Edge-lit LCD TV หมายถึงจอ LCD TV ที่ติดตั้งหลอด LED สีขาวไว้ตามขอบทั้งสี่ด้านของจอ จึงทำให้ผู้ผลิตสามารถออกแบบจอให้มีความบางมากๆ ได้ และถึงแม้ LCD TV ประเภทนี้ถึงแม้จะไม่สามารถสั่งปิด backlight เป็นกลุ่มๆ ได้เหมือนแบบแรก แต่ด้วยอานิสงส์ของหลอด LED จึงทำให้ภาพที่แสดงมีมิติมากกว่า มีความสว่าง และ contrast ratio สูงกว่า และไล่ระดับสีดำและเทาได้ดีกว่าจอ LCD TV ที่ใช้ CCFL backlight ทั่วไป ตัวอย่างของ LCD TV ที่ใช้ LED Edge-lit ได้แก่ Sony Bravia EX700, NX700 และ NX800 series เป็นต้นSony Bravia EX700Sony Bravia NX700หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการเลือกซื้อ LED TV ของทุกๆ ท่าน และติดตามข่าวสารและบทความดีๆ เกี่ยวกับ HDTV ได้ที่นี่นะครับ LCDSPEC.
PS3 กับ 1080p แบบสามมิติ จะไปด้วยกันได้หรือไม่
ปัญหาให้สับสนเล่นกันอีกแล้ว เมื่อคู่มือการทำเกมสามมิติอย่างเป็นทางการของ PlayStation 3 กลับระบุว่า เครื่องจะแสดงผลแค่ 720p เท่านั้น ตอนนี้ทาง Sony เองก็ได้ออกมาให้รายละเอียดในการประชุมกลุ่มนักพัฒนาที่ผ่านมาแล้ว คุณ Simon Benson จาก Sony ได้อธิบายว่า แม้เกมอย่าง Super Stardust HD จะรันอยู่ที่ 1080p โดยตัวมันเองแล้ว แต่ภาพจะโดนลดขนาดมาเป็น 720p สองภาพแทน (แต่ละภาพสำหรับตาแต่ละข้าง) แต่แน่นอนเครื่อง PlayStation 3 สามารถแสดงผลภาพสามมิติด้วยความละเอียดขนาดนั้นได้ รวมทั้งภาพของ Blu-Ray ที่จะอัพเกรดในอนาคตด้วย เขายังบอกอีกว่า มันสามารถรันภาพ 720p ได้ที่ 60 เฟรมอยู่แล้ว สำหรับ Blu-Ray จะรันที่ 24 เฟรม สำหรับพวก Cinematic Game นั้นเหมาะจะรันที่เฟรมต่ำแต่ความละเอียดสูงๆ แต่ ณ ตอนนี้ตามคู่มือยังไม่สามารถทำได้ปัญหานี้อาจจะไม่ส่งผลอย่างเห็นได้ชัดกับตัวคนเล่น คุณ Benson บอกอีกว่า แม้ตัวนักออกแบบกราฟิกที่ชำนาญยังแยกภาพความละเอียดทั้งสองแทบไม่ออก เรื่องนี้ก็คงเป็นปัญหาให้คนที่มีเวลาว่างพอจะมานั่งนับพิกเซลไปเถียงเล่นกันสักพักที่มา : joystiq.com
รู้กันหรือเปล่าวันที่ 25 – 29 นี้มีงาน CEMART ขายของเครื่องใช่ไฟฟ้าเพียบ
ก่อนจะไปดูโปรโมชั่นเราไปดูรายละเอียดของงาน CEMART กันก่อนดีกว่าเออาร์ไอพี เดินหน้าระดมพันธมิตรแห่งวงการเครื่องใช้ไฟฟ้า เปิดมิติใหม่ของงานแสดงสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชั้น นำแห่งปี “Consumer Electronics Mart 2010” หรือ CEMART 2010 ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ตอบรับชีวิตอนาคต ภายใต้แนวคิด “The Future Right Now” หวังเป็นหนึ่งทางเลือกให้ผู้บริโภค ชี้ CE เป็นสินค้าที่กำลังเข้าสู่ยุค Hyper Technology เริ่มเห็นแนวโน้มจาก “คอมมาร์ต” พร้อมขนโปรโมชันสุดพิเศษลดกระหน่ำ ตั้งเป้าผู้เข้าชมงาน 2 แสนราย ประเดิมยอดขาย 200 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 25 – 29 สิงหาคม 2553 เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์นายปฐม อินทโรดม ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงานแสดงสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ภายใต้ชื่อ CEMART 2010 กล่าวว่า เออาร์ไอพี ร่วมกับบริษัทคู่ค้าอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ เตรียมจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ชั้นนำแห่งปี มิติใหม่แห่งการชอปปิ้ง ภายใต้ชื่อ “Consumer Electronics Mart 2010” หรือ CEMART 2010 พร้อมกับชูคอนเซปท์ “The Future Right Now” สัมผัสชีวิตในอนาคตได้ที่งาน CEMART 2010 เพราะสินค้าคอนซูเมอร์อิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบันเป็น Hyper Technology ที่มีมิติมากขึ้น เพื่อสอดรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค และเป็นการพัฒนาความรู้ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีเครื่องใช้ไฟฟ้าและ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจร ให้ผู้บริโภคได้สามารถเลือกซื้อสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสม ทั้งคุณภาพและราคา“เออาร์ไอพี มีความรู้ความเชี่ยวชาญในฐานะผู้จัดทำสื่อด้านไอที เป็นผู้จัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าไอทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด อย่าง “คอมมาร์ต” ซึ่งการจัดงานที่ผ่านมาได้มีการทดลองตลาดโดยการขยายส่วนการจัดแสดงสินค้า เครื่องใช้ไฟฟ้ามาแล้วถึง 2 งาน ผลตอบรับดีมากขึ้นเรื่อยๆ จึงมองเห็นโอกาสทางการตลาด รวมถึงเรารู้พฤติกรรมของผู้บริโภคว่าต้องการอะไร ที่สำคัญสินค้าคอนซูเมอร์อิเล็กทรอนิกส์ มีลักษณะ Hyper Technology ที่มีมิติต่างจากเดิม ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เข้าไปในตัวสินค้า ทำให้ใช้งานได้หลากหลาย และเพิ่มประสบการณ์แปลกใหม่ให้กับผู้ใช้ ตลาดสินค้าไอทีและคอนซูเมอร์อิเล็กทรอนิกส์จึงมีแนวโน้มที่จะปรับตัวเข้าหา กันมากขึ้น และแม้ว่า CEMART จะเป็นน้องใหม่ของงานเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศไทย แต่ด้วยทีมงานคอมมาร์ต ก็สามารถรับประกันทั้งคุณภาพและราคาได้เป็นอย่างดี” นายปฐมกล่าวนายปฐมกล่าวต่อว่า บริษัทฯ คาดว่าจะมีผู้สนใจเข้าชมงานในครั้งนี้ ประมาณ 200,000 ราย ซึ่งจะเป็นกลุ่มลูกค้าเดิมของงานคอมมาร์ต และผู้บริโภคทั่วไปที่เริ่มมีความต้องการจะซื้อบ้าน คอนโดมีเนียม หรือผู้ที่มีบ้านอยู่แล้วและต้องการจะซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าไปใช้เพิ่มเติม รวมทั้งผู้แทนจำหน่าย ดีลเลอร์ทั่วประเทศ องค์กรธุรกิจ หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีทั่วไป อีกทั้งงานครั้งนี้บริษัทคู่ค้าก็นำสินค้าใหม่ๆ มาโชว์ให้ผู้เข้าชมงานได้ชมและเลือกซื้อในราคาสุดพิเศษ โดยตั้งเป้ายอดขายภายในงานไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท ทั้งนี้ มองว่าตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นตลาดที่ใหญ่ มีมูลค่าโดยรวมถึง 80,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับมูลค่าตลาดไอทีโดยรวม 60,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตอีกมาก เนื่องจากเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นปัจจัยหลักในชีวิตประจำวัน ส่งผลให้ยอดขายโดยรวมของเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในช่วง ครึ่งปีหลังของปีนี้น่าจะดีกว่าช่วงครึ่งปีแรกด้าน นายประสิทธิ์ วรฉัตราวณิช รองผู้จัดการทั่วไป และผู้อำนวยการฝ่ายนิวมีเดีย บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่จะนำมาจัดแสดงในงาน CEMART 2010 ครั้งนี้ จะเน้นเทคโนโลยีล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวในต่างประเทศ ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นเทรนด์ตามไลฟ์สไตล์ของกลุ่มคนรุ่นใหม่ คือ ทันสมัย ง่าย สะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็น พัดลมแนวใหม่ไร้ใบพัด, เพอร์ชัลเนล อินเตอร์เน็ต วิวเวอร์, เครื่องชั่งน้ำหนัก ที่สามารถประมวลผลมวลรวมของร่างกายไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ และ ไอโฟนโปรเจคเตอร์ เมื่อสวมเข้ากับไอพอดทัชหรือไอโฟน (iPhone 3GS, 3G, 2G) แล้วจะกลายเป็นโปรเจคเตอร์ขนาดย่อมสำหรับกิจกรรม เสวนา Workshop ที่น่าสนใจ อาทิ โฮมแคร์ พบกับเทคนิคการติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในบ้านเพื่อการดูแลคนที่คุณรักทุกที่ ทุกเวลา, โหลดบิทสบายๆ กับ HD Player กิจกรรมบนเวทีกลาง อาทิ รู้ลึก LCD, LED ในทุกฟังค์ชันการใช้งาน, ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 สัญลักษณ์แห่งคุณภาพ, เครื่องใช้ไฟฟ้ามาตรฐาน มอก. นั้นสำคัญไฉน และรู้จักกับศาสตร์การติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าให้เข้ากับหลักฮวงจุ้ย CEMART Buyer’s Guide Corner แนะนำการเลือกซื้อ LED,LCD และอุปกรณ์ต่อพ่วง รวมทั้งCEMART Auction ประมูลสินค้าไอทีและ CE หลากหลายรายการ เริ่มต้นที่ 1 บาทนอกจากนี้ ในงานยังมีโปรโมชันพิเศษสุดสำหรับผู้เข้าชมงาน โดยสามารถนำเอกสารใบปลิวงาน CEMART 2010 มาร่วมลุ้นโชคสร้อยคอทองคำรายวัน รวม 20 เส้น ที่จุดบริการ CEMART Big Plus และเมื่อซื้อสินค้าภายในงานครบทุก 3,000 บาท สามารถแลกรับคูปองชิงรางวัล I Phone 4 , โน้ตบุ๊ค และรางวัลอื่นๆ ภายในงานอีกมากมาย โดยงานมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 – 29 สิงหาคม 2553 เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ผู้เข้าชมงานสามารถโดยสาร รถไฟฟ้าใต้ดิน ปลายทางสถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เข้าชมงานได้ทันทีสำหรับพันธมิตรที่เข้าร่วมสนับสนุนในการจัดงาน “CEMART 2010” ประกอบด้วย บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคทรอนิคส์ จำกัด บริษัท แอลจี อิเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ดิจิตอล เบสท์บาย จำกัด บริษัท ฮาร์ดแวร์ เฮ้าส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัท เพาวเวอร์บาย จำกัด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)
LCDSpec พาสัมผัสปรากฎการณ์แห่งภาพและเสียงระดับมาสเตอร์พีซ “ซัมซุง C9000 3D แอลอีดีทีวี”
สวัสดีครับ ช่วงนี้ดูเหมือนฟ้าฝนจะตกกันแบบไม่ลืมหูลืมตากันเลยนะครับ เล่นเอาต้องเดินลุยน้ำเข้าที่พักกันเลยทีเดียว มาคราวนี้ก็พบกับการเที่ยวชมกันสักหน่อย ด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ กับผลิตภัณฑ์ระดับมาสเตอร์พีซ ซัมซุง C9000 3D แอลอีดีทีวี ที่ออกมาสั่นสะเทือนวงการภาพและเสียงทั่วโลก ด้วยนวัตกรรมและโดเด่นที่สุดของการออกแบบ ที่ทำให้ผู้ชมดื่มด่ำทุกสัมผัส เต็มอิ่มทุกอารมณ์ในมิติของภาพด้วยเทคโนโลยี 3D HyperReal Engine ซึ่งได้รับการันตีด้วยรางวัล Innovation Award จาก ICES2010สถานที่จัดงานครั้งนี้ก็โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพ เมื่อออกจากลิฟต์แล้วเราก็จะพบกับ Samsung C9000 3D LEDTV ที่ได้ชื่อว่าทีวีที่มีคนอยากดูมากที่สุด (แม้ขณะปิดเครื่อง) และเป็น LEDTV ที่บางที่สุดในโลกก็ว่าได้ ซึ่งมีความหนาเพียง 7.9 มิลลิเมตรเท่านั้นเมื่อเริ่มงานอย่างเป็นทางการ คุณรัชตะ สุทธาพัฒน์ธานนท์ ผู้จัดการอาวุโสกิจภาพและเสียง บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิกส์ จำกัด กล่าวต้อนรับพร้อมและแนะนำผลิตภัณฑ์พร้อมร่วมพูดคุยกับสื่อมวลชนและตามมาด้วยการสาธิตผลิตภัณฑ์ โดยคุณอัศวิน ชูสถานพรกุล ผู้จัดการผลิตภัณฑ์แอลอีดีทีวีและแอลซีดีทีวี บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิกส์ จำกัดด้วยความโดดเด่นของตัวเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ แบบ Titanium Brushed ที่ดูหรูหราสะดุดตา หน้าจอใหญ่ถึง 55 นิ้ว และความบางที่บางเฉียบ หนาเพียงแค่ 7.9 ม.ม. ซึ่งอาจจะทำให้เจ้าเหมียวที่บ้านแอบงอนได้ TT-TT (เพราะไม่มีที่บนทีวีให้นอน)สเปกของ Samsung C9000 3D LEDTVปุ่มควบคุมแบบสัมผัส (สัมผัสตั้งแต่ตอนเปิด) โดยเมื่อไฟที่ปุ่มดับลง แผงควบคุมจะสไลด์กับเข้าไปเองมาลองดูอุปกรณ์ที่ใหญ่กว่าทีวีดูบ้าง (ออกคำสั่งทีวีได้) Remote Control นั่นเอง โดยรีโมทตัวนี้เป็นแบบ Touch Remote Control มีหน้าจอแบบ LCD Touch Screen หน้าตาและขนาดก็อย่างที่เห็นอยู่ในมือนั่นแหละครับ ดูเผินๆ ก็นึกว่าเป็นโทรศัพท์มือถืออยู่เหมือนกัน o_O (ถ้าใส่ซิมได้ก็คงใช่)และจุดเด่นอีกอย่างของ Touch Remote Control ตัวนี้ยังไม่หมดกันง่ายๆ เคยมั้ยกับการดูหนัง ดูบอล ชอตกำลังสำคัญเลย แต่ดันต้องลุกไปเข้าห้องน้ำ… คราวนี้ก็หมดห่วงว่าจะพลาดชอตเด็ดไปได้เลยเมื่อพกทีวีเครื่องที่สองไปด้วย ด้วยหน้าจอ LCD 3 นิ้ว ถ่ายทอดทั้งภาพและเสียง เพียงแค่กดที่รีโมท Touch Remote ก็จะกลายเป็นทีวีได้อย่างง่ายดายและปิดท้ายด้วยภาพหล่อๆ ของผู้บริหารจาก บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิกส์ จำกัดสรุปแล้ววันนี้กับเวิร์คช็อป สัมผัสปรากฎการณ์แห่งภาพและเสียงระดับมาสเตอร์พีซ “ซัมซุง C9000 3D แอลอีดีทีวี” ได้สัมผัสปรากฎการณ์ใหม่จริงๆ ครับ ทั้งภาพที่เฉียบคม ความสามารถด้าน 3D ที่สามารถแปลงจาก 2D ไปเป็น 3D ทำให้เราได้เล่น 3D ไปก่อนที่คอนเทนต์ 3D จริงๆ จะออกมามากขึ้น หรือรีโมทตัวใหม่ที่สามารถเป็นทีวีได้อีกเครื่องเมื่อจำเป็นต้องละจากจอหลักที่กำลังดูอยู่
Review: BenQ G920WL – LED Monitor 19 นิ้ว ราคาเบาๆ
By: samantagtr | Date: 24 January 2010 | อ่าน 38,496 | 8 ความเห็น

« ก่อนหน้านี้     หน้าต่อไป »  

conc

IMG_1886

ถ้าหากใครคิดว่ากำลังจะเปลี่ยนจอ LCD ตัวใหม่ ที่เหมาะสำหรับใช้งานทั่วไปหรือจะนำไปเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จอ LED LCD Monitor ก็น่าจะตอบโจทย์ต่างๆ ที่ตรงกับการใช้งานได้อย่างลงตัว ด้วยดีไซน์ที่ดูเรียบหรูสวยงาม เน้นสีดำเป็นหลัก หน้าจอมีขนาด 19 นิ้ว สัดส่วนไวด์สกรีน 16:10 เพียงพอต่อการใช้งานทุกรูปแบบ ความละเอียดที่ 1440×900 และถึงแม้จะเป็นจอด้าน แต่ก็ยังให้สีสันที่ดูสดใสสมจริงอยู่ด้วยเทคโนโลยี Senseye® ของทาง BENQ ที่สำคัญด้วยเทคโนโลยี LED backlight ทำให้มีค่าอัตราความคมชัดที่สูงถึง 5,000,000:1 อีกทั้งยังมีส่วนช่วยในการประหยัดพลังงานอีกด้วย แต่อาจจะมีปัญหาเล็กน้อยของส่วนในการใช้งานเมนูของจอ เนื่องมาจากตัวหนังสือที่เป็นคำสั่งในการใช้งานมองค่อนข้างยาก ซึ่งถ้าใช้ไปซักพักก็คุ้นชินไปเอง ในส่วนของราคาค่าตัวนั้นก็ถือว่าไม่แพงเลย คุ้มค่ากับเงินจำนวน 4,390 บาท ที่จ่ายไปแน่นอนครับ

IMG_1888

IMG_1884

IMG_1882

IMG_1842 

จุดเด่น:

  • หน้าจอขนาด 19 นิ้ว ความละเอียด 1440×900 (WXGA+)
  • ใช้เทคโนโลยี LED backlight ทำให้ประหยัดพลังงาน
  • มีค่าอัตราความคมชัดที่สูงถึง 5,000,000:1
  • เทคโนโลยี Senseye® ให้สีสันสดใสสมจริง
  • มีพอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน ทั้ง VGA และ DVI
  • ราคาไม่แพง คุ้มค่าต่อราคา

ข้อสังเกต:

  • ตัวจอเป็นลักษณะ Glossy ทำให้เป็นรอยได้ง่าย
  • การออกแบบ ดีไซน์ค่อนข้างที่จะเหมือนกับรุ่นต่างๆ ที่ออกมาก่อนหน้านี้
  • การใช้งานปุ่มกดในส่วนของเมนูของจอใช้งานค่อยข้างยาก

 

 ขอขอบพระคุณ BENQ ที่เอื้อเฟื้อผลิตภัณฑ์สำหรับการทดสอบในครั้งนี้

benq__logo

เว็บไซท์ผลิตภัณฑ์: BENQ

« ก่อนหน้านี้ 1 2 3 หน้าต่อไป »

 
 
Comments ความคิดเห็น (8)
Anonymous (58.8.110.xxx) | 01/03/2553 : 22:04      

ข้างหลังเครื่องเขียนเป็น LCD MONITOR ชัดเจน

แล้วมันเป็น LED ได้อย่างไร

ความคิดเห็นที่ 8
    samantagtr (58.8.128.xxx) | 02/03/2553 : 00:55      

    ตัวนี้ใช้เทคโนโลยี LED backlight น่ะครับ

    แต่ในส่วนของรูปร่างหน้าตาอาจจะไม่เรียบแบนอย่างจอที่ใช้ LED backlight ควรจะเป็นเท่านั้นเองครับ

    ความคิดเห็นที่ 5
Anonymous (110.49.17.xxx) | 01/03/2553 : 15:07      

เพิ่งไปซื้้อมาครับ จาก JIB ก็ถือว่า OK น่ะครับ

เพราะตอนเเรกใช้ LCD ที่เป็นจอกระจก ปวดตามากเวลาใช้ไปนานๆ เลยขายทิ้งไปแล้ว

ความคิดเห็นที่ 5
Anonymous (202.28.181.xxx) | 27/01/2553 : 02:24      

เล่น ps3 ได้ป่าวคับ
(ต้องซื้ออะไรเพิ่มป่าว) ขอความรู้หน่อย

ความคิดเห็นที่ 4
    samantagtr (58.8.122.xxx) | 27/01/2553 : 09:45      

    ถ้าเป็นจอรุ่นนี้จะมีแต่พอร์ต DVI มาให้ครับ ถามว่าเล่นได้ไหม…เล่นได้ครับ แต่ PS3 มันจะออกมาเป็น 16:9 ส่วนจอมันเป็น 16:10

    อีกอย่างนึง เราต้องไปซื้อสาย DVI to HDMI มาเชื่อมต่อกันซะก่อน

    แนะนำว่าให้ดู LCD Monitor ตัวที่รองรับ HDCP (High-bandwidth Digital Content Protection ) ด้วยนะครับ

    *ตัวที่รีวิวนี้รองรับครับ

    ความคิดเห็นที่ 1
Anonymous (125.25.135.xxx) | 26/01/2553 : 10:41      

V2200 Eco วางขายแล้วยังครับ

ความคิดเห็นที่ 1
    samantagtr (58.8.237.xxx) | 26/01/2553 : 11:10      

    ผมลองถามเพื่อนที่ไปเดินพันทิพย์มาเมื่อวานยังไม่เห็นมีมาวางนะครับ แต่คาดว่าน่าจะมีมาขายเร็วๆ นี้แน่นอน

    ความคิดเห็นที่ -2
Anonymous (124.120.157.xxx) | 24/01/2553 : 23:59      

BenQ ยี่ห้อในดวงใจก็มาแล้ว เยี่ยมไปเลยครับ
LED BenQ เทคโนโลยีใหม่ แต่สบายกระเป๋า (ตังค์)

ความคิดเห็นที่ -2

     ร่วมแสดงความคิดเห็น / ไม่มีการตอบกลับ

LCD SPEC COMMENT
 
user/password เดียวกับเว็บบอร์ด สมัครสมาชิก
Username: Password:
ความคิดเห็น :
 
 
 
Tag: 3D 1080p Acer benq Blu-ray Blu-ray player Bravia Brochure ces commart DLNA DVI full hd Full HD 1080P hd HDMI HDTV IPS lcd LCD monitor lcd tv LED LED backlight LED Backlit LED Monitor LED TV LG monitor OLED OLED TV Panasonic Philips Pioneer Plasma Plasma TV PS3 Samsung sharp Sony Toshiba tv USB VGA Viera wifi
COPYRIGHT@2010 LCDSPEC.COM ALL RIGHTS RESERVED.
 0 Users Online