Buver's Guide Review HD Contents HD Accessories HD Event Promotions
LCDSPEC Buyer’s Guide แนะนำ LCD Monitor ที่น่าสนใจ ก่อนถึงงาน Commart Thailand Summer Sale 2010
สวัสดีครับแฟนๆ LCDSPEC ทุกท่าน ในงานคอมมาร์ตที่จะถึงนี้ คาดว่าหลายท่านคงจะมีโครงการสอยอุปกรณ์ไอที หรือไม่ก็ LCD Monitor มาใช้สักตัวอย่างแน่นอนในวันนี้ LCDSPEC ของเรา จึงขออาสาพาทุกท่านที่สนใจที่จะซื้อ LCD Monitor มาใช้งาน โดยจะเลือกรุ่นที่ดูคุ้มค่าและน่าสนใจในตลาดตอนนี้ และเป็นที่น่าสังเกตว่าในบ้านเราตอนนี้จะเห็น LED Monitor มากขึ้น ซึ่ง LCDSPEC ก็จะนำมาเป็นตัวเลือกด้วยเช่นกันครับ ซึ่งเพื่อความสะดวกเราจะขอแบ่งเป็นช่วงราคา 4 ช่วงด้วยกันนะครับ คือ ต่ำกว่า 5,000 บาท, 5,000 – 7,000 บาท, 7,000 – 10,000 บาท และช่วงราคาสุดท้ายก็คือมากกว่า 10,000 บาท สำหรับรุ่นต่างๆ ที่เลือกมาอาจจะมีหรือไม่มีวางจำหน่ายในงานคอมมาร์ตก็เป็นได้ครับ แนะนำไว้ให้ดูเป็นแนวทางก่อน ส่วนถ้าถึงวันงานแล้ว เราจะมาอัพเดทกันอีกที ว่ามีรุ่นไหนน่าสนใจภายในงานน่าจับจองบ้างสำหรับบางท่านที่ยังไม่รู้ว่าจะการเลือกซื้อ Monitor ให้ถูกใจได้อย่างไร แนะนำให้อ่าน บทความ: เลือกซื้อ LCD Monitor และ LED Monitor แบบของจริง ก่อนก็ได้ครับ งบน้อย ลองดู ต่ำกว่า 5,000 บาท >>>งบเท่านี้อาจจะได้ขนาดหน้า 18.5 นิ้ว – 20 นิ้ว ความละเอียดสุงสุดที่จะได้คือ 1600×900 พิกเซล ซึ่งเหมาะสำหรับใช้งานทั่วไป มีพอร์ต VGA, DVI มีครบถ้วน แถมยังได้เทคโนโลยี LED ด้วยในบางรุ่นAcer: P195HQLbd (LED Monitor) -       ขนาดหน้าจอ 18.5 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1366 x 768 พิกเซล-       Response Time 5 ms.-       อัตราความคมชัด 8,000,000:1 (ACM)-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVIสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/160-Acer-P195HQLbd.htmlราคา 4,490 บาทLG: E1940T-PN (LED Monitor) >>> -       ขนาดหน้าจอ 18.5 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1366 x 768 พิกเซล-       Response Time 5 ms.-       อัตราความคมชัด 2,000,000:1 (DFC)-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVIสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/175-LG-E1940T-PN.htmlราคา 4,700 บาทSamsung: 2043SWX Plus >>>  -       ขนาดหน้าจอ 20 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1600 x 900 พิกเซล-       Response Time 5 ms.-       อัตราความคมชัด 50,000:1-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVIสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/77-Samsung-S1-2043SWX+.htmlราคา 4,990 บาท พอมีพอใช้ ลองดู 5,000 – 7,000 บาทงบเท่านี้ยังไงก็ได้ความละเอียด Full HD แน่นอนครับ รวมถึงยังได้ขนาดหน้าจอ 21.5 นิ้ว ขึ้นไป เหมาะสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย มีพอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน ในบางรุ่นยังได้ HDMI อีกด้วย สำหรับในบางรุ่นยังได้เป็น LED Monitor อีกด้วยBenq: G2220HD >>> -       ขนาดหน้าจอ 21.5 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 5 ms.-       อัตราความคมชัด 40,000:1 (DCR)-       ความสว่าง 300 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVIสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/28-Benq-G2220HD.htmlราคา 5,390 บาทLG: E2240T-PN (LED Monitor) >>> -       ขนาดหน้าจอ 21.5 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 5 ms.-       อัตราความคมชัด 2,000,000:1 (DFC)-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVIสเปกเต็ม http://www.lcdspec.com/monitor/177-LG-E2240T-PN.htmlราคา 6,200 บาทSamsung: B2330 >>> -       ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 5 ms.-       อัตราความคมชัด 70,000:1 (DCR)-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVIสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/164-Samsung-B2330.htmlราคา 6,500 บาทAcer: G235HBd >>> -       ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 5 ms.-       อัตราความคมชัด 80,000:1-       ความสว่าง 300 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVIสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/190-Acer-G235Hbd.htmlราคา 6,290 บาท งบถึง เงินถึง ลองดู 7,000 – 10,000 บาทงบระดับนี้ในบางรุ่นจะใส่ฟังก์ชั่นการใช้งานพิเศษมาด้วย อย่างตอนนี้เด่นๆ จก็ะเป็น LCD Monitor ที่ใส่ความสามารถในการดู TV ได้ ขนาดหน้าจอก็ 21.5 นิ้วขึ้นไป เหมาะสำหรับไว้ดูหนังฟังเพลงเล่นเกม พร้อมมีลำโพงติดตั้งมาในตัว พร้อมการเชื่อมต่อภายนอกครบครันLG: M227WA -       ขนาดหน้าจอ 21.5 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 5 ms.-       อัตราความคมชัด 50,000:1 (DFC)-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMIx2, Composite, Scart, Audio-in-       ดูทีวีได้ พร้อมมีรีโมทคอนโทรล-       มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/179-LG-M227WA.htmlราคา 7,990 บาทBenq: G2412HD >>> -       ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 2 ms.-       อัตราความคมชัด4,000:1 (DCR)-       ความสว่าง 300 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMI, Audio-in-       มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/188-Benq-G2412HD.htmlราคา 8,190 บาทLG: W2286L >>> -       ขนาดหน้าจอ 22 นิ้ว Wide Screen (16:10)-       ความละเอียด 1680 x 1050 พิกเซล-       Response Time 2 ms.-       อัตราความคมชัด 2,000,000:1 (DFC)-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMIx2, Audio-in-       มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/178-LG-W2286L.htmlราคา 8,990 บาทSamsung: P2370HD >>> -       ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 5 ms.-       อัตราความคมชัด 50,000:1 (DFC)-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMIx2, Audio-in, Component, Composite-       ดูทีวีได้ พร้อมมีรีโมทคอนโทรล-       มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/212-Samsung-P2370HD.htmlราคา 9,990 บาทAcer: H235Hbmid >>> -       ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 2 ms.-       อัตราความคมชัด 100,000:1 (ACM)-       ความสว่าง 300 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMI, Audio-in-       มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/159-Acer-H235Hbmid.htmlราคา 9,900 บาท เหลือกิน เหลือใช้ ลองดู 10,000 บาทขึ้นไป งบเหลือเหลือๆ ขาดนี้ ขนาดหน้าจอที่ได้คือ 23 นิ้ว ขึ้นไปอย่างแน่นอน มาพร้อมกับฟังก์ชั่นพิเศษหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง ทัชกรีน หรือ LED เหมาะสำหรับคนที่ชอบอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ พร้อมพอร์ตการเชื่อมต่อครบถ้วน อย่าง HDMI นี่ มีเป็นพื้นฐานเลยครับAcer: S243HLbmii (LED Monitor) >>> ,u -       ขนาดหน้าจอ 24 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 2 ms.-       อัตราความคมชัด 8,000,000:1 (ACM)-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMIx2, Audio-in-       มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/194-Acer-S243HLbmii.htmlราคา 12,900 บาทAcer: T230Hbmidh >>> -       ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว Wide Screen Touch Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 2 ms.-       อัตราความคมชัด 80,000:1 (DCR)-       ความสว่าง 300 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMI, Audio-in-       ทัชกรีนที่หน้าจอได้ พร้อมรองรับมัลติทัชกรีน-       มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/193-Acer-T230Hbmidh.htmlราคา 13,500 บาทSamsung: XL2370 (LED Monitor) >>> -       ขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว Wide Screen (16:9)-       ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD)-       Response Time 2 ms.-       อัตราความคมชัด 5,000,000:1 (DCR)-       ความสว่าง 250 cd/m2-       พอร์ตเชื่อมต่อ VGA, DVI, HDMI, Audio-in-       มีลำโพงในตัวสเปกเต็มๆ http://www.lcdspec.com/monitor/213-Samsung-XL2370.htmlราคา 13,500 บาท อย่างที่บอกไว้ตั้งแต่ตอนต้นนะครับว่าให้ดูไว้แนวทางก่อนที่จะไปเดินภายในงานคอมมาร์ต รุ่นที่ LCDSPEC เลือกมา อาจจะไม่มีมาวางจำหน่ายในงานคอมมาร์ตครั้งนี้ก็เป็นได้ ซึ่งถ้าเราลองสังเกตจากการเลือกรุ่นที่น่าสนใจมาจะเห็นว่า หากเรามีงบประมาณ 5,000 บาท ต้นๆ ก็สามารถจับจอง LCD Monitor ที่มีความละเอียดแบบ 1920 x 1080 Full HD ได้แล้ว หรือถ้าสนใจจอแบบ LED Monitor ก็มีราคาตั้งแต่ 4,000 บาท กลางๆ ให้เลือก ไปจนถึงหลักหมื่นบาทกันทีเดียว และสำหรับคนที่ต้องการ LCD Monitor ที่มีพอร์ต HDMI ไว้สำหรับเชื่อมต่อภายนอกจาก Notebook หรือ Playstation 3 มีงบประมาณเพียง 6,000 กว่าบาท ก็สามารถซื้อหามาใช้งานกันได้อย่างสบายๆ สุดท้ายนี้ไว้ยังไงให้ถึงวันงานก่อน ทาง LCDSPEC จะมาอัพเดทแบบเกาะติดขอบงานอีกรอบหนึ่งครับ LCDSPEC.
Review : Sharp LC-40LE700M จอ Direct LED TV สุดล้ำ แทบหาที่ติไม่ได้ !!
หลังจากเข้าหน้าฝนกันมาได้สักระยะ ช่วงนี้ก็รู้สึกว่าฝนจะตกกันทุกวันเลย หวังว่าเพื่อนๆ คงสบายดีกันนะครับ ใครที่ไม่สบายแล้วก็อย่าลืมไปเยี่ยมคุณหมอกันด้วยนะครับ จะได้หายไวๆ มานั่งอ่านรีวิวกันต่อ อิอิ อ่อเกือบลืมกล่าวสวัสดีชาว LCDSpec.com กันเลยทีเดียว คราวนี้ก็มาคิวของ Sharp LC-40LE700M Direct LED TV กันบ้างLC-40LE700M เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดจาก Sharp ยี่ห้อชั้นนำจากญี่ปุ่น ที่ใส่ใจคุณภาพของการแสดงผลอย่างมาก และ ยังเป็น LCD TV ยี่ห้อแรกๆในตลาด ที่ผ่านมา Sharp ได้รับการตอบรับที่ดีในระดับหนึ่งอยู่แล้ว และเมื่อต้นปี 2010 นี้ Sharp ก็ได้เปิดตัว LCD TV รุ่นใหม่ๆ รวมทั้ง LED รุ่นนี้นี่เอง ซึ่งเรียกได้ว่า เปิดตัว LED รุ่นแรกก็เปิดตัวอย่างสวยงาม ด้วย Direct LED TV เลยจริงๆแล้ว LC-40LE700M นี้มีรุ่นแฝด คือ LC-40LB700M ซึ่งเสปคและรูปทรงทุกอย่างแทบจะเหมือนกันหมด แต่จะมีเพิ่มเครื่องเล่น Bluray Player มาในตัว เพื่อประหยัดพื้นที่การติดตั้ง และ สะดวกในการควบคุมจากรีโมทเพียงอันเดียว อาจจะดูแปลกใหม่ในบ้านเรา แต่ที่ญี่ปุ่น การพ่วงเครื่องเล่นแบบนี้ เป็นที่นิยมมากหน้าจอมีให้เลือกขนาดเดียว คือ 40 นิ้วนั่นเอง มาพร้อมการแสดงสีที่จัดจ้าน และสีดำที่ดำสนิท ด้วยเทคโนโลยี Direct LED อาจจะฟังแล้วงงๆ กันอยู่ แล้วถ้าบอกว่าเป็น Full LED หล่ะ หลายๆ คนคงจะถึงบางอ้อกันเลยทีเดียว ว่าแล้วก็มาแกะกล่องประกอบกันสักครู่ก่อน แล้วเดี๋ยวจะมาเล่าให้ฟัง… เอ๊ะยังไง อืมเอาเป็นว่าประกอบกันจริงๆ ละกันครับ แกะกล่องมามี ตัวเครื่อง ฐาน คานเหล็กสำหรับยึดฐานกับตัวเครื่อง สกรู 8 ตัว แล้วก็สายไฟ รีโมท แล้วก็คู่มือ ส่วนโฟม พลาสติกแล้วก็สก็อตเทปคงไม่ต้องไปพูดถึงมันนะว่ามีมาด้วยร่ายกันมาเยอะแล้วคิดว่าคงอยากเห็นสเปกกันแล้วหล่ะมั้ง … เมื่อกี้ใครยกมือว่าไม่อยากดูครับ เอามือลงก่อน ไม่อยากดูก็อยากจะบอก.. ฮืมเอาสิ –.-“จุดเด่นของ LC40LE700M เครื่องนี้ Sharp ใช้หน้าจอแบบ AQUOS LED ที่ได้ผสมผสาน หน้าจอแบบ X-GEN กับ หลอด LED ขนาดเล็กทั่วหน้าจอ ในรูปแบบ Ultra-rilliant จึงทำให้สามารถแสดงผลที่ความคมชุดสูง สีดำที่เข้มสนิท ให้มิติความชัดลึกที่ยอดเยี่ยม และ ประหยัดพลังงานกว่าหน้าจอแบบ X-Gen Panel จะมีการจัดเรียงของ Pattern ที่ดีกว่าหน้าจอแบบอื่น ทำให้ลดอาการแสงเล็ดลอด (หรือแสงรั่ว) จากแสง Backlight จากหลังหน้าจอ ผนวกกับ Crystal Clear Technology ที่ช่วยลดแสงสะท้อนที่ตกกระทบมาบนผิวจอ ไม่กระจายแผ่ไปทั่ว จนกระทบต่อการรับชมสีเข้มๆ หรือ บริเวณภาพมืดๆ จึงทำให้เราสามารถเห็นสีดำที่สนิทกว่าจอทั่วๆไปอีกจุดเด่นสำคัญ คือหน้าจอนี้เป็นแบบDirect LED (หรือค่ายอื่นอาจจะเรียกว่า Full LED) ซึ่ง Sharp ใช้เทคโนโลยี Brilliant LED ทั่วทั้งหน้าจอ การติดตั้งของหลอดระยะห่างของแสงจากหลอด LED ที่ส่องไปยังหน้าจอ มีความเท่ากันทั้งจอ ซึ่งได้เปรียบกว่าแบบ Edge Light Method ที่ยังใช้งานร่วมกับหลอด CCFL ที่ให้ความสว่างแตกต่างกันในส่วนของหลอด CCFL และ LED นอกจากนี้การใช้ LED ทั่วทั้งจอ ยังช่วยลดการใช้พลังงานอีกด้วย ซึ่งหลอด LED นี้มีอายุการใช้งานยาวนานถึง 100,000 ชั่วโมงเลยทีเดียวก็อย่างที่บอกนะ (ตอนไหน) ว่าเป็น Full HD เพราะฉะนั้นความละเอียดหน้าจอคงจะหนีไปไหนไม่ได้ นอกจาก 1920 x 1080 Pixel ให้ค่าความสว่างสูงถึง 450 cd/m2 และให้ภาพดูราบรื่นไม่มีสะดุด ด้วยเทคโนโลยี 100/120Hz Fine Motion Advance  สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดกับการปรับแสงสว่างหน้าจอให้เหมาะกับสภาพแสงสว่างภายในห้องอย่าง Advance OPC และระบบรีโมทเดียวหลายเครื่องเล่น ผ่านทาง AQUOS LINKการออกแบบของ Sharp LC-40LE700M นี้มาใน Theme เดียวกับ Sharp รุ่นของปีที่ผ่านๆมาอย่าง A77 ที่ตัวเครื่องจะเป็นทรงสี่เหลี่ยม ดูแข็งแรง และ บึกบึน ผสมกับความหรูหราเช่นเคย มีการเพิ่มมิติด้วยเฉดสีแดงด้านล่างของตัวเครื่อง มาพร้อมฐานตั้งทรงสี่เหลี่ยมที่รับกับตัวเครื่องได้เป็นอย่างดี ฐานตั้งนี้ไม่สามารถหมุนปรับซ้ายขวาได้ ซึ่งให้ความแข็งแรงเป็นอย่างดีด้วยดีไซน์เรียบๆ ที่แอบพกความหรูหรามาด้วย กับกรอบจอสีดำแบบกรอสซี ที่ตัดกับตัว “A” ไฟสีฟ้าสัญลักษณ์การทำงานของหลอด LED BRILLIANTมาดูกันชัดๆ ไปเลย อ๊ะ.. ไฟมี 2 ดวง… ไม่ใช่แล้ว จะบอกว่าฐานก็ออกแบบมาเป็นแบบพลาสติกสีดำกรอสซี่ที่มีความเงามากต่างหาก เงาซะสะท้อนโลโก้ได้ซะชัดเลย ซึ่งไฟดวงนี้ สามารถสั่งปิดได้ เพื่อไม่ให้รบกวนการรับชมรายการได้จากเมนูหลักมุมบนซ้ายไม่มีอะไรมากกว่าบอกว่าเป็น AQUOS ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Sharp Aquos LCD/LED TV ทุกรุ่นส่วนบนขวาเป็นสติ๊กเกอร์บอกถึงรุ่น Sharp LE700 ว่าจอนี้เป็น AQUOS LED ที่ให้ภาพได้ถึง FullHD@1080P ความคมชัดระดับ MEGA Contrast ที่มี 100/120Hz Fine Motion Advance มีระบบ OPC สำหรับปรับแสงหน้าจออัตโนมัติ รับสัญญาณภาพแบบ 1080@24P ที่ทำให้ได้อารมณเหมือนชมจากฟิล์มภาพยนตร์ก็ได้ เสียงหนักแน่นด้วย Bass Enhancer สุดท้ายด้วย AQUOs Link ที่สามารถใช้ร่วมกับ AQUOS ตัวอื่นๆ ได้ผ่านทาง HDMI-CECมุมล่างขวาบอกว่าระบบเสียงนี้เป็น SRS TruSurround XT กับไฟสถานะ Power กับ OPC ส่วนสองจุดด้านขวาสุดให้ทายละกันครับว่าจุดไหนรับรีโมท จุดไหนเป็นเซนเซอร์วัดแสง โพสกันสนุกๆ ได้ที่ท้ายรายการนะครับ (ไม่มีเฉลย ไม่มีของรางวัล มีแต่ความสนุกเท่านั้น อิอิ)ด้านหลังก็เรียบๆ ตรงกลางมีชื่อ Aquos บอกให้รู้ว่าฉันเป็นใคร จะสังเกตุได้ว่าเครื่องค่อนข้างเหลี่ยมตั้งแต่ด้านหน้า ด้านหลัง และ ตามช่องเล็กช่องน้อย ซึ่งดูแล้วแข็งแรง และ เป็นระเบียบดี แบ่งช่องเสียบออกเป็นสองส่วน ซ้ายมือเป็นช่องสัญญาณ ขวามือเป็นปลั๊กไฟ (ถอดเปลี่ยนสายได้) ส่วนการแขวนผนังนั้นใช้กับ Wall Mount ที่เป็น VESA mount 400mm ครับ ว่าแต่เคยมีใครบ้างที่วางจออยู่นานนึกจะแขวนขึ้นมาประกฏว่ามีแมลงที่ไหนเอาดินมาอุดก็ไม่รู้ ต่อไปนี้ก็หมดปัญหาได้แล้วครับ ด้วยอุปกรณ์อันแสนล้ำลึกที่มีชื่อว่า “จุกยาง” ครับ เราต้องแย่งมันอุดไว้ก่อน o.Oอืม…ถ้าใครทำรีโมทหายไปแล้ว ปุ่มควบคุมต่างๆ อยู่ข้างเครื่องนะครับ อ่อยังมีช่องสัญญาณบางช่องแอบอยู่แถวนี้ด้วย และด้วยจอนี้เป็นแบบ Direct LED หรือ Full LED นั่นเอง การจัดเรียงหลอด LED จึงเข้าใกล้หน้าจอยิ่งขึ้น บวกกับไม่มีการใช้หลอดไฟ CCFL ด้วย จึงทำให้ตัวจอดูเหมือนจะบางกว่า Sharp รุ่นอื่นๆซะหน่อย แม้จอจะบางลงแต่ฐานจอยังกว้างเท่าเดิม ก็เท่านั้นนะ ฮ่าๆ เอ่อ…. เริ่มออกนอกเรื่องอีกแล้ว
มาตราฐานต่างๆของจอภาพที่เรียกกัน WXGA, XGA..?? คืออะไรกัน
คำถามมากมายเกี่ยวกับมาตราฐานของจอภาพที่เรียกกัน XGA, WXGA, WSXGA บลาๆๆ รู้หรือไม่ว่ามันคืออะไร??วันนี้ทีมงาน LCDSPEC มีคำตอบให้ แค่ 5 นาที ก็จะถึงบางอ้อกันเลยทีเดียวด้านล่างเป็นการอ่านค่ามาตราฐานต่างๆจอภาพ Notebook รุ่นใหม่ทั่วไปในตลาดจะเป็น WXGA 1388×768 ที่เรียกกันว่าเป็นแบบ HD (Hi-Definition) สามารถเล่นหนังแบบความละเอียดสูงได้เต็มจอ ไม่มีขอบสีดำด้านบนล่าง (อ่านบทความเพิ่มเติม)  ด้านล่างจะเป็นตารางบอกความละเอียดจอภาพตามชนิดต่างๆทั้งจอภาพโน้ตบุค จอภาพคอมพิวเตอร์ นั้น ส่วนใหญ่จะมีสัดส่วนจอภาพให้เลือกอยู่ 3 ขนาด คือ 4:3 / 16:10 และ 16:9รูปภาพจาก Toshiba, Benqโดยแรกเริ่ม เขาใช้จอ 4:3 มานานแล้วครับ ตั้งแต่จอคอมแบบ CRT หรือ จอโทรทัศน์แบบหลอด จนมาเป็นโน้ตบุคที่ใช้จอ LCD ก็ยังคงใช้ 4:3 ความละเอียดตั้งแต่ VGA: 640×480 SVGA: 800×600 XGA: 1024×768 SXGA: 1280×1024 สำหรับโน้ตบุคในตลาดตอนนี้ ไม่มี สัดส่วนนี้ขายแล้วครับ จะมีก็แต่จอคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ที่ยังพอมีเหลือให้เห็นกันบ้าง.. จอสัดส่วนนี้มีดีตรงที่ เหมาะสำหรับใช้ทำงานพวกเอกสาร ทำงานทั่วไป จะแสดงผลแนวตั้งได้ดีครับ ไม่ต้องเลื่อนจอขึ้นลง ให้ปวดหัว แต่จะมีปัญหาก็ตรงที่เวลาดูหนังจาก DVD จะปรากฏขอบหนาๆให้เห็นครับ แต่สำหรับไฟล์หนังจาก VCD เขาอัดมาเป็น 4:3 อยู่แล้วครับ ก็ดูได้เต็มจอ ไม่มีขอบ เหมือนดูในโทรทัศน์จอแก้ว เลยครับรูปภาพจาก Dellจนกระทั่งกระแสจอ Widescreen เริ่มเข้ามา เมื่อไม่กี่ปีมานี้ ก็เริ่มใช้จอ 16:10 กับ เครื่องคอมพิวเตอร์กันครับ ในขณะที่ จอ LCD TV เขาใช้กันแบบ 16:9 ที่เป็นสัดส่วนในการดูภาพยนตร์จาก DVD ความละเอียดของ 16:10 ที่เห็นกันบ่อยๆ น่าจะเป็น WXGA:1280×800 WXGA+:1440×900 แต่จริงๆแล้วสัดส่วน 16:10 เนี้ย ก็มีความละเอียดให้เลือกอีกนะครับ เช่น WVGA: 840×480 หรือมากกว่านั้นก็เช่น WSXGA: 1680×1050 WUXGA: 1920×1200 แต่ความละเอียดพวกนี้ น้อยค่ายครับ ที่จะยกลงมาใส่ลงโน้ตบุค ถ้าเครื่องนั้นไม่ได้เป็นเครื่องแบบ workstation ที่ต้องการจอภาพใหญ่ ที่ความละเอียดสูงๆน่ะครับ แต่เมื่อเวลานำโน้ตบุคออกไปพรีเซนต์งานกัน ครั้งแรกคุณอาจจะต้องเซตกันให้วุ่นวายเลย เพราะ เครื่องโปรเจคเตอร์ที่ออฟฟิศ ส่วนมากจะเป็นรุ่นไม่ใหม่มากนัก และยังไม่รองรับ Widescreen เลยต้องปรับไปใช้สัดส่วน 4:3 กัน พื้นที่ทำงานก็น้อยลง งานที่ทำมาก็ผิดสัดส่วนอีก แต่ช่วงหลังๆมานี่ โปรเจคเตอร์ก็มี Widescreen ให้เลือกปรับกันแล้ว น่าจะสบายขึ้นมา(บ้าง)นะครับและแล้ว จอ 16:10 ที่ใช้กันมาจนมีอายุอานามร่วม 5 ปีเศษ ก็ต้องถูกแทนที่ด้วยมาตรฐานใหม่ นั่นคือ 16:9 ครับ จะได้เหมือนๆกับพวก LCD TV ซะที ช่วงที่ใช้ 16:10 กันเนี้ย จะมีเสียงบ่นมาว่า“จอของฉัน เป็นจอ Widescreen แต่ทำไมดูหนัง DVD แล้วยังมีขอบบน-ขอบล่าง โผล่มาให้เห็นอีก”ขอตอบว่า เพราะหนังที่อัดมาใน DVD นั้น เขาทำมาเป็นสัดส่วน 16:9 ครับ แต่จอเป็น 16:10 เลยทำให้เหลือขอบอีก 0.5 ทั้งบน และ ล่าง“แต่ขอบที่ฉันว่า มันหนามาก หนาเป็นไส้กรอกขอบชีสยังไงยังงั้นเลย”ขอตอบว่า แสดงว่าหนังเรื่องนั้น เป็นภาพยนตร์ที่ทำมาเป็นสัดส่วน Anamorphic Widescreen ที่ต้องการให้เห็น รายละเอียดกว้างครบทั้งจอ เหมือนกับที่ฉายในโรงหนังครับ ปรับสัดส่วนได้ แต่หน้าคนจะยืดยาวขึ้นมานะครับตอนนี้ก็เลยมีจอ 16:9 มาเป็นอีกมาตรฐานหนึ่ง สำหรับโน้ตบุคแล้ว ความละเอียดที่พบเห็นกันได้มากที่สุด มีสองขนาดครับคือ 1366×768 (เท่ากับ LCD TV แบบ HD-ready เลย) กับแบบ Full HD 1920×1080 แต่จริงๆแล้ว เขาใช้มาตรฐานคล้ายๆกับ 16:10 ในการเรียกชื่อพวก WXGA/WSVGA อะไรพวกนี้ ต้องบอกก่อนเลย เมื่อแรกเห็นจอโน้ตบุคแบบ 16:9เป็นเรื่องปกติครับ เราลองดูรูปเปรียบเทียบ ภาพทุกสัดส่วนที่เป็นมาตรฐาน ณ ปัจจุบันนี้ดูนะครับวิธีการอ่าน Chartรูปภาพจาก wikipediaสรุป คือ เลือกหน้าจอที่มีความละเอียดที่สูงที่สุดเท่าที่เลือกได้ตามงบประมาณที่มี และให้มีสัดส่วนของหน้าจอเป็น 16:9 เพราะหนังและเกมส์ใหม่ๆ ที่ออกมา่ใหม่จะรองรับสัดส่วนนี้เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเกือบทุกรุ่นจะขึ้นต้นด้วย W(wide screen-จอกว้าง) เช่น WXGA, Wxxxท่านที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียดได้ที่ wikipedia หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับเราได้ที่ เวปบอร์ด กูรูของเราจะตอบทุกคำถามเกี่ยวกับ Monitor/LCD-
Grace Digital เครื่องเสียงไว้วิทยุอินเตอร์เน็ตในบ้านเหรอ
มันมีปัญหาอยู่สองอย่าง อย่างแรก ใครจะอยากจะเสียเงิน 219.99 เหรียญ เพื่อได้เครื่องเล่นวิทยุอินเตอร์เน็ตที่ Grace Digital ทำแยกออกมาอีกชิ้น อย่างที่สอง ใครอยากจะมีประสบการณ์ Lackluster UI หาอะไรในเครื่องไม่เจอกับเขาบ้าง ถ้าเป็นคนที่ไม่ดื่มด่ำกับเสียงบ่นล่ะก็ บริษัทได้ทำเครื่องที่น่าจะเอามาตั้งประดับไว้บนชั้น เครื่องที่เห็นอยู่สามารถเล่นวิทยุอินเตอร์เน็ตจาก 30,000 สถานี Pandora, iheartradio, Sirius, Live365, MP3tunes และอื่นๆ จนไม่อยากจะพิมพ์ จะต่อเน็ตกับสายหรือจะไร้สาย 802.11g ก็ได้ มีพร้อมทั้ง Composite, Toslink และ Coaxial Digital Audio ด้านหลัง มีจอ LCD ให้ดู 4 บรรทัด ที่แสดงผล Metadata ยังแทบจะไม่ครบ และอาจจะมีระบบปารีโมทได้สำหรับใครที่อยากทำคอลเลคชั่นส่วนตัว ถ้าฟังแล้วอยากได้ตอนนี้ก็มีขายแล้ว แต่ว่าไปลองก่อนจะหน้ามืดไปซื้ออะที่มา : Engadget
มินิรีวิว Samsung "C9000 3D LED TV" สุดยอดความบางขั้นเทพ พร้อมรีโมทแบบหน้าจอสัมผัส ในงานเปิดตัว
มินิรีวิว “Samsung C9000 3D LED TV” สุดยอดความบางขั้นเทพ พร้อมรีโมทแบบหน้าจอสัมผัส ในงานเปิดตัวกรุงเทพฯ (15 กรกฎาคม 2553) – ซัมซุงแนะนำ “ซัมซุง C9000 3D แอลอีดีทีวี” (Samsung C9000 3D LED TV) มาสเตอร์พีซแห่งทีวีชิ้นงามที่ล้ำหน้าด้วยนวัตกรรมและโดดเด่นด้วยที่สุดของการออกแบบ ที่ทำให้ผู้ชมดื่มด่ำทุกสัมผัส เต็มอิ่มทุกอารมณ์ ในทุกมิติของภาพด้วยเทคโนโลยี 3D HyperReal Engine ซึ่งได้รับการันตีด้วยรางวัล Innovation Award จาก ICES2010 ดีไซน์บางสวยเร้าใจเพียง 7.9 มม.หรือบางกว่าปากกา ให้ภาพคมชัดในทุกรายละเอียดและความเคลื่อนไหวด้วยเทคโนโลยี Precision Dimming การออกแบบหลอด LED แบบ Diamond Shape เทคโนโลยีเอกสิทธิ์เฉพาะของซัมซุง และมีการถ่ายทอดภาพเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วประมาณ 960 เฟรมต่อวินาที ซึ่งจะช่วยทำให้การแสดงภาพฟูลเอชดี 3 มิติมีความราบรื่น ดูเป็นธรรมชาติมีชีวิตชีวาและสมจริงอย่างสมบูรณ์แบบ โดยชมผ่าน   “3D Active Glasses” แว่นตาที่ออกแบบมาพิเศษดีไซน์สวยหรู น้ำหนักเบาเพียง 30 กรัม โดยใช้เทคโนโลยีการสลับมุมภาพของตาซ้ายและตาขวาเพื่อให้ภาพออกมาเป็นแบบ 3 มิติ ดูสบายตา อีกทั้งยังสามารถเปลี่ยนภาพจากระบบ 2 มิติ เป็น 3 มิติได้อีกด้วย>>> สเปก Samsung C9000 3D LED TV เต็มๆ ครับ <<<นอกจากนี้ยังล้ำหน้ายิ่งกว่าด้วย Touch Remote Control รีโมทคอนโทรลหน้าจอแอลอีดีแบบสัมผัสที่เป็นเสมือนทีวีเครื่องจิ๋วอีกเครื่องในมือ ที่ทำให้ผู้ชมได้รับชมรายการโปรดได้ทุกที่ไม่ว่าจะอยู่มุมใดภายในบ้าน รวมถึงเทคโนโลยี Planet First ที่ทำให้ทีวีของซัมซุงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพราะประหยัดพลังงานกว่าแอลซีดีทั่วไปสูงสุดถึง 43% ซึ่งนับเป็นการผสมผสานที่ลงตัวอย่างแท้จริงของเทคโนโลยีเหนือระดับกับการออกแบบชั้นเยี่ยม “ซัมซุง C9000 3D แอลอีดีทีวี” วางจำหน่ายแล้ว ณ ร้านซัมซุงแบรนด์ช็อปและร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศในราคาเครื่องละ 279,990 บาท สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าซัมซุง 0-2689-3232 หรือโทรฟรีจากโทรศัพท์บ้าน 1-800-29-3232เอาล่ะครับ อดใจไว้ชมมินิรีวิว Samsung C9000 3D LED TV ตอนท้าย ตอนนี้เรามาชมบรรยากาศงานก่อนดีกว่าในงานวันนี้ได้จัดขึ้นที่โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ ซึ่งภาพด้านบนเป็นด้านหน้าของงานครับโดยมี backdrop เป็น Samsung Masterpiece C9000 อย่างชัดเจนบรรดาผู้บริหารร่วมถ่ายภาพร่วมกันเข้ามาหน่อยก็จะเป็นส่วนลงทะเบียนของงาน (พริตตี้แจ่มๆ ตามไปดูกันได้ที่หน้าสุดท้ายนะครับ ^^)โดยที่พิเศษหน่อยสำหรับแขกคนสำคัญก็จะมีการเซ็นชื่อบนหน้าจอทัชกรีนขนาดใหญ่โดยส่วนตัวผมก็ไม่สัดทัดเกี่ยวคนดังซะเท่าไหร่ เลยไม่รู้ว่าใครเป็นใคร – -aและยังมีนักธุรกิจ ดารา มาร่วมงานมากกมายอีกด้วยคราวนี้เราเข้ามาดูในส่วนของห้องที่จัดงานกันดีกว่าจะเห็นได้ว่าหรูหรา อลังการ สมกับเป็นงานเป็นตัว Samsung C9000 3D LED TVอีกทั้งยังมีอาหารไว้รองรับแขกผู้มีเกียรติมากมาย รวมไปถึงสื่อมวลชนอย่างผมด้วยเรียกได้ว่าผมก็รองท้องไปเยอะเหมือนกัน ทางคาว ทั้งหวาน ^^ในหน้าถัดไปก็จะเป็นส่วนของพิธีการของงานแล้วนะครับ
บลูเรย์โฮมเธียเตอร์ HB965TZ จากแอลจี มอบสุดยอดคุณภาพภาพและเสียงเหนือระดับ
โดดเด่นด้วยชุดลำโพง 5.1 แชนแนลดีไซน์บางเฉียบ เชื่อมต่อทุกคอนเทนท์ผ่านระบบไว-ไฟมอบความบันเทิงไร้ขีดจำกัดกรุงเทพฯ 31 สิงหาคม 2553 – บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำชุดบลูเรย์โฮมเธียเตอร์ รุ่น HB965TZ มอบสุดยอดพลังเสียงรอบทิศทางผ่านลำโพงดีไซน์บางเฉียบ พร้อมเชื่อมต่อทุกคอนเทนท์ด้วยระบบไร้สายแอลจี HB965TZ สุดยอดบลูเรย์โฮมเธียเตอร์ที่สมบูรณ์แบบ พร้อมสร้างประสบการณ์การรับฟังที่สมจริงแม้ในห้องที่มีขนาดใหญ่ ประกอบด้วยลำโพงคู่หน้า ให้เสียงสมจริงรอบทิศทาง และซับวูฟเฟอร์ที่ให้พลังขับสูงถึง 1,100 วัตต์ ด้วยดีไซน์ที่บางเพียง 29 มิลลิเมตร นอกจากนี้ยังได้ มาร์ค เลวินสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องเสียงชื่อดังระดับโลกเป็นผู้ปรับแต่งเสียง ทำให้คุณภาพเสียงของ HB965TZ มีพลัง คมชัดครบทุกมิติแอลจี HB965TZ โดดเด่นเหนือเครื่องเล่นบลูเรย์ทั่วไป ด้วยคุณสมบัติในการนำความบันเทิงระดับโลกเต็มรูปแบบ และข้อมูลต่างๆ เพียงแค่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านระบบไร้สายที่ทำให้ผู้ชมเพลิดเพลินไปกับคอนเทนท์ต่างๆ อย่างง่ายดาย อาทิ UGCs เว็บอัลบั้มต่างๆ รวมถึงการพยากรณ์อากาศ นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ BD-Live 2.0 และ Bonus View ช่วยปลดล็อคฟีเจอร์พิเศษของหนังที่อยู่ในแผ่นบลูเรย์ และเพื่อสร้างความมั่นใจในเรื่องคุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยม แอลจียังได้บรรจุระบบประมวลผลเสียงระดับมืออาชีพโดย LG Sound Gallery ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งเสียงตามความพึงพอใจด้วยอีควอไลเซอร์ 7 รูปแบบคือ Natural Plus, Game Equalizer, Night Mode, Clear Voice, Bass Blast, MP3 Up-Scaling และ VSM Plusบลูเรย์โฮมเธียเตอร์ HB965TZ ราคา 39,990 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) วางจำหน่ายแล้ว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่ายสินค้าแอลจีทั่วประเทศไทย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลแอลจี โทร. 02-878-5757 หรือ www.lg.com/thคุณสมบัติทางเทคนิค·          5.1 แชนแนล / พลังขับ 1,100 วัตต์·          รองรับฟังค์ชั่น BD-Live & Bonus View·          เล่นภาพยนตร์จากแผ่นบลู-เรย์ด้วยความละเอียด 1080p Full HD·          เชื่อมต่อเว็บไซต์ต่างๆ ด้วย Netcast (YouTube, Accuweather, Picasa และ CANALPLAY* เฉพาะในประเทศฝรั่งเศสเท่านั้น)·          TV Sound ez Set-up พร้อมช่องต่อออปติคอล·          LG Sound Gallery·          ช่องต่อ HDMI 2 ช่อง·          Wireless LAN & DLNA  / CIFS·          ด๊อกกิ้งเชื่อมต่อ iPod / iPhone พร้อมช่วยชาร์จแบตเตอรี่ในตัว·          รองรับการเล่นไฟล์ภาพยนตร์ MKV และ DivX HD·          เชื่อมต่อและเล่นภาพยนตร์จากฮาร์ดไดร์ฟภายนอก (FAT32, NTFS)
การเลือกซื้อ LCD Monitor แบบมืออาชีพ จากหลักการที่เหมาะสม
By: admin | Date: 20 January 2009 | อ่าน 14,796 | 4 ความเห็น

ในปัจจุบันนี้ หากเราสังเกตความนิยมในการเลือกใช้งานจอคอมพิวเตอร์แล้ว จะเห็นได้ว่าความนิยมในการเลือกจอภาพแบบ LCD

มาใช้งานแทนที่จอขนาดใหญ่อย่าง CRT รุ่นเก่านั้นมีเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นแบบเครื่องประกอบหรือเครื่องอินเตอร์แบรนด์ที่มักจะมากับจอ LCD ทั้งที่ดูราคาไม่สูง ด้วยเหตุดังกล่าว Feature ฉบับนี้จึงมีบทความแนะแนวทางในการเลือกซื้อ LCD ให้เหมาะสม ถูกใจถูกงบประมาณอีกด้วย
เลือก LCD Monitor ไว้ใช้งานเราควรรู้อะไรบ้าง?

เรื่องแรกก็คงหนีไม่พ้นเทคโนโลยีที่นำมาใช้ ซึ่งแบ่งเป็น 2 รูปแบบคือ Passive Matrix และ Active Matrix โดยเทคโนโลยีทั้งสอง มีคุณลักษณะที่แตกต่างกันไป กล่าวคือ

buy-lcd1

ภาพแสดงการทำงานของ LCD

buy-lcd2

ขั้นตอนในการเกิดภาพบนพาเนล

buy-lcd3

ต้นกำเนิดพิกเซลบนจอ LCD
1. Passive Matrix หรือที่เรียกว่า Super-Twisted Nematic (STN) ซึ่งเป็นเทคนิคแบบเก่าเริ่มแรก จะมีความสว่างน้อยกว่า ส่วนมากถูกนำมาใช้ในจอโทรศัพท์มือถือทั่วไป โดยใช้หลักการทำงานของไดโอดในการนำประจุไฟฟ้าภายในตัวเซลล์ของผลึกเหลวแต่ละ ตัว แต่ข้อเสียคือตอบสนองต่อการทำงานค่อนข้างช้า ซึ่งหากสังเกตได้ชัดก็คือการเคลื่อนหรือเปลี่ยนหน้าจอเร็วๆ จะเห็นภาพซ้อน หรือที่เรียกกันติดปากว่า “โกสต์” เกิดขึ้น ข้อดีของ Passive คือราคาไม่แพง แต่ปัจจุบันแทบไม่มีการผลิตแล้ว
2. Active Matrix หรือที่เรียกว่า Thin Film Transistors (TFT) ถูกพัฒนาให้แสดงภาพได้คมชัดและสว่างกว่าแบบแรก ส่วนที่ทำให้ดีขึ้นมาก เกิดจากการที่ Active Matrix นั้นจะใช้ทรานซิสเตอร์เป็นตัวควบคมการเปิด-ปิดของพิกเซล ซึ่งข้อดีของทรานซิสเตอร์ก็คือทำงานได้เร็วกว่าไดโอดจึงลดการเกิด “โกสต์” ของภาพที่เกิดขึ้นบนหน้าจอ ดังนั้นหากนำไปใช้กับงานที่ต้องการแสดงผลภาพเร็วๆ ก็สามารถทำได้เลย โดยให้คุณภาพค่อนข้างดีมากเลยทีเดียว โดยปัจจุบันนี้จอ LCD จะนำเทคโนโลยีแบบ Active-Matrix มาใช้ทั้งหมด เนื่องจากมูลค่าของการผลิตนั้นถูกลงมากนั่นเอง
ความแตกต่างของพาเนลชนิดต่างๆ
โดยในปัจจุบันเราอาจแบ่งพาเนลของจอ LCD ออกได้สามกลุ่มด้วยกันคือ กลุ่มแรก TN กลุ่มที่สอง MVA, PVA และกลุ่มที่สาม IPS สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เลยทีเดียวสำหรับการเลือกซื้อ LCD Monitor
กลุ่มที่หนึ่ง TFT แบบ TN พาเนลที่พัฒนามาจาก Active Matrix

buy-lcd4

ภาพการยิงแสงของ Electode และการเรียงตัวของผลึกคริสตัลของพาเนล TN+Film
จุดแข็งของ TN มีไม่มากนักแต่ก็โดนใจผู้ใช้มากที่สุด เนื่องจากมีต้นทุนผลิตที่มีค่าใช้จ่ายน้อย และให้อัตราตอบสนองต่อพิกเซล ( Response Time) ได้รวดเร็วมาก ผลคือมอนิเตอร์เกือบจะทั้งหมดในตลาดที่ให้การตอบสนองต่อเม็ดพิกเซลแต่ละตัว ได้อย่างรวดเร็วมากที่สุด ใช้พาเนล TN นี้เอง บางรุ่นให้อัตราตอบสนองได้เร็วถึง 2ms (มิลลิวินาที) อย่างไรก็ตาม ในด้านอื่นที่เหลือเกือบจะทั้งหมด พาเนลในแบบ TN ยังเป็นรองอยู่เช่นกัน เช่นการให้สี และมุมมองภาพ ซึ่งเป็นจุดอ่อนสำคัญ รวมถึงการให้โทนสี ที่มักจะสร้างเม็ดสีมีลักษณะติดกันเป็นปื้นอย่างเห็นได้ชัด ในช่วงที่มีการเรนเดอร์สีของพื้นผิว เนื่องจากตัวพาแนลมีค่า Contrast น้อยที่สุดนั่นเอง ในท้องตลาดจะอยู่สูงสุดประมาณ 700 : 1 เท่านั้น
กลุ่มที่สอง VA (Vertical Alignment)

buy-lcd5

ภาพการยิงแสงของ Electode และการเรียงตัวของผลึกคริสตัลของพาเนล VA
- MVA (Multi-Domain Vertical Alignment)
เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องการตอบสนองของพิกเซลที่ยังคงช้าอยู่ Fujitsu จึงมีการพัฒนาเทคโนโลยี LCD ออกมาอีกตัวหนึ่งคือ MVA ซึ่งข้อดีคือสามารถให้มุมมองค่อนข้างกว้าง กว้างกว่าในแบบ TN ประมาณ 45 องศา และปรับปรุงให้มี Contrast ratio สูงกว่าแบบ TN ด้วย ส่วนทางด้านคุณภาพสียังไม่มีจุดน่าสนใจมากนัก
- P-MVA และ S-MVA (Premium / Super Multi-Domain Vertical Alignment)
ตามชื่อก็บอกอยู่แล้วว่ามาแทน MVA แบบเดิม โดยเพิ่มมุมมองให้กว้างขึ้น และทำให้สีมีความถูกต้องมากขึ้น ในท้องตลาดที่นิยมยังเป็นเพียง P-MVA เท่านั้น แต่ข้อด้อยก็คือ ยังคงมีการสูญเสียรายละเอียดในโทนมืด และราคาที่ยังแพงกว่า TN นั่นเอง
- PVA (Patterned Vertical Alignment)
พาเนลชนิดนี้ถูกพัฒนาโดย Samsung ชื่อที่หลายต่อหลายคนวางใจในเรื่องเทคโนโลยีการให้ภาพ โดยรวมแล้วมีคุณภาพสีและมุมมองที่ดีกว่า MVA อยู่กึ่งหนึ่ง (แต่ยังเป็นรอง P-MVA) ทางด้านข้อเสียก็คือยังคงมีการตอบสนองพิกเซล (Response Time) ที่ช้ามาก
- S-PVA (Super Patterned Vertical Alignment)
Samsung ยังคงพัฒนาพาเนล PVA ของตน มาเป็น S-PVA ซึ่งแก้ปัญหาการสูญเสียรายละเอียดโทนมืดได้ดีกว่าพาเนลแบบ MVA รวมทั้งให้ค่า Contrast และ Response Time ที่ดีกว่าพาเนลแบบ MVA อีกด้วย
กลุ่มที่สาม IPS (In-Plane Switching) ที่สุดของคุณภาพสี

buy-lcd6

ภาพการยิงแสงของ Electode และการเรียงตัวของผลึกคริสตัลของพาเนล IPS
IPS เป็นพาเนลที่ได้รับการพัฒนาจาก Hitachi และ NEC ข้อดีที่เป็นสุดยอดของ IPS ก็คือเรื่องของความแม่นยำในการให้สีสัน ไม่มีเทคโนโลยีอื่นทำได้เหมือน ด้วยเหตุผลที่ว่านี้ จอแสดงผลระดับไฮเอนด์ทั้งหมด จึงยกให้จอแบบ IPS เป็นมาตรฐาน สำหรับการผลิตงานกราฟิกต่างๆ นอกจากนี้ IPS ยังให้มุมมองภาพที่กว้างอย่างเหลือเชื่ออีกด้วย แต่ IPS ในยุคเริ่มแรกยังคงมีปัญหาในการให้ Contrast แสงสว่าง และ Response Time ที่ยังไม่ค่อยดีนัก คือดีด้านคุณภาพสีกับมุมมองเท่านั้น
- S-IPS (Super In-Plane Switching)
ถูกปรับปรุงขึ้นมาจากการร่วมมือกันของ LG และ Philip โดยตั้งใจทำลายกำแพงข้อด้อยในเรื่อง อัตราการตอบสนองพิกเซล และเพิ่ม Contrast ให้ดีกว่า IPS เดิม โดยมุมมองจะทำได้กว้างที่ประมาณ 170 องศา
- AS-IPS (AdvanceSuper In-Plane Switching)
เป็นยุคที่สามของพาเนลแบบ IPS ที่ LG และ Philip พัฒนาขึ้นมา เรื่องคุณภาพสีคงไม่ต้องกล่าวถึงเพราะทำได้สุดยอดอยู่แล้ว หลักๆ คือการเพิ่มมุมมองมากเป็น 178 องศาเลยทีเดียว นอกจากนั้น Response Time ก็ทำได้ใกล้เคียงกับพาเนลในแบบ TN ที่เรียกได้ว่าจ้าวแห่งความเร็ว รวมทั้งให้ค่า Contrast ratio ได้มากถึง 1600 : 1 ซึ่งมากกว่าในแบบ MVA ถึงเท่าตัว แต่ความสมบูรณ์ในระดับนี้ก็ต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายที่สูง
รายละเอียดที่น่าสนใจในการเลือกซื้อ
- เริ่มจากมุมมองหรือ Angle View สำคัญหรือไม่?
คุณภาพความกว้างขององศาในการมองก็เป็นไปตามลักษณะพาเนลที่ใช้ โดยในแบบ TN นั้นตามแนวนอนจะอยู่ในช่วง 140-160 องศา ซึ่งมีค่าน้อยที่สุดในแบบพาเนลทั้งสามกลุ่ม โดยพาเนลในแบบ MVA และ PVA จะอยู่ระดับกลาง และมี AS-IPS ซึ่งให้มุมมองได้กว้างที่สุดในปัจจุบันนี้ ในการเลือกซื้อคงต้องพิจารณาว่าในการใช้งานเราต้องการเนื้อที่และมุมในการ มองมากน้อยเพียงใด
buy-lcd7
buy-lcd8
ตัวอย่างการเปรียบเทียบ Angle View ระหว่างพาเนลทั้งสามแบบ
เริ่มจากด้านซ้ายคือภาพมุมมองด้านข้างและ บน-ล่าง ของพาเนล TN สังเกตได้ว่าแม้ในขณะมองตรงๆ ภาพก็ยังมืดและรายละเอียดได้แย่กว่าพาแนลชนิด VA และ IPS ครั้นพอมองจากด้านข้างและด้านล่าง จะยิ่งเห็นความผิดปกติของภาพได้ชัดเจน ส่วนรูปทางขวาสุดคือภาพที่ได้จากพาเนล IPS จะเห็นว่ามองจากตำแหน่งไหนก็ให้รายละเอียดแทบจะเท่ากับมองจากด้านตรงเลยที เดียว
ภาพมืดรายละเอียดสีไม่ชัดเจนเกิดจากอะไร?

รายละเอียดที่น่าสนใจอีกตัวก็คือค่า Contrast และ Brightness ที่ระบุมาข้างกล่องหรือในเว็บไซต์ก็ตาม สองค่านี้ยิ่งสูงยิ่งดี เราอาจจะเปรียบเทียบจากรูปภาพทั้งสามรูปก่อนหน้านี้ โดยมองจากมุมตรงเข้าไป พาเนลในแบบ TN จะเห็นว่ามืดกว่ารายละเอียดต้นไม้ข้างหลังไม่ชัดเจน เนื่องจากมีค่า Brightness น้อยนั่นเอง

buy-lcd9
buy-lcd10
buy-lcd11
ตัวอย่างการไล่โทนสีจากพาเนลแบบ TN และ VA และใช้ Dynamic Contrast ช่วย
จะเห็นได้ว่าพาแนลแบบ TN นั้นยังมีการกลืนกันของสีชัดเจนกว่าพาแนลในแบบ VA ที่อยู่ตรงภาพกลาง ซึ่งจุดนี้หากจะนำ LCD ในแบบ TN มาใช้กับงานกราฟิกที่ต้องการความถูกต้องของสีมากๆนั้น ไม่เหมาะสมอย่างแน่นอน ส่วนค่า Contrast ratio นั้นบางรุ่นบางยี่ห้อจะมีค่าสูงมาก เช่น 3000 : 1 ทั้งที่เป็นพาแนลในแบบ TN เท่านั้น ตรงจุดนี้เป็นการใช้ซอฟต์แวร์ในการควบคุม Contrast ซึ่งช่วยเร่งให้สูงขึ้น ผลที่ได้คือสีมีความอิ่มตัวมากขึ้น แต่ก็มีความผิดเพี้ยนของสีมากขึ้นเช่นกันดังรูปภาพขวาสุดครับ
เรื่องที่เถียงกันมากมายกับค่า Response Time

ตามความหมาย Response Time ก็คือความเร็วของเวลาในการตอบสนองเม็ดพิกเซลในการเปลี่ยนจากสีดำเป็นสีขาว แล้วกลับมาเป็นสีดำอีกครั้ง ซึ่งมีหน่วยเป็นมิลลิวินาที ยิ่งมีเลขน้อยยิ่งเร็ว คือ 8 ms จะเร็วกว่า 16 ms ซึ่งจะมีผลกับภาพที่เคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูง นอกจากนี้ยังมีความเร็วของ Response Time ที่ใช้การวัดในแบบ GTG (Gray to Gray) อีกด้วย ซึ่งข้างกล่องจะมีค่าน้อยมากๆ อย่างเช่น 6ms GTG เป็นต้น แต่จะทำการวัดโดยเริ่มจากสีเทาเปลี่ยนเป็นขาวแล้วกลับมาเป็นสีเทาซึ่งหาก เทียบแล้วจะเร็วกว่าแบบหน่วยการวัดเดิม ดังนั้นเราก็ต้องดูกันให้ดีว่าใช้หน่วยวัดใด บางคนอาจพบว่าทำไม 8 ms ที่บ้านดูภาพเป็นเงาเท่ากับ 16 ms ของเพื่อนเลย เหตุเพราะปัจจัยดังกล่าวนี้เอง

เลือกให้ถูกใจทั้งรูปทรงและการเชื่อมต่อ

กรณีตัดสินใจได้แล้วว่าถูกใจพาแนลชนิดไหน ขนาดจอ รูปร่างก็เป็นอีกสิ่งที่ต้องเลือกว่าโต๊ะทำงานเรา ขนาดห้องของเราเหมาะสมกับจอขนาดใด ส่วนเรื่องรูปทรงก็แล้วแต่รสนิยมของผู้ใช้ครับ แต่ที่อยากจะเน้นก็คือพอร์ตอินพุต หากเป็นไปได้ควรจะมีพอร์ต DVI เพื่อรับสัญญาณแบบดิจิตอลติดมาด้วย นอกเหนือจากพอร์ต D-Sub หรือของแถมอย่างลำโพงภายในเครื่อง และลักษณะของวงจรแปลงไฟอยู่ภายนอก หรือภายในตัวเครื่องเลย

ตรวจสอบของและเรื่องการรับประกันก่อนออกจากร้าน

สิ่งสำคัญที่สุดในการตรวจก็ก็คือ การตรวจหา Dead pixel และ Bright pixel วิธีง่ายๆและใช้ได้ผลคือการปรับพื้นหลังเป็นสีโทนอ่อนซัก 2-3 สี อย่างเช่นสีเหลือง สีฟ้า หรือสีขาว แล้วค่อยๆกวาดตาดูหากเจอจุดดำมืด นั่นคือ Dead pixel นั่นเอง และการหา Bright pixel ก็ปรับพื้นหลังเป็นสีโทนเข้มอย่างสีดำ หากมีจุดสีอื่นให้เห็นก็ไม่ต้องยกเครื่องนั้นออกจากร้าน มองหาเครื่องอื่นได้เลยครับ ส่วนเรื่องการรับประกันก็คุยรายละเอียดกันให้เข้าใจเสียก่อนจะได้ไม่มีปัญหา ภายหลัง

สรุปเทคนิคการเลือกซื้อ

buy-lcd12

คุณสมบัติและความสามารถของตัวจอ LCD นั้น หลักๆ จะขึ้นอยู่กับชนิดของพาเนลที่รุ่นนั้นๆเลือกใช้ ทั้งนี้หากเป็น พาเนลแบบ TN จะมีราคาถูก มีการตอบสนอง Response Time เร็ว เรื่องสีสันไม่ใช่จุดขาย เหมาะสมกับงานที่ไม่เน้นรายละเอียดมากนัก เช่น งานเอกสาร งานออฟฟิศ เล่นอินเทอร์เน็ต เกม หรือดูหนังบ้าง

buy-lcd13

ขยับมาที่พาเนล VA ไม่ว่าจะเป็น MVA หรือ PVA เป็นอะไรที่อยู่ตรงกลางระหว่างจอภาพแบบ TN กับ IPS ทั้งเรื่องของมุมมองภาพ การให้สี และความเร็ว Response Time สิ่งที่พาเนล VA ทำได้ดีคือให้สีได้แม่นยำและมี Contrast, Brightness ดีกว่า TN โดยที่ราคาไม่โดดกว่ากันมากนัก เมื่อเทียบราคาที่ขยับลงมาตอนนี้แม้ว่าจะยังแพงกว่า TN ในขนาดหน้าจอเท่าๆ กัน แต่ความคุ้มค่าที่ได้คงจะเป็นที่พอใจ เนื่องจากรองรับทั้งงาน และความบันเทิงได้สมบูรณ์มากกว่า

buy-lcd14

สุดท้ายพาเนล IPS คงต้องบอกว่าเหมาะสมกับระดับมือโปรที่เน้นงานด้านภาพ ด้านกราฟิกเป็นหลัก เพราะมีความแม่นยำของสีที่สุด นอกจากนั้นกระแสความบันเทิงเริ่มมีมากขึ้น จึงเกิดการพัฒนาพาเนลมาเป็น AS-IPS ซึ่งจัดมาตอบสนองได้สมบูรณ์ทั้งเรื่องมุมมองภาพ สี และ Response Time เลยทีเดียวแต่แพงมากที่สุดเช่นกัน…. เอาล่ะครับอ่านมาถึงตรงนี้คงจะหายสงสัยกันแล้วบ้าง ว่าทำไมจอ LCD เหมือนกัน ขนาดหน้าจอกว้างเท่ากันแต่ทำไมราคาบางรุ่นแพงกว่ากันมาก ก่อนจากกันอยากฝากคำนี้ไว้ครับ “อย่าตัดสินใจเลือกซื้อจอ LCD เพราะดูจากเสปก ที่ระบุไว้ แต่ควรจะ ตัดสินจากการมองด้วยตาเราเอง”

 
 
Comments ความคิดเห็น (4)
Anonymous (58.9.57.xxx) | 20/06/2553 : 02:54      

ขอบคุณมากๆค่ะ สำหรับคำตอบ
^ – ^
Anonymous

ความคิดเห็นที่ 4
samantagtr (58.8.123.xxx) | 20/06/2553 : 00:01      

ใช่ครับตามร้านไม่มีบอกแน่นอน คงต้องไปตามดูที่เว็บผู้ผลิตครับ

แต่ถ้าง่าายๆก็ Monitor ที่เป็น IPS Panel สังเกตได้เลยว่าราคาจะแพงครับ

หมื่นบาทขึ้นอย่างแน่นอน (แต่ผมก็เคยเห็น Dell ตัวนึง ราคาแปดพันกว่าบาท)

ยังไงสนใจรุ่นไหนอยู่ ก็สามารถโพสสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ เว็บบอร์ดนะครับ

http://www.lcdspec.com/webboard/ ^^

ความคิดเห็นที่ 3
Anonymous (58.9.57.xxx) | 19/06/2553 : 11:37      

ช่วยตอบด้วยนะคะ
เราจะรู้ได้ยังไงว่าจอไหนเป็น panel แบบไหน เวลาเราไปเดินเลือกซื้อตามร้านน่ะค่ะ เพราะมันไม่เห็นเขียนบอกเลย
หรือว่าเราอ่านได้จากอย่างอื่น เช่น contrast , respontime ? ??

ตอนนี้งงกะค่าต่างๆมาก กำลังศึกษาอยู่(พยายาม)
เพราะตอนนี้เห็นค่ามันสูงเหลือเกิน ค่า contrast

ความคิดเห็นที่ 2
gummy (203.155.28.xxx) | 30/06/2552 : 11:18      

LG ก็รูปทรงสวย ภาพโอเค ราคาพอใจ อืมเห็นที่ Power buy แล้วอยากได้อ่ะตัว LG Transformers
สวยดี กำลังดูๆข้อมูลอยู่พอดีเจอเว็บเค้าอ่ะ เข้าไปในเวปเค้าก็เห็นมีให้เล่นเกม ลุ้น
LG LCD แหละ ลองเข้าไปดูเวปนี้สิ http://www.lgtransformers.in.th/

ความคิดเห็นที่ 1

     ร่วมแสดงความคิดเห็น / ไม่มีการตอบกลับ

LCD SPEC COMMENT
 
user/password เดียวกับเว็บบอร์ด สมัครสมาชิก
Username: Password:
ความคิดเห็น :
 
 
 
Tag: 3D 1080p Acer benq Blu-ray Blu-ray player Bravia Brochure ces commart DLNA DVI full hd Full HD 1080P hd HDMI HDTV IPS lcd LCD monitor lcd tv LED LED backlight LED Backlit LED Monitor LED TV LG monitor OLED OLED TV Panasonic Philips Pioneer Plasma Plasma TV PS3 Samsung sharp Sony Toshiba tv USB VGA Viera wifi
COPYRIGHT@2010 LCDSPEC.COM ALL RIGHTS RESERVED.
 0 Users Online